กิจกรรมทา้ ยเรื่อง
๔๑
กิจกรรมทา้ ยเรื่อง
๔๐
กิจกรรมทา้ ยเรื่อง
๔๑
กิจกรรมทา้ ยเรอื่ ง
คาสงั่ : ใหน้ ักเรียนแต่งบทรอ้ ยกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ ในประเด็น “สถานท่ี
ท่องเท่ียวในชุมชนของฉนั ” จานวน ๓ บท พรอ้ มระบุชื่อเรื่องอยา่ งสรา้ งสรรค์
เกณฑก์ ารประเมินสาหรบั ครู
รปู แบบฉนั ทลกั ษณ์ ๒ คะแนน
การใชภ้ าษา ๒ คะแนน
เน้ ือหาสาระที่นาเสนอ ๓ คะแนน
ความคิดสรา้ งสรรค์ ๓ คะแนน
รวมคะแนนทง้ั หมด ๑๐ คะแนน
๔๒
เล่าขานวฒั นธรรม
๓เร่อื งท่ี มาตรฐานและตวั ช้ ีวดั
ท ๒.๑ ม.๔/๒ เขยี นเรียงความ
ท ๒.๑ ม.๔/๘ มีมารยาทในการเขยี น
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. นักเรียนสามารถเขียนเรียงความจากประสบการณข์ องตนเองได้
๒. นักเรยี นสามารถเขียนเรยี งความได้ โดยเลือกใชถ้ อ้ ยคาที่
เหมาะสมและไพเราะ
๓. นักเรยี นมมี ารยาทในการเขียน
วฒั นธรรมน่ารู้ อยคู่ ่เู มืองตรงั
ประเพณีถือศีลกินผกั หรือกินเจ
ประเพณี “ถือศีลกินผัก” หรือ “กินเจ” สืบทอดกันมารอ้ ยกว่าปี
ประเพณีน้ ีเร่ิมประมาณ พ.ศ. ๒๔๔๗ จดั ระหว่างวนั ข้ ึน ๑-๙ คา่ เดือน
๙ ของจีน หรือราวเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี นับเป็ น
ชว่ งเวลาการบชู าเทพเจา้ แหง่ ดาวนพเคราะหท์ ้งั ๙ ตามความเช่ือแบบจีน
ในพิธีกินเจจะมีสมาชิกของศาลเจา้ และผูร้ ่วมศรัทธามาร่วมละกิจ
โลกียวตั ร บาเพญ็ ศีล สมาทาน กินเจ บริโภคแต่อาหารผกั ผลไม้ งดเวน้ กิจ
ท่ีจะทาความเดือดรอ้ นแก่ผูอ้ ื่น ซักฟอกมลทินออกจากกาย วาจา ใจ
สวมเส้ ือผา้ สีขาวสะอาดบริสุทธ์ิ กอ่ นเริ่มการกินเจจะมีพิธีเตรียมการหลาย
ข้นั ตอน ที่สาคญั คือการยกเสาตะเกียงหรือคี่เต็งโก ซ่ึงทาในวนั ส้ ินเดือน
ก่อนกินเจ ๑ วนั
ระหว่างพิธีกินเจ จะมีการอัญเชิญเทพเจา้ มาประทับทรงและออก
เย่ียมลูกหลาน ซึ่งแต่ละศาลเจา้ จะกาหนดวันออกเยี่ยมไปใหต้ รงกัน
โดยจดั ขบวนแห่อย่างมโหฬารไปรอบ ๆ เมือง ในขบวนจะมีมา้ ทรงพรอ้ ม
กับบรรดาสาวกและรูปปฏิมาตัวแทน “เจา้ ” อยู่ใน “เก๊ียว” หรือเกา้ อ้ ี
หาม ออกเย่ยี มเยยี นโปรดสตั วไ์ ปตามอาคารบา้ นเรือน ฝ่ ายเจา้ ของบา้ นก็
จะจดั โตะ๊ บชู าและเตรียมประทดั ไวจ้ ุดตอ้ นรบั บางทีเจา้ ก็จะแสดงอิทธิฤทธ์ิ
ปาฏิหาริยต์ ่าง ๆ โดยใชข้ องมีคมเสียบทะลุเน้ ือหนัง กลบั จากออกเที่ยวก็มี
พิธีลุยไฟ พอถึงวนั ท่ี ๙ คา่ ก็จะมีพิธีส่งเทพเจา้ ท่ีอญั เชิญมา รุ่งข้ ึนยกเสา
ตะเกียงลงเป็ นอนั เสร็จพิธี ท้งั หมดเหล่าน้ ีลว้ นเป็ น อภินิหารท่ีเกิดข้ ึนจาก
ความศรทั ธา
๔๔
วฒั นธรรมน่ารู้ อยคู่ ่เู มืองตรงั
งานเทศกาลหมูยา่ งจงั หวดั ตรงั
งานเทศกาลหมูย่างจังหวัดตรัง จัดข้ ึนเพ่ือเป็ นการส่งเสริ มการ
ท่องเที่ยวของจังหวดั ตรงั ภายในงานมีหมูย่างสูตรพิเศษของเมืองตรงั จาก
รา้ นต่าง ๆ ในจงั หวดั มารว่ มออกรา้ น และมกี ารจดั ขบวนแห่
“ตรงั ” ไดช้ ่ือวา่ เป็ น “เมอื งของคนช่างกิน” เน่ืองจากมีอาหารอรอ่ ยข้ ึน
ชื่อมากมาย โดยหนึ่งในอาหารพ้ ืนเมืองที่มีชื่อเสียงก็คือ หมูยา่ งของชาวตรงั
ซึ่งเป็ นสูตรเฉพาะท่ีตกทอดมากกว่า ๑๐๐ ปี โดยหอการคา้ จังหวัดตรัง
เล็งเห็นว่าหมูย่างของจงั หวดั ตรังน้ัน ถือเป็ นวฒั นธรรมที่มีเอกลักษณ์อัน
สาคัญอย่างหน่ึงของชาวตรัง หากไดร้ ับการสนับสนุนและประชาสัมพนั ธ์
อยา่ งดีแลว้ จะสรา้ งรายไดใ้ หแ้ ก่ผูป้ ระกอบการ รวมท้งั เกษตรกรผู้เล้ ียงสุกร
ขณะเดียวกนั ก็สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวเพ่ือนารายไดเ้ ขา้ สู่จงั หวดั ตรงั
อีกทางหนึ่ง
ดงั น้ัน หอการคา้ จงั หวดั ตรงั จึงไดร้ ิเริ่มจดั เทศกาลหมยู ่างเมืองตรงั ข้ ึน
เป็ นคร้ัง แรกเมื่อปี ๒๕๓๓ โดยจัดในวนั อาทิตยข์ องสัปดาห์แรกในเดือน
กนั ยายนของทุกปี ติดต่อกนั มาถึงปี ที่ ๒๒ ในคร้งั น้ ี ทาใหห้ มูยา่ งของจงั หวดั
ตรังเป็ นที่รูจ้ กั ไปทัว่ ประเทศ และกลายเป็ นของที่ระลึกที่ผู้มาเยือนจังหวดั
ตรงั ซ้ ือหากลบั ไปเป็ นของฝาก
๔๕
วฒั นธรรมน่ารู้ อยคู่ ่เู มืองตรงั
พิธวี ิวาหใ์ ตส้ มุทร
จงั หวดั ตรังเป็ นเมืองที่มีเสน่ห์ ชวนใหผ้ ูค้ นหลงใหลกับความงดงามท่ี
ธรรมชาติบรรจงแต่งแตม้ ท้งั ป่ าเขาที่สมบรู ณ์ดว้ ยพืชพนั ธุน์ านาชนิด เถ่ือนถ้า
ที่ละลานตาไปดว้ ยหินงอกหินยอ้ ย สุดแทแ้ ต่ผูค้ นจะ จินตนาการ น้าตกท่ีไหล
รินออกจากขุนเขาเกิดเป็ นสายน้าอนั ฉา่ เยน็ ประกอบกบั ตรงั เป็ นดินแดนที่ติด
ทะเลทางฝั่งอันดามันทอดเป็ นแนวยาว จึงมีหาดทรายขาวสะอาด และ
ดารดาษไปดว้ ยเกาะแก่ง เป็ นแหล่งกาเนิดของแนวปะการงั ท่ีสวยงาม อันเป็ น
ท่ีอยอู่ าศยั ของฝงู ปลาและสิ่งมีชีวติ น้อยใหญ่ เป็ นท้งั บา้ น และที่หลบภยั ในยาม
มรสุม ซ่อนความงดงามของธรรมชาติไว้ ยามเม่ือถึงช่วงเวลาท่ีทอ้ งฟ้ าใสใน
เหมนั ตฤ์ ดู ทอ้ งทะเลสีเขียวมรกตอนั สงบไรค้ ลื่นลมแปรปรวน ท่ามกลางความ
สดชื่นของมวลหม่พู นั ธุไ์ มแ้ ละ สรรพสตั ว์ บรรยากาศของเมืองตรงั ในยามน้ ียิ่ง
มีเสน่หด์ ึงดูดผูค้ นจากทวั่ ทุกสารทิศ โดยเฉพาะช่วงน้ ีของทุกปี เป็ นหว้ งเวลาท่ี
ดอกศรีตรงั กาหลงั ผลิดอกสีมว่ งสดใส พรอ้ มเผยโฉมตอ้ นรบั ใหผ้ ูค้ นไดเ้ ดินทาง
เขา้ ไปสมั ผสั และชมความงดงาม
จุดเร่ิมตน้ ยอ้ นกลบั ไปเมือ่ ตน้ ปี ๒๕๓๙ จงั หวดั ตรงั เป็ นท่ีรูจ้ กั ของคนทวั่
โลกในฐานะท่ีได้สรา้ งตานานรักอันยิ่ง ใหญ่เป็ นคร้ังแรกของโลก ภ ายใต้
ทอ้ งฟ้าสีครามและทะเลสีเขียวมรกตท่ีสวยงามของทะเลเมืองตรัง ซึ่งเป็ น
จุดเริ่มต้นที่เป็ นความประทับใจมิรูล้ ืมของคู่รักหนุ่มสาวนั กดาน้า คู่หนึ่งท่ี
หลงใหลความงดงามของ โลกใตท้ อ้ งทะเลและจากกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์
เพ่อื อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ ใตท้ อ้ งทะเล
๔๖
วฒั นธรรมน่ารู้ อยคู่ ่เู มืองตรงั
พิธีวิวาหใ์ ตส้ มุทร
พิธีวิวาหใ์ ตส้ มุทร ซึ่งพิธีท่ีจงั หวดั ตรงั
ได้จัดข้ ึน นอกจากจะสร้างช่ือเสียงใหก้ ับ
ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ จัง ห วัด ใ น ฐ า น ะ ท่ี จัด พิ ธี จ ด
ทะเบียน สมรสใต้สมุทร เป็ นแห่งแรกใน
โลกแลว้ ในปี ต่อ ๆ มายงั ไดส้ รา้ งช่ือเสียงจน
ไดร้ บั การบนั ทึกเป็ นสถิติโลกในหนังสือ กิน
เนส เวิลด์ เรคคอร์ด (Guinness World
Records) วา่ เป็ นวิวาหใ์ ตส้ มุทรที่ใหญ่ท่ีสุด
ในโลกในฐานะที่มีคู่สมรสเขา้ ร่วมแต่งงาน
ใตน้ ้ามากท่ีสุด และยงั เปิ ดโอกาสใหผ้ ูพ้ ิการ
ไดเ้ ขา้ ร่วมในพิธีดว้ ย ซ่ึงเม่ือถึงเทศกาลวนั
แหง่ ความรกั จะมีการจดั พธิ ีดงั กลา่ ว เรียกวา่
เป็ นประเพณีของจงั หวดั ตรงั หนุ่มสาวคู่รัก
มากมายต่างหมายจะไดไ้ ปเยือน เพื่อเติม
เต็มความรักใหแ้ ก่กัน และร่วมสรา้ งความ
ประทบั ใจ ในดินแดนท่ีเต็มไปดว้ ยกล่ินอาย
แหง่ ความรกั
(ท่ีมา : https://www.matichon.co.th/news-monitor/n1) ๔๗
การเขียนเรียงความ
การเขียนเรียงความ เป็ นการเขียนบรรยาย เพื่อถ่ายทอดความรู้
ความคิด ความรูส้ ึก หรือประสบการณ์ของผูเ้ ขียนสู่ผูอ้ ่าน การเขียน
เรียงความ ผูเ้ ขียนจะตอ้ งเรียบเรียงดว้ ยสานวนภาษาของผูเ้ ขียนเอง
โดยใชก้ ระบวนการคิดที่สมพนั ธก์ บั ช่ือเรื่องละมีทักษะในการเขียนดว้ ย
การเลือกสรรคาที่เหมาะสมและสรา้ งสรรค์ อีกท้ังสามารถจูงใจให้
ผอู้ า่ นเกิดความรสู้ ึกสนใจที่จะอา่ น
สว่ นประกอบของเรียงความ
๑. ชื่อเรื่อง การต้งั ช่ือเรื่อง ควรใชถ้ อ้ ยคากะทดั รดั ซึ่งเป็ นความคิดรวบยอด
๒. คานา เป็ นสว่ นสาคญั ต่อการเขียนเรียงความ เพราะจะช่วยเรา้ ความสนใจ
ใหก้ บั ผอู้ า่ น และเป็ นการนาเขา้ สเู่ ร่ือง ตลอดจนเป็ นสว่ นที่แนะนาใหผ้ อู้ ่าน
ทราบเคา้ โครงของเรียงความ
๓. เน้ ือเรื่อง เป็ นสว่ นที่ขยายความจากคานา โดยแยกแยะเกี่ยวกบั รายละเอียด
ต่าง ๆ ส่วนเน้ ือเรื่องอาจจะมีหลายยอ่ หน้า ข้ ึนอยกู่ บั เร่ืองทเี่ ขียน
๔. สรุป เป็ นสว่ นสุดทา้ ยที่เน้นสาระของเร่ืองท่ีจะสรุปประเด็นหรือขอ้ คิดของ
เรื่องก็ได้ ควรใชถ้ อ้ ยคากะทดั รดั
๔๘
การเขียนเรียงความ
หลกั การเขียนเรยี งความท่ีดี
๑. คน้ หาขอ้ มลู เก่ียวกบั เร่ืองที่จะเขียนจากแหลง่ การเรียนรตู้ ่าง ๆ
๒. ลาดบั ความคิดกาหนดแนวทางที่จะเขียนจดั ทาเป็ นโครงเรื่องโดยทา
เป็ นหวั ขอ้
๓. นาโครงเรื่องมาเขียนร่างเป็ นยอ่ หนา้ ๆ ใหม้ คี วามสมั พนั ธก์ นั
ตามลาดบั ข้นั ตอนอยา่ งต่อเนื่อง
๔. นาสิ่งที่เขียนร่างมาปรบั ปรุงแกไ้ ขใหเ้ ป็ นเรียงความที่สมบรู ณ์
๕. ปรบั ปรุงแกไ้ ขถอ้ ยคาสานวนใหถ้ ูกตอ้ งสละสลวย
๔๙
การเขียนเรียงความ
ข้นั ตอนการเขียนเรียงความ
การเขียนเรียงความมีข้นั ตอน ดงั น้ ี
๑. แบง่ ส่วนต่าง ๆ เป็ น ๓ สว่ น ไดแ้ ก่ สว่ นนาเรื่องหรือคานา เน้ ือเร่ือง และ
ส่วนสรุปเร่ือง แลว้ วางเคา้ โครงเรื่องในแต่ละสว่ น วา่ จะกล่าวถึงอะไรบา้ ง
เพ่อื นช่วยใหก้ ารเขียนเป็ นไปตามลาดบั ความคิด
๒. เขียนรา่ งรายละเอียดตามโครงเร่ืองที่กาหนดไวใ้ นแต่ละส่วน
๓. เขียนเป็ นขอ้ ความติดต่อกนั ตลอดเร่ืองตามรายละเอียดที่รา่ งไว้ และแกไ้ ข
เพมิ่ เติมใหแ้ ต่ละส่วนมคี วามเชื่อมโยงกนั
๔. อ่านทบทวน แกไ้ ขขดั เกลาภาษาสานวนใหถ้ ูกตอ้ ง สละสลวย
ลกั ษณะของการเขียนเรียงความทดี่ ี
เรียงความที่ดีมลี กั ษณะ ดงั น้ ี
๑. เขียนไดถ้ ูกตอ้ งตามรูปแบบของเรียงความ คือ คานา เน้ ือเร่ือง และสรุป
๒. มีเน้ ือหาสาระท่ีถูกตอ้ ง ชดั เจน
๓. ใหข้ อ้ คิดหรือแสดงความคิดเห็น
๔. ใชส้ านวนภาษาไดอ้ ยา่ งสละสลวย และสอดคลอ้ งกบั เรื่อง
๕๐
ตวั อยา่ งเรียงความ
ตวั อยา่ งท่ี ๑
หอศิลป์ ที่มีช้ ินงานเป็ นความทรงจา
ยา่ งเขา้ เดือนสิบเอ็ดแลว้ แต่ฝนเจา้ กรรมก็ยงั โปรยปรายและไม่มีที
ท่าว่าจะหยุดหย่อนเอาเสียเลย จนทาใหห้ ลายพ้ ืนท่ีประสบอุทกภัยมาก
บา้ ง นอ้ ยบา้ งแตกต่างกนั ไป บางวนั ก็ตกหนักจนมดื ฟ้ามวั ดิน บางวนั ก็ตก
พรา ๆ พอใหอ้ ากาศเย็นสบายน่านอน บางวนั ก็ตกในเวลาที่ทาให้คนอื่น
เดือดรอ้ นไปทวั่ แต่บางเวลา สายฝนก็มาพรอ้ มความเหงาท่ีจบั ข้วั หวั ใจ
หลายคนเคยไดย้ ินคากล่าวท่ีว่า เหรียญไม่ไดม้ ีเพียงด้านเดียวคง
เช่นเดียวกนั กบั ทอ้ งฟ้า เคยมองข้ ึนไป บนฟ้านัน่ ใช่ไหม แลว้ เห็นอะไรบา้ ง
หากมองท้องฟ้าจากจุดท่ียืนอยู่ อาจจะเห็นท้องฟ้าสว่างสดใสมี เมฆ
สวยงามหน้าตาหลากหลาย อาจจะเห็นนก อาจจะเห็นเครื่องบิน อาจจะ
เห็นดวงดาว แต่ ณ เวลาเดียวกนั น้ัน ในอีกซีกโลกหนึ่ง อาจจะเห็นเพียง
ทอ้ งฟ้ายามราตรีท่ีมดื มิดในหว้ งอวกาศ อาจจะมองไมเ่ ห็นกอ้ นเมฆเลยเสีย
ดว้ ยซ้า หรืออาจจะเห็นฟ้าท่ีมืดคร้ ึมไปทวั่ ท้งั ผืน แลว้ คิดวา่ มนั แตกต่างกนั
ออกไปไหม เราต่างคนก็ต่างมองเห็น ส่ิงต่าง ๆ บนทอ้ งฟ้าท่ีต่ างกัน
ถึงแมว้ า่ ทา้ ยท่ีสุดเราก็อยใู่ ตท้ อ้ งฟ้าผืนเดียวกนั แมแ้ ต่ทอ้ งฟ้าผืนเดิมผืนน้ ี
เรายงั สามารถมองเห็นอะไรท่ีต่างกนั ไปอีกมากมาย เพียงแค่เพราะวา่ จุด
ท่ีเรายืน มุมที่เรามอง ส่ิงท่ีเราเห็น มันไม่เหมือนกัน ท้องฟ้าก็เหมือน
เหตุการณ์อยา่ งหนึ่ง เปลี่ยนแปลงไปตามมุมท่ีไดม้ อง แลว้ คนมองเป็ นคน
เลือก และเป็ นคนตดั สินใจท่ีจะมองเหตุการณน์ ้ัน ๆ จากมุมมองใดมุมมอง
หนึ่งเอง ไม่มีใครสามารถบงั คบั ได้ เพียงแค่ ตอ้ งเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า
ทอ้ งฟ้าไมไ่ ดเ้ หมอื นกนั เสมอไป
๕๑
ตวั อยา่ งเรยี งความ
จาไดว้ ่าทุกเรื่องมีสามมุมมองเสมอ มุมมองของเรา มุมมองของคนอื่น
และมุมมองท่ีเกิดข้ ึนจริง เม่ือวยั เด็กฉันเป็ นคนที่มองแต่จากมุมของตัวเอง
มองแค่จากจุดที่ฉันยืนอยู่ ฉันไม่เคยคิดที่จะทาความเขา้ ใจ และเรียนรูก้ ับ
มุมมองของคนอื่นไมเ่ คยแมแ้ ต่จะถามวา่ จากมุมน้ันทอ้ งฟ้าที่เห็นเป็ นอยา่ งไร
เป็ นทอ้ งฟ้าที่สดใสหรือเป็ นทอ้ งฟ้าท่ีมืดคร้ ึม แลว้ วนั หนึ่ งหญิงสาวผูแ้ สนใจดี
ทากบั ขา้ วอร่อยและเป็ นหญิงสาวที่ฉนั รกั มากที่สุด ในชีวิต เธอบอกกบั ฉันวา่
ใหฉ้ ันเปิ ดใจเรียนรูท้ ี่จะมองจากมุมของคนอื่นบา้ ง อย่ามองแค่มุมเพียงมุม
เดียวของตวั เอง ลองทาความเขา้ ใจกบั ส่ิงที่คนอื่นกาลงั คิดอยู่ ทอ้ งฟ้าท่ีฉนั เห็น
อาจจะเป็ นฟ้าหลงั ฝนที่กาลงั จะสดใส พอใหม้ องเห็นสายรุง้ ทาบทบั อยู่ แต่ใน
ขณะเดียวกนั น้ัน ทอ้ งฟ้าของอีกคนอาจจะกาลงั มมี รสุมท่ีพดั ปกคลุม ก็เป็ นได้
ฉนั มกั จะเคยชินกบั การเงยหน้ามองข้ ึนไปมองทอ้ งฟ้า ไมว่ า่ จะกลางวนั
กลางคืนหรือทอ้ งฟ้าช่วง เวลาไหน หากวนั ใดทอ้ งฟ้าสดใสไรเ้ มฆฝน แดดส่อง
จนอาจทาให้ร้อน วันน้ันท้องฟ้ าจะสวยเป็ นพิเศษ สวยจน อดใจยก
โทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเก็บไวเ้ สียไม่ได้ แต่หากวนั ใดทอ้ งฟ้ าหม่น เต็มไป
ดว้ ยเมฆฝน ทอ้ งฟ้าก็จะสวย ไปอีกรูปแบบหน่ึงเชน่ เดียวกนั ฉนั มองวา่ ทอ้ งฟ้า
ลว้ นแลว้ แต่มีเสน่หใ์ นแบบฉบบั ของมนั ทุกคร้งั ท่ีฉันเดินทางฉันมีทอ้ งฟ้าเป็ น
เพ่ือน เพื่อนร่วมทางท่ีไม่เคยทอดท้ ิงฉัน จะข้ ึนเหนือหรือล่องใตก้ ็ไปดว้ ยกนั
ทุกท่ีและทุกเวลา ไมเ่ คยหายลบั ไปจากสายตาไดเ้ ลย
๕๒
ตวั อยา่ งเรยี งความ
จิตใจของเราในทุกวนั เปล่ียนแปลงไปตามสภาวะรอบตวั บางคร้งั ฉัน
ก็อดจะเปรียบเทียบชีวิตตัวเอง กับท้องฟ้าเสียไม่ได้เปล่ียนแป ลงตาม
กาลเวลา ไม่เคยหยุดน่ิง มีมืด มีสวา่ ง มีสดใสบา้ ง มีหมน่ หมองบ้าง มอง ๆ
ไปก็ช่างคลา้ ยกบั ชีวิตเราเสียเหลือเกิน บางวนั ก็ดูทอแสงสวา่ งสดใส เปรียบ
ดงั่ วนั ที่ดาเนินไปอยา่ ง ราบรื่นไม่มีอะไรติดขดั เหมือนกบั วนั ไหนเจอเรื่องดี
ย้ ิมได้ จิตใจก็สดใส มีความสุขตลอดท้ังวัน แต่บางวันก็ดู มืดคร้ ึมเป็ น
สญั ญาณเตือนใหร้ ูว้ า่ พายุฝนกาลงั จะโหมกระหนา่ เปรียบดงั่ วนั ท่ีดาเนินไป
อย่างมีปัญหาและมี อุปสรรคที่คอยขัดขวางใหเ้ ป็ นไปอย่างยากลาบาก
เช่นเดียวกับวันไหนเจอเร่ืองไม่ได้ดัง่ ใจ จิตใจก็หม่นหมอง บ้างไปตาม
สภาพการณ์ แน่นอนว่าเราจะเลือกทอ้ งฟ้าใหเ้ ป็ นไปตามที่ใจเราต้องการ
ไม่ไดเ้ หมือนดงั่ ช่วงชีวิต ของเราในแต่ละวนั วนั ท่ีมีเรื่องดีๆ เกิดข้ ึนช่างเป็ น
วนั ที่สดใสเหลือเกิน แต่ไม่ไดห้ มายความว่าวนั ท่ีมีเร่ืองแย่ เกิดข้ ึน ทุกอย่าง
จะแย่ไปเสียหมด ฉันพรอ้ มเขา้ ใจและเรียนรูท้ ี่จะยอมรับทุกความสุข ความ
ทุกขท์ ี่ผ่านเขา้ มา ในชีวติ แลว้ ย้ มิ รบั ใหก้ บั มนั อยา่ งจริงใจ
ฉันอาจจะไม่ใช่คนที่เข้าใจทุกเรื่องของโลกใบน้ ีไม่ได้เข้าใจบาง
เหตุการณ์ที่เกิดข้ ึนกบั ชีวิตของฉัน มากนัก แต่ฉันเขา้ ใจว่าทุกอยา่ ง เกิดข้ ึน
เพอื่ สอนใหฉ้ นั เองน้ันเขม้ แข็งมากข้ ึน อดทนมากข้ ึน และคอยขดั เกลา ใหฉ้ ัน
เป็ นฉนั ที่เจริญเติบโตข้ ึนอยา่ งเขม้ แข็งและสง่างาม ภายใตท้ อ้ งฟ้าที่ไม่มีอะไร
แน่นอนน้ ีหากแต่แทท้ ี่ จริงแลว้ ทอ้ งฟ้าเป็ นเพียงแก๊สบางเบา ไม่มีสี ไม่
สามารถจบั ตอ้ งไดแ้ ลว้ การยดึ ติดกบั ความสวยงามหรือความ หม่นหมองของ
ทอ้ งฟ้าน้ันจะมีประโยชน์อะไร
๕๓
ตวั อยา่ งเรียงความ
หลายสิ่งท่ีลว้ นผ่านเขา้ มาในชีวิตของฉัน แลว้ มกั จะผ่านออกไปราว
กบั สีสนั บนฟากฟ้าที่แปรเปลี่ยน ตามกาลเวลา ความสุขท่ีคงมีอยกู่ ็เหมือน
ภาพถ่ายทอ้ งฟ้าท่ีฉันมกั จะถ่ายเก็บเอาไวเ้ ป็ นความทรงจา ความเศรา้ ที่
ฉนั กา้ วผ่านมา ก็เปรียบเหมือนดงั่ ชว่ งเวลาที่สีสนั บนทอ้ งฟ้าเร่ิมเปลี่ยนผนั
แปรเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็ นสีส้ม ก่อนจะค่อย ๆ แทรกสีแดงและสีม่วง
จากน้ันจงึ กลายเป็ นสีดาของยามคา่ คืน หากแต่สีดาของฟากฟ้าน้ัน ก็ยงั คง
ไม่ดาสนิทเสียทีเดียว เพราะมนั ยงั มีความสุขเล็ก ๆ นับลา้ น ๆ ดวง คอย
ส่องแสงประกายระยิบระยบั ใหง้ ดงามอยู่เสมอ แมจ้ ะมีกอ้ นเมฆหนาบาง
ลอยเคล่ือนบดบงั บา้ ง แต่ฉันก็ยงั สามารถรบั รูไ้ ดว้ า่ ความสวยงาม น้ัน จะ
คงอยแู่ ละตราตรึงในใจฉนั ทุกคืนวนั ตลอดไป และส่ิงน้ ีคือส่ิงที่ทาใหฉ้ นั รกั
และหลงใหลในความงดงาม ของทอ้ งฟ้าต่อใหม้ นั เป็ นเหมือนความสุขเล็ก
ๆ ก็ตาม หากแต่ความสุขเล็ก ๆ น้ันกลบั เห็นไดอ้ ยา่ งง่ายดาย เพียงแค่เงย
หนา้ ข้ ึนมองทอ้ งฟ้า
กณภทั ร ทองดียงิ่
๕๔
ตวั อยา่ งเรยี งความ
ตวั อยา่ งท่ี ๒
ความไม่ปกติท่ถี ูกสงั คมไทยทาใหป้ กติ
หากวนั หนึ่งถูกคุกคามทางเพศเราผูซ้ ่ึงตกอยใู่ นสถานภาพดังกล่าวจะ
ทาอย่างไร บางคนอาจพยายามต่อสู้ บางคนอาจพยายามหนีห่าง ในขณะท่ี
บางคนอาจหวาดกลวั จนตัวแข็ง ไม่มีแมก้ ระทัง่ สติท่ีอยู่กับตัว การคุกคาม
ทางเพศเป็ นเร่ืองที่ไม่ปกติ แต่เป็ นเร่ืองที่สามารถเกิดข้ ึนไดก้ บั มนุษยท์ ุกคน
ทุกเพศ ทุกวยั ทุกท่ีทุกเวลา แมว้ า่ เราจะแต่งตวั มิดชิด หรืออยู่ในสถานที่คน
พลุกพล่านมากเพียงใด การคุกคามทางเพศก็ยงั เกิดข้ ึนได้ เมื่อมนุ ษยท์ ุกคน
มีโอกาสถูกคุกคามทางเพศเท่ากนั หมด ดังน้ันจึงไม่มีอะไรมารบั ประกนั ได้
เลยวา่ ทุกคร้งั ท่ีกา้ วขาออกจากประตูบา้ น เราจะไมถ่ ูกคุกคามทางเพศ
สงั คมไทยถูกแบง่ แยกบทบาทหนา้ ที่และการแสดงออกมาต้งั แต่วัยเด็ก
ผ่านแบบเรียนที่ลา้ สมยั ส่งต่อมาถึงความคิดแบบชายเป็ นใหญ่อย่างไม่รูต้ วั
ถูกปลูกฝังทศั นคติแบบชายเป็ นใหญ่มาอยา่ งยาวนาน สมยั ก่อนผู้หญิงไม่ได้
รบั โอกาสท่ีทัดเทียมกบั ผูช้ าย ผูห้ ญิงส่วนใหญ่ไม่ไดเ้ รียนหนังสือ เพราะถูก
สอนวา่ เป็ นผหู้ ญิงมีหนา้ ที่ทางานบา้ น ตอ้ งอยกู่ บั เหยา้ เฝ้ากบั เรือน ส่วนการ
เรียนน้ัน ใหเ้ ป็ นหน้าท่ีของผู้ชาย ผูห้ ญิงต้องอยู่ในกรอบอยู่ในกฎเกณฑ์
ตอ้ งระมดั ระวงั กิริยามารยาทคอยระวงั ตนเองอยเู่ สมอ เพื่อไมใ่ หเ้ กิดเร่ืองไมด่ ี
ไม่งาม ไม่อย่างน้ัน จะเกิดเรื่องเสื่อมเสียมาถึงพ่อแม่และชาติ ตระกูลได้
จนเกิดการเปรียบเปรยว่ามีลูกผูห้ ญิงก็เหมือนมีสว้ มอยูห่ น้าบา้ น ในขณะที่
ผชู้ ายมีอิสระมากกวา่
๕๕
ตวั อยา่ งเรยี งความ
สิ่งเหล่าน้ ีลว้ นแต่ลดทอนคุณค่าของผูห้ ญิง และยกยอความเป็ นชายจน
เกินเหตุ ทาใหผ้ ูช้ ายรูส้ ึกวา่ ตนเป็ นใหญ่เหนือเพศตรงขา้ ม เกิดการกดขี่ข่มเหง
และแสดงออกดว้ ยความรุนแรง แต่ในขณะเดียวกัน ก็พบว่าผูช้ ายก็ถูกทารา้ ย
ด้วยระบบชายเป็ นใหญ่เช่นกัน ผู้ชายจานวนหนึ่งพยายามแสดงออกด้ว ย
ลกั ษณะ นิสยั แบบ “ชายเป็ นใหญ่” เพ่ือใหด้ ูเป็ น “ผูช้ าย” ตามที่สงั คมบ่มเพาะ
มากข้ ึน การหนั ไปด่ืมเหลา้ สูบบุหรี่ เล่นการพนัน กดขี่ผูห้ ญิง นาไปสู่การใช้
ความรุนแรงกบั คนในครอบครวั และคนรอบขา้ ง จึงกลายเป็ นคนท่ีสงั คมมองวา่
เป็ นปัญหา เป็ นคนไม่ดี ซ่ึงตอ้ งยอมรับว่า เราทุกคนตกเป็ นเหย่ือของระบบ
ความคิดแบบชายเป็ นใหญ่ไมใ่ ชแ่ ค่ผหู้ ญิงเท่าน้ัน
ชายเป็ นใหญ่ ระบบคิดที่สรา้ งความไมเ่ ท่าเทียมระหวา่ งหญิงชาย เกิดข้ ึน
และตอกยา้ วา่ เพศหญิง เพศชาย เป็ นสิ่งท่ีเกิดข้ ึนตามธรรมชาติและส่งผลใหเ้ กิด
ความไม่เท่าเทียมกนั ระหวา่ งเพศ ส่งผลสู่ความรุนแรงในครอบครัว การแกไ้ ข
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และความไม่เท่าเทียมทางเพศจึงตอ้ งแกไ้ ข
ดว้ ยกนั ท้งั ระบบส่ิงสาคญั คือการลบลา้ งระบบความคิดแบบชายเป็ นใหญ่ และ
ทาใหผ้ ชู้ ายไดร้ บั รวู้ า่ พวกเขากาลงั ตกเป็ นเหย่ือของระบบน้ ี ปรบั เปล่ียนทศั นคติ
และสรา้ งความเขา้ ใจวา่ ทุกเพศมคี วามเท่าเทียม ตอ้ งเคารพซ่ึงกนั และกัน ถึงแม้
จะเป็ นเรื่องยาก แต่ไมใ่ ช่เร่ืองที่เป็ นไปไมไ่ ด้
กณภทั ร ทองดียงิ่
๕๖
กิจกรรมทา้ ยเร่อื ง
คาสงั่ : ใหน้ ักเรียนเขียนเร่ืองจากคาท่ีกาหนดใหต้ ามความคิดของ
นักเรียน พรอ้ มท้งั ต้งั ช่ือเร่ืองใหเ้ หมาะสม
(ท่ีกาหนด: วฒั นธรรม จงั หวดั ฉนั )
ช่ือเร่ือง ..........................................
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
๕๗
กิจกรรมทา้ ยเรื่อง
คาสงั่ : ใหน้ ักเรียนเขียนเรียงความหวั ขอ้ เร่ือง “ทอ้ งถ่ินฉนั มีดี”
ช่ือเร่ือง ..........................................
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………….
๕๘
บรรณานุกรม
จงั หวดั ตรงั Trang province. (ม.ป.ป.). ประเพณี วฒั นธรรม เทศกาล. ตรงั :
สานักงานจงั หวดั ตรงั สืบคน้ เมื่อ 5 พฤศจกิ ายน ๒๕๖๔, จาก
https://ww2.trang.go.th/frontpage.
บุญนา ทองดียงิ่ . (ผูใ้ หส้ มั ภาษณ)์ , กณภทั ร ทองดียงิ่ (ผูส้ มั ภาษณ)์ , ที่บา้ นเลขท่ี ๙๔
หม่ทู ี่ ๘ ตาบลเขาวิเศษ อาเภอวงั วิเศษ จงั หวดั ตรงั เมื่อวนั ที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๔.
มาโนช ดินลานสกูล. (๒๕๕๕). การเขียนรอ้ ยกรอง. สงขลา : มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ.
วชิรญาณ. (ม.ป.ป.). วรรณกรรมพระยาตรงั . กรุงเทพมหานคร : กองทุนพฒั นาสื่อ
ปลอดภยั และสรา้ งสรรค์ สืบคน้ เมื่อ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔,
จาก https://vajirayana.org.
ศนู ยศ์ ึกษาประวตั ิศาสตรเ์ มืองกนั ตงั . (๒๕๕๗). สถานที่ทอ่ งเทย่ี ว. สืบคน้ เมื่อ ๑
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓, http://www.kantangcity.go.th/travel/detail.
สานักงานวฒั นธรรมจงั หวดั ตรงั . (๒๕๖๐). อาหารพ้ ืนเมือง. ตรงั : กระทรวงวฒั นธรรม
สืบคน้ เม่ือ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔, จาก https://www.mculture.go.th/trang/main.
…ชาตไิ ทยเราน้นั ไดม้ ีเอกราช
มีภาษาศิลปะ และขนบธรรมเนียม
ประเพณีเป็ นของตนเองมาชา้ นาน
หลายทศวรรษแลว้ ท้งั น้ ี เพราะ
บรรพบุรุษของเราไดเ้ สียสละอุทิศ
ชีวิต กาลงั กายและใจ สะสมสิ่ง
เหล่าน้ ีไวใ้ หพ้ วกเรา จงึ จาเป็ นอยา่ ง
ยง่ิ ที่เราจะตอ้ งรกั ษาสงิ่ เหล่าน้ ีไวใ้ ห้
คงทนถาวรเป็ นมรดกของอนุชน
รุน่ หลงั ตอ่ ไป…”
พระราชดารสั พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั
ในพธิ ีเปิ ดพิพิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติ รามคาแหง จงั หวดั สุโขทยั
วนั ที่ ๒๕ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๐๗
ความดีงามกลา่ วอา้ ง ถึงกนั
เป็ นสิ่งมหศั จรรย์ สื่อสรา้ ง
คนไทยร่วมใจกนั สานต่อ
มอบแด่คนรอบขา้ ง เพือ่ ใหส้ ืบไป
ส่ิงถูก
เราคนไทยชว่ ยช้ ี หว่ งให้
จากพอ่ แมถ่ ึงลกู เพาะบม่
มอบเป็ นส่ิงพนั ผกู ชวั่ ฟ้าดบั ไป
ขอต่อสืบสานไว้ ยนื ยง
กอ่ เก้ ือ
ความเป็ นไทยแน่แท้ สานต่อ
ไทยชว่ ยกนั ดารง พีน่ อ้ งผองไทย
จบั มอื ร่วมประสงค์
มอบแด่ชนชาติเช้ ือ นิตยา ทองดียง่ิ
เลา่ เร่อื ง