48
พนื้ ทด่ี ำเนนิ งาน ประกอบด้วย
1) สวนรุกขชาติหนองตาอยู่ จังหวดั ชลบรุ ี
2) สวนพฤกษศาสตร์ควนเขาวัง จงั หวดั สงขลา
3) สวนรกุ ขชาตถิ ำ้ เขานุ้ย จงั หวัดสงขลา
4) สวนพฤกษศาสตรด์ งฟา้ หว่ น จังหวัดอุบลราชธานี
5) สวนรกุ ขชาตินำ้ ตกสำโรงเกยี รติ จังหวัดศรสี ะเกษ
6) สวนพฤกษศาสตรภ์ ฝู อยลม 60 พรรษามหาราชนิ ี จังหวดั อุดรธานี
7) สวนรุกขชาติ 60 ปี ความสมั พนั ธ์ทางการทูตไทย - ลาว จังหวัดหนองคาย
8) สวนรกุ ขชาติเมืองราด จงั หวดั เพชรบูรณ์
9) สวนรกุ ขชาตไิ มเ้ มอื งหนาว จงั หวัดเชยี งใหม่
10) สวนพฤกษศาสตรแ์ มเ่ หยี ะ จงั หวัดเชยี งใหม่
11) สวนรกุ ขชาติดอยหมากหนิ หอม จงั หวดั แม่ฮ่องสอน
12) ฝา่ ยอนรุ ักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ สว่ นความหลากหลายทางชีวภาพ สำนกั วจิ ยั
การอนุรักษ์ป่าไมแ้ ละพันธ์ุพืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตวป์ า่ และพันธพ์ุ ืช
49
ดา้ นการประเมินความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมและระบุแหลง่ ท่ีมาของไมช้ ิงชันดว้ ยเคร่อื งหมายดีเอ็นเอ
เพ่อื นำไปประยกุ ต์ใช้ในการวางแผนการอนรุ ักษ์ป้องกนั และนิติวทิ ยาศาสตรป์ ่าไม้
1. หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันป่าไม้ในประเทศไทยได้ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก หน่ึงในต้นเหตุสำคัญของการบุกรุก
ทำลายป่า คือ "การลักลอบตัดไม้" ตามใบส่ังของนายทุน ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังมานานหลายยุคหลายสมัย ขณะท่ี
ภาครัฐได้งัดสารพัดมาตรการ ท้ังป้องกันและปราบปรามมาดำเนินการอย่างต่อเน่ือง แต่เหตุใดสถานการณ์การ
ลักลอบตัดไม้กลับรุนแรงมากข้ึน ดังจะเห็นได้การจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้พะยูงท่ีปรากฏเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน
ทำให้ไม้พะยูงลดจำนวนลงและเหลือน้อย และเน่ืองจากไม้พะยูงมีจำนวนลดลงนายทุนได้เริ่มเบนความสนใจไปใน
ไม้ชงิ ชัน สาเหตุท่ีเป็นไม้ชิงชันเพราะมีลักษณะและสีของไม้คล้ายกบั ไม้พะยูง และอยู่ในระดับราคาท่ีสามารถทำให้
ตลาดเติบโตและทำกำไรอย่างมาก ดังน้ันเพ่ือเตรียมความพร้อมในการรองรับการบังคับใช้กฎหมายทางด้านนิติ
วทิ ยาศาสตร์ จึงจัดทำลายพมิ พ์ดีเอ็นเอเพอื่ หาเอกลักษณ์ของไม้ชิงชันในแต่ละต้นและหาความแตกต่างของรูปแบบ
ดเี อ็นเอในพ้ืนที่ต่าง ๆ สามารถใช้เปน็ ข้อมูลดา้ นพันธุกรรมเบ้ืองต้นในการแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของไมช้ ิงชนั ใน
แต่ละต้นและสามารถแสดงแหล่งกำเนิดของไม้ ซ่ึงจะช่วยในการพิสูจน์หลักฐานเพ่ือพิจารณาคดีต่อผู้กระทำผิดได้
อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ีการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อประเมินสภาพแหล่ง
พนั ธกุ รรมของไม้ชิงชันจะช่วยเป็นแนวทางคัดเลือกแหล่งพันธกุ รรมเพอื่ การอนุรกั ษ์ฟื้นฟปู ่าไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
ซ่ึงจะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวน้ีมาใช้พิจารณาในการวางแผนการอนุรักษ์พันธุกรรมและกา รฟ้ืนฟูไม้ชิงชันใน
อนาคตตอ่ ไป
2. วตั ถปุ ระสงค์
1. เพื่อนำผลการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมมาใช้ประเมินสถานภาพแหล่งพันธุกรรมเพื่อใช้ใน
การวางแผนอนุรกั ษไ์ ม้ชงิ ชันในประเทศไทย
2. เพื่อเสริมสมรรถภาพในการป้องกันการลักลอบ ตัดไม้ชิงชัน โดยการจัดทำลายพิมพ์ดีเอ็นเอของไม้
ชิงชันในพ้นื ทีอ่ นรุ กั ษ์
3. ระบุแหล่งที่มาของท่อนไม้ชิงชันลักลอบโดยใช้ข้อมูลความแตกต่างหรอื จำเพาะของรูปแบบดีเอ็นเอใน
พ้นื ทีต่ ่างๆ
วิธกี ารดำเนนิ การ
1. เก็บตัวอย่างใบหรอื เปลือกของไม้ชงิ ชันในพ้นื ท่ีอนุรักษ์
2. วเิ คราะห์ผลการจัดทำลายพิมพ์ดเี อน็ เอ ศึกษาความหลากหลายทางพนั ธุกรรมและการศึกษารปู แบบ
ความแตกต่างของดีเอน็ เอในแต่ละพื้นที่
3. รายงานผลการวจิ ยั ต่อหนว่ ยงานต้นสงั กดั
4. เสนอผลงานวจิ ัยในงานประชมุ ทางวชิ าการตา่ งๆ
5. เผยแพรผ่ ลการศกึ ษาแกห่ น่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเพอ่ื นำไปประกอบการพิจารณาในการบริหารจดั การ
50
3. ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั
สามารถจัดทำลายพิมพ์ดีเอ็นเอของไม้ชิงชันในพ้ืนท่ีอนุรักษ์เพื่อใช้เป็นข้อมูลด้านพันธุกรรมใน
การแสดงเอกลักษณ์ในแต่ละต้นและสามารถใช้ข้อมูลความแตกต่างจากรูปแบบบดี เอ็นเอของคลอโรพลาสต์จีโนม
ในแต่ละพื้นทีใ่ นการระบุแหล่งท่ีมาของไม้ชิงชันทล่ี ักลอบ ท้ังน้ีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตวป์ ่า และพันธุ์พืช และกรม
ป่าไม้ หรือหน่วยงานอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาวิจัยในการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานใน
การดำเนนิ คดีต่อผกู้ ระทำผิดในการลกั ลอบตัดไม้ชิงชัน นอกจากนี้สามารถประเมินสถานภาพความหลากหลายทาง
พันธุกรรมของไม้ชิงชันได้เพ่ือนำไปใช้ในการวางแผนการอนุรักษ์ในถ่ินกำเนิดและนอกถ่ินกำเนิดตลอดจนฟ้ืนฟูป่า
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
กลมุ่ เป้าหมาย
1. เผยแพร่ผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการด้านป่าไม้ความหลากหลายทางชีวภาพสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยากรธรรมชาติในระดบั ประเทศ และนานาชาติ
2. เผยแพร่ผลการศึกษาที่ได้จากการวิจัย เพื่อให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติในท้องที่ ได้แก่ สำนักป้องกัน
ปราบปรามและควบคุมไฟป่า และกองคุ้มครองพันธ์ุสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (ไซเตส: อนุสัญญาว่าด้วย
การค้าระหว่างประเทศซ่ึงชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธ์ุ) เพื่อเสริมศักยภาพและนำไปขยายผลต่อการ
ปฏบิ ัตใิ นการปอ้ งกนั และบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนวางแผนในการอนรุ ักษ์และฟน้ื ฟปู ่าอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
3. เผยแพร่ผลการศึกษาสู่สาธารณชนเพ่ือให้ความรู้และความตระหนัก ต่อปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง
อย่างผิด กฎหมาย และแสดงให้เห็นวา่ การใช้ดีเอน็ เอเทคโนโลยสี ามารถเสริมศกั ยภาพในการป้องกัน อนุรกั ษ์ และ
ฟ้นื ฟูปา่ ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
4. ผลการดำเนนิ งาน
1. การศึกษารูปแบบคลอโรพลาสดีเอ็นเอในไม้ชิงชัน 3 ตำแหน่ง ในพ้ืนท่ีอนุรักษ์ในประเทศไทยจำนวน
10 ประชากร 4 ภูมิภาค คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก สามารถระบุ
แหล่งทม่ี าของไม้ชิงชันไดใ้ นแต่ละภูมิภาคได้ และสามารถแยกรปู แบบดีเอ็นเอ็นเอในแต่ละจังหวัดได้ ยกเวน้ จังหวัด
ในภาคเหนือ ดงั แสดงในรปู ท่ี 1
2. การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของไม้ชิงชันในประเทศไทย ในพื้นที่อนุรักษ์ในประเทศไทย
จำนวน 5 ประชากร 4 ภูมิภาค คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก จากผล
การศึกษาเบ้ืองต้นพบว่าไม้ชิงชันจากพื้นท่ีจังหวัดสุโขทัย จังหวัดลำปาง จังหวังเชียงใหม่ จังหวัดศรีสะเกษ และ
จังหวัดตราด มีค่าความหลากหลายทางพันธุกรรมใกล้เคียงกัน และมีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง โดยมีค่า
ความหลากหลายทางพันธุกรรมเฉลี่ย (He = 0.74) และความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างแหล่ง (Fst) ของไม้
ชงิ ชนั พบว่ามคี า่ Fst = 0.15
3. พบเคร่ืองหมายดีเอ็นเอท่ีเฉพาะเจาะจง (private allele) ในเครื่องหมายดีเอ็นเอตำแหน่ง DL4 ใน
ตัวอย่างจากจังหวัดศรีสะเกษ และตัวอย่างจากจังหวัดสุโขทัย ซ่ึงสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการระบุ
แหล่งท่มี าของไม้ชงิ ชนั ได้
51
52
ด้านการใช้องค์ความรู้จากระบบนเิ วศป่ าไม้และส่ิงแวดล้อม เพ่ือสนบั สนุนขบวนการยุติธรรม
งานวิจัยทางด้านระบบนิเวศป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เป็นงานวิจัยที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน
ตามภาระกิจของกรมอุทยานฯ ด้านการอนุรักษ์ ส่งเสริม และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ในเขตพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ โดยการควบคุม ป้องกันพื้นท่ีป่าอนุรกั ษ์เดิมที่มีอยู่ และฟื้นฟูพ้ืนท่ีป่าเส่ือมโทรมให้
กลับสมบูรณ์ด้วยกลยุทธ์ การส่งเสริม กระตุ้น และปลุกจิตสำนึก ให้ชุมชนมีความหวงแหน และการมีส่วนร่วมในการ
ดูแลทรัพยากรท้องถิ่น เพ่ือเป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพ
สำหรับเป็นแหล่งต้นนำ้ ลำธาร แหล่งท่ีอย่อู าศยั ของสัตวป์ ่า แหลง่ อาหาร แหล่งนนั ทนาการ และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
ของประชาชน
จากคดีความต่าง ๆ ทางด้านป่าไม้ในปัจจุบัน ทั้งท่ีหน่วยงานของกรมอุทยานฯ เป็นโจทย์และจำเลย
จำเป็นต้องไปนำไปพิสูจน์กันในช้ันศาลนั้น บางคดีจำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ทางด้านระบบนิเวศและส่ิงแวดล้อม
เพื่อประกอบการพิจารณาคดตี ามขบวนการยตุ ธิ รรมดังกลา่ ว ตวั อยา่ งของคดีความ มีดังนี้
คดีสวนป่าท่าแยก (คดีแพ่งสามัญ หมายเลขดำที่ 1769/2550 นายถนอม พวงพุฒ โจทก์ฟ้องกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับพวกรวมห้าคน เป็นจำเลย ว่าขัดขวางการครอบครองเพื่อทำประโยชน์ใน
ท่ดี นิ โฉนดของโจทก)์
“เนื่องจากโจทก์ได้ประมูลซี้อที่ดินโฉนดเลขที่ 2249 ตำบลโคกปี่ฆ้อง อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว
เป็นเนื้อที่ 9 ไร่ 27 ตารางวา จากการขายทอดตลาดได้ในราคา 80,000 บาท เมือ่ วันท่ี 18 เมษายน 2548 ต่อมา
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตที่ดิน โดยนัดรังวัดสอบเขตในวันที่ 19 เมษายน 2550
แต่เจ้าหน้าท่ีของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ไม่ยอมชี้ระวังแนวเขตโดยอ้างว่าท่ีดินดังกล่าวเป็นที่ดินของสวนป่าท่าแยก
จึงเกิดเป็นคดีความขึ้นมา” ได้ใช้เทคนิคการเจาะไส้ไม้ด้วย Borer เพื่อศึกษาวงปีของไม้สัก จำนวน 2 ต้น พบว่า
ไม้สักต้นท่ี 1 มีอายุประมาณ 40 ปี และต้นท่ี 2 มีอายุประมาณ 43 ปี ร่วมกับหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศในปีต่าง ๆ
ในพืน้ ทพ่ี พิ าท ใชเ้ ปน็ หลกั ฐานเพื่อประกอบการพจิ ารณา
53
ผลพิจารณาคดี…ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า ห้ามจำเลย
ทั้งห้าเก่ียวข้องขัดขวางครอบครองการทำประโยชน์ในท่ีดินโฉนดท่ี 2249 จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลฏีกาพิจารณาดังน้ี “...
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นท่ีป่าซ่ึงอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสวนป่าท่าแยก (ปจ. 11) ซ่ึงเป็นหน่วยงาน
หนึ่งของจำเลยที่ 1 และเป็นท่ีดินส่วนหน่ึงของที่ดินสวนป่าท่าแยกแปลง 2495 เมื่อการออกโฉนดท่ีดินเลขท่ี 2249
ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และบางส่วนของที่ดินซ่ึงเป็นท่ีดินพิพาทเป็นที่ดินป่าไม้ แม้โจทก์จะซ้ือท่ีดินโฉนดเลขท่ีดังกล่าวมา
จากการขายทอดตลาดโดยสุจริต โจทก์ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในส่วนที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามาน้ัน ไม่
ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยท้ังห้าฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลช้ันต้น
...” รายละเอยี ดใน ฎีกาที่ 18832/2557 วันที่ 30 ธันวาคม 2557
คดีตัดไมพ้ ยูง อุทยานแห่งชาติน้ำพอง (คดีอาญาที่ 56/2557 นายสมชาย ชำนาญ กับพวก 3 คน ผู้ต้องหา ว่า
รว่ มกันเกบ็ หาของปา่ รว่ มกนั ทำไมห้ วงห้ามโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต)
“เม่ือวันท่ี 7 เมษายน 2557 ผู้ต้องหา ได้ทำลักลอบตัดต้นไม้พะยูง จำนวน 3 ต้น ในพ้ืนที่อุทยาน
แห่งชาติน้ำพอง อำเภอบ้านแท่น จังหวัดขอนแก่น นำออกนอกไปจากพื้นที่ เม่ือตรวจสอบตอไม้พะยูงในพ้ืนที่
อุทยานแห่งชาตนิ ้ำพอง พบตอไม้พะยูงจำนวน 3 ตอ พบว่า ตอที่ 1 มคี วามสูงจากพื้นดนิ 82 cm มขี นาดเสน้ ผ่าน
ศูนย์กลาง () 36.2 cm ตอท่ี 2 มีความสูงจากพ้ืนดิน 90 cm ขนาด 36.0 cm และตอที่ 3 มีความสูงจาก
พน้ื ดิน 30 cm ขนาด 40.5 cm”
ตอ่ มาวันที่ 2 กุมภาพนั ธ์ 2559 สำนักงานอัยการจังหวัดภูเขียว ขอให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณจากตอท่ีพบว่า
ไม้แต่ละต้นมขี นาด ปริมาตร น้ำหนกั ประมาณเท่าใด ได้ใชเ้ ทคนิคการคำนวณมติ คิ วามเจริญเติบโตของต้นไม้ในการ
ประมาณค่าท่ีทางอัยการจงั หวัดภูเขยี วต้องการ โดยใช้ไม้พะยูงตวั อย่างอายุ 29 ปี ในแปลงทดสอบลกู หลานไม้พะยูง
ที่เก็บรวบรวมจากสถานท่ีต่าง ๆ ท่ัวประเทศ ที่ปลูกในปี พ.ศ. 2530 ระยะปลูก 4X4 เมตร ในพ้ืนท่ี 85 ไร่ ของ
สถานีวนวัฒนวิจัยหมูสี ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด กลุ่มงาน
วนวฒั นวิจัย สำนักวิจยั และพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้ พบว่า
ปริมาตรของไม้ทั้งหมดที่ถูกตัด ของตอที่ 1, 2 และ 3 ที่คำนวณโดยการใช้สมการกรวยกลม มีค่า
0.687, 0.679 และ 0.884 ลกู บาศก์เมตร ตามลำดับ โดยมปี รมิ าตรไม้ท่อนรวมทง้ั หมด 2.250 ลูกบาศกเ์ มตร
และน้ำหนักของต้นไม้มีค่า 484.335, 478.695 และ 623.220 กิโลกรัม ตามลำดับ โดยมีน้ำหนักของลำต้น
รวมทัง้ หมด 1,586.250 กโิ ลกรมั
54
ปริมาตรของไม้ท่อนที่คาดว่าจะถูกตัดและถูกชักลากออกไป ท่ีคำนวณด้วยสมการ Smalian’s Formula ของ
ตอท่ี 1, 2 และ 3 มีค่า 0.578, 0.572 และ 0.592 ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ โดยมีปริมาตรไม้ท่อนรวม
ทั้งหมด 1.742 ลูกบาศก์เมตร และน้ำหนักของไม้ท่อนมีค่า 407.490, 403.260 และ 417.360 กิโลกรัม
ตามลำดับ โดยมีน้ำหนกั ไม่ท่อนรวมท้ังหมด 1,228.110 กิโลกรัม
ผลพจิ าณาคดี… ยงั ไม่ได้รบั รายงาน
55
คดีบกุ รุกทด่ี นิ ชายหาดท่ีเป็นดนิ งอกและไฟไหมป้ า่ พรุ เขตหา้ มลา่ สตั ว์ป่าเขาปะชา้ ง-แหลมขาม
“เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม จังหวัดสงขลา ทำหนังสือผ่านสำนักบริหารพื้นท่ีอนุรักษ์ที่ 6
(สงขลา) ขอความอนุเคราะห์สำรวจข้อมูลเพ่ือการประเมินค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมในพื้นท่ีป่าพรุ และป่าชายหาด
เมือ่ วันท่ี 13 กรกฎาคม 2563” ...ในวนั ท่ี 17-22 สิงหาคม 2563 ทีมงานจากสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และ
พันธ์ุพืช ได้เข้าตรวจสอบพ้ืนที่...ได้ใช้เทคนิคการศึกษาสังคมพืช ในการวางแปลงตัวอย่างเพ่ือเก็บข้อมูลต้นไม้ใน
พื้นท่ีป่าชายหาดขนาด 40X40 m2 จำนวน 1 แปลง ในพ้ืนท่ีป่าพรุจำนวน 3 แปลง เป็นขนาด 40X40 m2
จำนวน 1 แปลง และ 20X20 m2 จำนวน 2 แปลง และทำการวางแปลงศึกษากระจดู 1X1 m2 จำนวน 3 แปลง
ในบริเวณชายหาดที่เป็นพื้นท่ีดินงอก ได้ทำการลงตำแหน่งแปลง พร้อมกับการวางแปลงตัวอย่างเพ่ือเก็บ
ขอ้ มลู ใน Google Earth Pro พบว่ามกี ารเปล่ยี นแปลงของสภาพพนื้ ทอ่ี ย่างเดน่ ชดั
56
จากการวางแปลงตัวอย่างเก็บข้อมูลต้นไม้ขนาด 40X40 m2 จำนวน 1 แปลง พบวา่ มีไม้สนทะเลข้ึนอยู่
ตามธรรมชาติ จำนวน 70 ตน้ /ไร่ มีขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลาง ที่ระดบั 1.30 m (DBH) ระหว่าง 6.1-43.1 cm. มี
ความสงู ระหวา่ ง 61.1-35.3 m. และไม่พบไม้ยืนต้นชนดิ อ่นื ๆ ในแปลงตัวอย่าง
ในการประเมินมูลค่าของไมส้ นทะเล ได้ใช้อ้างอิงจาก
ป ร ะ ก า ศ ส ำ นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก ำ กั บ กิ จ ก า ร
พลังงาน เรื่อง บญั ชีราคากลางต้นไม้และพืชผล พ.ศ.
2562 ซ่ึงเป็นราคากลางท่ีนำมาใช้ในการกำหนด
จ่ า ย ค่ า ท ด แ ท น ต้ น ไม้ แ ล ะ พื ช ผ ล ที่ ถู ก เข ต ร ะ บ บ
โครงข่ายพลงั งานพาดผา่ น ตาม พ.ร.บ. การประกอบ
กิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ท่ีประเมินมาจาก
1 ) ค่าพั นธุ์ ค่าปลูก ค่าปุ๋ย ค่าดูแลรักษ า
ตลอดจนค่าเสียโอกาสตามหลักวิชาการเกษตร
2) บัญชีราคาหรอื ค่าทดแทนของหน่วยราชการ
อนื่ เช่น กรมทางหลวง กรมชลประทาน การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เป็นต้น จากหลักการทั้ง 2 ข้อ นั้น ในข้อ
1 เป็นการคิดคำนวณต้นทุนการปลูกต้นไม้หรือพืชผล รวมถึงค่าเสียโอกาสท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคตหรือเป็นวิธี
คำนวณจากรายได้ท่ีจะได้รับ ขณะท่ีในข้อ 2 เป็นการเทียบเคียงกับหน่วยงานของรัฐท่ีมีการจ่ายค่าทดแทนเพ่ือให้
เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ต่ำกว่า โดยกำหนด
ราคาของไม้สนทะเลที่มีความสูงไม่ถึง 4 เมตร ราคา
435 บาทต่อต้น และความสูงต้ังแต่ 4 เมตร ข้ึนไป
ราคา 870 บาทต่อต้น ดังนั้นเม่ือนำหลักเกณฑ์
ดังกล่าวมาคำนวณในแปลงตัวอย่างท่ีมีจำนวน 70 ต้น
และมีความสูงมากกว่า 4 เมตร จึงคิดเป็นมูลค่า
เฉพาะต้นไมด้ งั กล่าวเปน็ เงนิ 60,900 บาท/ไร่
สว่ นในพื้นท่ีป่าพรทุ ี่ถูกไฟไหม้ พบว่าพันธุ์ไม้
ยืนต้นส่วนมากเป็นไม้เสม็ดขาว และมีต้นกระจูดข้ึน
เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากต้นกระจูดเป็นพืชเศรษฐกิจที่
คนในท้องถิ่นได้ใช้ประโยชน์ทำเครื่องจักรสานเป็น
ประจำ จึงทำการเก็บข้อมูลปริมาณกระจูดท่ีไม่ถูกไฟ
ไหม้ พบว่า ในพ้ืนท่ี 1X1 m2 จะสามารถทำเป็นมัด
ขายได้ 35 บาท/มัด ดังนั้นในพ้ืนท่ี 1 ไร่ จะมีมูลค่า
ของกระจูดสูงถึง 56,000 บาท/ไร่ ซึ่งต้องเป็นพ้ืนท่ี
ท่ีมีแต่กระจูดเท่าน้ัน แต่ถ้าในพ้ืนที่นั้นมีต้นเสม็ดข้ึน
แซมด้วย จำเป็นต้องปรับลดมูลค่าของกระจูดลง แต่
ตอ้ งรวมกบั มูลคา่ ของตน้ เสม็ดดว้ ย
57
ราคาของต้นเสม็ดจากเอกสารดังกล่าวข้างต้น ได้กำหนดราคาของไม้เสม็ดต้นใหญ่ ราคา 4,640 บาท/ต้น
ต้นเล็กราคา 2,320 บาท/ต้น การที่ราคาของต้นเสม็ดราคาสูงเท่ากับไม้สะตอ เพราะต้นเสม็ดสามารถนำใบและ
กิ่งอ่อนมากลัน่ เป็นน้ำมันหอมระเหยทมี่ ีราคาแพง มูลค่าลิตรละประมาณ 3,000 บาท จากขอ้ มลู ในแปลงตวั อยา่ ง
ของไม้เสม็ดขนาดพ้ืนท่ี 40X40 m2 พบว่ามีต้นเสม็ด
จำนวน 296 ต้น/ไร่ มีขนาด DBH ระหวา่ ง 4.5-42.6
cm. เม่ือใช้หลักเกณฑ์ให้ DBH ขนาด 15 cm เป็นไม้
ใหญ่ ดังน้ันขนาด DBH ระหว่าง 4.5-14.9 cm จะมี
จำนวน 246 ต้น/ไร่ และ DBH ระหว่าง 15.0-42.6
จะมีจำนวน 50 ต้น/ไร่ เมื่อนำมาคำนวณมูลค่าของไม้
เสม็ดตน้ เล็กคดิ เป็น 570,720 บาท ไมเ้ สมด็ ตน้ ใหญม่ ี
มูลค่า 232,000 บาท รวมเป็นมูลค่าของไม้เสม็ดท้ัง
เล็กและใหญ่จะมีมูลค่าทั้งส้ิน 802,720 บาท/ไร่ ซ่ึง
คิดเป็นมูลค่าท่ีสูงมากเนื่องจากในเอกสารไม่ได้ระบุว่า
ไม้ขนาดเล็ก และใหญ่ควรมีขนาด DBH เท่าไร เมอ่ื มองใน
มุมของป่าไม้อาจจะมีความแตกต่างกันทางด้านขนาดได้ แต่เมื่อคำนวณใหม่โดยให้ขนาด DBH ของต้นใหญ่มีค่า
มากกว่า 20 cm ก็จะมีจำนวนต้น 29 ต้น คิดเป็นมูลค่าไม้ใหญ่เป็น 134,560 บาท แล้วขนาดของไม้เสม็ดต้น
เล็กควรควรมีขนาด DBH ตั้งแต่เท่าไรถึงเทา่ ไร จึงจะเหมาะสมต่อการคิดมูลค่าของต้นไม้ทีเ่ สียหายจากไฟไหม้ป่าพรุ
ที่จำเปน็ ตอ้ งมกี ารปรึกษาหารอื ในโอกาสต่อไป
ผลพจิ าณาคดี…อย่ใู นขนั้ ตอนจัดทำรายงานเพ่ือนำเสนอตามลำดบั ชน้ั ต่อไป
-------------------------------------------------------------------------
จะเห็นได้ว่าการนำเอาองค์ความรู้จากระบบนิเวศป่าไม้และส่ิงแวดล้อม ที่ผ่านการศึกษามาอย่าง
ยาวนานและต่อเนื่อง สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพ่ือสนับสนุนขบวนการยุติธรรมด้านคดีความต่าง ๆ ได้ตามความ
เหมาะ แต่เป็นที่น่าเสียดายท่ีการศกึ ษาวิจัยทางด้านระบบนิเวศป่าไม้และส่ิงแวดล้อมน้ี ถูกลดบทบาทลงเป็นอย่าง
มาก ท้ังขาดแคลนทางด้านบุคลากร อุปกรณ์เคร่ืองมือ เน่ืองจากลักษณะของงานค่อนข้างยากและลำบาก และมี
ภาระผูกพันที่ต้องข้ึนเป็นพยานศาล จึงทำให้นักวิจัยส่วนมากหันไปศึกษาทางด้านอื่น ๆ แทน ในขณะที่จำนวนคดี
ความต่าง ๆ จะเพ่ิมมากขึ้นในอนาคต ทางผู้บริหารจึงควรให้ความสำคัญต่ออัตราบุคลากรในการศึกษาวิจัย
ทางดา้ นน้ีเป็นการเร่งดว่ น
58
59
ดา้ นการสำรวจและศึกษาราทำลายแมลงในพืน้ ท่ปี ่าอนรุ ักษ์
นักวิจัยจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและ
เท ค โน โล ยี ชี วภ าพ แห่ งช าติได้ ร่ว มกัน ส ำรว จ แล ะศึ กษ าร าท ำล าย แม ล ง ใน พ้ื น ท่ี ป่ าอ นุ รักษ์ ห ล าย แห่ งใน ภ าค
ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตกของประเทศไทย โดยปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีรายงานการค้นพบรา
ทำลายแมลงชนดิ ใหม่ของโลก จำนวน 6 ชนิด ดังน้ี
1. Blackwellomyces aurantiacus Mongkols., Noisrip., Himaman & Luangsa-ard 2020
ต้ังชื่อตามสีของก้านราท่ีผลิตสปอร์ โดย “aurantiacus” ในภาษาละติน หมายถึง สีส้ม ซ่ึงเป็นสีของ
ก้านรา พบตัวอยา่ งครงั้ แรกทอี่ ทุ ยานแหง่ ชาติภเู วียง จงั หวดั ขอนแกน่ ราชนิดน้ีพบได้ตามเศษซากไบไม้ทบั ถม ราเจรญิ บน
ตวั หนอนของผเี สือ้ (Lepidoptera) ทฝี่ ังตวั อย่ใู นดิน
2. Blackwellomyces minutus Mongkols., Noisrip., Himaman & Luangsa-ard 2020
ตั้งชื่อตามลักษณะของก้านราท่ีมีขนาดเล็ก โดย “minutus” ในภาษาละติน หมายถึง เล็ก พบตัวอย่าง
คร้ังแรก ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ราเจริญบนตัวหนอนของด้วง (Coleoptera) ท่ีฝังตัวอยู่ใน
ไม้ที่กำลังย่อยสลาย
60
3. Cordyceps araneae Mongkols., Tasan., Noisrip., Himaman & Luangsa-ard 2020
ต้ังชื่อตามสัตว์เจ้าบ้าน (host) ของราชนิดน้ี โดยภาษาละติน “aranea”หมายถึง อันดับของแมงมุม
พบตวั อยา่ งครัง้ แรกบนรังไข่ของแมงมุม (spider cocoon) ในเศษซากพชื ทอ่ี ุทยานแห่งชาติภูเวยี ง จงั หวัดขอนแก่น
4. Cordyceps kuiburiensis Himaman, Mongkols., Noisrip. & Luangsa-ard 2019
ต้ังช่ือตามอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นสถานที่พบตัวอย่างครั้งแรก
ลกั ษณะในสภาพธรรมชาติ เชื้อราชนิดนีเ้ จริญบนแมงมมุ (Araneidae) ทฝ่ี ังตัวอยใู่ นดิน กา้ นรามีสีสม้ อมแดงเปน็ ก้านเด่ียว
5. Metarhizium phuwiangense Luangsa-ard, Mongkols., Himaman, Thanakitp. & Samson 2020
ตง้ั ช่ือตามอทุ ยานแหง่ ชาตภิ เู วียง จงั หวัดขอนแก่น ซงึ่ เป็นสถานท่พี บตัวอยา่ งครั้งแรก ราชนดิ นี้พบได้
ตามเศษซากใบไม้ทบั ถม ราเจริญบนตวั เตม็ วยั ของด้วง (Coleoptera) ทฝ่ี ังตัวอยใู่ นดนิ ลึกประมาณ 3.5 เซนตเิ มตร
61
6. Purpureomyces pyriformis Luangsa-ard, Noisrip., Himaman, Mongkols. & Thanakitp. &
Samson 2020
ต้งั ชื่อตามรปู ร่างของถุงบรรจสุ ปอร์ (perithecia) โครงสรา้ งสืบพนั ธุ์ ท่ีมีลกั ษณะคล้ายลูกแพร์ พบรา
ชนิดนี้คร้ังแรกที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น พบได้ตามเศษซากใบไม้ทับถม ก้านรางอกออกจากส่วนหัว
ของดักแด้ผเี ส้อื (Lepidoptera) เป็นก้านเด่ยี ว สมี ว่ ง
นกั วจิ ยั จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตวป์ า่ และพันธุ์พืช ร่วมกับอาจารย์มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน
และมหาวิทยาลัยอบิ ารากิ ประเทศญ่ีปุ่น ศึกษาและพบเชือ้ ราสนิมก่อโรค (Rust fungal disease) ชนิดใหม่ของโลก
1 ชนดิ
1. Cystomyces antheropori Ayawong & Y. Ono 2020
ต้งั ชอ่ื ตามชนดิ ของพชื อาศัย คือ ต้นทลายเขา (Antheroporum glaucum Z. Wei Family Fabacae)
ซง่ึ เปน็ ไมย้ ืนต้นตระกูลถว่ั พบที่อทุ ยานแห่งชาตไิ ทยประจัน จงั หวัดราชบุรี และอุทยานแห่งชาตแิ กง่ กระจาน
จังหวดั เพชรบุรี เชอ้ื ราชนิดน้ที ำใหเ้ กิดใบเหลอื ง ใบร่วงง่าย
62
นักวิจยั กรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่า และพันธุ์พืช ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวทิ ยา สาธารณรัฐออสเตรีย
รายงานการค้นพบแมลงชนดิ ใหมข่ องโลก 1 ชนิด
1. Aphelocheirus narumonae (Zettel & Rattanachan, 2020)
ตงั้ ช่ือเพ่ือเปน็ เกียรติแก่ รศ.ดร. นฤมล แสงประดบั มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมวนน้ำขนาดเล็ก
เป็นตัวห้ำกินแมลงหรือสัตว์อื่นเป็นอาหาร พบในลำธารน้ำไหล พบคร้ังแรกท่ีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัด
นครราชสมี า
63
ศูนยค์ ุ้มครองพันธ์ุพชื ป่าและสถานีคมุ้ ครองพันธุ์พืชปา่
กล่มุ งานวิจัยพันธศุ าสตรป์ า่ ไม้และพนั ธุพ์ ชื ป่าหายาก สำนักวจิ ยั การอนุรักษ์ป่าไม้และพนั ธุ์พชื
1. หลกั การและเหตุผล
กลมุ่ งานวจิ ัยพันธุศาสตรป์ า่ ไม้และพนั ธุ์พืชปา่ หายาก สำนักวจิ ัยการอนุรกั ษ์ป่าไม้พนั ธุ์พชื มีภารกิจ
ในการศึกษา ค้นคว้า ทดลองวิจัยด้านพันธุศาสตร์ป่าไม้และเทคโนโลยีชีวภาพ ขยายพันธ์ุพืชป่ามีค่า หายาก และ
ใกล้สูญพันธ์ุ เพื่อการอนุรักษ์และฟ้ืนฟูท้ังในถ่ินและนอกถ่ินกำเนิด รวมท้ังบริหารจัดการศูนย์คุ้มครองพันธุ์พืชป่า
และสถานีคมุ้ ครองพันธุพ์ ชื ป่า ซึ่งมที งั้ หมด 6 หน่วยงาน ได้แก่
1) ศูนยค์ ุ้มครองพันธ์พุ ชื ปา่ จังหวดั กาญจนบรุ ี
2) ศนู ย์ค้มุ ครองพันธ์ุพืชปา่ จังหวัดแมฮ่ ่องสอน
3) ศนู ยค์ ุ้มครองพันธพ์ุ ืชปา่ จงั หวดั ลำปาง
4) สถานีคุ้มครองพนั ธพุ์ ืชป่าแมง่ าว จงั หวัดลำปาง
5) สถานีค้มุ ครองพันธพ์ุ ืชป่าแม่ตีบ จังหวัดลำปาง
6) สถานีคุ้มครองพันธ์พุ ืชป่าแม่แหง จังหวัดลำปาง
ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวมีบทบาทภารกิจในการศึกษา วิจัย สำรวจพันธุ์พืชป่ามีค่า หายาก และใกล้
สูญพันธ์ุ เพ่ือการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างย่ังยืน เป็นศูนย์ขยายพันธ์ุและรวบรวมพันธุกรรมของพันธ์ุพืชป่าสาย
พันธุ์ต่าง ๆ ท้ังในและนอกท้องถิ่นกำเนิดไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพันธุ์พืชป่ามีค่า หายาก และใกล้สูญ
พันธุ์ และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ การขยายพันธุ์พันธ์ุพืชป่าหายากให้กับประชาชน
ทั่วไปทงั้ ในและตา่ งพื้นที่
2. วตั ถปุ ระสงค์/วธิ ีดำเนนิ การ
การดำเนินงานของศูนย์คุ้มครองพันธ์ุพืชป่าและสถานีคุ้มครองพันธุ์พืชป่า มีวัตถุประสงค์เพ่ือการอนุรักษ์
คุ้มครอง พันธ์ุไม้ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ไม่ให้มีจำนวนลดลง ศึกษานิเวศวิทยาการกระจายพันธุ์ ถ่ินอาศัยตาม
ธรรมชาติ ขยายพันธุ์พืชป่ามีค่าหายาก และใกล้สูญพันธุ์ท้ังโดยแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ รวบรวมชนิดพันธุ์ไม้
ดังกล่าวปลูกในพ้ืนที่เพื่อเป็นแหล่งพันธุกรรม และฟื้นฟูระบบนิเวศเดิมและใกล้เคียงให้สามารถสืบต่อพันธุ์ตาม
ธรรมชาติได้เองโดยไม่สูญพันธ์ุอีกต่อไป รวมทั้งแจกจ่ายกล้าไม้และสร้างเครือข่ายส่งเสริมให้ชุมชนท้องถ่ิน ขยายผลใน
การอนรุ ักษ์ คุ้มครอง ขยายพันธุ์ นำไปตอ่ ยอดสร้างอาชีพได้ โดยมวี ิธีการดำเนนิ การ ดงั ตอ่ ไปนี้
1. สำรวจพันธุไ์ ม้ ศึกษานิเวศวทิ ยา การกระจายพันธ์ุ ถ่ินอาศัยตามธรรมชาตขิ องพนั ธพ์ุ ชื ป่ามีค่าหายาก และ
ใกล้สูญพันธุ์
2. ขยายพนั ธุพ์ ชื ปา่ มีค่าหายากใกล้สูญพันธุท์ ัง้ โดยแบบอาศยั เพศและไม่อาศยั เพศ
3. รวบรวมชนดิ พนั ธ์ไุ มม้ ีคา่ หายาก ใกล้สญู พันธ์ุ ตดิ ตามเก็บเมล็ด ศึกษาการงอก การเจริญเติบโตในเรือน
เพาะชำ และในแปลงปลูกรวบรวมพนั ธกุ รรมไมป้ ่ามีค่าหายาก ใกล้สูญพนั ธ์ุ
5. ฟ้ืนฟูระบบนิเวศ โดยนำพรรณไม้ท่ีขยายพันธ์ไุ ด้ นำไปปลูกในพ้ืนท่ีถ่ินเดิม ในระบบนิเวศเดิม และใกล้เคียง
ใหส้ ามารถสืบต่อพนั ธ์ตุ ามธรรมชาติได้เองและไมส่ ญู พันธ์ุอีกตอ่ ไป
6. นำชนิดพรรณไมท้ ี่ขยายพันธ์ไุ ด้ แจกจ่ายและส่งเสริมให้หน่วยงาน องค์กร ชมุ ชนท้องถ่ิน ขยายผลในการ
อนรุ ักษ์ คุ้มครอง ขยายพนั ธุ์ นำไปต่อยอดสร้างอาชีพต่อไป
7. จดั การพื้นท่ใี ห้เปน็ แหล่งเรียนร้ดู ้านพันธ์ุพชื ปา่ มีคา่ หายาก และใกลส้ ูญพันธ์ุ
8. ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่องค์ความรู้ด้านพันธุ์พืชป่ามีค่า หายาก และใกล้สูญพันธุ์ ให้กับประชาชนใน
พื้นท่ีและร่วมกับหน่วยงานต่างๆในการดำเนินกิจกรรมคุ้มครอง อนุรกั ษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากพืชป่ามีค่า
หายาก และใกลส้ ูญพันธุ์
64
3. ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รับ/กล่มุ เปา้ หมาย
ชนิดพันธุ์ไม้ป่า หายาก และใกล้สูญพันธ์ุ ได้รับการคุ้มครอง หน่วยงานศูนย์และสถานีคุ้มครองพันธุ์พืชป่าเป็น
แหลง่ รวมพรรณไม้ป่า หายาก ใกล้สญู พนั ธุ์ที่สำคัญ เป็นแหล่งผลิตเมล็ดและสถานท่ีขยายพันธุ์ ทำให้มีชนิดและจำนวน
กล้าไม้มากขึ้น สามารถเก็บเมล็ดขยายพันธ์ุในรุ่นต่อๆไปได้ง่ายข้ึน ชนิดพันธุ์ไม้ท่ีสำคัญเพ่ิมข้ึน เป็นแหล่งอนุรักษ์
พนั ธุกรรมในถ่ินกำเนิดและนอกถ่ินกำเนิด ประชาชนรอบพื้นที่และประชาชนทั่วไปได้รจู้ ักพันธ์ุไม้มากขึ้น ได้รว่ มแรง
รว่ มใจกันอนรุ ักษแ์ ละปลูกฟน้ื ฟสู ภาพปา่ ให้ทรัพยากรปา่ ไม้ยงั คงอยอู่ ยา่ งยัง่ ยืนตลอดไป
5. ผลการดำเนินงาน
ศนู ย์คุ้มครองพันธุ์พืชป่าและสถานีคุ้มครองพันธ์ุพืชป่า ได้สำรวจพันธุไ์ ม้ป่า มีค่า หายากและใกล้สูญพันธ์ุ ท้ังใน
พ้ืนที่ใกล้เคียงและพื้นท่ีปาอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เก็บข้อมูลด้านนิเวศวิทยาของ
พนั ธไุ์ ม้ เฝ้าติดตามการติดดอกออกผล เกบ็ เมลด็ เม่ือเมล็ดแก่ หรอื เม่ือมีกล้าไม้งอกใต้ต้นปรมิ าณมากนำมาเพาะชำ
ซึ่งในปีงบประมาณ 2563 หน่วยงานศูนย์คุ้มครองพันธ์ุพืชป่าและสถานีคุ้มครองพันธุ์พืชป่า ได้ขยายพันธุ์ได้
จำนวนมากกว่า 40,000 ต้น ได้แก่ บุนนาค คำมอกหลวง คำมอกน้อย พญาไม้ ตะกวดร้องไห้ ลาน ปรงเขา
ต๋าว นางแลว ครามป่า ปุ๋มเป้ง โมกหลวง กฤษณา ศรยี ะลา ข้าวหลามดง มหาพรหมราชินี มณฑาดอย มณฑาป่า
จำปีหลวง สิรินธรวัลลี จันทน์ผา กำยาน แดง ยางนา สัก ชิงชัน พยูง ประดู่ป่า มะค่าโมง และกล้วยไม้ที่อยู่ใน
สถานะใกล้สูญพันธ์ุ เช่น รองเท้านารีดอยตุง รองเท้านารีเหลืองกระบ่ี รองเท้านารีเมืองกาญจน์ และรองเท้านารี
เหลืองตรัง เป็นต้น ซ่ึงจะได้ขยายพันธ์ุเพ่ิมปริมาณทั้งโดยการแตกหน่อและเพาะเมล็ดในสภาพปลอดเช้ือ โดยกลุ่ม
งานวิจัยพันธุศาสตร์ป่าไม้ได้นำฝักกล้วยไม้มาขยายพันธ์ุในห้องปฏิบัติการ และส่งต่อให้หน่วยงานนำไปเพาะเล้ียง
ดูแล ท่ีได้ดำเนินการแล้ว ได้แก่ เอื้องเค้ากิ่ว เอ้ืองสีตาล เอ้ืองเทียนปากสีน้ำตาล ซ่ึงจะเป็นแหล่งที่ปลูกรวบรวม
พันธุกรรมไม้ป่ามีค่าหายาก ใกล้สูญพันธุ์ เพ่ือการฟ้ืนฟูระบบนิเวศ นำไปปลูกในพื้นที่ถิ่นเดิมในระบบนิเวศเดิมและ
ใกล้เคียง ให้สามารถสืบต่อพันธ์ุตามธรรมชาติได้เอง และไม่สูญพันธุ์อีกต่อไป กล้าไม้ท่ีขยายพันธุ์ได้บางส่วนได้มีการ
แจกจ่ายให้กับประชาชนและหน่วยงานในท้องถิ่น และได้ทำการสร้างเครือข่ายให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธ์ุ
พืช แก่นักเรียน และประชาชนในพื้นท่ีใกล้เคียง และมีการจัดกิจกรรม "คืนบ้านให้กับกล้วยไม้" เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระ
ชนมพรรษาสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว เม่ือวนั ท่ี 28 กรกฎาคม 2563 และกจิ กรรม "คนื กลว้ ยไม้สู่อ้อมกอดแม"่ เนื่องใน
วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 88 พรรษา
วันท่ี 12 สิงหาคม 2563 ร่วมคณะผู้ปกครอง นักเรียน และคณะครูศูนย์บริการศึกษาพิเศษ จังหวัดลำปาง ณ
สวนรวมพันธุ์กล้วยไม้ ศูนย์คุ้มครองพันธ์ุพืชป่าจังหวัดลำปาง นอกจากน้ีได้นำชนิดพันธ์ุไม้ท่ีสำคัญจัดทำเป็นสื่อ
เผยแพร่ท้ังในและนอกหน่วยงานในรูปแบบของโปสเตอร์ และเผยแพร่ทาง
ชอ่ งทางส่อื ออนไลน์ในเฟสบคุ๊ : กล่มุ งานวจิ ยั พนั ธุศาสตร์ป่าไม้และพนั ธ์ุพืชป่าหายาก
รปู ภาพประกอบกิจกรรม
65
ด้านการวจิ ยั พันธศุ าสตร์ป่าไม้และพันธ์ุพืชป่าหายาก
1. หลักการและเหตผุ ล
การอนุรักษ์พันธกุ รรมชนิดพันธุ์พืชถ่ินเดียว พืชหายากและใกล้สญู พันธ์ุในประเทศไทย จะสำเร็จได้ก็
โดยการวางแผนจดั สร้างแปลงอนุรกั ษ์พนั ธุกรรมในสภาพถนิ่ เดิม (In Situ) ซ่ึงจัดว่าเปน็ หัวใจที่นำไปสกู่ ระบวนการ
สำคัญในการเพิ่มขีดสามารถในการฟ้ืนฟูสภาวะการถูกคุกคามของพันธ์ุพืช
ดังกล่าวอันเน่ืองมาจากสภาวะการทำลายพื้นท่ีป่าอนุรักษ์เป็นจำนวนมาก
ท้ังน้ีก็เพ่ือตอบสนองการใช้ประโยชน์พ้ืนที่ของประชากรจำนวนมากขึ้น
ตลอดจนการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศน์เปล่ียนแปลง
โดยสาเหตุสำคัญดังกล่าวทั้งทางตรงและทางอ้อมจึงทำให้พืชพรรณหลาย
ชนิดลดจำนวนลงถงึ ขั้นวกิ ฤติ จากข้อมูลชนิดพันธ์ุพืชถ่นิ เดียวและพืชหายาก
ในประเทศไทย (ธวัชชัย ๒๕๔๗) ได้รวบรวมพรรณไม้ท่ีจัดอยู่ในสถานภาพพืชถ่ินเดียว (Endemic plants) พืชหา
ยาก (Rare plants) และใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) จำนวน 133 ชนิด ในปัจจุบันการศึกษาความหลากหลาย
ทางพันธกุ รรมสามารถทำได้โดยใช้เครอื่ งหมายดีเอ็นเอ (DNA markers) ซึ่งเป็นเคร่ืองหมายบ่งชค้ี วามจำเพาะของ
สิ่งมีชีวิต เป็นดีเอ็นเอที่อยู่ในตำแหน่งหนึ่งๆบนโครโมโซม หรือในออแกเนลล์ การศึกษาน้ีจะเป็นการเก็บรวบรวม
ตัวอย่างดีเอ็นเอของพันธุ์พืชถิ่นเดียว พืชมีค่าท่ีถูกคุกคามพืชหายากและใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทยเพื่อนำมา
วิเคราะห์หาลำดับเบสของยีน (coding regions) และบริเวณท่ีไม่ใช่ยีน (non-coding regions )ตำแหน่งจำเพาะ
ในคลอโรพลาสต์จีโนมทม่ี ีคณุ สมบัติในการจำแนกชนิดพืชพรรณได้ เพื่อเป็นฐานข้อมลู ไว้อ้างอิงตรวจสอบระบชุ นิด
พนั ธไุ์ ม้ป่าดังกลา่ ว ใหเ้ ป็นประโยชน์ในการทำงานวิจยั การอนุรักษ์ ฟ้นื ฟปู า่ ไม้ และงานนติ วิ ิทยาศาสตร์ป่าไม้
2. วัตถปุ ระสงค/์ วิธีการดำเนินการ
วัตถุประสงค์ เพ่ือใช้ประโยชน์ลำดับนิคลีโอไทด์บริเวณท่ีมีความจำเพาะต่อการจำแนกระบุชนิดมา
จดั สร้างเปน็ ฐานขอ้ มลู รหสั พันธุกรรมพชื ป่าสำคญั มีสถานะถูกคุกคาม
วิธีการดำเนินการ โดยพัฒนาเคร่ืองหมายดีเอ็นเอบาร์โค้ดด้ิงด้วยการอ่านลำดับนิวคลีโอไทด์ยืนใน
คลอโรพลาสต์ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ rbcl, mat-K และ trnH-psbA spacer ของพันธ์ุพืชถ่ินเดียวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์
ตามภารกจิ ของกรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั ว์ป่า และพันธุ์พชื สวนพฤษศาสตร์ และพนื้ ท่ีหนว่ ยงานนอก รวม 23 แห่ง
สามารถนำตัวอย่างมาสกัดดีเอ็นเอ และเพ่ิมปริมาณชิ้นดีเอ็นเอ ได้จำนวนท้ังส้ิน 98 ชนิด 81 สกุล 54 วงศ์ ใว้
เป็นข้อมูลลักษณะทางพนั ธุกรรมในระดับโมเลกุล ไว้อา้ งองิ ในการตรวจสอบระบุชนิดพันธไุ์ ม้ในงานนติ ิวทิ ยาศาสตร์
และวางแผนการปลูกฟนื้ ฟูปา่ ดว้ ยการกำหนดพนั ธพุ์ ืชใหเ้ หมาะสมกบั ถนิ่ เดมิ ในพน้ื ทป่ี ่าอนุรักษใ์ นประเทศไทย
3. ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะได้รับ/
กลมุ่ เปา้ หมาย
1. ใช้เป็นแหล่งข้อมูล
อ้างอิงของหน่วยงานภาครัฐ และ
นักวิจัยท่ัวไป ที่ต้องการระบุและ
จำแนกชนิดพันธุ์พืชถิ่นเดียว พืช
66
หายาก พชื มีคา่ ทีถ่ กู คุกคามและใกล้สูญพนั ธุข์ องประเทศไทย
2. ใช้ข้อมูลชนิดพันธุ์พืชจากแปลงสำรวจเพื่อจำลองโครงสร้างสังคมพืชในการปลูกฟื้นฟูและขยายพันธ์ุ
โดยมคี วามใกล้เคยี งกบั สภาพถนิ่ เดิมได้มากท่สี ดุ เพอื่ การอ้างองิ อยา่ งมรี ะบบได้ในอนาคต
3. ใช้ข้อมูลจากการศึกษาพัฒนาพื้นท่ีให้เป็นแหล่งศึกษา หาความรู้ในท้องถิ่นท่ีมีความสมบูรณ์และเป็น
ประโยชน์มากยง่ิ ขึน้
67
4. ผลงานดำเนนิ งาน
การจัดสร้างฐานข้อมูลรหสั พันธุกรรม พืชถิ่นเดียว พืชหายาก และมคี ่าใกล้สญู พันธ์ุในประเทศไทย มี
ความจำเป็นต่อการอนุรักษ์พันธุกรรมไม้ป่าด้วยการเป็นแหล่งข้อมูลเปรียบเทียบระบุชนิด ใช้การอ้างอิง บังคับใช้
กฎหมาย และแสดงความเป็นเจ้าของทรัพยากรพันธุกรรมของประเทศไทย การศึกษาวิจัยนี้มี ที่ได้ผลผลิตเพ่ิม
ปรมิ าณชิน้ ดีเอน็ เอครบทั้ง 3 ตำแหน่ง จำนวน 19 ชนิด 17 สกลุ 12 วงค์ ดีเอ็นเอ 2 ตำแหน่ง จำนวน 26 ชนิด
24 สกุล 21 วงศ์ และดีเอ็นเอ 1 ตำแหน่ง จำนวน 61 ชนิด 56 สกุล 41 วงศ์ รวมทั้งส้ินจำนวน 99 ชนิด 81 สกุล
54 วงศ์ โดยยีนตำแหน่ง rbcL สามารถพัฒนาครอบคลุมจำนวนชนิดพันธุ์พืชได้มากที่สุด รองลงมาได้แก่
ยีน mat-K และ trnH-psbA spacer ตามลำดับ ผลของการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมโดยวิธีอ่าน
ลำดับลำดับนิคลีโอไทด์ โดยใช้ UPGMA ในการสร้างแผนภูมิความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (phylogenetic
tree) มีความสอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้ง 3 ตำแหน่ง ดังนั้น ข้อมูลลำดับนิคลีโอไทด์ของพืชถ่ินเดียว
พืชหายาก และมีค่าใกล้สูญพันธ์ุ ที่ได้จากการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลในการศึกษาน้ีจะสามารถใช้สำหรับ
เปรยี บเทียบเพอื่ อา้ งองิ ในการระบชุ นดิ พันธ์ุได้
68
ดา้ นการสำรวจและคน้ พบพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก (new species)
ในปี พ.ศ. 2563 นักพฤกษศาสตร์กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ และนักพฤกษศาสตร์ของหน่วยงานอื่นท้ังใน
ประเทศและต่างประเทศ ค้นพบพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก จำนวน 16 ชนิด ตามความร่วมมือในโครงการพรรณ
พฤกษชาติของประเทศไทย (Flora of Thailand)
(1) มะพลับเพง็ คลา้ ย (Diospyros phengklaii Duangjai, Sinbumr. & Suddee)
(2) มะพลบั ภวู ัว (Diospyros phuwuaensis Duangjai, Rueangr. & Suddee)
(3) กะเพราถ้ำพระ (Platostoma albiflorum Suddee, A.J.Paton & J.Parn.)
(4) มว่ งบุศบรรณ (Platostoma busbanianum Suddee, A.J.Paton & J.Parn.)
(5) เห็มรัตน์ภูลังกา (Platostoma hemratianum Suddee, Puudjaa & Kiewbang)
(6) ข้าวตอกภูแลนคา (Platostoma ovatum Suddee, A.J.Paton & J.Parn.)
(7) ม่วงศรีโพธ์ิไทร (Platostoma parnellianum Suddee, A.J.Paton & Kiewbang)
(8) พรรณรายภูววั (Millettia phuwuaensis Mattapha & Suddee)
(9) หางไหลทุ่งใหญ่ (Millettia suddeei Mattapha & Tetsana)
(10) เอ้ืองโกเมนพุทธวงค์ (Liparis buddhawongii Tetsana, Watthana & H.A.Pedersen)
(11) พศิ วงตาปีศาจ (Thismia submucronata Chantanaorr., Tetsana & Tripetch)
(12) มะแตกเขาหลวง (Dichapetalum khaoluangense Rueangr. & Tagane)
(13) มะแตกระนอง (Dichapetalum ranongense Nagam., Rueangr. & Tagane)
(14) เครือเศวตภูลังกา (Argyreia pseudosolanum Traiperm & Suddee)
(15) ปอทาม (Colona rivularis Suddee, Poopath & Rueangr.)
(16) หมากขี้อ้ายแกง่ กระจาน (Cryptocarya kaengkrachanensis M.Z.Zhang, Yahara & Tagane)
69
มะพลับเพ็งคลา้ ย มะพลับภวู ัว กะเพราถ้ำพระ ม่วงบศุ บรรณ
เห็มรตั น์ภูลังกา ข้าวตอกภแู ลนคา ม่วงศรโี พธ์ไิ ทร พรรณรายภูววั
หางไหลทงุ่ ใหญ่ เออ้ื งโกเมนพทุ ธวงค์ พิศวงตาปศี าจ มะแตกเขาหลวง
มะแตกระนอง เครือเศวตภูลงั กา ปอทาม หมากข้อี า้ ยแก่งกระจาน
(รปู ภาพแสดงพรรณไม้ชนดิ ใหม่ 16 ชนดิ )
70
บทความทางวชิ าการ
นักพฤกษศาสตร์กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ได้นำเสนอผลงานทางวิชาการผ่านภาคเี ครือข่าย จำนวน 11 บทความ
ดงั นี้
(1) ไม้พื้นลา่ ง : แนวทางศึกษาและความหลากหลาย Undergrowth plants : Study approaches and
Diversity. พพิ ิธภัณฑธ์ รรมชาติวทิ ยา องค์การพิพิธภัณฑว์ ทิ ยาศาสตร์แห่งชาติ. ปทุมธาน.ี 352 หน้า.
(2) Herminium coiloglossum (Orchidaceae), a new record for Thailand. Thai journal of
Botany 11(2): 79–83.
(3) Cryptocarya kaengkrachanensis, a new species of Lauraceae from Kaeng Krachan
National Park, southwest Thailand. Phytokeys 140: 139–157.
(4) Diospyros phuwuaensis (Ebenaceae), a new species from North-Eastern Thailand. Thai
Forest Bulletin (Botany) 48(1): 34–44.
(5) Staurogyne beddomei (Acanthaceae), a new record for Thailand. Thai Forest Bulletin
(Botany) 48(1): 45–47.
(6) Elaeagnaceae. In: K. Chayamarit, H. Balslev, M. F. Newman, A. S. Barford, H.-J. Esser,
D. A. Simson & J. A. N. Parnell (eds.), Flora of Thailand 14(3): 475–480. The Forest Herbarium,
Bangkok.
(7) Papaveraceae. In: K. Chayamarit, H. Balslev, M. F. Newman, A. S. Barford, H.-J. Esser, D.
A. Simpson & J. A. N. Parnell (eds.), Flora of Thailand 14(3): 502–505. The Forest Herbarium,
Bangkok.
(8) Passifloraceae (part 2) Subfamily Turneroideae (formerly Turneraceae). In: K.
Chayamarit, H. Balslev, M. F. Newman, A. S. Barford, H.-J. Esser. D. A. Simpson & J. A. N. Parnell
(eds.), Flora of Thailand 14(3): 506–509. The Forest Herbarium, Bangkok.
(9) A new species of Argyreia (Convolvulaceae) from Thailand. Phytokeys 149: 109–115.
(10) Colona rivularis (Malvaceae), a new species from Thailand. Thai Forest Bulletin
(Botany) 48(1): 77–81.
(11) Psammosilene tunicoides (Caryophyllaceae) a new generic and species record for
Thailand. Thai Forest Bulletin (Botany) 48(2): 95–100.
บุคลากรในสังกัดกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ ได้เข้าร่วมประชุม
สัมมนา หรอื เปน็ วิทยากรบรรยายใหก้ บั หนว่ ยงานภายนอก จำนวน 22 คร้งั
71
ดา้ นการบริหารจดั การระบบฐานข้อมูลด้านพรรณไม้
การจัดทำปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและเว็บไซต์ เพ่ือให้รองรับการใช้อุปกรณ์มือถือ ได้แก่ ฐานข้อมูล
สารานุกรมพืช ฐานข้อมูลพืชสมุนไพรในป่าอนุรักษ์ ฐานข้อมูลพรรณไม้เกียรติประวัติ ฐานข้อมูลพรรณไม้ต้นแบบ
และอยู่ในระหว่างดำเนินการจัดทำแอพลเิ คชั่นชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย (Thai Plant Names Application) และ
e-Flora of Thailand
ฐานข้อมูลสารานุกรมพชื ฐานขอ้ มลู พชื สมุนไพรในปา่ อนรุ กั ษ์
ฐานข้อมลู พรรณไมเ้ กยี รติประวัติ ฐานข้อมูลพรรณไมต้ น้ แบบ
72
บรหิ ารจดั การตัวอย่างพรรณไม้และฐานขอ้ มลู
ตัวอย่างพรรณไม้ที่ได้จากการสำรวจและเก็บตัวอย่าง จะถูกนำมาผ่านกระบวนการจัดการ
ตัวอย่างพรรณไม้เพื่อการศึกษาวิจัยด้านอนุกรมวิธานและสนับสนุนโครงการพรรณพฤกษชาติประเทศไทย (Flora
of Thailand ตามหลักการและมาตรฐานการจัดการหอพรรณไมส้ ากล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จัดเก็บตวั อยา่ ง
พรรณไม้เข้าห้องพรรณไม้ตามข้ันตอนอย่างเป็นระบบ จำนวนกว่า 5,000 ช้ิน รวมตัวอย่างพรรณไม้แห้งในปัจจุบัน
จำนวนประมาณ 285,000 ชน้ิ และมตี ัวอย่างพรรณไม้ดองจำนวนประมาณ 5,300 ขวด (กนั ยายน 2563)
ผ้เู ขา้ รบั บรกิ ารงานหอพรรณไม้ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 (ตุลาคม 2562 - กันยายน 2563)
(1) ผู้เข้าศึกษาตัวอย่างพรรณไม้ในหอพรรณไม้ จำนวน 104 คน แยกเป็นคนไทย 90 คน
ชาวต่างชาติ 14 คน
(2) ผู้เข้าศึกษาดูงานหอพรรณไม้เป็นหมู่คณะจากสถาบันการศึกษาและหน่วนงานราชการอื่น
จำนวน 76 คน
(3) ผูใ้ ช้บรกิ ารวเิ คราะหช์ นดิ พนั ธุ์ท้งั นักวิจยั และประชาชนทัว่ ไป จำนวนตัวอย่าง 8 ชน้ิ ตัวอย่าง
งานซ่อมบำรุง แผงควบคุมไฟฟ้า ชั้น 1-5 แผงควบคุมไฟฟ้า ชั้น 1-5 ระบบประตูคีย์การ์ด
ปรับปรุงห้องเก็บตัวอย่างพรรณไม้ ชั้น 3 และดำเนินการย้ายตู้เก็บตัวอย่างพรรณไม้และตู้เก็บเห็ดราจากอาคารเต็ม
สมิตนิ ันทน์
73
บรหิ ารจัดการหอ้ งสมุดพฤกษศาตรป์ า่ ไม้
งานหอ้ งสมดุ พฤกษศาสตร์ปา่ ไม้
1 ผู้ใช้บรกิ ารหอ้ งสมดุ พฤกษศาสตร์ จำนวน 85 คน (ปดิ บรกิ ารชว่ งเดือนเมษายน-กันยายน 2563)
2 เอกสารสารสนเทศใหม่ท่ีได้รบั ท้ังการแลกเปลยี่ นและสัง่ ซอ้ื จัดเกบ็ เขา้ ห้องสมดุ พฤกษศาสตร์ จำนวน 40 ปก
3 คัดแยก จัดเตรียมเอกสารสนเทศท่ีรับมาจากห้องสมุดสำนักวิจัยการอนุรัษ์ป่าไม้และพันธ์ุพืช เตรียมส่ง
กระจายเลม่ ซำ้ ใหส้ วนพฤกษศาสตร์ และห้องสมุดมหาวิทยาลัยทม่ี ีความประสงคข์ อรับเอกสารสารสนเทศ
ศกึ ษาการใช้ประโยชน์พชื และสมนุ ไพร
สำรวจและจัดทำข้อมูลพืชสมุนไพรในพ้ืนที่ป่าอนุรักษ์ 1 แห่ง อนุรักษ์และปลูกรวมตัวอย่างพืช
สมุนไพรในพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์วังน้ำเย็น จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 100 ชนิด สำรวจและเก็บตัวอย่างพืชสมุนไพร
ในพื้นที่ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จำนวน 80 ตัวอย่าง เพ่ือนำเขเข้อมูลในฐานข้อมูลพืชสมุนไพรในป่า
อนุรักษ์ ทีป่ ัจจุบนั มีจำนวน 693 ชนดิ เพือ่ เผลแพร่ผา่ นหน้าเวปไซต์กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้
เรอื นเพาะชำเพื่ออนบุ าลตน้ กลา้ สมนุ ไพร ตดิ ตอ่ คน้ หาหมอสมุนไพรพน้ื บ้าน
ในพ้นื ท่ีอำเภอเขาสอยดาว จังหวดั จนั ทบุรี
74
ฝ่ายจัดการสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ ได้จัดทำแผนท่ีสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ
จำนวน 66 สวน แนบท้ายประกาศกระทรวง ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2563
เพอื่ เสนอคณะกรรมการอุทยานแหง่ ชาติ
ปรบั ปรุงสวนพฤกษศาสตรส์ วนรกุ ขชาติ จำนวน 71 แห่ง พฒั นาสกู่ ารดำเนินการในรูปปา่ ในเมือง
กิจกรรมการสง่ เสริมและพัฒนาป่าในเมืองเพื่อเป็นแหล่งเรยี นรูท้ างธรรมชาติ อยู่ระหว่างการดำเนินการสร้าง
ส่งิ ก่อสร้างในพน้ื ท่ีสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ เพื่อพฒั นาสิง่ อำนวยความสะดวก ดังนี้
(1) ศนู ย์บริการข้อมลู จำนวน 20 แห่ง
(2) ห้องน้ำและห้องสขุ าหญงิ จำนวน 10 ห้อง จำนวน 10 หลงั
(3) ห้องน้ำและห้องสุขาชาย จำนวน 10 ห้อง จำนวน 10 หลัง
สวนรุกขชาติวงั ปอพาน จังหวัดนครพนม สวนรุกขชาติเขาดินไพรวัน จงั หวัดสุโขทัย
สวนรกุ ขชาตดิ อยหมากหนิ หอม จังหวัดแมฮ่ ่องสอน สวนรุกขชาติปากปวน จังหวัดเลย
75
ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารรกุ ขกร
บำรุงรักษาต้นไม้ในเขตป่าอนุรักษ์ตามที่ได้รับการร้องขอ และฝึกอบรมดูการแลรักษาต้นไม้ให้กับ
เจ้าหน้าที่อทุ ยานแห่งชาติ จำนวน 28 แหง่ (อยู่ในระหว่างดำเนนิ การ)
โครงการวิจยั
นักพฤกษศาสตร์กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ เข้าร่วมในโครงการวิจัยของสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่า
ไม้และพันธ์ุพืช จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการความหลากหลายของพันธุ์พืชในระบบนิเวศเขาหินปูนของ
ประเทศไทย โครงการความหลากหลายของพรรณพืชในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และโครงการรูปแบบการ
ฟื้นฟูปา่ อนุรักษ์เส่ือมสภาพเพอ่ื สรา้ งระบบนเิ วศและความมัน่ คงทางอาหารอย่างย่ังยืน และดำเนินโครงการอุทยาน
ธรรมชาติวทิ ยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสวนผึง้ จังหวัดสระบุรี
76
กจิ กรรมสวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ ปงี บประมาณ 2563
เนือ่ งจากในปี พ.ศ. 2563 ในประเทศไทยมกี ารแพรร่ ะบาดของโรคปอดอักเสบจากเช้ือไวรสั โคโรนา
๒๐๑๙ (COVID–19) พ้ืนท่อี นรุ กั ษ์ตามกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ไดจ้ ดั การปดิ การเขา้ ศึกษา
ธรรมชาตแิ ละทอ่ งเที่ยวในพื้นท่สี วนพฤกษศาสตร์และสวนรกุ ขชาติทุกแหง่ จากการแพร่ระบาดของโรคปอดอกั เสบ
จากเชอื้ ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID–19) ตั้งแตว่ นั ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ถึงวันท่ี 30 มิถนุ ายน 2563 และเปิด
การเข้าศกึ ษาธรรมชาตแิ ละท่องเทีย่ วในพนื้ ท่ีสวนพฤกษศาสตร์และสวนรกุ ขชาติทุกแห่ง ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ โดย
มีการดำเนินกจิ กรรมให้สอดคลอ้ งกับมาตรการป้องกนั โรคตามท่รี าชการกำหนด เพื่อป้องกนั การระบาดของโรคโค
วิด-19 ดงั น้นั จงึ ไดม้ ีประกาศเปิดการเข้าศึกษาธรรมชาติและท่องเทยี่ วในพื้นทีส่ วนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ
ทกุ แหง่
1. การเปิดกิจกรรมทอ่ งเท่ยี วแบบ New Normal เมื่อวันท่ี 1 กรกฎาคม 2563 โดยจัดจุดคัดกรองเฝา้
ระวัง มแี อพพลเิ คชนั่ "ไทยชนะ" หรือลงทะเบียนก่อนเข้าใช้พนื้ ที่ การตรวจวดั อุณหภูมิ สวมหนา้ กากอนามัย และ
บริการแอลกอฮอล์เจลล้างมอื สำหรบั นกั ท่องเที่ยว
ภาพกิจกรรมทอ่ งเท่ยี วแบบ New Normal ของสวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ
77
โครงการป่าในเมอื ง “สวนป่าประชารัฐ เพ่ือความสขุ ของคนไทย”
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมาย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พันธ์ุพืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง เพื่อพัฒนาพ้ืนท่ีอนุรักษ์เดิม ให้อำนวยประโยชน์แก่
ประชาชนเพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้ของนักเรียน นักศึกษา
และประชาชนผู้สนใจทั่วไป และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ผืนป่าในเขตเมืองโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถ่ิน
ท้ังทางตรงและทางอ้อม
โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กําหนดเป้าหมายทั้งส้ินจำนวน 54 แห่ง ใน
ท้องท่ี 37 จังหวัด พื้นท่ีดำเนินการท้ังส้ิน 196,808 ไร่ และดำเนินการเปิดตัวไปแล้ว 51 แห่ง คิดเป็นพื้นท่ี
ดาํ เนนิ การ 194,496 ไร่ ดังนี้ สวนพฤกษศาสตร์ 11 แห่ง สวนรกุ ขชาติ 22 แห่ง เขตห้ามล่าสตั ว์ป่า 6 แห่ง วน
อุทยาน 7 แห่งศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ 2 แห่ง ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ 1 แห่ง หน่วยพิทักษ์ในพ้ืนท่ีอุทยาน 1 แห่ง
พื้นที่ตรังอนั ดามันเกตเวย์ 1 แหง่ และพืน้ ท่ีกำลงั ดำเนินการ 3 แห่ง ไดแ้ ก่ โครงการปา่ สริ เิ จริญวรรษ จงั หวัดชลบรุ ี
สวนรกุ ขชาติเชตวนั จงั หวัดแพร่ และสำนักงานสว่ นจัดการต้นน้ำ (เขานอ้ ย) จงั หวัดนา่ น ซ่ึงในบางโครงการมีขนาด
พ้ืนท่ีลดลงเน่ืองจากหลังจากการจัดทำแผนท่ีประกาศสวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติ มีพ้ืนที่ท่ีต้องกันออก
ทั้งส้ินเท่ากับ 749 ไร่ ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีซ้อนทับของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าสงวนแห่งชาติ ท่ีราชพัสดุ และท่ี
สาธารณประโยชน์
เนื่องจากในปี พ.ศ. 2563 ในประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเช้ือไวรัสโคโร
นา ๒๐๑๙ (COVID–19) พ้ืนที่อนุรักษ์ตามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดการปิดการเข้าศึกษา
ธรรมชาติและท่องเท่ียวในพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติทุกแห่ง จากการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจาก
เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID–19) ต้ังแต่วันท่ี ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ถึงวันท่ี 30 มิถุนายน 2563 และเปิดการเข้า
ศึกษาธรรมชาติและท่องเท่ียวในพ้ืนที่สวนพฤกษศาสตร์และสวนรุกขชาติทุกแห่ง ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ โดยมีการ
ดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด เพ่ือป้องกันการระบาดของโรคโควิด-
19 ดงั นน้ั จงึ ได้มีประกาศเปิดการเขา้ ศึกษาธรรมชาติและท่องเท่ียวในพืน้ ท่ีสวนพฤกษศาสตรแ์ ละสวนรุกขชาติทุกแห่ง
จานวนผู้เข้าใช้บรกิ ารปา่ ในเมือง ปงี บประมาณ 2563
นกั ท่องเทย่ี ว
300000
250000 253548
200000 187059 181106
150000 156941 144398
100000 90394 101510
74137
50000
0 23144
1749 1902 3451
78
จำนวนคนเข้าใช้บริการโครงการป่าในเมือง
เดือน จำนวนผเู้ ขา้ ใชบ้ ริการป่าในเมอื ง ปงี บประมาณ พ.ศ. 2563
ตลุ าคม 2562 156,941
พฤศจกิ ายน 2562 144,398 คน
ธันวาคม 2562 253,548 คน
มกราคม 2563 187,059 คน
กุมภาพนั ธ์ 2563 181,106 คน
มนี าคม 2563 90,394 คน
เมษายน 2563 1,749 คน
พฤษภาคม 2563 1,902 คน
มิถุนายน 2563 3,451 คน
กรกฎาคม 2563 101,510 คน
สงิ หาคม 2563 74,137 คน
กนั ยายน 2563 23,144 คน
รวมทั้งสิ้น 1,219,339 คน
ปัญหาในการดำเนนิ การ
การเปิดตวั โครงการใน 3 พนื้ ที่ ไมส่ ามารถเปดิ ไดเ้ นื่องจากปญั หาการจดั การพน้ื ท่ี ดงั นี้
1. โครงการปา่ สิรเิ จรญิ วรรษ มีปญั หาเรอ่ื งการขออนุญาตใชพ้ ืน้ ท่ีจากกองทัพเรือ
2. สวนรกุ ขชาติเชตวัน อยใู่ นข้ันตอนการดำเนนิ การปรบั ปรุงสถานที่
3. สำนกั งานสว่ นจัดการตน้ น้ำ (เขานอ้ ย) อยู่ในขน้ั ตอนการดำเนินการปรับปรุงสถานที่
อปุ สรรค
1. ขาดแคลนอุปกรณ์และงบประมาณในการดำเนินการให้เหมาะสม เช่น อุปกรณ์โสต
ทัศนูปกรณ์
ขอ้ เสนอแนะ
1. ควรมีการประชุมเพื่อจัดทำแผนแม่บทการพิจารณาป่าในเมือง และกำหนดแนวทางการ
ดำเนินงานที่ชดั เจน
79
การพัฒนาส่ิงกอ่ สรา้ งป่าในเมอื ง
80
81
โครงการอนรุ กั ษ์พันธุกรรมพชื อันเน่อื งมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารี
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มกี ารจดั ประชมุ 3 ครั้ง ดังนี้
1. ประชมุ คณะกรรมการดำเนนิ งานโครงการอนุรกั ษ์พันธกุ รรมพืชอันเนอื่ งมาจากพระราชดำรฯิ
วนั พธุ ท่ี 18 มนี าคม 2563
2. ประชุมฝ่ายเลขานุการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เพ่ือพิจารณา
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอมา
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563 ทห่ี ้องสมดุ พฤกษศาสตร์ กลมุ่ งานพฤกษศาสตรป์ ่าไม้
3. ประชุมคณะทำงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ วันศุกร์ท่ี
18 สิงหาคม 2563
82
ตาราง สรุปโครงการสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ของหนว่ ยงานทรี่ ว่ มสนองพระราชดำริ งบประมาณ
แผน่ ดนิ ในงบประมาณประจำปี 2565 กลมุ่ G 3 กล่มุ สว่ นราชการท่ีเกี่ยวกบั ทรัพยากร หนว่ ยงาน
สนองพระราชดำริ กรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธพุ์ ชื
กิจกรรม ช่อื กิจกรรม จำนวนโครงการ งบประมาณ
รวมทง้ั สนิ้ (บาท)
F1A1 กิจกรรมปกปักทรัพยากร 6
F1A2 กิจกรรมสำรวจและเก็บรวบรวมทรัพยากร 1 1,065,000
F1A3 กิจกรรมปลกู รักษาทรัพยากร 16
F2A5 กิจกรรมอนุรักษ์และใชป้ ระโยชน์ทรัพยากร 1 228,000
F3A7 กิจกรรมสร้างจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์ทรัพยากร 3 4,038,640
F3A8 กิจกรรมพิเศษสนบั สนุนการอนุรักษ์ทรัพยากร 1
รวมท้ังสนิ้ 28 340,000
175,000
150,000
5,996,640
ตาราง (รา่ ง) กรอบแผนแม่บท ระยะ 5 ปที ี่เจ็ด (1 ตลุ าคม 2564 - 30 กันยายน 256
กลมุ่ G3 กลุ่มส่วนราชการทเ่ี กย่ี วกบั ทรัพยากร ช่ือหน่วยงาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว
กิจกรรม ชือ่ กจิ กรรม จำนวน
โครงการ 2565
F1A1 กจิ กรรมปกปกั ทรัพยากร 3 205,130
F1A2 กิจกรรมสำรวจและเกบ็ รวบรวมทรพั ยากร 1 228,000
F1A3 กจิ กรรมปลกู รักษาทรัพยากร 12 3,272,85
F2A5 กิจกรรมอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรพั ยากร 1 340,000
F3A7 กจิ กรรมสรา้ งจิตสำนึกในการอนรุ ักษ์ทรัพยากร 3 3,652,13
F3A8 กจิ กรรมพเิ ศษสนบั สนนุ การอนุรกั ษ์ทรัพยากร 1 150,000
รวมทง้ั ส้นิ 21 7,848,11
83
69)
วป์ า่ และพนั ธ์ุพืช
งบประมาณรวมท้ังส้ิน (บาท) รวมทง้ั สิ้น
2566 2567 2568 2569 (บาท)
0 205,132 205,134 205,136 205,138 1,025,670
0 228,000 228,000 228,000 228,000 1,140,000
55 2,892,866 2,892,877 2,777,888 2,777,899 14,614,385
0 340,000 340,000 340,000 340,000 1,700,000
30 3,130,132 3,030,134 2,830,136 2,630,138 15,272,670
0 150,000 200,000 200,000 200,000 900,000
15 6,718,130 6,668,145 6,353,160 6,153,175 34,652,725
84
ดา้ นการจดั กจิ กรรม อบรม นทิ รรศการและการเผยแพร่ประชาสมั พันธ์
1 จัดฝกึ อบรมหลักสตู ร การประเมินคุณภาพลำธารโดยใช้แมลงน้ำเป็นดัชนีช้ีวดั ระหวา่ งวันที่ 27-29
มกราคม 2563 ณ ศนู ยฝ์ กึ อบรมที่ 2 (เขาใหญ่) จังหวดั นครนายก จำนวน 40 คน
2. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้วิธีการประเมินคุณภาพน้ำโดยวิธีทางชีวภาพ
และการลงพื้นที่สำรวจสัตว์หน้าดิน ณ บริเวณพ้ืนท่ีกลุ่มเหล็กสหวิริยบางสะพาน อำเภอบางสะพาน จังหวัด
ประจวบครี ขี ันธ์ จำนวน 40 คน
3. เขา้ ร่วมจัดนทิ รรศการแมลงในวันคุม้ ครองสัตว์ป่าแหง่ ชาติ ประจำปี 2562 ระหวา่ งวนั ที่ 26-29
ธนั วาคม 2562 ณ ศูนยพ์ ฒั นาการจัดการสัตว์ป่าบงึ ฉวาก จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
4 จัดนิทรรศการวันคล้ายวันสถาปนากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คร้ังที่ 17 ในวันที่ 2
ตลุ าคม 2562
5 จดั ประชุมเชิงปฏิบัตกิ าร เร่ือง การติดตามผลการดำเนินงานวิจัยในกิจกรรมการวิจยั ด้านป่าไม้และสัตว์ป่า
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 ระหวา่ งวนั ที่ 26-28 สงิ หาคม 2563 จำนวน 60 คน
85
6. จัดเตรียมต้นไม้วงศ์จิก (Lecythidaceae) ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และช่วยจัดเตรียมพ้ืนท่ีปลูกรวมพรรณไม้วงศ์จิก ณ สวนสมเด็จพระ
นางเจ้าสิรกิ ติ ฯิ์ กรุงเทพมหานคร ในชว่ งเดือนสงิ หาคม ๒๕๖๓
7. จัดงานอนุรักษ์และประชาสัมพันธ์รวงผึ้ง ในวันท่ี ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ วัดสุปัฏนารามวรวิหาร
จงั หวดั อุบลราชธานี
86
8. จัดนิทรรศการ โครงการพื้นที่สีเขียว เพื่อลดมลพิษจากฝุ่นละออง (๑๐๑,๐๑๐ ต้น นนทบุรี) ในวันท่ี
๑๕ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ณ บริเวณลานพระบรมราชานเุ สาวรยี ์ รชั กาลที่ ๕ หนา้ ศาลากลางจงั หวดั นนทบรุ ี
9. จัดนิทรรศการเรื่อง โครงการอนุรักษ์กล้วยไม้ป่า ในงานเทิดพระเกียรติ SIAM PARAGON ROYAL
ORCHID, THE PRIDE OF SIAM ระหว่างวันท่ี ๖-๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ ศูนย์การค้าสยาม พารากอน
กรงุ เทพมหานคร
87
ดา้ นการประชาสมั พันธ์ เผยแพร่องคค์ วามรู้ผา่ นสื่อสงั คมออนไลน์
88
สอื่ สิ่งพิมพ์
1. สอื่ สง่ิ พิมพป์ ระเภทจลุ สาร ไดแ้ ก่
จลุ สาร สวจ. ราย 4 เดอื น ปที ่ี 12 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนตุลาคม 2562 - มกราคม 2563
๒. สือ่ สง่ิ พมิ พป์ ระเภทหนงั สอื ได้แก่
๒.1 หนังสอื ต้นไม้ลดฝนุ่ PM 2.5
2.๒ หนงั สือคมู่ ือ “การสำรวจของปา่ ”
๒.3 หนงั สือพื้นทีป่ า่ ปกคลมุ เขตอุทยานแห่งชาติ 2562
๒.4 หนงั สือพ้ืนที่ปา่ ปกคลุมเขตรกั ษาพันธสุ์ ัตว์ป่า 2562
๒.5 หนงั สอื พน้ื ท่ปี ่าปกคลุมเขตหา้ มลา่ สตั วป์ ่า 2562
๒.6 หนงั สือพื้นท่ีปา่ ปกคลุมเตรียมการอุทยานแห่งชาติ เตรยี มการเขตหา้ มลา่ สัตว์ป่า 2562
2.7 หนังสอื พืชปา่ สมนุ ไพร
ตวั อยา่ ง : หนังสือสำนักวจิ ัยการอนุรกั ษ์ปา่ ไม้และพนั ธ์พุ ชื
89
๓. สอื่ สิง่ พิมพ์ประเภท One Page 103 เรอ่ื ง ไดแ้ ก่
๓.1 เปิดบา้ น สวจ. (Open House)
๓.2 สวจ. อยากบอก (ปริมาณและการกระจายของไม้มคี ่า)
3.๓ มีปา่ ไม้ทำไม
๓.4 พรรณไม้เกียรตปิ ระวตั ิไทย
๓.5 ไม้ปา่ กนิ ได้
๓.6 รูห้ รือไม่
ตวั อย่าง : One Page สำนักวิจัยการอนุรกั ษ์ปา่ ไม้และพันธุ์พืช
90
4. ส่ือสิง่ พมิ พ์ประเภทโปสเตอร์
4.1 สัตว์ป่าและซากสัตว์ปา่ จำพวกแมลง แมง และสัตวข์ าปลอ้ งทหี่ ้ามนำเข้าหรือส่งออก
4.2 พรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ในชว่ งปี พ.ศ. 2561-2563 จำนวน 13 ชนิด
4.3 เห็ดและรา
ตวั อยา่ ง : โปสเตอร์สำนักวจิ ัยการอนรุ ักษป์ ่าไม้และพันธ์ุพืช
5. ส่ือสิ่งพมิ พ์ประเภทวารสาร Thai Forest Bulletin (Botany) Vol. 47 No. 2 จำนวน 13 บทความ
และ Vol. 48 No. 1 จำนวน 15 บทความ
ตวั อยา่ ง : วารสาร Thai Forest Bulletin (Botany)
รายละเอยี ดบทความ
Thai Forest Bulletin (Botany) Vol. 47 No. 2, 2020
(1) Lithocarpus gigantophyllus (Fagaceae), a new record from Loei province (Thailand)
(2) On scientific requirements for presentation of "new records": the case of
Dendrobium ruckeri (Orchidaceae)
(3) The genus Prismatomeris (Rubiaceae) in Thailand
91
(4) Three new species, lectotypifications and synonymisations in Millettia
(Fabaceae: Faboideae) for Thailand
(5) A new combination and typifications in Morinda (Rubiaceae) for the Flora of Thailand
(6) Heterostemma succosum (Apocynaceae), a new record for Laos
(7) The identity of Periploca cordata (Apocynaceae)
(8) Amomum spathilabium (Zingiberaceae: Alpinieae), a new species from northern Thailand
(9) A review of the Calanthe group (Orchidaceae) in Myanmar
(10) Five new species of Platostoma (Lamiaceae) from North-Eastern Thailand
(11) A checklist of Acanthaceae subfamily Nelsonioideae in Thailand
(12) Bulbophyllum seidenfadenii (Orchidaceae), a new record for Thailand
(13) Two new species of Xylopia (Annonaceae) from peninsular Thailand
Thai Forest Bulletin (Botany) Vol. 48 No. 1, 2020
(1) Chromosome counts and karyotype reports from Fimbristylis (Cyperaceae) in Thailand
(2) Gentiana bolavenensis (Gentianaceae), a new species from Dong Hua Sao National
Protected Area in southern Laos
(3) Two new species and one new record of Dichapetalum (Dichapetalaceae) in Thailand
(4) Lithocarpus gigantophyllus (Fagaceae), a new record from Loei province (Thailand)
(5) On scientific requirements for presentation of "new records": the case of
Dendrobium ruckeri (Orchidaceae)
(6) The genus Prismatomeris (Rubiaceae) in Thailand
(7) Three new species, lectotypifications and synonymisations in Millettia
(Fabaceae: Faboideae) for Thailand
(8) A new combination and typifications in Morinda (Rubiaceae) for the Flora of
Thailand Heterostemma succosum (Apocynaceae), a new record for Laos
(9) The identity of Periploca cordata (Apocynaceae)
(10) Amomum spathilabium (Zingiberaceae: Alpinieae), a new species from
northern Thailand
(11) A review of the Calanthe group (Orchidaceae) in Myanmar
(12) Five new species of Platostoma (Lamiaceae) from North-Eastern Thailand
(13) A checklist of Acanthaceae subfamily Nelsonioideae in Thailand
(14) Bulbophyllum seidenfadenii (Orchidaceae), a new record for Thailand
(15) Two new species of Xylopia (Annonaceae) from peninsular Thailand
92
ส่ือประเภทมลั ติมเี ดีย
1. กระวาน
2. เร่วหอม
93
ภาคผนวก
2944
รายช่ือหนว่ ยงานภายใต้สังกัดกรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่า และพันธ์พุ ชื
ช่อื หน่วยงาน สถานทต่ี ง้ั ขนาดพ้ืนท่ี (ไร)่
สวนพฤกษศาสตร์ จำนวน 18 แหง่
1. สวนพฤกษศาสตรว์ งั นำ้ เยน็ สระแก้ว 5,545
2. สวนพฤกษศาสตร์พุแค สระบรุ ี 5,554
3. สวนพฤกษศาสตร์บา้ นเพ ระยอง 612
4. สวนพฤกษศาสตร์เขาหนิ ซ้อน ฉะเชงิ เทรา 222
5. สวนพฤกษศาสตร์บ้านจอมบึง* ราชบรุ ี 6,254
6. สวนพฤกษศาสตร์เขาประทบั ช้าง 60 พรรษา มหาราชนิ ี* ราชบุรี 268
7. สวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง ตรัง 194
8. สวนพฤกษศาสตร์ทงุ่ คา่ ย ตรงั 2,453
9. สวนพฤกษศาสตร์ควนเขาวัง สงขลา 364
10.สวนพฤกษศาสตร์พนางตุง พัทลงุ 6,417
11.สวนพฤกษศาสตร์สุไหงปาดี 60 พรรษา มหาราชนิ ี นราธวิ าส 100
12.สวนพฤกษศาสตร์ชายแดนใต้ นราธวิ าส 1,484
13.สวนพฤกษศาสตร์ดงมะอ่ี รอ้ ยเอด็ 1,442
14.สวนพฤกษศาสตร์ดงฟา้ ห่วน อบุ ลราชธานี 1,600
15.สวนพฤกษศาสตร์ภูฝอยลม 60 พรรษา มหาราชนิ ี อุดรธานี 3,594
16.สวนพฤกษศาสตร์สกุโณทยาน พษิ ณุโลก 790
17.สวนพฤกษศาสตร์แมเ่ หี๊ยะ** เชยี งใหม่ 387*
18.สวนพฤกษศาสตร์ดอยสุเทพ 60 พรรษา มหาราชิน*ี * เชียงใหม่ 387*
95
ช่อื หน่วยงาน สวนรุกขชาติ เน้อื ท่ี (ไร่)
ภาคเหนือ
สถานทต่ี ัง้ 545
500
1. สวนรุกขชาตโิ ปง่ สลี ต.สนั ทราย อ.เมอื ง จ.เชียงราย 116
1,031
2. สวนรกุ ขชาติเฉลมิ พระเกยี รติ 80 พรรษา มหาราชนิ ี ต.เวยี ง อ.เมือง จ.เชยี งราย 1,471
3,070
3. สวนรุกขชาติโปง่ แข่ ต.ปางหมู อ.เมอื ง จ. แม่ฮ่องสอน 53
374
4. สวนรกุ ขชาติดอยหมากหินหอม ต.ผาบอ่ ง อ.เมือง จ.แมฮ่ ่องสอน 749
1,293
5. สวนรุกขชาติห้วยชมภู ต.แมส่ ะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 52
100
6. สวนรุกขชาติแม่สุริน ต.ขนุ ยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน 25
33
7. สวนรุกขชาติห้วยแก้ว ต.สเุ ทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 133
187
8. สวนรกุ ขชาตไิ มเ้ มืองหนาว ต.บอ่ แกว้ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 66
140
9. สวนรกุ ขชาตหิ ว้ ยน้ำอุน่ ต.อ่ายนาไลย อ.เวียงสา จ.นา่ น 24
150
10. สวนรุกขชาตพิ ระบาท ต.พระบาท อ.เมอื ง จ.ลำปาง 299
1,528
11. สวนรกุ ขชาตชิ ่อแฮ ต.ชอ่ แฮ อ.เมือง จ.แพร่
12. สวนรกุ ขชาตหิ ว้ ยโรง หมูท่ ี่ 7 ต.ห้วยโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่
13. สวนรกุ ขชาติห้วยทรายขาว หมู่ท่ี 3 ต.ห้วยออ้ อ.ลอง จ.แพร่
14. สวนรกุ ขชาติเชตวัน ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ จ.แพร่
15. สวนรกุ ขชาติหว้ ยทาก ต.บา้ นหวด อ.งาว จ.ลำปาง
16. สวนรุกขชาตหิ ้างฉัตร ต.เวยี งตาล อ.หา้ งฉัตร จ.ลำปาง
17. สวนรุกขชาติบ้านแพะ หมู่ท่ี 7 ต.บอ่ ทอง อ.ทองแสนขัน จ.อตุ รดติ ถ์
18. สวนรุกขชาติเขาดินไพรวัน หมทู่ ่ี 4 ต.นาขนุ ไกร อ.ศรสี ำโรง จ.สุโขทัย
19. สวนรุกขชาตเิ มืองราด ต.น้ำชนุ อ.หลม่ สัก จ.เพชรบูรณ์
20. สวนรกุ ขชาตซิ ับชมภู หมู่ท่ี 8 ต.บา้ นโภชน์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์
21. สวนรุกขชาติกาญจนกมุ าร ต. โรงชา้ ง อ.เมือง จ.พจิ ติ ร
22. สวนรุกขชาตไิ พศาลี หมู่ที่ 6 ต.วังขอ่ ย อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 96
1. สวนรุกขชาตภิ ขู ้าว ต.นาด้วง อ.นาดว้ ง จ.เลย 2,297
742
2. สวนรุกขชาตปิ ากปวน บ้านปากปวน ต.ปากปวน อ.วงั สะพงุ จ.เลย 57
97
3 .สวนรกุ ขชาติ 60 ปี ความสมั พันธท์ างการทตู ไทย-ลาว ต.กอมเกาะ อ.เมอื ง จ.หนองคาย 166
30
4. สวนรุกขชาตนิ ้ำตกธารทอง หม่ทู ี่ 1 ต.ผาต้ัง อ.สงั คม จ.หนองคาย 441
5. สวนรกุ ขชาติวงั ปอพาน หมทู่ ่ี 1 ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม 407
6. สวนรุกขชาติบ้านดงุ ต.บ้านดุง อ.บา้ นดุง จ.อดุ รธานี 45
92
7. สวนรุกขชาตดิ งบังอ่ี ต.หนองแวง อ.นคิ มคำสร้อย จ.มุกดาหาร 10
8. สวนรุกขชาติลุ่มนำ้ พอง (โสกแต)้ ต.โคกงาม อ.บา้ นฝาง จ.ขอนแกน่ 115
9. สวนรุกขชาตเิ ขาสวนกวาง ต.คำมว่ ง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น 28
160
10. สวนรกุ ขชาติพุทธมณฑล บ้านนาดนู ต.นาดูน อ.นาดนู จ.มหาสารคาม 1,474
11. สวนรกุ ขชาตทิ ่าสองคอน ต.ทา่ สองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม 47
12. สวนรกุ ขชาติโพนทราย ต.โพนทราย อ.โพนทราย จ.ร้อยเอด็ 601
13. สวนรกุ ขชาตดิ งมะอ่ี ต.หนองพอก อ.หนองพอก จ.รอ้ ยเอด็ 286
119
14. สวนรกุ ขชาตินำ้ ผดุ ทัพลาว ต.หว้ ยยาง อ.คอนสาร จ.ชยั ภมู ิ 165
15. สวนรุกขชาติภูกมุ้ ข้าว ต.กดุ เลาะ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชยั ภูมิ 58
264
16. สวนรุกขชาติอุบลวนารมย์ ต.เมือง อ.ในเมอื ง จ.อุบลราชธานี 173
135
17. สวนรกุ ขชาตินำ้ ตกสำโรงเกียรติ ต.บกั ดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรษี ะเกษ 166
484
ภาคกลาง หมู่ที่ 4 ต.ท่าดินดำ อ.ชยั บาดาล จ.ลพบรุ ี 407
ต.มติ รภาพ อ.มวกเหล็ก จ.สระบรุ ี
1. สวนรุกขชาตวิ งั ก้านเหลอื ง ต.หว้ ยชัน อ.อินทร์บุรี จ.สงิ หบ์ ุรี 767
2. สวนรกุ ขชาติมวกเหล็ก ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบรุ ี 206
3. สวนรกุ ขชาติคูเมือง ต.ทงุ่ ขวาง อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม 20
4. สวนรุกขชาตดิ ่านชา้ ง หมูท่ ่ี 3 ต.จอมบงึ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 25
5. สวนรุกขชาตกิ ำแพงแสน หมู่ท่ี 2 ต.เขาย้อย อ.เขายอ้ ย จ.เพชรบุรี
6. สวนรุกขชาตถิ ำ้ จอมพล ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชงิ เทรา
7. สวนรุกขชาตเิ ขาย้อย หมู่ท่ี 6 ต.สรุ ศักด์ิ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
8. สวนรุกขชาตสิ มเด็จพระปิ่นเกลา้ ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแกว้
9. สวนรุกขชาติหนองตาอยู่
10. สวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ ต.บางรน้ิ อ.เมอื ง จ.ระนอง
หมู่ท่ี 6 ต.เสม็ด อ.ไชยา จ.สรุ าษฎร์ธานี
ภาคใต้ หม่ทู ่ี 10 ต.เขาพระ อ.รัตภมู ิ จ.สงขลา
ต.นาประดู่ อ.โคกโพธ์ิ จ.ปตั ตานี
1. สวนรุกขชาตริ ักษะวารนิ
2. สวนรกุ ขชาติเขาพุทธทอง
3. สวนรกุ ขชาติถำ้ เขานยุ้
4. สวนรกุ ขชาติพฤกษามหาราชินี