The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาเพศศึกษาสำหรับพ่อแม่และวัยรุ่น บทที่ 1 เรื่อง ความหมายของ เพศ และ เพศวิถี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pop_paphassorn, 2022-07-08 05:04:00

ความหมายของ เพศ และ เพศวิถี

วิชาเพศศึกษาสำหรับพ่อแม่และวัยรุ่น บทที่ 1 เรื่อง ความหมายของ เพศ และ เพศวิถี

สาระสำคญั
มีความรู้ความเขา้ ใจ มเี จตคติทดี่ ีและมีทกั ษะเกย่ี วกับความหมายของ เพศ และ เพศวถิ ี ปัจจยั ที่

ส่งผลกระทบต่อความเช่ือในเร่อื งเพศศึกษาความแตกตา่ งของเพศและเพศวถิ ีการเปล่ียนแปลงของวัยรุน่ วถิ ี
ชีวติ ของวยั รนุ่ แหล่งเรียนรเู้ รอื่ งเพศของวัยรุ่น การคมุ กำเนิด โรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์ทักษะการสอื่ สารเรอ่ื ง
เพศและหน่วยงานท่ีให้ความชว่ ยเหลอื เมื่อเกิดปญั หาเร่ืองเพศ
ผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวงั

1. อธิบายความหมายของ “เพศ” และ “เพศวถิ ี” ได้
2. ระบปุ จั จยั ท่ีสง่ ผลกระทบต่อความเช่ือในเรอ่ื งเพศ
ขอบขา่ ยเนอื้ หา
1. ความหมายของเพศ และเพศวิถี วเิ คราะห์กระบวนการเรยี นรเู้ รื่องเพศของตนเอง
2. วิเคราะห์ความรู้สึกต่อการสื่อสารเรอ่ื งเพศและอุปสรรค
3. เพศศึกษากบั การเรียนรูต้ ลอดชีวิต
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ศึกษาเอกสารประกอบการเรียนรู้
2. ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
3. ทำกจิ กรรมตามใบงาน
สือ่ ประกอบการเรยี นรู้
1. เอกสารประกอบการเรียนรู้
2. ใบงานทา้ ยบท
3. การสบื ค้นทาง Internet
ประเมินผล
ประเมนิ ผลจากกจิ กรรมตามใบงาน

ตอนท่ี 1 ความหมาย เพศ และเพศวถิ ีวเคราะห์กระบวนการเรียนรเู้ ร่อื งเพศของตนเอง

1.1ความหมายของเพศ และเพศวถิ ี
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของคําว่า “เพศ” หมายถึง รูปแบบท่ี

แสดงให้รวู้ ่าหญิงหรือชาย ซ่ึงหากจะตีความกันแต่เพียงวา่ เพศ คือ ลักษณะบอกให้ใครๆ รู้ว่าบุคคลนั้นๆ เป็น
ผหู้ ญงิ หรือชาย เป็นการยากที่จะเข้าใจความหมายเรอื่ งเพศไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ สำหรับความหมายของเพศในรูป
นามธรรมน้ัน เพศ หมายถึง ความรู้สึกและความต้องการทางเพศ หรือ กามารมณ์ ในทรรศนะของคนท่ัวไป
คาํ วา่ เร่อื งเพศหรือในภาษาอังกฤษ เรียกวา่ เซ็กส์ (Sex) หมายถงึ ลกั ษณะทางกายภาพทบี่ อกวา่ เป็นเพศชาย
หรือหญิง บางคร้ังหมายถึงแรงขับหรือสัญชาตญาณตามธรรมชาติของมนุษย์ที่แสดงออกเป็นพฤติกรรม
บางครง้ั หมายถึง พฤติกรรมทางเพศหรอื การมเี พศสัมพันธ์

ความหมายของคําว่าเพศมี 2 นัยยะ คือ (1) เพศ ในแง่สรีระวิทยา (biological/physical)
เป็นความแตกต่างของร่างกายท่ีติดตัวมาแต่กำเนิด เช่น ความแตกต่างของระบบอวัยวะสืบพันธ์ุเรื่องของ
ฮอร์โมนเพศหญงิ และเพศชาย เร่ืองรูปร่าง สงิ่ เหล่านี้ได้มาโดยกำเนดิ โดยทั่วไปแล้วเปล่ียนแปลงไม่ได้ ยกเว้น
การผ่าตัดทางการแพทย์สมัยใหม่ ส่วนความหมายของคําว่าเพศในนัยยะท่ี (2) คือ วัฒนธรรมความเป็นเพศ
(gender) ซึ่งหมายถึง บทบาทหน้าที่ ที่ถูกกำหนดตามเง่ือนไขความแตกต่างทางเพศ ในแง่สรีระวิทยา เช่น
ผู้หญิงมีหน้าท่ีเลี้ยงลูก หรือผู้ชายมีหน้าท่ีทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเป็นการกำหนดโดยวัฒนธรรม ทํานอง
เดียวกับการคาดหวังของสังคมท่ีมีต่อเพศหญิงท่ีว่า ผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต้องสวยงาม เรียบร้อย
ทำกับข้าวเก่ง มีหน้าที่ปรนนิบัติ ดูแลสามี ซึ่งคา่ นิยมเหลา่ น้ี ทำให้ผู้หญิงที่ไม่มีคู่ครองจะอยู่ยาก เพราะสังคม
มักเหน็ ว่าไมม่ ีคนปกป้องดูแล

เพศวิถี หมายถึง ค่านิยม บรรทัดฐาน และระบบวิธีติด วิธีปฏิบัติท่ีเก่ียวกับความปารถนา
การแสดงออกทางเพศ ความคิดเกี่ยวกับคู่รัก คู่ชีวิตในอุดมคติซ่ึงไม่ใช่พฤติกรรมตามธรรมชาติแต่เป็นการ
สร้างความหมายทางสังคม เพศวิถีจึงสัมพันธ์กับมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่กำหนด
และสร้างความหมายให้กับเร่ืองเพศทุกแง่มุม เช่น ความปรกติของการเป็นคนรักต่างเพศ ความผิดปรกติของ
คนรักเพเดยี วกัน หรือ ผหู้ ญิงดีคอื ผ้ทู ี่อ่อนประสบการณห์ รอื เป็นฝ่ายรบั ในเร่ืองเพศ (passive) เพศสัมพันธใ์ น
รูปแบบต่างๆ เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับคนเพียงคนเดียวหรือหลายคน การมีเพศสัมพันธ์ท่ีปลอดภัย ไม่
ปลอดภัย รักต่างวัย รักนอกสมรส ท้ังหมดนี้เป็นตัวอย่างของเพศวิถีซึ่งมีความหลากหลาย เพศวิถีเป็นส่ิงที่
เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัฒนธรรม ชนชั้น และกาลเวลา เช่น ในสมัยก่อนผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่น ห่มสไบไม่ถือว่าโป๊
แตอ่ ย่างใด

“สุขภาพทางเพศ”หมายความว่า สภาวะความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายและจิตใจของ
บุคคลที่เป็นผลสัมฤทธิ์อันเกิดจากการมีเจตคติท่ีดีต่อเรื่องเพศ มีความรู้ความเข้าใจ และได้รับความคุ้มครอง
สทิ ธิและสุขภาพทางเพศ

“เพศ”หมายความว่า ความเป็นหญิง ความเป็นชาย ท่ีถูกกำหนดโดยสรีระหรือความ
ประสงคข์ องเจ้าของสรรี ะนัน้ และยังหมายรวมถงึ เพศภาวะและเพศวถิ ดี ว้ ย

“เพศภาวะ”หมายความว่า ภาวะความเป็นหญิงความเป็นชายที่ถูกกำหนดโดยปัจจัย
แวดล้อม สงั คมและวฒั นธรรมในช่วงเวลาหนึ่ง

“เพศวิถี”หมายความว่า ค่านิยม บรรทัดฐาน และระบบวิธีคิด วิธีปฏิบัติท่ีเกี่ยวกับความ
ปรารถนาและการแสดงออกทางเพศ

“เพศศึกษา”หมายความว่า กระบวนการเรียนรู้ทุกช่วงวัยทั้งชายและหญิงเกี่ยวกับเจตคติ
ความรู้และพฤติกรรมท่ีเหมาะสมเก่ียวกับเรื่องเพศ เพ่ือก่อให้เกิดความรับผิดชอบและความสัมพันธ์อันดี
ระหว่างเพศ

“การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งเพศ” หมายความว่าการกระทำหรือไม่
กระทำการใดอันเป็นการแบ่งแยก การกีดกัน การไม่ยอมรับการจํากัดหรือทำให้เสียสิทธิประโยชน์ใดๆ ไม่ว่า
ทางตรงหรือทางออ้ มด้วยเหตุแหง่ เพศ

“การวางแผนครอบครัว”หมายความว่า การวางแผนเตรียมตัวก่อนการใช้ชีวิตคู่และ/หรือ
การที่คู่ชีวิตตัดสินใจร่วมกันในการมีหรือไม่มีบุตร การเว้นระยะในการมีบุตรโดยคำนึงถึงสุขภาพมารดาและ
บุตร ตลอดจนความสามารถในการอบรมเล้ียงดูบุตรให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการท้ังด้านร่างกาย จิตใจ
และสังคม

“การยุตกิ ารตง้ั ครรภ์”หมายความวา่ การทำให้การตง้ั ครรภ์สน้ิ สุดลง
“การคุมกำเนิด” หมายความว่า การป้องกันการต้ังครรภ์โดยการปฏิสนธิระหว่างเช้ืออสุจิ
ของชายและไขข่ องหญิง หรือปอ้ งกนั การฝงั ตัวออ่ นในโพรงมดลกู
“คนท่ีมีลกั ษณะเพศทางชีววิทยาไม่ชดั เจน”หมายความว่า ผูท้ ี่มีลกั ษณะเพศท่ีไมส่ ามารถ
ระบุได้อยา่ งชดั เจนว่าเปน็ หญิงหรอื เปน็ ชาย อาจมีลักษณะทีเ่ ขา้ ข่ายทงั้ หญิงและชาย หรือไม่เข้าข่ายท้ังหญิง
หรอื ชายปรากฏไดต้ ้ังแต่รปู แบบเพศสรรี ะทีเ่ หน็ ไดด้ ว้ ยตา เช่น อวัยวะเพศ หรอื ทีเ่ รยี กวา่ กะเทยแทไ้ ปจนถึง
การตรวจพบด้วยกระบวนการทางการแพทย์เช่น โครโมโซม หรือโฮโมน ทงั้ นี้อาจปรากฏตงั้ แตแ่ รกเกดิ หรอื
ภายหลังกไ็ ด้
“การแปลงเพศ”หมายความวา่ กระบวนการทางการแพทยโ์ ดยวิธีการผา่ ตดั เพ่ือเปล่ยี นเพศ
ชายให้เป็นเพศหญิงหรือเปลี่ยนเพศหญิงให้เป็นเพศชาย ทัง้ น้ีให้รวมถึงการผ่าตัดหรือการรักษาด้วยวิธีการอ่ืน
ที่หวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสรีระของร่างกายหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศอย่างถาวร
เชน่ การตัดอณั ฑะออกทั้งหมด เปน็ ต้น
“เยาวชน” หมายความวา่ บคุ คลท่มี อี ายุ 10 ปบี ริบูรณเ์ ป็นต้นไปแต่ไม่เกนิ 25 ปี
“วัยทอง”หมายความว่า บุคคลท่ีเริ่มเข้าสู่วัยที่ฮอร์โมนเพศลดลงยังผลให้เกิดความ
เปลีย่ นแปลงทางรา่ งกายและอารมณจ์ ิตใจ จําตอ้ งให้การบำบัดรกั ษาและดแู ลเป็นพเิ ศษ
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองและสง่ เสริมสิทธิอนามัยการเจริญ
พนั ธแ์ุ ละสขุ ภาพทางเพศ

“สำนักงาน”หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิอนามัยการ
เจรญิ พันธุแ์ ละสขุ ภาพทางเพศ

“เลขาธิการ”หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิ
อนามยั การเจรญิ พนั ธุ์และสขุ ภาพทางเพศ

“บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ”บคุ คลที่มคี วามหลากหลายทางเพศ หมายถึง บุคคล
ที่มีรสนิยมทางเพศ หรือมีความพึงพอใจทางเพศและหรือมีลักษณะการแสดงออกทางเพศในรูปแบบต่าง ๆ
ได้แก่ รักเพศเดียวกัน รักสองเพศ คนข้ามเพศ คนท่ีมีลักษณะเพศทางชีววิทยาไม่ชัดเจน และกลุ่มคนท่ีมี
ลกั ษณะทางเพศทอ่ี าจทำให้ได้รับผลกระทบทางสงั คม

“บริการอนามัยการเจริญพันธ์ุและสุขภาพทางเพศ” หมายความว่า การบริการ
สาธารณสุขที่เกี่ยวกับการคุมกำเนิดท่ีปลอดภัย การดูแลเกี่ยวกับการต้ังครรภ์และการคลอดท่ีปลอดภัย การ
ยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย การรักษาภาวการณ์มีบุตรยาก การป้องกันและรักษาโรคเก่ียวกับอวัยวะสืบพันธ์ุ
และการเจริญพันธโ์ุ รคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธแ์ ละเอสไอวีการดแู ลรักษาเก่ียวกบั การแปลงเพศ
1.2 ปจั จัยทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ คา่ นยิ ม ความเชอ่ื ในเร่อื งเพศ

พฤติกรรม หมายถึง การกระทำ หรือ การปฏิบัติตนท่ีเกี่ยวข้องกับเร่ืองเพศโดยครอบคลุม
ท้ังพฤติกรรมที่แสดงออกภายนอก คอื พฤติกรรมทสี่ ามารถมองเหน็ ไดด้ ้วยตาเปล่า เมื่อพจิ ารณาถึงปัจจยั ทีม่ ี
อิทธิพล ต่อพฤติการณ์รมทางเพศ จะสามารถแบ่งออกได้ 3 ปัจจัย คือ ครอบครัว เพื่อน สังคม แล ะ
วฒั นธรรม

1. อิทธิพลของครอบครัว ครอบครัวเป็นสถาบันแห่งแรกที่อบรมทางด้านจิตใจ และปลูกฝัง
พฤติกรรมสุขภาพให้แก่เด็กครอบครัวจึงมี อิทธิพลต่อพฤติกรรมต่าง ๆ รวมทั้งพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น
ด้วย

1. อิทธิพลของเพ่ือน การคบเพ่อื นมีความสำคัญและจาํ เปน็ ตอ่ ชวี ิตของวัยรุ่นเพราะเพือ่ นจะ
มีอิทธิพลในเรื่องความคิด ความเชื่อตลอดจนให้คำปรึกษา หรือแนะนําในเรื่องต่างๆ รวมท้ังพฤติกรรมทาง
เพศ และอาจชักจูงไปในทางท่ีดีและไม่ดี ดังน้ันการเลือกคบเพื่อท่ีดีจะช่วยแนะนําเร่ืองพฤติกรรมทางเพศ
ในทางทเี่ หมาะสม
2. อทิ ธพิ ลของสงั คม อิทธพิ ลของสังคมท่มี ีผลตอ่ พฤติกรรมทางเพศ มดี ังนี้

1.1 สถานภาพทางสังคม สงั คมไทยปจั จบุ นั มคี วามเหลยี่ มล้ําและชอ่ งวา่ งทางฐานะทาง
เศรษฐกิจมากยิง่ ขน้ึ

1.2 ส่ือมวลชนมีอิทธิพลต่อกระแสแนวคิดและทิศทางความเคล่ือนไหวในสังคมการเสนอ
ข่าวเก่ียวกับพฤติกรรมทางเพศในทางท่ีเสื่อมเสีย เช่น การถูกข่มขืนที่ลงภาพผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออย่างชัดเจน
พรอ้ มบอกรายละเอยี ดต่างๆ ของการกระทำ

1.3 อิทธิพลของวฒั นธรรม วฒั นธรรมจึงเป็นทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งทีส่ ังคมสรา้ งข้ึน เพอื่ ช่วยให้
มนษุ ยส์ ามารถดำเนนิ ชีวิตอยรู่ ว่ มกัน ในสงั คมโดยมคี วามเชอื่ ทางศาสนาเปน็ ส่วนประกอบทสี่ ำคัญมากของ
วฒั นธรรมในแตล่ ะสังคม

1.3 การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของเด็กวัยรุ่น วัยรุ่นเป็นวัยท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่า
มากท้ังทางด้านร่าย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่
ผปู้ กครอง และครูอย่างใกล้ชดิ เพือ่ ช่วยแนะนําในเรอื่ งการปรับตวั และคอยให้คำปรึกษาเร่อื งราวต่าง ๆ ให้แก่
วัยรุ่น วยั รุ่น แยกไดเ้ ป็น 2 ระยะ ซ่ึงแบง่ ตามลกั ษณะของการเจรญิ เติบโตและพัฒนาการที่แตกตา่ งกนั ดงั นี้

ระยะที่ 1 วัยรุ่นตอนต้น เริ่มต้ังแต่อายุ 13-15 ปี สำหรับวัยรุ่นหญิง ส่วนวัยรุ่นชายตอนต้น จะเริ่ม
ตั้งแตอ่ ายุประมาณ 15-17 ปี

ระยะที่ 2 ได้แก่ วัยรุ่นตอนปลาย ท้ังเพศหญิงและชายอายุประมาณ 17-19 ปี ในระยะของวัยรุ่น
ตอนต้น คือ อายุระหว่าง 13-15 ปี วัยรุ่นหญิงจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วความสูงจะเพิ่มมากกว่าวัยรุ่นชาย
และหลังจากอายุ 15 ปีแล้ว การเจริญเติบโตของวัยรุ่นหญิงจะลดน้อยลง ส่วนวัยรุ่นชายจะเติบโตเร็วในช่วง
อายุ 5 ปี โดยจะสงู ทันหรอื สูงกวา่ วัยรนุ่ หญงิ วัยรนุ่ จะมีพฒั นาการทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ สงั คม สติปัญญา

1.4 ลกั ษณะทั่วไปของวยั รนุ่ มดี งั น้ี
1. มกี ารเปล่ียนแปลงทงั้ ทางร่ายกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญา มักเรียกวยั นวี้ า่

“วยั พายบุ ุแคม”
2.มอี ารมณไ์ ม่มั่นคง เนือ่ งจากยงั ขาดประสบการณ์
3.มีอารมณร์ นุ แรง และจะแสดงความรสู้ ึกออกมาอยา่ งเปดิ เผย
4.มีสถานภาพเปน็ สองวยั คอื มที ้ังความเปน็ เดก็ และผใู้ หญใ่ นคนๆ เดียวกัน
5.มปี ญั หาเกีย่ วกบั การเปลยี่ นแปลงของร่างกายและอารมณ์ ซึ่งอาจทำใหเ้ กิดความไม่แน่ใจ หรอื

ความไมเ่ ชอื่ มน่ั ในตัวเองได้
6.จะมที ่าทางทเ่ี กง้ กา้ ง แขน ขา ยาว จึงทำใหข้ าดความเช่อื ม่ันในตวั เองในช่วงน้ี
7.จะมีการเปลีย่ นแปลงทางเพศท่เี กดิ ขึ้นตามธรรมชาติ เช่น เด็กชายมีหนวดเครา เสยี งแตก สว่ น

เด็กหญิงมหี นา้ ออก เสยี งแหลมเปน็ ตน้
8.การเปล่ียนแปลงและพัฒนาการทางดา้ นสังคม มคี วามรับผิดชอบมากขนึ้ ตอ้ งทำกจิ กรรมซ่ึงเป็น

เร่ืองตนเองมากกว่าเดิม
9.การเปลย่ี นแปลงและพฒั นาการทางดา้ นสติปญั ญา วัยรนุ่ มีการเปลย่ี นแปลงและพฒั นาการ

ตอนท่ี 2 วิเคราะหค์ วามรู้สกึ ตอ่ การสือ่ สารเรือ่ งเพศและอปุ สรรค

2.1 สถานการณ์การสอื่ สารเรอื่ งเพศศึกษาระหว่างพอ่ แม่กับลูกวยั รนุ่
ปัจจุบันนี้พฤติกรรมทางเพศและปัญหาสุขภาพทางเพศเพ่ิมสูงขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นไทย เพศศึกษาใน

ครอบครัวเป็นความรูแ้ รกเก่ียวกับเพศที่เด็กได้เรียนรู้จากผู้ปกครอง ซึ่งเพศศึกษาในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญท่ี
จะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพทางเพศ แม้ว่าประเทศไทยจะรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาอย่างรวดเร็ว เรื่อง
เก่ียวกับเพศ ก็ยังคงเป็นเร่ืองท่ีต้องปิดบัง ดังนั้น สถานการณ์การสื่อสารเร่ืองเพศศึกษาในครอบครัวจึงยังไม่
เป็นท่ีเข้าใจ ชดั เจนนกั

การสื่อสารเร่ืองเพศศึกษาเกิดข้ึนในบางครอบครัว ซึ่งเนื้อหาท่ีสื่อสารกันนั้นเป็นเพียงบางส่วนของ
เร่อื งเพศศึกษาเท่านั้น อุปสรรคสำคัญท่ีสุดของการส่ือสารเร่ืองเพศศกึ ษาในครอบครัวคอื การทพี่ ่อแม่คิดว่าลูก
ของตนยังเดก็ เกินไปที่จะเรยี นร้เู ร่อื งเพศศึกษา

2.2 เพศศกึ ษา เรอ่ื งท่ีพอ่ แม่ต้องสอนลกู
ช่วงรอยต่อการก้าวจากความเปน็ เด็กสู่ความเป็นผูใ้ หญ่มีความท้าทายอย่างย่ิงต่อท้ังวัยรุ่นเองและต่อ

ผู้เป็นพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างย่ิง ข่าวสารปัญหาทางเพศในวัยรุ่นนั้น ถือเป็นความกังวลสูงสุดข้อหนึ่งท่ีกดดัน
คุณพอ่ คุณแม่ส่วนใหญ่ ยิง่ กระแสสังคมมีความต่ืนตัวและให้ความสำคัญอย่างย่ิงเพียงใด ก็ย่ิงสะท้อนถึงความ
จําเป็นท่ีคุณพ่อคุณแม่ต้องพัฒนาบทบาทของตนในการให้ความรู้เร่ืองเพศศึกษากับลูก เพราะข้อมูลทาง
วิชาการต่างก็มีบทสรุปชัดเจนซ่ึงบ่งชี้ว่า ผู้ให้ความรู้เร่ืองเพศศึกษาที่ดีที่สุดแก่วัยรุ่น คือคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง
แต่ขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยก็ยังงุนงงสงสัยว่า การเป็นผู้ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาแก่ลูกควร
จะมีแนวทางอย่างไร ปัญหาการพูดคุยเร่ืองเพศกับลูกท้ังที่พ่อแม่อาจตระหนักรบู้ ทบาทหน้าทีข่ องตน แต่จาก
การสํารวจ ก็ยงั พบวา่ มอี ุปสรรคท่ีทำใหพ้ ่อแมไ่ มส่ ามารถคุยเร่อื งเพศกบั ลูกได้ในสามประเดน็ หลัก ดงั นี้

>ความรู้สกึ พอ่ แม่หลายคนรู้สึกขดั เขิน ท่ีจะคุยเร่ืองเพศกับลูก
>ความรู้ไมม่ ่นั ใจในความรูเ้ รือ่ งเพศทตี่ นมีอยู่
>ความเหมาะสมกับวยั ของลูก พ่อแม่มักไมท่ ราบวา่ จะพูดเร่ืองเพศกับลกู ไดใ้ นวัยใด มากแค
ไหนเพราะกลัวจะเป็นดาบสองคมให้ลูกอยากลองหรือเป็นการชี้โพรงให้กระรอกหลักการคุยเรื่องเพศกับลูก
จากข้อกงั วลใจสามประการข้างต้น เราจึงต้องมีหลกั การพดู คยุ เร่อื งเพศที่เปน็

2.3ประโยชน์สำหรับพอ่ แม่ ดงั ตอ่ ไปน้ี
การจัดการกับความรู้สึกอึดอัดใจของตนเองเร่ืองเพศเป็นเร่ืองละเอียดอ่อนและมีกรอบของความเช่ือ

ทางประเพณีมาเกี่ยวข้องมาก เป็นผลให้การพูดคุยเรื่องน้ีกลายเป็นเรือ่ งอึดอัดใจได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม พ่อ
แม่ควรมีโอกาสทบทวนความรู้สึกของตนเองและยอมรับในความลําบากใจของตนเอง แต่ไม่ควรปล่อยให้
ความรู้สึกเหล่านี้เป็นอุปสรรคของการพูดคุย โดยต้องคํานึงไว้เสมอว่า การได้รับข้อมูลท่ีถูกต้องเพียงพอใน

เรื่องเพศ จะช่วยให้วัยรุ่นปลอดจากการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ดังนั้น พ่อแม่จะต้องพยายาม
อย่าหลบเล่ียงคําถามของลูก ตอบให้ตรงคําถามที่ลูกอยากรู้ถ้าไม่แน่ใจ เมื่อตอบแล้วให้ถามว่า เป็นคําตอบท่ี
เขาต้องการหรือไม่ โดยควรพูดคุยอย่างเป็นกันเองและเป็นธรรมชาติเหมือนการคุยเร่ืองดินฟ้าอากาศหรือ
เรื่องการเรียน ท้ังน้ีการพูดคุยท่ีดีควรเป็นการสื่อสารสองทาง พ่อแม่จะต้องระมัดระวังในการไม่เป็นผู้พูดฝ่าย
เดยี ว ควรรบั ฟังและถามความคิดเห็นของลูกดว้ ย ข้อสำคัญอีกประการหน่ึง คือถา้ ลูกมคี วามเห็นไม่ตรงกบั พ่อ
แม่ อย่าเพ่ิงโกรธ ให้ถามเหตผุ ล ท่ีมาท่ไี ปทท่ี ำใหเ้ ขาคิดเช่นนั้น แล้วคอ่ ย ๆ ใชเ้ หตผุ ลแลกเปล่ยี นความเหน็ กัน
ซ่ึงโดยทว่ั ไปแลว้ การเปิดใจรับฟังของพ่อแมจ่ ะนําไปสู่การโน้มนา้ วจูงใจลูกได้เพียงแต่ อาจยงั ไม่เห็นผลชดั เจน
ในทันทีแต่การพูดคุยต่อเนื่องเสมอๆ ในบรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่น จะช่วยให้ค่านิยมดีงามซึมซับเข้าไปใน
ใจของลูกเอง

การสร้างความม่ันใจในการให้ความรู้แก่ลูกแม้พ่อแม่จะเป็นครูผู้สอนความรู้ด้านเพศศึกษาท่ีดีท่ีสุด
สำหรับลูก แต่พ่อแม่ไมจ่ ำเป็นตอ้ งรู้ทุกเรื่องเกยี่ วกับเพศศึกษา ปัญหาหรือข้อมูลทางเพศหลายเร่ืองที่ลูกสงสัย
แต่พอ่ แม่ตอบไมไ่ ดส้ ามารถนาไปสู่ความลงตัวด้วยการร่วมกนั หาขอ้ มลู จากแหล่งที่มคี วามน่าเชอื่ ถือ อีกทั้งพ่อ
แม่ยงั ได้ตดิ ตามการปรับค่านยิ มและรว่ มกนั มองหาแนวคดิ วิเคราะห์ท่ดี ีงามได้อกี ดว้ ย

ก่อนท่ีจะเร่ิมการพูดคุยกับลูกถึงเร่ืองเพศศึกษา เราควรจะทราบถึงการพัฒนาการของเด็กในแต่ละ
ชว่ ง อายุ เพอื่ จะไดเ้ ตรยี มตวั ในการใหค้ วามรใู้ นเรือ่ งเหล่านไ้ี ดเ้ หมาะสมกับวัยของเด็ก

2.4 ความร้เู ร่ืองเพศที่เหมาะสมกบั ลกู ในแตล่ ะช่วงวัย
หลักการสำคัญข้อหน่ึง คือ ไมม่ ีวัยที่เด็กเกินกว่าการถามและการตอบเร่อื งเพศ โดยเฉพาะเม่ือพ่อแม่

มี ความเข้าใจถึงพัฒนาการของลูก และสามารถให้คําตอบท่ีเหมาะแก่วัยได้โดยไม่ต้องแปลกใจที่ลูกจะไม่
เข้าใจ ทั้งหมด เมื่อลูกมีข้อสงสัย การยอมรับการถามจะช่วยให้ลูกกล้าถามอีกในครั้งต่อๆ ไปที่มีข้อข้องใจ
ดังนั้น จึง ต้องระมัดระวังท่าทีการดุว่าหรือการแสดงความตกอกตกใจเกรี้ยวกราดเม่ือลูกถาม ซ่ึงอาจนําไปสู่
การเกิด ช่องว่างทางความคิดท่ีทำให้พ่อแม่ไม่สามารถรับรู้ถึงค่านิยมหรือ การปฏิบัติตัวในเรื่องเพศหรือเร่ือง
อื่นๆ ของ ลูกในอนาคตได้ดังน้ัน ถ้าลูกมีการไถ่ถามเร่ืองเพศจากพ่อแม่ควรมีท่าทีใส่ใจและพูดกับลูกว่า “พ่อ
แม่ดีใจท่ีลูก ถาม” ในทางตรงข้าม ถ้าลูกไม่ถาม พ่อแม่ควรชักชวนลูกคุยในเร่ืองเพศที่เหมาะกับความเข้าใจ
ตามวยั ทงั้ น้ี การเร่ิมพดู คยุ เร่ืองเพศที่เหมาะสมต้งั แตล่ ูกอายนุ อ้ ยๆ อยา่ งต่อเน่ือง จะช่วยให้การพูดคุยในเรื่อง
ที่ยากหรือซับซ้อนในช่วงวัยรุ่นเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายเป็นธรรมชาติและลดความขัดเขินระหว่างกันได้ดีโดย
เน้อื หาการ พูดคุยตามวยั สามารถเชือ่ มโยงถงึ ความเหมาะสมของพัฒนาการโดยยอ่ ไดด้ ังนี้

อายุ 2-5 ปี
ลูกเร่ิมรู้ว่ามีความแตกต่างทางด้านร่างกายระหว่างเด็กหญิงกับเด็กชาย มีความอยากรู้อยากเห็น

เก่ียวกับรูปร่างและส่วนประกอบของร่างกายของเพศตรงข้าม เร่ิมแยกแยะบทบาทท่ีสำคัญ ของแต่ละเพศ
และเริ่มแสดงพฤติกรรม และบทบาทของตนให้สอดคล้องกับเพศที่ตนเองเป็น เด็กอาจจะเริ่ม “เล่น” อวัยวะ
เพศของตนเอง และสนใจสํารวจดูสว่ นสำคญั ของเด็กคนอนื่ ๆ

เร่อื งท่ีพ่อแม่ควรนาํ มาพูดคุย

สอนลูกให้รู้จักส่วนต่างๆ ของร่างกายในมุมมองด้านดีสอนให้ลูกรู้จักปกป้องตนเอง ไม่ยอม
ให้คนอื่นมาจับต้องส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยที่ลูกไม่ยินยอม สอนให้ลูกบอกพ่อแม่ในกรณีท่ีลูกถูกคนอื่นจับ
ต้องของสงวน สอนให้ลูกรู้ว่า การพูดเกี่ยวกับเรื่องเพศเป็นเรื่องส่วนตัว ควรทำเฉพาะในเวลาท่ีเป็นส่วนตัวท่ี
บา้ น ไมค่ วรพดู ในที่สาธารณะ ถา้ ลกู ชอบท่จี ะจบั เล่นอวัยวะเพศอยูเ่ สมอๆ ควรสอนให้ลกู ร้วู า่ เขาไม่ควรจะทำ
อย่างนั้นตอ่ หน้าคนอื่นๆ และไม่ควรทำในท่ีเปดิ เผย แต่พ่อแมไ่ ม่ควรจะใชก้ ารลงโทษอยา่ งรุนแรง หรอื พูดขใู่ ห้
เด็กเกิดความกลัวและเข้าใจผิดว่าเร่ืองเพศเป็นสิ่งท่ีผิดหรือต้องห้ามอย่างเด็ดขาด เด็กควรมีความมั่นใจได้ว่า
พอ่ แม่เปดิ โอกาสให้เขาถามหรอื พูดคยุ เกี่ยวกับเรอ่ื งเพศที่เขาอยากร้ไู ด้เสมอ

อายุ 6-10 ปี
ลูกจะเริ่มใช้คำศัพท์หรือคําสแลงเกี่ยวกับเร่ืองเพศ เร่ิมรู้สึกเขินอายมากข้ึนเม่ือพูดเก่ียวกับเรื่องเพศ

เร่ิมรู้ว่าเด็กทารกน้ันเกิดมาจากไหน เร่ิมอยากรู้ว่าส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้น มีการทำงานเป็นอย่างไร และมี
หน้าที่อย่างไร เริ่มได้รับรู้เรื่องโรคเอดส์และอาจจะมีการเช่ือมโยงเร่ืองราวจนเกิดความกังวลว่าแปลกๆ เช่น
ไม่ อยากตั้งครรภ์หรือสงสยั ว่าตนอาจจะตดิ เอดส์

เรอื่ งที่พ่อแม่ควรนํามาพดู คุย
พ่อแม่สามารถอธิบายง่ายๆ ได้ว่าอวัยวะต่างๆ ที่มีส่วนในการเจริญพันธุ์น้ันมีหน้าที่อย่างไร
บ้าง โดยสามารถเช่ือมโยงกับพื้นฐานเรื่องการเจริญพันธุ์ของมนุษย์และพืช หรือสัตว์อ่ืนๆ (เช่น ดอกไม้กับ
แมลง ฯลฯ) ให้ความรู้เรื่องความแตกต่างทางด้านสรีระของร่างกายผู้หญิงกับผู้ชาย โดยควรรู้ว่าแต่ละเพศมี
ความแตกต่างกันในด้านบทบาทหน้าที่และการแสดงออกในสังคม พ่อแม่อาจสอนลูกเก่ียวกับเร่ืองโรคเอดส์
และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ อย่างง่ายๆ ได้และพยายามตอบคําถามที่ลูกถามอย่างธรรมดาและเรียบ
ง่าย โดยให้ความรู้ที่ถูกต้องและตรงไปตรงมา โดยสังเกตถึงความเข้าใจของลูก ซ่ึงส่วนใหญ่ในวัยนี้ยังอาจไม่
จำเปน็ ต้องอธิบายอย่างละเอยี ดมากนัก เพราะอาจทำใหเ้ ดก็ เกดิ ความสับสน

อายุ 11-12 ปีข้นึ ไป
ลูกจะเข้าสู่ระยะวัยรุ่น เร่ิมมีการเปล่ียนแปลงของฮอร์โมนเพศ และอวัยวะเพศเริ่มทำหน้าท่ีในการ

เจริญพันธุ์ได้เหมือนในผู้ใหญ่ลูกอาจจะมีความวิตกกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดข้ึนกับร่างกายของ
เขา จะเป็นอย่างไร และเป็นปกติหรือไม่จะเร่ิมมีการเปรียบเทียบรูปร่าง และส่วนต่างๆ ของร่างกายของ
ตนเอง กบั เพื่อนๆ ในวยั เดยี วกนั เรมิ่ มีความรสู้ ึกทางเพศ เมือ่ มสี ิง่ เร้า และเรมิ่ อยากทีจ่ ะมี “แฟน”

เร่ืองท่ีพอ่ แมค่ วรนาํ มาพูดคุย
ควรให้ความม่ันใจว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายที่กําลังเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติในทุก
คน ควรบอกให้ลูกทราบล่วงหน้าถึงการเปล่ียนแปลงบางอย่างท่ีจะเกิดข้ึนกับร่างกาย เช่น การมีประจำเดือน
ของเด็กผู้หญิง และการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ในตอนท่ีมีความรู้สึกทางเพศ ของเด็กผู้ชาย และการ “ฝัน
เปยี ก” โดยลูกควรมคี วามเขา้ ใจที่ถกู ตอ้ งเกย่ี วกับเร่ืองเพศว่าเป็นเรื่องธรรมชาติและเปน็ สว่ นหน่ึงของชีวติ แต่
ควรมีเรื่องของความรักและความรับผิดชอบที่พึงมีให้กันเป็นบรรทัดฐานด้วยรับรู้ว่าการมีความรู้สึกทางเพศ
นั้นเปน็ เรอื่ งปกติและความร้จู กั ทีจ่ ะควบคมุ ความรู้สึกน้ใี ห้เหมาะสมกบั การแสดงออกที่ถูกต้องทางสังคม

ควรให้ลูกเข้าใจถึงการรู้จักระมัดระวังตัว และตระหนักถึงคุณค่าการหลีกเลี่ยงการมี
เพศสัมพันธ์ก่อนถึงวัยอันเหมาะสม โดยสอนให้ลูกรู้จักปฏิเสธหากมีใครพยายามชักชวนหรือบังคับให้มี
เพศสมั พันธห์ รือมคี วามเสี่ยงใดๆ และรู้จักการปอ้ งกนั ตนเอง หรอื ช่วยตวั เองใหห้ ลุดพ้น จากสิ่งเลวร้ายเหล่านี้
นอกจากน้ียังควรสอนให้ลูกรู้จัก เร่ืองปัญหาการต้ังครรภ์และการติดเชื้อโรค ท่ีอาจมาจากการมีเพศสัมพันธ์
นอกจากน้ยี งั สามารถสอนใหล้ ูกรจู้ ักสิ่งท่”ี ถูก” และ “ผิด” ในเร่ืองการมีเพศสมั พันธ์ให้ร้วู ่าเรื่องเกี่ยวกับเพศที่
เพ่ือนอาจจะพูดคุยกันนั้น ในบางกรณีมักเป็นการคุยโอ้อวดกันมากกว่าท่ีจะเป็นเร่ืองที่เกิดข้ึนจริงๆได้โดย
รปู แบบการสอนในช่วงวยั นี้พ่อแม่จะต้องเริ่มปรับท่าทีจากผู้ชนี้ ําในวัยก่อนหน้าน้ีกลายเป็นการชวนคุยและรับ
ฟังมากข้ึน ที่สำคัญ คือต้องมีการชวนลูกคิดเพ่ือนําไปสู่การมีค่านิยมแนวทางปฏิบัติของตนเองได้อย่างม่ันคง
ต่อไป และมีความมั่นใจเสมอว่าพอ่ แม่จะเปน็ ที่ปรกึ ษาท่ดี ที ส่ี ดุ สำหรับลกู ตลอดไป

2.5 วัยรุ่นสมควรเรยี นรเู้ ร่อื งเพศเมือ่ ไร อย่างไร

คําตอบท่ีถูกต้องน่าจะหมายถึงอารมณ์ที่มั่นคง ทำให้สามารถยอมรับเหตุการณ์ท่ีเป็นธรรมชาติได้

และพร้อมทีจ่ ะเรียนรู้ไม่ควรให้เกิดการลองผิดลองถูกด้วยตนเองวยั รุ่นจะมีเพศสัมพันธไ์ ด้ก็ต่อเมื่อ……..เพราะ

อะไรในความคิดเห็นของผู้ใหญค่ ิดว่าเมื่อพร้อมด้านความรู้สถานภาพทางสงั คมและเศรษฐกิจ มีหน้าท่ีการงาน

มคี วามรับผิดชอบโดยไม่เป็นภาระต่อสงั คม มีความพรอ้ มและม่ันคงทางอารมณ์ในความคิดเห็นของเด็กคิดว่า

เม่ือมีความพร้อมทางด้านร่างกาย จิตใจ หน้าที่ความรับผิดชอบ คนสองคนต้องรักกัน รับผิดชอบ ครอบครัว

ได้รจู้ กั โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการป้องกัน

2.6 พฤติกรรมทางเพศทเ่ี หมาะสมของวัยรุ่นควรเป็นอย่างไร

มีความคิดเป็นของตนเอง แต่ควรจะมีความพร้อมทางด้านร่างกาย และความคิดก่อน ให้สามารถมี

ทักษะในการปฏิเสธและการต่อรองกับคู่ของตนเองได้มีเพศสัมพันธ์ได้แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการป้องกัน

ตนเองใหป้ ลอดภัย ทงั้ เรอ่ื งการต้งั ครรภ์และการตดิ เชือ้ HIV

การเรียนรูเ้ รือ่ งเพศอย่างเปิดเผยสง่ ผลดีผลเสียอย่างไร

ผลดี ผลเสีย

เปน็ ธรรมชาติท่ตี อ้ งเรียนรู้ทำใหเ้ ขา้ ใจส่ิงใกลต้ วั ชโี้ พรงใหก้ ระรอกเรว็ เกนิ ไป

เรียนร้นู ิสัยของกันและกัน ทำให้เยาวชนคิดว่าเป็นเร่ืองธรรมดาจนไม่

ตระหนักถึงเรอ่ื งรอบตัว

เรารู้จกั การปอ้ งกันตนเองใหป้ ลอดภัย

เรยี นรูโ้ ดยมีผู้ใหญช่ ว่ ยไปพร้อมๆกนั

2.7 อปุ สรรคของการพูดคุยเรื่องเพศระหวา่ งผ้ใู หญก่ ับเยาวชนคืออะไร
1. ผใู้ หญค่ วรเข้าใจธรรมชาตขิ องวัยรุ่นว่าอยากรู้อยากเหน็
2. ผู้ใหญ่สอนการศกึ ษาเร่อื งเพศไม่ถ่องแท้
3. ส่อื เนน้ เพศสมั พนั ธ์มากกว่าความรู้
4. ดารา /นักแสดง สอ่ื สารเร่อื งราวแบบผิดเพศ เด็กเกิดการเลียนแบบ

5. ระบบวฒั นธรรม ศาสนา ปดิ ก้นั ความคิดและกระบวนการเรียนรู้
6. การเรยี นรคู้ วรสอนตามพฒั นาการของเดก็
7. สอนทางออกของปญั หา โดยปรับทัศนคตขิ องผใู้ หญแ่ ละเยาวชนเขา้ หากัน สร้างสัมพนั ธ์ภาพใน
8. ครอบครัว รว่ มคุยกัน หาทางออกใหเ้ ด็ก ร่วมกนั สร้างหลักสตู ร
9. นโยบายนําไปปฏิบตั ิไดจ้ รงิ องคก์ รทกุ องค์กรควรเรยี นรรู้ ว่ มกับเดก็ เพ่ือพฒั นาสงั คมรว่ มกัน

2.8 วิธกี ารสอื่ สารเพ่อื การมีเพศสัมพนั ธ์ที่ปลอดภัย
ในยุคท่ีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระบาดอย่างมาก โดยเฉพาะโรคร้ายแรงเช่นโรคเอดส์ใน

ขณะนี้การสื่อสารมีส่วนสำคัญอย่างมากในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ให้ปลอดภัยมาก
กว่าเดมิ จงึ มีหลักการในการส่ือสารนนั้ มีหลายวธิ ีไดแ้ ก่

1. การพูดคุยกันให้เข้าใจถึงการใช้ถุงยางอนามัย เป็นวิธีการคุมกำเนิดท่ีปลอดภัย ไม่มีการ
ใช้ยา หรือวัสดุเข้าไปในร่างกายฝ่ายหญิง นอกจากน้ีการให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยยังเป็นการรักษาความ
สะอาดในระหว่างการมเี พศสัมพันธ์โดยไมร่ ตู้ วั จากพฤติกรรมเส่ยี งทั้งในอดตี ปจั จุบันและอนาคต

2. การไม่ปิดบังซึ่งกันและกันถึงพฤติกรรมทางเพศก่อนที่จะพบกัน และชวนกันไปตรวจ
สุขภาพก่อนทีม่ ีเพศสมั พันธ์ โดยไมไ่ ดม้ ีการป้องกนั

3. การไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงนอกสมรส หรือในกรณีท่ีฝ่ายชายซึ่งมีโอกาสมากกว่าจะมี
พฤติกรรมเส่ยี ง โดยการมเี พศสัมพันธ์กบั หญิงอ่ืนนอกสมรส จนต้องสวมถงุ ยางอนามัยทุกครั้ง และถา้ ไมแ่ นใ่ จ
อาจขอใชถ้ ุงยางอนามัย เมื่อจะมเี พศสัมพนั ธ์กบั คูข่ องตน โดยอาจจะอ้างถงึ ความสะอาดก็ได้

ตอนท่ี 3 เพศศกึ ษากบั การเรียนรตู้ ลอดชวี ติ

เพศศึกษาเป็นเร่ืองของชีวิต จึงเป็นเร่ืองสำคัญ เพราะการใช้ทฤษฎีจิตวิทยาของฟรอยด์วิเคราะห์จะ
พบว่า พฤติกรรมของมนุษย์ล้วนเป็นผลมาจากเร่ืองเพศท้ังสิ้น หรือแม้กระท่ังแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติฉบับที่ 10 ทีต่ อ้ งการใหค้ นไทยอยเู่ ยน็ เปน็ สุข โดยมีตวั ช้ีวดั 6 ประการ คอื

1.ตอ้ งมสี ุขภาวะ คือ รา่ งกายแขง็ แรง ปราศจากโรค สขุ ภาพจิตดี
2. มีครอบครวั ท่อี บอุ่น สัมพันธภาพท่ดี ี
3. ชุมชนเขม้ แขง็ แก้ปัญหา ได้
4. ระบบเศรษฐกจิ เข้มแข็ง มรี ายได้ไมม่ หี นีเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี ง
5. มีส่งิ แวดล้อมทดี่ ีมีการดำรงชีวติ สมดุลกับ ธรรมชาติและ
6. สังคมเป็นประชาธิปไตย ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันบนพ้ืนฐานของความเป็น มนุษย์ ซึ่ง
ตวั ช้ีวัดท้ัง 6 ตัวน้นั จะเกี่ยวข้องกับเรือ่ งเพศทัง้ ส้ิน
นอกจากน้ีอายุขัยเฉล่ียของชายและหญิงไทยอยู่ท่ี 75 และ 78 ปีตามลำดับ ซึ่งช้ีให้เห็นว่าการดูแล
สขุ ภาพของประชากรไทยดขี ้ึน แตม่ ีผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น จาก อบุ ตั ิเหตุ หรอื การติดเชื้อไวรัสเอชไอ
วี โดยท่ีภาวะเจ็บป่วยเกิดข้ึนกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และเป็นภาวะเจ็บป่วยที่เกี่ยวเนื่องกับเพศ เช่น
เน้ือ งอกในมดลูก เป็นต้น จากปัญหาต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นข้อสังเกตว่า จะพัฒนาไปสู่ทิศทางของการอยู่เย็น
เป็นสุขได้ ตามแผนพัฒนาฯ หรือไม่ เพราะการเผชิญหน้าต่อปัญหาเหล่าน้ีแค่เพียงความรู้คงไม่เพียงพอ
สำหรับการแก้ไข แต่ต้องอยู่ที่กระบวนการเรียนรู้และการมีทักษะ มีศักยภาพ ทัศนะท่ีกว้างไกล มุมมองที่
หลากหลาย อันเป็น คณุ สมบัตขิ องผทู้ ่ีมีความสามารถในการเรียนรู้จึงจะรบั มือกับการเปลย่ี นแปลงได้
อย่างไรก็ตาม กระบวนการเรียนรู้เกิดข้ึนจาก 1.ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง (คิด วิเคราะห์หรือ
เลียนแบบ) 2.ผู้อ่ืนสอน โดยที่จะใช้การเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตได้อย่างไร เพราะแค่สอนคง
ไม่ได้เนื่องจากว่าต่างคนต่างมีวิธีการเรียนรู้ของตัวเอง ท้ังนีห้ ากต้องการใช้การเรียนรู้เป็นเคร่อื งมือ ต้องทำให้
บุคคลรู้จักตัง้ คาํ ถาม แล้วสงสัยว่าเป็นอยา่ งไร ทำให้บคุ คลศึกษาในรายละเอียดแสวงหาสิ่งท่ีอยากรู้และสิ่งนั้น
จะเป็นประโยชน์อย่างไร ให้รู้จักวิเคราะห์ผลกระทบ เพราะเพศศึกษาเป็นเร่ืองของทุกคน บทบาทของแต่ละ
คน จะเปน็ อย่างไร โดยมขี อ้ เสนอแนะวา่

1.เร่ืองนีเ้ ป็นเร่ืองของเรา
2.มแี หล่งเรยี นรู้แลว้ หรือไม่ เพยี งพอหรือเปล่า และถูกตอ้ งไหม
3.วธิ ีการส่งเสริมให้เกิดการเรยี นรู้เป็นอย่างไร ซงึ่ การเรยี นรู้เร่ืองเพศเป็นจุดกำเนิดของเร่ือง
อืน่ ๆ โดยทวี่ ิธกี ารสอนการเรยี นร้นู คี้ งไมใ่ ชก่ ารสอนเน้ือหาแตเ่ ปน็ การสอนกระบวนการเปน็ หลกั

เพศศกึ ษา คือ การจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับเพศ (Sexuality) ท่ีครอบคลุมพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ
การทำงานของสรีระและการดูแลสุขอนามัย ทัศนคติค่านิยม สัมพันธภาพ พฤติกรรมทางเพศ มิติทาง สังคม
และวฒั นธรรมท่ีมีผลตอ่ วถิ ีชีวิตทางเพศ เปน็ กระบวนการพัฒนาทง้ั ดา้ นความรู้ความคิด ทศั นคติอารมณ์ และ
ทกั ษะทจ่ี ําเป็นสำหรบั บุคคลที่จะช่วยให้สามารถเลือกดำเนินชีวิตทางเพศอย่างเป็นสขุ และปลอดภัย สามารถ
พัฒนาและดํารงความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างมีความรับผิดชอบและสมดุลเพศศึกษากับสุขภาวะวัยรุ่น
เพศศึกษามีความสำคัญมากต่อสุขภาวะวัยรุ่น บุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ จึงไม่อาจปฏิเสธ
บทบาท ความเก่ียวข้องในการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเพื่อให้สามารถร่วมมือกับเครือข่ายท้ังใน
และนอก สถานศึกษาในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เพศศึกษาแก่วัยรุ่นอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังต้องมี
ความพร้อมใน การป้องกันปัญหาสุขภาพทางเพศหรือคล่ีคลายปัญหาที่เกิดข้ึนได้อย่างถูกต้องแนวทางการ
ดูแลสขุ ภาพวยั รุ่น “เพศศกึ ษา” มุมมองออ่ นไหวสำหรบั การพัฒนาวัยรุ่นตามหลกั วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์และ
กลมกลืนกบั ภาวะ ทางสังคมวัฒนธรรมของสังคมด้วยในปัจจบุ ัน การจัดการเรียนการสอนในโรงเรยี น มสี าระ
ในรายวิชาท่ี เก่ียวเนื่องกบั เร่อื งเพศอยู่แล้ว แต่เมื่อพิจารณาสภาพการใช้ชีวิตทางเพศและผลกระทบที่เกิดข้ึน
จริง เปรียบเทียบกับเนื้อหาวิธีการในหลักสูตรการเรียนเดิมแล้ว ยังคงพบว่าวัยรุ่นจำนวนมากได้ก้าวออกไป
จาก กรอบการใช้ชีวิตในแบบที่สังคมวัฒนธรรมไทยได้เคยกำหนดไว้การเรียนการสอนเพศศึกษาตามกรอบ
ความคิด เดิมจึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะชี้นําเยาวชนได้อีกต่อไปสังคมจึงต้องยอมรับความจริงว่า ยังมีช่องว่าง
ระหว่างเร่ือง ท่ีพ่อแม่ ครูหรือผู้ใหญ่พยายามสอนกับสิ่งท่ีวัยรุ่นส่วนหนึ่งกาํ ลังปฏิบัติในชีวิตจริง เมื่อพิจารณา
ถึงสถิติการ ต้ังครรภ์การทำแท้งและการติดเชื้อเอชไอวีในวัยรุ่น การล่วงละเมิดและความรุนแรงทางเพศ การ
ใช้จ่ายและ ผลกระทบทางสขุ ภาพกายใจอันเน่ืองมาจากความพยายามต่างๆ ที่จะเปล่ียนแปลงรูปร่างหน้าตา
ให้สวยงาม และดึงดูดทางเพศ ข้อเท็จจริงเหล่าน้ีเป็นแรงผลักดันท่ีบุคลากรสาธารณสุขผู้เกี่ยวข้องกับการ
ส่งเสริมสุขภาพ จะต้องตระหนักถึงการให้ความรู้เพศศึกษาให้สอดคล้องและตรงกับวิถีเพศเพื่อท่ีวัยรุ่นใน
ชุมชนจะได้ประโยชน์ และสามารถนําไปปรับใช้ได้อย่างแท้จริงจุดมุ่งหมายของการให้ความรู้ด้านเพศศึกษา
เมื่อคำนงึ ถึงผลลัพธ์สุดท้าย ท่ีสงั คมต้องการ คือ การสร้างเยาวชนที่มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงคท์ ี่จะนําไปสู่สุข
ภาวะทางเพศ

จดุ มงุ่ หมายในการให้ความร้ดู ้านเพศศึกษาแก่วยั รุน่ ควรครอบคลุมถงึ เรือ่ งตอ่ ไปน้ี
1. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านกับวัยรุ่นในเร่ืองวิถีเรื่องเพศของมนุษย์รวมถึงการเติบโต
และ พัฒนาการตามช่วงวัย การเจริญพนั ธุ์
2. จัดโอกาสทเ่ี ปดิ กวา้ งและปลอดภัย ใหว้ ยั รุ่นไดต้ งั้ คาํ ถามสํารวจ แลกเปลีย่ นความคิด และ
ประเมินทัศนคติของตนเองและสังคมในเรื่องเพศ เพื่อบ่มเพาะทัศนคติที่เปิดกว้าง ยอมรับความแตกต่าง ไม่
ด่วนตัดสิน และเพ่ือทำความเข้าใจการให้คุณค่าในเร่ืองต่างๆ จากครอบครัว การพัฒนาวิธีคิดในการใหค้ ุณค่า
ของตนเองการสร้างคุณค่าในตัวเอง การพัฒนาความเข้าใจในเร่ืองความสัมพันธก์ ับสมาชิกในครอบครัว และ
ความสัมพนั ธ์กบั คนแต่ละเพศ รวมท้ังการเรียนรู้และทำความเขา้ ใจถึงหนา้ ทแี่ ละความรับผิดชอบของตนเองท่ี
มี ตอ่ ครอบครวั และผ้อู น่ื
3. พัฒนาทักษะต่างๆ ที่จําเป็นในการสรา้ งความสัมพันธ์มีปฏิสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกันกับ
ผู้อ่ืนได้แก่ ทักษะการส่ือสารการตัดสินใจ การบอกความต้องการของตนเอง การยืนยันความคิดเห็น การ

ต่อรอง การจัดการความขัดแย้งท่ีอาจมีการปฏิเสธรวมถึงความสามารถในการสร้าง พัฒนา และรักษา
สัมพันธไมตรีท่ีทุกฝ่ายพึงพอใจ การแก้ปัญหา รวมท้ังการหาความช่วยเหลือแนวทางการดูแลสุขภาพวัยรุ่น
“เพศศกึ ษา” มุมมองออ่ นไหวสำหรบั การพัฒนาวัยรุ่น

4. พัฒนาและฝึกฝนความรับผิดชอบในเรื่องสัมพันธภาพ และความสัมพันธ์ทางเพศทั้งต่อ
ตัวเองและ ผอู้ ่ืนในทกุ แงม่ ุม ไมว่ ่าจะเปน็ การเลือกที่จะไม่มีเพศสมั พันธห์ รือการมีเพศสัมพันธโ์ ดยมกี ารปอ้ งกัน
โรคและการ ต้ังครรภ์โดยไม่พร้อม รวมถึงการคาดการณ์และจัดการกับแรงกดดันท่ีจะนําไปสู่เพศสัมพันธ์ท่ี
ไม่ได้เกิดจาก ความยินยอมพร้อมใจการให้การศึกษาเร่ืองเพศศึกษาแบบรอบด้าน ควรเตรียมวัยรุ่นให้เข้าใจ
เร่อื งวิถชี ีวติ ทาง เพศ เมื่อเข้าสู่วยั ผ้ใู หญ่อยา่ งสรา้ งสรรค์และมีประสิทธภิ าพ ซ่ึงรวมถึงการช่วยให้วัยรุ่นเรียนรู้
และพัฒนา ศักยภาพในการดูแลผู้อ่ืน การสนับสนุนช่วยเหลือ การไม่ใช้ความรุนแรง หรือกําลังบังคับคนอ่ืน
และการพัฒนา ความสัมพันธใ์ กล้ชิดและสมั พันธภาพทางเพศท่ีทั้งสองฝ่ายตา่ งพงึ พอใจ ยินยอมและเคารพกัน
นอกจากน้ัน เม่ือมีโอกาสให้ความรู้หรือเป็นท่ีปรึกษาแก่วัยรุ่น บุคลากร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ควร
คำนึงถึงการลด ผลกระทบในทางลบจากเพศสัมพันธ์ได้แก่การตั้งครรภ์เม่ือไม่พร้อม การติดโรคติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์การติด เชื้อเอชไอวีตลอดจนการใช้ความรุนแรงทางเพศเพศศึกษาครอบคลุมเรื่องอะไรบ้างไม่ว่า
ผใู้ หญ่จะสนับสนุนการ เรียนร้เู พศศึกษาหรือไม่ วัยร่นุ ส่วนใหญ่กส็ นใจและพร้อมจะเรียนรู้เรื่องเพศจากเพื่อน
สิ่งพิมพ์ภาพยนตร์วีซีดี และอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่ไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าส่ิงท่ีวัยรุ่นเรียนรู้จากช่องทาง
เหล่านั้นเป็นข้อมูลหรือ ข้อเท็จจริงแบบใด ส่งผลต่อการรับรู้และทัศนะในเรื่องเพศของเยาวชนอย่างไรการ
ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้เรื่อง เพศศึกษาจึงเป็นโอกาสที่จะแก้ไขความเข้าใจท่ีผิด ให้ความรู้ท่ีถูกต้องอย่าง
เพยี งพอ และครอบคลมุ เก่ียวกบั เรื่องต่างๆ ตอ่ ไปนี้

1. พัฒนาการของมนุษย์ (Human Development) การเปลี่ยนแปลงทางสรีระเมื่อเข้าสู่วัย
หนุ่มสาว พัฒนาการทางเพศการสืบพันธ์ุภาพลักษณ์ต่อร่างกาย (body image) ตัวตนทางเพศและรสนิยม
ทางเพศ (sexual identity and orientation)

2. สัมพันธภาพ (Relationships) ในมิติของครอบครัวเพื่อน การคบเพื่อนตา่ งเพศ ความรัก
การใช้ ชีวติ คู่การแตง่ งานการเลย้ี งดลู กู

3. ทักษะท่ีจําเป็นในการดำเนินชีวิต (Personal Skills) เพราะความรู้และข้อมูลท่ีได้รับ
เกี่ยวกับเพศน้ัน ไม่เพียงพอท่ีจะช่วยให้เยาวชนสามารถรับมือกับเหตุการณ์และแรงกดดันต่างๆ ที่ประสบใน
ชีวิตจริง เพศศึกษา ควรนําไปสู่การพัฒนาให้เยาวชนเกิดกระบวนการวิเคราะห์และทักษะที่จําเป็นในการ
ดำเนินชีวิต ไดแ้ ก่

- การใหค้ ุณค่ากับส่ิงต่างๆ ซึ่งระบบการให้คณุ ค่าน้ีเป็นตวั ชีน้ ําพฤติกรรม เป้าหมายและการ
ดำเนินชวี ิต ของเราแนวทางการดแู ลสุขภาพวยั รุ่น “เพศศึกษา” มมุ มองออ่ นไหวสำหรับการพัฒนาวัยรุ่น

- การส่อื สาร การรบั ฟงั การแลกเปลี่ยนความรสู้ ึกนึกคิดที่สอดคล้องหรือแตกต่างกนั
- การตัดสินใจ การต่อรอง การทำความตกลงเพื่อบรรลุความต้ังใจหรือทางเลือกที่ตน
สามารถรบั ผดิ ชอบได้
- การรกั ษาและยืนยันในความเป็นตัวของตวั เอง สามารถแสดงความรูส้ ึก ความตอ้ งการของ
ตนเองโดย เคารพในสิทธิของผอู้ น่ื

- การจดั การรับแรงกดดันจากเพ่อื น สง่ิ แวดล้อม และอคตทิ างเพศ
- การแสวงหาคําแนะคํา ความช่วยเหลือ การจําแนกแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้องออกจากที่ไม่
ถูกต้อง 4.สุขภาพทางเพศ (Sexual Health) เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบท่ีไม่พึงประสงค์จากความสัมพันธ์ทาง
เพศ เพศศึกษาควรให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ท่ีปลอดภัย วิธีการคุมกำเนิด การทำแท้ง การป้องกัน
โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์และเอดส์การลว่ งละเมิดทางเพศ ความรนุ แรงทางเพศ และอนามยั เจรญิ พนั ธ์ุ
5. พฤติกรรมทางเพศ (Sexual Behavior) ที่พัฒนาไปตามช่วงชีวิต การเรียนรู้อารมณ์ทาง
เพศ การ จัดการอารมณ์เพศ การช่วยตัวเอง จินตนาการทางเพศ การแสดงออกทางเพศ การละเว้นการมี
เพศสัมพนั ธ์ การตอบสนองทางเพศ การเสอ่ื มสมรรถภาพทางเพศ
6. สังคมและวัฒนธรรม (Society and Culture) วิธีการเรียนรู้และการแสดงออกในเรื่อง
เพศของ บุคคลได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศทางสังคมและวัฒนธรรม เพศศึกษาจึงควรเปิด
โลกทรรศน์ให้เข้าใจบทบาททางเพศ เรื่องเพศในบริบทของสังคม วัฒนธรรม กฎหมาย ศิลปะและส่ือต่างๆ
ทัศนะและความเช่ือในเร่ืองเพศแต่ละครอบครัว แต่ละบุคคล รวมท้ังบุคลากร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
เองต่างมีทัศนะต่อเรื่องเพศและให้คุณค่าต่อพฤติกรรมท่ีเกี่ยวข้องซึ่งอาจเหมือน หรือแตกต่างกัน การให้
ความรู้เร่ืองเพศศึกษาจึงควรเปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้รับรู้ทบทวนและตรวจสอบความคิด ความเชื่อในเรื่องเพศ
อย่างเปิดกว้าง ไม่ด่วนตัดสินท่ีจะคล้อยตามความคิดใดๆ โดยปราศจากข้อมูลและการคิด ไตร่ตรอง
กระบวนการเช่นน้ีจะช่วยให้วัยรุ่นมีความคิดเห็นที่เป็นตัวของตัวเอง สามารถดูแลตนเองตามวิถีเพศที่ ตน
เลือกให้มผี ลทางบวกทงั้ ด้านสุขภาพกาย ใจ สังคมของตนเองและคนทเี่ ก่ยี วขอ้ ง


Click to View FlipBook Version