นิราศเดือน วรรณคดีไดี ทย
"นิราศ" เป็นคำ ที่มีความหมายเกี่ยวกับเรื่องราวที่มีลักษณะเป็นนิยาย หรือเรื่องสร้างขึ้นมา มักจะมีส่วนผสมของการสร้างสรรค์และจินตนาการ เรื่องราวในนิราศมักมีลักษณะเด่นเป็นเรื่องจำ เพาะที่มีตัวละครและสถานที่ ที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนใหญ่จะไม่มีเนื้อเรื่องที่มีตั้งต้นจากเรื่องจริง แต่อาจมี การนำ เอาเรื่องราวหรือตำ นานที่เคยมีอยู่มาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง นิราศได้ด้วย ความหมายของนิราศ
ผู้ แต่ง นายมี หรือหมื่น มื่ พรหมสมพัตสร (พฺรม-สม-พัด-สอน) เกิดกิ ในสมัย มั รัชกาลที่ ๑ เป็นศิษย์ค ย์ นหนึ่ง นึ่ ของสุนทรภู่ที่ ภู่ ไที่ ด้รั ด้ รั บการ ยกย่อ ย่ งว่าแต่ง ต่ กลอนดีเ ดี ด่น ด่ ใกล้เคีย คี งกับ กั สุนทรภู่ม ภู่ ากที่สุ ที่ สุ ด ผล งานร้อยกรองเรื่องอื่นๆ ของนายมี เช่น ช่ นิรนิาศถลาง กลอน เพลงยาวสรรเสริญเฉลิมลิพระเกีย กี รติพติระบาทสมเด็จ ด็ พระนั่ง นั่ เกล้า ล้ เจ้าอยู่หั ยู่ ว หั นิรนิาศพระแท่น ท่ ดงรัง นิรนิาศสุพรรณ เป็นต้น ต้
นิราศเดือนมีเนื้อหารำ พันถึงความรัก และบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของ ประเพณีไทยในแต่ละเดือนทั้ง ๑๒ เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนห้า ดังนี้ เดือนห้า กล่าวถึง ประเพณีสงกรานต์ เดือนหก กล่าวถึง ประเพณีแรกนาขวัญ โกนจุก แต่งงาน เดือนเจ็ด กล่าวถึง ประเพณีสลากภัต เดือนแปด กล่าวถึง ประเพณีเข้าพรรษา เดือนเก้า กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางที่รัก เดือนสิบ กล่าวถึง ประเพณีสารท เดือนสิบเอ็ด กล่าวถึง ประเพณีออกพรรษาประเพณีทอดกฐิน เดือนสิบสอง กล่าวถึง ประเพณีลอยกระทง ทอดผ้าป่า และเทศน์มหาชาติ เดือนอ้าย กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางที่รัก เดือนยี่ กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางที่รัก เดือนสาม กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางที่รัก เดือนสี่ กล่าวถึง ประเพณีตรุษ
เดือนห้า กล่าวถึง ประเพณีสงกรานต์ โอ้ฤดูเ ดู ดือ ดื นห้า ห้ หน้า น้ คิมคิหัน หั ต์ พวกมนุษย์สุ ย์ สุ ดสุขสนุก นุ ครัน ได้ดู ด้ กั ดู นพิศวงเมื่อ มื่ สงกรานต์ ทั้ง ทั้ ผู้ดี ผู้ เ ดีข็ญใจใส่อังคาส อภิวภิาทพุทธรูปในวิหาร ล้ว ล้ นแต่ง ต่ ตัว ตั ทั่ว ทั่ กัน กั วันสงกรานต์ ดูส ดู คราญเพริศพริ้งทั้ง ทั้ หญิงญิชาย ที่เฒ่า ฒ่ แก่แ ก่ ม่ห ม่ ม้า ม้ ยไม่ใคร่เที่ย ที่ ว สู้อดเปรี้ยวกินกิหวานลูก ลู หลานหลาย ที่กำ ดัด ดั ขัดสีสวยทั้ง ทั้ กาย เที่ยวถวายน้ำ หอมน้อ น้ มศรัทธา บ้า บ้ งก็มีที่สวาดิ์ม ดิ์ าดพระสงฆ์ ต่า ต่ งจำ นงนึก นึ กำ ดัด ดั ขัด ขั สิกขา ได้แ ด้ ต่เพียงพูดกัน กั จำ นรรจา นานนานมากลับ ลั ไปแล้ว ล้ ใจตรอม ฯ
เดือนห้า กล่าวถึง ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นปีใหม่ไทยตรงกับฤดูร้อนชาวบ้านจะมี การแต่งตัวสวยงามมีกิจกรรมรื่นเริงและรดน้ำ ดำ หัวผู้ใหญ่
เดือนหก กล่าวถึง ประเพณีแรกนาขวัญงานแต่งงานร่ำ คะนึงถึงนุช นุ สุดวิตก ถึงเดือ ดื นหกเข้า ข้ แล้ว ล้ หนาเจ้าข้า ข้ เอ๋ย เขาแต่ง ต่ งานปลูก ลู หอขอกัน กั เชย เราจะเฉยอยู่ก็ ยู่ เ ก็ ห็น ห็ ไม่เป็นการ เขาแรกนาแล้ว ล้ มานัก นั ขัต ขั ฤกษ์ เอิกเกริกโกนจุกทุก ทุ สถาน ที่กำ ดัด ดั จัดแจงกัน กั แต่ง ต่ งาน มงคลการตามเล่ห์ ล่ ปห์ ระเวณี โอ้โอ๋อกอาตมานี้อ นี้ าภัพ ภั ทั้ง ทั้ ไร้ทรัพย์ส ย์ ารพัดจะบัดสี ดูเ ดู พื่อนบ้า บ้ นเขาทั้ง ทั้ หลายสบายดี เขาคิดคิมีลูก ลู เมีย มี เสียทุก ทุ คน
เดือนหก กล่าวถึง ประเพณีแรกนาขวัญงานแต่งงานประเพณีโกนจุกหมายถึงเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่ไว้จุกในสมัยก่อนจะมี การโกนจุกกันในเดือนนี้ รวมถึงนิยมแต่งงานกันในเดือนนี้
เดือนเจ็ด กล่าวถึง ประเพณีสลากภัต กระทั่ง ทั่ ถึงเดือ ดื นเจ็ดไม่เสร็จโศก บังเกิดโรคแรงหนัก นั ด้ว ด้ ยรักสมร สลากภัต ภั ต์จั ต์ จั ดแจงแต่ง ต่ หาบคอน อย่า ย่ งแต่ก่ ต่ อ ก่ นหาบกระทายมีล มี ายทอง ใส่คานรูปนาคาวายุภั ยุ ก ภั ษ์ ครั้นเดินดิหนัก นั ดูเ ดู ต้น ต้ เผ่น ผ่ ผยอง แสรกน้อ น้ ยร้อยพวงมาลัย ลั กรอง ใส่ข้า ข้ วของหาบหามตามกัน กั มา ทุกวันนี้มีแต่จ ต่ ะทำ แปลก ใส่โต๊ะ ต๊ แบกเดินดิด่ว ด่ นมาถ้ว ถ้ นหน้า น้ สารพันเอมโอชโภชนา ตามศรัทธาสัปปุรุษนุช นุ อนงค์
เดือนเจ็ด กล่าวถึง ประเพณีสลากภัต ประเพณีสลากพัดเป็นประเพณีถวายทานแก่พระสงฆ์ โดยให้พระสงฆ์ จับสลากว่าพระรูปนั้นจะได้อาหารของญาติโยมคนใด
เดือนแปด กล่าวถึง ประเพณีเข้าพรรษา ถึงเดือ ดื นแปดแดดอับพยับ ยั ฝน ฤดูด ดู ลพระวษาเข้า ข้ มาขวาง จวนจะบวชเป็นพระสละนาง อยู่เหินหิห่า ห่ งเห็น ห็ กัน กั เมื่อ มื่ วันบุญ ประดับ ดั พุ่มบุปผาพฤกษากระถาง รูปแรดช้า ช้ งโคควายขายกัน กั วุ่น ตุ๊ก ตุ๊ ตาหน้า น้ พราหมณ์ง ณ์ ามละมุน มุ ต้น ต้ พิกุลลิ้นลิ้จี่ดูดี ดู จ ดี ริง ต้น ต้ ไม้ท ม้ องเสาธงหงส์ขี้ผึ้ ขี้ ง ผึ้ คู่ส คู่ ลึง ลึ เขาขายพวกชายหญิงญิ อุณรุทยุด ยุ กินกินรชะอ้อนพริ้ง มีทุกสิ่งซื้อ ซื้ มาบูชาพระ
เดือนแปด กล่าวถึง ประเพณีเข้าพรรษา ประเพณีเข้าพรรษาตรงกับฤดูฝนจะมีกิจกรรมเน้นให้ชาวบ้านไปฟังเทศน์ ฟังธรรมที่วัดพอเข้าพรรษาพระสงฆ์ไม่สามารถออกไปไหนได้
เดือนเก้า กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางอันเป็นที่รักถึงเดือ ดื นเก้า ก้ เศร้าสร้อยละห้อ ห้ ยหา พระจันทราวันดับ ดั ก็อั ก็ อั บสูญ แต่โศกเศร้าเราเสริมขึ้น ขึ้ เพิ่มพูน ไม่อั ม่ อั บสูญไปบ้า บ้ งเหมือ มื นอย่า ย่ งเดือ ดื น ไม่ได้ช ด้ มโฉมศรีไม่มี ม่ สุ มี สุ ข จะเปรียบทุกข์กั ข์ บ กั อะไรก็ไก็ ม่เหมือ มื น ถึงจะมีข้า ข้ วของสักห้อ ห้ งเรือน ไม่ชื่ ม่ นเหมือนมีรั มีรั กสักราตรี
เดือนเก้า กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางอันเป็นที่รักเดือน 9 ฝนตกหนัก อากาศเริ่มหนาว และไม่มีประเพณีใดในเดือนนี้กวี จึงคร่ำ ครวญถึงหญิงเป็นที่รัก
เดือนสิบ กล่าวถึง ประเพณีสารท ถึงเดือ ดื นสิบเห็น ห็ กัน กั เมื่อ มื่ วันสารท ใส่อังคาสโภชนากระยาหาร กระยาสารทกล้ว ล้ ยไข่ใส่โตกพาน พวกชาวบ้า บ้ นถ้ว ถ้ นหน้า น้ สาธารณะ เจ้างามคมห่ม ห่ สีชุลีน ลี บ แล้ว ล้ จับจบทัพ ทั พีน้อ น้ มศรีษะ หยิบยิข้า ข้ วของกระยาสารทใส่บาตรพระ ธารณะเสร็จสรรพกลับ ลั มาเรือน พอลับ ลั เนตรเชษฐาอุราร้อน แสนอาวรณ์โณ์ หยไห้ใครจะเหมือ มื น ไม่รู้ ม่ รู้ ที่จะวานใครไปตัก ตั เตือ ตื น ให้ม ห้ าเยือ ยื นเยี่ย ยี่ มพี่ถึง ถึ ที่น ที่ อน
เดือนสิบ กล่าวถึง ประเพณีสารท ประเพณีวันสารทไทย ชาวบ้านจะนำ ข้าวกระยาสารท้วยอ้อยไปทำ บุญ ตามวัดต่างๆ
เดือนสิบเอ็ด กล่าวถึง ประเพณีออกพรรษา ทอดกฐินเดือ ดื นสิบเอ็ดเสร็จธุระพระพรรษา ชาวพาราเซ็ง ซ็ แซ่แ ซ่ ห่ก ห่ ฐิน ลงเรือเพียบพายยกเหมือ มื นนกบิน กระแสสินธุ์สาดปรายกระจายฟอง สนุกสนานขานยาวสาวสนั่น นั่ บ้า บ้ งแข่ง ข่ กันต่อ ต่ สู้เป็นคู่ส คู่ อง แพ้ชนะปะตาพูดจาลอง ตามทำ นองเล่น ล่ กฐินสิ้นทุก ทุ ปี ไปช่ว ช่ ยแห่เห็น ห็ กัน กั กระสันสวาท นุชนาฏพายเรือใส่เสื้อสี จนเปียกชุ่ม ชุ่ ตุ่ม ตุ่ ตั้ง ตั้ อลั่ง ลั่ ดี เส้นเกศีโศกสร้อยก็พ ก็ ลอยยับ ยั
เดือนสิบเอ็ด กล่าวถึง ประเพณีออกพรรษา ทอดกฐินเดือนนี้เป็นประเพณีเดือนออกพรรษาและประเพณีทอดกฐิน ชาวบ้าน จะไปรวมตัวกันที่วัดเพื่อทอดกฐินและเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
เดือนสิบสอง กล่าวถึง ประเพณีลอยกระทง ทอดผ้าป่าเดือ ดื นสิบสองล่อ ล่ งลอยกระทงหลวง ชนทั้ง ทั้ ปวงลอยตามอร่ามแสง ดอกไม้ไฟโชติช่ติว ช่ งเป็นดวงแดง ทั้ง ทั้ พลุแ ลุ รงตึง ตึ ตัง ตั ดัง ดั สะท้า ท้ น เสียงนกบินบิพราดพรวดกรวดไอ้ตื้อ ตื้ เสียงหวอหวือเฮฮาอยู่ฉ่ ยู่ า ฉ่ ฉาน ล้ว ล้ นผู้ค ผู้ นล้น ล้ หลามตามสะพาน อลหม่า ม่ นนาวาในสาคร บ้า บ้ งก็แห่ผ้ ห่ า ผ้ป่าพฤกษาปัก มีเรือชักเซ็ง ซ็ แซ่แ ซ่ ลสลอน ขับประโคมดนตรีมีล มี ะคร อรชรรำ ร่าอยู่ห ยู่ น้า น้ เรือ
เดือนสิบสอง กล่าวถึง ประเพณีลอยกระทง ทอดผ้าป่าประเพณีลอยกระทง ชาวบ้านนำ กระทงไปลอยตามแม่น้ำ ต่างๆมีการปล่อยโคม เล่นพลุดอกไม้ไฟร่วมด้วย
เดือนอ้าย กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางอันเป็นที่รักถึงฤดูเ ดู ดือ ดื นอ้ายไม่ได้ส ด้ มร ยิ่งยิ่หนาวนอนทอดประทับ ทั ไม่ห ม่ ลับ ลั ไหล ถึงกอดหมอนนอนนิ่งนิ่แล้ว ล้ ผิงผิไฟ ไม่อุ่ ม่ อุ่ นใจเหมือ มื นกอดแม่ย ม่ อดรัก พี่เป็นทุกข์ทุ ข์ ก ทุ เดือ ดื นเหมือ มื นจะม้ว ม้ ย ใครจะช่ว ช่ ยทุก ทุ ข์ไข์ ด้ไม่ปม่ ระจักษ์ ให้คั ห้ บ คั แค้น ค้ วิญญาณ์ห ณ์ นัก นั หนานัก นั จนสุดรักสุดฤทธิ์จะคิดคิการ ให้สุ ห้ สุ ดแค้น ค้ แสนวิตกในอกพี่ เหมือนพระสี่เสาร์กษัตริย์พ ย์ ลัด ลั สถาน พระเสาร์ทับ ทั ชันษาอยู่ช้ ยู่ า ช้ นาน พระภูบ ภู าลเป็นบ้า บ้ เข้า ข้ป่าไป
เดือนอ้าย กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางอันเป็นที่รัก เดือนนี้จะตรงกับฤดูหนาว ไม่มีประเพณีอะไรเป็นพิเศษด้วยความที่หนาว เหน็บและเงียบเหงากวีจึงได้คร่ำ ครวญถึงหญิงที่รัก
เดือนยี่ กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางอันเป็นที่รัก ครั้นล่ว ล่ งเข้า ข้ เดือ ดื นยี่ท ยี่ วีหนาว นางสาวสาวอาบน้ำ ทำ หน้า น้ เฉย อุตส่าห์แ ห์ ต่ง ต่ บำ รุงกายให้ช ห้ ายเชย ไม่ข ม่ าดเลยแป้งขมิ้นมิ้ดินดิสอพอง ไม่ใคร่ผิงผิอัคคีก คี ลัว ลั ศรีเสีย อะลิ้มลิ้อะเหลี่ย ลี่ เหลือ ลื ดีไดี ม่มี ม่ ห มี มอง ดัด ดั ปีกเปิดเลิศลิล้ว ล้ นนวลละออง อนงค์น้ ค์ อ น้ งน่า น่ รักลัก ลั ขณา
เดือนยี่ กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางอันเป็นที่รักกวีคร่ำ ครวญถึงความรักและหญิงสาวที่ไปหลงรักพระสงฆ์จึงเกิดความหลง ผิดซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดจารีตประเพณี
เดือนสาม กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางอันเป็นที่รักถึงเดือ ดื นสามความโศกไม่เลื่อ ลื่ มสูญ จันทร์จำ รูญแสงงามยามปฐม ดารารายพรายพร่างน้ำ ค้า ค้ งพรม พี่นั่ง นั่ ชมจันทร์เพ็งเปล่ง ล่ โพยม ดูแ ดู วววับเวหาล้ว ล้ นดาเรศ เหมือนดวงเนตรนุช นุ นางสำ อางโฉม ดูก ดู ระพริบริบแดงดัง ดั แสงโคม ลอยโพยมล้อ ล้ มจันทร์พรรณราย
เดือนสาม กล่าวถึง การคร่ำ ครวญถึงนางอันเป็นที่รักกวีกล่าวคร่ำ ครวญถึงหญิงคนรักมีการชมดวงจันทร์ตอนกลางคืนและ พร่ำ เพ้อถึงความงามของหญิงสาว
เดือนสี่ กล่าวถึง ประเพณีตรุษ ถึงเดือ ดื นสี่ปีสุดจะตรุษใหม่ ยัง ยั ไม่ได้นุ ด้ ชนาฏที่ปที่ รารถนา ฟังเสียงปืนยืน ยื ยัด ยั อัฏฏะนา รอบมหานัค นั เรศนิเนิวศน์วั น์ วั ง ถ้า ถ้ ความทุก ทุ ข์เ ข์ ราดัง ดั เหมือ มื นยัง ยัปืน พิภพพื้นก็จ ก็ ะไหวเหมือ มื นใจหวัง นวลหงส์คงจะรู้ถึง ถึ หูดั หู ง ดั จะนอนฟังทุก ทุ ข์พี่ ข์ พี่ไม่มี ม่ เ มี ว้น ทุกวันคืน คื เดือ ดื นปีไม่มี ม่ ห มี ยุด ยุ พี่แสนสุดทุก ทุ ข์ใข์ จใครจะเห็น ห็ ในทรวงซ้ำ เหมือ มื นเขาเชือ ชื ดเลือ ลื ดกระเด็น ด็ ใครจะเห็น ห็ เช่น ช่ ข้า ข้ ทั้ง ทั้ ธานี
เดือนสี่ กล่าวถึง ประเพณีตรุษ ประเพณีตรุษหมายถึงประเพณีในวันสิ้นปีมีการยิงปืนทั่วเมืองเพื่อส่ง ท้ายปีเก่าเตรียมต้อนรับปีใหม่
ส รุ ป ค ว า ม รู้ นิราศเดือนมีคุณค่าทางสังคมและวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความ นิยมในการประพฤติปฏิบัติตนตามประเพณีไทยในเดือนต่าง ๆ ของผู้คนในสมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น และมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ กล่าวคือ ใช้ภาษาเข้าใจง่าย สื่อความหมายชัดเจนและไพเราะ มีสัมผัสคล้องจองทั้งสัมผัสระหว่างวรรค และ สัมผัสในวรรค มีการเล่นคำ ทำ ให้คำ ประพันธ์น่าอ่าน น่าฟังจดจำ ง่าย ประทับใจ จึงมีผู้นำ มากล่าวอ้างอิงเกี่ยวกับชีวิตและความรักตั้งแต่ยุคนั้นจวบจนปัจจุบั