402.4.4 ผ้าไตรภาพที่ 4.4 ผ้าไตรที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566ผ้าไตรคือผ้า ๓ ผืนของภิกษุ คือ อันตรวาสก (สบง) อุตราสงค์ (จีวร) และสังฆาฏิ (ผ้าทาบ)2.4.5 พานแว่นฟ้า ดอกไม้ครอบไตรภาพที่ 4.5 พานแว่นฟ้า ดอกไม้ครอบไตรที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566พานแว่นฟ้า คือ พานขนาดใหญ่ที่ซ้อนกันสองชั้น ใช้สำหรับวางผ้าไตร ผู้ถือพานนี้ นิยมให้มารดาของผู้อุปสมบทเป็นผู้ถือ
412.4.6 เครื่องสังฆทานภาพที่ 4.6 เครื่องสังฆทานที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566เครื่องสังฆทาน คือเครื่องที่ใช้ในการถวายทานที่พุทธศาสนิกชน ได้ถวายแด่นักบวชในพุทธศาสนา โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่เป็นสิ่งของที่เป็นประโยชน์แด่พระสงค์ส่วนรวม2.4.7 กระบุงภาพที่ 4.7 กระบุงที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566ภาชนะสานทึบ รูปกลมสูง ปากกลมก้นลึกเป็นเหลี่ยม มักเสริมขอบ และมุมก้นด้วยหวาย มีหูสำหรับสอดเชือกเพื่อคล้องกับคานหาม
422.4.8 สัปทนภาพที่ 4.8 สัปทนที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566สัปทนคือร่มขนาดใหญ่ทำด้วยผ้าหรือแพรสีต่าง ๆ มีระบายรอบ มีด้ามยาว ใช้กั้นนาค ผ้าไตร หรือพระพุทธรูป2.4.9 หมอนแห่นาคภาพที่ 4.9 หมอนแห่นาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566หมอนแห่นาค คือ ของส่วนหนึ่งที่อยู่ในเครื่องอัฐบริขาร เพื่อให้พระภิกษุที่อุปสมบท ได้นำไปใช้หลังจากเสร็จพิธีบวชนาค
432.4.10 เหรียญโปรยทานภาพที่ 4.10 เหรีญโปรยทานที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566เหรียญโปรยทาน คือการให้ทานโดยใช้วิธีการหว่านหรือการโปรยให้แก่ผู้ที่เข้ามาร่วมพิธีบวชนาค2.4.11 ม้าประดิษฐ์ที่ใช้ในการแห่นาคภาพที่4.11 ม้าประดิษฐ์ที่ใช้ในการแห่นาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566ม้าประดิษฐ์ที่ใช้ในการแห่นาค คือ ม้าที่ชาวบ้านร่วมใจกันประดิษฐ์ขึ้นเพื่อนำมาใช้ ในขบวนแห่นาค
442.5 เครื่องแต่งกาย คณะผู้ศึกษาได้นำรูปแบบการแต่งกายมาจากการลงพื้นภาคสนาม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายในการแสดงสร้างชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์ การแต่งกายของผู้คนที่มาร่วมงานจะมีความแตกต่าง และหลากหลายไปตามยุคสมัยนั้นๆ เครื่องแต่งกายของบิดา และมารดาของนาค จะแตกต่างกับเครื่องแต่งกายของผู้แสดง โดยบิดา และมารดาของนาคจะใส่เครื่องแต่งกายในรูปแบบของชาวไทพวนที่มีการประยุกต์เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมากยิ่งขึ้น 2.5.1 บิดาของนาค1) เสื้อม่อฮ่อมสีม่วงภาพที่ 4.12เสื้อม่อฮ่อมสีม่วง ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นบิดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25662) ผ้าคาดเอวสีแดงภาพที่ 4.13ผ้าคาดเอวสีแดง ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นบิดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
453) กางเกงแสล็คสีดำภาพที่ 4.14กางเกงแสล็คสีดำ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นบิดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25664) รองเท้าหนังสีดำภาพที่ 4.15รองเท้าหนังสีดำ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นบิดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
465) สร้อยพระภาพที่ 4.16สร้อยพระ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นบิดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25662.5.2 มารดาของ นาคนาค1) เสื้อป้าวแขนยาวสีม่วงภาพที่ 4.17เสื้อป้าวแขนยาวสีม่วง ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นมารดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
472) ผ้าซิ่นลายมัดหมี่ภาพที่ 4.18ผ้าซิ่นลายมัดหมี่ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นมารดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25663) รองเท้าคัทชูไม่มีส้นภาพที่ 4.19รองเท้าคัชชูไม่มีส้น ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นมารดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
484) กำไลข้อมือเงินดุนลายภาพที่ 4.20กำไลข้อมือเงินดุนลายใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นมารดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25665) สร้อยคอเงินดุนลายภาพที่ 4.21 สร้อยคอเงินดุนลาย ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นมารดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
496) ต่างหูเงินดุนลายภาพที่ 4.22ต่างหูเงินดุนลาย ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นมารดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25667) เข็มขัดเงินดุนลายภาพที่ 4.23เข็มขัดเงินดุนลาย ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นมารดาที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
502.5.3 หมอทำขวัญนาค1) เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวภาพที่ 4.24เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นหมอทำขวัญนาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25662) กางเกงขายาวสีขาวภาพที่ 4.25กางเกงขายาวสีขาว ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นหมอทำขวัญนาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
513) รองเท้าหนังสีดำภาพที่ 4.26รองเท้าหนังสีดำ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นหมอทำขวัญนาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25662.5.4 นาค1) เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวภาพที่ 4.27เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นนาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
522) เสื้อครุยนาคภาพที่ 4.28เสื้อครุยนาคใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นนาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25663) ผ้าสบงสีขาวภาพที่ 4.29ผ้าสบงสีขาว ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นนาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
534) รัดประคดภาพที่ 4.30รัดประคดใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นนาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25665) สร้อยพระภาพที่ 4.31สร้อยพระ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นนาคที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
542.5.5ชาวบ้าน (ชาย)1) แว่นตาสีดำภาพที่ 4.32แว่นตาสีดำ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (ชาย)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25662) เสื้อแขนสั้นลายสก๊อตภาพที่ 4.33เสื้อแขนสั้นลายสก๊อตใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (ชาย)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
553)กางเกงสแล็คสีดำภาพที่ 4.34กางเกงแสล็คสีดำ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (ชาย)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25664) รองเท้าหนังสีดำภาพที่ 4.35รองเท้าหนังสีดำ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (ชาย)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
562.5.6ชาวบ้าน (หญิง)1) แว่นตาสีดำภาพที่ 4.36แว่นตาสีดำ ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (หญิง)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25662) ที่คาดผมภาพที่ 4.37 ที่คาดผม ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (หญิง)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
573) พวงมาลัยดอกไม้คล้องคอภาพที่ 4.38 พวงมาลัยดอกไม้คล้องคอใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (หญิง)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25664) ต่างหูดอกไม้ภาพที่ 4.39ต่างหูดอกไม้ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (หญิง)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
585) เสื้อแขนสั้นลายดอกภาพที่ 4.40เสื้อแขนสั้นลายดอกใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (หญิง)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25666) กระโปรงบอลลูนภาพที่ 4.41กระโปรงบอลลูน ใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (หญิง)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
597) เข็มขัดภาพที่ 4.42เข็มขัดใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (หญิง)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 25668) รองเท้าส้นเตี้ยภาพที่ 4.43รองเท้าส้นเตี้ยใช้สำหรับนักแสดงที่รับบทเป็นชาวบ้าน (หญิง)ที่มา : คณะผู้ศึกษา , 2566
602.6 เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงคณะผู้ศึกษา ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องดนตรีที่ใช้ในประเพณีบวชนาคของชาวไทพวน อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี และนำข้อมูลดังกล่าวมาปรึกษากับผู้ประพันธ์เพลง เพื่อให้ดนตรี มีความสอดคล้องกับการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์ โดยใช้เครื่องดนตรีปี่พาทย์เครื่องคู่ และเครื่องดนตรีสากลดังตาราง ต่อไปนี้ตารางที่ 4.3แสดงเครื่องดนตรีปี่พาทย์เครื่องคู่ประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่1. 1) ระนาดเอกทำาหน้าที่เป็น “ผู้นำา” ในวง ดนตรีไทยโดยมีบทบาทในการนำาพาวงให้บรรเลง ไปตามเป้าหมายที่กำาหนดไว้ ซึ่งผู้นำวงจะมีอำานาจในการตัดสินใจถึงบริบทของสถานการณ์ ว่าควรปฏิบัติเช่นไร ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแนว บรรเลง ลูกล้อลูกขัด ขึ้นเพลงบากลง รับร้องและส่งร้องนั้นเป็นหน้าที่สำคัญ2. 2) ระนาดทุ้มทำหน้าที่เดินทำนองรอง ในทางของตนเองซึ่งจะมีจังหวะโยน ล้อ ขัด ที่ทำให้เกิดความไพเราะสนุกสนานและเติมเต็มช่องว่างของเสียง อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของระนาดทุ้ม ส่วนมากในการเดี่ยวเครื่องดนตรีระนาดทุ้ม
61ตารางที่ 4.4แสดงเครื่องดนตรีปี่พาทย์เครื่องคู่ประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่3. 3) ฆ้องวงใหญ่เป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญที่สุด เพราะคนที่จะเล่นดนตรีในวงปี่พาทย์ต้องมาเรียนฆ้องวงใหญ่ก่อน ฆ้องวงใหญ่ทำหน้าที่เดินทำนองหลัก ซึ่งถือเป็นแม่บทของเพลง ฆ้องวงใหญ่ใช้เล่นในวงปี่พาทย์ วงปี่พาทย์นางหงส์ และวงมโหรี4. 4) กลองยาว เป็นเครื่องดนตรี สำหรับตีด้วยมือ ตัวกลองทำด้วยไม้ มีลักษณะกลมกลวง ขึงด้วยหนังมีหลายชนิด ถ้าทำด้วยหนังหน้าเดียว มีรูปยาวมากใช้สะพายในเวลาตี เรียกว่ากลองยาวหรือเถิดเทิง
62ตารางที่ 4.5แสดงเครื่องดนตรีปี่พาทย์เครื่องคู่ประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่5. 5) กลองแขกเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีที่มีรูปร่างยาวเป็นรูปทรงกระบอก ขึ้นหนังสองข้างด้วยหนังลูกวัวหรือหนังแพะ ตัวกลองหรือหุ่นกลองสามารถทำขึ้นได้จากไม้หลายชนิดแต่โดยมากจะนิยมใช้ไม้เนื้อแข็งมาทำเป็นหุ่นกลอง เช่นไม้ชิงชัน ไม้มะริด ไม้พยุง กระพี้เขาควาย ขนุน สะเดา มะค่า มะพร้าว ตาล ก้ามปู เป็นต้น6. 6) แคนเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองชนิดหนึ่งของประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) ในประเทศไทยและถือเป็นสัญลักษณ์ประจำกลุ่มชาติพันธุ์ลาวอีกด้วย เครื่องดนตรีชนิดนี้จะใช้ไม้ซางขนาดต่าง ๆ ประกอบกันเข้าเป็นตัวแคน แคนเป็นเครื่องเป่ามีลิ้นโลหะ เสียงเกิดจากลมผ่านลิ้นโลหะไปตามลำไม้ที่เป็นลูกแคน การเป่าแคนต้องใช้ทั้งเป่าลมเข้าและดูดลมออกด้วย
63ตารางที่ 4.6แสดงเครื่องดนตรีปี่พาทย์เครื่องคู่ประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่7. 7) ขลุ่ยเป็นเครื่องเป่าดั้งเดิมของไทยมีรูสำหรับนับเสียงสูง ต่ำ ๗ รู นอกจากใช้เป่าเล่นเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังใช้เป่าร่วมในวงเครื่องสาย วงปี่พาทย์ไม้นวม วงมโหรีและวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์อีกด้วย ขลุ่ย มักทำจากไม้รวก ไม้ชิงชัน ไม้พะยูงและงาช้าง แต่ที่ทำจากไม้รวกจะให้เสียงนุ่มนวล8. 8) กรับเสภาเป็นเครื่องตีกำกับจังหวะอีกชนิดหนึ่งที่ทำด้วยไม้เนื้อแข็งโดยเฉพาะไม้ชิงชัน เหลาให้เป็นสี่เหลี่ยม ด้านบนลบเหลี่ยมเล็กน้อย เพื่อไม่ให้บาดมือและสามารถกลิ้งตัวของมันเอง กลอกกระทบกันได้สะดวก ด้านล่างนูนโค้งเล็กน้อย เดิมใช้ขยับตีในการขับร้อง
64ตารางที่ 4.7แสดงเครื่องดนตรีปี่พาทย์เครื่องคู่ประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่9. 9) ฉาบเล็กมีหน้าที่ตีหยอกล้อยั่วเย้าไปกับฉิ่งหรือให้สอดคล้องกับทำนองเพลงเป็นเครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ รูปร่างคล้ายฉิ่งแต่หล่อบางกว่าฉิ่ง มีขนาดใหญ่กว่าและกว้างกว่า ตอนกลางมีปุ่มกลมทำเป็นกระพุ้งวางลงในอุ้งมือ10. 10) ฉิ่งเป็นเครื่องตีประเภทเครื่องกำกับจังหวะซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในวงดนตรีประเภทต่างๆ ทำจากโลหะเช่นทองเหลือง หรือ สำริด หล่อหนากว่าฉาบ เว้ากลาง ปากผายออกเป็นทรงกลม ตรงกลางเจาะรูร้อยเชือกผูกฉิ่งทั้ง 2 ฝาไว้ด้วยกัน เพื่อความสะดวกในการตี
65ตารางที่ 4.8แสดงเครื่องดนตรีปี่พาทย์เครื่องคู่ประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่11. 11) โหม่งเป็นเครื่องดนตรีที่มีส่วนสำคัญในการขับ บท ทั้งในด้านการให้เสียงและให้จังหวะ เพราะ โนราหรือหนังตะลุง ต้องร้องบทให้กลมกลืนกับ เสียงโหม่งซึ่งมี ๒ ระดับ คือ เสียงทุ้มและเสียง แหลม โดยจะยึดเสียงแหลมเป็นสิ่งสำคัญ เรียกเสียง เข้าโหม่ง ส่วนไม้ตีโหม่งจะใช้ยางหรือด้าย ดิบหุ้มพันเพื่อให้มีเสียงนุ่มเวลาตีตารางที่ 4.9แสดงเครื่องดนตรีสากลประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่1. 1) แซกโซโฟน แซกโซโฟนเป็นเครื่องดนตรีในตระกูลเครื่องลมไม้ ใช้ลิ้นเดี่ยวเหมือน แม้ว่าตัวเครื่องมักจะทำด้วยโลหะแต่เส้นเสียงก็กระเดียดมาทางเครื่องลมไม้ แซกโซโฟนจึงได้รับฉายาว่า \"คลาริเนตทองเหลือง โดยมากจะใช้ในวงโยธวาทิต วงดนตรีลูกทุ่ง จนถึงวงออเคสตรา และแตรวง
66ตารางที่ 4.10แสดงเครื่องดนตรีสากลประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่2. 2) ทรอมโบนเป็นเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าทองเหลือง มีคันชักใช้สำหรับเปลี่ยนระดับเสียง โดยส่วนมากจะใช้ในวงโยธวาทิต วงดนตรีลูกทุ่ง รวมทั้งวงซิมโฟนีออร์เคสตรา และแตรวง ในวงดนตรี ทรอมโบนจะทำหน้าที่ประสานเสียงในกลุ่มแตรด้วยกัน3. 3) ทรัมเป็ตเป็นเครื่องดนตรีสากลในกลุ่มเครื่องลมทองเหลือง (แตร) ประเภทเสียงสูงเช่นเดียวกับเฟรนช์ฮอร์น กำเนิดเสียงโดยอาศัยลมจากการเป่าของผู้เล่นทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของริมฝีปาก โดยทั่วไปมีปุ่มกด3 อัน เรียงอยู่ในระนาบเดียวกัน มีทั้งที่เคลือบผิวด้วยทอง, เงิน, นิกเกิลและแลกเกอร์
67ตารางที่ 4.11แสดงเครื่องดนตรีสากลประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่4. 4) กลองใหญ่เป็นกลองของยาดใหญ่ที่สุดในบรรดากลองมาร์ชชิ่ง เป็นกลองที่มีเสียงต่ำ มีลักษณะเป็นวงกลองแนวตั้ง ขึงด้วยหนังกองสองด้านซ้าย-ขาว โดยหลักแล้วใช้บรรเลงโน้ตคุมจังหวะหลักในเพลงที่ใช้เดินแถว5. 5) กลองทรีโอเป็นรูปแบบกลองที่พัฒนามาจากกลองเทเนอร์ โดยค่อยๆมีการเพิ่มจำนวนและขนาดของกลองให้มีหลายใบเพื่อให้เล่นเสียงได้หลายระดับ มีความหลากหลากหลายและแปลกใหม่ ตั้งแต่สองใบจนถึง 3 ใบ ซึ่งจะเป็นกลองเทเนอร์ในรูปแบบ 3 ขนาดเพื่อให้เสียงที่แตกต่างกัน
68ตารางที่ 4.12แสดงเครื่องดนตรีสากลประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่6. 6) ซิมบาลส์เป็นฉาบที่มีขนาดใหญ่เล็กน้อย ใช้ตีเพื่ออัดพลังความหนักแน่นให้กับลูกส่ง และการโซโล่ของกลอง เพื่อเป็นการสร้างสีสันให้กับตัวเพลง การตีซิมบาลส์นั้น มักจะเป็นการตีลง และการตีซิมบาลส์นั้น มักจะไม่เป็นการตีอย่างต่อเนื่องไปตลอดและพรํ่าเพรื่อมากนัก7. 7) การประดิษฐ์เครื่องดนตรีชนิดนี้เพื่อเลียนเสียงของระฆังจริงๆ วัสดุที่นำมาประดิษฐ์นั้นทำด้วยท่อโลหะแขวนเรียงกันตามลำดับเรียงจากเสียงต่ำไปหาเสียงสูงการแยกแยะคือท่อที่มีขนาดสั้นจะเป็นเสียงสูง สำหรับท่อที่มีขนาดยาวจะเป็นเสียงต่ำ แขวนใว้กับโครงที่เป็นโลหะในแนวดิ่ง ใช้ไม้ตีที่ปลายของท่อด้านหัวก็จะเกิดเสียงที่เหมือนเสียงของระฆัง
69ตารางที่ 4.13แสดงเครื่องดนตรีสากลประกอบการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์(ต่อ)ที่ ภาพเครื่องดนตรี ลักษณะและหน้าที่8. 8) คีย์บอร์ดไฟฟ้า หรือคีย์บอร์ มีแป้นกดเสียงโน้ตที่มีรูปร่างคล้ายกับแป้นกดเสียงโน้ตของเปียโน และเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าสำหรับระบบการทำงานเสมอ คีย์บอร์ดไฟฟ้าจะสร้างเสียงขึ้นมาทันทีเมื่อแป้นกดเสียงโน้ตของมันถูกกด โดยจะมีการผลิตเสียงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ภายใน2.6.1 โน้ตเพลงการแสดงสร้างสรรค์ชุด ม้าแห่แหล่เขาโบสถ์ช่วงที่ 1เริ่มขึ้นฉิ่ง และโหม่งตีขึ้นพร้อมกัน ระนาดจะบรรเลงในลักษณะขยี้ เพื่อส่งให้แคนและโหม่งรับต่อเข้าสู่การแหล่ทำนองลาวพวนตามปัจจุบัน โดยทำนองแหล่นี้ผู้ศึกษาได้นำมาตัดต่อเพิ่มเติมเข้าให้เกิดความสละสลวยมากยิ่งขึ้น ระหว่างที่มีการแหล่คีย์บอร์ดจะบรรเลงคอร์ดเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในทำนอง เมื่อบทแหล่จะจบลงกลองใหญ่ ระฆังราว และชามเบล (แฉ) จะบรรเลงรับให้เกิดความหนักแน่นอีกทั้งแสดงความยิ่งใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์ ในทำนองแหล่ เพื่อเป็นการเข้าสู่การเตรียมจัดขบวนแห่นาค ดนตรีจะบรรเลงทำนองเชื่อม ดังนี้ ทำนองเชื่อม- - - ล - ซ ล ท - - - ท - ล ท รํ - - - ซ - ม ร ม - ท ล ซ - - - -หลังจากที่จบทำนองเชื่อมจึงจะเข้าสู่ทำนองเพลงหลัก และจะดำเนินทำนองนี้ไปจำนวน 2 รอบและจะต่อด้วยทำนองสร้อยท้ายเพลงอีกจำนวน 2 รอบ โดยทั้ง 2 ทำนองจะบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ ร่วมกับคีย์บอร์ด กลองแขก กลองใหญ่ ระฆังราว และชามเบล (แฉ)บรรเลงทั้งวง ฆ้องวงใหญ่บรรเลง
70ทำนองหลัก- - - - - - - มํ - - - มํ - - - มํ - - ซํ มํ - รํ - ท - - รํ ท - ล - ท- - - - - - - ล - - ท รํ - ท - ล - - ซ ล - ท - รํ - - มํ รํ - ท - รํ- - - - - ซ ล ท - ท - ท - ล ท รํ - รํ - รํ - - - มํ - ซํ มํ - รํ ท - รํ- - - - - - - ท - ล ท รํ - ท - ล - - ท ล - - - ล - - ท ล ซ ม - ซ- - - - - - - ท - ล ท รํ - ท - ล - - ท ล - - - ร - ม ซ - ล ซ ม ซทำนองสร้อยท้ายเพลง- - รํ ท ล ท รํ มํ - มํ ซํ มํ - มํ ซํ มํ - - ท ล ซ ล ท รํ - รํ มํ รํ - รํ มํ รํ- - ล ซ ม ซ ล ท - ท รํ ท - ท รํ ท - - ม ร ทฺ ร ม ซ - ซ ล ซ - ซ ล ซช่วงที่ 2ในช่วงนี้จะเริ่มการจัดเตรียมขบวนแห่นาค แต่ม้าแห่ให้พร้อมก่อนเริ่มการแห่นาคโดยปกติของชาวบ้านขบวนแห่ต่าง ๆ นั้นนิยมการแห่ด้วยขบวนกลองยาว จึงได้มีการนำทำนองด้วยจังหวะกลองยาว 4 จังหวะ แล้วตีบากจังหวะ เนื่องด้วยปัจจุบันการแห่นาคในปัจจุบันนิยมการแห่ด้วยแตรวง ทำนองช่วงนี้จึงได้มีการบรรเลงด้วยแตรวงประกอบกับกลองยาว และเครื่องประกอบจังหวะสำหรับแตรวงยังคงเดิมทั้งสิ้น ได้แก่ ฉิ่ง ฉาบใหญ่ ฉาบเล็ก อีกทั้งยังใช้กลองโซโล่ กลองมะริกันเช่นเดียวกับเครื่องแตรวงทั้งสิ้น หลังจากที่บรรเลงกลองยาวแล้วบากตามจังหวะนั้น แตรวงจะบรรเลงทำนองเพลงแตรขึ้นจำนวน 2 รอบ และในรอบที่ 2 จะเสริมตอนท้ายขึ้น โดยมีทำนอง ดังนี้ทำนองเพลงแตร 1- - - - - - - - - ซ - ล - - ดํ รํ - - - - - - - - - ฟํ - รํ - - ดํ ล- - - - - - - - - ฟํ - รํ - - ดํ ล - - ดํ ล - - ซ ฟ - - - ล ซ ล - ดํ- - - - - - - - - ซ - ล - - ดํ รํ - - - - - - - - - ฟํ - รํ - - ดํ ล- - - - - - - - - ฟํ- รํ - - ดํ ล - - ดํ ล - - ซ ฟ - - ซ ฟ - ด - รทำนองเสริมทำนองแตร 1- - - ฟ - - - ซ - - - ล - - - ดํ - - - - - - - ดํ - ดํ ดํ ดํ - ดํ - ดํระนาดเอกบรรเลงนำ ระนาดเอกบรรเลงนำ
71เมื่อบรรเลงจบในทำนองเพลงแตร 1 และทำนองเสริมทำนองแตร 1 จบลงจังหวะยังคงบรรเลงต่อ คือกลองยาวจะบรรเลงต่อไปอีก 6 จังหวะแล้วบากให้เข้าสู่ทำนองเพลงแตร 2 โดยจะบรรเลงจำนวน 2 รอบ ทำนองเพลงแตร 2 มีลักษณะทำนอง ดังนี้ทำนองเพลงแตร 2- - - - - - - ดํ- - - ดํ - - - ล - - - ดํ - - - รํ - - - - - ฟํ - รํ - - ดํ ล - ซ - ล- - - - - - - - - ฟํ - รํ - ดํ - ล - - - - - ดํ - ล - - ซ ฟ - ร - ซ- - - - - - - ล - - - ล - - - ล - - - - - ล - ล - ล - ดํ - - ล ซ- - - - - - - ฟ - - ล ซ - ฟ - ร - - - ฟ - ซ - - - ล - ด - ร - ฟหลังจากที่จบทำนองเพลงแตร 2 แล้วจะมีการบรรเลงจังหวะต่อเนื่องอีก 6 จังหวะแล้วจึงบากจังหวะเข้าสู่ทำนองเพลงแตร 2 อีกครั้ง โดยบรรเลงจำนวน 2 รอบ เช่นเดิม แต่ในส่วนท้ายจะมีการบรรเลงทำนองเสริมเพลงแตร 2 ขึ้นเพื่อสื่อว่าใกล้จะจบช่วงที่ 2 แล้ว โดยทำนองเสริมเพลงแตร 2 มีลักษณะ ดังนี้ทำนองเสริมเพลงแตร 2- - - ฟ - ซ - - - ล - ด - ร - ฟ - - - ฟ - ซ - - - ล - ดํ - รํ - ฟํทำนองเสริมเพลงแตร 2 นั้น กล่าวคือ ช่วงท้ายห้องของทำนองเพลงแตร 2 แต่นำมาบรรเลงซ้ำและปรับใช้เป็นกลุ่มเสียงสูงแทนกลุ่มสียงเดิม จึงเป็นทำนองเสริมเพลงแตร 2 และเมื่อจบการบรรเลงทำนองเพลงแล้ว จังหวะ และเครื่องประกอบจังหวะยังคงเล่นดังเดิม แต่เพิ่มเติมลูกเล่นของกลองโซโล่ และกลองมะริกันให้มีความหลากหลายมากขึ้น ในตอนท้ายของการเล่นจังหวะจะเร่งความเร็วขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการแห่นาคจนเร็วที่สุด แล้วค่อยหยุดลง เมื่อจบการเล่นจังหวะทุกเครื่อง จะบรรเลงเพลงหลักพร้อมกัน ทั้งวงปี่พาทย์ และแตรวง โดยทำนองหลักที่ใช้บรรเลง จะบรรเลงจำนวน 3 รอบ แล้วจึงต่อด้วยทำนองสรุป ซึ่งจะบรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ และประกอบด้วย กลองแขก โดยมีลักษณะ ดังนี้ทำนองสรุป- - - - - - - ท - - - ล - - - รํ - - - ซํ - - - มํ - รํ - ท ล ซ - ล - - - - - ล - ล - - - - - ท - ล - - - ท - - - ล - - ซ ม - ร - ซการบรรเลงสวมเข้าทำนอง
72ช่วงที่ 3 เมื่อจบทำนองสรุปแล้วนั้น คีย์บอร์ด แคน โหม่ง ก็จะบรรเลงขึ้นมา เพื่อสื่อถึงพิธีการอันมงคลได้เสร็จสิ้นลงแล้วนาคได้เข้าสู่อุโบสถ ในส่วนนี้ระหว่างที่โหม่งตีนำมา 3 ครั้ง ฆ้องวงใหญ่จะบรรเลงทำนองเข้าโบสถ์ขึ้นมา แล้ววงปี่พาทย์ก็จะบรรเลงทำนองสรุปขึ้นอีกครั้งโดยถือเป็นการจบการบรรเลง โดยทำนองเข้าโบสถ์ มีลักษณะ ดังนี้ทำนองเข้าโบสถ์- ซฺ ลฺ ทฺ - ร - ม ซ - ลท มํ - รํ ท - ล2.7 รูปแบบการแปรแถว รูปแบบการแปรแถวที่ 1 รูแปบบการแปรแถวที่ 2 รูปแบบการแปรแถวที่ 3 รูแปบบการแปรแถวที่ 4
73 รูปแบบการแปรแถวที่ 5 รูแปบบการแปรแถวที่ 6 รูปแบบการแปรแถวที่ 7 รูแปบบการแปรแถวที่ 8 รูปแบบการแปรแถวที่ 9 รูแปบบการแปรแถวที่ 10
74 รูปแบบการแปรแถวที่ 11 รูแปบบการแปรแถวที่ 12 รูปแบบการแปรแถวที่ 13 รูแปบบการแปรแถวที่ 14 รูปแบบการแปรแถวที่ 15 รูแปบบการแปรแถวที่ 16
75 รูปแบบการแปรแถวที่ 17 รูแปบบการแปรแถวที่ 18 รูปแบบการแปรแถวที่ 19 รูแปบบการแปรแถวที่ 20 รูปแบบการแปรแถวที่ 21 รูแปบบการแปรแถวที่ 22
76 รูปแบบการแปรแถวที่ 232.8 กระบวนท่ารำการแสดงสร้างสรรค์ ชุด ม้าแห่แหล่เข้าโบสถ์ตารางที่ 4.14 กระบวนท่ารำช่วงที่ 1 แหล่นาคท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ1. นักแสดงทุกคน : นั่งพับเพียบพนมมือ หมอทำขวัญนั่งท่าเทพพระบุตรและพนมมือต่อไปนักแสดงทุกคนลุกขึ้นและช่วยกันเก็บอุปกรณ์การแสดง
77ตารางที่ 4.15 กระบวนท่ารำช่วงที่ 2 เชิญชวนท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ1. นักแสดงชาย : หมุนตัวพร้อมกับดึงแว่นออกเท้าขวากระโดดไปข้างหน้าและ ยกเท้าขวาขึ้นพร้อมกับสวมแว่น2. นักแสดงชาย : ทำท่าทางตามอิริยาบมองผู้หญิงนักแสดงหญิง : ก้าวเท้าขวาไปข้างๆ มือขวากรีดนิ้วกางออก มือซ้ายปิดปากต่อไปก้าวเท้าซ้ายมือซ้ายกางออก ต่อไปจิกเท้าซ้ายมือทั้งสองทำท่าทัดหูและ ทำท่ามือซ้ายรูดกระโปรง เท้าซ้ายยกและเตะออก
78ตารางที่ 4.16 กระบวนท่ารำช่วงที่ 2 เชิญชวน (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ3. นักแสดงชาย : ทำท่าชะเง้อมองผู้หญิงนักแสดงหญิง : หมุนตัวมือขวาทำท่าทัดหูหันมาทิศหน้า ทำท่าส่งจุ๊บมือขวาท้าวเอวและเดินเข้าคู่กับผู้ชาย4. นักแสดงทั้งหมด : ก้าวขาขวาไปด้านข้างแล้ววางหลัง เท้าซ้ายตามจังหวะเพลง ก้าวขาซ้ายไปด้านข้างแล้ววางหลัง เท้าขวาแล้วก้าวขาขาวไปด้านข้างแล้ววางหลังเท้าซ้าย มือทั้งสองข้างตั้งวงระดับอกชักมือเข้าออกซ้ายขาวตามจังหวะเพลง มือซ้ายวาดมือไปทางซ้ายแขนตึงไปข้างลำตัว มือขวาตั้งวงแขนตึงข้างลำตัวแล้ววาดมือไปทางขาวแขนตึงข้างลำตัวศีรษะมองตามมือที่วาด
79ตารางที่ 4.17 กระบวนท่ารำช่วงที่ 2 เชิญชวน (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ5. นักแสดงทั้งหมด : ก้าวขาซ้ายไปด้านข้างแล้ววางหลัง เท้าขาวตามจังหวะเพลง ก้าวขาขวาไปด้านข้างแล้ววางหลังเท้าซ้ายแล้วก้าวขาซ้ายไปด้านข้างแล้ววางหลังเท้าขวา มือทั้งสองข้างจีบหงายระดับอกชักมือเข้าออกขวาซ้ายตามจังหวะเพลง มือขวาวาดมือไปทางขวาแขนตึงไปข้างลำตัว มือซ้ายตั้งวงแขนตึงข้างลำตัวแล้ววาดมือไปทางซ้ายแขนตึงข้างลำตัว ศีรษะมองตามมือ6. นักแสดงทั้งหมด : ก้าวหน้าเท้าซ้ายขโยกเท้าก้าวหน้าเท้าขวา ก้าวหน้าเท้าขวาขโยกเท้าก้าวหน้าเท้าซ้าย มือขวาจีบ มือซ้ายตั้งวงและสลับจีบโยนมือไปข้างซ้าย มือขวาวงล่างมือซ้ายจีบหงายงอแขนข้างลำตัว และตีไหล่ไปข้างหลังและสลับจีบ ศีรษะเอียงซ้าย เอียงขวา เอียงซ้าย หน้าตรง
80ตารางที่ 4.18 กระบวนท่ารำช่วงที่ 2 เชิญชวน (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ7. นักแสดงทั้งหมด : เท้าขวายกหน้ากระโดดสลับขาตามจังหวะ 8 จังหวะ มือทำท่าขัดจางนาง ศีรษะหน้าตรง8. นักแสดงหญิง : เท้าเดินย้ำเท้าแปรแถวขวาซ้ายสลับกันไปมาตามจังหวะเพลง ยืนจิกเท้าซ้าย มือกำมือหลวมๆ แกว่งมือไปมาตามจังหวะมือทั้งสองข้างกรีดนิ้วระดับอกแล้วสะบัดมือออกงอศอกระดับไหล่ศีรษะเอียงขวาซ้ายสลับกันไปมาตามจังหวะ หน้าตรงนักแสดงชาย : เท้าเดินย้ำเท้าแปรแถวขวาซ้ายสลับกันไปมาตามจังหวะเพลง กระโดดไขว้ขาซ้ายขวาสลับไปมาตามจังหวะ แล้วกระโดดหันหน้าไปขวา มือกำมือหลวมๆแกว่งมือไปมาตามจังหวะ มือทั้งสองข้างคล้องแขนและแนบลำตัว
81ตารางที่ 4.19 กระบวนท่ารำช่วงที่ 2 เชิญชวน (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ9.นักแสดงชาย : เท้าวางส้นเท้าซ้ายขวาสลับกัน หันมาทิศหน้ายืนพักเท้าตามอิริยาบท มือจีบหงายแทงไปข้างหน้างอศอก ชี้นิ้วไปหาผู้หญิง ศีรษะหันไปมองผู้หญิง10. นักแสดงหญิง : เท้าก้าวเท้าซ้ายแตะเท้าขวาแล้วก้าวเท้าขวาแตะเท้าซ้าย วางส้นเท้าขวาข้างหน้าสลับกับเท้าซ้ายวาดเท้าซ้ายไปข้างหลังแล้วจิกเท้าขวา มือทั้งสองข้างกรีดนิ้วมือขวาเดินมือมาปิดปากแล้วสะบัดมือออกงอศอกระดับไหล่มือซ้ายเดินมือมาปิดปากแล้วสะบัดมือออกงอศอกระดับไหล่ มือทั้งสองสองข้างสผานกันคว่ำมือแล้วยืดตึงข้างลำตัวขวาและซ้าย มือทั้งสองข้างกรีดมือแล้วเดินมือมาม้วนมือทัดหู ศีรษะหน้าตรง ลักคอ หน้าตรง
82ตารางที่ 4.20 กระบวนท่ารำช่วงที่ 2 เชิญชวน (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ11. นักแสดงหญิง : เท้าปลายเท้าขวาแตะไปข้างๆสะบัดกระโปรงไปทางซ้ายแล้วลากเท้าขวามาจิกเท้าข้างหน้าสะบัดกระโปรงไปทางขวา หันตัวไปทางขวาวางเท้าซ้ายไปข้างลำตัวทิ้งสโพกไปข้างซ้ายสะบัดกระโปรงไปทางซ้ายหมุนตัวไปทิศหน้า ปลายเท้าซ้ายแตะไปข้างๆสะบัดกระโปรงไปทางซ้ายแล้วลากเทาซ้ายมาจิกเท้าข้างหน้า มือสะบัดกระโปรงไปทางขว สะบัดกระโปรงไปทางซ้าย12. นักแสดงทั้งหมด : เท้าเดินย้ำเท้าแปลแถวเข้าคู่ชายหญิงเท้าซ้ายส้นเท้าแตะข้างหน้าและสลับเท้าขวาแตะข้างหน้า มือซ้ายแขนตึงข้างๆลำตัวตั้งวงแทงไปข้างหลังมือขวาตั้งวงแขนตึงอยู่ระดับเอวข้างซ้ายแล้วสลับไปทำอีกข้างหนึ่งมือขวาแขนตึงข้างๆลำตัวตั้งวงแทงไปข้างหลังมือซ้ายตั้งวงแขนตึงระดับเอวข้างขวา ศีรษะลักคอ ต่อไปเท้าย้ำเท้าผู้ชายแซะขยับเข้าหาผู้หญิง ผู้หญิงขยับหนีมือผู้ชายมือทั้งสองตั้งวงมือคู่กันระดับศีรษะผู้หญิงมือทั้งสองตั้งวงมือคู่กันและทำท่าผลักผู้ชาย ศีรษะผู้ชายมองหน้าผู้หญิง ผู้หญิงเอียงขวามองหน้าผู้ชาย
83ตารางที่ 4.21 กระบวนท่ารำช่วงที่ 2 เชิญชวน (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ13. นักแสดงทั้งหมด : ผู้หญิงผู้ชายหันหน้าเข้าหากัน เท้ากระโดดส้นเท้าซ้ายแตะข้างหน้าและสลับกระโดดส้นเท้าขวาแตะข้างหน้ามือผู้หญิงผู้ชายจับมือกันเสยมือขึ้น14. นักแสดงทั้งหมด : นักแสดงชายและหญิงจับมือกันชูมือข้างในขึ้นผู้หญิงหมุนตัวออกและโอบตัวมองหน้ากันและพลักผู้ชายออก
84ตารางที่ 4.22 กระบวนท่ารำช่วงที่ 2 เชิญชวน (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ15. นักแสดงทั้งหมด : ผู้หญิงจิกเท้าซ้ายผู้ชายยืนมือผู้หญิงกำมือหลวมๆกางแขนออกสะบัดไหล่ ผู้ชายมือทั้งสองชูนิ้วโป้งปัดจมูก
85ตารางที่ 4.23 กระบวนท่ารำช่วงที่ 3 ขบวนแห่นาคท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ1. นักแสดงทั้งหมด : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะ มือทั้งสองข้างตั้งวงแขนตึงชูขึ้นระดับหัวศีรษะเอียงขวาและซ้ายตามมือผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้า ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ2. นักแสดงหญิง : ย้ำเท้าซ้ายและขวากางขาออกเล็กน้อย ย้ำเท้าโยกตัวไปทางซ้าย มือวาดมือตั้งวงเหนือศีรษะไปข้างรำตัวแขนตึงข้างขวาทำเหมือนกันและกำมือทั้งสองข้างมือขวาอยู่ที่คางมือซ้ายต่อศอกแขนขวาศีรษะหน้าตรงนักแสดงชาย : มือทั้งสองข้างตั้งมือขึ้นกำมือหลวมๆตีไหล่ขวาและซ้ายไปข้างหน้าพร้อมขยับมือไปข้างหน้าเท้ายืนกางขาออกเล็กน้อยผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้า ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ
86ตารางที่ 4.24 กระบวนท่ารำช่วงที่ 3 ขบวนแห่นาค (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ.3. นักแสดงทั้งหมด : เท้ากระดกหลังเท้าซ้ายมือกำมือม้วนมือทั้งสองข้างเข้าหาตัวจบที่มือขวาอยู่ข้างบนมือซ้ายอยู่ข้างล่าง ศีรษะเอียงซ้ายผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำตามจังหวะ มือทั้งสองข้างจับฐานม้า4.ฃนักแสดงทั้งหมด : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะ มือทั้งสองข้างตั้งวงแขนตึงชูขึ้นระดับหัวศีรษะเอียงขวาและซ้ายตามมือผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้า ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ
87ตารางที่ 4.25 กระบวนท่ารำช่วงที่ 3 ขบวนแห่นาค (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ5. นักแสดงหญิง : เท้าทั้งสองกางออกจากกันเล็กน้อย มือซ้ายวงแขนตึงข้างหน้า มือขวาวงแขนตึงข้างหลัง สลับไปมาหน้าหลังตามจังหวะนักแสดงชาย : มือทั้งสองข้างตั้งมือขึ้นกำมือหลวมๆตีไหล่ขวาและซ้ายไปข้างหน้าพร้อมขยับมือไปข้างหน้าเท้ายืนกางขาออกเล็กน้อยผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้า ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ6. นักแสดงหญิง : เท้าย้ำเท้าซ้ายขยับไปข้างหน้ามือสะบัดกระโปรงไปข้างซ้ายตามจังหวะ ศีรษะเอียงสะบัดหัวไปทางซ้ายนักแสดงชาย : กำมือไว้หลวมๆยกขึ้นอยู่ระดับอกกางมือทั้งสองออกและหุบเข้าพร้อมกับย้ำเท้าตามจังหวะผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้ายกหลัง ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ
88ตารางที่ 4.26 กระบวนท่ารำช่วงที่ 3 ขบวนแห่นาค (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ7. ผู้แสดงทั้งหมด : เดินวนอีกหนึ่งรอบย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจีบและสบัดจีบเป็นตั้งวงสลับกันไปเลื่อยๆผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้า ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ8. นักแสดงทั้งหมด : เท้ายกเท้าซ้ายหมุนหันหน้ามาเจอกันยกเท้าขวาทำทั้งหมด 4 จังหวะ ผู้ชายทำสลับกับผู้หญิง มือชูนิ้วโป้งทั้ง 2 ข้างมาไขว้มือที่จมูก หันไปอีกข้างมือทั้ง 2 ข้างจีบที่จมูกแล้วแยกออกจากกัน ผู้ชายทำสลับข้างกับผู้หญิง ทำทั้งหมด 4จังหวะ ศีรษะซ้ายและขวาตามจังหวะผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้ายกหน้า ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ
89ตารางที่ 4.27 กระบวนท่ารำช่วงที่ 3 ขบวนแห่นาค (ต่อ)ท่าที่ ท่ารำ อธิบายท่ารำ9. นักแสดงทั้งหมด : เท้าจิกเท้าขวาและซ้ายสลับกันตามจังหวะ 5 ครั้ง ครั้งที่ 5 ก้าวไปข้างหน้า มือซ้ายตั้งวงมือขวาจีบหงายมือทั้งสองอยู่ที่ชายพกเฉียงไปทางขวาเล็กน้อย สลับตามจังหวะ ศีรษะหน้าตรง ต่อไป ย้ำเท้าตามจังหวะมือขวาตั้งวงแขนตึงข้างหน้าระดับอกแขนซ้ายตั้งวงวาดมือไปข้างหลังเป็นวงกลมผู้แสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้า ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ10. นักแสดงทั้งหมด : เท้ายืนตรงกางขาออกเล็กน้อยมือซ้ายท้าวเอว มือขวาหมุนมือเหนือศีรษะศีรษะหน้าตรงนักแสดงยกม้า : เท้าย้ำเท้าตามจังหวะมือทั้งสองจับฐานม้า ศีรษะเอียงซ้ายขวาตามจังหวะ