The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

E-Book ตุลาคม 2563

E-Book ตุลาคม 2563

1 ตลุ าคม 2563

1 ตลุ าคม 2563

ไมป า กินได... "ขนั "

2 ตุลาคม 2563

พรรณไมห ายากจากปา ตะวนั ออก “กระดังงาปา ”
Blume
วงศ : ANNONACEAE
ไมต น ดอกสีเหลือง มีกล่นิ หอมออ น ๆ เปนพรรณไมหายาก ในปา ตะวนั ออกพบท่ี
เขตรักษาพนั ธุสตั วปาเขาอา งฤๅไน จงั หวดั ฉะเชิงเทรา เขตรกั ษาพันธุสตั วปา เขาสอย
ดาว และอทุ ยานแหงชาตเิ ขาคิชฌกฏู จังหวดั จันทบรุ ี ขึ้นในปา ดบิ แลงและปาดิบชนื้
ทรี่ ะดบั ความสงู 120-600 ม.

2 ตลุ าคม 2563

ขอแสดงความยนิ ดีกับ ดร.รุง นภา พัฒนวบิ ูลย ทยี่ ายมาดํารงตาํ แหนง
ผอู าํ นวยการสํานักวิจยั การอนุรักษปา ไมแ ละพันธุพชื และขอแสดงความยนิ ดกี ับนาย
ธญั นรินทร ณ นคร ทีย่ ายไปดาํ รงตําแหนง ผตู รวจราชการกรมอทุ ยานแหง ชาติ สตั ว
ปา และพันธุพชื

2 ตลุ าคม 2563

ดร.รุงนภา พฒั นวิบูลย และเจาหนา ท่สี ํานกั วิจยั การอนรุ ักษปา ไมแ ละพันธุพ ืช
ไดร ว มกันทาํ บญุ ตกั บาตรเน่ืองในวนั คลายวนั สถาปนากรมอทุ ยานแหง ชาติ สตั วปา
และพันธุพืช ครบรอบ 18 ป 2 ตลุ าคม 2563

3 ตลุ าคม 2563

สวจ. อยากบอก... "กระเบากลัก”

4 ตลุ าคม 2563

หยิบจากห้งิ สวจ.ระบบนิเวศกลมุ ปา แกง กระจาน

5 ตุลาคม 2563

" พฤกษานาร.ู .. "แดงสะแง" Korth.
ช่อื อน่ื : กาสิน (ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ); ขเ้ี ทา (ภาคตะวนั ออก); แดงแขแหย, แดงดง, แดงแพแ ย (ภาค
ตะวนั ออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ); แดงสะแง (นครราชสมี า, ปราจีนบุร)ี ; แดงแสม (พษิ ณุโลก, อตุ รดติ ถ) ;
แดงเหนยี ว (ภาคกลาง); แบงทะแง (เขมร-ปราจนี บรุ ี); สะแง (เขมร-ภาคตะวนั ออก)
วงศ : Malvaceae
ไมตน สูงไดถ งึ 20 ม. ชอดอกออกตามซอกใบหรอื ปลายก่ิง ดอกสีขาวอมเหลือง มกี ล่นิ หอมออน ๆ ยาว 2–5
ซม. ตาดอกกลม เสนผานศนู ยก ลางประมาณ 5 มม. ผลกลม เสนผา นศูนยก ลาง 5–7 มม. มีขนหนาแนน กลบี
เลีย้ งท่ีขยายบานออก แฉกลึกเกนิ กึ่งหนึ่ง เสนผานศนู ยก ลาง 2–2.5 ซม. กลีบรูปไข ปลายแหลม กวางประมาณ
5 มม. ยาวประมาณ 1 ซม. กลีบเลีย้ งเจรญิ ขยายตวั ออกเปนรูปดาว สนี ํา้ ตาลออนออกดอกประมาณเดือน
สิงหาคม-กันยายน ออกผลประมาณเดอื น ตลุ าคม-พฤศจกิ ายน
พบทีก่ ัมพูชา เวียดนาม ชวา และออสเตรเลีย ในไทยพบแทบทกุ ภาค ยกเวนภาคใต ขนึ้ ตามชายปา เบญจพรรณ
และปาดิบแลง ความสงู 100-200 ม.
ประโยชน : นยิ มนาํ มาปลูกเปนไมป ระดับทัว่ ไป ไมทําเคร่ืองเรอื น ผลทําไมประดับแหง

5 ตุลาคม 2563

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2563 ดร.รงุ นภา พัฒนวบิ ูลย ผอู ํานวยการสาํ นักวจิ ยั การอนุรักษป า ไมและ
พนั ธุพชื ไดร ับมอบหมายจากอธิบดกี รมอทุ ยานแหง ชาติ สตั วปา และพันธุพชื ไปเปน ประธานเปด
โครงการการฝกอบรม หลกั สตู รรุกขกรสาํ หรับพ้นื ทอ่ี นรุ ักษ รุนที่ 3 ณ อทุ ยานแหงชาติเอราวณั
จงั หวัดกาญจนบรุ ี ผเู ขา อบรมประกอบดว ยเจาหนาทีจ่ ากอุทยานแหง ชาติ 7 แหง รวม 30 คน
การจัดฝก อบรมครง้ั นี้ มวี ัตถุประสงคเ พอ่ื ใหผ ูเขา รับการฝก อบรมมีความรูและทักษะในการจดั การ
ตน ไมขนาดใหญใ นพื้นทอ่ี นรุ กั ษ ตามหลักวิชารกุ ขวทิ ยา เพอื่ ใหต น ไมม อี ายยุ ืนยาว มคี วามสมบรู ณต าม
ธรรมชาติ ไมกอใหเกิดอันตรายแกนักทองเทยี่ ว รวมท้ังนําความรูท ไี่ ดร บั ไปถา ยทอดใหประชาชนท่ี
สนใจ

6 ตลุ าคม 2563

พรรณไมเกยี รติประวัติไทย "เสลาหัวหมด"

7 ตุลาคม 2563

พชื สมนุ ไพรนาร.ู .. "กําแพงเจ็ดชน้ั "
L.

วงศ : CELASTRACEAE
ชื่ออ่นื : ตะลมุ นก (ราชบุรี), ตาไก (พษิ ณุโลก), นาํ้ นอง มะตอมไก (ภาคเหนอื ), หลมุ นก (ภาคใต)
กาํ แพงเจ็ดช้ันเปน ไมพมุ รอเลือ้ ย ใบเดยี่ ว เรยี งตรงขาม กลบี ดอกสเี หลืองหรอื สีเขียวอมเหลือง ผลสด รูปกลม
ผลสุกสสี ม แดง
สรรพคุณ : ราก แกป ระจาํ เดอื นมาไมป กติ ขับลม รักษาโรคตา บาํ รงุ น้ําเหลือง ลาํ ตน แกป วดเมื่อย เปนยา
ระบาย ขบั ลม ขับโลหิตระดู แกไ ข แกป วดบวมตามขอ แกป ระดง ใบ ขับโลหติ ระดู ขบั นา้ํ คาวปลา มวนบุหรีส่ ูบ
รกั ษาโรคริดสีดวงจมกู ดอก แกบิดมกู เลอื ด
อา งอิง : ความหลากหลายทางชีวภาพพชื สมุนไพรในประเทศไทย เลม 1 หนา 32. สํานกั วิจัยการอนุรกั ษปาไม
และพนั ธพุ ชื กรมอทุ ยานแหง ชาติ สตั วปา และพนั ธพุ ชื . 2559.

8 ตลุ าคม 2563

ไมป ากนิ ได. .. "มะไฟ"

9 ตุลาคม 2563

พรรณไมหายากจากปาตะวนั ออก “เหลืองจนั ท”
(Pierre) B.Xue & R.M.K.Saunders
วงศ : ANNONACEAE
ไมตน ขนาดเล็ก ออกดอกตามลําตนและกิง่ ดอกสเี หลืองนวล มกี ลนิ่ หอมแรง เปน
พรรณไมหายาก ในปา ตะวนั ออกพบท่เี ขตรกั ษาพนั ธสุ ัตวปาเขาสอยดาว อุทยาน
แหง ชาติเขาคชิ ฌกูฏ และอทุ ยานแหง ชาตินํา้ ตกเขาสบิ หาช้ัน จงั หวดั จันทบรุ ี ขึน้ ใน
ปา ดิบชื้น ทร่ี ะดบั ความสูง 200-800 ม.

10 ตลุ าคม 2563

สวจ. อยากบอก... "พะยอม”

11 ตลุ าคม 2563

หยบิ จากหิ้ง สวจ. พรรณไมเ อกลักษณในกลุมปา แกง กระจาน

12 ตุลาคม 2563

" พฤกษานารู... "เทา ยายมอม" (L.) Kuntze
ช่ือพอ ง : L., J.R.Forst. &
G.Forst.
ช่ือสามัญ : Polynesia arrowroot
ชอ่ื อื่น : เทายายมอม (ภาคกลาง); บกุ รอ (ตราด); ไมเทาฤๅษี, สงิ โตดาํ (กรุงเทพฯ); หนวดแมวปา (ฉะเชิงเทรา,
สระแกว)
วงศ : Dioscoreaceae
ไมลม ลกุ อายหุ ลายป สวนที่อยูเ หนอื ดนิ มีความสงู ไดถึง 1.5 ม. มหี ัวใตดินสะสมอาหาร (ใชทาํ แปง) หวั รูปทรง
กลม กลมแบน หรือรูปรี เนื้อในหัวเปน สขี าวใส ผิวดานนอกสนี ้ําตาล ใบรูปฝา มอื ชอดอกแบบชอซีร่ ม มี 1–2 ชอ
ยาวไดถึง 2 ม. ดอกหนาแนน ตดิ ทน ดอกสเี ขียวอมเหลือง ผลเปนสัน ขยายพันธดุ วยเมลด็ หรือแยกหัว
พบทแี่ อฟรกิ า เอเชียตะวันออกเฉียงใต ออสเตรเลยี และหมูเกาะแปซฟิ ก ในไทยพบทางภาคตะวนั ออกเฉียงใต
และภาคใต ขึน้ ตามชายปา ดบิ แลง ปาดบิ ช้ืน และปาชายหาด หวั ใตดนิ ใชทําแปงเทา ยายมอม

13 ตลุ าคม 2563

พรรณไมเกยี รติประวัติไทย "เอือ้ งศรีประจมิ "

14 ตุลาคม 2563

พชื สมนุ ไพรนารู... "แกแล"
(Lour.) Corner

วงศ : MORACEAE
ชอ่ื อ่ืน : แกกอ ง (แพร) , แกล แหร (ภาคใต), เข (นครราชสีมา), ชางงาตอ ก (ลาํ ปาง), น้ําเค่ยี วโซ
(ปตตาน)ี , สักขี เหลอื ง (ภาคกลาง), หนามเข (ประจวบครี ขี นั ธ)
แกแลเปนไมพ มุ รอเลอื้ ย นา้ํ ยางสีเหลอื งออ น ใบเดยี่ ว เรยี งสลบั ผลรวม รปู ทรงกลม ผวิ ขรขุ ระ
สรรพคณุ : ลาํ ตน บํารุงโลหิต แกน แกไขรากสาด แกทอ งเสยี บํารงุ นา้ํ เหลือง รกั ษาแผลพพุ อง
ขับปส สาวะ แกมตุ กติ ระดูขาว บํารุงกําลงั บาํ รงุ โลหติ เปน สยี อ มผาใหส ีเหลอื งสด ดอก ขับเสมหะและ
โลหติ
อา งองิ : ความหลากหลายทางชีวภาพพชื สมนุ ไพรในประเทศไทย เลม 1 หนา 37. สาํ นกั วจิ ยั การ
อนุรกั ษป า ไมและพันธุพชื กรมอุทยานแหง ชาติ สตั วปา และพนั ธพุ ชื . 2559.

15 ตลุ าคม 2563

ไมป ากนิ ได... "แตงหนาม"

16 ตลุ าคม 2563

พรรณไมหายากจากปาตะวนั ออก “มวนยาพระอนิ ทร”
L. subsp. W.J.de Wilde & Duyfjes var.

วงศ : CUCURBITACEAE
เปนไมเถา ยาว 4-15 ม. ผลเปน ชอ หอย คลา ยพวงบุหร่ี ในปา ตะวันออกพบทเ่ี ขตรักษาพันธสุ ตั วป า
เขาอา งฤาไน จังหวดั ชลบุรี และเขตรักษาพนั ธสุ ตั วป า เขาสอยดาว จงั หวดั จันทบรุ ี ทร่ี ะดบั ความสงู
200-700 ม.

17 ตลุ าคม 2563

สวจ. อยากบอก... "ขวา ว”

18 ตุลาคม 2563

หยบิ จากหิง้ สวจ. "ความหลากหลายและการใชประโยชนของเห็ดราในกลมุ
ปา แกง กระจาน"

19 ตลุ าคม 2563

" พฤกษานา ร.ู .. "บหุ รพี่ ระฤๅษี" (Wall.) Hutch.
ชอื่ พอ ง : Wall., Prain
วงศ : Cucurbitaceae
ไมเถาลมลุก ยาวไดถ ึง 12 ม. ใบประกอบ สว นมากมีใบยอ ย 3 ใบ ใบยอ ยรูปรี รูปไข หรือแกมรูปขอบขนาน
ปลายใบแหลมหรือมน ปลายมีติ่งแหลม กา นใบยอ ยยาว 0.4-2 ซม. ชอดอกเพศผยู าว 10-30 ซม. แยกแขนง สี
ครมี ถึงเหลืองออน กลีบเล้ียงรูปไข กลบี ดอกรูปไข กานชอู ับเรณูแยกกนั ชอดอกเพศเมยี ยาว 2-10 ซม. มีไดถ ึง 10
ดอก สีครีมถึงเหลืองออน ยอดเกสรเพศเมยี รูปพระจนั ทรเส้ียว ผลรปู ทรงกระบองปลายตดั ยาว 4-8 ซม. สเี ขยี ว
ผิวเกล้ยี งหรอื มขี นสนี ้ําตาลปกคลุม เมล็ดยาว 0.6-1 ซม. ขอบจัก 5-7 แฉก คลา ยรูปดาว ผิวมีตุมละเอียด ปกยาว
1.4-2.7 ซม.
พบทอี่ ินเดีย บงั กลาเทศ ภูฏาน พมา จีนตอนใต ภมู ภิ าคอินโดจีน คาบสมทุ รมลายู สุมาตรา ฟล ิปปนส
ออสเตรเลีย และหมเู กาะแปซิฟก ในไทยพบทุกภาค ขนึ้ ตามปาเบญจพรรณ ปาดบิ แลง หรอื เขาหินปูน ความสงู ถึง
ประมาณ 1,000 ม.

20 ตลุ าคม 2563

พรรณไมเกยี รตปิ ระวัติไทย "เอื้องศรอี าคเนย"

21 ตลุ าคม 2563

พชื สมนุ ไพรนาร.ู .. "ขยนั "
(Craib) A.Schmitz

วงศ : FABACEAE
ช่ืออ่ืน : เครือขยัน (ภาคเหนอื ), สยาน (ตาก ลําปาง), หญานางแดง (ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ)
ขยันเปน ไมเถาเน้ือแข็ง ใบเดย่ี ว เรยี งสลับ ดอกชอ กระจะ ออกทปี่ ลายกิ่ง ดอกยอ ยจํานวนมาก กลีบดอกสีแดง
ผลเปน ฝก รูปขอบขนาน ปลายแหลม
สรรพคณุ : รากหรอื ลําตน บํารุงโลหติ สาํ หรับสตรหี ลังคลอด ขณะอยไู ฟชว ยใหมดลกู เขาอเู รว็ ข้นึ เปลือก ฝาด
สมาน แกท อ งเสีย
อางอิง : ความหลากหลายทางชวี ภาพพืชสมนุ ไพรในประเทศไทย เลม 1 หนา 40. สํานกั วจิ ัยการอนุรักษปาไม
และพันธุพชื กรมอุทยานแหงชาติ สตั วป า และพนั ธุพืช. 2559.

21 ตุลาคม 2563

วนั น้ี (วันพุธท่ี 21 ตุลาคม 2563) ผูอํานวยการสาํ นักวิจัยการอนุรกั ษป า ไมและพนั ธพุ ชื ไดน าํ
ทมี งานรุกขกร สํานกั วจิ ยั การอนรุ กั ษปาไมและพนั ธพุ ืช และทมี งานรกุ ขกรจากอทุ ยานแหงชาติ 6 แหง
ไดแ ก อุทยานแหง ชาตินํ้าตกเจ็ดสาวนอย อุทยานแหงชาตินา้ํ ตกสามหล่นั อทุ ยานแหงชาติภแู ลนคา
อทุ ยานแหง ชาติเขาใหญ อุทยานแหงชาตเิ อราวณั และอทุ ยานแหงชาตไิ ทรโยค รวม 41 คน เขา รวม
กิจกรรมจิตอาสา เนือ่ งในวันรกั ตน ไมประจําปข องชาติ พ.ศ. 2563 โดยไดร บั เกยี รติจากทานอธบิ ดี
รองอธิบดกี รมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธพุ ชื และผูอาํ นวยการสาํ นกั บรหิ ารงานกลาง เขา
รว มงาน ไดตัดแตง บํารงุ รกั ษาตน ไม ภายในบริเวณกรมอทุ ยานแหงชาติ สตั วปา และพันธพุ ืช รวม
84 ตน

22 ตลุ าคม 2563

ไมป ากนิ ได... "ตะขบปา"

23 ตลุ าคม 2563

พรรณไมหายากจากปา ตะวันออก “เถาดกู ง”ู
Griff.
วงศ : PLAGIOPTERACEAE
ไมเถาเนื้อแขง็ ยาวไดถึง 40 ม. ดอกหอมแรง ทกุ สวนของพืชเม่อื ฉีกหรือหักจะมี
เสนใยใส ในปาตะวันออกพบในปา ดบิ แลง และปา ดิบช้ืน ท่ีระดับความสงู 100-400 ม.

24 ตลุ าคม 2563

สวจ. อยากบอก... "คอแลน”

25 ตุลาคม 2563

หยิบจากหิ้ง สวจ. "ความหลากหลายของเช้ือราทําลายและกอโรคกับแมลงใน
กลุมปาแกง กระจาน"

26 ตลุ าคม 2563

" พฤกษานารู. .. "มวนยาฤๅษี" (Craib) Hutch.
ช่ือพอง : Craib,
(Craib) Craib
วงศ : Cucurbitaceae
ไมเ ถาลมลุก ยาว 2-4 ม. มีหัวใตด นิ ใบประกอบ มีใบยอย 5 ใบ ใบตามชอดอกมักมีใบยอ ย 3 ใบ ใบยอยรปู รีรูป
ขอบขนาน หรอื รูปใบหอกกลบั ปลายใบกึ่งแหลมหรือมน กา นใบยอ ยยาวประมาณ 1 ซม. ชอ ดอกเพศผูยาว 5-15
ซม. สีเหลอื งอมเขยี ว มขี นตอมละเอียด กลบี เล้ียงและกลีบดอกรูปแถบแกมรปู หอก กา นชอู ับเรณูตดิ กัน ชอ ดอก
เพศเมียยาวไดถงึ 5 ซม. สีเหลืองอมเขยี ว ยอดเกสรเพศเมียรปู แฉกเลก็ ผลรปู ทรงกระบองปลายตดั ยาว 4-6.5
ซม. สเี ขยี ว ผิวเกลี้ยง เมล็ดยาว 6-7.5 มม. ขอบมีปุมถ่ี ๆ ผิวมตี มุ ละเอียด ปก ยาว 8-13 มม.
เปน พรรณไมถ่นิ เดยี วของไทย พบทกุ ภาค ยกเวน ภาคใต ข้ึนในปา เต็งรัง ปาเบญจพรรณ และปาดิบแลง
บางคร้ังพบบนเขาหนิ ปนู ทร่ี ะดบั ความสูง 25-700 ม.

27 ตลุ าคม 2563

พรรณไมเกยี รตปิ ระวตั ิไทย "พิษนาศนด อยหวั หมด"

28 ตลุ าคม 2563

พืชสมุนไพรนา รู... "ขา ลงิ "
Griff.

วงศ : ZINGIBERACEAE
ชอ่ื อ่นื : ขา (อุบลราชธานี)
ขา ลิงเปนไมล ม ลกุ มลี าํ ตน เปนเหงาใตด ิน ใบเด่ียว เรยี งสลบั ดอกชอ ออกทป่ี ลายยอด สเี ขียวออ น
กลีบปากสีชมพู ผลกลม เมือ่ สกุ สแี ดง
สรรพคณุ : ราก แกพษิ ฝ รักษากลาก เกลอ้ื น เหงา แกประดง รกั ษากามโรค รักษาโรคผวิ หนงั แก
จุกเสยี ดแนน เฟอ ขบั ลมในลาํ ไส ใบ รักษากลาก เกลอ้ื น ดอก ขบั พยาธิ แกป วด
อางองิ : ความหลากหลายทางชวี ภาพพชื สมนุ ไพรในประเทศไทย เลม 1 หนา 44. สํานักวจิ ัยการ
อนรุ ักษปาไมและพันธุพ ชื กรมอุทยานแหงชาติ สัตวปา และพันธพุ ืช. 2559.

29 ตลุ าคม 2563

ไมป ากินได. .. "ตาํ ลึงตวั ผ"ู

30 ตุลาคม 2563

พรรณไมห ายากจากปาตะวนั ออก “สม กุงหนิ ปูนตะวันออก”
Phutthai & Hughes
วงศ : BEGONIACEAE
พรรณไมชนดิ ใหมของโลก ถิ่นเดยี ว และมแี นวโนมใกลส ญู พันธุ เปน ไมล ม ลุก ข้นึ บน
เขาหินปนู พบเฉพาะทีป่ าตะวนั ออก ท่ีเขตรักษาพนั ธสุ ตั วป าเขาอางฤๅไน
จงั หวัดชลบุรี และอุทยานแหงชาติเขาชะเมา-เขาวง จังหวัดระยอง ท่ีระดบั ความสูง
70-200 ม.

31 ตลุ าคม 2563

สวจ. อยากบอก... "แคทราย”


Click to View FlipBook Version