บทที่ 3
ระเบยี บวธิ วี จิ ยั
การวิจัยเร่ือง “ผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้สัทวิทยาจากเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทาง
ภาษาศาสตร์เร่ืองสัทวิทยาสำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา” โดยมีรายละเอียดของวิธีการศึกษา
ดังตอ่ ไปนี้
3.1 การออกแบบการวิจัย
3.1.1 กล่มุ ประชากร
3.1.2 เครื่องมือวจิ ยั
3.1.3 การสร้างเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
3.2 วธิ ีดำเนนิ การวจิ ัย
3.3 สถติ ิในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
3.4 สงั กปั ความคดิ งานวจิ ัยบทท่ี 3
3.1 การออกแบบการวจิ ยั
3.1.1 กลมุ่ ประชากรทศ่ี กึ ษา
กลุ่มประชากรท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังน้ี คือนักศึกษาชั้นปีท่ี 1 ภาคสมทบ หลักสูตร
สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
สงขลา จำนวน 35 คน เพศหญิง 22 คน และเพศชาย 13 คน
3.1.2 เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั
เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบไปดว้ ย
3.1.2.1 เวบ็ ไซตเ์ พอ่ื สง่ เสรมิ การเรยี นรทู้ างภาษาศาสตร์เรอ่ื งสัทวิทยาในภาษาองั กฤษผ่าน
โปรแกรมเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป (Wixsite)
3.1.2.2 แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน เรื่องสัทวิทยาในภาษาอังกฤษ จำนวน 20 ข้อ
ผ่านโปรแกรมสำเร็จรปู (google form)
3.1.2.3 แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนักศึกษาเก่ียวกบั เว็บไซตเ์ พือ่ สง่ เสรมิ การเรยี นรทู้ าง
ภาษาศาสตรเ์ รอื่ งสทั วทิ ยาในภาษาองั กฤษผ่านโปรแกรมสำเรจ็ รปู (google form)
12
3.1.3 การสรา้ งเครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
3.1.3.1 เว็บไซต์เพ่ือส่งเสรมิ การเรยี นรูท้ างภาษาศาสตร์เร่ืองสทั วทิ ยาในภาษาองั กฤษ
1) สืบค้นข้อมูล และรวบรวมเน้ือหาท่ีมีความสอดคล้องกับเรื่องสัทวิทยาใน
ภาษาองั กฤษ
2) ออกแบบเว็บไซต์เพอ่ื ให้ความรู้เร่ืองสัทวิทยาในภาษาองั กฤษ
3) อาจารยท์ ่ีปรกึ ษาตรวจสอบเนื้อหากอ่ นลงมือสรา้ งเว็บไซต์
4) ปรบั แกเ้ นอ้ื หาตามคำแนะนำของอาจารยท์ ีป่ รกึ ษา และผูท้ รงคุณวฒุ ิ
5) ออกแบบเวบ็ ไซตใ์ ห้นา่ สนใจต่อผู้เข้าชม และมคี วามสะดวกตอ่ การใช้งาน
6) สรา้ งเว็บไซตโ์ ดยใช้โปรแกรมเว็บไซต์แบบสำเรจ็ รูป (Wixsite)
3.1.3.2 แบบทดสอบก่อนเรียน และแบบทดสอบหลงั เรียน
1) ศึกษาข้อมูล และรวบรวมเนื้อหาในการทำแบบทดสอบก่อน และ
แบบทดสอบหลงั เรยี น
2) จัดทำแบบทดสอบท้ังก่อนเรยี น และหลงั เรยี นใหม้ ีความสอดคลอ้ งกบั เนือ้ หา
เรอื่ งสัทวิทยาในภาษาอังกฤษ ขอ้ สอบแบบปรนยั จำนวน 20 ขอ้ 20 คะแนน
3) นำแบบทดสอบใหอ้ าจารย์ที่ปรกึ ษาตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และปรบั แกต้ าม
คำแนะนำใหม้ ีคุณภาพมากยงิ่ ขึ้น
4) นำแบบทดสอบไปเก็บรวบรวมขอ้ มูลกับกลุ่มประชากรโดยการทดสอบแบบ
ออนไลน์
3.1.3.3 แบบประเมินความพงึ พอใจ
1) ศกึ ษาคน้ ควา้ จากงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวข้องกับแบบประเมินความพงึ พอใจตอ่ การใช้
เวบ็ ไซต์ เรอ่ื งสัทวิทยาในภาษาองั กฤษ (Phonology)
2) ออกแบบประเมินความพึงพอใจ เพื่อสอบถามความพึงพอใจต่อการใช้
เว็บไซต์ เร่ืองสทั วทิ ยาในภาษาองั กฤษ (Phonology)
3) นำแบบประเมินความพึงพอใจให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบความถูกต้อง
และปรบั แกต้ ามคำแนะนำ
4) นำแบบประเมินความพึงพอใจให้ผทู้ รงคุณวฒุ ิ 3 ตรวจสอบความถูกต้องของ
เน้ือหา โดยมีค่าความสอดคล้อง (IOC) จากน้ันรวบรวมข้อมูลท่ีได้จากการแสดงความคิดเห็นของ
ผ้ทู รงคณุ วฒุ มิ าวเิ คราะหห์ าค่าดัชนีความเท่ยี งตรงของคำถาม (มนต์ชยั เทียนทอง : 2545) โดยใช้สูตร
IOC ดงั นี้
13
เมื่อ IOC = ความสอดคลอ้ งระหว่างวตั ถปุ ระสงค์กบั แบบทดสอบ
= ผลรวมของคะแนนการพิจารณาจากผูเ้ ชย่ี วชาญ
N = จำนวนผ้เู ชยี่ วชาญ
การพิจารณาความสอดคล้องระหว่างวัตถปุ ระสงค์กับแบบสอบถาม จะเป็นการพจิ ารรา
แบบทดสอบรายข้อจากความคิดเห็นของผู้เช่ียวชาญ โดยใช้แบบสอบถามท่ีแนบไปพร้อมกับ
แบบทดสอบที่ต้องการให้ผู้เช่ียวชาญประเมินความสอดคล้อง โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนเพ่ือหาค่า
IOC ของผ้เู ชยี่ วชาญกำหนดเป็น 3 ระดับ ดังน้ี
+1 หมายถึง แน่ใจว่า แบบทดสอบวัดตรงตามวตั ถปุ ระสงค์หรอื ตรงตามเน้ือหา
0 หมายถงึ ไม่แน่ใจวา่ แบบทดสอบวัดตรงตามวัตถปุ ระสงคห์ รอื ตรงตามเนอื้ หา
-1 หมายถึง แนใ่ จว่า แบบทดสอบไม่ได้วัดตรงตามวตั ถุประสงคห์ รอื ตรงตามเนอ้ื หา
แบบทดสอบหรือข้อสอบท่ีถือว่ามีความเที่ยงตรงตามเนื้อหาในระดับดี สามารถนำไป
วัดผลได้ จะต้องมีค่า IOC เกนิ กวา่ 0.5 เปน็ ตน้ ไป
ตารางที่ 3.1 ตวั อยา่ งแบบประเมนิ เพอื่ หาคา่ IOC และการแปลผล
หวั ขอ้ คะแนนพิจารณา ข้อเสนอแนะ
เหมาะสม ไม่แน่ใจ ไม่
1.
2. เหมาะสม
3. +1 0 -1
4.
5.
14
ตารางที่ 3.2 ตวั อยา่ งการแปลคา่ IOC และการแปลผล
คะแนนความคดิ เหน็ ของผเู้ ชยี่ วชาญ
วตั ถปุ ระสงค์ แบบทดสอบ คนที่ คนที่ คนท่ี คนที่ คนที่ รวม คา่ IOC สรปุ ผล
12345
1 1.1 +1 +1 +1 0 +1 4 .80 ใช้ได้
1.2 0 +1 +1 0 +1 3 .60 ใช้ได้
1.3 +1 +1 -1 +1 +1 3 .60 ใช้ได้
2 2.1 0 -1 -1 -1 +1 -2 -.40 ใช้ไมไ่ ด้
2.2 +1 -1 0 +1 -1 0 0 ใชไ้ มไ่ ด้
3.2 วธิ กี ารดำเนนิ การงานวจิ ยั
การวจิ ยั คร้งั นผ้ี ูว้ ิจยั ไดม้ ีการกำหนดขั้นตอนการในการดำเนนิ การวิจยั ดังน้ี
3.2.1 ข้ันเตรียมการวิจัย
3.2.1.1 เตรียมกลุ่มประชากรในการวิจัย คือ นักศึกษาช้ันปีท่ี1 ภาคสมทบ หลักสูตร
สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
สงขลา จำนวน 35 คน เพศหญิง 22 คน และเพศชาย 13 คน
3.2.1.2 ผู้จัดทำวิจัยเปิดแชร์ลิงค์ให้กับผู้ทรงคุณวุฒิได้เข้ามาทำแบบทดสอบการใช้
เว็บไซตเ์ พื่อสง่ เสริมการเรียนรูท้ างภาษาศาสตรเ์ รอ่ื งสัทวทิ ยาในภาษาองั กฤษ
3.2.1.3 เตรียมเครอื่ งมือท่ีจะนำมาใช้ในการวิจัยโดยเครื่องมอื ดังกล่าวไดผ้ ่านการประเมิน
จากผ้ทู รงคณุ วุฒแิ ละเป็นไปตามเกณฑท์ ก่ี ำหนด
3.2.2 ขนั้ ดำเนนิ การวจิ ัย
3.2.2.1 ผวู้ ิจยั นัดหมายวนั เวลากับกลมุ่ ประชากรในการทำวิจัย
3.2.2.2 อธิบายวัตถุประสงค์ของการทำวิจัย และวิธีการใช้เว็บไซต์นักศึกษาให้กลุ่ม
ประชากรทราบ
3.2.2.3 กลุ่มประชากรทำแบบทดสอบก่อนเรียน เป็นระยะเวลา 30 นาที โดยให้กลุ่ม
ประชากรศึกษาเว็บไซต์เรื่องสัทวิทยาในภาษาองั กฤษ เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ และนัดหมายกลุ่ม
ประชากรเพือ่ ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น และแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
15
3.2.2.4 แจง้ ทอ่ี ยู่ URL ของเว็บไซต์ ดังนี้
https://learningphonologie8.wixsite.com/my-site-1
3.2.2.5 กล่มุ ประชากรทำแบบทดสอบหลงั เรียน เป็นระยะเวลา 30 นาที และทำแบบ
ประเมนิ ความพึงพอใจ ซงึ่ ไม่กำหนดเวลาในการทำ
3.2.2.6 รวบรวมขอ้ มลู และนำข้อมูลมาวิเคราะห์คา่ ทางสถิติ
3.3 สถติ ิในการวิเคราะหข์ ้อมลู
3.3.1 สถติ ิที่ใช้ในการหาประสิทธิผลของเว็บไซต์เพ่อื ส่งเสรมิ พัฒนาการเรยี นรู้ทางภาษาศาสตร์
เรื่องสัทวทิ ยาในภาษาอังกฤษ คือ คอื ค่าเฉลี่ย (x̄ ) ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) และ (Epost - Epre)
ก า ร ห าค่ า ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล ขอ งก า ร เรี ย น รู้ จ า ก เว็ บ ไซ ต์ เพ่ื อ ส่ งเส ริ ม พั ฒ น า ก า ร เรี ย น รู้ ท า ง
ภาษาศาสตร์เร่ืองสัทวิทยาในภาษาอังกฤษ บทเรียนท่ีสร้างขึ้นเป็นการหาค่าระดับประสิทธิภาพท่ี
เพิม่ ขึ้นจากการเรยี นซึ่งจะเป็นการหาผลตา่ งของประสิทธิภาพหลงั เรยี น และระดับประสิทธิภาพกอ่ น
เข้าเรียน
เวบ็ ไซตเ์ พื่อส่งเสริมการเรียนรทู้ างภาษาศาสตรเ์ รอ่ื งสทั วทิ ยาในภาษาอังกฤษจะมปี ระสทิ ธิผล
การเรียนรู้
Epost = ประสิทธิภาพของผู้เรียนหลังเรียนบทเรียนจากเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทาง
ภาษ าศ า สต ร์ เร่ื อง สั ท วิท ย าใน ภา ษ าอั งก ฤ ษ คิ ด จา ก คะ แ น น ที่ ได้ จ าก ก ารท ำ
แบบทดสอบหลงั เรยี น
Epre = ระดับประสิทธิภาพของผู้เรียนก่อนการเรียนวิชาน้ีคิดจากคะแนนท่ีได้จากการทำ
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เม่อื
16
= คะแนนสอบหลงั เรียนของนกั เรียนคนท่ี 1
= จำนวนนกั เรยี นทั้งหมด
= คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลงั เรยี น
และ
= คะแนนสอบกอ่ นเรียนของนกั เรียนคนท่ี k
= จำนวนนักเรียนท้ังหมด
= คะแนนเต็มของแบบทดสอบก่อนเรียน
เม่อื หาคา่ Epost และ Epre แล้วจะตอ้ งหาค่าเฉลีย่ (x̄ ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (SD) ของทัง้ สองค่า
ดว้ ย เพอื่ ใช้ตรวจสอบความใกล้กนั ของท้งั สองคา่ ซง่ึ ไมน่ า่ จะมีความใกลก้ ัน หากบทเรียนคอมพิวเตอร์
การสอนท่ีพฒั นาขึ้นมีประสทิ ธิภาพผลการเรียนมากกวา่ 60 ข้นึ ไป
ในการหาค่าประสิทธิผลน้ี ไม่จำเป็นจะต้องหาค่า t-test เพราะคา่ Epost และ Epre จะไม่มีโอกาส
สมั พนั ธ์กนั เลย
3.3.2 สถิติท่ีใช้ในการหาผลสัมฤทธ์ิของนักศึกษาจากการเรียนผ่านเว็บไซต์เพ่ือส่งเสริม
พัฒนาการเรียนรู้ทางภาษาศาสตร์เรื่องสัทวิทยาในภาษาอังกฤษ คือ ค่าเฉล่ีย (x̄ ) ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (S.D.) และสถิติการเปรียบเทียบกันโดยการจับคู่ Wilcoxon Matched Pairs Signed-
Ranks Test
3.3.3 สถติ ทิ ใ่ี ช้ในการหาคา่ เจตคติของนกั ศึกษาจากการเรียนรผู้ ่านเวบ็ ไซตเ์ พอื่ สง่ เสรมิ
พัฒนาการเรียนรู้ทางภาษาศาสตร์เรื่องสัทวทิ ยาในภาษาอังกฤษ คอื คา่ เฉลี่ย (x̄ ) ส่วนเบยี่ งเบน
มาตรฐาน (S.D.) และ เกณฑ์การแปลผลคา่ ทว่ี ดั ไดข้ องลเิ คิรท์ (Likert Rating Scales)
17
เกณฑ์การแปลผลค่าทีว่ ดั ได้ ตามแนวคดิ ของลเิ คิรท์ (Likert Rating Scales) ดงั น้ี
คะแนนเฉลย่ี 4.50 - 5.00 หมายถงึ คุณภาพดมี าก
คะแนนเฉลยี่ 3.50 - 4.49 หมายถึง คณุ ภาพดี
คะแนนเฉลีย่ 2.50 - 3.49 หมายถงึ คณุ ภาพปานกลาง
คะแนนเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง คณุ ภาพพอใช้
คะแนนเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง คุณภาพปรับปรงุ
สตู รการหาคา่ เฉลยี่ (Arithmetic) ของคะแนนใชส้ ตู ร (ธรี ะพงษ์ กระการดี) ดงั นี้
=
เม่อื แทน ค่าเฉล่ยี
แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด
N แทน ขนาดของกลมุ่ ตวั อย่าง
สตู รการหาสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใชส้ ูตร (ธรี ะพงษ์ กระการดี) ดังน้ี
เม่อื แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนกลมุ่ ตัวอย่าง
แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด
แทน ผลรวมของคะแนนทง้ั หมดยกกำลังสอง
แทน ขนาดของกล่มุ ตวั อย่าง
18
3.4 สังกปั ความคดิ งานวิจยั บทที่ 3