แนวทางการประพนั ธ์เพลง
การประพนั ธเ์ ลงสากลน้นั ควรเริ่มตน้ จากการประพนั ธ์เเพลงอยา่ งง่ายจนเกิดชานาญแลว้
จึงคอ่ ยๆพฒั นาไประดบั ท่ียากข้ึนตอ่ ไป โดยเริ่มาการประพนั ธท์ านองก่อนบทร้อง เมอ่ื
ชานาญแลว้ จึงจะสามารถแต่งพร้อมกนั ได้ ในช่วงเริ่มตน้ ของการฝึกหดั ประพนั ธเ์ พลงให้
นกั เรียนใอตั ราจงั หวะ 2 แบบง่ายๆ คือ สองส่ี และ ส่ีส่ี เป็นเครื่องหมายประจาจงั หวะ
ก่อน เม่ือชานาญแลว้ จึงใชอ้ ตั ราจงั หวะอื่นๆ ตอ่ ไป องคป์ ระกอบพ้นื ฐานเใชใ้ นการ
ประพนั ธเ์ พลงท่ีจะกล่าวในที่น้ีมอยู่ 3 ประการดว้ ยกนั คือ การเลือกจงั หวะ การประพนั ธ์
ทานอง และการประพนั ธ์บทร้อง ซ่ึงองคป์ ะกอบพ้นื ฐานที่กลา่ วมารายละเอียดพอ
สังเขป ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. จงั หวะ บทเพลงที่เราไดย้ นิ ไดฟ้ ังทุกวนั น้ี สามารถแบ่งตามลกั ษณะของจงั หวะทางดนตรีสากล
ไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือเพลงอตั สองจงั หวะ เพลงอตั ราสามจงั หวะ และเพลงอราสี่จงั หวะ เพลงแตล่ ะ
ประเภทดงั กลา่ วจะใหอ้ ารมณ์และความรู้สึกในการฟังท่ีแตกตา่ งกนั กล่าวคือ เพลงอตั ราสองจงั หวะ
และเพลงอตราส่ีจงั หวะ ท้งั เพลงเร็วและเพลงชา้ เป็ นเพลงที่มีความสมดุลในตวั เองเปรียบเสมือน
ธรรมชาติของคนเราที่มีเทา้ ซา้ ยและเทา้ ขวาใชส้ าหรเดินกา้ วตอ่ เนื่องกนั ไปอยา่ งสม่าเสมอ เพลงอตั
สองจงั หวะและเพลงส่ีจงั หวะนิยมมากในชีวิตประจาวนั โดยเฉพาะใเเพลงลงกิจกรรมของเด็กๆเพอ่ื
สร้างความสนุกสนาน ร่าเริง ในเพลงของวยั รุ่น เพลงรัก เพลงประกอบการเตน้ เพลงสถาบนั เพลง
ปลุกใจตา่ งๆ หากตอ้ งการแต่งเพลงที่ใหค้ วามสนุกสนานจึงควรเลือกใชว้ จงั หวะของเพลงประเภทน้ี
สาหรับเพลงอตั ราสามจงั หวะ เป็นเพลงที่มีจงหวะที่ไมส่ มดุลในตวั เอง จงั หวะตอ่ เนื่องของเพลง
ประเภทน้ีใหค้ วามรู้สึกคลา้ ยกบั เรือที่โคลงไปมา เพลงประเภทน้ีถา้ เป็นเพลงชา้ จะให้
ความรู้สึกยอื ยาด เนิบนาบ หากเป็นเพลงวจะใหค้ วามรู้สึกท่ีสดชื่น ชวนฝัน จากท่ีกลา่ วมาแสดง
ใหเ้ ห็นวา่ การเลือกใชจ้ งั หวะท่ีถกู ตอ้ งกบั อารมณ์ของบทเพลงที่ตอ้ ารประพนั ธ์จึงเป็นเรื่องท่ีตอ้ ง
คานึงถึงเป็นอยา่ งยง่ิ
2. การประพนั ธ์ทานองเพลง นอกจากอตั ราจงั หวะจะมีส่วนในการกาหนดอารมณ์เพลงที่ตอ้ งการ
แลว้ การประพนั ธท์ านองเพลงก็มีส่วนสาคญั ใเร่ืองของความไพเราะไม่นอ้ ย ในทางดนตรีสากล
ทานองเพลงเกิดจากข้นั เสียงตา่ งๆ ท่ีอยใู่ นบนั ไดเสียงใดบนั ไดเสียงหน่ึง เสียงดงั กล่าวเป็นกลุ่มเสียง
ที่จดั เรียงตวั กนั อยา่ งเป็นระบบ ใชใ้ นการแตง่ เป็นทานองเพลงและทาเสียงประสาน ตวั อยา่ งทานอง
เพลงในบนั ไดเสียงซี เมเจอร์ ในการเรียบเรียงทานองเพลงโดยเร่ิมเสียงแรกของเพลงดว้ ยเสียงข้นั ท่ี
1 คือเสียงโด หรือเสียงข้นั ท่ี 3 คือเสียงมี หรือข้นั ที่ 5 คือเสียงซอล ก็ได้ จบเสียงเพลงดว้ ยเสียงข้นั ท่ี
1 หรือเสียงข้นั ที่ 8 เสียงโด
เสียงข้นั ต่างๆ จากบนั ไดเสียงเมเจอร์ ที่เรานามาใชใ้ นการประพนั ธ์เพลงจะใหท้ านองเพลงท่ี
สนุกสนาน ร่าเริง หากตอ้ งการประพนั ธ์เพลงท่ีไดอ้ ารมณ์เศร้า เหงา นกั เรียนควรเลือกใชบ้ นั ได
เสียงอีกชนิดหน่ึงท่ีเรียกว่า บนั ไดเสียงไมเนอร์ ซ่ึงมีโครงสร้างแตกต่างไปจากบนั ไดเสียงเมเจอร์
เทคนิคพ้ืนฐานในการประพนั ธท์ านองเพลง มีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. เลือกใชม้ าตราเสียง หรือบนั เสียงที่เหมาะสมกบั อารมณ์เพลงท่ีตอ้ งการ
2. เลือกใชท้ ิศทางดาเนินทานองใหเ้ หมาะสมกอารมณ์เพลง
3. เลือกใชล้ กั ษณะการเคลื่อนท่ีของข้นั คู่เสียงใหเ้ หมาะสมกบั อารมณ์เพลงและความสมดุลของ
ทานอง ซ่ึงการเคล่ือนท่ีของข้นั คู่เสียงจะหมายถึงการดาเนินทานองจากตวั โนต้ หน่ึงไปยงั ตวั โนต้
หน่ึงที่อยถู่ ดั ไปตามลาดบั ทุกคูเ่ สียงในประโยคเดียวกนั
3. การประพนั ธ์บทร้อง
คือ การร้อยเรียงถอ้ ยคาเป็น ประโยคภาษา บรรลุลงไปใน ประโยคเพลง ใหจ้ านวนคาในประโยค
ภาษาเทา่ กบั จานวนตวั โนต้ ในประโยคเพลง ประโยคตอ่ ประโยค การประพนั ธบ์ ทร้องตอ้ งคานึงถึง
สิ่งต่างๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1) การกาหนดสาระสาคญั ของบทร้อง ก่อนการประพนั ธ์ ผปู้ ระพนั ธ์บทร้องตอ้ งกาหนด
สาระสาคญั ก่อนวา่ จะสื่อสารกบั ผฟู้ ังในเร่ืองใด เช่น เพลงบทน้นั เป็นเพลงรัก เพลงเศร้า เพลงร่าเริง
เพลงวชิ าการ เพลงปลุกใจ เป็นตน้ 2
) สาระสาคญั ของบทร้องตอ้ งสอดคลอ้ งกบั บนั ไดเสีงและหมวดเสีงท่ีใชป้ ระพนั ธท์ านอง เช่น หาก
ทานองเพลงใชม้ าตราเสียงไดอะทอนิก หมวดเมเจอร์ สาระสาคญั ของบทร้องควรเป็นเพลงที่ให้
อารมณ์ร่าเริง หากทานองเพลงใชม้ าตราเสียงไดอะทอนิก หมวดไมเนอร์ สาระสาคญั ของบทร้อง
ควรเป็นเพลงท่ีใหอ้ ารมณ์เศร้า เป็นตน้
3) บทร้องควรเป็นบทร้อยกรองท่ีเรียกวา่ กลอนลานา มีจานวน 4 วรรคเทา่ กบั จานวนประโยคใน
ท่อนหน่ึงๆของทานองเพลงพอดี
4) การเลือกถอ้ ยคามาประพนั ธ์เป็นกลอนลานาบรรจุลงในทานองเพลงตอ้ งคานึงถึงความสอดคลอ้ ง
ระหวา่ งแนวดาเนินทานองกบั เสียงวรรณยกุ ตส์ ามญั เอก โท ตรี หรือจตั วาและคาเป็น หรือคาตาย
ดว้ ย