The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี 2564-2570

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ranong.phq, 2022-12-11 21:58:20

แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี 2564-2570

แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี 2564-2570

บทท่ี

๖ การจัดการหลังจากเกิดภยั

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ คือ การจัดการหลังจากเกิดภัย ซึ่งสอดคล้องและสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่ม
ประสิทธิภาพการฟื้นฟูอย่างย่ังยืน ของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔-
๒๕๗๐ โดยมีแนวทางในการดำเนินการหลังเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีผ่านพ้นไปแล้ว เพื่อป้องกัน
อันตรายจากการได้รับผลกระทบทางรังสีของประชาชนทั้งผลกระทบทางรังสีท่ีเห็นผลชัดเจน
(deterministic effects) และลดผลกระทบทางรังสีที่เห็นผลไม่ชัดเจน (stochastic effects) ผลกระทบ
ทางรังสีในสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคและสินค้าบริโภคในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อประเมินความ
เสยี หายต่อสังคมและเศรษฐกิจในพื้นที่เกดิ เหตแุ ละในประเทศ โดยมีสาระสำคญั ตามยทุ ธศาสตร์ ดงั ต่อไปนี้

๖.๑ การจดั การพน้ื ทเี่ กิดเหตแุ ละในพื้นท่ีท่ไี ดร้ บั ผลกระทบหลังเกดิ ภัย

๖.๑.๑ ให้สำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเปื้อนสารกัมมันตรังสีในพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ที่ได้รับ
ผลกระทบ รวมถึงประเมินผลกระทบทางรังสีของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดังกล่าวโดยใช้มาตรการ
เพือ่ ปอ้ งกนั อันตรายจากรงั สี ทก่ี ำหนดไวใ้ นข้อ ๕.๔

๖.๑.๒ ให้รักษา ติดตาม ประเมินผลและเก็บข้อมูลของผู้ประสบเหตุและผู้ได้รับผลกระทบทางรังสีใน
ระยะยาว เพื่อป้องกันผลกระทบทางรังสีท่ีเห็นผลชัดเจน (deterministic effects) และลดผลกระทบทาง
รังสีท่ีเห็นผลไม่ชัดเจน (stochastic effects) รวมถึงให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ
จากอุบัตเิ หตุทางนวิ เคลยี รห์ รอื รังสีที่เกดิ ข้ึน

๖.๑.๓ ให้มีการวิเคราะห์สถานการณ์ของเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีที่เกิดขึ้น เพื่อวางแผนและ
กำหนดมาตรการในการจัดการหลังเกิดภัย ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวให้สอดคล้องกันสถานการณ์
รวมถึงการสื่อสารข้อมูลสาธารณะหลังเกิดภัยที่ถูกต้องและเข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจต่อ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางในการจัดการและมาตรการต่าง ๆ ที่จะดำเนินการของหน่วยงานที่
เก่ียวขอ้ งหลังเกิดภยั

๖.๑.๔ ในกรณีมีความจำเป็นต้องร้องขอความช่วยเหลือจากองค์กรระหว่างประเทศในการจัดการหลัง
เกิดภัยในพื้นที่เกิดเหตุหรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหรือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ให้ร้องขอความช่วยเหลือ
ต่อทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือในกรณีอุบัติเหตุ
ทางนิวเคลียร์หรือเหตุฉุกเฉินทางรังสี ผ่านระบบ USIE และให้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ
รวมท้งั หนว่ ยงานอื่นทีเ่ กยี่ วขอ้ ง เพอื่ อำนวยความสะดวกในการดำเนนิ การท่เี ก่ียวข้องตอ่ ไป

๖.๒ มาตรการระยะยาวในการตรวจวดั กัมมันตภาพรังสีในอาหารและสิ่งแวดล้อม

๖.๒.๑ ให้ดำเนินการเก็บตัวอย่างอาหาร ปศุสัตว์ สัตว์ทะเล และตัวอย่างในสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เกิด
เหตุฉุกเฉินและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อประเมินระดับปริมาณรังสีตามมาตรการป้องกันอันตรายจากรังสี

แผนฉกุ เฉนิ ทางนิวเคลียร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า ๓๗


ที่กำหนดในข้อ ๕.๔ และเพื่อเป็นการควบคุมปริมาณรังสีที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและ
สิ่งแวดลอ้ มในระยะยาว

๖.๒.๒ ให้สรุปผลการตรวจสอบและติดตามผลกระทบทางรังสีในอาหาร ปศุสัตว์ สัตว์ทะเล และ
ตัวอย่างในสิ่งแวดล้อม เพื่อรายงานและส่งมอบภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามภารกิจในการ
จัดการหลังเกิดภัยที่เหมาะสมต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ตามยุทธศาสตร์ การเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟู
อย่างยั่งยืนในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐

หน้า ๓๘ / แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลียร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


บทที่ การเปน็ หุ้นสว่ นระหวา่ งประเทศในการ

๗ จัดการความเสยี่ งจากเหตฉุ ุกเฉินทาง
นิวเคลียร์และรังสี

การเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศในการจัดการความเสี่ยงจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี เป็น
ยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องและสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศในการ
จัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยได้เป็นหุ้นส่วนกับองค์กรหรือหน่วยงานระหว่าง
ประเทศในการจัดการความเสย่ี งจากเหตุฉุกเฉินทางนวิ เคลียร์และรังสี โดยมีสาระสำคัญ ดังน้ี

๗.๑ ทบวงการพลงั งานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency, IAEA)

ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นประเทศภาคีอนุสัญญา ที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์และ
การขอความชว่ ยเหลือกรณฉี ุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี โดยมีอนุสัญญาท่ีเกี่ยวขอ้ ง ๒ ฉบับ ดงั นี้

(๑) อนุสัญญาวา่ ดว้ ยการแจง้ เหตุทางนิวเคลยี รโ์ ดยเรว็ (Convention on Early Notification of a
Nuclear Accident)

ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญานี้เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้สัตยาบันเมื่อ
วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๒ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ
เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแจ้งให้ทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุนิวเคลียร์และรังสี
โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อลดผลกระทบทางรังสีข้ามพรมแดน ประเทศภาคีได้มีข้อตกลงร่วมกันว่า
ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่อาจมีผลกระทบทางรังสีข้ามพรมแดน ประเทศภาคีนั้นต้องแจ้งให้
ประเทศภาคีอื่น ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบทราบโดยตรง หรือผ่านทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ
และทบวงการพลงั งานปรมาณูระหวา่ งประเทศจะดำเนินการแจ้งใหป้ ระเทศภาคีอน่ื ๆ ท่อี าจไดร้ บั ผลกระทบ
และองคก์ ารระหว่างประเทศอ่นื ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งทราบข้อมลู ท่ีเกยี่ วขอ้ ง

ปัจจุบันทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศจัดทำเครือข่ายออนไลน์ ผ่านเว็ปไซต์
Unified System for Information Exchange in Incidents and Emergencies (USIE) เพื่อให้ประเทศ
ภาคตี ่าง ๆ ใชเ้ ป็นช่องทางในการแจง้ เหตกุ รณที ่ีเกิดอบุ ตั เิ หตทุ างนวิ เคลียร์และรังสี

(๒) อนุสญั ญาว่าดว้ ยการให้ความช่วยเหลือในกรณเี กดิ อบุ ตั เิ หตทุ างนิวเคลียรห์ รือเหตฉุ ุกเฉิน
ทางรังสี (Convention on Assistance in the Case of a Nuclear Accident or Radiological
Emergency)

ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญานี้เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๐ และให้สัตยาบันเมื่อ
วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๒ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้
ความช่วยเหลือในกรณีเกิดอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์หรือเหตุฉุกเฉินทางรังสี ซึ่งมีภาคีสมาชิกจำนวน ๑๑๕
ประเทศ (มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๐) และมอี งค์การระหวา่ งประเทศ จำนวน ๔ องคก์ าร

แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลยี ร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า ๓๙


เนื้อหาสาระสำคัญของอนุสัญญาฯ คือ หากประเทศภาคีใดต้องการความช่วยเหลือเมื่อเกิด
อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์หรือรังสีไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือนอกอาณาเขต และไม่ว่าภายใต้หรือนอกเหนืออำนาจ
และการควบคมุ ประเทศนัน้ ๆ สามารถรอ้ งขอความชว่ ยเหลือจากประเทศภาคีอ่ืน ๆ โดยตรงหรอื ผา่ นทบวง
การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ โดยประเทศที่ประสงค์จะให้ความช่วยเหลือต้องมีการระบุและแจ้ง
ความพร้อมในการช่วยเหลือทั้งด้านผู้เชี่ยวชาญ วัสดุ และอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมเงื่อนไขเฉพาะด้านการเงินต่อ
ประเทศภาคีอื่น ๆ โดยตรงหรือผ่านทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ทั้งนี้ในแต่ละประเทศภาคี
จะต้องมหี น่วยประสานงานท่ีได้รับมอบหมายในการ “ให้” หรอื “ร้องขอ” ความชว่ ยเหลือ

ทบวงการพลงั งานปรมาณรู ะหวา่ งประเทศจัดทำเครอื ข่ายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Response and
Assistance Network (RANET) เช่นเดียวกับ USIE สำหรับใช้ในการแสดงความพร้อมในการให้ความ
ช่วยเหลือ และร้องขอความชว่ ยเหลอื เม่อื เกดิ อบุ ัตเิ หตทุ างนิวเคลียร์หรือรงั สี

๗.๒ เครือข่ายหนว่ ยงานกำกับดแู ลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณูในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN
Network of Regulatory Bodies on Atomic Energy, ASEANTOM)

ประเทศไทยโดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ริเริ่มแนวคิดที่จะจัดตั้งเครือข่ายหน่วยงานกำกับดูแล
ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีในภูมิภาคอาเซียนขึ้น เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านความปลอดภัย
ทางนิวเคลียร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีและพิทักษ์ความปลอดภัยวัสดุนิวเคลียร์ (Safety,
Security and Safeguard) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และ ASEANTOM ได้รับการรับรองสถานะเป็นองค์กรราย
สาขา (Sectoral body) ของประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political Security
Community: APSC) ภายใต้ ANNEX I ของกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) และได้รับการยอมรับจาก
ผู้นำประเทศอาเซียน โดยได้รับการกล่าวในถ้อยแถลงของประธานอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียน
เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เพือ่ ต้อนรบั ASEANTOM เขา้ เปน็ องค์กรรายสาขาอยา่ งเป็นทางการ

ในปัจจุบัน ASEANTOM มีโครงการในเรื่องการเฝ้าระวังภัยทางรังสี การเตรียมความพร้อมและรับมือ
เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการติดตั้งระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support
System) กรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และการติดตั้งสถานีเฝ้าระวังภัยทางรังสีในภูมิภาคอาเซียน ซ่ึง
จะทำให้ประเทศไทยมีการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมกับประเทศหุ้นส่วนในภูมิภาคอาเซียน
และเพิ่มขีดความสามารถในการเตรียมความพร้อม การประสานงานและการบริหารจัดการกรณีฉุกเฉินทาง
นิวเคลียร์และรังสีภายในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันเครือข่าย
ASEANTOM มีการจัดทำความร่วมมือระหว่างประเทศอาเซียนในการสร้างเครือข่ายการเตรียมความพร้อม
และระงับเหตุฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี ใน ๔ ดา้ น คือ

• การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู การเตรียมความพรอ้ มกรณีฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลียร์และรงั สี
• การประเมินความปลอดภยั ทางรังสกี รณีฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี
• การสนบั สนนุ ขอ้ มลู เพอื่ ใชใ้ นการตัดสินใจกรณฉี กุ เฉนิ ทางนวิ เคลียรแ์ ละรังสี
• การประสานงานในการสอ่ื สารสาธารณะกรณฉี กุ เฉนิ ทางนวิ เคลยี ร์และรังสี

หน้า ๔๐ / แผนฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลียรแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


๗.๓ ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศแบบทวิภาคีในการเตรียมความพรอ้ มและตอบสนองเหตุฉุกเฉนิ ทาง
นวิ เคลยี รแ์ ละรังสี

ประเทศไทย โดยสำนกั งานปรมาณูเพอ่ื สนั ติ ไดส้ ร้างความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศในการเตรยี มความ
พรอ้ มและตอบสนองเหตฉุ ุกเฉินทางนิวเคลยี ร์และรังสี โดยจดั ทำบนั ทกึ ความเขา้ ใจ (Memorandum of
Understanding, MOU) ร่วมกับหนว่ ยงานระหวา่ งประเทศดังน้ี

๗.๓.๑ Nuclear Safety and Security Commission (NSSC) ของสาธารณรัฐเกาหลี โดยลงนาม
เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยมีความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน
ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเรียนและการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยทาง
นิวเคลียร์ การป้องกันอันตรายจากรังสีและการเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
การทบทวนด้านความปลอดภัย การประเมินสถานที่ตั้งทางนิวเคลียร์ ระบบการเฝ้าตรวจกัมมันตภาพรังสีใน
สิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือ คือ การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรรวมถึง
ผู้เช่ียวชาญอื่นที่เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และทางเทคนิค การจัดสัมมนา การประชุม
การประชุมเชิงปฏิบัตกิ ารในหัวข้อทเ่ี กยี่ วข้องใน MOU

๗.๓.๒ Australian Radiation Protection and Nuclear Safety Agency (ARPANSA) ของเครือรฐั
ออสเตรเลีย ลงนามเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยมีความร่วมมือในเรื่องการกำกับดูแลความ
ปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี การเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการวิจัย
และการพัฒนาด้านการป้องกันอันตรายจากรังสีและความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ โดยกิจกรรมภายใต้ความ
ร่วมมือ คือ การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญอื่นที่เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยน
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และทางเทคนิค การจัดสัมมนา การประชุม การประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อที่
เกีย่ วข้องใน MOU

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยกับ
ประเทศต่าง ๆ ได้ โดยกระทรวงการต่างประเทศสามารถเป็นหน่วยงานประสานการขอรับความช่วยเหลือ
เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการเตรียมการรับมือกับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ผ่านการ
แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์ และการสรา้ งเครือขา่ ย เปน็ ต้น

แผนฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ ๔๑


หนา้ ๔๒ / แผนฉกุ เฉินทางนวิ เคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


บทที่ การเพม่ิ ประสิทธภิ าพระบบบริหาร

๘ จัดการและสรา้ งนวัตกรรมกรณี
ฉุกเฉินทางนวิ เคลียร์และรังสี

การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการและสร้างนวัตกรรมด้านการเตรียมความพร้อมกรณีฉุกเฉิน
ทางนวิ เคลยี ร์และรงั สี คือยทุ ธศาสตร์ท่ี ๕ ของแผนฉกุ เฉนิ ฉบบั นี้ ซ่งึ สอดคล้องและสนับสนนุ ยุทธศาสตร์ดา้ น
การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการและสร้างนวัตกรรมด้านสาธารณภัย ของแผนการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ โดยยุทธศาสตร์นี้จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็ว ภายใต้กรอบแนวความคิดการพัฒนานวัตกรรม โดยใช้ฐานข้อมูล องค์
ความรู้ เทคโนโลยี การลงทุน บุคลากร องค์กรที่เกี่ยวข้อง การวิจัยและนวัตกรรมด้านการเตรียมความพร้อม
และตอบสนองกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการจัดการ
ระบบบริหารจัดการและสร้างนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ในบทนี้จะกำหนดแนวทางในการเพิ่ม
ประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการและสร้างนวัตกรรมกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยมีสาระสำคัญ
ดงั น้ี

๘.๑ การวิจัย พฒั นาและสร้างนวตั กรรมในการเตรยี มความพร้อมกรณีฉกุ เฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี

ให้มีการเสนอขอรับงบประมาณประจำปีจากรัฐบาลเพื่อจัดทำฐานข้อมูลด้านการเตรียมความพร้อม
กรณฉี ุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี ไดแ้ ก่

๑) ระบบรายงานการแจ้งเหตุและประเมินแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี สำหรับสถาน
ประกอบการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลของแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีของ
สถานประกอบการเพ่อื เตรยี มความพร้อมกรณีฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลียร์และรงั สใี นพื้นทเี่ สีย่ ง

๒) ระบบบริหารข้อมูลการจัดการกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ซึ่งเป็นระบบที่จัดทำ
ฐานข้อมูลสำหรับเครื่องมือ และอุปกรณ์ในการเตรียมความพร้อมและการจัดการตอ่ เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์
และรงั สขี องสำนกั งานปรมาณูเพ่ือสันติ เพอ่ื สนบั สนุนการปฏบิ ตั ิงานร่วมกับหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง

๓) ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี (Decision Support
System, DSS) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในประเมินการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีในอากาศกรณีเกิด
อุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งอยู่นอกประเทศ และเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์ที่เกิดการแพร่กระจายของสาร
กัมมันตรังสี โดยระบบดังกล่าวจะพยากรณ์การแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีซึ่งออกมาจากเครื่อง
ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อ
กับข้อมูลพื้นที่ของประเทศโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เช่น ความหนาแน่นของประชากร สภาพพื้นท่ี
(เช่น แหล่งเพาะปลูก ชุมชนเมือง แหล่งน้ำ เป็นต้น) พื้นที่ตั้งของโรงพยาบาล พื้นที่ตั้งของหน่วยงานป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น เพื่อประเมินผลกระทบของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ และเตรียมแผนในการ
จัดการต่อเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีที่เกิดขึ้นอย่างแม่นยำและรวดเร็ว บนพื้นฐานของหลักวิชาการท้ัง
ด้านเศรษฐกจิ และสังคม

แผนฉกุ เฉนิ ทางนิวเคลียรแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ ๔๓


๘.๒ การพฒั นาองคค์ วามร้ดู ้านการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย
๘.๒.๑ จัดทำหลักสูตรมาตรฐานในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ของเจ้าหน้าที่

เผชิญเหตุ (First Responders) เจ้าหน้าที่ส่วนหน้า (Frontline Officers) เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อทราบ
ถึงองค์ความรู้เฉพาะด้านในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี รวมทั้งการส่งบุคลากรไป
ฝึกอบรมและประชุมเชิงปฏิบัติการในองค์กรระหว่างประเทศหรือในต่างประเทศ เพื่อให้มีความรู้
ความสามารถเฉพาะด้านในการวางแผน การตัดสินใจ การบริหารจัดการและการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทาง
นวิ เคลยี รแ์ ละรังสี ให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางรงั สี กรณีฉกุ เฉนิ ทางนิวเคลยี รแ์ ละรังสี

๘.๒.๒ ส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยง และ
การจดั ความเส่ียงจากเหตฉุ ุกเฉินทางนิวเคลยี รแ์ ละรงั สี

๘.๒.๓ จัดทำระบบฐานข้อมูลการจัดการความเสี่ยงจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ทั้ง
ภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นช่องทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และ
สามารถกำหนดแนวทางในการตอบสนองเหตฉุ กุ เฉนิ ทางนวิ เคลยี ร์และรังสีท่ีเกิดขึน้ ได้อยา่ งทันทว่ งที
๘.๓ เสรมิ สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มของทุกภาคส่วน ในการจดั การความเสีย่ งจากเหตุฉุกเฉินทางนวิ เคลียร์

และรงั สี
๘.๓.๑ สร้างชุมชนและเมือง (Community/City) ให้มีความรู้ในการใช้ประโยชน์จากพลังงาน
นิวเคลียร์และรังสีภายในประเทศและให้ชุมชนหรือเมืองทราบถึงการใช้ประโยชน์จากวัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุ
กัมมันตรังสีในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงการสร้างระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและสร้างการมีส่วนร่วมในการ
ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีของสถานประกอบการร่วมกับชุมชนหรือเมืองรอบพื้นท่ี เพื่อให้มี
ความพร้อมในการรับมือและมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมถึงการสร้างความตระหนักในพื้นที่เสี่ยงภัย
จากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีอย่างมีส่วนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน
มูลนิธิและอาสาสมัคร เปน็ ต้น
๘.๓.๒ ให้การสนับสนุนหลักสูตรการศึกษาด้านการลดความเสี่ยงและการจัดการเหตุฉุกเฉินทาง
นิวเคลียร์และรังสใี หแ้ กน่ กั เรียน นักศึกษาและประชาชนท่ัวไป

หน้า ๔๔ / แผนฉกุ เฉินทางนิวเคลยี ร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


บทที่

๙ การขบั เคล่อื นแผนไปสู่การปฏบิ ตั ิ

๙.๑ การนำแผนฉกุ เฉนิ ไปสกู่ ารปฏิบัติ

๙.๑.๑ ให้นำแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ ไปดำเนินการบูรณาการ
ประสานการปฏิบัติและสนับสนุนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนแผนไปสู่
การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและสถาน
ประกอบการ

๙.๑.๒ ให้มีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐
ให้แก่หน่วยงานที่มีหน้าที่ตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีในด้านสาธารณภัยและด้านความมั่นคง
ที่ปรากฎอยู่ในแผนฉบับนี้ รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและสถาน
ประกอบการ เพื่อเกิดการบูรณาการและเชื่อมโยงของแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐
กบั แผนในระดบั ต่าง ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง

๙.๑.๓ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของบประมาณเชิงบูรณาการร่วมกันในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทาง
นิวเคลียร์และรังสีของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ ให้เกิด
การบูรณาการและนำแผนไปสูก่ ารปฏบิ ตั ิอย่างเป็นรปู ธรรม ได้แก่

(๑) การบูรณาการร่วมฝกึ ซอ้ มแผนฉุกเฉนิ ทางนิวเคลียร์และรังสีในระดบั ต่าง ๆ
(๒) การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีให้แก่
หน่วยงานเผชิญเหตฉุ ุกเฉินในระดับท้องถ่นิ ระดบั จังหวดั และระดับประเทศ
(๓) การวิจัยและพัฒนาในการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี รวมถึงการประเมิน
ความเสี่ยงการเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทยทั้งด้านสาธารณภัยและภัยด้านความ
มน่ั คง
๙.๑.๔ ให้มีการติดตามและประเมินผล โดยจัดทำรายงานผลการดำเนินงานในการติดตามและ
ประเมินผลการนำแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ ไปสู่การปฏิบัติให้แก่
คณะกรรมการพลงั งานนวิ เคลียรเ์ พอ่ื สันตทิ ราบเป็นประจำทุกปี

๙.๒ การฝกึ ซอ้ มแผนฉุกเฉิน

๙.๒.๑ ให้มีการฝึกซ้อมตามแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ อย่างน้อยทุก ๓
ปี โดยรูปแบบการฝึกซ้อมสามารถดำเนินการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ (Tabletop exercises) หรือการฝึกซ้อม
แผนภาคสนาม (Field exercises) ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์และการประเมินความเสี่ยงการเกิด
เหตฉุ ุกเฉนิ ทางนิวเคลยี รแ์ ละรังสใี นข้อ ๔.๑

แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า ๔๕


๙.๒.๒ ให้มีการฝึกซ้อมการสื่อสารและประสานงาน (Convention Exercise, ConvEX) ภายใต้
อนุสัญญาว่าด้วยการแจ้งเหตุทางนิวเคลียร์โดยเร็ว และอนุสัญญาว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือในกรณี
อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์หรือเหตุฉุกเฉินทางรังสรี ่วมกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ อย่างน้อยปี
ละ ๑ ครั้ง เพื่อให้การประสานงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการใช้เครื่องมือในการสื่อสารกับทบวง
การพลงั งานปรมาณรู ะหวา่ งประเทศ และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ โดย ConvEX Exercise
มีการฝกึ ซ้อมใน ๓ รปู แบบ ดงั นี้

(๑) ConvEx-1 คือ การทดสอบศูนย์เตือนภัยแห่งชาติว่ามีความพร้อมในการติดต่อสื่อสารกับ
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
กรณฉี ุกเฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี

(๒) ConvEx-2 คือ การทดสอบผู้ประสานงานของประเทศ ในการรายงานตามแบบฟอร์มที่
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ กำหนดและสามารถฝึกซ้อมตามขั้นตอนที่เหมาะสมในการ
แลกเปลี่ยนข้อมูลและร้องขอความช่วยเหลือจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ กรณีฉุกเฉินทาง
นิวเคลยี ร์และรงั สี

(๓) ConvEx-3 คือ การทดสอบเต็มรูปแบบในกลไกการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการ
ร้องขอความชว่ ยเหลือกบั ทบวงการพลงั งานปรมาณรู ะหว่างประเทศ กรณีฉุกเฉนิ ทางนิวเคลียร์และรังสี

๙.๒.๓ ให้สรุปรายงานการฝึกซ้อมแผนให้คณะอนุกรรมการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม และระงับ
เหตฉุ กุ เฉินทางนิวเคลยี ร์และรงั สแี ละคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพอ่ื สนั ติทราบเปน็ ประจำทุกปี
๙.๓ การทบทวนแผนฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลียรแ์ ละรงั สี

ให้มีการทบทวนแผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีอย่างน้อยทุก ๕ ปี หรือให้มีการทบทวนแผนตาม
ความเหมาะสม หากมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือมีการนำผลการประเมินจากการซ้อมแผนมา
ปรับปรุง หรือมีการพบข้อบกพร่องในการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน หรือมีการวิจัยและพัฒนา หรือมีนวัตกรรม
ในการตอบสนองเหตฉุ กุ เฉินทางนิวเคลียรแ์ ละรังสีใหม้ ปี ระสิทธิภาพมากขนึ้

หน้า ๔๖ / แผนฉกุ เฉินทางนิวเคลียรแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


ภาคผนวก ๑

หน่วยงานทีเ่ กี่ยวขอ้ งตามยทุ ธศาสตรก์ ารจดั กา

ตารางที่ ก แสดงหนา้ ทีต่ ามยทุ ธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงกรณีฉุกเฉนิ ทางนิวเคลียร

การดำเนนิ การหลกั ตาม การดำเนนิ การท่เี ก่ียว
ยุทธศาสตร์

ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๑ การลดความ การประเมินความเสี่ยงเพ่ือเตรียมความพรอ้ มกรณฉี ุกเฉินทางน

เส่ยี งจากเหตฉุ ุกเฉนิ ทาง

นิวเคลยี ร์และรังสี การกำกบั ดแู ลความปลอดภยั ทางนิวเคลยี ร์และรงั สี

การเฝา้ ระวงั ภยั ทางรังสีในประเทศและต่างประเทศ

การปอ้ งกันเหตฉุ กุ เฉินทางนิวเคลยี รแ์ ละรงั สีจากการนำเข้า-ส่ง
โดยผดิ กฎหมาย

การเตรยี มความพร้อมดา้ นบคุ ลากรเคร่อื งมือและอุปกรณ์ในกา

แผนฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลียรแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ / หนา้ ๔๗ ยุทธศาสตรท์ ่ี ๒ การจัดการ การแจ้งเตือนระหวา่ งประเทศ
เหตุฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลียรแ์ ละ การแจ้งเหตุฉกุ เฉนิ เกดิ ภายในสถานประกอบการ หรอื มคี ว
รังสี
เกิดขึน้ ในพื้นที่สาธารณะและไมท่ ราบผใู้
เกดิ ขน้ึ ในต่างประเทศและส่งผลกระทบ
เกดิ ขึน้ ระหว่างประเทศ เช่น ลักลอบนำ
การดำเนนิ การในระยะแรก

การบริหารจัดการ เหตุฉุกเฉินทางนวิ เคลียร์และรังสีท่สี ง่ ผล
เหตฉุ กุ เฉินทาง การก่อการรา้ ยทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี
นวิ เคลียร์และรังสี

มาตรการป้องกันอนั ตรายจากรงั สใี นการตอบสนองเหตุฉกุ เฉิน


ารความเสย่ี งกรณฉี กุ เฉนิ ทางนิวเคลยี รแ์ ละรังสี

ร์และรังสี และหนว่ ยงานท่ีเก่ยี วขอ้ ง หนว่ ยงานทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
วข้อง
หนว่ ยหลกั หน่วยสนบั สนนุ
นวิ เคลียร์และรงั สี
ปส. ปภ.จงั หวดั
งออกวสั ดุนวิ เคลยี ร์หรือวสั ดุกมั มันตรังสี สถานประกอบการ
ารตอบสนองเหตฉุ กุ เฉิน สธ.
ปส. -
วามรนุ แรงจนอาจเป็นเหตุฉุกเฉินสาธารณะ ปส. หน่วยงานสว่ นหน้าอื่นที่
ใดเปน็ เจา้ ของ กศก. ปส. เกี่ยวขอ้ ง
บตอ่ ประเทศไทย สถานประกอบการ และ
ำเขา้ สง่ ออก หรอื ส่งผา่ น กห. ปส. ปภ. หน่วยงานอนื่ ที่เกย่ี วขอ้ ง
หน่วยงานอ่ืนทเ่ี กี่ยวข้อง
ลกระทบต่อสาธารณะ กต. ปส. ปภ.

สถานประกอบการ ปส.
มท. ตร. ปภ. ปส.
ปส. ปภ.
สมช. สขช.
กศก. กห. มท. ตร. หนว่ ยงานอน่ื ที่เก่ยี วขอ้ ง
มท. ปภ.
สธ. ปส.

มท. ปภ. ปส.

สมช. สขช. กห. ตร. ปส.

นทางนวิ เคลียร์และรงั สี ปส. มท. กห.


หนา้ ๔๘ / แผนฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ การดำเนินการหลักตาม การดำเนินการท่ีเก่ยี ว
ยุทธศาสตร์
การใหค้ วามช่วยเหลอื ทางการแพทย์
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี ๒ การจัดการใน การสอ่ื สารข้อมลู สาธารณะกรณฉี กุ เฉนิ
ภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลยี ร์และ
รังสี

การปฏิบัติการยุติสถานการณเ์ พอื่ กลับสสู่ ภาวะปกติ

ยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ การจดั การ การวิเคราะห์สาเหตขุ องเหตฉุ ุกเฉินท่ีเกดิ ขนึ้ และการหามาตรก
หลงั จากเกดิ ภยั การจัดการพ้นื ทเี่ กดิ เหตแุ ละในพ้นื ทที่ ี่ไดร้ บั ผลกระทบหลังเกดิ
มาตรการระยะยาวในการตรวจวดั กัมมนั ตภาพรังสีในอาหารแ

ยุทธศาสตรท์ ี่ ๔ การเปน็ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหวา่ งประเทศ
หุน้ สว่ นระหว่างประเทศในการ เครอื ข่ายหน่วยงานกำกบั ดูแลความปลอดภยั จากพลังงานปรม
จดั การความเส่ยี งจากเหตุ ความร่วมมือระหว่างประเทศแบบทวภิ าคีในการเตรยี มความพ
ฉุกเฉนิ ทางนิวเคลยี รแ์ ละรงั สี นวิ เคลยี ร์และรงั สี
การวจิ ัย พฒั นาและสรา้ งนวัตกรรมในการเตรียมความพร้อมก
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๕ การเพมิ่
ประสทิ ธิภาพระบบบริหาร การพัฒนาองคค์ วามรดู้ า้ นการจัดการความเสยี่ งจากสาธารณภ
จดั การและสรา้ งนวตั กรรม เสรมิ สรา้ งการมสี ว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ น ในการจดั การความเ
กรณฉี กุ เฉนิ ทางนวิ เคลยี ร์และ
รงั สี

หมายเหต:ุ ชือ่ ย่อหนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้องนอกเหนอื จากที่ระบุในข้อ ๓.๒ มีดังนี้

กศก. = กรมศลุ กากร กปส. = กรมประชาสมั พันธ์ อย. = สำนักงานคณะกร

สมช. = สำนกั งานสภาความมน่ั คงแหง่ ชาติ สขช. = สำนกั ข่าวกรองแ


วขอ้ ง หนว่ ยงานท่ีเกย่ี วขอ้ ง

การปอ้ งกัน หนว่ ยหลกั หน่วยสนบั สนนุ
ดภยั
และสิ่งแวดล้อม สธ. ปภ.

มาณูในภมู ิภาคอาเซยี น สธ. สพฉ. ปส.
พร้อมและการตอบสนองกรณีฉุกเฉินทาง
กรณฉี กุ เฉนิ ทางนวิ เคลียร์และรังสี ปส. กปส. ดศ. และหน่วยงานอ่นื ท่ี
ภัย
เสีย่ งจากเหตฉุ ุกเฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี เกยี่ วข้อง

มท. ปภ. หน่วยงานอื่นท่เี กย่ี วข้อง

ปส. สทน.

ปส. ปภ. ตร. หนว่ ยงานอื่นทีเ่ กย่ี วข้อง

มท. สธ. ปส. หน่วยงานอน่ื ที่เกย่ี วขอ้ ง

ปส. กษ. อก. หนว่ ยงานอน่ื ท่ีเก่ียวข้อง

คพ. อย.

กต. ปส. ปภ.

ปส. -

ปส. -

ปส. อว. ดศ. และหนว่ ยงาน
อื่นที่เกี่ยวขอ้ ง
ปส. ปภ. อว.
สถานประกอบการ หน่วยงานอนื่ ทีเ่ กี่ยวข้อง
ปส. ภาคประชาสงั คม

รรมการอาหารและยา สทน. = สถาบนั เทคโนโลยนี วิ เคลยี ร์แห่งชาติ (องคก์ ารมหาชน)

แหง่ ชาติ คพ. = กรมควบคมุ มลพิษ


ภาคผนวก ๒

ประเภทและลักษณะของเหตุฉกุ เฉินทางนิวเคลียร์และรงั สี

ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ได้เสนอแนะให้มีการจำแนกประเภท ลักษณะและชนิด
ของเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี เพื่อความสะดวกในการวางแผนรับมือกับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และ
รังสีท่อี าจจะเกิดขึ้น ดังต่อไปนี้

๑. ประเภทของเหตฉุ ุกเฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี

ประเภทของเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีจำแนกออกเป็น ๕ ประเภท ตามตารางที่ ข โดย
ประเภทที่ ๑ ถึงประเภทที่ ๓ เป็นเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดกับสถานที่ดำเนินกิจกรรมทางนิวเคลียร์และรังสี
เรียงลำดับตามขนาดความรุนแรงท่ีลดลง ประเภทที่ ๔ เป็นเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในที่ใดที่หนึ่ง ดังนั้น
เหตุฉุกเฉินประเภทนี้จึงควรมีการเตรียมการไว้ในทุก ๆ แห่งเป็นอย่างน้อย ส่วนเหตุฉุกเฉินประเภทที่ ๕ เป็น
เหตุฉุกเฉิน เมื่อเกิดกรณีที่มีการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีออกไปนอกสถานที่ดำเนินกิจกรรมทาง
นวิ เคลียรแ์ ละรงั สีในประเภทที่ ๑ และ ๒

ตารางท่ี ข ประเภทของเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียรแ์ ละรังสเี พอ่ื ใชใ้ นการวางแผนรบั มือ

ประเภท ความหมาย

ประเภทท่ี ๑ หมายถงึ สถานที่ดำเนินกจิ กรรมทางนวิ เคลียร์และรังสี ซ่งึ เม่อื เกิดเหตุฉกุ เฉนิ ภายในสถานที่

แล้วสามารถก่อให้เกิดผลทางร่างกายแบบเฉียบพลันรุนแรง ออกนอกบริเวณที่ตั้งของ

หนว่ ยงานท่ี ดำเนนิ กิจกรรมทางนวิ เคลยี ร์และรังสนี น้ั ๆ เช่น

* เครอ่ื งปฏิกรณ์นวิ เคลยี ร์ที่มกี ำลังมากกวา่ ๑๐๐ เมกะวตั ต์ (Megawatt, MW) เชน่

เคร่ืองปฏิกรณน์ วิ เคลยี ร์ทใี่ ชส้ ำหรบั ผลิตกระแสไฟฟา้ เรอื พลังนิวเคลยี ร์ และเครอ่ื ง

ปฏิกรณ์นิวเคลยี รว์ จิ ยั

* บอ่ เกบ็ เชอื้ เพลงิ นิวเคลียร์ใชแ้ ลว้ ซึ่งอาจจะมีการรั่วไหลของสารกมั มันตรังสี ทมี่ ีปรมิ าณ

รงั สีของซีเซยี ม-๑๓๗ (Cesium-137, Cs-137) จำนวนโดยรวมประมาณ 0.1 เอกซะเบก็
เคอเรล (EBq) (E=exa=1018) โดยประมาณเทา่ กบั ปริมาณของวัสดกุ มั มันตรงั สใี นแกน

ปฏกิ รณป์ รมาณขู นาด 3,000 เมกะวตั ต์

* สถานปฏบิ ัติการทางนวิ เคลยี ร์และรงั สที ีม่ ีสารกัมมนั ตรงั สีชนิดตา่ ง ๆ ท่ีสามารถฟุ้ง

กระจายในอากาศ ซง่ึ อาจกอ่ ให้เกิดผลทางรังสแี บบเฉยี บพลันรุนแรงนอกท่ีตง้ั ของสถาน

ปฏบิ ตั กิ ารทางนิวเคลยี รแ์ ละรังสนี นั้ ได้

ประเภทที่ ๒ หมายถงึ สถานที่ดำเนินกิจกรรมทางนวิ เคลยี ร์และรังสี ซ่งึ เมอ่ื เกิดเหตุฉกุ เฉินภายในสถานท่ี

แล้ว มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดผลจากปริมาณรังสี ซึ่งต้องมีการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน นอก

หน่วยงานทดี่ ำเนนิ กิจกรรมทางนิวเคลียรแ์ ละรังสีนัน้ โดยฉบั พลนั ทนั ที เชน่

* เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีกำลังมากกว่า 2 เมกะวัตต์ แต่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ เช่น

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า เรือพลังนิวเคลียร์และเครื่องปฏิกรณ์

นวิ เคลยี รว์ ิจัย

แผนฉกุ เฉินทางนวิ เคลียรแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ 49


ประเภท ความหมาย

* บอ่ เกบ็ เชอื้ เพลิงนวิ เคลยี ร์ใชแ้ ล้ว ท่ีตอ้ งมกี ารระบายความรอ้ นอย่างรวดเร็ว

* สถานที่ดำเนินกิจกรรมทางนิวเคลียร์และรังสี ที่มีโอกาสก่อให้เกิดภาวะวิกฤตทาง

นิวเคลยี ร์ทไี่ ม่สามารถควบคุมได้ ภายในขอบเขต ๐.๕ กโิ ลเมตร โดยรอบสถานทดี่ ำเนนิ การ

ทางนิวเคลียร์และรังสีนัน้

* สถานปฏิบัติการทางนิวเคลียร์และรังสี ที่มีสารกัมมันตรังสีชนิดต่าง ๆ ที่สามารถฟุ้ง

กระจายในอากาศที่อาจก่อให้เกิดผลทางรังสีประเภทเฉียบพลันรุนแรงนอกที่ตั้งของสถาน

ปฏิบัติการทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สนี ้นั ได้

ประเภทที่ ๓ หมายถึง สถานที่ดำเนินกิจกรรมทางนิวเคลียร์และรังสี ซึ่งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นภายใน

สถานที่แล้วคาดว่าจะก่อให้เกิดผลจากปริมาณรังสี ซึ่งต้องมีการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทาง

รงั สภี ายในสถานทีด่ ำเนนิ กจิ กรรมทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สีนนั้ เชน่

* เครอ่ื งปฏิกรณน์ ิวเคลียรท์ ่มี กี ำลงั น้อยกว่า หรือเท่ากบั ๒ เมกะวตั ต์

* สถานที่ดำเนินกิจกรรมทางนิวเคลียร์และรังสี ที่วัสดุกัมมันตรังสีขาดเครื่องกำบังรังสี

มโี อกาสแผ่รังสมี ากกว่า 100 มลิ ลเิ กรยต์ อ่ ชั่วโมง ที่ระยะ ๑ เมตร

* สถานปฏิบัติการทางนิวเคลียร์และรังสี ที่มีวัสดุกัมมันตรังสีจำนวนมากพอที่ให้ปริมาณ

รังสีก่อให้เกิดอันตราย อันจำเป็นต้องมีการตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสีภายในสถาน

ปฏบิ ตั กิ ารทางนวิ เคลียรแ์ ละรงั สีนั้น

ประเภทท่ี ๔ หมายถึง กจิ กรรมท่มี กี ารใช้วสั ดกุ มั มันตรังสี ซงึ่ มีโอกาสท่ีจะเกดิ เหตุฉุกเฉนิ ทางนิวเคลียร์

และรังสขี ้ึนไดใ้ นท่ีใดทหี่ น่งึ เน่ืองจากการดำเนินกจิ กรรมที่เกยี่ วขอ้ งกับวัสดุกมั มนั ตรังสีท่ี

เป็นอันตราย เชน่

๑. กิจกรรมทีม่ ีการใช้วัสดกุ มั มนั ตรังสีทสี่ ามารถเคลื่อนย้ายได้ โดย

๑.๑ วสั ดุกมั มนั ตรังสีทีข่ าดเครื่องกำบงั รังสี ทำใหม้ ีโอกาสแผ่รังสีใหป้ ริมาณรังสีมากกวา่

10 มลิ ลิเกรย์ต่อช่วั โมง ท่รี ะยะ ๑ เมตร

๑.๒ วัสดุกัมมนั ตรงั สีที่อนั ตราย ตามภาคผนวก ๗

๒. ดาวเทยี มท่มี วี ัสดกุ มั มันตรังสีทเ่ี ปน็ อนั ตราย ตามภาคผนวก ๗

๓. การขนสง่ วสั ดกุ มั มันตรงั สที ีเ่ ป็นอันตราย ตามภาคผนวก ๗

๔. สถานปฏบิ ัติการทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี หรอื สถานท่อี น่ื ๆ ทม่ี ีโอกาสก่อให้เกดิ อันตราย

เมอ่ื ไม่สามารถควบคุมได้ เชน่

๔.๑ สถานทมี่ กี ารดำเนินการจดั การเก่ยี วกบั เศษโลหะขนาดใหญ่

๔.๒ เขตชายแดนระหว่างประเทศ

๔.๓ สถานปฏบิ ัติการทางรงั สที ตี่ ิดตง้ั มาตรวดั ทางรังสี (Gauge) ซึ่งใช้วัสดุกมั มนั ตรังสี

ประเภทที่ ๕ หมายถึง การเปื้อนสารกัมมันตรังสี ที่เป็นผลพวงจากการเกิดภัยฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และ

รังสีในประเภทที่ ๑ และ ๒ ของประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีนัยสำคัญต่อเครื่องอุปโภคและ

บริโภคในการดำรงชีวิต ซึ่งการจำกัดการอุปโภคและบริโภคจะต้องยึดถือค่าตาม

มาตรฐานสากลระหวา่ งประเทศ

หนา้ 50 / แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


๒. ลักษณะของเหตฉุ กุ เฉินทางนิวเคลียร์และรังสี

รายละเอียดลักษณะของเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจถึง เหตุ
ฉุกเฉินแต่ละประเภทว่าควรมีการวางแผนรับมืออย่างไร และมีขนาดของการเตรียมพร้อมเพียงใด ดังนั้นใน
หัวข้อนี้จะแสดงรายละเอียดไว้ ตัง้ แต่เหตฉุ กุ เฉินประเภทท่ี ๑ จนถึงเหตฉุ กุ เฉนิ ประเภทท่ี ๕ ดงั ต่อไปน้ี

๒.๑ ลกั ษณะของเหตุฉุกเฉินทางนวิ เคลียร์และรงั สีประเภทที่ ๑ และประเภทท่ี ๒
สำหรับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และสถานประกอบการที่มีเชื้อเพลิงใช้แล้ว หรือสารกัมมันตรังสี

ที่สามารถแพร่กระจายได้ ความเสี่ยงของเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีประเภทนี้ คือ การแพร่กระจาย
ของสารกัมมันตรังสีออกสู่บรรยากาศ ดังนั้นเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีประเภทที่ ๑ และประเภทที่ ๒
นี้ ต้องประกาศให้ประชาชนงดการดื่มน้ำและรับประทานอาหารในพื้นที่ที่อาจมีการเปื้อนสารกัมมันตรังสี
ทันที และต้องมีการตรวจวัดปริมาณรังสีเพื่อประเมินว่าต้องมีการปฏิบัติการเร่งด่วนภายในบริเวณที่มีการ
วางแผนป้องกันเร่งด่วนอย่างไรหรือไม่ เพื่อลดปริมาณรังสีที่ประชาชนจะได้รับตามแนวปฏิบัติของทบวง
การพลังงานปรมาณรู ะหว่างประเทศ

สำหรับสถานประกอบการ ที่อาจมีโอกาสเกิดสภาวะวิกฤติที่ไม่อาจควบคุมได้ แต่ไม่มีการ
แพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีอย่างเด่นชัด การตรวจวัดปริมาณรังสีเพื่อประเมินการปฏิบัติการเร่งด่วน
ภายในบริเวณที่มีการวางแผนป้องกันเร่งด่วน จะช่วยให้มีการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม เพราะเหตุฉุกเฉิน
จากสถานประกอบการประเภทนี้ การแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี หรือการเปื้อนสารกัมมันตรังสีมี
รูปแบบซับซ้อนไม่อาจคาดการณ์ได้ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาพบว่าสามารถตรวจพบ
ปรมิ าณรังสีอยใู่ นเกณฑฉ์ กุ เฉินทันเวลา และมีการจัดการไดก้ อ่ นทจี่ ะมกี ารแพรก่ ระจายของสารกัมมนั ตรงั สี

การดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินจากเหตุฉุกเฉินประเภทนี้หากไม่กระทำตาม
หลักเกณฑ์ของนานาชาติเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยา จะมีผลกระทบ
รุนแรงทางด้านจิตใจและเศรษฐกิจของประชาชน เช่นเดียวกับอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล
ประเทศยเู ครน และอบุ ตั เิ หตโุ รงไฟฟา้ นิวเคลยี ร์ฟกุ ชุ มิ ะ ไดอิชิ ประเทศญปี่ นุ่

๒.๒ ลกั ษณะของเหตฉุ กุ เฉินทางนวิ เคลยี ร์และรังสปี ระเภทที่ ๓
เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีประเภทนี้ ไม่จำเป็นต้องมีการดำเนินการด้านการป้องกัน

อันตรายจากรังสีแก่ประชาชนภายนอกสถานประกอบการ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ดังกล่าวนี้มักทำให้เกิด
ความกังวลแก่เจ้าหน้าที่ภายนอกสถานประกอบการและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้อาจมีความเสี่ยงจาก
การเปื้อนสารกัมมันตรังสีออกไปสู่ภายนอก สถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้สามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจและ
เศรษฐกิจ ถ้าประชาชนไม่เคยได้รับรู้ว่า สถานการณ์ฉุกเฉินของสถานประกอบการประเภทนี้ไม่ก่อให้เกิด
ความเสยี่ งของการแพรก่ ระจายของสารกมั มนั ตรังสีออกไปภายนอกสถานท่ี

เหตุฉุกเฉินสำหรับสถานประกอบการประเภทนี้ อาจมีผลเพียงการมีระดับรังสีสูงภายในบริเวณ
พื้นที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามสถานประกอบการทางควรจัดทำแผนปฏิบัติการตอบสนองที่เหมาะสมและมี
ประสิทธภิ าพ

ภายในสถานประกอบการ อาจมีระดับรังสีสูง หรือมีการเปื้อนสารกัมมันตรังสี หรือสถานการณ์
ที่มีอันตรายอื่น ๆ ซึ่งเจ้าหน้าท่ีของสถานประกอบการต้องดำเนินการตอบสนองและบรรเทาภัย ดังน้ัน
เจา้ หนา้ ทีข่ องสถานประกอบการจึงตอ้ งได้รับการฝึกอบรมและจดั หาอปุ กรณ์ป้องกันทีเ่ หมาะสม

แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลียรแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 51


๒.๓ ลกั ษณะของเหตุฉุกเฉนิ ทางนิวเคลยี ร์และรงั สปี ระเภทท่ี ๔

เป็นเหตุฉุกเฉินเนื่องจากการใช้วัสดุกัมมันตรังสีในด้านต่าง ๆ ดังนั้นเหตุฉุกเฉินจึงอาจเกิดขึ้นได้
ทุกที่ทุกแห่ง เหตุฉุกเฉินจะเกี่ยวข้องกับวัสดุกัมมันตรังสีที่เป็นต้นกำเนิดรังสี การขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีหรือ
วัสดนุ ิวเคลยี รแ์ ละการได้รบั รงั สสี งู ของบุคคลหรอื ประชาชน โดยมีรายละเอยี ด ดงั นี้

๒.๓.๑ วัสดุกัมมนั ตรังสที ่ีไม่มีการควบคุมด้านความปลอดภัยและดา้ นความมนั่ คงปลอดภัย
เหตุฉุกเฉินประเภทนี้ ได้แก่ การพบวัสดุกัมมันตรังสีในที่สาธารณะ วัสดุกัมมันตรังสีถูกท้ิง

ไว้โดยปราศจากการดูแล วัสดุกัมมันตรังสีสูญหายหรือวัสดุกัมมันตรังสีถูกขโมย ซึ่งเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากใน
แต่ละปี ซึ่งทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของผู้ที่ไม่ตระหนักถึงความเป็นอันตรายของวัสดุกัมมันตรังสี
เหล่านั้น ดังนั้นหากมีการแจ้งให้ประชาชนทราบถึงวัสดุกัมมันตรังสีที่สูญหายหรือถูกขโมย รวมทั้งความเป็น
อันตรายของวสั ดุกัมมันตรังสนี ั้น จะทำใหส้ ามารถติดตามกลบั คืนมาโดยเร็ว และเปน็ การปอ้ งกันการบาดเจบ็
และเสยี ชวี ติ ได้

๒.๓.๒ วัสดุกมั มันตรังสีที่มกี ารใช้งานแบบติดตัง้ ประจำที่
เหตุฉุกเฉินประเภทนี้ เกี่ยวข้องกับการที่ปลอกหุ้มวัสดุกัมมันตรังสีมีการแตกหรือรั่ว ทำให้

สารกัมมันตรังสีที่อยู่ภายในแพร่กระจายออกมา เหตุฉุกเฉินประเภทนี้อยู่ในความควบคุมของผู้รับใบอนุญาต
นอกจากนี้อาจมีเหตุฉุกเฉินจากการทำหก การระเบิด หรือไฟไหม้ ซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว และมี
การจัดการจำกัดการแพร่กระจาย โดยการกั้นบริเวณ ป้องกันการเปื้อนสารกัมมันตรังสีขยายวงกว้างออกไป
ปกติแล้วการเปื้อนสารกมั มันตรังสีนจ้ี ะอย่ภู ายในสถานทดี่ ำเนินกจิ กรรมทางนวิ เคลียร์และรังสนี ั้น

๒.๓.๓ วสั ดุกัมมันตรงั สที ีม่ ีการใชง้ านแบบเคลื่อนทีไ่ ด้
วัสดุกัมมันตรังสีประเภทนี้ ได้แก่ อุปกรณ์ถ่ายภาพรังสีทางอุตสาหกรรม (Industrial

Radiography) เหตุฉุกเฉินเนื่องจากวัสดุกัมมันตรังสีประเภทนี้ ผู้รับใบอนุญาตสามารถจัดการได้ หรืออาจมี
การขอความช่วยเหลือจากผู้ชำนาญการ อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเหตุให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น หรือ
ประชาชนไดร้ ับปริมาณรงั สสี งู เน่ืองจากการดำเนินการท่ไี มถ่ ูกต้องเหมาะสมของผรู้ บั ใบอนญุ าต

๒.๓.๔ การได้รับรังสี และ/หรือมกี ารเปื้อนสารกมั มันตรังสขี องประชาชนโดยไมท่ ราบสาเหตุ

เหตุฉุกเฉินประเภทนี้เกี่ยวข้องกับการที่มีการเปื้อนสารกัมมันตรังสีในบริเวณหนึ่งเป็น
เวลานานก่อนที่จะตรวจพบ ทำให้ประชาชนเป็นจำนวนมากได้รับปริมาณรังสีสูง และประชาชนมีการเปื้อน
สารกัมมันตรังสี สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่วัสดุกัมมันตรังสีสูญหายหรือถูกขโมย แล้วมีการนำไปตัด
ปลอกหุ้มวัสดุกัมมันตรังสีออก ทำให้สารกัมมันตรังสีแพร่กระจายออกไปเป็นบริเวณกว้าง และอาจทำให้มี
ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และต้องเก็บกากกัมมันตรังสีเป็นจำนวนมากเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเหตุฉุกเฉินที่เกิด
จากการที่วัสดุกัมมันตรังสีถูกขายเป็นเศษโลหะ แล้วนำไปหลอมใหม่ ทำให้สารกัมมันตรังสีแพร่กระจาย
ออกมา หรือปะปนไปกับโลหะที่นำไปใช้ประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งกว่าจะมีการตรวจพบอาจทำให้
ประชาชนได้รับปริมาณรังสีไปแล้วเป็นจำนวนมาก เหตุฉุกเฉินลักษณะนี้สามารถตรวจพบจากการวินิจฉัย
ของแพทย์กรณีตรวจพบผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยจากการได้รับปริมาณรังสีสูง แต่เนื่องจากแพทย์ประจำท้องถ่ิน
อาจไม่มีประสบการณ์ในการวินิจฉัยอาการดังกล่าว การค้นพบเหตุฉุกเฉินจึงมักใช้เวลาล่าช้าออกไป หรือ
จนกระทั่งผู้ป่วยมาพบแพทย์หลายครั้ง หรือมีจำนวนผู้ป่วยด้วยอาการเดียวกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ถ้า
แพทย์สามารถวินิจฉัยอาการป่วยทางรังสีได้อย่างรวดเร็ว จะทำให้การจัดการและการตอบสนองต่อเหตุ
ฉุกเฉินทางรังสีรวมถึงการป้องกันการได้รับปริมาณรังสีสูงสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การ
ตรวจพบเหตุฉุกเฉินประเภทนี้สามารถดำเนินการโดยการเฝ้าตรวจทางรังสีสำหรับประชาชน ยานพาหนะ
บรรจุภัณฑ์หรือสินค้าต่าง ๆ บริเวณด่านศุลกากรตามชายแดนระหว่างประเทศหรือบริเวณทางเข้าสถาน

หนา้ 52 / แผนฉุกเฉนิ ทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ในบางกรณีเหตุฉุกเฉินประเภทนี้นำไปสู่เหตุฉุกเฉินข้ามประเทศหากพบการเปื้อน
สารกัมมันตรังสีในสินค้านำเข้าหรือส่งออกระหว่างประเทศ โดยเหตุฉุกเฉินประเภทนี้อาจเป็นที่สนใจของ
ประชาชนและส่ือมวลชนถึงเหตกุ ารณ์ท่ีเกิดขึ้น

๒.๓.๕ ดาวเทยี มท่มี ีวัสดุกมั มนั ตรงั สอี ันตรายเปน็ สว่ นประกอบ ตกลงมาสู่โลก
ดาวเทียมเป็นจำนวนมากมีวสั ดกุ มั มันตรงั สเี ป็นส่วนประกอบ เมอื่ ตกลงมาสู่บรรยากาศของ

โลก ซึ่งรัฐที่เป็นเจ้าของมักจะต้องให้ข้อมูลประมาณการเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่ดาวเทียมจะตกโดยผ่าน
ทางสหประชาชาติ แม้การประมาณการจะไม่ถูกต้องนัก แต่วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งมีขนาดเล็กกว่าหนึ่งลูกบาศก์
เมตร เมื่อแตกละเอียดเป็นผง อาจมีผลกระทบเป็นวงกว้างถึง ๑๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ดังนั้นจึงเป็นไป
ไม่ได้ที่จะเตรียมการป้องกัน อย่างไรก็ตามเหตุฉุกเฉินประเภทนี้มีความเสี่ยงน้อยมาก มักจะพบว่ามีคนพบ
เศษดินทรายที่มีกัมมันตภาพรังสี แต่ยังไม่พบการปนเปื้อนที่มีกัมมันตภาพรังสีสูงจนผิดปกติในอาหารและน้ำ
อยา่ งไรกต็ าม เหตฉุ ุกเฉินน้มี ักเป็นทสี่ นใจของสอื่ นานาชาติมาก

๒.๓.๖ การได้รับปรมิ าณรงั สีสงู จากการใชร้ ังสีรักษาในทางการแพทย์
เหตุฉุกเฉินประเภทนี้เกิดจากการที่มีผู้ได้รับปริมาณรังสีสูงซึ่งมักเกิดจากการได้รับรังสีทาง

การแพทย์ เช่น การบำบัดรักษาโรคมะเร็ง ในบางกรณีเครื่องมือหรือโปรแกรมการคำนวณมีความ
คลาดเคลื่อน หรือเกิดความผิดพลาดของผู้ปฏิบัติงาน เช่น ความสับสนของวิธีการ หรือคู่มือจากบริษัทผู้ผลิต
ทำให้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ดังนั้นจึงควรต้องแจ้งเตือนให้ผู้ใช้เครื่องมือประเภทเดียวกัน ทั้งในประเทศและ
นานาชาติ ให้ระมัดระวงั หรือใชเ้ ป็นกรณศี ึกษาเพอื่ ไมใ่ ห้เกดิ เหตฉุ กุ เฉนิ ประเภทนอี้ ีกในอนาคต

๒.๓.๗ เหตฉุ ุกเฉนิ จากการขนส่งวสั ดกุ มั มนั ตรังสีอันตราย
เหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นขณะขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีอาจจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของสาร

กัมมันตรังสี หรือการสูญเสียการกำบังรังสี (บางส่วนหรือทั้งหมด) หรือสูญเสียการควบคุมการเกิดสภาวะ
วิกฤติของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น พนักงานดับเพลิงที่เข้าไปต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์
ป้องกันอย่างเหมาะสม อุปกรณ์ดังกล่าวควรมีการป้องกันการเปื้อนสารกัมมันตรังสี และการสูดหายใจเอา
สารกมั มันตรังสีเขา้ ไปในรา่ งกาย

๒.๓.๘ เหตุฉกุ เฉินจากการกอ่ การรา้ ย หรืออาชญากรรม
เหตุฉุกเฉินจากการก่อการร้าย หรืออาชญากรรม ซึ่งอาจเกิดจากการขู่วางระเบิด การ

ระเบิด การก่อการร้าย การลักขโมยวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ หรืออาชญากรรมอื่น ๆ ที่มีวัสดุ
กัมมันตรังสีเข้ามาเกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์ของผู้ก่อการร้ายอาจต้องการให้ประชาชนหวาดกลัว ซึ่งทำให้
เกดิ ผลกระทบทางจติ ใจและเศรษฐกจิ อยา่ งมาก

๒.๔ ลักษณะของเหตฉุ ุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี ร์และรงั สีประเภทที่ ๕
เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีประเภทนี้ เป็นการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีทำให้เกิด

การปนเปื้อนในอาหารและน้ำ โดยปกติเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสถานประกอบการที่อยู่ในภาวะคุกคาม
ประเภทที่ ๑ และประเภทที่ ๒ มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ และต้องมีการเตรียมพร้อมในบริเวณที่
ประเมินแล้วว่าสารกัมมันตรังสีจะแพร่กระจายไปถึง บางกรณีอาจจะมีผลกระทบออกไปนอกเขตประเทศ
และตามอนุสัญญาว่าด้วยการแจ้งเหตุทางนิวเคลียร์โดยเร็ว (Early Notification Convention) เมื่อเกิดเหตุ
ขึ้นจะต้องแจ้งข่าวไปยังทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือประเทศท่ีสารกัมมันตรังสีจะ
แพร่กระจายไปถึงโดยทันที

แผนฉกุ เฉินทางนวิ เคลียร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 53


หนา้ 54 / แผนฉกุ เฉินทางนวิ เคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


ภาคผนวก ๓

สญั ลักษณเ์ ตอื นภยั ทางรังสี

รปู ภาพท่ี ก เครื่องหมายสญั ลกั ษณท์ างรังสมี สี ดั สว่ นของวงกลมตรงกลางมีรศั มี X และ X ต้องมีขนาด
อย่างน้อย ๔ มิลลิเมตร เครื่องหมายสัญลักษณ์ทางรงั สีนตี้ ้องมีพนื้ ป้ายเป็นสีเหลือง วงกลมและแฉกมสี ีมว่ ง
แดง (magenta) หรือสดี ำ

แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 55


รูปภาพที่ ข ปา้ ยรังสสี ำหรบั ติดไวป้ ระจำบรเิ วณรังสี หรอื ที่เกบ็ รักษาวสั ดกุ ัมมนั ตรงั สี

หนา้ 56 / แผนฉกุ เฉินทางนิวเคลียร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


รูปภาพที่ ค ป้ายเตือนทางรังสีซึ่งติดไว้ภายในอุปกรณ์ที่มีวัสดุกัมมันตรังสีอันตรายเป็นส่วนประกอบ เพ่ือ
เตือนไม่ให้ผู้พบเห็นเข้าใกล้หรือถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์ของวัสดุกัมมันตรังสีนั้น โดยป้ายเตือนทางรังสีนี้จะไม่ติด
ด้านนอกหีบห่อขนส่งสาร/วัสดุกัมมันตรังสี หรือด้านนอกตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการขนส่ง หรือประตู
ทางเข้าพื้นท่ีใชง้ านวสั ดกุ ัมมนั ตรังสี

แผนฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลียร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 57


ระวัง รังสี

รปู ภาพท่ี ง ฉลากรังสปี ระเภท I-WHITE สำหรับหบี ห่อการขนสง่ สาร/วสั ดกุ มั มนั ตรงั สี โดยมีพนื้ หลังเปน็ สี
ขาว ตรารปู ใบพดั สามแฉกสีดำ ส่วนขอ้ ความ “ระวัง” “รังสี” และขีดประเภทหีบหอ่ I เปน็ สแี ดง

หน้า 58 / แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลียร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


ระวงั รงั สี

รูปภาพท่ี จ ฉลากรงั สปี ระเภท II-YELLOW สำหรับหบี ห่อการขนสง่ สาร/วัสดุกัมมนั ตรังสี ซึง่ มีค่าดชั นีการ
ขนสง่ โดยมีพนื้ หลังคร่ึงบนเป็นสีเหลืองและครง่ึ ล่างเปน็ สขี าว ตรารปู ใบพัดสามแฉกสีดำ สว่ นขอ้ ความ
“ระวงั ” “รังสี” และขดี ประเภทหบี ห่อ II เป็นสแี ดง

แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียรแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 59


ระวัง รงั สี

รปู ภาพท่ี ฉ ฉลากรงั สปี ระเภท III - YELLOW สำหรบั หบี หอ่ การขนสง่ สาร/วัสดุกมั มันตรังสี ซ่งึ มคี ่าดัชนกี าร
ขนสง่ โดยมพี ้ืนหลงั ครง่ึ บนเปน็ สเี หลอื งและครง่ึ ล่างเปน็ สขี าว ตรารูปใบพัดสามแฉกสีดำ ส่วนข้อความ
“ระวัง” “รังส”ี และขดี ประเภทหบี ห่อ III เปน็ สแี ดง

หน้า 60 / แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


รูปภาพท่ี ช ฉลากสำหรับการขนส่งวสั ดุซง่ึ สามารถแตกตวั ได้ (Fissile) ซง่ึ มีค่าดชั นีความปลอดภัยวิกฤต
โดยมีพน้ื หลังเปน็ สีขาวตัวอกั ษรสีดำ

แผนฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลียรแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ 61


ระวงั รงั สี

รูปภาพท่ี ซ ป้ายรังสีสำหรบั ติดทย่ี านพาหนะ สำหรับการขนสง่ สาร/วัสดุกมั มนั ตรงั สี ตอ้ งมลี ักษณะและ
ขนาดอยา่ งตำ่ ตามที่ระบุ

ยกเว้นกรณีทีพ่ ื้นท่ีตดิ ป้ายมีขนาดเลก็ จนไมส่ ามารถติดปา้ ยน้ีได้ ก็ใหล้ ดขนาดลงเหลือ ๑๐๐ มลิ ลิเมตร
โดยให้มีสัดส่วนเดียวกันได้ แต่ต้องมีตัวเลข 7 ให้มีขนาดความสูงไม่ต่ำกว่า ๒๕ มิลลิเมตร โดยมีพื้นป้าย
คร่ึงบนเปน็ สเี หลืองส่วนครึง่ ลา่ งเปน็ สีขาว ตรารปู ใบพัดสามแฉกสีดำ สว่ นคำวา่ “RADIOACTIVE” อาจจะใส่
ไวห้ รอื ไมใ่ สก่ ไ็ ด้ เพราะหมายเลข 7 เป็นหมายเลขวัสดุกัมมันตรังสีของสหประชาชาติ

หนา้ 62 / แผนฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลียรแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


ภาคผนวก ๔

การสือ่ สารระหวา่ งหน่วยงานกรณีฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี ร์และรงั สี

การประสานงานและติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งมีหน้าที่ในการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุ
ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีตามบทบาทหน้าที่ที่ระบุในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ และตามระดับความรุนแรงของสาธารณภัยที่เกิดขึ้น มีหมายเลขโทรศัพท์ของ
หนว่ ยงานตา่ งๆ ทีเ่ ก่ียวข้องในการติดตอ่ ประสานงาน ดงั นี้

ตารางที่ ค แสดงหมายเลขโทรศพั ทส์ ำหรับการตดิ ต่อสื่อสารกรณีฉุกเฉินทางนวิ เคลียรแ์ ละรงั สี

หน่วยงาน หมายเลขโทรศัพท์

สำนกั นายกรฐั มนตรี ๑๑๑๑

สำนกั งานสภาความม่ันคงแห่งชาติ (สมช.) ๐-๒๖๒๙-๘๐๐๐

สำนักขา่ วกรองแห่งชาติ (สขช.) ๐-๒๒๘๑-๗๓๙๙ ตอ่ ๑๒๐

กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) ๐-๒๖๑๘-๒๓๒๓

กระทรวงกลาโหม (กห.) ๐-๒๒๒๔-๐๗๑๗

กระทรวงการคลัง (กค.) ๑๖๘๙

กรมศุลกากร (กศก.) ๑๑๖๔

กระทรวงการตา่ งประเทศ (กต.) ๐-๒๕๗๒-๘๔๔๒

กระทรวงการท่องเท่ยี วและกฬี า (กก.) 0-2283-1500

กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษย์ (พม.) ๑๓๐๐

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ๑๑๗๐

กระทรวงคมนาคม (คค.) ๑๓๕๖

กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม (ทส.) ๑๓๑๐

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ๑๖๕๐

กระทรวงดิจทิ ลั เพอ่ื เศรษฐกิจและสงั คม (ดส.) ๑๒๑๒

กระทรวงพลังงาน (พน.) ๐-๒๑๔๐-๗๐๐๐

กระทรวงพาณชิ ย์ (พณ.) ๑๒๐๓

กระทรวงมหาดไทย (มท.) ๑๕๖๗

กรมปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (ปภ.) ๑๗๘๔

กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ๑๑๑๑ กด ๗๗

กระทรวงการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม (อว.) ๑๓๑๓

สำนักงานปรมาณเู พ่ือสนั ติ (ปส.) ๑๒๙๖

สถาบนั เทคโนโลยีนิวเคลยี ร์แหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) ๐-๒๔๐๑-๙๘๘๙

กระทรวงแรงงาน (รง.) ๑๕๐๖

กระทรวงวฒั นธรรม (วธ.) ๑๗๖๕

กระทรวงศึกษาธกิ าร (ศธ.) ๑๕๗๙

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) 0-2590-1000

แผนฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลยี ร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ 63


หนว่ ยงาน หมายเลขโทรศพั ท์
สำนกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ๑๕๕๖
๑๖๖๙
สถาบนั การแพทย์ฉกุ เฉิน (สพฉ.)
กระทรวงอตุ สาหกรรม (อก.) ๐-๒๒๐๒-๓๐๐๐
สำนักงานตำรวจแหง่ ชาติ (ตร.) ๑๕๙๙, เหตดุ ว่ นเหตรุ า้ ย ๑๙๑

มูลนิธริ าชประชานุเคราะหใ์ นพระบรมราชปู ถมั ภ์ 0-2282 9596
สำนกั งานคณะกรรมการกจิ การกระจายเสียง กิจการโทรทศั น์ ๑๒๐๐
และกจิ การโทรคมนาคมแหง่ ชาติ (สำนกั งาน กสทช.)

หน้า 64 / แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


ภาคผนวก ๕

การจัดตัง้ พน้ื ทีป่ ฏิบัตงิ านกรณฉี กุ เฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี

การจัดตั้งพื้นที่ปฏิบัติงานกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี จะต้องประเมินสถานการณ์เบื้องต้น
และพิจารณาความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากรังสี โดยกำหนดพื้นที่อันตราย (Hot zone) ตาม
ระยะทางที่เหมาะสมสำหรับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์หรือเหตุฉุกเฉินทางรังสีประเภทต่าง ๆ ดังแสดงใน
ตารางที่ ง ซึ่งต้องมีการป้องกันอันตรายจากรังสีและการป้องกันการเปื้อนสารกัมมันตรังสีของเจ้าหน้าที่
ตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสีและประชาชน ในขณะที่พื้นที่เฝ้าระวัง (Warm Zone) จะเป็นพื้นที่ช่วยเหลือ
ประชาชน พื้นที่ปฏิบัติงานด้านการพิสูจน์หลักฐาน พื้นที่จัดเก็บกากกัมมันตรังสีและพื้นที่จัดเก็บผู้เสียชีวิต
ชว่ั คราว สำหรบั ตวั อยา่ งการจดั ต้ังพื้นท่ีตอบสนองเหตฉุ ุกเฉนิ ทางรงั สีในส่วนตา่ งๆ แสดงในภาพที่ ญ

ตารางท่ี ง การกำหนดระยะทางสำหรับพ้ืนท่อี ันตรายสถานการณ์ฉกุ เฉินทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สเี หตุฉกุ เฉิน

ประเภทต่าง ๆ

สถานการณ์ ระยะท่ีต้องลอ้ มบริเวณในทเี่ กดิ เหตุ และกำหนดให้
พื้นที่ภายในเปน็ พนื้ ท่อี นั ตราย

บริเวณภายนอก

ตน้ กำเนดิ รังสีแตกหกั เสียหายและไมม่ กี ารปอ้ งกนั ใดๆ ๓๐ เมตร โดยรอบ

พบการเป้ือนสารกัมมนั ตรงั สีไปทั่วบรเิ วณ ๑๐๐ เมตร โดยรอบ

เกดิ เพลิงไหม้ ระเบดิ ทำให้เป็นกลมุ่ ควันทอี่ าจเก่ียวข้อง ๓๐๐ เมตร โดยรอบ

กบั ต้นกำเนดิ รังสอี ันตราย

เหตกุ ารณ์ทน่ี ่าสงสัยว่าจะเกยี่ วข้องกบั อุปกรณ์แพร่ ๔๐๐ เมตร โดยรอบ หรือมากกว่า เพ่อื ปอ้ งกนั การ

กระจายรังสี (Radiological Dispersal Device, RDD) ระเบดิ

ทั้งทร่ี ะเบิดแล้วและยังไมร่ ะเบดิ

บริเวณภายในตึก หรอื ท่ีปดิ มดิ ชิด

วสั ดุกัมมันตรงั สแี ตกหักเสยี หาย ขาดเครอ่ื งกำบงั หรอื มี ปดิ บรเิ วณทีเ่ กดิ เหตุ รวมท้งั ชน้ั บนและช้นั ล่างของ

การเปอ้ื นสารกัมมันตรังสีในพ้นื ท่ี สถานท่นี ั้น

เมื่อเกดิ เพลิงไหม้ หรอื มีการเปรอะเป้ือนทางรงั สไี ปทั่ว ปดิ ตกึ ท่เี กดิ เหตุ และล้อมบรเิ วณรอบอาคาร

อาคาร

การขยายระยะปลอดภยั จากการวดั ระดับรังสีด้วยเครอ่ื งสำรวจรังสี

อตั ราปริมาณรังสี ๑๐๐ ไมโครซเี วิรต์ ต่อชวั่ โมง ล้อมบริเวณในระยะท่รี งั สีแผ่ออกมา

แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลียร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 65


หนา้ ๖๖ / แผนฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ ทศิ ทางลม

ขอบเขตระยะปลอดภยั โดยมี พื้นที่ช)วยเหลอื ประชาชน
อตั ราปริมาณรงั สีแผอR อกมาวัด - ปฐมพยาบาล, - ลงทะ
ได- 100 µSv/h - สำรวจปริมาณรงั สี,
- ขจดั การเป?>อนสารกัมมนั

พน้ื ทจี่ ัดเกบ็ พน้ื ทีอ่ นั ตราย (Hot Zone) พ้ืนทคี่ วบคุมการเป>?อนสา
กากกัมมนั ตรงั สี
พ้นื ทปี่ ฏิบตั งิ าน
ดา- นการพสิ จู นNหลกั ฐาน จดุ ควบคมุ การเข-าออกพน้ื ทช่ี ั้นในและ
พืน้ ทีค่ วบคุมการเป?>อนสารกัมมันตรังสี

พืน้ ทเี่ ฝา\ ระวัง (Warm Zone) พ้ืนทจี่ ดั เก็บ
ผเ-ู สยี ชีวิตช่วั คราว

* ระดับรงั สีในพืน้ ที่ท่กี ำหนดต-องนอ- ยกวาR 0.3 µSv/h

รปู ภาพที่ ฎ การจัดตง้ั พืน้ ที่ตอบสนองเหต

หนา้ 66 / แผนฉกุ เฉินทางนวิ เคลยี ร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


พืน้ ท่ีรวบรวม จดุ ควบคุมความมนั่ คงปลอดภยั
ทรพั ยากร พน้ื ที่เข-าออก

ศนู ยแN ถลงขRาวและ
รายงานสถานการณNฉกุ เฉนิ

น* จดุ ควบคุมทางเข-าออก
ะเบยี น พ้นื ทีเ่ ขา- ออก
นตรงั สี

ารกัมมนั ตรงั สี

ศนู ย%บัญชาการ พืน้ ทีร่ ะยะไกล
สถานการณ% ออกไป
ฉกุ เฉนิ ทางรังสี
โรงพยาบาล
ตุฉุกเฉนิ ทางนิวเคลยี รแ์ ละรังสีในส่วนต่าง ๆ ทอ- งถิ่น


ลักษณะของพืน้ ทต่ี ่างๆ ในการตอบสนองเหตุฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลียร์และรังสี

๑) ศูนย์บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี เป็นพื้นที่ของผู้บัญชาการ/
ผู้อำนวยการสถานการณ์ ในการสั่งการระหว่างเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และทีมบัญชาการ
สถานการณ์ เพื่อให้การตอบสนองเหตุฉุกเฉินทางรังสีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนลักษณะของพื้นท่ี
ควรเปน็ พืน้ ทป่ี ลอดภัยและสามารถวางแผน ประสานงาน สั่งการได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

๒) ศูนย์แถลงข่าวและรายงานสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นพื้นที่สำหรับผู้สื่อข่าวที่จะรายงาน
สถานการณ์ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ส่วนลักษณะของพื้นที่ ควรตั้งอยู่นอกพื้นที่เฝ้าระวัง เป็นสถานที่ที่
มบี ริเวณสำหรบั การแถลงข่าวและรายงานสถานการณฉ์ ุกเฉินทเ่ี กดิ ข้นึ

๓) พื้นที่รวบรวมทรัพยากร (เช่น เครื่องสำรวจรังสี ยานพาหนะ และอุปกรณ์ระงับเหตุ)
เป็นพื้นที่เก็บรวบรวมและจัดการทรัพยากรที่ได้รับการสนับสนุนและที่ได้รับการร้องขอ ส่วนลักษณะของ
พื้นท่ี ควรตั้งอยูบ่ รเิ วณทีไ่ มร่ บกวนกับพนื้ ท่ตี อบสนองอน่ื ๆ และสามารถคน้ หาและควบคมุ ทรัพยากรได้งา่ ย

๔) โรงพยาบาลท้องถิ่น เป็นโรงพยาบาลที่รักษาผู้บาดเจ็บจากการรับปริมาณรังสีสูงหรือการ
เปื้อนสารกัมมันตรังสีและผู้บาดเจ็บทั่วไป ส่วนลักษณะของพื้นที่ ควรตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุฉุกเฉินทาง
รังสีและมีการเตรียมความพรอ้ มในการรักษาผบู้ าดเจบ็ จากการรบั รังสปี ริมาณสงู หรือเปื้อนสารกัมมนั ตรังสี

๕) พื้นที่ช่วยเหลือประชาชน เป็นพื้นที่ที่ประกอบไปด้วยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น, การ
ตรวจวัดอัตราปริมาณรังสี, การขจัดการเปื้อนสารกัมมันตรังสี โดยจะต้องมีพื้นที่สำหรับลงทะเบียน
ประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่อันตราย และพื้นที่สำหรับปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บและขนส่งไปยัง
โรงพยาบาลใกล้เคียง ส่วนลักษณะของพื้นที่ ควรตั้งอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังที่มีการขนส่งผู้บาดเจ็บโดย
รถพยาบาลได้สะดวก และอตั ราปริมาณรังสอี ยใู่ นระดบั ใกล้เคยี งระดับอัตราปริมาณรังสพี ื้นหลัง

๖) พื้นที่ปฏิบัติงานด้านการพิสูจน์หลักฐาน เป็นพื้นที่สำหรับกระบวนการด้านการพิสูจน์
หลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งดำเนินการตรวจสอบกระบวนการปฏิบัติงาน บันทึกข้อมูล ถ่ายภาพ วัตถุพยาน
ในพื้นที่เกิดเหตุ และรักษาความสมบูรณ์ของวัตถุพยานเพื่อวิเคราะห์และหาสาเหตุการเกิดเหตุฉุกเฉินทาง
นิวเคลียร์และรังสี ส่วนลักษณะของพื้นที่ ควรตั้งอยู่บริเวณใกล้กับพื้นที่ควบคุมการเปื้อนสารกัมมันตรังสี ซึ่ง
ติดกบั จุดควบคมุ การเข้าออก

๗) พื้นที่ควบคุมการเปื้อนสารกัมมันตรังสี เป็นพื้นที่สำหรับควบคุมการเปื้อนสารกัมมันตรังสี
จากการตอบสนองของเจ้าหน้าที่ระงับเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ส่วนลักษณะของพื้นที่ ควรตั้งอยู่
ระหวา่ งทางเข้าออกของพ้ืนทอี่ นั ตรายและอยู่หา่ งจากพืน้ ท่ชี ว่ ยเหลือประชาชน

๘) พนื้ ท่จี ัดเก็บผูเ้ สยี ชีวติ ช่ัวคราว เป็นพนื้ ทที่ ่ีจดั เก็บผเู้ สียชวี ิตและอาจเปือ้ นสารกัมมันตรังสี
ส่วนลักษณะของพื้นที่ อาจเป็นลักษณะของเต็นท์ชั่วคราวและตั้งอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังที่ห่างจากจุดท่ี
ประชาชนท่วั ไปสามารถมองเหน็ ได้

๙) พื้นที่จัดเก็บกากกัมมันตรังสี เป็นพื้นที่สำหรับเก็บกากกัมมันตรังสีจากการตอบสนองเหตุ
ฉุกเฉินทางรังสี ส่วนลักษณะของพื้นที่ ควรตั้งอยู่ภายในพื้นที่เฝ้าระวังที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมี
โครงสร้างท่ีสามารถป้องกันการแพร่กระจายของสารกมั มนั ตรงั สหี รอื การเปือ้ นสารกมั มันตรังสีจากพื้นท่ีอ่นื

แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ 67


หนา้ 68 / แผนฉกุ เฉินทางนวิ เคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


อบุ ตั ิการณ์ภาคผนวก ๖

มาตราระหว่างประเทศวา่ ด้วยเหตกุ ารณท์ างนวิ เคลียรแ์ ละรงั สี

The International Nuclear and Radiological Event Scale (INES) คือ เครื่องมือระดับนานา
ชาติที่ใช้ในการสื่อสารให้ประชาชนได้ทราบถึงแนวทางที่สอดคล้องกับความสำคัญด้านความปลอดภัยและ
ขอบเขตของเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยเครื่องมือนี้สามารถนำไปใช้ได้กับการใช้ประโยชน์จากวัสดุ
กัมมันตรังสีด้านอุตสาหกรรม ด้านการแพทย์ การดำเนินกิจกรรมของสถานปฏิบัติการทางนิวเคลียร์และการ
ขนสง่ วสั ดุกมั มันตรงั สี

การจำแนกระดับของเหตุการณ์ถูกแบ่งออกเป็น ๗ ระดับ ซึ่งระดับความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น ๑๐ เท่าใน
แต่ละระดับ โดยระดับ ๐ คือ ระดับปลอดภัย (ไม่ส่งผลกระทบด้านความปลอดภัย) ระดับ ๑-๓ เรียกว่า
“อุบตั กิ ารณ”์ (Incident) ส่วนระดับ ๔-๗ เรยี กวา่ “อบุ ตั เิ หต”ุ (Accident) รายละเอยี ดดังรูปภาพท่ี ฎ

อุบตั กิ ารณร์ นุ แรง
อุบัตกิ ารณ์

ระดับ ๐ ระดบั ปลอดภัย (ไม่สง่ ผลกระทบดา้ นความปลอดภัย)

รปู ภาพท่ี ฏ การจำแนกระดับของเหตุการณ์กรณีฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลียร์และรังสี
มาตราระหว่างประเทศว่าด้วยเหตุการณ์ทางนิวเคลียร์และรังสี (International Nuclear and
Radiological Event Scale, INES) เป็นค่าที่ใช้บอกถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์และรังสีท่ี
เกิดข้ึน โดยแบง่ ไว้ตงั้ แต่ระดับ ๐ ถงึ ระดบั ๗ โดยมีความหมายดงั น้ี
ระดับ ๐ เหตุปกติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อประชาชน และ
สิง่ แวดลอ้ ม
ระดับ ๑ เหตุผิดปกติ เหตุการณ์ที่ไม่ส่งผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม;
การเกิดผลกระทบเล็กน้อยสำหรับผู้ปฏิบัติงานซึ่งได้รับปริมาณรังสีในพื้นที่ปฏิบัติงาน; ความผิดปกติของการ
ปฏิบัติงานซึ่งไม่เกิดความเสี่ยงแต่บ่งชี้ถึงความไม่ปลอดภัย; ความเสียหายเล็กน้อยด้านความปลอดภัยในการ
ควบคุมหรือการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสี เช่น วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งมีค่ากัมมันตภาพต่ำเกิดการสูญหายหรือถูก
ขโมย

แผนฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 69


ระดับ ๒ อุบัติการณ์ เหตุการณ์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม; การเปื้อนสาร
กัมมันตรังสีปริมาณมากในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์; การเกิดผลกระทบที่มีขอบเขตจำกัดสำหรับ
ผู้ปฏิบัติงานซึ่งได้รับปริมาณRN65รังสีในพื้นที่ปฏิบัติงาน; ความผิดปกติหรือสภาวะผิดปกติที่ไม่ได้ส่งผล
กระทบโดยตรงหรือทันทีทันใดต่อความปลอดภัยของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์; ความเสียหายที่มี
ขอบเขตจำกัดด้านความปลอดภัยในการควบคุมหรือการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีเนื่องจากหีบห่อวัสดุ
กมั มนั ตรงั สซี ึง่ มคี า่ กัมมันตภาพสูงมกี ารปอ้ งกนั ท่ีไมเ่ หมาะสม

ระดับ ๓ อุบัติการณ์รุนแรง เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีออกนอกพื้นท่ี
ที่ออกแบบรองรับไว้ภายในสถานประกอบการ; การได้รับปริมาณรังสีของผู้ปฏิบัติงานในระดับที่เป็นอันตราย
ต่อสุขภาพ; และระบบปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ไม่ทำงาน; ความ
เสียหายร้ายแรงด้านความปลอดภัยในการควบคุมหรือการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสี เช่น วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งมี
ค่ากมั มนั ตภาพสูงเกิดการสญู หายหรือถูกขโมย

ระดับ ๔ อุบัติเหตุมีผลกระทบโดยรอบ อุบัติเหตุที่มีการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีออกมาจาก
สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งปริมาณสารกัมมันตรังสีที่แพร่กระจายออกมานี้อาจ
ทำให้ต้องมีมาตรการการป้องกันและการกระทำอ่ืน ๆ ในเขตท้องทีน่ ้นั ; การแพรก่ ระจายของสารกัมมันตรงั สี
ทำให้มคี วามอนั ตรายถึงชวี ติ ของผปู้ ฏบิ ัตงิ านท่ีอยภู่ ายในสถานประกอบการได้เนือ่ งจากการไดร้ ับปริมาณรงั สี
ในพื้นที่ปฏิบัติงานทางรังสี; ผลกระทบต่อระบบปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยหรือระบบการป้องกันในการ
ปฏิบัตงิ านในสถานประกอบการ

ระดับ ๕ อุบัติเหตุที่มีผลกระทบเป็นวงกว้าง อุบัติเหตุที่มีการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี
ออกมาจากสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ในปริมาณที่มีขอบเขตจำกัด; เหตุการณ์ที่อาจจะต้องกระทำตาม
มาตรการในการป้องกันและการปฏิบัติการตอบสนองเหตุต่าง ๆ เช่น การหลบภัย หรือการอพยพของ
ประชาชน; การแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีทำให้มีความอันตรายถึงชีวิตของผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ภายใน
สถานประกอบการได้เนื่องจากการได้รับปริมาณรังสี; การแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีทำให้ส่งผล
กระทบต่อสิ่งแวดล้อม; การเปื้อนสารกัมมันตรังสีที่อาจส่งผลกระทบระยะยาว; ผลกระทบบริเวณสถาน
ประกอบการเนื่องจากความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยหรือระบบการ
ป้องกันในการปฏิบัติงาน; เหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้ว่าแกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เกิดความเสียหาย
จำนวนหน่งึ หนว่ ยหรอื มากกวา่ ในโรงไฟฟ้านวิ เคลียร์

ระดับ ๖ อุบัติเหตุรุนแรง อุบัติเหตุที่มีการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีออกมาจากสถาน
ประกอบการทางนิวเคลียร์ที่มีความร้ายแรง และมีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณกว้าง;
เหตุการณ์ท่ีต้องกระทำตามมาตรการในการป้องกันและการปฏิบัติการตอบสนองเหตุต่าง ๆ เช่น การหลบ
ภัย หรือการอพยพของประชาชนเพื่อจำกัดผลกระทบที่รุนแรงต่อสุขภาพเนื่องจากการได้รับรังสี; การ
แพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีทำให้มีอันตรายถึงชีวิตของผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ภายในสถานประกอบการได้
เนื่องจากการได้รับปริมาณรังสีในพื้นที่ปฏิบัติงานทางรังสี; การแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีทำให้ส่งผล
กระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บริเวณกว้างและการเปื้อนสารกัมมันตรังสีปริมาณสูงในบริเวณใกล้สถาน
ประกอบการ; ความเสียหายที่รุนแรงต่อระบบปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยหรือระบบการป้องกันในการ
ปฏิบัติงานที่สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ซึ่งมีผลมาจากการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสี; เหตุการณ์
ท่ีแกนเคร่ืองปฏิกรณ์นวิ เคลยี รเ์ กดิ ความเสียหายรนุ แรงจำนวนหนง่ึ หนว่ ยหรือมากกวา่ ในโรงไฟฟ้านิวเคลยี ร์

หนา้ 70 / แผนฉุกเฉนิ ทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


ระดับ ๗ อุบัติเหตุขนาดใหญ่ อุบัติเหตุที่มีการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีออกมาจากสถาน
ประกอบการทางนิวเคลียร์ในปริมาณสูงมาก; เหตุการณ์ท่ีต้องกระทำตามมาตรการในการป้องกันและการ
ปฏิบัติการตอบสนองเหตุต่าง ๆ เช่น การหลบภัย หรือการอพยพของประชาชนเพื่อจำกัดผลกระทบที่รุนแรง
ต่อสุขภาพเนื่องจากการได้รับรังสี; การแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีทำให้มีอันตรายถึงชีวิตของ
ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ภายในสถานประกอบการเนื่องจากการได้รับปริมาณรังสี; ความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดผล
กระทบต่อสุขภาพจากการได้รับรังสีในระยะยาวของประชาชนในพื้นที่บริเวณกว้าง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องมากกว่า
หนึ่งประเทศ; การเปื้อนสารกัมมันตรังสีในระยะยาวในสิ่งแวดล้อม; เหตุการณ์ที่แกนเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
เกดิ ความเสยี หายรนุ แรงจำนวนหนง่ึ เครอ่ื งหรอื มากกวา่ ในโรงไฟฟา้ นวิ เคลยี ร์

INES จะพจิ ารณาผลกระทบจากอุบตั ิเหตทุ างนวิ เคลียร์และรงั สี ๓ ส่วน คือ
๑. ประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาปริมาณสารกัมมันตรังสีจากสถานประกอบการที่

แพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อมหรือจากสารกัมมันตรังสีที่สามารถแพร่กระจายได้ และปริมาณรังสีที่ประชาชน
ไดร้ บั

๒. การป้องกันและควบคุมทางรังสี โดยครอบคลุมเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสถาน
ประกอบการโดยตรง ไดแ้ ก่

๒.๑ ระบบควบคุมวสั ดุกัมมันตรังสีขัดข้อง โดยเหตกุ ารณ์น้ีสำหรับระดับ ๒ และระดบั ๓
๒.๒ ระบบการป้องกันหลักสำหรับการป้องกันการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีภายใน
สถานประกอบการขัดข้อง แต่ยังมีระบบสนับสนุนที่สามารถป้องกันการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีสู่
สิ่งแวดล้อม โดยผลกระทบนี้จะครอบคลุมถึงความเสียหายของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ โดยเหตุการณ์นี้สำหรับ
ระดับ ๓ และระดับ ๕
๓. การป้องกันเชิงลึก คือ เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยที่เตรียมไว้ทั้งหมดหรือ
บางส่วนเพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทำงานไม่มีประสิทธิภาพอย่าง
สมบรู ณ์
ขอบเขตของระดับเหตุการณ์
INES สามารถนำไปใช้ประเมินทุกเหตุการณ์โดยไม่สนใจว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นในสถานปฏิบัติการ
ทางนิวเคลียร์และรังสีหรือไม่ ซึ่งประกอบด้วย การใช้ประโยชน์จากวัสดุกัมมันตรังสีด้านอุตสาหกรรม ด้าน
การแพทย์ ด้านศึกษาวิจัย กิจกรรมต่าง ๆ ในสถานปฏิบัติการทางนิวเคลียร์ การจัดเก็บวัสดุกัมมันตรังสี และ
การขนส่งวัสดุกัมมันตรังสี นอกจากนี้ยังรวมถึงการสูญหายหรือการขโมยวัสดุกัมมันตรังสีหรือหีบห่อ
กัมมันตรังสีและการค้นหาวัสดุกัมมันตรังสีที่ปราศจากการดูแล (Orphan Sources) เช่น วัสดุกัมมันตรังสีที่
เลิกใช้งานและไปอยูใ่ นรา้ นขายของเกา่ เปน็ ต้น

แผนฉกุ เฉินทางนิวเคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ 71


หน้า ๗๒ / แผนฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ ตารางท่ี จ คำอธบิ ายของระดบั ความเป็นอันตรายของเหตฉุ ุกเฉนิ ทางนวิ เคลยี ร์และรงั ส

ระดับของ INES ประชาชนและสิ่งแวดลอ้ ม กา

ระดบั 7 อบุ ตั เิ หตุ - การแพรก่ ระจายของสารกัมมันตรงั สีสู่สงิ่ แวดลอ้ มซึ่งมี

ขนาดใหญ่ คา่ กัมมันตภาพมากกวา่ 30000 เทระเบ็กเคอเรล

ระดับ 6 อบุ ตั เิ หตุ - การแพร่กระจายของสารกมั มนั ตรงั สีสูส่ ง่ิ แวดล้อม ซ่งึ
รนุ แรง มีคา่ กมั มนั ตภาพ ๓๐๐๐ - 30000 เทระเบ็กเคอเรล

ระดับ 5 อบุ ัตเิ หตทุ ่มี ี - การแพร่กระจายของสารกัมมนั ตรงั สีสู่สงิ่ แวดลอ้ ม ซ่ึง - แทง่ เชอ้ื เพ
ผลกระทบเป็นวง มคี า่ กัมมันตภาพ ๓๐๐ - 3000 เทระเบก็ เคอเรล หรอื แท่งเชือ้ เพล
กวา้ ง นิวเคลยี ร์
- การแพรก่ ระจายของสารกัมมันตรงั สีในอากาศซ่ึงเกดิ
จากวัสดุกมั มันตรังสที ม่ี ีค่ากัมมนั ตภาพเทา่ กบั หรือ - การแพรก่
มากกว่า ๓๐๐๐ เทา่ ของผลรวมคา่ D2 Value* สถานประก
สำหรบั ไอโซโทปทีแ่ พร่กระจาย ๓๐๐๐๐๐ เ

ระดับ 4 อบุ ัติเหตมุ ี - การแพรก่ ระจายของสารกัมมนั ตรงั สีสสู่ ง่ิ แวดลอ้ ม ซึง่ - แทง่ เชอ้ื เพ
ผลกระทบโดยรอบ มีค่ากมั มันตภาพ ๓๐ - 300 เทระเบก็ เคอเรล หรอื แทง่ เชอื้ เพล
นิวเคลยี ร์ ห
- การแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีในอากาศซึ่งเกิด
จากวสั ดกุ มั มันตรงั สที ม่ี คี ่ากัมมันตภาพ ๓๐๐ -๓๐๐๐ - การแพรก่
เทา่ ของผลรวมค่า D2 Value* สำหรบั ไอโซโทปท่ี สถานประก
แพร่กระจาย หรือ ๓๐๐๐๐๐ เ

- มีผู้ได้รบั ผลกระทบทางรงั สีทเี่ ห็นผลชดั เจนซง่ึ ทำใหม้ ี
อนั ตรายถงึ ชวี ติ หรือมีความเป็นไปได้ที่จะมผี ้ไู ดร้ ับ
ผลกระทบทางรังสที ีเ่ ห็นผลชดั เจนซง่ึ ทำให้มีอนั ตรายถึง
ชวี ิต

ระดับ 3 อุบตั ิการณ์ - มีผ้ไู ด้รับผลกระทบทางรงั สที ่ีเห็นผลชดั เจนรนุ แรงที่ - การแพร่ก

รุนแรง คุกคามถึงชวี ติ หรือ สถานประก


สีตาม INES การป้องกันเชิงลกึ

ารป้องกันและควบคมุ ทางรงั สี

พลิงนิวเคลยี ร์หลอมมากกว่า ๓ % ของ
ลงิ ท้ังหมดในแกนเครื่องปฏิกรณ์

กระจายของสารกัมมนั ตรงั สีภายใน
กอบการซึ่งมคี า่ กัมมนั ตภาพมากกวา่
เทระเบก็ เคอเรล

พลิงนิวเคลียร์หลอม ๐.๓ - ๓ % ของ
ลงิ ท้งั หมดในแกนเครอ่ื งปฏิกรณ์
หรอื

กระจายของสารกมั มันตรังสภี ายใน
กอบการซงึ่ มีคา่ กมั มันตภาพ ๓๐๐๐๐ -
เทระเบ็กเคอเรล

กระจายของสารกมั มนั ตรังสีภายใน - พน้ื ทีใ่ กล้โรงไฟฟ้านิวเคลียรท์ ร่ี ะบบความปลอดภยั ท่ี
กอบการซง่ึ มคี ่ากมั มันตภาพ ๓๐๐๐ - เตรียมไวไ้ ดร้ ับความเสยี หายท้งั หมด หรือ


ระดบั ของ INES ประชาชนและส่งิ แวดล้อม กา
๓๐๐๐๐ เท
- มผี ้ปู ฏิบตั งิ านหรือประชาชนได้รับปริมาณรังสียงั ผล รองรับไวภ้ า
มากกวา่ ๑๐ เทา่ ของขดี จำกดั การได้รับรงั สีประจำปี
สำหรับผูป้ ฏบิ ตั ิที่กฎหมายกำหนด - อตั ราปริม
ชว่ั โมง

ระดับ 2 อุบตั ิการณ์ - มีประชาชนไดร้ ับปริมาณรังสยี งั ผลมากกวา่ ๑๐ มิลลิ - ปริมาณวสั

ซเี วริ ์ต หรือ D2 Value*

- มผี ปู้ ฏบิ ตั ิงานไดร้ บั ปรมิ าณรงั สมี ากกว่าขดี จำกัดการ ตรวจวดั จาก

ได้รับปริมาณรังสีประจำปีสำหรับผู้ปฏบิ ตั งิ านทกี่ ฎหมาย - อัตราปรมิ

กำหนด ช่ัวโมง

แผนฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลียรแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๗๐ / หนา้ ๗๓ ระดับ ๑ เหตุผดิ ปกติ - มปี ระชาชนได้รบั ปรมิ าณรังสยี ังผลมากกว่าขีดจำกดั
การไดร้ บั ปริมาณรังสีสำหรับประชาชนทก่ี ฎหมาย
กำหนด

- การได้รับรังสียังผลของผูป้ ฏิบัติงานซง่ึ มากกวา่ ปริมาณ
รังสที ีม่ ีการควบคุม

- การไดร้ บั ปริมาณรังสยี ังผลในหนึง่ ปีของผู้ปฏบิ ตั ิงาน
หรอื ประชาชนซ่ึงมากกว่าขีดจำกดั การไดร้ ับรังสี
ประจำปสี ำหรบั ผู้ปฏบิ ตั ิทีก่ ฎหมายกำหนด

ระดบั ๐ ไมม่ นี ยั สำคัญ
หมายเหตุ * คา่ D2 value ให้พจิ ารณาโดยใชแ้ นวทางตามภาคผนวก ๗


ารป้องกันและควบคุมทางรังสี การปอ้ งกนั เชงิ ลกึ
ทระเบก็ เคอเรล ไปส่พู ้นื ทท่ี ่อี อกแบบ - เหตุการณท์ ่ีเกยี่ วขอ้ งกบั ระบบหลอ่ เย็นของบ่อเก็บ
ายในสถานประกอบการ หรือ แทง่ เชือ้ เพลิงนิวเคลียรใ์ ช้แล้วขัดข้องจนทำใหเ้ กดิ การ
มาณรังสโี ดยรอบมากกวา่ 1 ซเี วริ ์ตต่อ สญู เสียระบบหลอ่ เย็น หรือ

สดกุ ัมมนั ตรังสีมากกว่า ๑๐ % ของค่า - วสั ดกุ มั มนั ตรงั สีชนิดปิดผนกึ ความแรงสูงสญู หาย
หรอื ผลรวมของคา่ D2 Value* ซง่ึ หรอื ถูกขโมย
กนอกพ้ืนทีท่ ่ีออกแบบรองรับไว้ หรอื
มาณรงั สโี ดยรอบ ๐.๕ - ๑ ซีเวิรต์ ต่อ - ความเสียหายอยา่ งมนี ัยสำคญั ของการปอ้ งกันเชิงลกึ
แตไ่ มเ่ กิดผลกระทบทางรงั สี หรอื

- การพบวสั ดุกมั มันตรังสี ชนดิ ปิดผนกึ ปริมาณสงู หรอื
อุปกรณ์ หรอื การขนส่งหบี ห่อท่ีระบบความปลอดภยั
ไม่ได้รับความเสยี ดาย

- ปญั หาเล็กน้อยตอ่ ระบบความปลอดภัย แต่การ
ปอ้ งกนั เชงิ ลกึ ที่เตรียมไว้เกอื บทั้งหมดยงั ทำงานได้
ตามปกติ หรือ

- วัสดุกัมมนั ตรงั สีทม่ี ีคา่ กมั มันตภาพตำ่ หรอื เครื่องมอื
หรือการขนสง่ หบี ห่อเกิดการสูญหายหรอื ถูกขโมย

ญดา้ นความปลอดภัย


หนา้ 74 / แผนฉกุ เฉินทางนวิ เคลียร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


ภาคผนวก ๗

ปรมิ าณวสั ดุกัมมนั ตรงั สที เ่ี ป็นอนั ตราย

ข้อมูลนี้ใช้สำหรับวัสดุกัมมันตรังสีทั่วไป ยกเว้นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ (เช่น เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเครื่อง
ปฏิกรณ์นิวเคลียร์ หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว) เพื่อการตัดสินลำดับความรุนแรงตามประเภทของเหตุ
ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี ในตารางที่ ข และรายละเอียดข้อมูลพื้นฐานที่เข้าใจง่าย สำหรับแจ้งให้
ประชาชนทราบ เมื่อเกิดเหตุที่ไม่สามารถควบคุมวัสดุกัมมันตรังสี ซึ่งต้องคำนึงถึงค่าอันตรายของวัสดุ
กัมมันตรังสี (D) ในตารางท่ี ฉ

ขน้ั ตอน ๑ สำหรบั วัสดกุ มั มันตรังสที กุ ชนิด คำนวณตามสตู ร

åA / D1 = Ai
Di

1,i

ค่าตัวแปร

Ai = คา่ กัมมันตภาพของวัสดุกมั มันตรังสี i ท่ไี ม่มกี ารควบคุมในระหว่างเกิด
เหตุฉกุ เฉิน (หน่วย เทระเบ็กเคอเรล)

=D1,i ค่ากมั มันตภาพทเี่ ปน็ อันตรายของวัสดกุ มั มันตรังสี i ตามตาราง

ภาคผนวก ๗

ข้นั ตอน ๒ สำหรับวัสดกุ ัมมนั ตรังสที สี่ ามารถแพร่กระจายได้ คำนวณตามสตู ร

åA/ D2 = Ai
Di

2,i

ค่าตัวแปร

Ai = คา่ กมั มันตภาพของวัสดกุ ัมมนั ตรงั สี i ซงึ่ อยใู่ นรูปแบบการ

แพร่กระจายที่ไม่มีการควบคุมในระหว่างเกิดเหตุฉกุ เฉนิ

D2,i = ค่ากัมมนั ตภาพท่เี ป็นอันตรายของวัสดกุ มั มนั ตรงั สี i ตามตาราง

ภาคผนวก ๗

ขน้ั ตอน ๓ วัสดุกมั มันตรงั สเี คลอ่ื นท่ี หรอื วสั ดุกัมมนั ตรงั สที ไ่ี มม่ กี ารควบคมุ ทจ่ี ัดประเภทเปน็
“วัสดกุ ัมมนั ตรงั สีอนั ตราย” เมือ่ A/ D มคี ่ามากกว่า ๑

ตารางที่ ฉ ค่ากัมมันตภาพทเ่ี ปน็ อนั ตรายของวสั ดกุ ัมมันตรงั สี (D)

แผนฉกุ เฉนิ ทางนิวเคลียรแ์ ละรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ 75


วสั ดุกมั มนั ตรงั สี กมั มันตภาพ (เทระเบ็กเคอเรล)

H-3 D1 D2
C-14
P-32 Unlimited 2.E+03
S-35
Cl-36 2.E+05 5.E+01
Cr-51
Fe-55 1.E+01 2.E+01
Co-57
Co-60 4.E+04 6.E+01
Ni-63
Zn-65 3.E+02 2.E+01
Ge-68
Se-75 2.E+00 5.E+03
Kr-85
Sr-89 Unlimited 8.E+02
Sr-90(Y-90)
Y-90 7.E-01 4.E+02
Y-91
Zr-95 3.E-02 3.E+01
(Nb-95m/Nb-95)
Nb-95 Unlimited 6.E+01
Mo-99(Tc-99m)
Tc-99m 1.E-01 3.E+02
Ru-103(Rh-103m)
Ru-106(Rh-106) 7.E-02 2.E+01
Pd-103(Rh-103m)
2.E-01 2.E+02

3.E+01 2.E+03

2.E+01 2.E+01

4.E+00 1.E+00

5.E+00 1.E+01

8.E+00 2.E+01

4.E-02 1.E+01

9.E-02 6.E+01
3.E-01 2.E+01
7.E-01 7.E+02
1.E-01 3.E+01
3.E-01 1.E+01
9.E+01 1.E+02

หนา้ 76 / แผนฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลยี รแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


วสั ดุกมั มันตรงั สี กัมมนั ตภาพ (เทระเบ็กเคอเรล)

Cd-109 D1 D2
Te-132(I-132)
2.E+01 3.E+01
I-125
I-129 3.E-02 8.E-01
I-131
Cs-134 1.E+01 2.E-01
Cs-137(Ba-137m)
Ba-133 Unlimited Unlimited
Ce-141
Ce-144 2.E-01 2.E-01
(Pr-144m, Pr-144)
Pm-147 4.E-02 3.E+01
Eu-152
Eu-154 1.E-01 2.E+01
Gd-153
Tm-170 2.E-01 7.E+01
Yb-169
Ir-192 1.E+00 2.E+01
Au-198
Hg-203 9.E-01 9.E+00
Tl-204
Po-210 8.E+03 4.E+01
Ra-226(progeny) 6.E-02 3.E+01
Th-230 6.E-02 2.E-01
Th-232 1.E+00 8.E+01
U-232 2.E+01 2.E+01
3.E-01 3.E+01
8.E-02 2.E+01
2.E-01 3.E+01
3.E-01 2.E+00
7.E+01 2.E+01
8.E+03 6.E-02
4.E-02 7.E-02
9.E+02 7.E-02
Unlimited Unlimited
7.E-02 6.E-02

แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลยี ร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 77


วสั ดุกมั มันตรังสี กัมมนั ตภาพ (เทระเบ็กเคอเรล)

U-235(Th-231) D1 D2
U-238
8.E-05 8.E-05
U Natural
U Depleted Unlimited Unlimited
U Enriched > 20%
U Enriched > 10% Unlimited Unlimited
Np-237(Pa-233)
Unlimited Unlimited
Pu-238
Pu-239 8.E-05 8.E-05
Pu-239 / Be
Pu-240 8.E-04 8.E-04
Pu-241(Am-241)
Pu-242 3.E-01 7.E-02
Am-241
Am-241/Be 3.E+02 6.E-02
Cm-242
Cm-244 1.E+00 6.E-02
Cf-252
1.E+00 6.E-02

4.E+00 6.E-02

2.E+03 3.E+00

7.E-02 7.E-02

8.E+00 6.E-02

1.E+00 6.E-02

2.E+03 4.E-02

1.E+04 5.E-02

2.E-02 1.E-01

หมายเหตุ D1 = หมายถงึ วสั ดุกมั มันตรังสที อี่ ย9ูในสถานะทัว่ ไป
D2 = หมายถึง วัสดกุ มั มันตรังสีทีอ่ ย่ใู นสถานะทแี่ พร่กระจายไดอ้ ย่างรวดเร็วและ ควบคมุ ได้อยาก
เช่น ระเหิด ระเหยง่าย ฝ่นุ ผง เป็นตน้

Unlimited หมายความถึงปรมิ าณของวสั ดุกมั มนั ตรังสีทไ่ี มจ่ ำกดั จำนวน

หนา้ 78 / แผนฉกุ เฉนิ ทางนิวเคลยี ร์และรงั สี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


นยิ าม

1. การก่อการร้าย หมายถึง การใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรือ
อันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายหรือเสรีภาพของบุคคลใด หรือการกระทำอันใดอันก่อให้เกิดความเสียหาย
อย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์
สาธารณะ หรือการกระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใด
หรือตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มอนั ก่อให้เกดิ หรือน่าจะก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายทางเศรษฐกิจอยา่ งสำคญั
2. การขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ หมายถึง การขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์
ทางบกโดยใช้ยานพาหนะ โดยให้รวมทั้งการบรรจุวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์เข้าไปบนยานพาหนะ
จนกระทั่งวัสดุกัมมันตรังสีถูกเคลื่อนย้ายออกจากยานพาหนะ นอกจากนี้ให้รวมถึงการเคลื่อนย้ายวัสดุ
กัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ผ่านพื้นที่สาธารณะโดยทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และให้รวมถึงการขนส่ง
ทางทอ่ ดว้ ย
3. การย้ายที่พักอาศัย (Relocation) หมายถึง การเคลื่อนย้ายประชาชนไม่เร่งด่วนหรือการขยายเขต
เฝ้าระวังภัยทางรังสีของประชาชนจากพื้นที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับรังสี
ในระยะยาวจากการเปื้อนสารกัมมันตรังสีบนพนื้ ดินท่อี ย่อู าศยั ของประชาชน โดยการยา้ ยที่พกั อาศยั ถาวรจะ
นำมาพิจารณาเมื่อการย้ายที่พักอาศัยชั่วคราวไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากระดับรังสียังไม่ปลอดภัยต่อ
การอย่อู าศยั ของประชาชน
4. การหลบภัย (Sheltering) หมายถึง การใช้ประโยชน์ของโครงสร้างอาคารหรือสถานที่ที่กำหนดไว้
สำหรับการหลบภัยของประชาชนระยะสั้นเพื่อป้องกันอันตรายทางรังสีจากการได้รับรังสีนอกร่างกายจาก
การสะสมของสารกัมมันตรังสีบนพื้นดินและ/หรือการลดการหายใจนำเอาสารกัมมันตรังสีเข้าร่างกายจาก
การแพรก่ ระจายของสารกัมมนั ตรังสใี นอากาศ
5. การอพยพ (Evacuation) หมายถึง การเคลื่อนย้ายประชาชนเร่งด่วนออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว
เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการได้รับรังสีกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี โดยการเคลื่อนย้ายประชาชนออกจาก
พื้นที่กรณีนี้สำหรับระยะเวลาตั้งแต่หนึ่งวันถึงสองหรือสามสัปดาห์ แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาใน
การเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่นานกว่าสามสัปดาห์ให้ปรับการเคลื่อนย้ายประชาชนเป็นแบบการ
ย้ายท่พี กั อาศยั
6. เกรย์ (Gray, Gy) หมายถึง หน่วยวัดปริมาณรังสีดูดกลืน โดย ๑ เกรย์ มีค่าเท่ากับ ๑ จูล ต่อกิโลกรัม
ของมวลสาร
7. การปฏิบัติการป้องกัน (Protective actions) หมายถึง การปฏิบัติการเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณ
รงั สีกรณฉี ุกเฉนิ ทางนิวเคลยี ร์และรังสี
8. การปฏิบัติการป้องกันในระยะแรก (Early protective actions) หมายถึง การปฏิบัติการป้องกัน
กรณีฉกุ เฉินทางนิวเคลยี ร์และรังสใี นระยะแรก (ตง้ั แตเ่ วลาวนั แรกถงึ ช่วงสปั ดาหแ์ รกทเี่ กดิ เหตุฉกุ เฉิน)
9. การเปื้อนสารกัมมันตรังสี (Radioactive contamination) หมายถึง สารกัมมันตรังสีทั้งในรูป
ของแข็ง ของเหลว และแกส๊ ที่ปนเปื้อนในอาหาร นำ้ อากาศ หรอื เปรอะเปื้อนทพี่ น้ื ผิววัสดุ อปุ กรณ์ ร่างกาย
และ/หรอื บรเิ วณ ทตี่ ้องการใชง้ าน ซ่ึงเกดิ ข้นึ โดยไมเ่ จตนา เพราะอาจกอ่ ใหเ้ กิดอันตรายได้

แผนฉุกเฉินทางนวิ เคลียรแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หน้า 79


10. การเฝ้าระวังภัยทางรังสี (Radiation monitoring) หมายถึง การปฏิบัติงานหรือหน้าที่ของ
หนว่ ยงานท่ีรับผิดชอบเพื่อเฝ้าระวังภยั ทางรงั สีรูปแบบตา่ ง ๆ ทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ
11. เขตป้องกันระยะยาว (long-term protective action planning zone) หมายถึง พื้นที่สำหรับ
สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ นอกเหนือจากเขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้าและเขตป้องกันเร่งด่วน ซึ่ง
สามารถเตรียมการเพอ่ื รองรบั ผลกระทบทางรงั สี
12. เขตป้องกันเร่งด่วน (Protective action planning zone, UPZ) หมายถึง พื้นที่สำหรับสถาน
ประกอบการทางนิวเคลยี ร์ ซึ่งสามารถดำเนินการตามมาตรการป้องกันอันตรายทางรังสีไดท้ ันที
13. เขตเตรียมการป้องกันล่วงหน้า (Precautionary action zone, PAZ) หรือ หมายถึง พื้นที่สำหรับ
สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ นอกเหนือจากเขตป้องกันเร่งด่วนซึ่งสามารถบริหารจัดการเพื่อรองรับการ
ปอ้ งกันอันตรายจากผลกระทบทางรงั สี
14. เขตพื้นที่ที่วางแผนในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน (Emergency planning zone) หมายถึง เขต
เตรียมการป้องกันล่วงหน้า (Precautionary action zone, PAZ) และ เขตป้องกันเร่งด่วน (Urgent
protective action planning zone)
15. ความเข้มข้นกัมมันตภาพ (Activity Concentration) หมายถึง กัมมันตภาพของนิวไคลด์
กมั มันตรังสตี ่อหนว่ ยปริมาตร เช่น เบ็กเคอเรลตอ่ มลิ ลลิ ิตร (Bq/ml) มิลลคิ ูรีตอ่ มลิ ลิลิตร (mCi/ml)
16. เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย หมายถึง อุปกรณ์สำหรับให้ปฏิกิริยาลูกโซ่แบ่งแยกนิวเคลียสเกิดขึ้น
อย่างตอ่ เนื่องและสามารถควบคมุ ไดซ้ ึ่งมวี ตั ถปุ ระสงค์ในการวจิ ยั และพฒั นาดา้ นเทคโนโลยนี ิวเคลียร์
17. เครื่องวัดรังสีประจำตัวบุคคล หมายถึง เครื่องวัดรังสีแบบอ่านค่าได้ทันที่สามารถประเมินการได้รับ
รังสีขณะปฏิบตั ิหนา้ ทป่ี ระจำตวั เจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ
18. เจ้าหน้าที่เผชิญเหตุ (First Responder) หมายถึง เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบกรณี
เหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีในระยะแรกหลังจากเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี อาทิ เจ้าหน้าที่
สถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิง
และเจ้าหน้าท่ีทางการแพทยฉ์ ุกเฉิน
19. ชุดป้องกันการเปื้อนสารกัมมันตรังสี หมายถึง ชุดป้องกันสารกัมมันตรังสีเปื้อนร่างกายขณะเจ้าหน้าท่ี
เผชิญเหตุกำลงั ปฏิบตั หิ น้าที่
20. ซีเวิร์ต (Sievert, Sv) หมายถึง หน่วยวัดทางรังสี (ปริมาณรังสีสมมูล หรือปริมาณรังสียังผล) ซึ่งมี
หน่วยเดมิ คอื เรม (rem) โดย ๑๐๐ เรม เท่ากับ ๑ ซีเวริ ต์
21. ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก (Sealed source) หมายถึง วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งปิดผนึกอย่างถาวรใน
ปลอกหุ้ม หรือห่อหุ้มอย่ามิดชิดและอยู่ในรูปของแข็ง ปลอกหุ้มหรือวัสดุห่อหุ้มมีความแข็งแรงทนทานเพียง
พอที่จะป้องกันการรั่วของสารกัมมันตรังสีในสภาวะการใช้งานปกติ รวมถึงเหตุผิดพลาดที่คาดว่าอาจจะ
เกดิ ขึ้นได้
22. ต้นกำเนิดรังสีชนิดไม่ปิดผนึก (Unsealed source) หมายถึง วัสดุกัมมันตรังสีที่ไม่เป็นไปตามคำ
นิยามของต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก เช่น วัสดุกัมมันตรังสีไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ๆ ที่ไม่ได้มีการบรรจุหรือ
ห่อหุ้มปิดผนึกด้วยโลหะหรือวัสดุอื่นใดอย่างมิดชิดถาวร การใช้ต้นกำเนิดรังสีชนิดนี้ อาจเกิดการ
แพรก่ ระจาย ฟุ้งกระจาย หกเปรอะเปือ้ น ซึมรั่ว ออกจากภาชนะทบ่ี รรจไุ ด้

หนา้ 80 / แผนฉกุ เฉนิ ทางนวิ เคลยี ร์และรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐


23. เบ็กเคอเรล (Becquerel, Bq) หมายถึง หน่วยเอสไอที่ใช้วัดกัมมันตภาพ ปัจจุบันใช้แทนหน่วยคูรี
(Curie, Ci) โดย ๑ เบก็ เคอเรล หมายถงึ การสลายของนวิ ไคลด์กมั มนั ตรงั สี ๑ ครง้ั ตอ่ วนิ าที
24. ปฏิบัติการป้องกันเร่งด่วน (Urgent protective actions) หมายถึง การปฏิบัติการป้องกันกรณี
ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีซึ่งต้องดำเนินการเร่งด่วน (ช่วงระยะเวลาชั่วโมงแรกถึงหนึ่งวันเมื่อเกิดเหตุ
ฉุกเฉนิ )
25. ปริมาณรังสียังผล (Effective dose) หมายถึง ผลรวมของปริมาณรังสีสมมูลหลังจากปรับเทียบ
สภาพไวตอ่ รงั สีของแตล่ ะเนอื้ เยอ่ื หรืออวัยวะทั่วร่างกาย มหี นว่ ยเปน็ ซีเวริ ์ต
26. ปริมาณรังสีสมมูล (Equivalent dose) หมายถึง ผลรวมของปริมาณรังสีดูดกลืนในเนื้อเยื่อหรือ
อวัยวะใด ๆ ของมนุษย์ หลังจากปรับเทียบการก่ออันตรายของรังสีทุกชนิดที่อวัยวะนั้นได้รับ โดยเทียบกับ
การก่ออนั ตรายของรังสีแกมมา มหี นว่ ยเป็น ซเี วิร์ต
27. ผู้ปฏิบัติงานกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี หมายถึง เจ้าหน้าที่สถานประกอบการ เจ้าหน้าที่
เผชิญเหตุ เจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในพื้นที่เกิดเหตุ
ฉุกเฉนิ ทางนวิ เคลียร์และรังสี
28. ผลกระทบทางรังสีที่เห็นผลชัดเจน (deterministic effects) หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกาย
ได้รับปริมาณรังสีเกินขีดเริ่มเปลี่ยนทำให้เห็นผลกระทบอย่างขัดเจน ผลนี้จะรุนแรงมากขึ้นเมื่อได้ปริมาณรังสี
มากขึ้น
29. ผลกระทบทางรังสีที่เห็นผลไม่ชัดเจน (Stochastic effects) หมายถึง ผลของรังสีที่คาดคะเนจาก
ข้อมูลทางสถิติของผู้ที่ได้รับรังสี โดยโอกาสเกิดผลกระทบจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับปริมาณรังสี แต่ความ
รนุ แรงของผลกระทบไมข่ ้ึนกบั ปริมาณรังสี
30. พื้นท่ีเฝ้าระวัง (Warm Zone) หมายถึง พื้นที่ที่สามารถให้ผู้ปฏิบัติงานกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และ
รังสี และมีการควบคุมการเข้าออกอย่างเคร่งครัดขึ้นอยู่กับปริมาณรังสีโดยรวมที่เกิดขึ้น โดยขอบเขตระหว่าง
พนื้ ทเี่ ฝ้าระวังและพน้ื ทป่ี ลอดภัยต้องมรี ะดบั รงั สใี นพน้ื ทท่ี ีก่ ำหนดต้องนอ้ ยกวา่ 0.3 ไมโครซเี วริ ์ตต่อชว่ั โมง
31. พื้นที่อันตราย (Hot Zone) หมายถึง พื้นที่ที่มีปริมาณรังสีสูงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี
เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่นี้ต้องมีการป้องกันการได้รับรังสีมากกว่าพื้นที่อื่น โดยขอบเขตของพื้นที่
อนั ตรายและพืน้ ทเ่ี ฝ้าระวังตอ้ งมรี ะดบั รังสีไม่เกิน 100 ไมโครซีเวิรต์ ต่อชั่วโมง
32. มาตราระหว่างประเทศว่าด้วยเหตุการณ์ทางนิวเคลียร์และรังสี (International Nuclear and
Radiological Event Scale, INES) หมายถึง ขั้นความรุนแรงของเหตุการณ์เกี่ยวกับปัญหาด้านความ
ปลอดภัยของอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์และรังสีที่เกิดขึ้น โดยกำหนดเป็นมาตราสากล ตั้งแต่ระดับ ๐ ถึง ๗ เพ่ือ
สอื่ สารแกป่ ระชาชนใหเ้ ขา้ ใจได้ทนั ที
33. ระดับรังสีเพื่อเข้าแทรกแซงการปฏิบัติงาน (Operation Intervention Levels, OILs) หมายถึง
ระดับรังสีที่ถูกกำหนดไวเ้ พื่อใช้ในการเข้าแทรกแซงการปฏิบัติงานป้องกันอันตรายจากรังสีสำหรับประชาชน
และสิ่งแวดล้อม โดยใช้เครื่องมือวัดทางรังสีในการตรวจวัดพื้นที่เกิดเหตุฉุกเฉิน โดยค่า OILs จะใช้ค่าในการ
ประเมิน ได้แก่ อัตราปริมาณรังสี หรือค่ากัมมันตภาพของสารกัมมันตรังสีที่แพร่กระจาย หรือค่าความ
เข้มข้นกัมมันตภาพในอากาศ หรือค่าความเข้มกัมมันตภาพบนพื้นดิน หรือค่าความเข้มกัมมันตภาพบน
พื้นผิวใด ๆ หรือค่าความเข้มกัมมันตภาพของนิวไคลด์กัมมันตรังสีในตัวอย่างสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างอาหาร
หรอื ตวั อย่างน้ำ

แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียรแ์ ละรังสี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๗๐ / หนา้ 81


Click to View FlipBook Version