The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Patcharee Patcharee, 2022-09-10 19:21:37

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯม.ปลาย

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯม.ปลาย

ท่ี ช่อื หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร สำระกำรเรียนรู้ จำนวน นำ้ หนกั
เรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
5. การบรหิ ารจติ และ 1. วิเคราะหส์ ถานการณ์ท่ตี อ้ งเผชิญ
การเจรญิ ปญั ญา มาตรฐาน ส 1.1 และตัดสินใจเลือกดาเนินการหรือ 4 10
ม.4-6/16 ม.4- ปฏบิ ตั ติ นไดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
6/18 ม.4-6/19 2. ความสาคญั ของค่านิยมจรยิ ธรรมที่ 20 50
ม.4-6/20 เปน็ ตวั กาหนดความเชอื่ และพฤตกิ รรม
ที่แตกต่างกนั ของศาสนิกชนศาสนา
ต่างๆ เพอ่ื ขจัดความขดั แยง้ และการอยู่
รว่ มกันในสงั คมอย่างสนั ตสิ ขุ
3. การพฒั นาจติ
4. การพัฒนาการเรยี นรู้
5. การพัฒนาจติ ตามแนวทางของ
ศาสนาท่ีตนนับถอื
6. การเจรญิ ปัญญาตามหลักสติปัฎฐาน
หรอื ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถอื

รวม

โครงสร้ำงรำยวชิ ำ

กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

รำยวชิ ำสงั คมศกึ ษำฯ ภำคเรยี นที่2 รหัสวชิ ำ ส31102 ชน้ั มัธยมศึกษำปที ี่ 4

เวลำเรยี น 40 ช่ัวโมง 2 ช่ัวโมง/สัปดำห์ จำนวน 1 หน่วยกติ

ท่ี ช่อื หน่วยกำรเรยี นรู้ มำตรฐำนกำร สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน นำ้ หนัก

เรยี นรู/้ ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน

1. การเปลี่ยนแปลงทาง มาตรฐาน ส 5.1 1. การเปล่ียนแปลงทางกายภาพของ 4 10

กายภาพของโลก ม.4-6/1 พนื้ ท่ใี น ประเทศไทยและภูมภิ าคต่างๆ

ของโลก

มาตรฐาน ส 5.1 1. การเกดิ ปัญหาหรือภัยพิบตั ิทาง 3 7.5

ม.4-6/2 ธรรมชาติ

2. เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส 5.1 1.การใชแ้ ผนที่และเครื่องมอื ทาง 13 32.5

ม.4-6/3 ภูมศิ าสตร์

2.การนาภมู สิ ารสนเทศมาใช้ประโยชน์

รวม 20 50

โครงสร้ำงรำยวิชำ

กลุ่มสำระกำรเรยี นรูส้ ังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม

รำยวชิ ำสังคมศกึ ษำฯ ภำคเรียนที่1 รหัสวิชำ ส32101 ช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 5

เวลำเรยี น 40 ช่ัวโมง 2 ชวั่ โมง/สปั ดำห์ จำนวน 1.0 หน่วยกิต

ท่ี ช่ือหน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร สำระกำรเรียนรู้ จำนวน นำ้ หนกั

เรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด (ช่ัวโมง) คะแนน

1. ประวตั ิและความสาคัญ ส 1.1 ม.5/2 -เขา้ ใจประวัตคิ วามสาคญั ศาสดา 4 10

ของพระพทุ ธศาสนา ม.5/6 ม.5/7 หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื

พุทธประวตั ิพระสาวก ม.5/14 ศาสนา ทีต่ นนบั ถอื

ศาสนกิ ชนตวั อยา่ งและ - การวเิ คราะหพ์ ระพทุ ธเจ้าในฐานะเป็น

ชาดก มนุษย์ผ้ฝู กึ ตนได้อยา่ งสงู สุดในการตรสั รู้

การก่อตง้ั วิธีการสอนและการเผยแผ่

พระพทุ ธศาสนา

- การวิเคราะห์ประวัตศิ าสดาที่ตนนบั

ถือตามทีก่ าหนดการวเิ คราะห์ลักษณะ

ประชาธปิ ไตยในพระพทุ ธศาสนาหรือ

แนวคดิ ของศาสนาที่ตนนบั ถอื ตามท่ี

กาหนดการวเิ คราะห์หลักการของ

พระพุทธศาสนากับหลักวทิ ยาศาสตร์

- การวิเคราะหแ์ นวคดิ ของศาสนาที่ตน

นับถอื ตามที่กาหนด

- การวเิ คราะหป์ ระวัติสาวกชาดกเรอื่ ง

เลา่ และศาสนิกชนตวั อยา่ งตามท่ี

กาหนด

2. หลักธรรมทาง ส 1.1 ม.5/13 - เข้าใจประวตั ิความสาคัญศาสดา 6 15

พระพุทธศาสนา ม.5/15 ส 1.2 หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื

พระไตรปฎิ กและศาสน ม.5/4 ศาสนาท่ีตนนับถอื

สุภาษติ - การวิเคราะห์หลกั ธรรมในกรอบ

อรยิ สัจ 4

- การวเิ คราะหห์ ลกั คาสอนของศาสนาที่

ตนนับถอื

- การวิเคราะหก์ ารสงั คายนา

พระไตรปิฎกคัมภรี ์ของศาสนาทตี่ นนบั

ถือและการเผยแผ่

- การปฏบิ ัติตนเป็นศาสนาท่ีตนนับถือ

- การวิเคราะห์หลักธรรม คติ ธรรม

ท่ี ช่ือหนว่ ยกำรเรยี นรู้ มำตรฐำนกำร สำระกำรเรียนรู้ จำนวน น้ำหนกั

เรียนร้/ู ตัวชวี้ ัด (ชัว่ โมง) คะแนน

3. วนั สาคัญทางพระพทุ ธ ส 1.1 ม.5/2 ส - เขา้ ใจประวัติความสาคญั ศาสดา 4 10

ศาสนศาสนพิธแี ละ 1.2 ม.5/1 ม. หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือ

หน้าทีช่ าวพุทธมารยาท 5/2 ม.5/3 ศาสนาที่ตนนบั ถือ

ชาวพทุ ธ - การวิเคราะหพ์ ระพทุ ธเจ้าในฐานะ

เปน็ มนุษยผ์ ู้ฝึกตนได้อยา่ งสูงสุดในการ

ตรัสรู้การก่อตงั้ วิธีการสอนและการเผย

แผพ่ ระพทุ ธศาสนา

- การวเิ คราะหป์ ระวัตศิ าสดาทตี่ นนบั

ถือตามทีก่ าหนด

- การปฏิบตั ิตนเปน็ ศาสนกิ ชนที่ดี

-การปฏิบตั ติ นถกู ต้องตามศาสนพธิ ี

-การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ

-การแสดงตนเปน็ ศาสนกิ ชนของศาสนา

ทตี่ นนับถือ

4. การบริหารจติ การเจริญ ส 1.1 ม.5/19 -เข้าใจประวัตคิ วามสาคัญศาสดา 25

ปัญญาและการใช้ ม.5/20 ส 1.2 หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื

พระพทุ ธศาสนาในการ ม.5/5 ศาสนาที่ตนนับถือการพัฒนาจิตและ

แก้ปัญหาเพื่อการพฒั นา พฒั นาการเรียนรู้ด้วยวิธคี ดิ แบบโยนโิ ส

มนสิการ

- การพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนา

ที่ตนนับถอื

- การสวดมนตแ์ ผ่เมตตาและบรหิ ารจิต

และเจรญิ ปญั ญาตามหลักสติปัฏฐาน

- การวเิ คราะห์แนวทางของศาสนาทีต่ น

นับถอื

- การปฏบิ ัติตนเป็นศาสนกิ ชนที่ดี

- การสัมมนาและเสนอแนะแนวทางใน

การธารงรกั ษาศาสนาท่ีตนนับถือ

5. หลกั ธรรมทาง ศาสนาใน ส 1.1 ม.5/16 -เขา้ ใจประวตั คิ วามสาคญั ศาสดา 4 10

การอยู่ รว่ มกันอย่าง ม.5/17 ม.5/18 หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ

สนั ติ สุข ม.5/21 ศาสนาท่ีตนนบั ถือ

-การทาความดีความช่ัว

-การวเิ คราะห์สถานการณ์ทตี่ อ้ งเผชญิ

และตัดสนิ ใจเลอื กดาเนนิ การ

ท่ี ชือ่ หน่วยกำรเรียนรู้ มำตรฐำนกำร สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน น้ำหนกั
เรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
6. พลเมืองดี - การปฏิบัติตนไดอ้ ย่างมีเหตผุ ลถกู ต้องตาม
7. ระบอบการเมอื ง การ ส 2.1 ม.5/3 ม. หลกั ธรรมจรยิ ธรรมและกาหนดเป้าหมาย 10 25
5/4 บทบาทการดาเนนิ ชีวติ เพ่ือการอยู่ร่วมกัน
ปกครอง ส 2.2 ม.5/2 ม. อยา่ งสันตสิ ขุ และอยู่รว่ มกนั เปน็ ชาตอิ ย่าง 10 25
5/3 สมานฉนั ท์ 10 25
-การอธบิ ายประวัตศิ าสดาของศาสนาอืน่ ๆ
-ความสาคญั ของค่านิยมจริยธรรม 100
ทเ่ี ปน็ ตัวกาหนดความเชือ่ และ พฤติกรรมที่
แตกตา่ งกันของศาสนิกชนศาสนาต่าง ๆ
-การวิเคราะห์หลกั ธรรมสาคญั ในการอยู่
ร่วมกันอย่างสันตสิ ุขของศาสนาอนื่ ๆ
-การชักชวนส่งเสรมิ สนบั สนนุ ให้บุคคลอ่นื
เห็นความสาคญั ของการทาความดีตอ่ กนั
-เขา้ ใจและปฏบิ ัติตนตามหนา้ ท่ขี องการเปน็
พลเมอื งดี
-การปฏบิ ัติตนและมีสว่ นสนับสนุนใหผ้ ู้อืน่
ประพฤตปิ ฏิบัตเิ พ่อื เปน็ พลเมืองดีขอ
ประเทศชาติและสังคมโลก
-การประเมินสถานการณ์สิทธิมนษุ ยชน
-เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คม
ปจั จบุ ัน
-การเสนอแนวทางทางการเมอื งการปกครอง
ทน่ี าไปสู่ความเข้าใจและการ ประสาน
ประโยชน์รว่ มกันระหว่างประเทศ
-การวเิ คราะห์ความสาคญั และความจา เปน็
ทตี่ ้องธารงรักษาไวซ้ งึ่ การปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุข

หนว่ ยกำรเรยี นรู้

โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ

กลุม่ สำระกำรเรยี นรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

รำยวิชำสงั คมศึกษำฯ ภำคเรียนที่2 รหัสวิชำ ส32102 ชนั้ มธั ยมศึกษำปีท่ี 5

เวลำเรียน 40 ช่วั โมง 2 ชั่วโมง/สปั ดำห์ จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

ท่ี ชือ่ หนว่ ยกำรเรยี นรู้ มำตรฐำนกำร สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน น้ำหนกั

เรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง) คะแนน

1. ปัญหาทางเศรษฐกิจ ส 3.1 ม.5/4 -เข้าใจและสามารถ บรหิ ารจดั การ 10 25

ทรพั ยากรในการ ผลติ และการ บริโภค

2. บทบาทของรฐั ส 3.2 ม.5/1 -การวเิ คราะห์ ปัญหาทาง เศรษฐกิจ 10 25

3. สง่ิ แวดล้อมทางกายภาพ ส 5.2 ม.5/1 -การวเิ คราะห์ สถานการณ์ สาเหตุและ 10 25
และกจิ กรรมของมนษุ ย์ ผลกระทบ ของ การเปลีย่ นแปลง ด้าน 10
ทรพั ยากรและ สงิ่ แวดลอ้ ม ของ 25
4. การเปล่ียนแปลงด้าน ส 5.2 ม.5/2 ประเทศไทยและ ภมู ิภาคตา่ งๆ ของ 100
ทรพั ยากรธรรมและ โลก
สิ่งแวดลอ้ ม -เข้าใจบทบาทของ รฐั เก่ียวกับนโยบาย
การเงนิ การคลัง ในการพัฒนา
เศรษฐกจิ ของ ประเทศ

หน่วยกำรเรียนรู้

โครงสรำ้ งรำยวิชำพ้นื ฐำน

รำยวิชำ สงั คมศึกษำ รหัสวชิ ำ ส33101กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำฯ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 6
เวลำเรียน 40 ชวั่ โมง/สปั ดำห์จำนวน 1.0 หน่วยกติ
ลำดบั ช่ือหนว่ ยกำร
ท่ี เรียนรู้ มำตรฐำนกำร สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน นำ้ หนัก
1 ความสาคัญของ คะแนน
พระพุทธศาสนา เรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด (ชวั่ โมง)
กบั การดาเนนิ 25
ชวี ติ ส 1.1 -พทุ ธประวัติด้านการบรหิ าร 10
25
2 หลักธรรมใน ม.6/3ม.6/9 -ประวตั ิศาสดาท่ีตนนับถอื
กรอบอริยสจั 4
ม.6/10ม.6/11 ตามทก่ี าหนด

ม.6/12ม.6/21 -พระพุทธศาสนาวา่ เป็นศาสตรแ์ ห่ง

ม.6/22ม.6/1 การศกึ ษาซงึ่ เน้นความสัมพันธ์ของ

ส 1.2 เหตุปัจจัย

ม.6/1ม.6/2 - แนวคิดของศาสนาท่ี

ตนนับถือตามทกี่ าหนด

-พระพุทธศาสนาในการฝึกตนไมใ่ ห้

ประมาท

- แนวคดิ ของศาสนาท่ีตนนบั ถอื ตามที่

กาหนด

- พระพุทธศาสนากับปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียง

- การพัฒนาประเทศแบบย่งั ยนื หรือ

แนวคิดของศาสนาท่ีตนนบั ถือตามที่

กาหนด

- ความสาคญั ของพระพุทธศาสนา

เก่ียวกบั การศกึ ษาทสี่ มบูรณ์

- การเมืองและสนั ตภิ าพ

หรือแนวคิดของศาสนา

ทีต่ นนบั ถือตามท่กี าหนด

ส 1.1 -หลกั ธรรมในกรอบอริยสจั 4 10

ม.6/13ม.6/14 - หลักคาสอนของศาสนาท่ตี นนบั ถอื

ม.6/15ม.6/16 - ขอ้ คดิ และแบบอย่างการดาเนินชวี ิต

ม.6/19ม.6/20 - ประวตั ิสาวกชาดก เรอ่ื งเล่าและ

ม.6/21ม.6/22 ศาสนกิ ชนตวั อยา่ งตามท่กี าหนด

- คณุ คา่ และความสาคัญของการ

สังคายนา พระไตรปฎิ กหรือคมั ภรี ์ของ

ศาสนาท่ีตนนับถือและการเผยแผ่

- ผลของการทาความดี ความชวั่

-สถานการณ์ทต่ี อ้ งเผชิญ

- หลกั ธรรม จรยิ ธรรม

- การพฒั นาชีวิตดว้ ยการพฒั นาจติ

และพัฒนาการเรยี นรดู้ ว้ ยวธิ ีคิดแบบ

3 วฒั นธรรมไทยกับ ส 2.1 โยนิโสมนสิการ 10 25
- การพฒั นาจิตตามแนวทางของ 10 25
วฒั นธรรมสากล ม.6/5 ศาสนาท่ีตนนบั ถอื
- การบริหารจติ และเจรญิ ปญั ญาตาม 40 100
4 การเมอื งการ ส 2.2 หลักสติปฏั ฐาน หรือตามแนวทางของ
ศาสนาที่ตนนบั ถอื
ปกครองของไทย ม.6/1ม.6/4 - วเิ คราะหห์ ลักธรรมสาคญั ของศาสนา
ที่ตนนบั ถอื
- หลกั ธรรมของศาสนาอื่นๆ
- แนวทางการจดั กจิ กรรมความรว่ มมอื
ของทุกศาสนา
- การแกป้ ญั หาและพฒั นาสงั คม
- การเปน็ ศาสนิกชนทีด่ ี
- การธารงรักษาพระพุทธศาสนา
หรอื ศาสนาที่ตนนับถือ
-การเปน็ ศาสนกิ ชนที่ดีต่อสาวก
สมาชกิ ในครอบครวั และคนรอบขา้ ง
- การปฏบิ ตั ิตนตามศาสนพธิ ี พิธีกรรม
ตามหลกั ศาสนาที่ตนนับถอื

การอนุรักษ์วฒั นธรรมไทยและเลือกรบั
วัฒนธรรมสากล

- ระบบการเมอื ง การปกครองในสงั คม
ปจั จุบนั การปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ์
ทรงเป็นประมุข
- ปัญหาการเมืองที่สาคญั ในประเทศ
- แหล่งขอ้ มูลตา่ งๆ
- การตรวจสอบ
การใชอ้ านาจรฐั

หน่วยกำรเรยี นรู้

รำยวิชำ สังคมศึกษำ โครงสร้ำงรำยวิชำพนื้ ฐำน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีที่ 6
รหสั วิชำ ส33102 กลุม่ สำระกำรเรียนรสู้ งั คมศกึ ษำฯ
เวลำเรียน 40 ชัว่ โมง/สปั ดำห์ จำนวน 1.0 หน่วยกิต

ลำดับ ชื่อหนว่ ย มำตรฐำน/ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน น้ำหนกั
ท่ี กำรเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
ตวั ช้วี ัด
1 เศรษฐกจิ ระหว่าง 10 25
ประเทศ ส 3.2 การเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในยุค

ม.6/2 โลกาภิวตั น์ท่มี ผี ลต่อสังคมไทย

2 ความร่วมมอื ทาง ส 3.2 ความร่วมมอื ทางเศรษฐกจิ ระหว่าง 10 25
ประเทศในรูปแบบตา่ ง ๆ 10 25
เศรษฐกจิ ม.6/3
- การนาภูมิสารสนเทศ
3 สถานการณด์ ้าน ส 5.1 ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั
- มาตรการปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหา
ทรัพยากรธรรมชาติ ม. 6/3 กฎหมายและนโยบายดา้ น
และสิง่ แวดลอ้ ม ส 5.2 ทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม
ม. 6/3

4 การจัดการ ส 5.1 - การนาภมู สิ ารสนเทศ 10 25
100
ทรพั ยากรธรรมชาติ ม. 6/3 ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั
-บทบาทขององค์การ
และสง่ิ แวดลอ้ ม ส 5.2 ทเ่ี กี่ยวข้องและการประสานความ

ม.6/4 รว่ มมอื ท้งั ในประเทศและระหว่าง
ประเทศ

-ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
เพื่อการพฒั นาทีย่ งั่ ยืน

หนว่ ยกำรเรียนรู้ 40

รำยวิชำ ประวัติศำสตร1์ โครงสร้ำงรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
เวลำเรยี น 20 ชวั่ โมง
ภำคเรยี นที่1 รหัสวิชำ ส31102 ช้นั มธั ยมศึกษำปีที่ 4
1ชัว่ โมง/สปั ดำห์ จำนวน 0.5 หน่วยกติ

ลำดบั ชือ่ หนว่ ย มำตรฐำน/ สำระกำรเรยี นรู้ จำนวน น้ำหนัก
ท่ี กำรเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
ตัวชวี้ ัด
1 เวลาและยุคสมยั 7 35
มาตรฐาน ส 1.เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์
7 35
4.1 ม 4-
6 30
6/1 2.ตวั อย่างเวลาและยุคสมัยทาง

ประวัตศิ าสตร์

3.ความสาคัญของเวลา

2 ยอ้ นรอย
ประวัติศาสตร์

3. เวลากับ
ประวตั ศิ าสตร์

สอบกลางภาค 20 100
สอบปลายภาค
รวม

รำยวิชำ ประวตั ิศำสตร1์ โครงสร้ำงรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
เวลำเรียน 20 ชัว่ โมง
ภำคเรยี นท่2ี รหัสวิชำ ส31104 ชน้ั มัธยมศกึ ษำปีท่ี 4
1ชั่วโมง/สัปดำห์ จำนวน 0.5 หน่วยกติ

ลำดบั ชือ่ หนว่ ย มำตรฐำน/ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน น้ำหนัก
ท่ี กำรเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
1 ข้นั ตอนทาง ตวั ชี้วัด
ประวัติศาสตร์ 7 35
มาตรฐาน 1. ข้นั ตอนของวธิ ีการทาง
2 ประโยชน์ของ
ประวตั ศิ าสตร์ ส 4.1 ประวัตศิ าสตร์

3. โครงการทาง ม 4-6/2
ประวัติศาสตร์
2.คุณค่าและประโยชน์ของวิธกี าร 7 35
6 30
ทางประวัติศาสตร์

3. ผลการศกึ ษาหรอื โครงการทาง

ประวตั ิศาสตร์

สอบกลางภาค 20 100
สอบปลายภาค
รวม

โครงสรำ้ งรำยวิชำ

กลุ่มสำระกำเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม

รหสั วิชำ ส32103 วิชำประวัตศิ ำสตรส์ ำกล ชนั้ มัธยมศึกษำปที ่ี 5

ภำคเรยี นท่ี 1 เวลำเรียน 1 ช่วั โมง/สปั ดำห์ รวม 20 ชวั่ โมง/ภำคเรยี น จำนวน 0.5 หน่วยกิต

ลำดับ ชอ่ื หน่วย มำตรฐำน/ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน นำ้ หนกั

ท่ี กำรเรยี นรู้ ตัวชวี้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน

1 เวลาและการแบ่งยคุ ส 4.1 ม. - ความสาคัญของเวลาและยุคสมยั 6 30

สมัยทางประวตั ศิ าสตร์ 5/1 ทางประวตั ศิ าสตรท์ ่ีแสดงถึงการ

สากล เปลย่ี นแปลงของมนุษยชาติ

2 การสร้างองคค์ วามรู้ ส 4.1 ม. -การสร้างองคค์ วามรู้ ใหม่ทาง 6 30

ใหมท่ างประวตั ศิ าสตร์ 5/2 ประวตั ศิ าสตรโ์ ดยใช้ วธิ กี ารทาง

สากล ประวัตศิ าสตร์อย่าง เป็นระบบ

3 อารยธรรมของโลกยคุ ส 4.2 ม. -การวเิ คราะหอ์ ิทธพิ ลของ 8 40

โบราณ 5/1 อารยธรรมโบราณและการติดตอ่

ระหว่างโลกตะวนั ออกกบั โลก

ตะวนั ตก

หน่วยกำรเรยี นรู้ 20 100

โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ

กลมุ่ สำระกำเรยี นร้สู งั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

รหสั วิชำ ส32104 วิชำประวัตศิ ำสตรส์ ำกล ชั้นมธั ยมศึกษำปที ี่ 5

ภำคเรยี นท่ี 2 เวลำเรียน 1 ชัว่ โมง/สปั ดำห์ รวม 20 ชัว่ โมง/ภำคเรยี น จำนวน 0.5 หนว่ ยกิต

ลำดบั ชือ่ หนว่ ย มำตรฐำน/ สำระกำรเรียนรู้ จำนวน น้ำหนกั

ท่ี กำรเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด (ช่ัวโมง) คะแนน

1 เหตกุ ารณ์สาคัญทาง ส 4.2 ม. -เข้าใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตจิ าก 13 65

ประวัติศาสตรท์ ่ีมีผล 5/2 ส 4.2 อดตี จนถงึ ปจั จุบัน

ต่อโลกปัจจบุ ัน ม. 5/3 -การวิเคราะหผ์ ลกระทบของการ

ขยายอทิ ธพิ ลของประเทศในยโุ รปไป

ยงั ทวปี อเมริกาแอฟริกาและเอเชยี

2 สถานการณส์ าคัญของ ส 4.2 ม. -การวิเคราะห์สถานการณ์ของโลกใน 7 35

โลกในคริสต์ศตวรรษท่ี 5/4 คริสต์ศตวรรษท่ี 21

21

หน่วยกำรเรียนรู้ 20 100

โครงสร้างรายวชิ า

หนา้ ทพี่ ลเมือง 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 4-6
เวลา 20 ชว่ั โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ลาดบั ท่ี
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เวลา ( ชวั่ โมง ) น้าหนกั คะแนน

1. ความเป็นไทย 7 35
-ลกั ษณะทดี่ ีของคนไทย(มารยาทไทย
กตญั ญกู ตเวที เอ้ือเฟ้ือเผอ่ื แผ่ เสียสละ) 6 30
-ศิลปวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม 7 35
ประเพณีไทย(การแตง่ กาย ภาษา 20 100
ภูมิปัญญา ประเพณี

2. พลเมืองดีตามวถิ ีประชาธิปไตย
-การดาเนินชีวติ ตามวถิ ีประชาธิปไตย
-การมีส่วนร่วมทางการเมือง การ
ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข

3. วนิ ยั ในตนเอง
-ซ่ือสตั ยส์ ุจริต ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน
ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ ยอมรับ
ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
รวม

โครงสร้างรายวชิ า

หนา้ ทพ่ี ลเมือง 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 4-6
เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ลาดบั ที่
ช่ือหน่วยการเรียนรู้ เวลา ( ชวั่ โมง ) น้าหนกั คะแนน

1. รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ 7 35
-การเห็นคุณค่าและการแสดงออกถึง 6 30
ความรกั ชาติ ยดึ มน่ั ในศาสนาและเทิดทนู 7 35
สถาบนั พระมหากษตั ริย์ 20 100

2. ความปรองดอง สมานฉนั ท์
-การอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมแห่งความ
หลากหลาย
-การจดั การความขดั แยง้ และสนั ตวิ ธิ ี

3. วนิ ยั ในตนเอง
-ซื่อสตั ยส์ ุจริต ขยนั หมน่ั เพยี ร อดทน
ใฝ่หาความรู้ ต้งั ใจปฏิบตั ิหนา้ ที่ ยอมรบั
ผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง

รวม

กำรวัดและประเมินผลกำรเรยี นรู้

กำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นรู้
การวัดและประเมินผลการเรยี นร้ขู องผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคอื การประเมิน

เพื่อพัฒนาผเู้ รยี นและเพื่อตัดสินผลการเรยี นในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลสาเร็จ
นั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน
สมรรถภาพสาคัญและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ในทุกระดบั ไม่วา่ จะเปน็ ระดบั ชั้นเรยี น ระดบั สถานศกึ ษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษาและระดบั ชาติ
การวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรูเ้ ป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูล
และสารสนเทศทแี่ สดงพัฒนาการ ความก้าวหน้าและความสาเรจ็ ทางการเรยี นรขู้ องผ้เู รยี น

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดบั ไดแ้ ก่ ระดับชน้ั เรียน ระดับสถานศึกษา
ระดบั เขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาและระดบั ชาติ มีรายละเอยี ดดังนี้

1. กำรประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้
ผสู้ อนดาเนินการเป็นปกติและสมา่ เสมอในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย
เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน
แฟม้ สะสมงาน การใชแ้ บบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเปน็ ผู้ประเมินเองหรือเปดิ โอกาสใหผ้ ้เู รยี นประเมินตนเอง
เพ่อื นประเมนิ เพ่อื น ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณที ไี่ ม่ผ่านตวั ชีว้ ดั ให้มกี ารสอนซอ่ มเสริม

การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้
อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการ
พัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตน
ด้วย ทง้ั นโ้ี ดยสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวัด

2.กำรประเมินระดับสถำนศึกษำ เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพ่ือตัดสินผลการเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ีเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา ว่าสง่ ผลต่อ
การเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาด้านใด รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของ
ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศเพอื่ การปรับปรุงนโยบาย หลักสตู ร โครงการ หรอื วิธกี ารจัดการเรยี นการสอน ตลอดจนเพ่ือการ
จัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางกาประกันคุณภาพการศึกษาและการ
รายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน ผปู้ กครองและชุมชน

3. กำรประเมินระดับเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนที่
การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรตู้ ามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานใน
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดย
ประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิข์ องผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทา และดาเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษษ
หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบ
ทบทวนข้อมลู จากการประเมนิ ระดับสถานศึกษาในเขตพื้นท่ีการศึกษา

4. กำรประเมินระดับชำติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผเู้ รียนทุกคนท่ีเรยี น ในชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3

ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 เข้ารับการประเมินผลจากการ
ประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบคุณภาพการศึกษาสนระดับต่างๆ เพื่อนาไปใช้ในการวางแผนแยกระดับ
คณุ ภาพการจดั การศกึ ษา ตลอดจนเป็นขอ้ มูลสนบั สนนุ การตัดสนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวน
พฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือปรบั ปรุง
แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ี
จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผเู้ รียนทีม่ ีปญั หาดา้ นวินัยและพฤตกิ รรม กลุม่ ผเู้ รยี น
ท่ปี ฏิเสธโรงเรยี น กลุ่มผู้เรยี นท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกจิ และสังคม กลมุ่ พิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็น
ต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิด
โอกาสให้ผเู้ รียนได้รับการพฒั นาและประสบความสาเร็จในการเรยี น

สถานศึกษาในฐานะผ้รู บั ผิดชอบจดั การศึกษา จะต้องจัดทาระเบียบวา่ ด้วยการวัดและประเมนิ ผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน เพอื่ ใหบ้ ุคลากรทีเ่ กี่ยวขอ้ งทกุ ฝ่ายถอื ปฏิบัตริ ว่ มกัน

เกณฑ์กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรยี น
1. กำรตัดสินกำรให้ระดบั แลกำรรำยงำนผลกำรเรียน
1.1 กำรตัดสนิ ผลกำรเรียน
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้ัน ผู้สอนตอ้ งคานึงถึงการพฒั นาผู้เรยี นแตล่ ะคนเป็น
หลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรยี น รวมทั้งสอนซ่อม
เสรมิ ผเู้ รยี นใหพ้ ฒั นาจนเต็มตามศักยภาพ

ระดับมธั ยมศึกษำ
(1) ตัดสินผลการเรยี นเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่าร้อย
ละ 80 ของเวลาเรยี นทงั้ หมดในรายวชิ านน้ั ๆ
(2) ผเู้ รยี นต้องไดร้ ับการประเมินทุกตัวชีว้ ัด และผ่านตามเกณฑท์ ีส่ ถานศกึ ษากาหนด
(3) ผเู้ รียนต้องไดร้ บั การตดั สนิ ผลการเรยี นทกุ รายวชิ า
(4) ผเู้ รียนตอ้ งได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากาหนด
ในการอา่ นคดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
การพิจารณาเล่ือนขั้นท้ังระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย
และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาท่ีจะ
ผอ่ นผนั ให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียน
ในระดับช้ันที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้ังคณะกรรมการพิจารณาใหเ้ รียนซ้าชนั้ ได้ ทง้ั นี้ใหค้ านึงถงึ วุฒิภาวะและ
ความรคู้ วามสามารถาของผู้เรียนเป็นสาคัญ

1.2 กำรใหร้ ะดบั ผลกำรเรียน
ระดับมัธยมศึกษา ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวชิ า ให้ได้ตัวเลขแสดงระดับ

ผลการเรยี นเป็น 8 ระดับ
การประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพงึ ประสงคน์ ั้น ใหร้ ะดับ

ผการประเมินเปน็ ดเี ย่ยี ม ดี และผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ

กิจกรรมและผลงานของผู้เรียนตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากาหนด และให้ผลการเข้ารว่ มกิจกรรมเป็นผ่านและไม่ผ่าน

1.3 กำรรำยงำนผลกำรเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครอง และผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการ

เรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ
หรอื อยา่ งนอ้ ยภาคเรยี นละ 1 คร้ัง

การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อนม
มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้

2. เกณฑ์กำรจบกำรศึกษำ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการรศึกษาเป็น 3 ระดับ

คอื ระดบั ประถมศกึ ษา ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ และระดับมธั ยศึกษาตอนปลาย
เกณฑ์กำรจบระดับช้ันมธั ยมศึกษำตอนตน้
(1) ผู้เรียนเรียนวิชาพ้นื ฐานและเพ่ิมเติม โดยเป็นรายวชิ าพืน้ ฐาน 66 หนว่ ยกิตและรายวชิ าเพิม่ เติม

ตามที่สถานศึกษากาหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสตู รไมน่ อ้ ยกวา่ 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66

หน่วยกิต และรายวชิ าเพิม่ เติม ไม่นอ้ ยกว่า 11 หนว่ ยกิต
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน ในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศึกษากาหนด
(4) ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศกึ ษากาหนด
(5) ผู้เรียนเข้ารว่ มกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากาหนด
สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับผู้มี

ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้
คณะกรรมการของสถานศึกษาเขตพื้นท่ีการศึกษา และผู้ที่เก่ียวข้องดาเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตาม
หลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานสาหรับ
กล่มุ เปา้ หมายเฉพาะ

เอกสำรอำ้ งองิ

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๔๔). หลกั สูตรการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์คุรสุ ภา
ลาดพร้าว.

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต.ิ (๒๕๔๙). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐.
สานกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา. (๒๕๔๗). ข้อเสนอยุทธศาสตรก์ ารปฏิรูปการศึกษา. กรงุ เทพฯ: เซ็นจูร่.ี
สานกั นายกรัฐมนตรี,สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (๒๕๔๒). พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพอ์ งค์การรบั สง่ สินค้าและพัสดภุ ัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สานกั ผตู้ รวจราชการและติดตามประเมินผล. (๒๕๔๘). การติดตามปัญหาอุปสรรคการใช้หลักสูตรการศกึ ษาขัน้

พนื้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔. บนั ทึก ที่ ศธ ๐๒๐๗ / ๒๖๙๒ ลงวันท่ี ๑๙ กนั ยายน ๒๕๔๘.
สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๔๖ ก.). สรปุ ผลการประชุมวเิ คราะห์หลักสูตรการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน.

๒๗ – ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๖ โรงแรมตรงั กรุงเทพฯ. (เอกสารอัดสาเนา) .
____________. (๒๕๔๖ ข.). สรุปความเห็นจากการประชุมเสวนาหลกั สูตรการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ๕ จุด.

พฤศจิกายน ๒๕๔๖ (เอกสารอัดสาเนา).
____________. (๒๕๔๘ ก.). รายงานการวิจัย การใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพืน้ ฐานตามทัศนของผู้สอน.
กรุงเทพฯ:

โรงพมิ พอ์ งคก์ ารรับส่งสินค้าและพสั ดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
____________. (๒๕๔๘ ข.). รายงานการวิจัยโครงการวิจัยทดลอง กระบวนการสร้างหลกั สตู รสถานศึกษาแบบ

อิงมาตรฐาน. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพอ์ งคก์ ารรับสง่ สินค้าและพัสดภุ ัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สวุ ิมล ว่องวาณิช และ นงลักษณ์ วริ ัชชัย. (๒๕๔๗). การประเมินผลการปฏิรปู การเรียนรู้ตามพระราชบญั ญตั ิ

การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ พหกุ รณศี ึกษา. เอกสารการประชุมทางวิชาการการวจิ ัยเก่ียวกับ
การปฏิรูปการเรียนรู้ โดยสานักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ วันที่ ๑๙-๒๐
กรกฎาคม ๒๖๔๗.
Kittisunthorn, C., (2003). Standards-based curriculum: The first experience of Thai teachers.
Doctoral
Dissertation, Jamia Islamia University, Delhi , India.
Nutravong, R., (2002). School-based curriculum decision-making: A study of the Thsiland
reform
Experiment. Doctornal Dissertation, Indiana University, Bloomington. U.S.A.

คณะผู้จัดทำ

คณะที่ปรึกษา บุษบงค์ ผู้อานวยการโรงเรียนสรรพยาวิทยา
สชุ ยั รัตน์ คณะที่ปรึกษา
1. นายสมชาย ภู่เพ็ชร์ คณะที่ปรกึ ษา
2. นางแกว้ ใจ
3. นายสรรเสริญ เกง่ กสกิ ิจ คณะที่ปรึกษา
สอาดเกิด คณะท่ีปรึกษา
4. นางนิศากร
5. นางวภิ า

คณะทางาน หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา
1. นางสาวพัชรยี ์ ตรณุ จันทร์ กรรมการ
กรรมการ
2. นายไพศาล อยู่ชา กรรมการ
3. นายสิรายุ เสอื คมุ้ กรรมการ

4. นางสาวณัชชา มีครองแบง่
5. นางสาวรัตนา ไพศาล


Click to View FlipBook Version