The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วรรณคดีสมัยสุโขทัย ไตรภูมิพระร่วง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by atipah9750, 2022-03-10 12:31:57

e-book วรรณคดีสมัยสุโขทัย ไตรภูมิพระร่วง

วรรณคดีสมัยสุโขทัย ไตรภูมิพระร่วง

วรรณคดีสมัยสุโขทัย

วรรณคดีสมัยสุโขทัย

วรรณคดีสมัยสุโขทัย (พ.ศ. ๑๗๘๑ - ๑๙๒๐) สร้างขึ้นในระหว่างสมัย
ที่มีกรุงสุโขทัยเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของประเทศตั้งขึ้นราว พ.ศ. ๑๗๘๑
โดยนับจากปีครองราชย์ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์
พระร่วง จนถึง พ.ศ. ๑๙๒๐ อันเป็นปีที่กรุงสุโขทัยเสียอิสรภาพแก่กรุง
ศรีอยุธยา ในระยะที่คนไทยเริ่มตั้งตัวใหม่นี้ ได้เกิดวรรณกรรมที่มีจุดมุ่ง
หมายเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของชาติทั้งทางความมั่นคงด้านการเมือง
และด้านจิตใจ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำในทุกด้าน ได้ทรงศึกษาวิชาการ
ทางอักษรศาสตร์ ศาสนา และรัฐศาสตร์ ดังจะเห็นได้จากศิลาจารึกพ่อขุน
รามคำแหง และศิลาจาริกหลักอื่น ๆ ซึ่งเล่าเรื่องราวการดำเนินชีวิตและ
กฎหมายของสังคม อันมีลักษณะเป็นสังคมเกษตร ประชาชนมีชีวิตอยู่ร่วม
กันในฐานะเครือญาติ

วรรณคดีสมัยสุโขทัย(ต่อ)

วรรณคดีสมัยสุโขทัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน มี ๔ เรื่อง คือ

๑. ศิลาจารึกหลักที่ ๑ (ศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง)
๒. สุภาษิตพระร่วง (บัญญัติพระร่วง) ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง
๓. เตรภูมิกถา (ไตรภูมิพระร่วง) ผู้แต่งคือพญาลิไท
๔. นางนพมาศ (ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์) ผู้แต่งคือนางนพมาศ

ไตรภูมิพระร่วง

ประวัติความเป็นมา

ไตรภูมิพระร่วง เป็นหนังสือสำคัญสมัยกรุงสุโขทัยตกทอดมาถึงปัจจุบัน
เป็นวรรณคดีทางศาสนาที่มีอิทธิพลต่อคนไทยมาก เดิมเรียกว่า "เตภูมิกถา"
หรือ "ไตรภูมิกถา" ต่อมาสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเปลี่ยนชื่อ
ใหม่ว่า "ไตรภูมิพระร่วง" เพื่อเฉลิมพระเกียรติแก่พระร่วงเจ้ากษัตริย์แห่งกรุง
สุโขทัย (พระยาลิไท) ซึ่งเป็นผู้พระราชนิพนธ์ นับว่าเป็นหนังสือวรรณคดีเล่ม
แรกที่เกิดจากการค้นคว้าจากคัมภีร์พุทธศาสนาถึง ๓๐ คัมภีร์ และมีลักษณะ
เป็นหนังสือ ที่สมบูรณ์ คือ บอกชื่อวัน เดือน ปี และความมุ่งหมายในการแต่ง
ไว้อย่างครบถ้วน

ประวัติความเป็นมา (ต่อ)

หอพระสมุดวชิรญาณได้ต้นฉบับไตรภูมิพระร่วงมาจากจังหวัดเพชรบุรี
เป็นใบลาน ๑๐ ผูก จารด้วยอักษรขอม ในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โดย
บอกไว้ในตอนจบว่า “พระมหาช่วย จารพระไตรภูมิกถา วัดปากน้ำ ชื่อ
วัดกลาง แล้วแต่ในเดือน ๔ ปีจอ วันอาทิตย์ เมื่อเวลาตะวัน บ่ายสามโมงเศษ
เมื่อพระพุทธศักราชลางไปได้ ๒๓๒๑ พระวรรษา เศษสังขยาเดือนได้ ๙
เดือน ๒๖ วัน เป็นสำเร็จแล้วแล” พระมหาช่วยผู้คัดลอกจะได้ต้นฉบับมาจาก
ที่ใดไม่ปรากฏ หอพระสมุด วชิรญาณได้ถอดความออกเป็นอักษรไทย โดย
มิได้แก้ไขถ้อยคำให้ผิดไปจากต้นฉบับเดิม

ผู้แต่ง

พระมหาธรรมราชาที่ ๑ ( พระยาลิไท )

- ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ ๖ ในสมัยสุโขทัย
- ทรงเป็นพระโอรสพระยาเลอไท และพระราชนัดดา
ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

ผู้แต่ง(ต่อ)

ผลงานสร้างสรรค์ของพระมหาธรรมราชาที่ ๑ ( พระยาลิไท )

- ทรงสร้างเจดีย์ที่นครชุม (เมืองกำแพงเพชร) สร้างพระพุทธชินราช
ที่พิษณุโลก ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

- ทรงออกผนวช เมื่อ พ.ศ. ๑๙๐๕ การที่ทรงออกผนวช นับว่าทำความ
มั่นคงให้พุทธศาสนามากขึ้น

- ทรงสร้างและบูรณะวัดมากมายหลายแห่ง รวมทั้งการสร้างพระพุทธ
รูปเป็นจำนวนมาก เช่น พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา

จุดมุ่งหมายในการแต่ง

จุดมุ่งหมายในการแต่ง ๒ ประการ คือ
๑. เพื่อเทศน์โปรดพระมารดา เป็นการเจริญธรรมความกตัญญู เพราะ

มารดาเป็นผู้ให้กำเนิด ดังนั้นมนุษย์ทุกคนควรมีความกตัญญูต่อมารดา
๒. เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรมและเข้าใจพุทธศาสนา ปฏิบัติ

ตามคำสอนในพุทธศาสนา ทำความดีเว้นความชั่วเพื่อช่วยดำรงไตรภูมิพระร่วง
พระพุทธศาสนาไว้ให้ยั่งยืน และเพื่อให้สังคมมีแต่ความสุขความเจริญ

วิเคราะห์จุดมุ่งหมาย

๑. จุดมุ่งหมายเรื่องไตรภูมิพระร่วง มีจุดมุ่งหมายที่จะชี้ให้เห็นคุณและโทษ
ของโลกทั้งสามที่ไม่มีความแน่นอน เพื่อให้มนุษย์เร่งทำบุญหรือกรรมดี ละบาปหรือ
กรรมชั่ว เพื่อให้หลุดพ้นจากวัฏหรือบรรลุนิพพานที่ประเสริฐกว่าสมบัติหรือความ
สุขใด ๆ ที่มีในโลกทั้งสาม

๒. นิรันดร์สุขแห่งนิพพาน ความสุขที่ได้จากนิพพานเป็นความสุขนิรันดร์
ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่มีทางแปรเปลี่ยนเป็นอื่นเลย วิธีปฏิบัติให้บรรลุโลกุตรภูมิหรือ
นิพพานเริ่มจากการบรรลุมรรคผลขั้นต่าง ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ จากพระโสดาบัน เป็น
พระสกทาคามี และเป็นพระอรหันต์ หลังจากนั้นจึงบรรลุนิพพาน

ลักษณะคำประพันธ์

เป็นร้อยแก้ว ประเภทความเรียง แต่ก็มีสัมผัสคล้องจองแบบเทศนา
โวหาร และพรรณนาโวหาร โดยมีลักษณะเด่นในการใช้ภาษาคือ มีการใช้คำ
ที่เป็นจังหวะน่าฟัง มีการใช้คำสัมผัสคล้องจอง และมีการใช้ภาพพจน์ โดย
เฉพาะภาพพจน์ชนิดอุปมาเพื่อสื่อภาพหรือเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจมากยิ่งขึ้น

ลักษณะเด่นในการแต่ง

หนังสือไตรภูมิพระร่วง ถึงแม้ว่าเป็นวรรณคดีโบราณที่ใช้ภาษาไทยแบบเก่า
และมีศัพท์ทางพระพุทธศาสนาปะปนอยู่มาก ทำให้ยากแก่การอ่านสำหรับผู้ที่ไม่มี
พื้นฐานทางพุทธศาสนามาก่อนก็ตาม แต่สำนวนพรรณนาที่ใช้ในหนังสือเล่มนี้มี
ความแจ่มแจ้ง ไพเราะ ช่วยให้เกิดจินตภาพหลายตอน และทำให้เกิดความรู้สึก
คล้อยตามไปด้วยเช่น ตอนพรรณนาถึงความน่ากลัวในนรกภูมิ และความสุขสบาย
ในสวรรค์ เป็นต้น ทุก ๆ ตอนที่กล่าวถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ได้
ทรงอธิบายตอนนั้นอย่างละเอียด กระบวนพรรณนาที่แจ่มแจ้งแลเห็นจริงจังอันควร
ยกมาเป็นตัวอย่าง เช่น ตอนพรรณนาลักษณะของเปรต ได้กล่าวเอาไว้ชัดเจน ดังนี้

ลักษณะเด่นในการแต่ง(ต่อ)
โวหารอุปมา

“ เปรตลางจำพวก ตัวเขาใหญ่ ปากเขาน้อยเท่ารูเข็มนั้นก็มี เปรตลาง
จำพวกผอมหนักหนา เพื่ออาหารจะกินบมิได้ แม้ว่าจะขอดเอาเนื้อน้อย ๑ ก็ดี
เลือดหยด ๑ ก็ดี บมิได้เลย เท่าว่ามีแต่กระดูกและหนังพอกกระดูกภายนอกอยู่
ไส้ หนังท้องนั้นเหี่ยวติดกระดูกสันหลังแล ตานั้นลึกและกลวงดังแสร้งควักเสีย
ผมเขานั้นยุ่งรุ่ยร่ายลงมาปกปากเขา มาตรว่าผ้าร้ายน้อยหนึ่งก็ดี และจะมีปก
กายเขานั้นก็หามิได้เลย เทียรย่อมเปลือยอยู่ ชั่วตนเขานั้นเหม็นสาบพึงเกลียด
นักหนาแลเขานั้นเทียรย่อมเดือดเนื้อร้อนใจเขาแล เขาร้องไห้ร้องครางอยู่ทุก
เมื่อแล เพราะว่าเขาอยากอาหารนักหนาแล “

ความสำคัญของเนื้อเรื่อง

- เป็นการสั่งสอนผู้ที่จะทำบุญจะได้ขึ้นสวรรค์และผู้ที่ทำบาปจะตกนรก โดยให้
ภาพนรกที่น่ากลัวหวาดเสียว คนจะได้แกรงกลัวต่อบาปไม่อยากตกนรก วาดภาพ
สวรรค์ให้เป็นแดนสุขารมณ์ คนจะได้ทำบุญเพื่อไปสู่สวรรค์

- จูงใจให้คนทำความดีเว้นความชั่วรู้กฎความจริงของสรรพสิ่งและกฎ
ชีวิต(ไตรลักษณ์) ตระหนักถึงการดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท ล่วงพ้นวัฏสงสาร
เพื่อเข้าถึงนิพานอันเป็นแก่นสารและจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต

ความสำคัญของเนื้อเรื่อง(ต่อ)

- ให้ภาพการกำเนิดของสรรพสัตว์ มนุษย์ ยักษ์ อสูร เทวดา สัตว์นรก เปรต
- แบ่งภพภูมิต่าง ๆ เป็น อรูปภูมิ ๔ รูปภูมิ ๑๖ กามภูมิ ๑๑
- กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้สัตว์ไปเกิดในนรกไว้ ๓ ประการคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง
- กล่าวถึงทิพยสมบัติ พระนิพพานและการจะได้ไปพบพระศรีอารย์ในอนาคต

แผนภูมิแสดงภูมิ ๓๓ ภูมิ

ไตรภูมิพระร่วง

อรูปภูมิ

รูปภูมิ
กามภูมิ

เนื้อเรื่อง

เริ่มต้นบอกชื่อผู้แต่ง วัน เดือน ปี และความมุ่งหมายในการแต่ง
หลักฐาน ประกอบการเรียบเรียง จากนั้นกล่าวถึงภูมิทั้งสาม (เตภูมิ)
คือ

๑. กามภูมิ

๒. รูปภูมิ
๓. อรูปภูมิ

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

๑. กามภูมิ ๑๑

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

๑. กามภูมิ ๑๑

เป็นที่ตั้งแห่งความใคร่ (การเวียนว่ายตายเกิด) แบ่งออกเป็นสองประเภท
๑.อบายภูมิ แบ่งออกเป็น ๔ ภูมิ

๒.สุคติภูมิ แบ่งออกเป็น ๗ ภูมิ

๑. กามภูมิ ๑๑ เนื้อเรื่อง (ต่อ)

อบายภูมิ ๔ นรกภูมิ ๑ - สัญชีพนรก
ดิรัจฉานภูมิ ๒ - กาฬสุตตนรก
เปรตภูมิ ๓ - สังฆาฏนรก
อสูรกายภูมิ ๔ - โรรุวะนรก
๕ - มหาโรรุวะนรก
๖ - ตาปนรก
๗ - มหาตาปนรก
๘ - อวีจีนรก หรือ อเวจีนรก

๑. กามภูมิ ๑๑ เนื้อเรื่อง (ต่อ)

สุคติภูมิ ๗ มนุษย์ภูมิ ๑ ๑ - จตุมหาราชิกาภูมิ
สวรรค์ ๖ ๒ - ตาวติงสาภูมิ (ดาวดึงส์ - ไตรตรึงษ์)
๓ - ยามาภูมิ
๔- ตุสิตาภูมิ (ดุสิต)
๕- นิมมานรดีภูมิ

๖- ปรนิมมิตวสวัตดีภูมิ

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

๒. รูปภูมิ ๑๖

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

๒. รูปภูมิ หรือรูปาวจรภูมิ ๑๖

พรหมปกติ ๑๑ ชั้นอสัญญีภูมิ

พรหมชั้นสูงสุด ๕ ชั้นสุทธาวาส

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

๓. อรูปภูมิ ๔

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

๓. อรูปภูมิ หรืออรูปาพาจรภูมิ ๔

ผู้ที่บรรลุอากาสานัญจายตนะฌาน
ผู้ที่บรรลุวิญญาณัญจายตนะฌาน
ผู้ที่บรรลุอากิญจัญญายตนะฌาน
ผู้ที่บรรลุเนวสัญญานสสัญญายตนะฌาน

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

การเกิดมนุษย์

ปฏิสนธิ ; กัลละ (ขนาด เศษ ๑ ส่วน ๒๕๖ ของเส้นผม)
๗ วัน ; อัมพุทะ (น้ำล้างเนื้อ)
๑๔ วัน ; เปสิ (ชิ้นเนื้อ)
๒๑ วัน ; ฆนะ (ก้อนเนื้อ, แท่งเนื้อ ขนาดเท่าไข่ไก่)
๒๘ วัน ; เบญจสาขาหูด (มีหัว แขน ๒ ขา ๒) ครบ ๑ เดือน
๓๕ วัน ; มีฝ่ามือ นิ้วมือ ลายนิ้วมือ
๔๒ วัน ; มีขน เล็บมือ เล็บเท้า (เป็นมนุษย์ครบสมบูรณ์) นั่งกลางท้องแม่

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

ทวีปของมนุษย์

ทวีปที่มนุษย์อาศัยอยู่มี ๔ ทวีป ได้แก่
อุตรกุรุทวีป :อยู่ทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุ
บูรพวิเทหทวีป :อยู่ทางทิศตะวันออก ของภูเขาพระสุเมรุ
อมรโคยานทวีป :อยู่ทางทิศตะวันตก ของภูเขาพระสุเมรุ
ชมพูทวีป :อยู่ทางทิศใต้ ของภูเขาพระสุเมรุ

เนื้อเรื่อง (ต่อ)

ทวีปของมนุษย์

ผังมโนทัศน์ไตรภูมิพระร่วง

คุณค่าของหนังสือ

๑. ด้านศาสนา
๒. ด้านภาษาและวรรณคดี
๓.ด้านสังคมและวัฒนธรรม

๓.๑ คำสอนทางศาสนา
๓.๒ ค่านิยมเชิงสังคม
๓.๓ ศิลปกรรม
๔. ด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น

คุณค่าของหนังสือ(ต่อ)

๑. ด้านศาสนา
เป็นหนังสือสอนศีลธรรม เนื้อเรื่องกล่าวถึงบาปบุญคุณโทษ การเกิด การ
ตาย เกี่ยวกับโลกทั้งสาม (ไตรภูมิ)
๒. ด้านภาษาและวรรณคดี
ใช้พรรณนาโวหารอย่างละเอียดลออ จนทำให้นึกเห็นสมจริง ให้เห็นสภาพ
อันน่าสยองขวัญของนรกสภาพอันสุขสบายของสวรรค์ จนทำให้จิตรกรสามารถ
ถ่ายทอดบทพรรณนานั้นลงเป็นภาพได้นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลต่อวรรณคดียุค
หลังได้นำเอาความเชื่อต่าง ๆ มาอ้างอิงในวรรณคดีไทย เช่น ประวัติของเทวดา
เขาพระสุเมรุ ช้างเอราวัณ ช้างทรงของพระ อินทร์ป่าหิมพานต์ เป็นต้น

คุณค่าของหนังสือ (ต่อ)

๓. ด้านสังคมและวัฒนธรรม
มุ่งใช้คุณธรรมความดี เป็นพื้นฐานการสร้างสรรค์ ความสุขในสังคม
๓.๑ คำสอนทางศาสนา ไตรภูมิพระร่วงสอนให้คนทำบุญละบาป เป็นเสมือน
แนวการสอนศีลธรรมของสังคมให้คนประพฤติดีประพฤติชอบ
๓.๒ ค่านิยมเชิงสังคม อิทธิพลของหนังสือเล่มนี้ให้ค่านิยมเชิงสังคมต่อคนไทย
ให้ตั้งมั่นและยึดมั่นในการเป็นคนใจบุญ มีเมตตากรุณา รักษาศีล บำเพ็ญทาน
เชื่อมั่นกฎแห่งกรรม
๓.๓ ศิลปกรรม จิตรกรนิยมนำเรื่องราวและความคิดในไตรภูมิพระร่วงไปเขียน
ภาพสีไว้ในโบสถ์วิหาร เช่น ภาพนรกสวรรค์ เพื่อให้ประชานชนเกรงกลัวต่อบาป
และมุ่งทำความดี

คุณค่าของหนังสือ (ต่อ)

๔. ด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น
ไตรภูมิพระร่วงมีอิทธิพลสำคัญต่อแนวความคิดของ กวีรุ่นหลัง โดย
นำความคิดในไตรภูมิพระร่วงสอดแทรกในวรรณคดีต่างๆ เช่น ลิลิตโองการ
แช่งน้ำ มหาเวสสันดรชาดก รามเกียรติ ์ กากีคำกลอน ขุนช้างขุนแผน
เป็นต้น และยังก่อให้เกิด วรรณคดีเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย

เช่น เรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑ กล่าว

ถึงทวีปทั้ง ๔ ว่า

” สำแดงแผลงฤทธิ์ฮีกฮัก ขุนยักษ์ไล่ม้วนแผ่นดิน

ชมพูอุดรกาโร อมรโคยานีก็ได้สิ้น “

ขอบคุณค่ะ

สมาชิกในกลุ่ม

นางสาว ซัมซียะห์ เจ๊ะคอ นางสาว สุนีตา หม๊ะมูดอ รหัส นางสาว อาตีปะห์ สาแม นางสาว นาเดีย กาซอ
รหัสนักศึกษา ๔๐๖๔๐๑๐๐๒ นักศึกษา ๔๐๖๔๐๑๐๐๙ รหัสนักศึกษา ๔๐๖๔๐๑๐๑๔ รหัสนักศึกษา ๔๐๖๔๐๑๐๑๗

นางสาว ภรทิพย์ คงดี นางสาว กามารียะห์ เจ๊ะคอ นางสาว ไซดานี มามะ นางสาว พาตีเมาะ จารง
รหัสนักศึกษา ๔๐๖๔๐๑๐๒๐ รหัสนักศึกษา ๔๐๖๔๐๑๐๒๖ รหัสนักศึกษา ๔๐๖๔๐๑๐๒๙ รหัสนักศึกษา ๔๐๖๔๐๑๐๓๓


Click to View FlipBook Version