The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างรายวิชา-ป.3 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครูเมย์ ฉบับจริง.docx

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arunrat5292, 2022-09-17 22:34:04

โครงสร้างรายวิชา-ป.3 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครูเมย์ ฉบับจริง.docx

โครงสร้างรายวิชา-ป.3 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครูเมย์ ฉบับจริง.docx

วิเคราะหห์ ลกั สูตร

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ปกี ารศกึ ษา

2565

ครูผ้สู อน
นางสาวพจนารถ อรุณรตั น์
โรงเรยี นวดั ควนชะลกิ อาเภอหวั ไทร

สานกั งานเขตพ้ื นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 3
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้ นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

สรุปหลักสตู รฯ กกลลุมุ่ม่ สสาราะรกะารกเรายี รนเรรู้วียิทนยารศู้วาสิทตยร์าศาสตร์และเทคโนโลยี

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 น้ี ได้กาหนดสาระการเรียนรู้ออกเป็น
4 สาระ ได้แก่ สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและ
อวกาศ และสาระที่ 4 เทคโนโลยี มีสาระเพิ่มเติม 4 สาระ ได้แก่ สาระชีววิทยา สาระเคมี สาระฟิสิกส์ และ
สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

องค์ประกอบของหลักสูตร ทง้ั ในดา้ นของเนอื้ หา การจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล
การเรียนรูน้ ้นั มีความสาคญั อยา่ งยง่ิ ในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแตล่ ะระดับช้ันให้มี
ความตอ่ เนื่องเช่ือมโยงกันตง้ั แต่ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1 จนถึงช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 สาหรบั กลมุ่ สาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้กาหนดตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางท่ีผู้เรียนจาเป็นต้องเรียนเป็น
พ้ืนฐาน เพื่อให้สามารถนาความรู้น้ีไปใช้ในการดารงชีวิต หรือศึกษาต่อในวิชาชีพท่ีต้องใช้วิทยาศาสตร์ได้ โดย
จัดเรียงลาดับความยากง่ายของเนื้อหาในแต่ละระดับชั้นให้มีการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการเรียนรู้ และ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิด
วิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สาคัญท้ังทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษท่ี 21 ในการ
ค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถ
ตัดสินใจโดยใชข้ ้อมลู หลากหลายและประจักษ์พยานทตี่ รวจสอบได้

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชว้ี ดั กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.
2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 น้ี ได้ปรับปรุงเพ่ือให้มีความสอดคล้อง
และเชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้เดียวกัน และระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการเชื่อมโยงเนื้อหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย
นอกจากน้ี ยังได้ปรับปรุงเพ่ือให้มีความทันสมัยต่อการเปล่ียนแปลงและความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการตา่ ง
ๆ และทดั เทยี มกบั นานาชาติ ซึง่ สรปุ ได้ ดงั แผนภาพ

สาระที่ 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1-ว 2.3

สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว 1.1-ว 1.3 และเทคโนโลยี มาตรฐาน ว 3.1-ว 3.2

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1-ว 4.2

วิทยาศาสตรเ์ พิม่ เติม - สาระชวี วทิ ยา - สาระเคมี - สาระฟิสกิ ส์ - สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

เป้าหมายของวิทยาศาสตร์

ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นให้ผเู้ รียนได้ค้นพบความรูด้ ้วยตนเองมากท่สี ุด เพอื่ ให้ได้
ท้งั กระบวนการและความรู้ จากวิธกี ารสงั เกต การสารวจตรวจสอบ การทดลอง แล้วนาผลท่ไี ดม้ าจดั ระบบเป็น
หลกั การ แนวคดิ และองค์ความรู้

การจดั การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์จงึ มีเปา้ หมายท่สี าคัญ ดงั น้ี
๑. เพ่อื ให้เขา้ ใจหลกั การ ทฤษฎีและกฎทเ่ี ปน็ พืน้ ฐานในวิชาวทิ ยาศาสตร์
๒. เพื่อให้เข้าใจขอบเขตของธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตร์และข้อจากัดในการศึกษาวิชา
วทิ ยาศาสตร์
๓. เพอื่ ใหม้ ที ักษะที่สาคญั ในการศึกษาค้นควา้ และคิดคน้ ทางเทคโนโลยี
๔. เพ่ือให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษย์ และ
สภาพแวดล้อมในเชิงที่มอี ทิ ธิพลและผลกระทบซ่งึ กันและกัน
๕. เพื่อนาความรู้ ความเขา้ ใจ ในวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
และการดารงชวี ิต
๖. เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา และการจัดการ
ทักษะในการสือ่ สาร และความสามารถในการตัดสินใจ
๗. เพ่ือให้เป็นผ้ทู ี่มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมในการใชว้ ิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

ความสาคัญของสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตรม์ งุ่ เนน้ ใหผ้ ู้เรียนได้ค้นพบความรดู้ ้วยตนเองมากท่ีสุด เพอื่ ให้ได้ท้ัง
กระบวนการและความรู้ จากวิธกี ารสังเกต การสารวจตรวจสอบ การทดลอง แลว้ นาผลท่ีได้มาจัดระบบ
เปน็ หลกั การ แนวคดิ และองค์ความรู้
การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตรจ์ ึงมเี ปา้ หมายทีส่ าคัญ ดังนี้

๑. เพื่อให้เข้าใจหลกั การ ทฤษฎี และกฎทีเ่ ปน็ พื้นฐานในวิชาวทิ ยาศาสตร์
๒. เพื่อให้เขา้ ใจขอบเขตของธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละข้อจากัดในการศกึ ษาวชิ าวิทยาศาสตร์
๓. เพื่อให้มที ักษะท่สี าคัญในการศกึ ษาค้นควา้ และคดิ คน้ ทางเทคโนโลยี
๔. เพื่อใหต้ ระหนักถงึ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งวิชาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนษุ ย์ แลสภาพแวดล้อม
ในเชิงทม่ี ีอิทธิพลและผลกระทบซึง่ กันและกนั
๕. เพ่ือนาความรู้ ความเข้าใจ ในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ สังคมและ
การดารงชวี ติ
๖. เพ่ือพฒั นากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความสามารถในการแกป้ ญั หา และการจัดการ ทกั ษะ
ในการสื่อสาร และความสามารถในการตดั สนิ ใจ
๗. เพ่ือให้เป็นผ้ทู มี่ จี ิตวทิ ยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มในการใช้วิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์

ทาไมตอ้ งเรียนวิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์มีบทบาทสาคัญย่ิงในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับ
ทกุ คนท้งั ในชวี ติ ประจาวันและการงานอาชพี ต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เคร่ืองมอื เครอื่ งใช้และผลผลิตตา่ ง ๆ
ที่มนุษย์ได้ใช้เพื่ออานวยความสะดวกในชีวิตและการทางาน เหล่าน้ีล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์
ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตรอ์ ่ืน ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็น
เหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถใน
การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลท่ีหลากหลายและมีประจักษ์พยานท่ีตรวจสอบได้
วทิ ยาศาสตร์เปน็ วัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ซง่ึ เป็นสังคมแหง่ การเรียนรู้ (knowledge-based society) ดังนนั้
ทุกคนจึงจาเป็นต้องได้รับการพัฒนาใหร้ ู้วทิ ยาศาสตร์ เพ่ือท่ีจะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยี
ท่มี นษุ ยส์ รา้ งสรรคข์ นึ้ สามารถนาความรูไ้ ปใช้อยา่ งมีเหตผุ ล สร้างสรรค์ และมีคณุ ธรรม

เรียนรู้อะไรในวทิ ยาศาสตร์

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวงั ใหผ้ ูเ้ รียนได้เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ท่ีเน้นการเชื่อมโยงความรู้กับ
กระบวนการ มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแกป้ ัญหาที่หลากหลาย ใหผ้ เู้ รียนมสี ว่ นร่วมในการเรยี นรู้ทกุ ข้นั ตอน มกี ารทากิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติ
จริงอยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกับระดับช้ัน โดยกาหนดสาระสาคญั ดังน้ี

- วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เก่ียวกับ ชีวิตในส่ิงแวดล้อม องค์ประกอบของส่ิงมีชีวิต การดารงชีวิต
ของมนุษย์และสตั ว์ การดารงชวี ิตของพืช พนั ธุกรรม ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ัฒนาการของส่ิงมชี ีวิต

- วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมชาติของสาร การเปล่ียนแปลงของสาร การเคลื่อนที่
พลงั งาน และคลืน่

- วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ เรียนรู้เกยี่ วกบั องค์ประกอบของเอกภพ ปฏสิ ัมพันธ์ภายในระบบ
สุริยะ เทคโนโลยอี วกาศ ระบบโลก การเปล่ียนแปลงทางธรณวี ิทยา กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟ้าอากาศ
และผลต่อสง่ิ มีชีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม

- เทคโนโลยี

การออกแบบและเทคโนโลยี เรียนรูเ้ ก่ยี วกับเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวติ ในสงั คมที่มกี าร
เปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็ ใชค้ วามรแู้ ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพ่ือ
แกป้ ญั หาหรือพัฒนาอยา่ งมคี วามคดิ สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยี
อย่างเหมาะสมโดยคานึงถึงผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และส่ิงแวดล้อม

วิทยาการคานวณ เรยี นรู้เกี่ยวกับ การคดิ เชิงคานวณ การคิดวเิ คราะห์ แก้ปัญหาเปน็ ขั้นตอน
และเปน็ ระบบ ประยุกต์ใช้ความรดู้ ้านวิทยาการคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร ในการ
แกป้ ญั หาที่พบในชวี ติ จริงไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

วสิ ัยทศั น์ หลักการ จุดหมาย

วสิ ยั ทัศน์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มุ่งให้ผู้เรียน มีความสามารถในการเรียนรู้ กระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ กระบวนการแก้ปญั หา โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ รวมทงั้ พัฒนาผเู้ รียนให้มีเจตคติ
คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมท่เี หมาะสมตอ่ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงั คมและสิง่ แวดลอ้ ม

หลกั การ

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดควนชะลิก ได้ใช้หลักการพัฒนาหลักสูตรตามแบบของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐานซึง่ มหี ลกั การทสี่ าคัญ ดังนี้

๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้
เป็นเป้าหมายสาหรับพัฒนาเดก็ และเยาวชนใหม้ ีความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคณุ ธรรมบนพืน้ ฐาน ของความเป็น
ไทยควบคกู่ บั ความเป็นสากล

๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ

๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพและความต้องการของทอ้ งถ่ิน

๔. เปน็ หลักสูตรการศึกษาทม่ี ีโครงสรา้ งยดื หยุ่นทง้ั ดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั
การเรยี นรู้

๕. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาทีเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กล่มุ เปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์

จุดหมาย

หลักสูตรสถานศึกษามีความมุ่งหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศกั ยภาพในการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชีพ จงึ กาหนดเปน็ จดุ หมายเพอื่ ให้เกดิ กบั ผู้เรยี น เมอ่ื จบการศกึ ษา
ขั้นพืน้ ฐาน ดังนี้

๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนับถือ ยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๒. มคี วามรู้ ความสามารถในการสือ่ สาร การคดิ การแก้ปัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี และมีทกั ษะชีวิต
๓. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนสิ ัย และรกั การออกกาลังกาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวถิ ีชีวิตและการปกครอง
ตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข
๕. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม
มจี ิตสาธารณะท่ีมงุ่ ทาประโยชน์และสร้างส่ิงท่ดี งี ามในสังคม และอยู่ร่วมกนั ในสังคมอยา่ งมีความสุข

เป้าประสงค์

๑. จัดการศึกษาตามหลกั สูตรการศกึ ษา และมาตรฐานการศึกษาขั้นพนื้ ฐานอยา่ งเข้มแข็ง
๒. ผู้เรียนมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ สานึกในความเป็นไทยมีความรู้ และทักษะด้านอาชีพ
มคี วามสามารถดา้ นการคดิ วเิ คราะห์ มสี ขุ ภาพอนามัยดี ดารงชีวติ โดยใชป้ รชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๓. ยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาใหม้ ีมาตรฐานตามมาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
๔. ผู้เรียนไดร้ บั โอกาสทางการศกึ ษาทีม่ ีคุณภาพอย่างทัว่ ถงึ และเท่าเทียมกนั ทง้ั เด็กปกติ เด็กดอ้ ยโอกาส
และเดก็ พเิ ศษ
๕. ครูเปน็ ครยู ุคใหมเ่ ป็นครมู อื อาชีพ มคี วามทนั สมยั กระตือรือร้น มีสมรรถนะในการทางานสงู
๖. โรงเรยี นมีความพรอ้ มทางดา้ นกายภาพ อาคารสถานท่ี สภาพแวดล้อม เป็นระเบยี บ สะอาด รม่ รืน่
สวยงามและปลอดภัย
๗. โรงเรียนมีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล และการมีส่วนร่วมของชุมชน
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ และองค์กรอนื่ ๆ

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดควนชะลิก (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานท่กี าหนด ซ่ึงจะช่วยให้ผเู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสาคัญและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดงั นี้

สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดควนชะลิก (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๓) มุ่งให้ผู้เรียนเกิด

สมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดังนี้
๑. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรบั และสง่ สาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา

ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไมร่ บั ข้อมูลข่าวสารดว้ ยหลัก
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีมีต่อ
ตนเองและสังคม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง

สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ

เพอ่ื การตัดสินใจเกยี่ วกับตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปญั หาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้

อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธแ์ ละการ

เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข

ปญั หา และมกี าตัดสนิ ใจทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคานึงถงึ ผลกระทบท่เี กิดขน้ึ ต่อตนเอง สังคมและสิง่ แวดลอ้ ม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ

ดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม

ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

การปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ ่สี ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อ่นื

๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยดี ้านต่าง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน
การแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดควนชะลิก (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๓) ตามหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้
สามารถอยูร่ ่วมกบั ผู้อ่ืนในสังคมไดอ้ ย่างมีความสขุ ในฐานะพลเมอื งไทยและพลโลก ดังน้ี

๑. รักษช์ าติ ศาสน์ กษัตริย์
๒. ซอ่ื สัตย์สจุ รติ
๓. มวี ินยั
๔. ใฝเ่ รียนรู้
๕. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งม่ันในการทางาน
๗. รกั ความเป็นไทย
๘. มีจิตเปน็ สาธารณะ

คณุ ภาพผู้เรียน

จบช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3

❖ เขา้ ใจลักษณะท่ีปรากฏ ชนดิ และสมบตั ิบางประการของวัสดุทใี่ ชท้ าวตั ถุ และการเปล่ียนแปลง
ของวัสดรุ อบตัว

❖ เข้าใจการดึง การผลัก แรงแม่เหล็ก และผลของแรงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนท่ีของ
วัตถุ พลังงานไฟฟา้ และการผลติ ไฟฟา้ การเกิดเสียง แสงและการมองเหน็

❖ เข้าใจการปรากฏของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาว ปรากฏการณ์ขึ้นและตกของ 8 ดวง
อาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน การกาหนดทิศ ลักษณะของหิน การจาแนกชนิดดินและการใช้ประโยชน์
ลักษณะและความสาคญั ของอากาศ การเกิดลม ประโยชนแ์ ละโทษของลม

❖ ตั้งคาถามหรือกาหนดปัญหาเก่ียวกับสง่ิ ที่จะเรียนรู้ตามที่กาหนดให้หรอื ตามความสนใจสังเกต
สารวจตรวจสอบโดยใชเ้ ครอ่ื งมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบด้วยการ
เขียนหรือวาดภาพ และส่อื สารสงิ่ ท่ีเรยี นรดู้ ้วยการเล่าเร่ือง หรือด้วยการแสดงทา่ ทางเพื่อใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจ

❖ แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ข้ันตอนการแก้ปัญหา มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอ่ื สารเบ้อื งต้น รกั ษาข้อมลู สว่ นตัว

❖ แสดงความกระตือรือรน้ สนใจท่ีจะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรคเ์ กี่ยวกับเรื่องท่ีจะศึกษาตามท่ี
กาหนดใหห้ รือตามความสนใจ มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ และยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ผู้อ่นื

❖ แสดงความรับผิดชอบด้วยการทางานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งม่ัน รอบคอบ ประหยัด
ซอื่ สัตย์ จนงานลลุ ่วงเปน็ ผลสาเร็จ และทางานร่วมกบั ผอู้ น่ื อยา่ งมคี วามสุข

❖ ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต
ศกึ ษาหาความรเู้ พิม่ เตมิ ทาโครงงานหรอื ช้ินงานตามทก่ี าหนดให้หรอื ตามความสนใจ

จบชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6

❖ เขา้ ใจโครงสรา้ ง ลกั ษณะเฉพาะและการปรบั ตวั ของสง่ิ มีชวี ิต รวมทั้งความสัมพนั ธข์ องส่ิงมีชีวิต
ในแหลง่ ทอ่ี ยู่ การทาหนา้ ท่ีของสว่ นต่าง ๆ ของพชื และการทางานของระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์

❖ เข้าใจสมบัติและการจาแนกกลุ่มของวัสดุ สถานะและการเปล่ียนสถานะของสสารการละลาย
การเปลีย่ นแปลงทางเคมี การเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับไดแ้ ละผนั กลับไม่ได้ และการแยกสารอยา่ งง่าย

❖ เข้าใจลักษณะของแรงโน้มถว่ งของโลก แรงลพั ธ์ แรงเสียดทาน แรงไฟฟ้าและผลของแรงต่างๆ
ผลท่เี กิดจากแรงกระทาต่อวตั ถุ ความดัน หลักการทีม่ ตี ่อวัตถุ วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย ปรากฏการณเ์ บ้อื งต้นของ
เสยี ง และแสง

❖ เข้าใจปรากฏการณ์การขึ้นและตก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์
องค์ประกอบของระบบสุรยิ ะ คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ความแตกต่างของดาวเคราะหแ์ ละ ดาวฤกษ์ การ
ขึน้ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์ การใชแ้ ผนท่ีดาว การเกิดอปุ ราคา พฒั นาการและประโยชน์ของเทคโนโลยอี วกาศ

❖ เข้าใจลักษณะของแหล่งน้า วัฏจักรน้า กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าค้าง น้าค้างแข็ง หยาด
น้าฟ้า กระบวนการเกิดหิน วัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์หินและแร่ การเกิดซากดึกดาบรรพ์ การเกิดลมบก
ลมทะเล มรสุม ลักษณะและผลกระทบของภัยธรรมชาติ ธรณีพิบัติภัย การเกิดและผลกระทบของ
ปรากฏการณเ์ รอื นกระจก

❖ ค้นหาข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและประเมินความน่าเช่ือถือ ตัดสินใจเลือกข้อมูลใช้เหตุผล
เชงิ ตรรกะในการแก้ปญั หา ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการทางานร่วมกัน เขา้ ใจสทิ ธิและหน้าท่ี
ของตน เคารพสทิ ธิของผู้อน่ื

❖ ตั้งคาถามหรือกาหนดปัญหาเกี่ยวกับส่ิงท่ีจะเรียนรู้ตามท่ีกาหนดให้หรือตามความสนใจ
คาดคะเนคาตอบหลายแนวทาง สร้างสมมติฐานท่ีสอดคล้องกับคาถามหรือปัญหาท่ีจะสารวจตรวจสอบ
วางแผนและสารวจตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสม ในการเก็บ
รวบรวมข้อมลู ท้ังเชงิ ปริมาณและคุณภาพ

❖ วเิ คราะหข์ ้อมลู ลงความเหน็ และสรปุ ความสมั พันธข์ องข้อมลู ท่ีมาจากการสารวจตรวจสอบใน
รปู แบบท่ีเหมาะสม เพ่ือสอ่ื สารความร้จู ากผลการสารวจตรวจสอบได้อย่างมเี หตุผลและหลักฐานอา้ งอิง

❖ แสดงถึงความสนใจ มุ่งม่ัน ในส่ิงท่ีจะเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์เก่ียวกับเร่ืองที่จะศึกษาตาม
ความสนใจของตนเอง แสดงความคิดเห็นของตนเอง ยอมรับในข้อมูลที่มีหลักฐานอ้างอิง และรับฟังความ
คดิ เห็นผู้อื่น

❖ แสดงความรับผิดชอบด้วยการทางานที่ได้รับมอบหมายอย่างมุ่งม่ัน รอบคอบ ประหยัด
ซื่อสตั ย์ จนงานลลุ ว่ งเป็นผลสาเรจ็ และทางานร่วมกับผอู้ น่ื อยา่ งสร้างสรรค์

❖ ตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต แสดงความช่ืนชม ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้นและศึกษาหา
ความรเู้ พิม่ เติม ทาโครงงานหรือชิน้ งานตามที่กาหนดให้หรอื ตามความสนใจ

❖ แสดงถึงความซาบซ้ึง ห่วงใย แสดงพฤติกรรมเก่ียวกับการใช้ การดูแลรักษาทรัพยากร
ธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มอย่างรู้คุณคา่

จบช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3

❖ เข้าใจลักษณะและองค์ประกอบท่ีสาคัญของเซลล์สิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของการทางานของ
ระบบตา่ ง ๆ ในรา่ งกายมนษุ ย์ การดารงชีวิตของพชื การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม การเปล่ียนแปลงของ
ยีนหรือโครโมโซม และตัวอย่างโรคที่เกิดจากการเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรม ประโยชน์และผลกระทบของ
สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธกุ รรม ความหลากหลายทางชีวภาพ ปฏิสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบนเิ วศและการ
ถา่ ยทอดพลงั งานในส่งิ มชี ีวิต

❖ เข้าใจองค์ประกอบและสมบัติของธาตุ สารละลาย สารบริสุทธ์ิ สารผสม หลักการแยกสาร
การเปลี่ยนแปลงของสารในรูปแบบของการเปลี่ยนสถานะ การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี และ
สมบัตทิ างกายภาพ และการใช้ประโยชนข์ องวัสดุประเภท พอลิเมอร์ เซรามกิ สแ์ ละวสั ดุผสม

❖ เข้าใจการเคล่ือนที่ แรงลัพธ์และผลของแรงลัพธก์ ระทาตอ่ วัตถุ โมเมนต์ของแรง แรงท่ีปรากฏ
ในชีวิตประจาวัน สนามของแรง ความสัมพันธ์ของงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วง กฎการอนุรักษ์
พลังงาน การถ่ายโอนพลังงาน สมดุลความร้อน ความสัมพันธ์ของปริมาณทางไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้าน
พลังงานไฟฟ้า และหลกั การเบื้องตน้ ของวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์

❖ เข้าใจสมบัติของคล่ืน และลักษณะของคลื่นแบบต่าง ๆ แสง การสะท้อน การหักเหของแสง
และทศั นูปกรณ์

❖ เข้าใจการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ การเกิดฤดู การเคล่ือนที่ปรากฏของดวง
อาทิตย์ การเกิดข้างข้ึนข้างแรม การข้ึนและตกของดวงจันทร์ การเกิดน้าข้ึนน้าลง ประโยชน์ของเทคโนโลยี
อวกาศ และความกา้ วหน้าของโครงการสารวจอวกาศ

❖ เข้าใจลักษณะของช้ันบรรยากาศ องค์ประกอบและปัจจัยท่ีมีผลต่อลมฟ้าอากาศ การเกิดและ
ผลกระทบของพายุฟ้าคะนอง พายุหมนุ เขตร้อน การพยากรณ์อากาศ สถานการณ์ การเปลย่ี นแปลงภูมิอากาศ
โลก กระบวนการเกิดเช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพ์และการใช้ประโยชน์ พลังงานทดแทนและการใช้ประโยชน์
ลักษณะโครงสร้างภายในโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงทางธรณีวิทยาบนผิวโลก ลักษณะช้ันหน้าตัดดิน
กระบวนการเกิดดิน แหลง่ นา้ ผิวดนิ แหลง่ น้าใต้ดิน กระบวนการเกดิ และผลกระทบของภัยธรรมชาติ และธรณี
พบิ ตั ิภัย

❖ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ความสมั พนั ธ์ระหว่างเทคโนโลยกี ับศาสตรอ์ น่ื โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ เปรยี บเทียบ
และตัดสินใจเพ่ือเลือกใช้เทคโนโลยี โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และส่ิงแวดล้อม ประยุกต์ใช้ความรู้
ทักษะ และทรัพยากรเพ่ือออกแบบและสร้างผลงานสาหรับการแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันหรือการประกอบ
อาชีพ โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมท้ังเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม ปลอดภัย รวมทั้งคานงึ ถงึ ทรพั ย์สินทางปัญญา

❖ นาขอ้ มูลปฐมภูมิเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ วิเคราะห์ ประเมิน นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศได้
ตามวัตถุประสงค์ ใช้ทักษะการคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย
เพ่อื ชว่ ยในการแกป้ ญั หา ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารอย่างรูเ้ ท่าทนั และรับผดิ ชอบต่อสงั คม

❖ ตั้งคาถามหรือกาหนดปัญหาที่เช่ือมโยงกับพยานหลักฐาน หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่มี
การกาหนดและควบคุมตวั แปร คดิ คาดคะเนคาตอบหลายแนวทาง สรา้ งสมมตฐิ านที่สามารถนาไปสูก่ ารสารวจ
ตรวจสอบ ออกแบบและลงมือสารวจตรวจสอบโดยใช้วัสดุและเคร่ืองมือที่เหมาะสม เลือกใช้เครื่องมือและ
เทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมูล ท้ังในเชิงปริมาณและคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและ
ปลอดภยั

❖ วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของข้อมูลที่ได้จากการสารวจตรวจสอบจาก
พยานหลักฐาน โดยใช้ความรู้และหลักการทางวิทยาศาสตร์ในการแปลความหมายและลงข้อสรุปและส่ือสาร
ความคิด ความรู้ จากผลการสารวจตรวจสอบหลากหลายรูปแบบ หรือใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ผู้อ่ืน
เขา้ ใจไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

❖ แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น รับผิดชอบ รอบคอบ และซ่ือสัตย์ ในสิ่งท่ีจะเรียนรู้ มีความคิด
สร้างสรรค์เก่ียวกับเรื่องที่จะศึกษาตามความสนใจของตนเอง โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่ให้ได้ผลถูกต้อง
เช่ือถือได้ ศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นของตนเองรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น
และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ทีค่ น้ พบ เมื่อมีข้อมลู และประจักษ์พยานใหม่เพิ่มขนึ้ หรือโตแ้ ย้งจากเดมิ

❖ ตระหนกั ในคุณคา่ ของความรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที ่ีใชใ้ นชีวติ ประจาวัน ใชค้ วามรู้
และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดารงชีวิต และการประกอบอาชีพ แสดงความชื่นชม
ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้น เข้าใจผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบของการพัฒนาทาง
วทิ ยาศาสตรต์ ่อสง่ิ แวดลอ้ มและต่อบรบิ ทอ่ืน ๆ และศึกษาหาความร้เู พิม่ เติม ทาโครงงานหรอื สร้างชิ้นงาน
ตามความสนใจ

❖ แสดงถึงความซาบซ้ึง ห่วงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ
และความหลากหลายทางชีวภาพ

ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

เป็นทกั ษะการคิดของนกั วทิ ยาศาสตร์ที่นามาใช้ในการศึกษาคน้ ควา้ สบื เสาะหาความรู้ และแก้ปัญหา
ต่างๆ ทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์ ขั้นพ้นื ฐาน มี 8 ทกั ษะ ดงั นี้

1.ทกั ษะการสังเกต
เป็นการใช้ประสาทสัมผสั ท้ัง 5 อยา่ งใด อย่างหนึง่ หรือ ใชห้ ลายอย่างรว่ มกนั ได้แก่ตา หู จมกู ลิ้น และผวิ กาย
เพ่อื คน้ หาและบอกรายละเอียดของสง่ิ ต่าง ๆ ท่สี ังเกต โดยทีไ่ ม่ใสค่ วามคดิ เห็นของผู้สังเกตลงไป

2.ทกั ษะการจาแนกประเภท
เป็นการแบ่งพวก การจัดกลุ่มส่ิงต่าง ๆ หรือการเรียงลาดับ วัตถุ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆออกเป็นหมวดหมู่
โดยใช้ความเหมือนกันหรือ ความแตกต่างกัน มาเป็นเกณฑ์ในการจาแนกวัตถุ เหตุการณ์ หรือส่ิงต่าง ๆ ออก
จากกนั
3.ทักษะการวัด

เปน็ การเลอื กและการใชเ้ ครือ่ งมือตา่ ง ๆ เพ่ือหาคา่ ของสิ่งต่าง ๆ ออกมาเปน็ ตวั เลขไดถ้ กู ต้องและเหมาะสม กบั
สง่ิ ที่ต้องการวดั รวมทั้งบอกหรือระบหุ นว่ ยของตัวเลขที่ได้มาจากการวัดอย่างถกู ต้อง

4.ทกั ษะการใชจ้ านวน
เป็นการใช้ความรู้สึกเชิงจานวนและการคานวณ โดยการนับจานวนหรือคิดคานวณเพ่ือบรรยายหรือระบุ
รายละเอียดเชิงปริมาณของสงิ่ ท่ีสังเกตหรือทดลองได้

5.ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มูล
เป็นการใช้ความคิดเห็นจากความรู้หรือประสบการณ์เดิม เพื่ออธิบายข้อมูลที่ได้จากการสังเกตอย่างมีเหตุผล
โดยอาศัยขอ้ มลู หรอื สารสนเทศท่ีเคยเก็บรวบรวมไวใ้ นอดีต

6.ทักษะการจัดกระทาและสอื่ ความหมายข้อมลู
เป็นการนาข้อมูลที่รวบรวมได้จากวิธีการต่าง ๆ มาจัดกระทาให้อยู่ในรูปแบบที่มีความหมายหรือ มี
ความสัมพันธ์กันมากขึ้น รวมท้ังนาข้อมูลมาจัดกระทาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนภาพ แผนภูมิ ตาราง กราฟ
การเขียนบรรยาย สมการ เพอ่ื ใหผ้ ้อู ่นื เข้าใจความหมายได้ง่ายข้ึน

7.ทกั ษะการหาความสัมพันธข์ องสเปซกับเวลา แบง่ ได้ 2 แบบคือ
การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซ เปน็ การหาความสมั พันธ์ระหว่างพื้นทที่ ี่วตั ถุต่าง ๆ ครอบครองอยู่
การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา เป็นการหาความสัมพันธ์ระหว่างพ้ืนท่ีที่วัตถุครอบครอง เม่ือเวลา
ผา่ นไป

8.ทักษะการพยากรณ์
เป็นการคาดคะเนผลลัพธ์ของปรากฏการณ์ สถานการณ์ การสังเกตหรือการทดลองไว้ล่วงหน้า โดยอาศัย
ขอ้ มูล หรือประสบการณ์ของเร่ืองนั้น ทเ่ี กิดซา้ ๆ เป็นแบบรปู มาช่วยในการคาดการณ์ส่ิงทจ่ี ะเกิดข้ึนสาระและ
มาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิตกับ

สิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่างๆในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมท้ังนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออก
จากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่างๆของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน
รวมทัง้ นาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์

มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พนั ธกุ รรม การเปลีย่ นแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อสง่ิ มีชีวติ ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการของ
ส่งิ มชี ีวติ รวมทัง้ นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ

สสารกับโครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร
การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี

มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาตขิ องแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะการ
เคลือ่ นที่แบบตา่ งๆของวัตถุ รวมทง้ั นาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่าง
สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และ
คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทั้งนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ

กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการ
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ

มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง
ภายในโลกและบนผวิ โลก ธรณีพิบตั ิภยั กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศแลภูมิอากาศโลก รวมท้งั ผลต่อ
สง่ิ มีชวี ิตและสงิ่ แวดล้อม

สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลง

อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือ
พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง
เหมาะสม โดยคานึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ติ สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม

มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ ร้เู ทา่ ทัน และมจี รยิ ธรรม

โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดควนชะลกิ

เวลาเรยี น(ช่ัวโมง/ป)ี

กลุ่มสาระการเรียนรู้/ กจิ กรรม ระดับประถมศกึ ษา

ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓

 กลมุ่ สาระการเรียนรู้

ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
วทิ ยาการคานวณ - - - - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ภาษาตา่ งประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รวมเวลาเรยี น (พ้ืนฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ ๘๘๐ ๘๘๐

 รายวิชาเพม่ิ เติม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
หนา้ ท่ีพลเมอื ง - - - - - - ๘๐ ๘๐ ๘๐
การประยกุ ต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ - - - - - - ๔๐ - -
เศรษฐกจิ พอเพียง - - - - - - ๔๐ - -
การปลกู พชื ผักสวนครวั - - - - - - - ๔๐
เกษตรทฤษฎีใหม่ - - - - - - - ๔๐
การเลยี้ งปลานา้ จืด - ------ ๔๐
การทาปุ๋ยหมกั ชวี ภาพ - ------ ๔๐
การแปรรูปอาหาร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
รวมเวลาเรยี น (เพม่ิ เตมิ ) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
 กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

กิจกรรมแนะแนว ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๒๕ ๒๕ ๒๕
กิจกรรมนกั เรยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- กิจกรรมลกู เสือ/เนตรนารี ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๕ ๑๕ ๑๕
- ชมุ นมุ
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและ
สาธารณประโยชน์

รวมเวลาเรียนท้งั หมด ๑,๐๐๐ ชว่ั โมง/ปี ๑,๒๐๐ ช่วั โมง/ปี

หมายเหตุ วิชาภาษาอังกฤษ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ จดั การเรยี นการสอนเปน็ รายวิชาพื้นฐาน ๑๖๐ ช่ัวโมงตอ่ ปี และ

จดั เปน็ กิจกรรมเสริมหลกั สตู ร ๔๐ ชัว่ โมงต่อปี รวมเวลาเรยี นวิชาภาษาอังกฤษทงั้ หมด จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง

โครงสรา้ งรายวชิ า

วชิ าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ว 13101) กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1/ 2565 เวลา 40 ชัว่ โมง

ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั จานวนช่วั โมง นา้ หนกั
คะแนน

การเรียนรูส้ ิ่งตา่ งๆรอบตวั - 15 20

อากาศและชีวิตของสัตว์ ว 3.2 ป.3/1 25 30
รวม ว 3.2 ป.3/2 40 50
ว 3.2 ป.3/3
ว 3.2 ป.3/4
ว 1.2 ป.3/1
ว 1.2 ป.3/2
ว 1.2 ป.3/3
ว 1.2 ป.3/4

8

คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ สิ่งท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิต การเจริญเติบโตของมนุษย์และ

สัตว์ ประโยชน์ของอาหาร น้า และอากาศ การดูแลตนเองและสัตว์อย่างเหมาะสม วัฏจักรชีวิต ของสัตว์และ
คุณค่าของสัตว์ ส่วนประกอบของวตั ถุ การเปล่ียนแปลงของวัสดุเมื่อทาใหร้ อ้ นข้ึนหรือทาใหเ้ ย็นลง ผลของแรง
ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไม่สัมผัสท่ีมีผลต่อการเคลื่อนท่ีของวัตถุ การ
ดึงดูดระหว่างแม่เหล็กกับวัตถุ ข้ัวแม่เหล็ก การเปล่ียนพลังงานหนึ่งไปเป็นอีกพลังงานหนึ่ง การทางานของ
เครื่องกาเนดิ ไฟฟา้ แหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า ประโยชนแ์ ละโทษของไฟฟ้า วธิ ีการใชไ้ ฟฟา้ อย่างประหยัด
และปลอดภัย เส้นทางการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน การกาหนดทิศ ความสาคัญ
ของดวงอาทิตย์ต่อสิ่งมีชีวิต ส่วนประกอบของอากาศ ความสาคัญของอากาศ ผลกระทบของมลพิษทาง
อากาศต่อส่ิงมีชีวิต การปฏิบัติตนในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม
แสดงอัลกอรทิ ึมในการทางานหรือการแกป้ ัญหาอย่างง่าย โดยใชภ้ าพ สัญลักษณ์หรอื ขอ้ ความ เขยี นโปรแกรม
อย่างง่ายโดยใช้ซอฟต์แวร์หรือส่ือ และตรวจหาข้อผิดพลาด การใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ การรวบรวม
ประมวลผล และนาเสนอข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและปฏิบัติตาม
ขอ้ ตกลงในการใช้อินเทอร์เน็ต

โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระทาและสื่อความหมายข้อมูล สร้าง
แบบจาลอง และอธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่ือสารเบ้อื งต้น สามารถส่ือสารสิ่งทเี่ รียนรู้ มีความคดิ สรา้ งสรรค์ สามารถทางานรว่ มกบั ผู้อ่นื แสดงขั้นตอนการ
แก้ปญั หา เขียนโปรแกรมแบบวนซ้าโดยใช้บัตรคาสั่ง ใชอ้ ินเทอร์เน็ตในการคน้ หาความรู้ รวบรวม ประมวลผล
และนาเสนอขอ้ มลู ตามวัตถปุ ระสงค์

เพ่ือให้ผู้เรียนตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการ
ดารงชีวิต ตระหนักถึงการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของครูหรือผู้ปกครอง มีจิต
วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม

รหสั ตวั ชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๘.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕

รวมทั้งหมด ๒๕ ตัวช้วี ัด

ตัวช้ีวดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 อากาศและชีวติ ของสัตว์
(บทท่ี 1 อากาศและความสาคญั ตอ่ สิง่ มชี วี ติ )

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั
ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและ
บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล
ตอ่ สิง่ มีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม
ป.3/1 ระบุส่วนประกอบของอากาศ บรรยายความสาคัญของอากาศและผลกระทบของมลพษิ
ทางอากาศต่อสง่ิ มีชวี ิต จากข้อมลู ทีร่ วบรวมได้
ป.3/2 ตระหนักถึงความสาคัญของอากาศ โดยนาเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตนในการลดการเกิด
มลพิษทางอากาศ
ป.3/3 อธิบายการเกดิ ลมจากหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์
ป.3/4 บรรยายประโยชน์และโทษของลม จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้

2. สาระการเรียนรู้
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
1) สว่ นประกอบและความสาคญั ของอากาศ
2) มลพิษทางอากาศต่อสงิ่ มีชวี ติ
3) การเกดิ ลม
4) ประโยชนแ์ ละโทษของลม

3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
อากาศโดยท่ัวไปไม่มีสี ไม่มีกล่ิน ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

แก๊สอื่น ๆ รวมท้ังไอน้าและฝุ่นละออง อากาศมีความสาคัญต่อส่ิงมีชีวิต หากส่วนประกอบของอากาศไม่
เหมาะสม เนื่องจากมีแก๊สบางชนิดหรือฝุ่นละอองในปริมาณมาก อาจเป็นอันตรายต่อส่ิงมีชีวิตชนิดต่าง ๆ
จัดเป็นมลพิษทางอากาศ แนวทางการปฏิบัติตนเพ่ือลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ เช่น ใช้พาหนะร่วมกนั
หรอื เลอื กใชเ้ ทคโนโลยที ลี่ ดมลพิษทางอากาศ

ลม คือ อากาศที่เคลื่อนที่ เกดิ จากความแตกต่างกันของอุณหภูมิอากาศบริเวณท่ีอยู่ใกล้กัน โดยอากาศ
บริเวณท่ีมีอุณหภูมิสูงจะลอยตัวสูงข้ึน และอากาศบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ากว่าจะเคลื่อนเข้าไปแทนที่ลม
สามารถนามาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนในการผลติ ไฟฟา้ และนาไปใชป้ ระโยชน์

โรงเรียนวัดควนชะลิก

สงั กัดสำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศกึ ษำนครศรธี รรมรำช เขต 3
สงั กัดสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพนื้ ฐำน
กระทรวงศึกษำธิกำร


Click to View FlipBook Version