The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mob, 2021-04-01 22:13:35

สื่อการเรียนรู้ เรื่อง อาณาจักรกรุงธนบุรี

อาณาจักรกรุงธนบุรี (Electronic Book)

จติ รกรรมฝาผนงั ภาพนี้จดั แสดงในอาคารภาพปรทิ ัศน์ อนุสรณส์ ถานแหง่ ชาติ จ.ปทมุ าานี







หลงั จากพระเจ้าตากประกาศปณาิ านทีจ่ ะกอบกู้เอกราชแล้วน้ัน พระเจา้ ตากตอ้ งการยดึ เมอื ง
จันทบรุ ีไวเ้ ป็นที่ม่ันเพ่ือรวบรวมกาลงั มาตีพม่า

พระเจา้ ตากจึงเดินทพั จากเมอื งระยองผ่านเมืองแกลงเข้าบางกระจะ เพื่อมุ่งยดึ จนั ทบรุ ี
แตเ่ จ้าเมอื งจนั ทบรุ ไี ม่ยอมสวามิภกั ดิ์

พระเจา้ ตากจึงทรงแสดงความสามารถใช้กลวาิ ีปลกุ ใจ
ทหารและสรา้ งแรงบนั ดาลใจ โดยได้มรี บั สงั่ ใหท้ หารทกุ คน

ทาลายหมอ้ ข้าวให้หมด โดยมีเป้าหมายให้ไปกิน
ข้าวในเมอื งจนั ทบุรี แตถ่ า้ ตีเมอื งไม่สาเร็จกใ็ ห้อด
ตายกันท้ังหมดทน่ี ่ี

กลยทุ า์ ทบุ หมอ้ ขา้ ว ไดผ้ ล

เพราะทหารเกดิ กาลังใจท่จี ะต้องตเี มืองจันทบรุ ี
ใหไ้ ด้ ไม่เช่นนนั้ จะไมม่ ีอาหารกนิ การตจี ันทบุรีจงึ สาเรจ็
และพระเจา้ ตากสินจึงใชเ้ มืองจนั ทบรุ ีเปน็ ศูนยก์ ลางใน
การกูเ้ อกราช

พระเจา้ ตากได้เคลื่อนทพั ไปยังเมืองตราด พวกเจ้าเมอื งและราษฎรเกดิ ความเกรงกลวั ต่างพา

กันมาอ่อนนอ้ มโดยดี แตท่ ปี่ ากนา้ เมอื งตราดมเี รือสาเภาจีนมาทอดทนุ่ อยู่หลายลา เจ้าตากได้เรียกนาย
เรือมาพบ แต่พวกจีนนายเรือขดั ขืนตอ่ สู้ เจ้าตากจงึ นากองเรือไปล้อมสาเภาจนี เหลา่ น้นั และได้ตอ่ สู้กนั
อยปู่ ระมาณครึ่งวนั เจา้ ตากกย็ ึดสาเภาจนี ไวไ้ ดห้ มด ได้ทรพั ยส์ ินสิ่งของมาเป็นจานวนมาก

หลังจากยึด ตราด ได้แล้ว พระเจ้าตากไดก้ ลบั มาทเ่ี มืองจนั ทบุรี รวบรวมผูค้ น เตรียมกอบกู้เอกราช

โดยสงั่ ใหต้ ่อเรอื รบและรวบรวมอาวุา
ภายในเวลา ๓ เดือน พรอ้ มกับฝกึ ไพรพ่ ลให้
พรอ้ มทีจ่ ะปฏบิ ัติการรบเพื่อตีกรุงศรีอยาุ ยา
คืนจากข้าศกึ

พระเจา้ ตากทรงรวบรวมกาลังพลจนมจี านวน 5,000 นายแล้วยกกองทพั เรอื ออกจากเมืองจนั ทบุรี
ล่องมาตามฝ่งั ทะเลในอ่าวไทย จนถึงปากแม่น้าเจ้าพระยา ตอ่ สูจ้ นยึดเมืองานบุรคี นื จากพม่าได้ และจับนาย
ทองอนิ เจ้าเมอื งานบุรซี ่ึงพม่าแต่งตั้งให้นนั้ ประหารชีวิต

ตอ่ จากนั้นได้ยกกองทัพเรอื ต่อไปถงึ กรุงศรีอยุายา
เข้าโจมตคี ่ายโพาิส์ ามต้นจนสามารถขับไล่ทหารพม่าออก
จากอาณาจักรไดแ้ ละสามารถกอบกู้กรุงศรอี ยุายาจากการ
ยดึ ครองได้ ซ่งึ ตรงกับวนั ศกุ ร์ที่ 6 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2310
เวลาประมาณ 13.00 น. โดยใช้เวลาเพียง 7 เดอื น หลังจาก
เหตกุ ารณ์เสียกรุงศรีอยุายา

“พระเจ้าตากทรงรวบรวมไพรพ่ ลจากหวั เมืองตะวันออก เข้าตกี องทหารพมา่ ที่คา่ ยโพาส์ิ ามตน้ ”
จิตรกรรมฝาผนงั ภายในทอ้ งพระโรงกรงุ านบรุ ี เมืองโบราณ จังหวดั สมุทรปราการ

เสน้ ทางการเดนิ ทพั ของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช

ด้วยเหตุผลใน
หลาย ๆ ด้าน ทาให้เจ้า
ตากมาตงั้ ราชาานใี หม่ อยู่
ณ เมืองานบรุ ี

ซึ่งก่อนหน้านั้น เมือง
านบุรีถูกทิ้งร้าง มีต้นไม้ขึ้นและ
ซากศพทิ้งอย่างเกลื่อนกลาด
ทาให้ต้องมีการเกณฑ์แรงงาน
จัดการพืน้ ทขี่ ้นึ มาใหม่

ภาพจิตรกรรมภายในตาหนักเกง๋ พระราชวงั เดมิ แสดงเหตุการณ์
เมอื่ สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช เกณฑไ์ พลพ่ ลมาสรา้ งเมือง
หลวงใหมท่ ่ีกรงุ านบรุ ี และปราบดาภิเษกขนึ้ เปน็ พระมหากษัตริย์

หลังจากทีอ่ พยพผคู้ นและทรพั ย์สินลงมาทางใต้และต้งั ราชาานีใหมข่ ้นึ ทเ่ี มืองานบุรี เรียกนามว่า
"กรงุ านบรุ ีศรมี หาสมทุ ร" และได้ปราบดาภิเษกขึ้นทรงราชยเ์ ปน็ พระมหากษัตรยิ ์ เมอ่ื วันท่ี 28 าันวาคม พ.ศ. 2310

โดยทรงมีพระนามว่า

สมเด็จพระเจา้ กรงุ านบุรีทรงปราบดาภิเษกขน้ึ เป็นพระมหากษตั รยิ ์ ณ พระราชวงั กรุงานบุรี

จดั พมิ พโ์ ดย สนพ.เมืองโบราณ สาเหตกุ ารตง้ั กรุงานบรุ เี ปน็ เมอื งหลวง

1. กรุงานบุรีตั้งอยู่ที่น้าลึกใกล้ทะเล หากข้าศึกยกมาทางบก
โดยไม่มีทัพเรือเป็นกาลังสนับสนุนด้วยแล้วก็ยากที่จะตีได้
สาเร็จ และในกรณีที่ข้าศึกมีกาลังมากกว่าที่จะรักษากรุงไว้
ได้ ก็อาจย้ายไปตงั้ มัน่ ทีจ่ นั ทบุรี โดยทางเรือได้สะดวก

2. กรุงานบุรีมีป้อมปราการอยู่ทั้ง 2 ฟากแม่น้า คือ ป้อมวิชัย
ประสิทาิ์และป้อมวิไชเยนทร์ที่สร้างไว้ตั้งแต่รัชสมัยของ
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช หลงเหลืออยู่พอที่ใช้ป้องกัน
ขา้ ศึกที่จะเข้ามารกุ รานโดยยกกาลังมาทางเรอื ไดบ้ า้ ง

3. กรุงานบุรีตั้งอยู่บนเกาะเหมือนกรุงศรีอยุายา และยังมี
สภาพเป็นที่ลุ่ม มีบึงใหญ่น้อยอยู่ทั่วไป ซึ่งจะเป็นเครื่องกีด
ขวางขา้ ศกึ มใิ ห้โอบล้อมพระนครได้งา่ ย

4. กรุงานบุรีอยู่ใกล้ทะเล สะดวกแก่การ
ไปมาค้าขายและติดต่อกับต่างประเทศ
เรือสินค้าสามารถเข้าจอดเทียบท่าได้
โดยไมต่ ้องขนถา่ ยสินค้าลงเรอื เล็กอย่าง
สมัยกรุงศรีอยุายาทาให้ประหยัดเวลา
และคา่ ใชจ้ ่ายได้มาก

5. กรุงานบุรีเป็นเมืองเก่า มีวัดจานวนมาก
ที่ถูกสร้างไว้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุายา
เพียงแต่บูรณะและปฏิสังขรณ์บ้าง
เท่านั้น ไม่จาเป็นต้องสร้างวัดขึ้นใหม่
ท้งั หมด

6. กรุงานบุรี มีดินดี มีคลองหลายสาย
มีน้าใช้ตลอดปีเหมาะแก่การทานา
ปลกู ข้าว ทาสวนผัก และทาไรผ่ ลไม้

ภาพแสดงที่ต้งั พระราชวงั เดมิ วดั อรณุ ราชวรารามราชวรมหาวหิ ารและ วัดโมลีโลกยาราม

ภาพวาดพระเจ้าตากทรงมา้ ส้ศู กึ ในศาลสมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช เทศบาลเมอื งตาก
(ถ่ายโดย าารงศกั ดิ์ เพชรเลศิ อนันต,์ 2560)

จากผลของการเสียกรุงศรีอยาุ ยาครั้งท่ีสอง ทาใหม้ ีการรวมกลุ่มของประชาชนข้นึ ดว้ ยวัตถุประสงค์
แตกตา่ งกัน แต่สาคัญคือเพือ่ เอาชีวิตรอด โดยแตกออกเป็นชุมนมุ ใหญ่ ๆ

ชมุ นมุ เจา้ พระฝาง ชุมนมุ เจ้าพระยาพษิ ณโุ ลก

ชุมนุมเจา้ พมิ าย ชมุ นมุ เจา้ นครศรีารรมราช

พ.ศ. 2311 สมเดจ็ พระเจา้ กรุงานบรุ ที รงเริ่มจากยกทัพไปตชี ุมนุมเจ้าพระยาพษิ ณุโลกเปน็ ชุมนมุ แรก
แตพ่ ระองค์ตอ้ งกระสนุ ปนื จึงตอ้ งยกทพั กลบั และรักษาพระองค์ยงั พระนคร

หลงั จากน้นั ไม่นานชุมนุมเจ้าพระยา หลงั จากสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราชหาย
พิษณโุ ลกนอ้ี อ่ นแอลงจนกระทง่ั ถกู ชุมนมุ เจา้ จากอาการประชวรแลว้ พระเจา้ ตากจงึ กลับมาใช้เวลาใน
พระฝางผนวกไป การปราบปรามชมุ นุมอื่น ๆ อกี ครั้ง เพ่อื รวบรวมแผ่นดนิ
ให้เป็นปกึ แผน่ ตอ่ ไป
โดยเรมิ่ จากชุมนมุ เจ้าพมิ าย

ตามด้วยชมุ นุมเจ้านครศราี รรมราช

และชุมนมุ เจ้าพระฝาง

“ตเี มืองสวางคบรุ ี” ซึ่งเปน็ ที่ต้งั ของชุมนมุ เจ้าพระฝาง ภาพจากโคลงภาพพระราชพงศาวดาร เชียนโดย หลวงฤทาจิ ักรกาจร ในสมยั รัชกาลท่ี ๕

ดา้ นการปกครอง

หลังจากที่กรุงศรีอยุายาแตก กฎหมายบ้านเมืองกระจัดกระจายสูญหายไปมาก
จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ทาการสบื เสาะ คน้ หามารวบรวมไว้ได้ประมาณ 1 ใน 10
และโปรดฯ ใหช้ าระกฎหมายเหล่านั้น ฉบับใดยังเหมาะแก่กาลสมัยก็โปรดฯ ให้คงไว้ ฉบับ
ใดไม่เหมาะก็โปรดให้แก้ไขเพิ่มเติมก็มี ยกเลิกไปก็มี ตราขึ้นใหม่ก็มี และเป็นการแก้ไข
เพ่อื ราษฎรได้รับผลประโยชน์มากขนึ้

สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชทรงปกครองบ้านเมืองคล้ายคลึงกับพระราโชบาย
ของพ่อขุนรามคาแหงมหาราช คือ แบบพ่อปกครองลูก ไม่ถือพระองค์ มักปรากฏพระ
วรกายใหพ้ สกนิกรเห็น และมกั ถามสารทุกขส์ ขุ ดิบของพนกนิกรท่ัวไป

รปู แบบการปกครองสมยั ธนบรุ ี

การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ สว่ นกลาง

ยังคงยดึ แบบอยา่ งสมยั อยธุ ยาตอนปลาย

สมุหนายก เป็นอคั รมหาเสนาบดฝี ่ายพลเรอื น เป็นผ้ดู แู ลหวั เมอื งฝ่ายเหนอื ทั้งในราชการ
ฝ่ายทหารและพลเรอื น

สมุหพระกลาโหม เปน็ อคั รมหาเสนาบดีฝา่ ยทหาร เปน็ ผดู้ แู ลหัวเมอื งฝา่ ยใต้ทัง้ ปวง

หัวเมืองชั้นใน การบรหิ ารราชการแผ่นดนิ สว่ นภมู ิภาค

ราชธานี ยังคงยึดแบบอยา่ งสมยั อยธุ ยาตอนปลาย

หัวเมอื งชน้ั ใน • มผี รู้ ้งั เมืองและคณะกรมการเมอื งรับนโยบาย และคาสัง่ จาก
เสนาบดจี ากสว่ นกลาง
หัวเมืองชั้นนอก
หัวเมอื งประเทศราช • จัดเปน็ เมอื งจตั วา

หวั เมอื งชน้ั นอก (เมืองพระยามหานคร)

• มเี จา้ เมืองปกครองพร้อมทง้ั คณะกรมการเมือง
• มจี ตุสดมภ์เหมือนราชธานี มีเมอื งใหญน่ อ้ ยขึน้ ตรงอกี ต่อหนึ่ง
• หวั เมืองเหลา่ นแี้ บ่งเปน็ หัวเมืองเอก โท ตรี

หวั เมอื งประเทศราช • ตอ้ งส่งเครื่องราชบรรณาการต้นไมเ้ งนิ ตน้ ไม้ทองมาถวาย
พระมหากษัตรยิ ์ ท่ีกรุงธนบุรี

• เมอื งสาคัญ เชน่ กัมพูชา หลวงพระบาง เวยี งจันทน์ จาปาศักด์ิ

สว่ น จตสุ ดมภ์ น้นั ยังมไี ว้เหมอื นเดมิ มีเสนาบดตี าแหน่ง " พระยา " จานวน 4 ทา่ น

กรม เวียง

ทาหน้าที่ดแู ล และ รกั ษาความสงบเรยี บรอ้ ยภายในพระนคร

กรม วงั

ทาหน้าทด่ี แู ลความสงบเรยี บร้อยในเขตพระราชฐาน

กรม คลงั

ทาหน้าท่ดี ูแลการซ้อื ขายสินค้า ภายหลงั ได้รบั การแต่งตั้งใหด้ ูแลหวั เมืองฝา่ ยตะวนั ออกดว้ ย

กรม นา หรือ เกษตราาิการ

ทาหน้าที่ดูแลการเกษตรกรรม หรอื การประกอบอาชพี ของประชากร

องคป์ ระกอบของโครงสรา้ งทางสังคมสมัยานบุรี

พระมหากษตั ริย์ พระภิกษสุ งฆ์

ทรงเป็นพระประมขุ ของราชอาณาจักร มพี ระราชอานาจสูงสดุ มีสถานะเป็นสมมติ เป็นบุคคลทส่ี ืบทอดพระพทุ าศาสนา ได้รับ
เทพและารรมราชาเชน่ เดียวกบั สมัยอยุายา การยกยอ่ งและศรทั าาจากบุคคลทุกชนช้นั

พระบรมวงศานวุ งศ์ พระญาติใหญ่นอ้ ยของพระมหากษตั รยิ ์ เรียกวา่ เจา้ นาย มศี ักดนิ าแตกต่างกนั ออกไป

ขุนนาง บุคคลทร่ี บั ราชการแผน่ ดิน มที ง้ั ศักดินา ยศ ราชทินนาม และตาแหนง่

ไพร่ ราษฎรทต่ี ้องถูกเกณฑ์แรงงานให้กบั ราชการทั้งในยามปกตแิ ละยามสงคราม ต้องสงั กดั มลู นาย

ทาส ชนช้ันต่าทีส่ ุดในสงั คม ไมม่ กี รรมสิทา์ใิ นแรงงานและชีวติ ตนเอง ตอ้ งตกเปน็ ของนายจนกวา่ จะไดไ้ ถต่ วั

ดา้ นการศกึ ษา

สมัยกรุงานบรุ เี ปน็ ระยะเวลาทบี่ ้านเมืองยงั ไม่สงบเรยี บรอ้ ย การฟนื้ ฟกู ารศกึ ษาจงึ ทาไดไ้ มม่ ากนกั แตว่ ดั ก็ยังเป็นแหล่งท่ีให้
การศกึ ษาอยู่ โดยมีแตเ่ ด็กผชู้ ายเทา่ นั้นทม่ี โี อกาสศกึ ษา เพราะต้องอยกู่ บั พระทว่ี ดั เรียนหนงั สอื และได้รับการอบรมความประพฤติ
เรยี นพระารรมของพระพทุ าศาสนา

มวี ิชาเลข เน้นมาตรา ชัง่ ตวง วัด มาตราเงนิ ไทย และการคิดหน้าไม้ ซึง่ จะตอ้ งนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มวี ิชาชา่ งฝมี อื สาหรบั
เด็กโต ส่วนใหญ่เกย่ี วกับงานชา่ งกอ่ สรา้ ง เพ่อื ประโยชน์ในการบูรณะซ่อมแซมส่ิงกอ่ สรา้ งภายในวดั

สาหรบั การเรียนวิชาชีพโดยตรงน้ันเปน็ หนา้ ที่ของพอ่ แม่ ใครมอี าชีพอะไรก็ถา่ ยทอดวิชาน้ัน ๆ ใหแ้ ก่ลูกหลานของตน

ส่วนการศึกษาสาหรับเดก็ หญงิ จะถอื ตามประเพณีโบราณคือ เรยี นเย็บปกั ถกั รอ้ ย ทากับข้าว การจดั บ้านเรอื น การฝึกอบรม
มารยาทของกลุ สตรี สังคมสมยั นนั้ ไมน่ ยิ มให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ จงึ มนี ้อยคนที่อา่ นออกเขียนได้

สงครามคราวเสยี กรงุ ศรีอยาุ ยาครัง้ ทส่ี องมีผลกระทบใหเ้ กิดทพุ ภิกขภัยครงั้ รา้ ยแรงทสี่ ุดในประวตั ิศาสตรไ์ ทย
นอกจากนเี้ ศรษฐกจิ ยงั เสยี หายอย่างร้ายแรงอันเนือ่ งมาจากการถกู ปล้นสะดม

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรง
พระราชทานข้าวสารแก่ข้าราชการฝ่ายทหาร และ
ราษฎรโดยแจกข้าวสารหนึ่งถังให้กิน 20 วัน และ
โปรดเกล้าฯ ให้ซื้อข้าวสารบรรทุกมาขายจากพุทไา
มาศ ถงั ละ 3–5 บาท

เมือ่ ราษฎรทั้งหลายทราบกไ็ ด้อพยพจาก
บรรดาหัวเมอื งต่าง ๆ เข้ามายังกรงุ านบุรเี ป็นจานวนมาก

“สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชพระราชทานขา้ วสารแก่ขา้ ราชการ และทรงแจกจ่ายทานแกร่ าษฎรยากไร้” ภาพจติ รกรรมจัดแสดงภายในตาหนกั เกง๋ คู่ พระราชวังเดมิ

สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงใหข้ ้าราชการทงั้ หลายทานาปรังทุกแหง่
ทกุ ตาบล ครัน้ บา้ นเมอื งสงบก็ทรงใหแ้ มท่ ัพคุมกองทพั มาทานา

พระองค์ทรงทานุบารุงการค้าขาย
ทางเรืออย่างเตม็ ที่

ทรงแต่งสาเภาหลวงออกไปหลาย
สาย ทางตะวันออกถึงจีน ทางตะวันตก
ถึงอนุทวีปอินเดีย ส่งเสริมการนาสินค้า
พืน้ เมอื งไปขาย

พยายามผูกไมตรีกับจีนเพื่อ
ประโยชน์ทั้งในด้านความมั่นคงของชาติ
และประโยชนใ์ นด้านการคา้

พระราชวงั เดมิ กรุงานบรุ ี ในจติ รกรรมฝาผนงั ภายในพระอโุ บสถวดั อมั พวนั เจติยาราม จงั หวัดสมทุ รสงคราม

สมเดจ็ พระเจา้ กรุงานบุรที รงสละพระราชทรพั ย์ส่วนพระองค์ เพือ่ บรู ณปฏิสงั ขรณว์ ัดวา
อารามต่าง ๆ เป็นจานวนมาก และทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้ยกฐานะขน้ึ เปน็ พระอารามหลวง
เชน่ วดั อนิ ทารามวรวหิ าร วดั ระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วดั หงสร์ ตั นารามราชวรวหิ าร วดั อรุณ
ราชวรารามราชวรมหาวหิ าร วัดโมลีโลกยารามราชวรวหิ าร วัดราชคฤหว์ รวิหาร วดั เสาางหนิ เป็นตน้

แผนที่แสดงอาณาเขตในรัชสมยั ของสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช

ภาพเมอื งกรงุ านบรุ ี

เมืองานบรุ ตี ง้ั อยรู่ มิ ปากแม่นา้ เจา้ พระยา และมปี ้อมปราการมาตั้งแต่สมัยอยุายา จงึ ช่วยป้องกันการโจมตขี อง
ขา้ ศกึ และตดิ ตอ่ คา้ ขายทางทะเลไดส้ ะดวก ภมู ปิ ัญญาดงั กลา่ วมอี ทิ าพิ ลตอ่ ปัจจบุ นั เชน่ การเลือกทาเลสรา้ งท่าเรือแหลม
ฉบัง ฐานทพั เรือสตั หีบ เปน็ ต้น

สมัยานบุรีในระยะแรกๆ ประสบกับภาวะสงครามและการขาดแคลนข้าว สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงทรง
แกไ้ ขปัญหาการดารงชวี ติ หลายประการ เช่น ซอื้ ข้าวสารจากพ่อค้าสาเภาจีนมาแจกจ่ายให้แก่ราษฎร ทรงให้ข้าราชการและ
ราษฎรจับหนู ที่กัดกินข้าวมาส่งกรมนครบาล ภูมิปัญญาดังกล่าวมีอิทาิพลต่อปัจจุบัน เช่น การทานาในที่ดอนเพื่อขยาย
พ้นื ทป่ี ลูกข้าว เปน็ ต้น การทานาปลี ะ ๒-๓ ครัง้ เพอ่ื เพิ่มผลผลติ

การวาดภาพเกย่ี วกับไตรภูมหิ รอื โลกทง้ั สาม ได้แก่ สวรรคภ์ มู ิ มนุษยภูมิ และนรกภมู ิ เรยี กว่า สมุดภาพ
ไตรภูมิ เพื่อปลกู ฝงั ใหค้ นไทย เชื่อในเรื่องบาปบญุ คณุ โทษ ภูมิปญั ญาดงั กล่าวมอี ทิ าพิ ลตอ่ สังคมไทยในปัจจบุ ัน เช่น
มีการวาดภาพไตรภูมไิ ว้ตามผนังโบสถ์และวิหารตามวดั ต่างๆ เพ่ือเตอื นใจคนให้ทาแตค่ วามดี ละเว้นความชั่ว เปน็ ตน้

สังคมไทยสมัยานบุรีได้มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ร่วมกับคนไทย เช่น ชาวจีน ชาวมอญ ซึ่งต่างปรับตัวหลอม
รวมกนั ได้ดว้ ยดรี ะหว่างคนไทยกบั ชนชาติต่างๆ ภูมิปัญญาดังกล่าวมีอิทาิพลต่อปัจจุบัน โดยการโอบอ้อมอารีของคน
ไทยต่อคนตา่ งชาติพันา์ุ ไดเ้ ป็นวฒั นารรมอนั ดงี าม ท่สี บื ทอดมาจนถงึ ปัจจบุ นั

ภาพจากเฟซบุ๊ก Cutchapchap วัดอรณุ ราชวรารามราชวรมหาวหิ าร

ผลงานศิลปกรรมที่สาคัญมีน้อย เช่น
การสร้างพระราชวังกรุงานบุรี วังเจ้านาย วังเดิม
การบรู ณปฏิสงั ขรณแ์ ละสร้างวดั วาอารามต่าง ๆ

เชน่ วัดบางหว้าใหญ่ (วดั ระฆังโฆษติ าราม)
วดั แจง้ (วดั อรณุ ราชวราราม)
วัดบางยี่เรือนอก (วดั อินทาราม)

โดยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และ
ศลิ ปะของไทย ส่งผลดตี อ่ การท่องเทีย่ วไทยในปจั จบุ ัน

ส่วนใหญ่เปน็ การเผชญิ หนา้ ทางทหารและการขยายอานาจ

▪ พ.ศ. 2313 - 2314 สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช ทรงส่งกองทพั ไปตีเมืองเชียงใหม่ แต่ไม่สาเรจ็
▪ พ.ศ. 2317 สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช ทรงส่งกองทพั ไปตีเชียงใหมค่ รั้งท่ี ๒ ได้สาเร็จ และทรงให้เจา้ นาย

ลา้ นนาเปน็ ผ้ปู กครองลา้ นนากันเอง
▪ พ.ศ. 2319 พมา่ ยกทัพมาตีเชียงใหม่ เจา้ พระยาสุรสีห์ได้คุมทัพหัวเมอื งเหนอื ยกไปตีเชียงใหม่คืนไดส้ าเรจ็

ส่วนใหญ่เป็นการเผชญิ หน้าทางทหารและการขยายอานาจ

สมยั านบุรี พม่าพยายามโจมตีไทยต่อโดย
มกี ารทาสงครามต่อกันถึง ๑๐ คร้งั ครั้งสาคัญ เช่น

▪ ศึกค่ายโพาิส์ ามต้น พ.ศ. 2310
▪ ศึกเชียงใหม่ (ครั้งที่ 2) พ.ศ. 2317
▪ ศึกบางแกว้ เมืองราชบุรี พ.ศ. 2317
▪ ศกึ อะแซหวุ่นกี้ พ.ศ. 2318 - 2319

ส่วนใหญ่เป็นการใหค้ วามชว่ ยเหลอื เกอ้ื กูลและการขยายอานาจ (ภาพจติ รกรรมฝาผนัง ที่วัดหงส์รตั นาราม)

▪ พ.ศ. 2319 เจา้ เมอื งนางรองเปน็ กบฏหนั ไปสวามิภกั ดติ์ ่อจาปาศักดิ์ สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราชจงึ โปรดใหย้ กทัพ

ไปปราบเจา้ เมืองนางรอง และตีจาปาศกั ดิ์ ทาให้ลาวตอนใตข้ ึ้นกบั ไทย

▪ พ.ศ. 2321 เจา้ นครเวียงจันทน์สง่ กองทัพมาจับพระวอ เสนาบดเี มอื งเวยี งจนั ทนท์ ่ีขอสวามภิ กั ด์ิต่อไทย โดยหนมี าอยู่

ที่ดอน มดแดง จนพระวอเสียชวี ติ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกไดเ้ ป็นแม่ทพั ไปตเี วยี งจันทน์ไดส้ าเรจ็ พร้อมทง้ั

ไดอ้ ัญเชญิ องค์ พระแกว้ มรกตกบั พระบางมายังกรุงานบรุ ี

สว่ นใหญเ่ ป็นการใหค้ วามช่วยเหลอื เก้อื กูลและการขยายอานาจ

▪ พ.ศ. 2312 เขมรไม่ยอมสวามภิ ักด์ติ อ่ ไทย ไทยจึงยกทพั ไปตีได้เมืองเสยี มราฐและพระตะบอง
▪ พ.ศ. 2313 เขมรยกทัพโจมตเี มืองตราด จนั ทบรุ ี แต่ถกู ไทยตีแตกพ่ายไป ต่อมาไทยยกทพั ไปตเี ขมรอีกจนได้ตี

อกี หลายเมอื ง และแต่งต้ังใหส้ มเดจ็ พระรามราชาครองเขมรและขึ้นตรงต่อานบรุ ี
▪ พ.ศ. 2323 เกิดกบฏข้นึ ในเขมร สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราชจงึ โปรดให้เจ้าพระยามหากษตั ริย์ศึกเป็นแมท่ ัพไป

ตเี ขมร แตท่ างกรงุ านบุรีเกดิ จลาจล จึงตอ้ งยกทัพกลับ

สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชทรงไม่มเี วลาพอที่จะไปปราบหัวเมอื งมลายูให้มาอ่อนน้อมได้ มีเพียงคดิ อุบายให้

เจ้าพระยานครศรีารรมราชไปขอยืมเงินเมืองไทรบุรีและเมืองปัตตานี สาหรับซื้อเครื่องอาวุายุทโาปกรณ์ เ มืองละ

1,000 ชั่ง เพื่อหยั่งท่าทีของเมืองมลายูทั้ง 2 เมือง แต่ทั้งเมืองไทรบุรีและเมืองปัตตานีก็ไม่ยอมให้ยืม สมเด็จพระเจ้า

ตากสนิ มหาราชก็มไิ ดท้ รงยกทัพ ไปตีหัวเมืองมลายูแตอ่ ยา่ งใด ภาพจากหน้าประชาช่ืน มตชิ นรายวนั

ความสัมพนั าเ์ ป็นการคา้ ในระบบบรรณาการ

ภายหลังสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชขึ้นครองราชสมบัติแล้วทรงส่งทูตไปจีนหลายครั้ง ใน พ.ศ. 2314 และ พ.ศ.
2318 แตจ่ นี ไมไ่ ดใ้ หก้ ารรบั รองฐานะของพระองค์ เพราะเห็นว่าการขึ้นครองราชสมบัติไม่ถูกต้องและไม่ชอบารรม แต่ก็ยอม
ขายกามะถนั และกระทะเหลก็ ให้ไทยนามาทาดินปืนและหล่อปืนใหญ่ กระท่ังใน พ.ศ. 2324 จนี จึงยอมรบั รองฐานะ

ไทยในสมัยานบุรี มีความสัมพันา์กับอังกฤษ โดยพ่อค้า
อังกฤษชื่อ ร้อยเอกฟรานซิส ไลต์ หรือไทยเรียกว่ากปิตันเหล็ก
ได้จัดหาอาวุามาให้ไทยใช้ต่อสู้กับพม่า ภายหลัง ฟรานซิส ไลต์
ได้รบั พระราชทานยศเป็นพระยาราชกปติ นั

ภาพจาก Findery

• พ.ศ. 2310 พระเจ้าตากสิน ทรงกอบกู้เอกราชครั้งที่ 2ให้กับกรุงศรีอยุายาได้สาเร็จ และทาพิาีปราบดาภิเษกเป็น
พระมหากษัตริย์ พระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 ขณะมีพระชนมายุได้ 33 พรรษา และสถาปนา กรุงานบุรีเป็น

ราชาานีใหม่แทนกรุงศรอี ยาุ ยา

• พ.ศ. 2311 เรมิ่ ปราบชมุ นมุ เจา้ พระยาพษิ ณโุ ลก แตไ่ มส่ าเรจ็ ปราบชุมนมุ เจ้าพิมายสาเร็จเป็นชุมนุมแรก
• พ.ศ. 2312 ปราบชมุ นุมเจา้ นครศรีารรมราชสาเรจ็ ยกทพั ไปตเี ขมรคร้ังแรกแต่ไม่สาเรจ็
• พ.ศ. 2314 ยกทพั ไปตเี ขมรครง้ั ที่ 2 และสามารถปราบเขมรไวใ้ นอานาจ นายสวนมหาดเลก็ แตง่ โคลงยอพระเกียรติพระ

เจา้ กรุงานบรุ ี

• พ.ศ. 2315 พมา่ ยกทัพมาตเี มืองพิชัย ครง้ั ท่ี 1 แตไ่ ม่สาเรจ็
• พ.ศ. 2316 รบชนะพมา่ ท่มี าตีเชยี งใหม่ ครั้งที่ 2 ทาให้เกิดวีรกรรมพระยาพิชัยดาบหกั

• พ.ศ. 2317 รบชนะพมา่ ทบี่ างแกว้ ราชบุรี พม่าถูกจับและเสียชวี ติ ไปมากมาย ไทยตเี มืองเชียงใหมค่ รั้งท่ี 2 ไดส้ าเร็จ
• พ.ศ. 2318 พมา่ ยกทพั ใหญ่มาตหี วั เมอื งเหนอื แตไ่ ม่สาเรจ็ ถูกจับเป็นเชลยหลายหม่นื คน
• พ.ศ. 2319 พมา่ ยกทพั มาตีเมืองเชยี งใหม่แตไ่ มส่ าเร็จ
• พ.ศ. 2321 โปรดเกล้าฯให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก กับเจ้าพระยาสุรสีห์ไปตีเวียงจันทน์ได้อัญเชิญพระแก้ว

มรกตและพระบางมาไว้ท่ี กรงุ านบรุ ี พระแกว้ มรกตประดิษฐ์ไวท้ วี่ ัดอรุณฯ สว่ นพระบางคนื ไปในสมยั รชั กาลท่ี 1

• พ.ศ. 2323 เกดิ จลาจลในเขมร โปรดฯใหส้ มเดจ็ เจา้ พระยามหากษตั ริย์ศึกฯ เจ้าพระยาสรุ สีห์ เจา้ ฟ้ากรมขุนอนิ ทรพิ
ทักษ์ พระองค์เจ้าจุ้ย ยกทัพไปตีกรุงกัมพูชา แต่ยังไม่ทันสาเร็จก็เกิดจลาจลในกรุงานบุรีเสียก่อน หลวงสรวิชิต

(หน) แตง่ อิเหนาคาฉนั ท์

• พ.ศ. 2324 ส่งทัพไปปราบจลาจลในเขมร
• พ.ศ. 2325 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จสวรรคตเมอื่ วนั ท่ี 6 เมษายน พ.ศ. 2325 กรงุ านบุรีสิ้นสุดลง


Click to View FlipBook Version