The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาคนิพนธ์ บทที่ ๑ เข้าเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Watanya Makrat, 2022-10-18 06:50:51

ภาคนิพนธ์ บทที่ ๑ เข้าเล่ม

ภาคนิพนธ์ บทที่ ๑ เข้าเล่ม

การใชภ้ าษาพูด คำวา่ วะ จะเปน็ คำพดู ที่มักจะเจอในกลุ่มวยั รุ่นท่ีใช้กนั ซึง่ จะเห็นไดว้ ่าในบทสนทนานจ้ี ะเป็น
การพดู กบั เพ่ือน ทำให้เห็นถงึ การใช้ภาษาพูดทีไ่ ม่เป็นทางการได้

10. การใชค้ าํ ไมส่ ุภาพ
คาํ ท่ีอยู่ในระดับภาษาปาก อาจใชก้ บั ผู้ท่ีมคี วามสนิทสนมคนุ้ เคยกนั หรอื ใช้ตาํ หนติ ิเตยี นฝ่าย

ตรงกนั ข้ามด้วยความไม่ใหเ้ กียรติ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี

“บรพิ งศ์ได้แต่สา่ ยหน้าระอาเธียรวฒั น์ ถ้าเกิดเขาเปน็ น้องคนนนั้ คงได้ของวนั น้ี เอารองเท้ายดั
ปากมันกอ่ นกลับแน!่ ” (หน้า 4)

จากตวั อย่างข้างต้นมีการใชศ้ ิลปะทางภาษาด้านการใช้คำไมส่ ภุ าพ จะเหน็ ไดว้ ่าในในตวั อย่างจะ
มกี ารใช้คำไม่สภุ าพ ดังตวั อยา่ ง คำวา่ เอารองเทา้ ยดั ปากมันกอ่ นกลบั แน!่ ซง่ึ ในฉากริพงศเ์ กิดความไม่พอใจ
เธียรวฒั น์เลยพูดคำไม่สุภาพออกมา

“พี่เธยี รอุบาทว์ ลามก! นทรี ินวีด้ ใสแ่ ทบไม่ทนั ” (หนา้ 82)

จากตัวอย่างข้างตน้ มีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้คำไม่สุภาพ ซ้ึงในฉากเป็นคำทเ่ี มยไดอ้ ุทาน
ออกมาตอนที่พเี่ ธียรไดแ้ กล้งเปิดหนงั ติดเรทให้ดู ทำใหเ้ มยนน้ั รบั ไมไ่ ด้ จะเห็นไดว้ า่ ในตัวอยา่ งจะมีการใช้คำไม่
สภุ าพ อยา่ งเช่นคำวา่ อุบาทว์ ลามก! ซึ่งเปน็ คำที่ไม่เหมาะในการพูดท่สี าธารณะ คำเหลา่ นี้มกั จะเจอไดท้ ั่วไป
ไม่วา่ จะเป็นทางสื่อหรือในชวี ิตประจำวัน

การใช้สำนวนโวหาร

การใช้สาํ นวนโวหาร คือ การใชถ้ อ้ ยคําอยา่ งมชี น้ั เชงิ ให้ได้เนอื้ ความใจความที่ดีความหมายแจม่
แจ้งชัดเจนตรงตามที่ผเู้ ขียนต้องการถ่ายทอดความรู้ ความคดิ ประสบการณ์ จนิ ตนาการ หรืออ่นื ๆ ให้ผู้อา่ น
ทราบ ศิลปะการใช้โวหารของนาวารอ้ ยกวี ด้านการใช้สำนวนโวหาร ที่ปรากฏในในนวนิยาย เรื่อง อกเกือบหกั
แอบรกั คณุ สามี มี 2 ประเภทได้แก่ บรรยายโวหาร และพรรณนาโวหาร ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. บรรยายโวหาร
กระบวนความทีใ่ ช้เล่าเรื่อง บรรยายเหตุการณต์ ่าง ๆ อย่างละเอียดถีถ่ ว้ นตรงตามข้อเทจ็ จรงิ การ

อธบิ ายกระบวนการ การวิเคราะหเ์ ร่อื งราวต่าง ๆ ดงั ต่อไปนี้

46

“คนอย่างไอเ้ ธยี ร ถ้าพดู ถึงรูปร่างหนา้ ตาและหน่วยก้าน ไม่วา่ มนั จะเดินไปทางไหนกม็ ักจะเปน็
จดุ เดน่ ได้เสมอ ตวั สงู หลังไหล่ตรง ผิวขาวจัด ปากแดง ระเรื่อจนผูห้ ญงิ ยังอิจฉา คว้ิ เข้ม ตาโตดำสนิท” (หนา้ 4)

จากตวั อย่างขา้ งต้นมีการใช้ศลิ ปะทางภาษาด้านบรรยายโวหาร ซึง่ ในฉากบริพงศไ์ ด้บรรยายถงึ
รปู รา่ งของเธยี รวฒั น์ ที่ใครเห็นกจ็ ะเปน็ อันหลงไปตาม ๆ กัน จะเห็นได้ว่าในตวั อยา่ ง จะเปน็ การบรรยายถงึ
รปู ลกั ษณ์ของพระเอก ซง่ึ จะทำใหผ้ อู้ า่ นสามารถจนิ ตนาการรปู ลักษณ์ของพระเอกได้

“มือของแม่สัน่ ไปหมด เม่ือพยายามกุมมือของเขาทม่ี ีสายนำ้ เกลอื ระโยงระยางอยา่ งระมดั ระวงั
เพราะกลวั จะทำเขาเจบ็ มากไปกว่านี้ ปริวัตถ์ท่คี วรจะอยู่เชียงของก็มาด้วย และเอ้ือมมือมาแตะตัวเขาไว้
เช่นเดียวกนั โดยมีภรรยาคอื มนตว์ ธูยนื อยขู่ า้ งๆ ด้วยสีหนา้ เปน็ หว่ ง ทุกคนหน้าตาเหมือนอดนอนกันมา
หลายคืน เขาแอบสังเกตเหน็ ดว้ ยวา่ พ่ชี ายตาแดงจนช้ำ” (หน้า 24)

จากตัวอยา่ งข้างต้นมีการใช้ศลิ ปะทางภาษาดา้ นบรรยายโวหาร ซึ่งในฉากน้ันปา้ จีได้มีความเป็น
หว่ งเธยี รวฒั นอ์ ย่ตู ลอดเวลา คอยเฝ้าไมห่ ่าง จะเหน็ ไดว้ ่าในตวั อย่างเป็นการบรรยายถึงความรักของแม่ท่ีมตี ่อ
ลูก แสดงอาการเปน็ หว่ งต่าง ๆ นานา ผูเ้ ขียนตอ้ งการสอื่ ใหเ้ หน็ ความรักท่ีบริสทุ ธ์ิของแม่ทหี่ วงั ดตี อ่ ลูกเสมอมา

“ถงึ บา้ นหลงั น้จี ะไมใ่ หญโ่ ต แตก่ ม็ อี าณาเขตกวา้ งขวางพอทีจ่ ะมีแปลงผกั สวนครัวเล็ก ๆ และ
เหลอื ที่ใหต้ ้นไม้อีกหลายตน้ เติบใหญ่จนให้รม่ เงากำบังแดดตรงรวั้ ทีท่ ำเปน็ ระแนงซมุ้ ทางเข้ากม็ ีพุ่มพวงแสด
เลอื้ ยเป็นเถาออกดอกสวยงามให้ความรู้สึกร่มรืน่ ไม่ต่างจากบ้านสวนในกรงุ เทพฯทีเ่ ขาอยู่อาศัย” (หน้า 38)

จากตวั อยา่ งขา้ งตน้ มกี ารใชศ้ ลิ ปะทางภาษาดา้ นบรรยายโวหาร ซงึ่ ในฉากเปน็ การบรรยายถงึ บ้าน
ของเมยท่ีพี่เธยี รต้องย้ายมาอยู่ดว้ ย จะเหน็ ไดว้ า่ ในตวั อย่าง จะเป็นการบรรยายถึงลกั ษณะของบา้ น วา่ มีลกั ษณ์
เชน่ ไร รอบ ๆ บา้ นนน้ั มีอะไรบ้าง ทำใหผ้ ูอ้ า่ นเกดิ จนิ ตนาการตาม

“การจดทะเบียนสมรสโดยไมม่ ีเจตนาทจ่ี ะเป็นสามภี รรยากันตง้ั แต่แรก แต่มีเจตนาแฝงอยา่ งอนื่
โดยคสู่ มรสไมไ่ ด้อุปการะเลย้ี งดซู ่งึ กันและกัน ไมไ่ ดอ้ ยู่กินกนั ฉันสามีภรรยาในทางธรรมชาตหิ รอื ในทางพฤตนิ ยั
ถือวา่ การสมรสน้นั ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ มาตราท่ี 1458 มผี ลให้ตกเปน็ โมฆะตามมาตรา
1495” (หนา้ 305)

47

จากตวั อย่างข้างต้นมีการใช้ศลิ ปะทางภาษาด้านการใบรรยายโวหาร ซง่ึ ในฉากเธียรวัฒน์ไม่อยากที่
จะหยา่ กบั เมยเลยหาทนายมาเพอื่ ชว่ ย จะเห็นได้ว่าในในตัวอยา่ งแรกจะมีการบรรยายโวหารถึงการจด
ทะเบยี นสมรส การเขียนบรรยายโวหาร จะมุ่งความชดั เจน เขียนตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแตส่ าระสำคญั
ไมจ่ ำเปน็ ต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสรมิ ในการเขียนทว่ั ๆ ไปมักใชบ้ รรยายโวหาร

2. พรรณนาโวหาร
กระบวนความหรือชั้นเชงิ ในทำนองรำพึงรำพัน อาจเป็นการรำพงึ รำพนั ถึงอารมณ์ความร้สู กึ นึกคดิ

ของตนเองหรือของผูอ้ ่นื หรืออาจเปน็ การรำพงึ รำพนั ถึงสิ่งต่าง ๆ อย่างพสิ ดารโดยสอดแทรกอารมณ์
ความรสู้ กึ นึกคิดของผเู้ ขยี นลงไปเพ่ือโนม้ น้าวผอู้ า่ นใหเ้ กดิ อารมณค์ ล้อยตาม โดยพรรณนาโวหารของนาวารอ้ ย
กวี ทปี่ รากฏในในนวนยิ ายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรกั คุณสามี” จะปรากฏเป็นบทกลอน ดงั ตัวอยา่ งต่อไปน้ี

“เจ้าของเสียงหวานหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ เล็บสีแดงสดจับปลายคางขาวจัดน้ันให้หนั
กลบั มา แล้วกดรมิ ฝปี ากเคลือบลปิ สตกิ สีเลือดนกลงบนปากสีแดงเร่ือโดยธรรมชาตอิ ย่างอดใจไม่ไหว มอื หนาท่ี
กำลังติด กระดมุ เส้ืออยู่จึงต้องหยุดลง เพราะถูกค่นั จังหวะดว้ ยรสจบู อนั ดดู ดืม่ สดุ ทา้ ยคนท่ีคดิ จะกลับบา้ นจงึ
ต้องล้มตวั ลงบนเตยี งอกี ครง้ั ” (หนา้ 2)

จากตัวอย่างข้างตน้ มกี ารใช้ศิลปะทางภาษาดา้ นพรรณนาโวหารถึงฉากทญี่ าดากำลงั อยู่กับเธียร
วฒั น์ ญาดาพยายามยวั่ ยุเธยี รวัฒน์จนสำเรจ็ จะเห็นได้ว่าในตวั อยา่ งเป็นการพรรณนาถงึ ย่ิงยัว่ ยุต่าง ๆ ทำให้
เราเกิดภาพจนิ ตนาการ และคลอ้ ยไปตามกับอารมณข์ องผ้เู ขยี น

“บารมีผอ่ นลมหายใจ สหี น้าคอ่ นขา้ งเครง่ เครยี ด เดินวนไปวนมาอยูใ่ นห้องทำงานใหญ่ของ
ผ้บู ริหาร โดยมเี จา้ ของรายงานกบั เชษฐ์นัง่ อยูด่ ว้ ย เขาเปิดอ่านรายงานสรปุ ทีละหนา้ อย่างละเอียดอีกครง้ั ”

(หนา้ 108)

จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาดา้ นพรรณนาโวหาร ซึง่ ในฉากเปน็ การพรรณนาถึง
ความเครียดของบารมีท่ีเดนิ ไปมาเพราะต้องสรุปงาน จะเห็นได้ว่าในตวั อยา่ ง เป็นการแสดงออกถึงอาการ
เครยี ด ทำให้เข้าถึงความรู้สึกของตัวละครตามไปดว้ ย

ดวงตาเจ้าด่งั ดวงดาวท่ีทอแสง เหมือนกลนั่ แกลง้ วาดบรรจงให้หลงใหล

แล้วดวงใจเล่าหนอเจ้ารอใคร จงึ มิเคยมองหญิงใดในโลกา

48

ขออาสามาเมยี งมองลองถามไถ่ เผ่ือวา่ จะเป็นใจให้เข้าหา
วิงวอนเธยี รไดโ้ ปรดจงเมตตา ขอจงอย่าปดิ กน้ั นักจะรักเดียว
แคเ่ ห็นพักตรก์ ส็ ดุ ภักด์ริ ักแนน่ เหนียว
สารภาพตามตรงว่าหลงรัก จะไมเ่ หลยี วไมแ่ ลกันหรอื ฉนั ใด
ขอบอกว่ารักแรกพบจรงิ จริงเชยี ว โสดแล้วสบายกวา่ เปน็ ไหนไหน
หยุดคำเสแสร้งแกล้งวา่ แลว้ จะพาไปสวรรค์ชน้ั วมิ าน
แตง่ งานกันเสยี เถิดจงเปดิ ใจ
(หนา้ 108)

จากตวั อยา่ งขา้ งตน้ มีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านพรรณนาโวหาร ซ่ึงเมยเป็นคนแตง่ ให้เธีรวัฒน์ จงึ
เป็นการพรรณนาถึงชายหนมุ่ ผู้ทีม่ คี วามเยน็ ชาตลอดเวลา ไมเ่ คยสนใจผู้หญงิ คนใดเลย จะเห็นไดว้ ่าในตวั อย่าง
บทกลอนน้ีจะมีการใชค้ ำท่ีบอกถึงการพรรณาโวหาร คอื เป็นการพรรณถึงลกั ษณะรูปร่างหนา้ ตาของชายอนั
เป็นที่รกั

เมือ่ สายลมแซมรักพัดโชยผ่าน ละไออนุ่ ละมนุ หวานซา่ นกระแส
จงึ หอมหวนเยา้ ยวนทง้ั ปรวนแปร จนพ่ายแพ้แด่เจ้ายอดดวงใจ
ประหลาดนกั เพราะเหตุใดทำให้เจ้า หลงรกั พีม่ านานเนานา่ สงสยั
พ่รี า้ ยกาจกบั เจ้าสกั เพยี งใด แต่ไมเ่ คยคดิ เปลี่ยนใจไปจากกัน

(หนา้ 344)

จากตวั อย่างขา้ งตน้ มีการใช้ศลิ ปะทางภาษาดา้ นพรรณนาโวหาร ซ่ึงในฉากเธยี รวฒั น์นั้นได้แตง่
กลอนบทนี้ให้กบั เมยในช่วงที่ตวั เองเพิ่งรวู้ ่าเรมิ่ หลงรกั เมยแลว้ จะเหน็ ได้ว่าในตวั อยา่ งบทกลอนนีจ้ ะมีการใช้
คำท่ีบอกถึงการพรรณาโวหาร คอื ทำใหเ้ ข้าถึงอารมณ์ความรสู้ ึกท่คี ลอ้ ยตามไปกบั บทกลอนตลอดเวลา

49

การใช้ภาพพจน์

เป็นวธิ กี ารสร้างมโนภาพให้เกิดขึน้ โดยอาศัยถ้อยคำสำนวนแบบตา่ ง ๆ เกิดไดจ้ ากการเลือกใช้
ถ้อยคำอยา่ งมีศลิ ปะโดยการเปรียบเทยี บในลกั ษณะต่าง ๆ ศิลปะการภาพพจน์ของนาวารอ้ ยกวี ที่ปรากฏใน
ในนวนิยาย เรอ่ื ง อกเกือบหักแอบรกั คุณสามี มี 3 ประเภท ได้แก่ อปุ มา อุปลักษณ์ และสัทพจน์ ดังต่อไปน้ี

1. อุปมา
คือโวหารเปรียบเทยี บส่ิงหน่ึงวา่ เหมือนกับอีกสิง่ หนง่ึ โดยมีคำเชอื่ มโยง เช่น เหมือน คล้าย ราวกับ

ดรู าว ดัง ดจุ กล เพยี ง ประหน่งึ เทยี บ และปาน เปน็ ต้น ดังตวั อย่างต่อไปน้ี

“เธยี รวฒั นน์ ั่งนง่ิ ทำตวั กลมกลืนไปกับเสาท่ีพงิ อยู่ราวไม่มีสว่ นเกี่ยวขอ้ งจนประภาแม่ตวั จรงิ ของ
เมยเดนิ เข้ามารว่ มวง” (หน้า 13)

จากตวั อย่างขา้ งตน้ มีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านอปุ มา ซึ่งในฉากเธียรวัฒนน์ ั้นทำเป็นไม่ไดย้ ินสง่ิ ที่
ป้า ๆ พูดกนั เลยทำตวั กลนื ไปกบั เสาท่ีพิงอยู่ จะเหน็ ไดว้ า่ ในตวั อยา่ งน้ันจะมกี ารใช้คำเปรยี บเทียบอปุ มา
ตัวอยา่ ง คำว่า ราวกบั ทีใ่ ช้เปรยี บเทยี บส่งิ หน่งึ กบั สง่ิ หนงึ่ เพื่อใหเ้ หน็ เหน็ ภาพท่ชี ดั เจนย่งิ ข้ึน

“เสย้ี วหน้านเ้ี องทเ่ี พยี งแค่เธอไดเ้ หน็ ครง้ั แรกเมื่อสบิ กวา่ ปีก่อน ก็ทำให้ชีวิตของเธอเปล่ยี นไปอย่าง
ไม่มวี นั หวนกลับ ไมว่ า่ จะผ่านไปนานเทา่ ไหร่ ความรู้สึกทีม่ ใี หพ้ ่เี ธยี รกไ็ ม่เคยเปลย่ี นแปลง ราวกับเธอเกดิ มา
เพื่อรักเขาคนเดยี ว” (หนา้ 256)

จากตัวอยา่ งขา้ งตน้ มีการใชศ้ ิลปะทางภาษาดา้ นอุปมา วึ่งในฉากนั้นเมยไดส้ ่อื ถึงความรักทม่ี ีให้พ่ีเธียร
ไมว่ ่าจะผ่านไปนานแค่ไหนเขากย็ งั หลงรกั พเี่ ธียรเหมือนเดิมตลอดเวลา จะเหน็ ไดว้ ่าในตัวอยา่ งน้ันจะมีการใช้
คำเปรียบเทยี บอุปมา ตวั อย่างเช่น คำว่า ราวกับ ท่ใี ช้เปรียบเทียบส่งิ หนึง่ กับส่งิ หนง่ึ เพ่ือให้เหน็ เห็นภาพที่
ชัดเจนยงิ่ ขนึ้

2. อปุ ลักษณ์
โวหารเปรยี บสง่ิ หนงึ่ เปน็ อีกสง่ิ หนึง่ มักใช้คาํ วา่ เปน็ คอื เทา่ ในการเปรียบนวนยิ าย เรื่อง อกเกือบ

หักแอบรักคุณสามี ปรากฏภาพพจน์อปุ ลักษณ์ ดงั ต่อไปน้ี

50

“คำพดู เหลา่ น้ี สำหรับเขาคงเปน็ เพยี งนิทานท่ีเอาไวเ้ ลา่ ให้เด็กฟัง เพราะบนโลกสีเทา ๆ ของเขา”
(หนา้ 1)

จากตัวอยา่ งข้างต้นมีการใช้ศลิ ปะทางภาษาดา้ นอุปลักษณ์ จะเหน็ ไดว้ ่าในตัวอย่างแรกน้นั จะมี
การใชค้ ำเปรยี บเทยี บอปุ ลักษณ์เช่น คำวา่ เปน็ ท่ีบง่ บอกถึงการเปรียบเทียบส่งิ หน่งึ เป็นอีกสงิ่ หนง่ึ ใช้วธิ ีกล่าว
เปน็ นัยให้เข้าใจเอาเอง

3. สัทพจน์
ภาพพจนเ์ ปรียบเทียบด้วยวิธกี ารเลียนเสียงธรรมชาติ หรือบ่งให้เหน็ สแี สง ทา่ ทางจากเสียงของคาํ

ดังตัวอยา่ งต่อไปน้ี
“นทรี นิ ยม้ิ ออกมาอยา่ งเคลิบเคลมิ้ กอ่ นจะตบหน้าตวั เองดังฉาด เพียะ!” (หนา้ 104)
จากตวั อยา่ งข้างตน้ มีการใช้ศลิ ปะทางภาษาดา้ นสัทพจน์ ซ่งึ ในฉากเมยน้นั กำลังยม้ิ ดใี จจนต้องตบ

หนา้ ตัวเองดูว่าฝนั ไปหรือเปล่า จะเห็นได้ว่าในตวั อยา่ งน้นั จะมกี ารใช้คำเปรียบเทยี บสทั พจน์เช่น คำวา่ เพียะ!
ท่บี ่งบอกถงึ เสียงตบหน้าของเมย เพื่อใหต้ วั เองไดส้ ติ

51

บทที่ 4
สรปุ อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ

การศกึ ษาเร่ือง ศิลปะการใชภ้ าษาในนวนิยาย “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ผลการศึกษา สามารถ
สรปุ อภปิ รายผล และมขี อ้ เสนอแนะ ดังตอ่ ไปน้ี

สรุป

วัตถปุ ระสงค์ของการศึกษาค้นควา้
เพอื่ ศกึ ษาลักษณะเดน่ ของศลิ ปะการใชภ้ าษาในนวนิยายเร่ือง “อกเกอื บหักแอบรักคุณสาม”ี

วิธกี ารดำเนนิ การศึกษาคน้ คว้า
1. ศึกษาเอกสารงานและงานวิจัยท่เี ก่ยี วขอ้ ง
2. รวบรวมเอกสารและงานวิจัยทเี่ กีย่ วขอ้ งกับศิลปะการใช้ภาษาในนวนยิ ายเรือ่ ง
“อกเกือบหกั แอบรกั คุณสามี”
3. รวบรวมเอกสารและงานวิจยั ที่เกีย่ วข้องกบั ทฤษฎีการใช้ภาษา เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนด
จดุ มงุ่ หมาย และขอบเขตของการศึกษาค้นควา้ ตลอดจนเป็นแนวทางในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
4. รายงานผลการศึกษาคน้ คว้าเรือ่ ง “ศลิ ปะการใชภ้ าษาในนวนยิ ายเร่ือง “อกเกือบหกั แอบรกั คณุ สาม”ี
โดยใช้วิธีพรรณนาวิเคราะห์

สรปุ ผล
จากการศกึ ษาศิลปะการใชภ้ าษาในนวนยิ ายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรกั คุณสามี” ผลการศกึ ษา
สามารถสรุป ไดด้ งั ต่อไปนี้

1. การใช้คำ
ศลิ ปะการใชภ้ าษาในนวนยิ ายเร่อื ง “อกเกอื บหักแอบรักคณุ สาม”ี ใช้คำทเ่ี หมาะสมกับเนอ้ื หา และ

บรบิ ทของตวั ละคร เพ่ือสร้างความสมจรงิ ใหแ้ กเ่ นอื้ เร่ือง และสะดดุ ตาผู้อ่าน ในการศกึ ษาการใช้ภาษาใน
ประเด็นการใช้คำท่ีปรากฏในนวนิยายเรอื่ ง “อกเกือบหกั แอบรักคุณสามี” ผู้วิจยั เลอื กศึกษาในประเดน็ 10 ประเด็น ได้แก่
การใช้คำแสดงอารมณค์ วามรู้สึก แสดงอาการเคล่ือนไหว บอกแสง สี เสียง รส การซ้ำคำ
การหลากคำ การใชค้ ำ การใช้คำภาษาตา่ งประเทศ การใช้ภาษาพูด การใช้คำไม่สุภาพ ดงั นี้

52

1.1 การใชค้ ำแสดงอารมณ์ความรูส้ ึก
ในนวนยิ ายเรื่อง “อกเกอื บหักแอบรักคุณสามี” เลือกคำเพอ่ื เน้นยำ้ อารมณค์ วามรู้สึกของตวั

ละคร ทำให้ผู้อา่ นเขา้ ถึงอารมณค์ วามรูส้ ึกอยา่ งลกึ ซึง้ และมีอารมณร์ ว่ มไปกับตัวละครด้วย คำบอกอารมณ์
ความรู้สกึ ที่ในนวนิยายเรื่อง “อกเกือบหักแอบรกั คุณสาม”ี นำมาใช้ คอื การใชค้ ำบอกอารมณ์ความรสู้ ึกเศร้า
เหงา ว้าเหว่ ท้อแท้ สนิ้ หวงั นอ้ ยใจและเบ่อื หนา่ ย การใชค้ ำบอกอารมณ์ความรูส้ กึ เจ็บปวด ทกุ ข์ ทรมาน
การใชค้ ำบอกอารมณค์ วามรูส้ ึกตกใจ หวัน่ ไหว หวาดกลัวและระแวง การใช้คำบอกอารมณค์ วามรูส้ ึกไม่พอใจ
หงดุ หงดิ เกลยี ดชัง โกรธแค้น หม่ันไส้ อจิ ฉา การใชค้ ำบอกอารมณ์ความร้สู ึกอดึ อดั กดดัน กงั วลและ
เคร่งเครียด การใชค้ ำบอกอารมณ์ความร้สู กึ อาย เขิน การใชค้ ำบอกอารมณ์ความรสู้ ึกงง ไม่เขา้ ใจ ประหลาดใจ
การใชค้ ำบอกอารมณค์ วามรสู้ ึกเหนอื่ ย การใชค้ ำบอกอารมณ์ความรู้สึกสงสาร เวทนา เมตตา และการใช้คำ
บอกอารมณ์ความรสู้ ึกดีใจ พอใจ ต่ืนเต้นสนกุ สนาน สบายใจและมีความสขุ ซง่ึ คำดังกลา่ วลว้ นแตส่ รา้ งพลงั
กระเทือนใจแกผ่ อู้ ่านใหเ้ กิดอารมณร์ ว่ มด้วย ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี

“แมจ้ ะงว่ งแค่ไหน แต่คนทย่ี งั ไม่นอนก็เดนิ ดุ่ม ๆ ไปคดขา้ วใส่จาน แล้วไปนง่ั รอท่โี ต๊ะหนา้ ทวี ี
พรอ้ มช้อนซ้อม ความหิวชนะทุกอย่างจริง ๆ น้ำเสยี งใส ๆ ลอ้ เลียนหมีแพนด้าตัวเข่ืองที่นั่งง่วงรอกับข้าว แม้
คุณชายประจำบ้าน…แตแ่ ม่ครัวก็ยงั คงย้ิมร่าเริงได้อยเู่ หมือนเคย พรอ้ มนำทุกอยา่ งมาเสิร์ฟให้” (หนา้ 3)

จากตวั อย่างข้างต้นมีการใชศ้ ิลปะทางภาษาดา้ นการใชค้ ำแสดงอารมณ์ความรสู้ ึก จะเห็นได้ว่า
จะมีการใช้คำแสดงอารมณค์ วามรู้สึก ดังเชน่ คำว่า งว่ ง ทีบ่ อกถึงอาการของการงว่ งนอน คำว่า หิว ท่ีบอกถงึ
ความรสู้ กึ หวิ และคำวา่ ย้ิมรา่ เรงิ ท่ีบอกถงึ วา่ ตวั ละครนัน้ กำลงั มีความสขุ อยู่ ซึ่งเป็นการใชส้ ่อื ความรสู้ ึกของ
เธียรวัฒนท์ ่ีกำลงั ง่วงแต่ก็ยงั จะเดินไปหาไรกนิ เพราะความหิว ทำใหเ้ มยที่กำลังดอู ยู่น้ันย้ิมออกมา

1.2 การใช้คำแสดงอาการเคลอ่ื นไหว
ในนวนยิ ายในนวนิยายเรื่อง “อกเกอื บหักแอบรักคุณสามี” ผูศ้ กึ ษาพบว่า เป็นการเลือกคำ

เพือ่ แสดงให้ผูอ้ า่ นเข้าใจถึงอารมณ์ความรู้สึกของตวั ละครอย่างลึกซง้ึ อารมณ์ร่วมไปกับตัวละครดว้ ย ไมว่ า่ จะ
เป็นความสุขหรือความทุกข์ก็ตาม คำบอกอาการเคล่อื นไหวในนวนยิ ายเร่อื ง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี”
นำมาใช้ คอื การเคลื่อนไหวของสงิ่ ตา่ ง ๆ ท่ีทำใหเ้ ราเหน็ และจินตนาการตามได้ ดังตวั อย่างต่อไปนี้

“แม้จะงว่ งแคไ่ หน แต่คนที่ยังไม่นอนก็เดนิ ดมุ่ ๆ ไปคดข้าวใสจ่ าน แลว้ ไปนั่งรอท่ีโต๊ะหนา้ ทวี ี
พรอ้ มช้อนซ้อม” (หน้า 3)

53

จากตัวอยา่ งขา้ งตน้ มกี ารใชศ้ ลิ ปะทางภาษาด้านการใช้คำแสดงอาการเคล่ือนไหวของเธยี รวัฒนท์ ่ี
กำลงั เดนิ ไปเพ่ือจะคดข้าวกิน จะเห็นได้ว่าในข้อความขา้ งต้นจะมกี ารใชค้ ำแสดงอาการเคลอ่ื นไหว ไดแ้ ก่ คำวา่
เดินดุ่ม ๆ ที่บ่งบอกถึงการเคล่ือนไหวโดยการเดนิ ของตวั ละคร

1.3 การใชค้ ำบอกแสง
คำบอกแสงเปน็ การให้แสงเงา ความสว่างของสงิ่ ที่ต้องการนำเสนอ ซ่งึ ช่วยผู้อ่านเกิด

จินตภาพทง่ี ดงามเกย่ี วกบั บรรยากาศและสถานที่ทน่ี ำเสนอเกย่ี วกบั ฉาก คำบอกแสงในนวนิยายเรอื่ ง
“อกเกือบหักแอบรกั คุณสามี” นำมาใช้ คอื การใช้คำบอกแสงท่กี ระพริบ ส่องประกาย การใช้คำบอกแสงที่
เปน็ แสงอ่อน ๆ ที่ค่อย ๆ สว่างขึ้น การใชค้ ำบอกแสงที่ส่องสว่าง เจดิ จ้า การใชค้ ำบอกแสงที่อ่อนแสงการใชค้ ำ
บอกแสงทีห่ ม่นมัวและมืด ซ่ึงล้วนทำใหเ้ ห็นภาพของฉากตามเน้ือเรื่อง เพิ่มความงดงามให้แก่เนือ้ เรื่อง ทำให้
ผูอ้ า่ นเกดิ การสัมผัสถึงความรู้สกึ น้ัน ดังตัวอยา่ งต่อไปนี้

“ภายในหอ้ งนอนบนคอนโดหรูกลางเมอื ง ม่านหนาถูกปดิ สนิทไมใ่ ห้แสงรำไรจากโลกภายนอก
เลด็ ลอดเข้ามา” (หน้า 1)

จากตวั อยา่ งขา้ งต้นมีการใช้ศลิ ปะทางภาษาด้านการใช้คำบอกแสงของม่านภายในห้องของเธียร
วัฒนท์ ่ีปิดสนทิ ไมใ่ ห้แสงนัน้ เข้ามาได้ จะเหน็ ได้วา่ ในข้อความขา้ วต้นนีจ้ ะมกี ารใช้คำบอกแสง ได้แก่ คำวา่ แสง
รำไร ท่ีบ่งบอกถึงความสวา่ งของแสงท่ผี ่านเข้ามา แตใ่ นตัวอย่างขา้ งต้น คำว่า แสงรำไร เป็นการใช้บอกถึงการ
ที่ไมต่ ้องการใหม้ ีแสงรำไร หรือแสงอะไรเล็ดลอดเขา้ มาในห้องได้

1.4 การใช้คำบอกสี
ในนวนิยายในนวนิยายเรอ่ื ง “อกเกือบหักแอบรกั คุณสามี” ผู้ศกึ ษาพบว่า คำบอกสที ี่นำมาใช้

มีความหลากหลายและพิถพี ิถันในการใช้คำบอกสี เลือกใช้คำในการขยายเพ่ือใหร้ ายละเอียด อธิบายสง่ิ ท่ี
ตอ้ งการกล่าวถงึ เพราะคำบอกสีบางคำจะตอ้ งเลือกใชค้ ำให้เขา้ กนั หรือลักษณะของสที ี่มีการผสมกันอยหู่ รือ
ภาพตัดกันของสี หรอื การแสดงอารมณค์ วามรู้สึกควบคู่ไปกับการใช้คำบอกสี ซง่ึ ทำใหผ้ ู้อ่านเกดิ ความรสู้ กึ ร่วม
และเขา้ ถงึ บรรยากาศไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ดังตวั อย่างต่อไปน้ี

“คำพูดเหลา่ นี้ สำหรบั เขาคงเป็นเพยี งนทิ านที่เอาไวเ้ ลา่ ใหเ้ ด็กฟัง เพราะบนโลกสีเทา ๆ ของเขา”
(หน้า 1)

54

จากตวั อย่างข้างตน้ มีการใชศ้ ลิ ปะทางภาษาด้านการใช้คำบอกสีของโลกของเรา ซึง่ เปน็ การ
เปรียบเทียบทว่ี ่าโลกของเรานั้นเปน็ เหมอื นสีเทา เพราะมแี ต่ความมืดมน ไม่สดใส จะเห็นไดว้ ่าในในตวั อย่างจะ
มกี ารใชค้ ำบอกสี ได้แก่ คำวา่ บนโลกสีเทา ๆ ซ่งึ เปน็ การเปรียบเทยี บคำวา่ โลกทมี่ นหมองโดยการใสส่ ีเข้าไป
ซงึ่ คำวา่ สเี ทานน้ั เปรยี บไดก้ ับสีหมอกท่ีดมู ดื มน

1.5 การใชค้ ำบอกสียง
ผลจากการศกึ ษาในนวนิยายเร่ือง “อกเกือบหักแอบรกั คณุ สามี” ผศู้ กึ ษาพบว่า คำบอกเสยี งท่ี

นำมาใชน้ ั้นมีความหลากหลาย ทำให้เขา้ ถึงตัวละครได้จริง ๆ เป็นคำทที่ ำใหผ้ ู้อา่ นรบั รสจินตภาพของเสยี งโดย
สมั ผสั กบั เสียงของคำที่ปรากฏออกมาโดยได้ยนิ เสียงของคำในการเลยี นเสียงแบบต่าง ๆ และยังหมายถึง
คำบอกเสยี งและน้ำเสียงของตวั ละครทเ่ี ปล่งออกมาโดยมีโทนเสยี งสามารถบอกระดบั ความเข้มและอ่อนของ
อารมณ์ตวั ละครในขณะนน้ั ได้ซง่ึ จะทำใหผ้ ู้อา่ นได้รบั สารทช่ี ัดเพ่มิ ขึ้น ซง่ึ ในนวนิยายเรอื่ ง “อกเกือบหักแอบรกั
คุณสาม”ี จะมีการใชเ้ สยี งบอกอารมณ์ หรอื จะเป็นการใช้เสียงบอกส่งิ ท่ีกำลงั เคล่อื นไหวอยเู่ ราได้คิดภาพตาม
กันไปได้ ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้

“เสียงแจ้ว ๆ ของยายเมยเรยี กให้พช่ี ายคนรองดูดว้ ยความต่นื เตน้ ดวงตากลมโตจดจ้องอยู่แตก่ บั
พี่สะใภใ้ นชุดไทยจักรพรรดิยกดนิ้ ทองทับสไบสีกลบี บวั โรย” (หน้า 11)

จากตวั อย่างข้างตน้ มีการใช้ศลิ ปะทางภาษาดา้ นการใช้คำบอกเสยี งของเมยท่ีกำลงั เรียกพเี่ ธยี รให้
ดูพม่ี ่นท่วี ันน้ีแตง่ ตัวสวยมาก จะเหน็ ได้ว่าในตวั อย่างจะมกี ารใช้คำบอกเสยี ง ดังตวั อย่างคำวา่ เสยี งแจว้ ๆ
เป็นการบอกถึงการสง่ เสยี งของตัวละครทเี่ ปลง่ ออกมา

1.6 การใชค้ ำบอกรส
ผลจากการศกึ ษาในนวนิยายเร่อื ง “อกเกอื บหักแอบรักคณุ สาม”ี ไดน้ ำคำบอกรสมากลา่ วถงึ

รสชาติของอาหารทำให้ผู้อ่านเกิดความร้สู กึ และสมั ผสั รสดว้ ยจนิ ตนาการเสมือนผอู้ า่ นได้ลิ้มรสด้วยตนเอง
ซง่ึ ในนวนยิ ายในนวนิยายเร่อื ง “อกเกือบหกั แอบรักคุณสามี” น้ันได้เน้นการบอกรสในทางดา้ นอาหาร ดงั
ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี

“หลังจากเรยี งทอดมันกุง้ ใส่จานอย่างสวยงาม นทรี ินเลยหนั ไปชมิ แกงเลยี งในหม้อที่กำลังได้ท่ี
นำ้ ซปุ จากผกั รมิ รั้วรสชาตกิ ลมกลอ่ ม” (หน้า 142)

55

จากตัวอยา่ งข้างตน้ มกี ารใช้ศิลปะทางภาษาดา้ นการใช้คำบอกรสชาตขิ องแกงเลยี งที่เมยได้ทำตัง้
เอาไว้ให้พีเ่ ธยี ร จะเห็นไดว้ า่ ในในตวั อยา่ งแรกจะมกี ารใชค้ ำบอกรส คำว่า รสชาตกิ ลมกล่อม ที่บง่ บอกถงึ รส
ชาตอาหารทีก่ ลมกล่อม ทำให้ผอู้ า่ นรสู้ กึ เหมือนได้ลิ้มลองรสชาตนิ น้ั จรงิ ๆ

1.7 การซำ้ คำ
ผลจากการศกึ ษาในนวนิยายเร่อื ง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” ผศู้ ึกษาพบว่ามีการกลา่ วคาํ

เดยี วกันซํ้าเป็นจำนวน 2 ครั้งข้นึ ไป อาจจะกล่าวซา้ํ โดยต่อเน่ืองกัน ในภาษาเขียนจะปรากฏการใส่
เคร่อื งหมายไม้ยมก ( ๆ ) หรือมีคาํ หรือวลมี าคนั่ ซึ่งจะพบได้มากในหนังสือนวนิยายในเล่มน้ี ดงั ตวั อย่างต่อไปนี้

“เอ่อ...พ่เี ธียรคะ” สาวนอ้ ยเอ่ยทกั ก่อนอย่างกลา้ ๆ กลวั ๆ โดยมกี ลุ่มเพ่ือนสาวคอยลุ้นกัน
อยู่ตรงประตูทางเข้าแผนก เพราะเธอมายืนอยูต่ รงน้ีก็นานแลว้ แต่กลับไมม่ ีทา่ ทวี ่าคนท่กี ำลังย่งุ จะเงยหน้ามา
ดเู ธอเลย” (หนา้ 4)

จากตวั อย่างขา้ งตน้ มีการใชศ้ ิลปะทางภาษาด้านการซ้ำคำ ดงั เชน่ คำว่า กลา้ ๆ กลวั ๆ ท่บี ่ง
บอกถงึ อาการลังเล จะกลา้ ก็ไม่กลา้ จะกลวั ก็ไม่กลัว เหมือนอย่างท่เี มยกำลังรวบรวมความกลา้ ทจี่ ะเรยี กพ่เี ธียรให้
หันมา

1.8 การใชค้ ําภาษาตา่ งประเทศ
ผลจากการศกึ ษาในนวนิยายเรอ่ื ง “อกเกือบหกั แอบรักคณุ สามี” ผู้ศกึ ษาพบว่าคำท่ีปรากฏจะ

พบคาํ ท่ีมาจากภาษาองั กฤษ เป็นการใช้ในลกั ษณะทบั ศัพท์ภาษาโดยใชต้ วั อกั ษรภาษาไทยแทนการออกเสยี ง
ของคํา ซึง่ ทำให้เหน็ ถึงความทันสมัยในการเลอื กใชภ้ าษาในต่างประเทศมาทบั ศัพท์ ทำให้รู้ว่าคนใน
ชีวิตประจำวันของเรานนั้ ก็มกั จะชอบพูดทบั ศัพท์ออกมาเลย ดงั ตวั อย่างต่อไปน้ี

“พวกมันเห็นโรงพยาบาลเปน็ งานปารต์ ี้รียังไง” เธียรวฒั นม์ องดว้ ยความอจิ ฉา ที่ทุกคนเดินเหิน
กนั อยา่ งสบาย ยง่ิ เหน็ ก็ย่งิ รำคาญตวั เองท่ตี ้องนอนอย่แู ตบ่ นเตยี ง (หน้า 27)

จากตวั อยา่ งขา้ งต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใช้ภาษาตา่ งประเทศของเธยี รวัฒน์ท่ีกำลงั บ่น
เพ่ือน ๆ ทม่ี าเยยี่ มเขาทีโ่ รงยาบาลแตก่ ลับเอาซดี ีหนงั มาเปิดดูกนั อย่างเพลดิ เพลนิ จะเห็นได้วา่ ในตวั อย่างจะมี
การใชค้ ำภาษาต่างประเทศ ตัวอยา่ งเชน่ ปาร์ต้ี เปน็ การทับศัพทภ์ าษาอังกฤษ ซง่ึ จรงิ ๆ สามารถใชค้ ำว่างาน
เลีย้ งแทนก็ได้ แตผ่ ้แู ต่งใชค้ ำที่ทันสมยั เพื่อใหน้ วนิยายมีความนา่ อน่ื ยิง่ ข้ึน

56

1.9 การใช้ภาษาพูด
ผลจากการศกึ ษาในนวนยิ ายเรื่อง “อกเกอื บหักแอบรักคณุ สามี” ผศู้ กึ ษาพบว่าภาษาพูด บางที

เรยี กวา่ ภาษาปาก หรอื ภาษาเฉพาะกลุม่ เช่น ภาษากล่มุ วยั รุ่น ภาษากลุม่ มอเตอร์ไซคร์ ับจา้ ง ภาษาพดู ไม่
เคร่งครัดในหลักภาษาบางคร้ังฟงั แลว้ ไมส่ ุภาพมักใช้พูดระหวา่ งผูส้ นทิ สนม ผูแ้ ตง่ นำภาษาปากไปใช้เป็นภาษา
พูดของตวั ละครเพื่อความเหมาะสมกบั ฐานะตัวละคร ซง่ึ ในนวนยิ ายเล่มนกี้ จ็ ะมีการใชภ้ าษาพดู ของตัวละคร
เพื่อให้ดธู รรมชาติ ผู้เขียนเลยใช้ภาษาพูดในการเขียนลงไป ทำใหเ้ ข้าถึงตัวละคนแตล่ ะตัวไดง้ า่ ยดาย ดงั
ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี

“อะไรวะ อุตส่าห์เชยี ร์” คนแพ้หนั ไปค้อนสาวน้อยท่ีนึกว่าจะเป็นตวั เต็งของวันี้ (หน้า 6)

จากตวั อย่างข้างต้นมกี ารใชศ้ ิลปะทางภาษาดา้ นการใช้ภาษาพดู ในฉากเป็นเหตกุ ารณ์ที่มหี ญงิ
สาวคนหนง่ึ ไปชวนเธยี รวฒั น์เพือ่ ไปกนิ ขา้ ว แต่ก็โดนเธียรวัฒน์ปฏเิ สธอยา่ งหนา้ ตาเฉย จะเหน็ ไดว้ ่าในใน
ตัวอย่างจะมีการใช้ภาษาพดู คำวา่ อะไรวะ ทำให้เห็นถงึ ภาษาพดู ที่ใช้ในชวี ติ ประจำวัน มักใช้กับคนท่มี คี วาม
สนิทสนมคนุ้ เคยกันเป็นพเิ ศษ หรอื ใชก้ บั กลุ่มเพื่อน

1.10 การใช้คาํ ไม่สุภาพ
ผลจากการศึกษาในนวนิยายเรือ่ ง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” คือคาํ ที่อยใู่ นระดบั ภาษา

ปาก อาจใช้กับผทู้ ่ีมีความสนทิ สนมคนุ้ เคยกันหรอื ใช้ตาํ หนติ ิเตยี นฝา่ ยตรงกันข้ามด้วยความไม่ให้เกยี รติ ซึง่ ใน
เร่ืองก็จะไม่ค่อยปรากฏเยอะ ทำให้ไม่ค่อยจะเจอคำทไี่ มส่ ภุ าพในหนงั สือนวนยิ ายน้ี ดังตัวอยา่ งต่อไปน้ี

“บริพงศไ์ ด้แตส่ า่ ยหนา้ ระอาเธียรวฒั น์ ถ้าเกิดเขาเป็นน้องคนนนั้ คงไดข้ องวันนี้ เอารองเท้า
ยดั ปากมนั ก่อนกลบั แน่!” (หน้า 4)

จากตัวอย่างขา้ งตน้ มีการใช้ศิลปะทางภาษาด้านการใชค้ ำไม่สุภาพ จะเหน็ ไดว้ า่ ในใน
ตวั อย่างจะมกี ารใช้คำไม่สุภาพ ดงั ตวั อย่าง คำว่า เอารองเท้ายัดปากมนั ก่อนกลบั แน!่ ซ่ึงในฉากริพงศ์เกดิ
ความไม่พอใจเธยี รวฒั น์เลยพูดคำไม่สภุ าพออกมา

57

2. การใช้สำนวนโวหาร
2.1 บรรยายโวหาร
ผลการวิเคราะหผ์ ู้ศกึ ษาพบวา่ ในนวนยิ ายเรือ่ ง “อกเกอื บหักแอบรักคุณสาม”ี ใช้ศิลปะการใช้

ภาษาเป็นการใชภ้ าษาในการเลา่ เร่อื ง บรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ ทเี่ กดิ ข้นึ ในนวนยิ ายอยา่ งละเอียด เพื่อให้
ผู้อา่ นเขา้ ใจเร่ืองราวความเป็นมาของตัวละคร ภูมิหลงั และเหตผุ ลท่ี ตัวละครได้กระทำสงิ่ ใดส่ิงหน่ึง รอมแพง
มกั ใชว้ ธิ กี ารบรรยายโวหารเม่ือต้องการใหเ้ ร่ืองราวดำเนนิ ต่อไปโดยไมไ่ ดล้ งรายละเอยี ดท่ีตัวละครมากนัก
ดงั ตวั อย่างต่อไปนี้

“มือของแม่ส่ันไปหมด เม่ือพยายามกุมมือของเขาทมี่ สี ายนำ้ เกลือระโยงระยางอย่างระมดั ระวงั
เพราะกลวั จะทำเขาเจ็บมากไปกวา่ นี้ ปรวิ ตั ถท์ ่ีควรจะอยูเ่ ชียงของก็มาดว้ ย และเอ้ือมมอื มาแตะตัวเขาไว้
เชน่ เดยี วกัน โดยมภี รรยาคือมนต์วธูยืนอยูข่ า้ งๆ ดว้ ยสหี นา้ เปน็ ห่วง ทุกคนหนา้ ตาเหมือนอดนอนกนั มา
หลายคืน เขาแอบสงั เกตเหน็ ดว้ ยว่าพช่ี ายตาแดงจนช้ำ” (หนา้ 24)

จากตวั อยา่ งขา้ งตน้ มีการใชศ้ ิลปะทางภาษาด้านบรรยายโวหาร ซ่ึงในฉากนั้นป้าจไี ด้มีความเป็น
ห่วงเธยี รวัฒนอ์ ยตู่ ลอดเวลา คอยเฝ้าไม่ห่าง จะเหน็ ได้ว่าในตวั อยา่ งเป็นการบรรยายถึงความรักของแม่ทม่ี ีต่อ
ลูก แสดงอาการเป็นห่วงตา่ ง ๆ นานา ผู้เขียนต้องการสอ่ื ใหเ้ ห็นความรกั ทบี่ รสิ ุทธิ์ของแม่ที่หวังดตี ่อลกู เสมอมา

2.2 พรรณนาโวหาร
ผลการวเิ คราะห์ผู้ศกึ ษาพบวา่ ในนวนยิ ายเร่ือง “อกเกือบหกั แอบรักคณุ สาม”ี ใช้ศลิ ปะการใช้

ภาษาการใช้การพรรณนาโวหาร เป็นการใชภ้ าษาท่ีมชี น้ั เชิงรำพงึ รำพัน ทงั้ น้ีอาจจะเป็นการรำพึงรำพนั กิริยา
ทา่ ทางของตัวละคร หรอื เป็นการใส่บทสนทนาการรำพงึ รำพนั ผ่านตวั ละคร เปน็ การสอดแทรกอารมณ์
ความร้สู กึ ของผู้เขยี น เพ่ือโน้มนา้ วใหผ้ ูอ้ ่านเกิดความรู้สกึ สะเทือนใจและคล้อยตาม ทำให้ผ้อู า่ นเข้าใจ
ความรู้สกึ ของตวั ละครหรอื เห็นภาพเหตุการณ์อย่างละเอยี ด ดงั ตัวอยา่ งต่อไปนี้

“เจ้าของเสียงหวานหวั เราะในลำคออย่างพึงพอใจ เล็บสีแดงสดจบั ปลายคางขาวจดั น้นั ใหห้ นั
กลบั มา แล้วกดริมฝปี ากเคลือบลิปสติกสเี ลอื ดนกลงบนปากสแี ดงเรื่อโดยธรรมชาตอิ ยา่ งอดใจไม่ไหว มือหนาที่
กำลังติด กระดุมเสื้ออยจู่ ึงต้องหยดุ ลง เพราะถูกคั่นจงั หวะดว้ ยรสจบู อันดดู ด่มื สดุ ท้ายคนทีค่ ิดจะกลับบ้านจงึ
ต้องล้มตวั ลงบนเตยี งอีกครงั้ ” (หน้า 2)

58

จากตัวอยา่ งข้างต้นมีการใชศ้ ิลปะทางภาษาดา้ นพรรณนาโวหารถงึ ฉากทญ่ี าดากำลงั อย่กู บั เธียร
วฒั น์ ญาดาพยายามย่วั ยเุ ธยี รวัฒน์จนสำเรจ็ จะเหน็ ไดว้ ่าในตวั อย่างเปน็ การพรรณนาถงึ ยิ่งย่วั ยุตา่ ง ๆ ทำให้
เราเกิดภาพจินตนาการ และคลอ้ ยไปตามกบั อารมณข์ องผู้เขียน

3. การใช้ภาพพจน์
3.1 อปุ มา
ผลการวิเคราะห์ผู้ศึกษาพบว่าในนวนยิ ายในนวนิยายเรือ่ ง “อกเกือบหักแอบรกั คุณสาม”ี ใช้

ศลิ ปะการใชภ้ าษาดา้ นอปุ มาที่หลากหลาย สิ่งท่ีนำมาเปรยี บนน้ั ทำใหผ้ ูอ้ า่ นเกดิ ภาพที่ชดั เจน สามารถสมั ผัสถงึ
ส่ิงทก่ี ลา่ วถงึ ได้ ไมว่ ่าจะเป็นลักษณะของตวั ละคร ลักษณะฉาก รวมท้ังอารมณ์ความรู้สกึ ของตวั ละคร อปุ มา ท่ี
ใช้น้นั คอื การใช้สิง่ เปรยี บเทียบหนึ่งอย่าง การใชส้ ่ิงเปรยี บเทยี บสองอย่างการใช้ส่ิงเปรยี บเทียบมากกวา่ สอง
อย่าง และสงิ่ ทีน่ ำมาเปรยี บกเ็ ช่น ความรสู้ กึ ของตวั ละครในเรอื่ ง และสามารถเลอื กสือ่ สารสง่ิ เปรยี บได้เขา้ กนั
อีกท้ังเขา้ กบั ฉาก อารมณ์ความรู้สกึ ของตวั ละคร แสดงใหเ้ หน็ ถึงความสามารถและต้องการกลา่ วถึงใหส้ ่ือสาร
กบั ผอู้ ่านใหเ้ ข้าใจมากท่สี ดุ ดังตวั อย่างต่อไปนี้

“เธยี รวฒั น์นั่งน่ิง ทำตัวกลมกลนื ไปกับเสาที่พงิ อยู่ราวไม่มีส่วนเก่ยี วขอ้ งจนประภาแม่ตวั จรงิ ของ
เมยเดินเข้ามารว่ มวง” (หนา้ 13)

จากตวั อยา่ งข้างต้นมกี ารใช้ศิลปะทางภาษาดา้ นอุปมา ซ่ึงในฉากเธียรวัฒน์น้นั ทำเป็นไมไ่ ด้ยินส่ิงท่ี
ป้า ๆ พดู กัน เลยทำตัวกลืนไปกับเสาที่พงิ อยู่ จะเหน็ ได้วา่ ในตัวอย่างนน้ั จะมกี ารใช้คำเปรียบเทียบอุปมา
ตวั อย่าง คำวา่ ราวกับ ทใ่ี ช้เปรียบเทียบส่งิ หนง่ึ กบั ส่ิงหนึ่งเพ่ือให้เห็นเห็นภาพทชี่ ัดเจนยงิ่ ขึ้น

3.2 อปุ ลักษณ์
ผลการวเิ คราะหผ์ ู้ศกึ ษาพบวา่ ในนวนยิ ายเร่ือง “อกเกือบหักแอบรักคณุ สาม”ี ใชศ้ ิลปะการใช้

ภาษาดา้ นอุปลักษณ์ที่คล้ายคลงึ กนั กับอปุ มา คือ การใช้สิ่งเปรียบเทยี บหนึ่งอยา่ ง การใช้สิ่งเปรยี บเทียบ
สองอย่าง การใช้สง่ิ เปรียบเทียบมากกวา่ สองอย่าง และใชส้ ง่ิ เปรยี บไมต่ า่ งกันคือ คน สัตว์ พืช
ส่งิ ของ และอืน่ ๆ ซ่ึงทำใหเ้ กิดภาพของฉาก พฤติกรรมของตัวละคร รวมท้ังอารมณ์ความรู้สึกด้วย ดังตวั อย่างต่อไปนี้

“คำพูดเหลา่ นี้ สำหรบั เขาคงเปน็ เพียงนิทานทีเ่ อาไว้เลา่ ให้เด็กฟัง เพราะบนโลกสีเทา ๆ ของเขา”
(หน้า 1)

59

จากตัวอย่างข้างต้นมีการใช้ศิลปะทางภาษาดา้ นอุปลักษณ์ จะเห็นไดว้ า่ ในตัวอยา่ งแรกน้นั จะมี
การใช้คำเปรยี บเทียบอุปลักษณ์เช่น คำว่า เปน็ ทบี่ ง่ บอกถึงการเปรยี บเทยี บส่งิ หนึ่งเป็นอีกสงิ่ หนึง่ ใชว้ ธิ ีกลา่ ว
เป็นนัยใหเ้ ขา้ ใจเอาเอง

3.3 สัทพจน์
ผลการวิเคราะห์ผู้ศกึ ษาพบวา่ ในนวนยิ ายเรื่อง “อกเกือบหกั แอบรกั คณุ สาม”ี ใช้ศลิ ปะการใช้

ภาษา เป็นการใชเ้ คร่ืองมือทางภาษาเลียนเสยี งท่เี กิดขึ้นจริงในธรรมชาติ หรอื ในชวี ิตประจำวนั เปน็ การสรา้ ง
จินตนาการใหผ้ ้อู ่านเกดิ ความร้สู ึกคลอ้ ยตามเร่ืองราวท่ผี เู้ ขียนเล่า เม่อื ผู้อา่ นอา่ นมาถึงตอนน้กี ารใช้
ภาพพจน์สัทพจนท์ ำให้ผู้อา่ นเกิดจนิ ตนาการในเร่อื งราวทผ่ี ้เู ขยี นตอ้ งการสื่อความหมายได้ชดั เจนยิง่ ข้ึน ดงั
ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้

“นทีรนิ ย้มิ ออกมาอย่างเคลิบเคล้ิม กอ่ นจะตบหน้าตัวเองดงั ฉาด เพียะ!” (หนา้ 104)

จากตวั อยา่ งข้างต้นมีการใชศ้ ิลปะทางภาษาด้านสทั พจน์ ซง่ึ ในฉากเมยนัน้ กำลงั ยิ้มดีใจจนต้อง
ตบหน้าตัวเองดวู ่าฝันไปหรือเปลา่ จะเหน็ ไดว้ ่าในตัวอยา่ งนั้นจะมกี ารใชค้ ำเปรียบเทยี บสทั พจน์เชน่ คำว่า
เพยี ะ! ท่ีบ่งบอกถึงเสียงตบหน้าของเมย เพ่ือให้ตัวเองไดส้ ติ

อภิปรายผล

การศกึ ษาศลิ ปะการใช้ภาษาในนวนิยายเร่ือง “อกเกือบหักแอบรักคุณสามี” อภปิ รายผลได้ดังนี้ต่อไปน้ี
การใช้คำในนวนยิ ายเร่ือง “อกเกือบหักแอบรักคุณสาม”ี น้ันแตกตา่ งจากนวนยิ ายในอดีต เป็น
นวนิยายทีท่ ันสมยั มากขนึ้ การใชค้ ำไม่ไดป้ ระณตี เหมือนนวนยิ ายในอดตี แต่เนน้ ความเข้าใจของผอู้ ่าน
คำนึงถงึ ความสำคัญของการส่ือสารท่ตี ้องการจะพาผู้อ่านเข้าไปในโลกของนวนยิ ายได้งา่ ยขึน้ นบั ไดว้ า่ มีการใช้
คำทีส่ ้นั เข้าใจง่าย ทนั สมยั และสมจริงตามยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตร์ เปน็ สิ่งสำคัญที่ทำให้นวนิยายเรอ่ื ง
“อกเกือบหักแอบรกั คณุ สามี” ได้รบั ความนยิ มจากผู้อา่ นทุกเพศ ทุกวัย ทกุ อาชพี การใชค้ ำของนาวาร้อยกวี
น้ันหากเรอ่ื งดำเนนิ อยู่ในยุคปัจจุบนั ลกั ษณะการใช้คำจะเป็นภาษาสมัยใหม่ ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจได้
งา่ ย การใชค้ ำไมซ่ บั ซอ้ น เพอ่ื แสดงให้เหน็ วา่ ตัวละครแต่ละตัวเปน็ คนสมัยใหม่ มีความสมจริงของตวั ละคร
ทำให้นวนิยายของนาวารอ้ ยกวนี น้ั กลายเปน็ นวนิยายสมัยใหม่ที่ได้รบั ความนิยมในปจั จบุ นั
การใช้โวหารในนวนิยายเรอื่ ง “อกเกือบหกั แอบรกั คณุ สามี” มกี ารใช้โวหารทเี่ หน็ ไดช้ ัดเจน คือ

60

เมอื่ ต้องการเลา่ เรื่องหรือต้องการบอกเหตุการณ์ความเปน็ ไปมักจะใช้บรรยายโวหาร เม่ือต้องการสร้างความ
สะเทอื นใจ รำพึงรำพนั เพอ่ื ให้ผ้อู า่ นเห็นภาพท่ชี ัดเจน ผู้เขียนมกั จะใช้บรรยายโวหารเลา่ เร่อื งบรรยาย
เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ และเมื่อต้องการทำให้ผู้อา่ นเกดิ ความร้สู กึ รว่ มไปกบั ตัวละครกม็ ักจะใช้การพรรณนาโวหาร

การใชภ้ าพพจน์ในนวนิยายเร่ือง “อกเกือบหักแอบรกั คุณสาม”ี ใชภ้ าพพจนเ์ พ่ือนำเสนอเรือ่ งราว
ต่าง ๆ ทำใหผ้ ูอ้ ่านเกิดภาพขึ้นในใจ นอกจากนย้ี ังพบว่าการใช้ภาพพจน์ มกั จะใช้ในการเลา่ เรอ่ื งราวหรอื
บรรยายกริ ิยาอาการของตวั ละคร นอ้ ยครงั้ ทจี่ ะใช้ผา่ นบทสนทนาของตวั ละคร ดว้ ยความสามารถในการสร้าง
ภาพใหเ้ กดิ ขนึ้ ในใจผู้อา่ นด้วยพลงั แหง่ ภาษา ทั้งนก้ี ารใชภ้ าษาท่ีทำให้เกิดอารมณ์ หรอื เกิดเหตกุ ารณ์ท่แี ตกต่าง
กัน กลวธิ กี ารนำภาษามาใช้ก็ย่อมแตกตา่ งกนั

การศึกษาครั้งน้ีผู้ศกึ ษาพบวา่ จากผลการวเิ คราะห์ศิลปะการใช้ภาษาของนาวาร้อยกวี ท่ีปรากฏใน
นวนิยาย “อกเกอื บหักแอบรักคุณสามี” ทำให้มองเห็นถึงลักษณะเฉพาะในดา้ นการใช้ภาษาของนาวาร้อยกวี
วา่ เป็นนักเขยี นทสี่ ามารถใช้ภาษาได้อย่างประณตี บรรจงพิถพี ิถันเลือกสรรภาษาวรรณศิลป์ได้อย่างสละสลวย
สมเหตุสมผล และสมจริง ใชค้ ำและความทกี่ ระชบั ชัดเจน แตก่ นิ ใจความกว้างใช้ภาษาท่ีเรียบงา่ ย จริงใจ ช่วย
ให้ผูอ้ า่ นเข้าใจงา่ ย สามารถเข้าถงึ ผูอ้ า่ นได้ทุกเพศทุกวัยสร้างการยอมรับ และประทับใจในผลงานวรรณกรรม
ได้เปน็ อย่างดี โดยผู้ศกึ ษากำหนดหนดไว้ ซ่งึ แบง่ เปน็ 3 ประเภท ไดแ้ ก่ การใช้คำ การใช้สำนวนโวหาร และ
การใช้ภาพพจน์ ซ่ึงมคี วามใกล้เคียงกบั งานวิจัยของ อรจริ า อัจฉริยไพบูลย์ (2554) ศึกษาเรอื่ ง การวเิ คราะห์
ศิลปะการใช้ภาษาในนวนยิ ายเรอ่ื ง “ชา่ งสําราญ” พบว่าจะวิเคราะห์ศลิ ปะการใชภ้ าษา 4 ดา้ น ไดแ้ ก่ การใช้
คำ การใช้ประโยค การใช้สำนวนโวหาร และการใช้ภาพพจน์ ผ้เู ขียนเลอื กใชล้ กั ษณะเด่นของศลิ ปะการใช้
ภาษาเข้ามานําเสนอเร่ืองราว เมื่อจะสอื่ ถึงความทุกขย์ ากลาํ บากของตวั ละคร เดือนวาด พิมวนามักจะเลือกใช้
ภาษาท่สี ่ือความโดยการเสนอแนะผา่ นการใช้สํานวนโวหาร และการใช้ภาพพจนส์ ่วนเรื่องราวเกยี่ วกับความสขุ
สาํ ราญของตัวละคร เดือนวาด พมิ วนามักจะเลือกใช้ภาษาทส่ี ือ่ ความโดยตรง ผา่ นการใช้คํา และการใช้
ประโยค โดยเนอ้ื หาประเภททพ่ี บมากท่ีสดุ คือ การใชค้ ำ การใช้สำนวนโวหาร และการใช้ภาพพจน์ จะเหน็ ได้
จากการศึกษาศิลปะการใชภ้ าษาในนวนยิ ายเร่อื ง “อกเกือบหักแอบรักคุณสาม”ี ซึ่งมีความสอดคล้องกับ
งานวจิ ัยขา้ งต้น 3 ด้าน คือ การใชค้ ำ การใช้สำนวนโวหาร และการใช้ภาพจน์ สว่ นการใชป้ ระโยค จาก
งานวจิ ยั ขา้ งต้น ผู้ศึกษาไม่ได้ศึกษา เน่ืองจากเน้ือหาในนวนิยายท่ผี ศู้ ึกษาเลือกศึกษา ไม่ค่อยมีเนื้อหาของการ
ใชป้ ระโยคขา้ งตน้ อาจเปน็ เพราะในนวนิยายของนาวาร้อยกวีไมค่ ่อยมีการใชป้ ระโยค

เมือ่ นำผลการศกึ ษาท่ีได้ไปเปรยี บเทยี บกบั ผลการศึกษาท่มี ีลกั ษณะทำนองเดียวกนั เช่น งานวิจัยของ
มนชดิ า หนแู กว้ (2562) ท่ีศึกษาเรอ่ื ง กลวิธีในการนำเสนอเน้อื หาและการใช้ภาษาในนวนิยาย ของ รอมแพง
ทศี่ กึ ษาการใช้ภาษาในประเด็น การใช้คำ การใช้ประโยค การใช้ภาพพจน์ การใชโ้ วหาร และกลวธิ ีในการ
นำเสนอเนอ้ื หา ผศู้ ึกษาเห็นว่ามที ำนองเดียวกันในประเดน็ การใชค้ ำ การใช้ประโยค และการใช้ภาพพจน์

61

จะมแี คก่ ลวิธใี นการนำเสนอเนื้อหาท่ีผู้ศึกษาไม่ได้ศึกษา แลว้ ยงั มอี ีกหลาย ๆ ด้านทีผ่ ู้ศกึ ษาไม่ไดเ้ ลือกมาศึกษา
อยา่ งเชน่ การใชจ้ นิ ตภาพและภาพพจน์ ดงั ท่ี เนตรทราย คงอนวุ ฒั น์ (2550) ท่ีศึกษาเรื่องศลิ ปะการใช้ภาษา
ในนวนยิ ายของวัฒน์ วรรลยางกูร มีการศกึ ษาศิลปะการใช้ภาษาด้านจนิ ตภาพและภาพพจนอ์ นั เป็นลักษณะ
เดน่ ของวฒั น์ วรรลยางกรู ในนวนยิ ายผลการศกึ ษาพบว่าวัฒน์ วรรลยางกรู นำจนิ ตภาพมาใชเ้ พื่อใหผ้ ูอ้ า่ นเกิด
ภาพได้อยา่ งเหมาะสมกลมกลืน โดยใช้คำช่วยสือ่ ให้เหน็ รายละเอียดของสี แสง กลนิ่ รส อาการ การ
เคล่ือนไหวอารมณ์ ความรสู้ กึ และสัมผสั โดยแสดงจินตภาพเกย่ี วกับสีไดเ้ ดน่ ชัดเปน็ พเิ ศษ สว่ นภาพพจนใ์ น
นวนยิ าย ได้แก่ อุปมา อุปลักษณ์ บุคคลวัต อตพิ จน์ อธิพจน์ นามนัย สมพจนยั ปฏิภาคพจน์ ปฏปิ ุจฉา
ประชดและเหน็บแนม สทั พจน์ ปฏิรปู พจน์ อาวตั พากย์ ปฏวิ าทะ และอุทาหรณ์ วัฒน์ วรรลยางกรู สามารถ
ใชไ้ ด้ดีในทุกลกั ษณะ จุดเดน่ เฉพาะตวั คือ มกี ารใช้อธพิ จนไ์ ดอ้ ยา่ งน่าสนใจ ซึ่งลักษณะการใชภ้ าษาทงั้ หมดนี้ทำ
ให้เกิดภาพทส่ี อดคลอ้ งกับสาระสำคญั ของเรื่อง แลว้ ยงั มงี านวจิ ยั ของ สนุ ฐิ า กำเนดิ ทอง (2557) ศึกษาเรื่อง
กลวิธีการประพนั ธ์ในนวนยิ ายของ ว. วินจิ ฉัยกลุ ชว่ ง พ.ศ. 2545-2554 มีการศึกษากลวิธกี ารใช้ภาษาและ
ภาพพจน์ การใช้ภาษาเลอื กใช้คำ วลี ประโยคแสดงภาพธรรมชาติ แสดงรูปร่างหน้าตา อารมณค์ วามร้สู ึก
และความคดิ ของตัวละคร การใชภ้ าพพจน์ผูแ้ ตง่ นยิ มใช้อุปมา อปุ ลักษณ์ และอติพจน์ โดยนำอาการ
ความรู้สกึ และรูปร่างหนา้ ตาของตวั ละครเปรียบเทยี บกบั ธรรมชาติ และสง่ิ ของเครื่องใช้ จากงานวจิ ัยขา้ งต้น
จะเหน็ ได้วา่ งานวจิ ัยท้ังสองนั้นมคี วามสอดคล้องกันตรงทเ่ี ปน็ การเปน็ การศกึ ษานวนิยาย ซึง่ จะมีความ
แตกต่างกนั ตรงท่ีบางประเด็นท่ผี ูศ้ ึกษาไม่ไดศ้ ึกษา

อย่างไรกต็ ามผลการศึกษาครั้งนย้ี งั มคี วามแตกต่างจากงานวจิ ยั ของ วราพรรณ ทิ้งโคตร และนนทชา
คยั นันทน์ (2562) ศึกษาเรอ่ื ง “การใชภ้ าษาสรา้ งจินตภาพในนวนยิ ายสยองขวัญชดุ 4 ทิศตายของภาคนิ ยั ”มี
การศึกษาการใช้คำสร้างจินตภาพพบว่า มี 6 ลักษณะ ได้แก่ 1) การใช้คำสร้างจินตภาพการมองเห็น 2) การใช้
คำสร้างจินตภาพท่ีแสดงอาการและความเคลอ่ื นไหว 3) การใช้คำสร้างจินตภาพท่ีสื่ออารมณค์ วามรูส้ ึก 4) การ
ใช้คำสร้างจนิ ตภาพการได้ยิน 5) การใช้คำสรา้ งจินตภาพการสัมผัส และ 6) การใชค้ ำสร้างจนิ ตภาพการได้
กล่ิน สว่ นในดา้ นการใช้ภาพพจน์สรา้ งจินตภาพพบวา่ มี 6 ลักษณะ ได้แก่ 1) อปุ มา 2) อุปลกั ษณ์ 3)
บคุ ลาธษิ ฐาน 4) อติพจน์ 5) ปฏิภาคพจน์ และ 6) ปฏปิ ุจฉา ในการศึกษางานวจิ ยั นม้ี ีทัง้ สว่ นทส่ี อดคลอ้ ง และ
แตกต่างกนั กบั การศึกษาศิลปะการใชภ้ าษาในนวนิยายเรื่อง “อกเกอื บหักแอบรักคณุ สามี” กล่าวคือสว่ นที่
สอดคลอ้ งกนั ด้านการศึกษาอุปมา เปน็ ภาพพจนท์ ่ีผูเ้ ขยี นนยิ มนำมาใช้ใหผ้ ู้อา่ นเกิดภาพขน้ึ ในใจโดยใช้
เหตุการณใ์ นปัจจบุ นั เรื่องราว สิง่ ของ ทีผ่ ู้อา่ นสามารถสัมผสั อารมณน์ ั้นไดเ้ ปรียบเทียบกับเหตุการณ์ สง่ิ ของ
ในนวนยิ ายที่ได้ศกึ ษามาในข้างตน้ ดังกลา่ ว

62

ข้อเสนอแนะ

การศึกษาศิลปะการใชภ้ าษาในนวนยิ ายเรื่อง “อกเกือบหกั แอบรกั คณุ สามี” มขี ้อเสนอแนะ
ดังต่อไปนี้

ข้อเสนอแนะสำหรบั การนำผลการศกึ ษาไปใช้
1. ผลการศกึ ษาศลิ ปะการใช้ภาษาในนวนิยายเรอ่ื ง “อกเกือบหกั แอบรกั คณุ สาม”ี ของนาวาร้อยกวี
แสดงให้เหน็ คุณค่าทางดา้ นการใช้ศลิ ปะการใช้ภาษาในดา้ นตา่ ง ๆ ในนวนยิ ายของ นาวารอ้ ยกวี ผู้อา่ น
สามารถนำ ความรดู้ ังกลา่ วไปใช้ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ในการสร้างสรรค์ผลงานของตนต่อไป
2. ผู้อา่ นสามารถนำผลการศกึ ษาไปปรบั ประยุกต์ใชใ้ นการวิเคราะห์ การสังเคราะห์รวมถึง
การประเมนิ คา่ งานเขยี นประเภทตา่ ง ๆ ทั้งวรรณคดี และวรรณกรรมในปัจจบุ ัน
ข้อเสนอแนะสำหรับการศกึ ษาครงั้ ต่อไป
1.ควรศึกษาศลิ ปะการใชภ้ าษาในงานวรรณกรรมอน่ื ๆ ของนาวารอ้ ยกวี เพ่ือแสดงให้เห็นเอกลักษณ์
เฉพาะตวั ของนาวารอ้ ยกวี และพัฒนาการของการใช้ภาษา
2.ควรศึกษาศลิ ปะการใช้ภาษาของนาวาร้อยกวี กับนักเขยี นคนอ่นื ๆ เพื่อแสดงให้เหน็ ลักษณะร่วม
และลกั ษณะต่างของการใช้ภาษาในงานวรรณกรรม

63

บรรณนานกุ รม

64

บรรณนานุกรม

กรรมการรายวิชาภาษาไทยเพ่ือการสอื่ สาร. (2558). ภาษาไทยเพ่ือการสื่อสาร.
นวรรณ พันธุเมธา. (2549). คลังคำ. พิมพค์ ร้งั ที่ 3. กรุงเทพฯ : อมรนิ ทร์พร้นิ ตง้ิ แอนด์พบั ลิชชง่ิ .
เนตรทราย คงอนวุ ฒั น์. (2550). ศกึ ษาศิลปะการใช้ภาษาในนวนิยายของวัฒน์ วรรลยางกรู .

ปริญญาการศึกษามหาบณั ฑติ สาขาวชิ าภาษาไทย มหาวิทยาลัยทกั ษิณ.
บุญยนื จุลทอง. (2542). ความรพู้ ้นื ฐานทางด้านวรรณกรรม. โปรแกรมวิชาบรรณารักษศาสตร์

คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ สถาบนั ราชภัฏสงขลา.
ประทปี เหมือนนลิ . (2523). วรรณกรรมไทยยุคปจั จุบัน. ภาควชิ าภาษาไทย

คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ วิทยาลยั ครูเทพสตรี
ปรดี า สวุ รรณจันทร.์ (2560). วรรณกรรมศึกษา. ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็
มนชดิ า หนแู ก้ว (2562). กลวิธใี นการนำเสนอเนื้อหาและการใช้ภาษาในนวนยิ าย ของ รอมแพง.

ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลยั ทักษิณ.
รุง่ รตั น์ ทองสกลุ . (2559). ศิลปะการประพนั ธค์ ำร้องในวรรณกรรมเพลงท่ีขับร้องโดย ไม้เมอื ง.

ภาคนิพนธ์มหาบณั ฑิต มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต.
วราพรรณ ท้ิงโคตร นนทชา คยั นนั ทน์. (2562). การใช้ภาษาสรา้ งจนิ ตภาพในนวนยิ ายสยองขวญั ชุดท่ี 4

ทศิ ตายของภาคินัย. ววิ ธิ วรรณสาร.
วันเพญ็ เทพโสภา. (2555). หลักภาษาไทย. กรงุ เทพ : พ.ศ.พัฒนา.
วิเชยี ร เกษประทุม. (2558). หลักภาษาไทย. กรุงเทพ : พ.ศ.พฒั นา
สมชาย หอมหยก. (2550). ภาษาไทยเพอื่ การส่ือสาร. ปทมุ ธานี : มหาวิทยาลัยราชภฏั วไลยอลงกรณ์

ในพระบรมราชปู ถมั ภ.์
สมาคมภาษาและหนงั สือแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์ (2547). ภาษาไทยของเรา. กรงุ เทพฯ :

สาพรบุ๊คส์
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ.2554. กรุงเทพฯ : นานมบี ุ๊คสพ์ ับลเิ คชั่น.
สิทธา พินิจภวู ดล. (2520). ความรทู้ ่วั ไปทางวรรณกรรมไทย. พมิ พ์คร้ังที่ 2. กรุงเพท : ดวงกมล
สุนฐิ า กำเนิดทอง. (2545). การประพนั ธใ์ นนวนิยายของ ว.วินจิ ฉัยกุล.
โสภณ สารทรสมั ฤทธ์ผิ ล. (2554). ภาษาไทย ๑. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : ทรปิ เพิ้ล เอด็ ดูเคชน่ั .
อรจริ า อัจฉริยไพบูลย.์ (2554). การวเิ คราะหศ์ ลิ ปะการใช้ภาษาในนวนิยายเร่อื ง ชา่ งสำราญ.

วารสารมนษุ ยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร.

65

อรณุ ศรี กำลงั . (2538). ความรู้พื้นฐานทางวรรณกรรม. ภูเกต็ : สบาบนั ราชภัฏภเู กต็ .
อุดม วโรตม์สิกขดิกข์. (2548). ภาษาศาสตรเ์ บอื้ งต้น. พิมพค์ รงั้ ท่ี 8. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั รามคำแหง

66

ภาคผนวก

67

ภาคผนวก ก
เนือ้ เร่อื งยอ่

68

เนอ้ื เร่ืองย่อ

เธียรวฒั น์ สถาปนกิ รกั สนั โดษทส่ี ถานการณ์บังคับใหเ้ ขาต้องแต่งงานกบั ‘ยายเมย'นอ้ งสาวนอกไส้ สดุ
กะโหลกกะลา ทเี่ อาแต่เฮฮาเรงิ รา่ ไปวนั ๆ แต่คนท่ีเขาจะเลอื กมาเปน็ ภรรยาน้ันจะต้องงามพร้อมท้งั กายและ
ใจย่ิงมารทู้ ีหลังว่ายายเมยแอบชอบเขาอยู่ด้วย น่ันย่งิ ทำให้ตอ้ งรีบหย่าเขาวางแผนไว้โดยท่ไี ม่มีวันร้เู ลยว่า...‘นี่
จะเปน็ การแต่งงานเพียงครั้งเดยี วและคร้งั สดุ ท้ายในชวี ิต’

เรื่องเริ่มท่ี นทีรนิ หรอื เมย มณั ฑนากรสาวของบริษทั แฮมม็อค ร้สู กึ มคี วามสขุ เหมือนฝนั เป็นจรงิ
เพราะกำลังจะได้เขา้ พธิ แี ต่งงานกบั เธียรวัฒน์ หรือ เธียร สถาปนกิ หนุ่มบริษัททีพซี ี ซง่ึ เมยแอบหลงรกั มานาน
แล้วตั้งแตส่ มยั เรยี นมธั ยม ยิง่ เม่ือคุณศจี แม่ของเธยี ร เอ็นดูเมยจนขอเมยจากประภา เพื่อนสนทิ มาเลย้ี ง
เหมอื นลกู สาว ทำใหเ้ มยได้ใกลช้ ิดอยู่บา้ นเดยี วกบั เธียร แตเ่ ธยี รเหน็ เมยเปน็ เพียงน้องสาวเท่านน้ั ยงิ่ กบั การ
แตง่ งานครง้ั น้ีอย่ใู นภาวะจำยอม เพราะเธยี รพลง้ั เผลอไปมีสมั พันธก์ บั ญาดา โดยไมร่ วู้ ่าญาดามีสามีอย่แู ลว้ คือ
พลเดช นกั การเมืองผมู้ ีอทิ ธิพล กเ็ ลยโดนพลเดชตามขอู่ าฆาตจะฆ่าให้ตาย ดที รี่ อดมาได้ คุณศจีร้เู ร่ือง เป็น
หว่ งลกู ชาย จึงบงั คบั ใหเ้ ธยี รจดทะเบยี นแต่งงานกบั เมย เพื่อแสดงให้พลเดชเห็นว่าไม่คิดจะยุ่งเกย่ี วกับญาดา
อีกแลว้ เมยเองก็ไม่ปฏเิ สธคำขอของศจี ผมู้ ีพระคุณ เพราะเมยเองกอ็ ยากปกปอ้ งเธยี รอยู่แล้ว เธยี รจำใจ
แต่งงานกับเมยเพราะญาดาและพลเดชยงั ตามราวีไมเ่ ลิก ญาดาเศรา้ เสยี ใจมากเพราะคิดจริงจงั กบั เธียร ก็เลย
โดนพลเดชทำรา้ ยท้งั ร่างกายและจติ ใจ วนั แต่งงานของเธียรกบั เมย จัดขน้ึ อย่างกระทันหัน พ่ีชายเธียร และ
มน่ พีส่ ะใภ้ รว่ มกบั แมแ่ ม่ ศจี และ ประภา จัดงานแต่งงานอยา่ งเรียบง่ายภายในครอบครัว เธียรและเมยเร่ิม
ชวี ติ แตง่ งานดว้ ยกัน โดยเธียรขอสญั ญาจากเมยวา่ ห้ามบอกเรื่องแตง่ งานกบั ใครที่บริษทั เธยี รยงั คงทำตัวเยน็
ชากบั เมย ขนาดไปทำงานบริษัทใกล้กัน ยงั ไมย่ อมให้เมยนั่งรถไปดว้ ย แตเ่ มยก็พยายามทำตัวเปน็ ภรรยาท่ดี ี
ทำอาหารให้ทาน ดูแลเสอ้ื ผ้าทกุ อย่าง รวมท้ัง สโนว์ แมวตวั โปรดของเธียร แมว้ ่าเจ้าสโนวช์ อบจะมเี รอ่ื ง
ทะเลาะจิกกัดกับเจ้าโอยัวะ หมาของเมย จนทำให้เมยโดนเธียรดุตลอด ญาดายังไม่ยอมตัดใจจากเธยี ร ทำให้
ธาดา พอ่ ของเธอไมพ่ อใจ เพราะพลเดชมาฟ้อง ญาดาโกรธพ่อท่ีทำให้ชวี ิตคขู่ องเธอไม่มีความสุขเลย ด้าน
แฮมมอ็ ค ชาติ แจง้ กับทุกคนในฝ่าย คอื ตมุ่ กง้ั กบ และเมย ว่าแฮมม็อคจะยา้ ยบริษัท ไปรวมกับบรษิ ทั ทพี ซี ี
ทำใหเ้ มยเครียดเพราะต้องไปเจอกบั เธยี ร จะต้องมีปัญหาแน่นอน ซึง่ เมื่อวันยา้ ยบรษิ ทั ไปรวมกนั วนั แรก เธยี ร
ก็ส่ังเรียกประชมุ ทันที ทุกคนโอดโอยกับความโหดของเธยี ร ขณะเดียวกันญาดาก็ตามมาตอแยเธียรอีก มาเฝา้
รอทง้ั วนั เธยี รไลใ่ หก้ ลับกไ็ มย่ อม ดีทเ่ี มยตามมา และปะทะกับญาดาจนเธอตอ้ งยอมกลบั ไป เธียรตัดสินใจให้
เมยลาออกจากงาน เพราะห่วงว่าญาดาจะตามมาราวีอีก และอาจเปดิ เผยเรื่องการแตง่ งานของเธียรกับเมย
แต่เมยยนื ยนั ไมย่ อมลาออกเพราะรักงานท่นี ี่ เธยี รทำอะไรไมไ่ ด้ ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจเมยหลายเรอื่ ง
โดยเฉพาะเรื่องทห่ี นมุ่ ๆในบริษทั ตามจบี เมย ทงั้ กบ และ ชาติ แต่เมยไมไ่ ดส้ นใจใคร แต่สำหรับเธียรมสี าวๆ
สนใจเยอะมาก หน่งึ ในน้นั คือขา้ วฟ่าง พนกั งานบัญชีทแี่ อบชอบเธียร พอเห็นเมยใกลช้ ดิ เธียรกห็ าเร่อื งแล้วยัง

69

คอยสอ่ งคอยสบื พฤตกิ รรมเมยอีกดว้ ยเธียรเหน็ เมยใส่แหวนแต่งงานกโ็ กรธวา่ เมยต้ังใจประกาศให้คนรู้ แมว้ า่
เมยจะบอกว่าถอดไม่ออก เธยี รก็ไม่เชื่อ ทะเลาะกันวุ่นวาย ญาดาตัดสนิ ใจหย่ากับพลเดช แลว้ รบี มาบอกเธียร
แต่เธียรไม่สนใจ เพราะยงั ไงก็ไมค่ ิดยุ่งกบั ญาดาอีก ญาดากเ็ ลยป่าวประกาศเร่ืองเธยี รแตง่ งานกับเมยให้ทุกคนรู้
ทำเอาเพื่อนสนทิ อย่างเบียร์ ตูน น็อตโม องึ้ กนั ไปเลย ด้านเชษฐห์ วั หนา้ แผนกสถาปนกิ ก็พลอยรบั รู้ไปดว้ ย
เชษฐร์ ีบไปแจง้ เรอ่ื งนี้ให้ บารมี ประธานคณะกรรมการบริหารทพี ีซที ราบ เพราะเกยี่ วพันกับเรอื่ งท่ธี าดา พ่อ
ของญาดามาซ้ือหุ้นบรษิ ัทด้วย

70

ภาคผนวก ข
ประวตั ิของ ลักขณา ธานีกุล หรือนาวาร้อยกวี

71

ประวัตขิ อง ลกั ขณา ธานีกลุ หรือนาวารอ้ ยกวี

ประวัตกิ ารศึกษา
จบการศึกษาจาก คณะวารสารศาสตร์และส่ือสารมวลชน เอกวทิ ยุ-โทรทศั น์

ประวตั ิส่วนตัว
ชื่อ ลกั ขณา ธานกี ลุ อายุ 29 ปี หลังจากเรยี นจบได้ทำงานเบ้ืองหลังอยู่หน่ึงปี จากนัน้ จงึ ผนั ตวั เองมา

ทำงานดา้ นสายการบนิ จนถงึ ปจั จุบนั ชอบการอา่ นมาตัง้ แตเ่ ดก็ และชอบเขียนเรยี งความ
เรม่ิ เขียนแนวนิยายครั้งแรกปี 2548 เปน็ เร่ืองสน้ั 20 หน้าจบ คอื เรื่อง ‘อกเกือบหัก แอบรักคุณสามี’

เพอ่ื ใชใ้ นการประกวดเรื่องสั้นของเว็บสิรินดาwith love ( www.sirinda-stories.net) และเปน็ หนึ่งในหา้ ของ
ผทู้ ี่ไดร้ บั รางวัลจากท้ังหมด 69 เร่อื ง และได้รับทาบทามจากบรรณาธิการที่เป็นคณะกรรมการในคราวนน้ั ให้
ลองเขียนเปน็ เรื่องยาว แต่ก็ได้ล้มเลิกและปฏิเสธโอกาสนัน้ ไป เนือ่ งจากรูต้ วั วา่ วุฒิภาวะในการเขียนยงั มนี ้อย
จงึ เลอื กทจี่ ะเปน็ ผู้อ่านเพยี งอยา่ งเดียว

72

ประวตั ผิ ้ศู กึ ษา

73

ประวัติส่วนตัว ประวตั ผิ ้ศู ึกษา

ชอื่ – สกลุ นางสาววทันยา มากราช
วัน/เดอื น/ปเี กดิ 12 กรกฎาคม 2543
ภูมลิ ำเนาเดิม 33/4 หม่ทู ี่ 3 ตำบลนาโยงเหนือ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง 92170
ท่ีอยปู่ จั จุบัน 46/93 หมทู่ ่ี 6 ถนนประชาสามคั คี ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภเู กต็
83000
ประวัตกิ ารศึกษา
โรงเรียนโพธ์วิ เิ ชียรชยั จงั หวดั ตรงั
อนุบาล โรงเรยี นวัดควนวเิ ศษ จังหวัดตรัง
ประถมศกึ ษา โรงเรยี นสภาราชนิ ี จงั หวัดตรงั
มธั ยมศกึ ษา กำลังศึกษาสาขาวชิ าภาษาไทย ชนั้ ปที ่ี 2 คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละ
ปัจจบุ นั สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต

74


Click to View FlipBook Version