คมู่ อื การเขียนโครงงานคอมพวิ เตอร์
ประกอบวชิ าโครงงานสรา้ งสรรค์
คุณครรู ัตติยา พุ่มพวง
ตำแหน่ง ครู
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรียนสายปญั ญารงั สิต
สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษาปทมุ ธานี
รปู แบบการเขยี นโครงงาน
รปู แบบของรายงานโครงงานคอมพวิ เตอร์ กำหนดไวเ้ ปน็ 3 ส่วน คอื ส่วนนำ ส่วนเนื้อเรอื่ ง และสว่ นอา้ งอิง
1. ส่วนนำประกอบด้วย
1.1 ปกนอก
1.2 ใบรองปก
1.3 ปกใน
1.4 บทคดั ย่อ
1.5 กติ ติกรรมประกาศ
1.6 สารบญั
1.7 คำอธบิ ายสัญลักษณ์และคำยอ่ (ถา้ ม)ี
1.1 ปกนอก
ปกนอกเปน็ ส่วนที่ควรเน้นความเรียบรอ้ ยสวยงามเปน็ พิเศษ โดยท่ัวไปนยิ มใช้กระดาษ
ขนาด 120 แกรม พมิ พ์ตวั อกั ษรด้วยสสี ภุ าพ หรอื ใช้กระดาษสี ขอ้ ความบนปกนอกประกอบดว้ ยขอ้ ความเรยี ง
ตามลำดบั ดงั น้ี
1) ตราโรงเรียน
2) ช่อื เร่ืองโครงงานคอมพวิ เตอร์
3) ชือ่ นกั เรียนผู้จดั ทำโครงงานทกุ คน โดยระบคุ ำนำหน้าชื่อ ชอ่ื ตวั และช่อื สกุล และใส่คำว่า
โดย” ก่อนพิมพช์ ื่อผูท้ ำโครงงาน
4) ขอ้ ความทีบ่ อกใหท้ ราบถึงโอกาสในการทำโครงงาน คอื “รายงานน้ี เปน็ สว่ นหนึง่ ของ
รายวชิ า……………………………..............................……ตามหลักสูตร………………………………............................………….
โรงเรียน………………………………………………………….............................................……..ภาคเรยี นที่……...............……
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท…่ี ……………..ปีการศึกษา………………”
ขอ้ ความทัง้ หมดบนปกนอกควรจัดเรียงใหก้ ระจายอย่บู นปก ไดร้ ะยะท่ีสวยงามใชข้ นาด
ตวั อกั ษรที่พอเหมาะ ดงึ ดดู ความสนใจ และเว้นระยะห่างให้สมดุล
2
1.2 ใบรองปก
เป็นกระดาษ A4 สีขาว ขนาด 80 แกรม ไมพ่ ิมพข์ ้อความใดๆ จำนวน 1 แผน่ ใสไ่ วถ้ ัดจากปก
นอก ถ้าเป็นปกออ่ นและรายงานมีความหนาสันปกไมเ่ กนิ 0.5 เซนตเิ มตร อาจไมต่ อ้ งใสใ่ บรองปก
1.3 ปกใน
ขอ้ ความทั้งหมดบนปกในควรจัดเรียงใหก้ ระจายอยูบ่ นปก ไดร้ ะยะท่สี วยงาม ใชข้ นาดตวั อกั ษร
ทพ่ี อเหมาะ ดงึ ดูดความสนใจ และเว้นระยะหา่ งให้สมดลุ ขอ้ ความท่ีเพมิ่ เตมิ จากปกนอก คือ ครทู ีป่ รกึ ษา ในกรณที ่ี
มีที่ปรกึ ษาจากหน่วยงานนอกโรงเรยี น หรือที่ปรึกษาพเิ ศษ ซึง่ อาจมาจากมหาวทิ ยาลยั หรือหน่วยงาน หรอื เป็นผ้รู ู้
ผู้เชย่ี วชาญ หรือนักวชิ าการอสิ ระอนื่ ๆ กอ็ าจเขียนหัวข้อทีป่ รึกษาพิเศษ หรอื เขียนใหส้ อดคลอ้ งกับสถานะของท่ี
ปรกึ ษานนั้ ๆ อยา่ งไรก็ดนี ักเรยี นควรมีครูท่ีปรกึ ษาจากโรงเรียนของนักเรยี นอยูด่ ว้ ย
1.4 บทคัดยอ่ (abstract)
บทคัดย่อ เปน็ ข้อความโดยสรุปของรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ที่สั้นได้ใจความชัดเจน อธิบาย
ถงึ ท่มี าและความสำคัญของโครงงาน วัตถปุ ระสงค์ วิธดี ำเนินการ และผลท่ไี ด้ ตลอดจนข้อสรุปต่างๆ อย่างย่อ
(ประมาณ 250-400 คำ)
1.5 กติ ตกิ รรมประกาศ
กติ ตกิ รรมประกาศเป็นส่วนท่ผี ทู้ ำโครงงานเขยี นแสดงความขอบคณุ บคุ คล สถาบัน หน่วยงานท่ี
ใหค้ วามช่วยเหลอื ให้ความรว่ มมอื ท้ังในการค้นควา้ ความรู้ การดำเนนิ งาน ให้ขอ้ คิดเหน็ และให้ขอ้ มลู การเขยี น
กติ ติกรรมประกาศเปน็ การแสดงถึงจรรยาบรรณทางวชิ าการที่ผู้ทำโครงงานควรถือปฏิบตั ิ ข้อความท่เี ขยี นควรเป็น
ภาษาทางวิชาการ ไม่ใช้ภาษาพูดและคำสแลง การระบุชอื่ บุคคลให้ระบทุ งั้ ช่ือ นามสกุล และคำนำหนา้ ถา้ เปน็
บุคคลทม่ี ยี ศ/ ตำแหนง่ หน้าทก่ี ารงานใหร้ ะบไุ ว้ด้วย หากต้องการแสดงความขอบคุณบุคคลในครอบครัวใหจ้ ดั ไว้ใน
ลำดบั สุดทา้ ย
1.6 สารบญั
สารบญั เปน็ สว่ นทแ่ี สดงลำดบั หนา้ ของรายงานท้ังฉบับ ซง่ึ ประกอบดว้ ยส่วนนำ ส่วนเน้ือเร่ือง
และ ส่วนอา้ งองิ ในส่วนนำใหใ้ ช้เปน็ ตัวอกั ษร โดยเร่ิมบทคัดย่อเป็นหนา้ ก ส่วนเนือ้ เรอื่ ง และส่วนอา้ งองิ ใหใ้ ช้เป็น
ตวั เลข ในสว่ นของรายงานโครงงานทม่ี ีการแสดงผลเป็นตารางและภาพ (รปู ภาพ แผนท่ี แผนภูมิ กราฟ ฯลฯ) ใน
หัวขอ้ สารบัญตอ้ งมหี วั ขอ้ สารบญั ตาราง และสารบญั ภาพเปน็ หวั ขอ้ ย่อย แม้จะมี จำนวนเพียง 1 ตาราง / ภาพ ก็
ตาม) สารบญั ตาราง (ถ้ามี) สารบญั รปู ภาพ (ถ้ามี
3
1.7 คำอธบิ ายสัญลักษณแ์ ละคำยอ่
เป็นสว่ นทอี่ ธบิ ายถงึ สัญลกั ษณแ์ ละคำยอ่ ต่างๆ ที่ใชใ้ นการทำโครงงาน เพ่อื ชแี้ จงให้ผูอ้ า่ นเกดิ
ความเข้าใจทีต่ รงกัน เช่น BK = กรงุ เทพมหานคร, CO = แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์, + = พบแบคทีเรยี จำนวน 1-
5 โคโลน,ี ++ = พบแบคทเี รียจำนวน 6-10 โคโลนเี ป็นตน้
2. ส่วนเน้ือเรอื่ ง ส่วนนี้กำหนดใหท้ ำแบบเปน็ บท จำนวน 5 บท ประกอบดว้ ย
2.1 บทที่ 1 บทนำ
2.2 บทที่ 2 เอกสารท่เี กยี่ วข้อง
2.3 บทท่ี 3 อปุ กรณแ์ ละวิธดี ำเนนิ การ
2.4 บทท่ี 4 ผลการดำเนนิ งาน
2.5 บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
บทท่ี 1 บทนำ
1.1 ที่มา และความสำคญั ของโครงงาน
กลา่ วถงึ ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหาหรือส่ิงท่ีสนใจศึกษา หรอื สงิ่ ทีต่ อ้ งการ
ปรับปรงุ โดยอธิบายในภาพกว้างกอ่ นจากน้นั จงึ เชื่อมโยงเขา้ สหู่ วั ข้อโครงงาน อธบิ ายถึงความเปน็ มาเก่ียวกับเรอื่ ง
ปัญหาทส่ี นใจจะศึกษาวา่ มีความเป็นมาอย่างไร มอี ะไรเป็นเหตุจูงใจทท่ี ำให้ผู้เรียนสนใจเปน็ พิเศษ และเหตุใดจึงได้
เลือกทำโครงงานน้ี โครงงานนม้ี คี วามสำคญั อยา่ งไร มีหลกั การ หรือทฤษฏีอะไรบ้างที่เก่ียวข้อง เป็นเร่อื งที่คิดข้ึน
ใหม่ หรือเปน็ ท่ศี กึ ษาตอ่ ยอดจากโครงงานเดิมทีเ่ คยทำมาแลว้ หรอื อาจเปน็ การทำซ้ำเพ่อื ตรวจสอบผลอีกคร้งั
กไ็ ด้
1.2 วตั ถปุ ระสงค์
วัตถุประสงค์ เป็นการระบุถึงสงิ่ ทตี่ ้องการพฒั นาขึน้ เมอ่ื สิน้ สดุ โครงงาน ทั้งในเชิงปรมิ าณและ
คณุ ภาพ แตไ่ ม่ใชน่ ำเอาประโยชน์ท่ีจะเกดิ ขึน้ จากการทำโครงงานมาเขียนเป็นวตั ถุประสงค์ การเขยี นวัตถุประสงค์
อาจเขยี นเปน็ ข้อๆ ได้ โดยตอ้ งสอดคลอ้ งกับสงิ่ ท่จี ะศกึ ษาหรอื ทดลองมกี ารเขยี นท่ีชดั เจน และกระชับ เชน่ เพื่อ
ศึกษา…………..……………. เพื่อพัฒนา……………………. เพ่ืออออกแบบ………….………… เพ่ือสร้าง………………………….
4
1.3 สมมติฐาน (ถา้ ม)ี
สมมตฐิ านคือ การคาดคะเนคำตอบของปญั หาหรอื สิง่ ท่ีเราสนใจศึกษาอยา่ งมีเหตผุ ล ตาม
หลกั การ ทฤษฎี รวมทงั้ ผลการศกึ ษาของโครงงานท่ไี ดท้ ำมาแลว้ การเขยี นสมมตฐิ านควรช้ีแนะ การออกแบบการ
ทดลอง การสำรวจไวด้ ้วย และการทดสอบประสทิ ธิภาพของสิ่งประดิษฐ์
1.4 ตัวแปร (ถา้ มี)
1.5 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ (ถา้ มี)
เป็นการใหค้ วามหมาย หรือคำจำกดั ความของคำศัพทท์ ผ่ี ้ทู ำโครงงานใชใ้ นการทำโครงงาน ซง่ึ
เป็นความหมายเฉพาะงานทท่ี ำ เพื่อให้เกดิ ความเขา้ ใจท่ีตรงกนั ทั้งผทู้ ำโครงงานและผอู้ ่าน เช่น การเจรญิ เตบิ โต
ของต้นคะนา้ หมายถงึ ตน้ คะนา้ มีความสงู ความยาวรอบลำต้น และมีจำนวนใบเพ่ิมขึ้น
1.6 นิยามเชงิ ปฏิบัติการ (ถ้ามี)
เป็นการกำหนดความหมายและขอบเขตของตวั แปรที่อย่ใู นสมมติฐานท่ีต้องการทดสอบให้
เข้าใจตรงกัน และสามารถสงั เกตหรือวดั ได้ โดยใชห้ นว่ ยทเี่ ชอื่ ถอื ได้เปน็ ระบบสากล
ตัวอย่าง สมมตฐิ าน การใสม่ ลู ไก่ในปรมิ าณท่แี ตกตา่ งกัน ทำใหผ้ ักคะนา้ เจรญิ เติบโต
แตกต่างกัน
ตัวแปรต้น มูลไกท่ ใ่ี ส่ใหต้ ้นคะนา้
ตัวแปรตาม การเจริญเตบิ โตของตน้ คะน้า
นิยามเชงิ ปฏิบตั กิ าร
มูลไก่ หมายถึง มูลแห้งของไก่เน้ือ พันธ์โุ รด๊ ไอแลนด์ อายุ 3-6 สปั ดาห์ ที่เล้ยี งด้วยอาหาร
สำเร็จจาก CP
การเจรญิ เติบโตของต้นคะน้า หมายถงึ การวดั ความสูง ความยาวรอบลำตน้ และนบั จำนวน
ใบของต้นคะน้าแต่ละต้นทุกๆ 3 วนั เป็นเวลา 25 วนั แลว้ หาคา่ เฉลี่ย
ต้นคะน้า หมายถงึ ต้นคะน้าทมี่ อี ายุต้ังแต่งอกจากเมลด็ และปลกู มาเปน็ เวลา 20 วนั
5
1.7 ขอบเขตของการดำเนนิ งาน
เพอื่ ให้ไดผ้ ลการศึกษาที่น่าเชือ่ ถอื นกั เรยี นตอ้ งกำหนดขอบเขตการทำโครงงานซง่ึ ไดแ้ กก่ าร
กำหนดประชากรวา่ เป็นส่งิ มีชีวติ หรือสิง่ ไมม่ ชี ีวิต ระบุชอ่ื กลุ่ม ประเภท แหล่งทอี่ ยู่/ผลิต และช่วงเวลาที่ทำการ
ทดลอง เช่น เดือน ปี รวมทง้ั กำหนดกลุม่ ตัวอย่างทม่ี ีขนาดเหมาะสมเป็นตัวแทนของประชากรท่ีสนใจ ศึกษา และ
กำหนดตวั แปรท่ศี กึ ษา ตัวแปรใดท่ศี กึ ษาเปน็ ตวั แปรตน้ ตวั แปรใดท่ศี ึกษาเป็นตัวแปรตาม และ ตวั แปรใดบา้ งเปน็
ตวั แปรควบคมุ เพอื่ เป็นแนวทางการออกแบบการทดลอง ตลอดจนมีผลตอ่ การเขยี นรายงาน การทำโครงงานฯ ที่
ถกู ตอ้ ง สอ่ื ความหมายให้ผฟู้ งั และผ้อู ่านเขา้ ใจตรงกัน
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจยั ที่เก่ยี วขอ้ ง
ประกอบดว้ ยเนื้อหา หรือทฤษฎี จากเอกสารงานวิจัย โครงงานคอมพิวเตอร์ ที่เกีย่ วข้องโดยตรง
กบั โครงงานของนักเรยี นซง่ึ มผี ู้ศึกษาทดลองมากอ่ น และอ้างอิงแหล่งท่มี า นกั เรยี นควรคน้ ควา้ รวบรวมผลงานจาก
งานวจิ ัย หนงั สืออา้ งอิง รวมทัง้ โครงงานย้อนหลังให้ไดม้ าก ทสี่ ดุ และควรเป็นขอ้ มูลทที่ นั สมัย สำหรบั โครงงานใน
ระดบั มัธยมศกึ ษานั้นไม่จำเปน็ ต้องสบื ค้นงานวิจัย และ เอกสารอ้างอิงจนครบถ้วน แตใ่ หพ้ ยายามคน้ หาเทา่ ทจ่ี ะ
ทำได้ โครงงานบางเร่ืองอาจไม่สามารถค้นหา เอกสาร และรายงานการวิจัยทีเ่ ก่ยี วขอ้ งได้ นกั เรียนอาจกลา่ วอ้างถงึ
ผูร้ ู้ ผู้เช่ยี วชาญท่ีเปน็ บุคคล หรอื หนว่ ยงาน อ้างอิงแหลง่ ทม่ี า และเพอื่ ความสะดวกในการเขยี นรายงาน เมือ่ สำรวจ
คน้ ควา้ รวบรวมผลงาน จากหนังสือ ตำรา วารสาร หนังสอื พิมพ์ เอกสารเผยแพร่ หรอื เว็บไซตแ์ ล้ว นักเรียนควร
รวบรวมรายชื่อเอกสารเหล่านนั้ ในรูปแบบทจ่ี ะนำไปเขียนในหัวข้อเอกสารอา้ งอิง
บทที่ 3 อุปกรณ์และวธิ ดี ำเนนิ การ
การเขยี นวธิ กี ารดำเนนิ งาน จำเปน็ ตอ้ งเขยี นเก่ียวกบั วิธีการดำเนนิ การศึกษาคน้ คว้า รูปแบบการ
วจิ ยั ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง เครือ่ งมือที่ใช้ในการวิจยั และการเก็บรวบรวมขอ้ มลู การประมวลผล และ การ
วิเคราะหข์ ้อมูล เพื่อใชย้ ืนยนั ผลการศกึ ษา การวเิ คราะห์ และการอภปิ รายผล และมรี ายละเอียดเพยี งพอ ท่ีผ้สู นใจ
สามารถทำซำ้ ได้ โดยมหี ัวข้อย่อยดงั น้ี
3.1 วสั ดุ /อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมอื พเิ ศษ (ถ้าม)ี
วสั ดุ คือ ส่งิ ของท่ีมีสภาพการใชส้ ิน้ เปลอื งหรอื เสอ่ื มสภาพลงเพราะการใชง้ านโดยมีอายุการใช้
งานน้อยกวา่ 1 ปี อุปกรณ์ คือ สง่ิ ของทม่ี อี ายกุ ารใช้งานนาน คงทน โดยอาจรวมเคร่อื งมือพเิ ศษ ท่หี าไม่ได้ทว่ั ไป
ในโรงเรยี น และหากเปน็ เครอ่ื งมอื มาตรฐานท่ีรู้จักแพรห่ ลายควรระบชุ อื่ บริษัทที่ผลิต รุ่น (model) ถา้ เปน็
เครือ่ งมือทป่ี ระดิษฐข์ ้นึ เองตอ้ งอธิบายหลักการ แบบ และการทำงาน
6
3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน
ในส่วนของขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน นกั เรยี นต้องเขยี นรายงานเรียงลำดบั ตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละ
สมมติฐานใหส้ อดคล้องและครบถ้วน ในการกลา่ วถึงส่ิงเดียวกนั ต้องใช้คำหรอื ข้อความเดยี วกันเสมอ นอกจากน้ี
ควรกล่าวถงึ การออกแบบการสำรวจ ประดิษฐ์ ทดลองทมี่ กี ารควบคมุ ตัวแปรอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม อธบิ ายวิธีการ
และเครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการรวบรวมขอ้ มลู จากการสำรวจ ประดิษฐ์ ทดลอง และสถติ ทิ ีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูลไว้
อย่างชัดเจน
บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน
เปน็ การรายงานผลการศึกษา การสำรวจ ประดิษฐ์ ทดลอง ทนี่ กั เรียนได้ค้นพบดว้ ยตนเอง
รวมทัง้ รายงานผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล ในการรายงานผลการดำเนินงานนต้ี อ้ งเขยี นรายงานตามลำดับหัวขอ้ ให้
สอดคล้องกบั จดุ ประสงค์และวิธกี ารดำเนนิ งาน ควรใช้ข้อความที่กะทดั รดั ใชค้ ำทีต่ รงกับความตอ้ งการท่ีจะส่ือ ให้
ผู้อา่ นเขา้ ใจ อาจมีการจัดกระทำขอ้ มูลและนำเสนอในรูปของตาราง กราฟ ภาพประกอบให้เหมาะสมกบั ธรรมชาติ
ของข้อมูลและความนยิ มของแตล่ ะสาขาวิชาโดยก่อนจะนำเสนอดว้ ยตาราง ภาพ นกั เรียนตอ้ ง อธบิ ายผลการ
ดำเนินงานท่ีไดใ้ หค้ รบถ้วน แลว้ อา้ งถึงตาราง หรือภาพ โดยเขียนเป็น “ดงั ตารางที…่ ” หรอื “ภาพท…ี่ ” อาจ
เรยี งลำดบั เป็นรายบท หรือเรยี งลำดบั ให้ตอ่ เน่อื งตลอดทั้งส่วนเนื้อเรื่อง
บทท่ี 5 สรปุ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ในบทนี้ ต้องเขียนหัวขอ้ เรยี งลำดบั ดังน้ี
5.1 สรปุ ผล
การเขียนสรปุ ผลทไ่ี ดจ้ ากการทำโครงงาน ถา้ มีการตั้งสมมติฐานควรระบุวา่ ผลทไี่ ดส้ นับสนุน
หรือคดั ค้านกับสมมตฐิ าน แล้วสรุปผล เรยี งลำดบั ตามจุดประสงค์และผลการดำเนนิ งานที่ได้
5.2 การอภิปรายผล
การอภิปรายผลการดำเนินงาน เปน็ การอธบิ ายเหตุผลทท่ี ำใหไ้ ด้ผลการพสิ ูจน์ สำรวจ
ประดิษฐ์ ทดลอง อาจคน้ พบองคค์ วามรู้ใหม่ การอภปิ รายผลการดำเนินงานจดั เป็นส่วนทีแ่ สดงถงึ ความรู้และความ
เอาใจใส่ในเร่ืองทศี่ กึ ษาค้นควา้ นกั เรยี นควรสบื คน้ ความรู้ตา่ งๆ มาอา้ งองิ เพอ่ื สนบั สนนุ ผลการดำเนนิ งานวา่ มี
คุณค่า และเชอ่ื ถือได้ ควรอภปิ รายผลการดำเนินงานเรยี งลำดบั ตามประเด็นทร่ี ายงานผลการดำเนินงานไปแล้วใน
บทที่ 4
7
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
ในส่วนของข้อเสนอแนะน้นั ใหเ้ สนอขอ้ ควรปรบั ปรุงแกไ้ ข ปัญหา และอุปสรรค เพอ่ื พฒั นา ต่อ
ยอดองคค์ วามร้ไู ด้ หากมผี ู้ตอ้ งการศึกษาคน้ ควา้ เกยี่ วกับเร่ืองนต้ี ่อไปในอนาคต และเน้ือหาท้งั หมดนจี้ ะตอ้ ง เป็น
เนอ้ื หาสาระทไี่ ดจ้ ากการทำโครงงาน รวมถงึ ประโยชนท์ ่ไี ด้จากการทำโครงงาน
การเขยี นอ้างองิ ในสว่ นเนอื้ เร่อื ง
ในบทท่ี 1 บทที่ 2 หรือบทที่ 5 ทก่ี ลา่ วมาแล้วอาจมีการอา้ งอิงขอ้ มลู ความรู้ จากเอกสาร หนังสือ
ตำรา งานวิจยั หรือแหลง่ ข้อมลู ต่างๆ ซ่งึ การอ้างองิ ดงั กล่าว เรียกว่า การอา้ งองิ ในสว่ นเน้อื เร่ือง ข้อมูลทค่ี วร
อ้างอิง เชน่ คำกลา่ ว ของบุคคลสำคญั ตวั เลขทแี่ สดงจำนวนประชากรท่กี ล่าวถงึ สถานการณป์ ัจจุบันทเ่ี ป็นปญั หา
ผลงานการคน้ ควา้ วิจยั ของบุคคลหรือหนว่ ยงาน โดยในการอ้างองิ นั้นใหน้ ักเรยี นเลือกใช้ระบบการอา้ งองิ ระบบใด
ระบบหน่ึงเพยี งระบบเดียวตลอดการพิมพ์รายงานโครงงาน
ระบบการอ้างอิงในสว่ นเนื้อหา ท่พี บบอ่ ย มี 3 ระบบ คือ
1. ระบบการอ้างอิงแบบนาม-ปี เปน็ การอา้ งถงึ แหลง่ ท่มี าของขอ้ มลู โดยการแทรกเนอื้ หาของ
เอกสารไว้ในเน้ือหา และระบชุ ่อื ผูเ้ ขยี นกับปีทพี่ มิ พไ์ วใ้ นตำแหน่งทีเ่ หมาะสม ซึ่งอาจเป็นตอนตน้ หรือตอนทา้ ยของ
เนื้อหา
2. ระบบการอ้างองิ แบบตัวเลข เป็นการระบุหมายเลขเอกสารหรือแหล่งที่มาของขอ้ มลู ตามลำดับที่
อา้ งองิ
3. ระบบการอ้างองิ แบบเชิงอรรถ เป็นการอ้างองิ แหลง่ ทม่ี าของขอ้ มูลโดยเขียนไว้ท่ีสว่ นล่างของ
หนา้ รายงานเหมือนกับการทำรายการอา้ งองิ ไว้ท้ายเล่ม
หมายเหตุ : สำหรับนกั เรียนใหเ้ ลอื กใช้เพยี ง 2 ระบบ คือ แบบนามปี และแบบตวั เลข
3. สว่ นอา้ งองิ
เปน็ ส่วนทา้ ยของรายงานโครงงาน ประกอบด้วย รายการอ้างอิงหรอื บรรณานกุ รม และภาคผนวก
รายการอา้ งองิ หรือบรรณานุกรม
รายการอา้ งองิ เป็นรายการแสดงรายช่ือหนังสือ ส่ิงพมิ พอ์ ื่นๆ โสตทัศนวัสดุ การสมั ภาษณ์
ฯลฯ ทน่ี ำมาใชป้ ระกอบการทำโครงงาน การลงรายการอา้ งองิ ให้พิมพ์เฉพาะเอกสารทกุ รายการที่มีการอ้างถึงใน
เนอ้ื หาของโครงงานในบทท่ี 1 บทนำ หรือบทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยท่เี กยี่ วขอ้ ง หรือบทท่ี 5 สรุป อภปิ รายผล
8
และข้อเสนอแนะ เทา่ นน้ั โดยให้ใช้คำว่า เอกสารอ้างองิ (references) ถา้ มเี อกสารอน่ื หรือข้อมลู อน่ื ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
แตไ่ มไ่ ด้นำมาใช้อา้ งในการทำโครงงาน แต่ประสงคจ์ ะนำมารวบรวมไว้ด้วย ใหพ้ ิมพ์ต่อจาก รายการอ้างองิ โดยขึ้น
หน้าใหม่และใช้คำวา่ บรรณานกุ รม (bibliography) ทง้ั น้ีการเขยี นรายการอ้างอิงมีหลายระบบ นักเรยี นสามารถ
เลือกใชร้ ะบบใดระบบหน่งึ แต่ต้องเป็นระบบเดยี วกันตลอดการเขียนรายงานเลม่ น้นั ๆ
การพิมพร์ ายการอา้ งองิ ในขั้นสดุ ท้าย ไมว่ า่ จะใชก้ ารอา้ งองิ แบบนาม-ปี หรอื แบบตวั เลข ใหใ้ ช้
รปู แบบการพิมพร์ ายการอ้างอิงเหมอื นกัน โดยเลือกใช้แบบใดแบบหนึ่ง จาก 2 แบบ นี้
แบบท่ี 1 ปีทพ่ี ิมพอ์ ยทู่ า้ ยรายการ
แบบท่ี 2 ปีทพี่ มิ พ์อย่หู ลังชอ่ื ผแู้ ต่ง (ใส่วงเล็บหรอื ไมใ่ สก่ ็ได้)
ในท่นี ้ีได้ให้ตัวอยา่ งรปู แบบการพมิ พร์ ายการอ้างอิงและตวั อยา่ งการพมิ พ์รายการอา้ งองิ เฉพาะ แบบ
ท่ี 1 ส่วนผู้ที่ประสงค์จะใช้ แบบที่ 2 กใ็ ห้ใช้แบบเดยี วกัน เพียงแตย่ า้ ยปที ีพ่ ิมพ์ มาไวห้ ลงั ชอ่ื ผแู้ ตง่ เท่าน้นั โดย
ตวั อย่างรูปแบบและตัวอย่างการพมิ พร์ ายการอ้างองิ ดงั กลา่ วได้คดั ลอกมาจากคูม่ ือการพมิ พ์
วทิ ยานิพนธ์ 2548 ของบัณฑติ วิทยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั รายละเอยี ดดังตัวอยา่ งรปู แบบและตวั อย่างการ
พิมพ์ในสว่ นท2ี่
ภาคผนวก
ภาคผนวกเป็นส่วนทา้ ยของรายงานเชิงวชิ าการ ไมใ่ ช่สว่ นทเ่ี ปน็ เนื้อหาอยา่ งแทจ้ รงิ เป็นเพียง
สว่ นประกอบที่จะสนับสนนุ การคน้ คว้าวจิ ยั ของผ้ทู ำโครงงานวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ คอมพวิ เตอร์ ในกรณีของ
การเขยี นรายงานโครงงานของนักเรียน ขอ้ มลู ส่วนทนี่ ำมาลงไว้ในภาคผนวก เช่น
– ข้อมลู การสำรวจ ประดิษฐ์ ทดลองทยี่ งั ไมจ่ ัดกระทำ
– ตาราง รูปภาพ กราฟ และแผนภาพทล่ี ะเอยี ดมากๆ ซง่ึ ถ้าใสไ่ วใ้ นส่วนเนื้อเรอื่ งจะทำใหเ้ นอื้ เรอื่ ง
ยาวไม่กระชับ
– ขอ้ มลู ของผลการทดลองเบือ้ งต้น
– ขอ้ ความซง่ึ เปน็ รายละเอยี ดของเทคนคิ วิธตี า่ งๆ ทต่ี ้องการให้ผสู้ นใจไดศ้ ึกษา
– ฯลฯ
9
แบบฟอร์มการเขียนหัวข้อนำเสนอโครงงาน
แบบฟอร์มเขยี นเคา้ โครงโครงงาน
ชือ่ โครงงานภาษาไทย……………………………………………………………………………………………………………………………..
ชื่อโครงงานภาษาองั กฤษ………………………………………………………………………………………………………………...........
สาขาของงานวิจยั ………………………………………………………………………………......................................…………………
ช่อื ผู้ทำโครงงาน
1…………………………………………………………………………………เลขที่ …………ชัน้ …………….
2…………………………………………………………………………………เลขที่ …………ชัน้ …………….
3…………………………………………………………………………………เลขท่ี …………ชน้ั …………….
ชื่ออาจารย์ทปี่ รึกษา……………………………………………………………………………………………………………………………..…
ชื่ออาจารยท์ ป่ี รกึ ษารว่ ม (ถา้ มี)……………………………………………………………………………..……………………………..…
ระยะเวลาดำเนนิ งาน …………….วนั .
รายละเอยี ดเกย่ี วกบั โครงงาน
1. แนวคิด ทมี่ า และความสำคญั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2. วัตถปุ ระสงค์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3. หลักการและทฤษฎี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. คำนิยามศัพทเ์ ฉพาะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5. ขน้ั ตอนการดำเนินงาน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6. แผนปฏบิ ตั งิ าน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
7. ผลท่คี าดวา่ จะได้รับ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
8. เอกสารอา้ งองิ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
12
รูปแบบในการเขียนรายงาน
โครงงานคอมพวิ เตอร์
กระดาษทใี่ ช้พมิ พ์
ให้ใช้กระดาษขาวไม่มีบรรทัด ขนาดมาตรฐาน A4 ใช้เพียงหน้าเดียว (ถ้าส่งงานที่ไม่ใช่ฉบับ
สมบูรณ์สามารถใช้กระดาษที่แล้วหน้าเดียวได้ เพื่อเป็นการประหยัดและรักษาสิ่งแวดล้อม และ
ขอให้กากบาทดา้ นที่ใช้แล้วด้วยเพื่อไมใ่ หส้ บั สน)
ตัวพิมพ์
ให้ใช้เครื่องพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นแบบ Letter Quality หรือ Near Letter Quality
หรือ Laser Printer ไม่ให้ใช้ Dot Matrix ที่พิมพ์แบบ Draft Mode ตัวอักษรต้องเป็นสีดำ และใช้
ตัวพิมพ์แบบเดียวกันตลอดทั้งเล่ม (ยกเว้น บทท่ี ชื่อบท และหัวข้อหลักที่ใช้ตัวเข้ม) ทั้งนี้ควรใช้ฉบับ
สำเนา (ถ่ายเอกสาร) ที่ปรับแต่งให้ถูกต้องแล้วเป็นชุดสมบูรณ์ และถ้ามีการเขียนสัญลักษณ์ เนื่องจาก
ไมส่ ามารถหารปู แบบการพิมพไ์ ด้ กใ็ หเ้ ขยี นดว้ ยปากกาสดี ำอยา่ งปราณตี ท่ีสุด
ชอ่ื บท ให้พิมพ์ด้วย Microsoft Word, Style Normal, Font TH SarabunPSK,
Size 20 Point, Bold
หัวขอ้ หลักในแต่ละบท ให้พิมพ์ดว้ ย Microsoft Word, Style Normal,
Font TH SarabunPSK, Size 18 Point, Bold
ตวั อักษรทวั่ ไป ใหพ้ มิ พ์ด้วย Microsoft Word, Style Normal, Font TH SarabunPSK,
Size 16 Point
การเว้นที่ว่างริมขอบกระดาษ
การเวน้ ท่ีว่างริมขอบกระดาษ
Tab เว้น 7 ตัวอกั ษร
ดา้ นบน หน้าทีเ่ ป็นช่อื บท 2 นว้ิ สว่ นหน้าอนื่ ๆ 1.5 นิ้ว
ดา้ นล่าง 1 น้ิว
ดา้ นซา้ ย 1.5 นวิ้
ดา้ นขวา 1 นวิ้
เลขหนา้ หา่ งจากดา้ นบนและดา้ นขวา 1 นิ้ว
15
การนำเสนอและสง่ ผลงาน
การนำเสนอและสง่ ผลงาน
การนำเสนอและสง่ ผลงาน อาจารย์ผปู้ ระสานงานจะเปน็ ผนู้ ัดหมายและประกาศวนั เวลาทแ่ี นน่ อนอกี ครงั้
หนง่ึ อาจารยท์ ี่ปรกึ ษาโครงงาน และกรรมการ จะเข้าฟังการนำเสนอผลงานเพอ่ื พิจารณาผลงานรว่ มกนั
นกั ศึกษาจะต้องเตรยี มตวั ในการนำเสนออยา่ งครบถว้ น รวมถึงเอกสารการทำโครงงานชุดสมบูรณอ์ ย่างนอ้ ย
จำนวน 2 ชดุ (ไม่ต้องมีปกนอกทย่ี ังไม่ต้องเยบ็ เล่ม แตง่ เยบ็ สันขา้ งใหเ้ รยี บร้อย) โปรแกรมระบบงาน และ
จัดเตรยี มอุปกรณ์ทีจ่ ะนำเสนอใหพ้ รอ้ ม
ในการนำเสนอนกั ศึกษาใช้เวลาบรรยายพร้อมกับนำเสนอผลงานประมาณ 35-50 นาที ซึง่ การนำเสนอใช้
เวลาโดยควรจะครอบคลุมประเดน็ หลกั ๆ ในการพฒั นาระบบท่ีได้จัดทำไวใ้ นเอกสารประกอบแต่ละบท การ
ออกแบบแฟ้มข้อมูลและฐานข้อมลู การวิเคราะหแ์ ละออกแบบระบบ และในการทดสอบโปรแกรมระบบงานต้องมี
การสรา้ งข้อมูลทดสอบ (Data Test) ไวท้ ดสอบใหเ้ รียบรอ้ ยด้วย และหลงั จากนน้ั กเ็ ปน็ การซกั ถาม
ในการสรา้ งขอ้ มูลใหท้ ดสอบนัน้ ขอใหส้ ร้างขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ขอ้ มูลทีใ่ กลเ้ คียงความจรงิ และมจี ำนวนมาก
พอเพยี ง และในการพมิ พเ์ วลาออกรายงานน้ันขอใหม้ ขี ้อมลู เพยี งพอในการตรวจสอบการข้นึ หน้าใหม่ดว้ ย
นอกจากนนี้ กั ศกึ ษาสามารถสำเนารายงานทไี่ ดพ้ ิมพ์ออกมาแล้วไวแ้ ทนการขอพมิ พ์เมือ่ นำเสนอเพ่อื ประหยัดเวลา
สำหรับข้อผดิ พลาดท่ีเกดิ ขึน้ บ่อยๆ ในการนำเสนอน้นั อาจสรปุ ไดด้ ังน้ี เชน่
1. การเตรียมอปุ กรณห์ รอื โปรแกรมในการนำเสนอไม่พรอ้ ม
2. ไมเ่ ตรยี มข้อมลู ในการทดสอบมาใหเ้ รียบรอ้ ย
3. ขาดทักษะในการอธบิ ายและในการนำเสนอ
4. ขาดการติดต่อกบั อาจารย์ทปี่ รึกษาและอาจารย์ผู้ประสานงาน
5. การจดั ทำและพิมพเ์ อกสารผดิ รปู แบบ
6. ขาดทกั ษะในการเขยี นบทความ และไม่มีบทบรรยายหรือ คำอธบิ ายรูปต่างๆ
7. หนา้ ทที่ กุ อยา่ งเปน็ ของนักศกึ ษา ไม่ใช่อาจารย์ที่ปรกึ ษา หรืออาจารย์ผปู้ ระสานงาน ดงั น้นั
นกั ศกึ ษาตอ้ งเปน็ ผู้ศึกษา คน้ คว้าและอ่านตำราตา่ งๆ โดยเฉพาะ Text Book อยา่ งจรงิ จงั ด้วยตนเอง
ดังนั้นจึงขอให้นักศึกษาพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้กล่าวมา ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวนักศึกษา
เองด้วย หลังจากนั้นถ้าการนำเสนอเสร็จสิ้นและโครงงานอยู่ในข่ายที่พิจารณาแล้วว่าประเมินผลได้ว่าผ่าน แต่ยัง
มีข้อบกพร่องหรือไม่ถูกต้องซึ่งต้องทำการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนจึงจะอนุมัติ และประเมินผลการศึกษาได้ ทั้งนี้จึง
ต้องให้เสร็จสิ้นตามข้อกำหนดของหลักสูตรในการวัดและประเมินผลการศึกษาสามารถดูได้จากคู่มือและหลักสูตร
ของนักศกึ ษา
บรรณานกุ รม
สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ. 2554. คมู่ อื การเขยี นรายงาน
โครงงานวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และคอมพวิ เตอร์ โครงการหอ้ งเรียนพเิ ศษวิทยาศาสตร์
โรงเรยี นสายปญั ญารังสติ . คมู่ ือการเขยี นรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ. หนงั สอื รายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (พิมพ์ครง้ั ที่ 3)
กรงุ เทพฯ โรงพมิ พ์ : สำนักพมิ พจ์ ฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย
การเขยี นรายงานโครงงาน [ออนไลน์].เขา้ ถึงได้จาก http://suthinan.com/ บทเรียนออนไลน์ เรื่อง การเขียน
โปรแกรมภาษา รายวิชา ง32102 เทคโนโลยี 2 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5
(วันท่ีสบื คน้ :13 สิงหาคม 2)