ปีที่ 18 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนมิถุนายน - ตุลาคม 2563 ISSN 1686-2082 สำ�นักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร สจส ทางสะดวก หลากหลายเรื่องล้อ ขับขี่รถยนต์อย่างไร ให้ปลอดภัยในหน้าฝน หลากหลายเรื่องล้อ New Normal เปลี่ยนวิถีในการเดินทาง ถนนนี้มีที่มา “ถนนข้าวสาร” จากแหล่งค้าข้าวส�ำคัญในอดีต สู่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม
สวัสดีท่านผู้อ่านวารสาร สจส.ทางสะดวกทุกท่าน วารสารเล่มที่ 2 ซึ่งเป็นเล่มสุดท้าย ของปีงบประมาณ 2563 นี้ออกมาสู่ท่านผู้อ่านด้วยเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาพวกเรา จะยังคงต้องอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19แต่เพราะทุกความร่วมมือ ร่วมใจของพวกเราคนไทยทุกคนท�ำให้สถานการณ์ภายในประเทศของเราแทบจะกลับเข้าสู่ภาวะ ปกติได้อีกครั้งแม้ว่าจะยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้เต็ม 100% แต่ก็เพื่อความปลอดภัย และห่างไกลจากเจ้าเชื้อไวรัสตัวนี้เราก็ยังคงปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยตามที่ภาครัฐ ก�ำหนดอย่างเคร่งครัด และหวังว่าเราจะมีวัคซีนที่สามารถท�ำการรักษาได้ในเวลาอันใกล้เพื่อที่ พวกเราจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิมอีกครั้ง วารสารเล ่มนี้ยังคงอัดแน ่นด้วยบทความ ที่มีประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านมาน�ำเสนออีกเช่นเคย เริ่มด้วยการใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ New Normal สจส. ได้เห็นถึงความส�ำคัญในเรื่องนี้มีการคุมเข้มมาตรการท�ำความสะอาดระบบขนส่งมวลชน สาธารณะ พร้อมบทความน�ำเสนอในการเปลี่ยนวิถีในการเดินทางแบบ New Normal ในคอลัมน์ รู้รอบ สจส.และเมื่อวารสารสจส. ทางสะดวกเดินทางมาถึงเล่ม 2ของทุกปีนั่นหมายความว่าเราเข้าสู่หน้าฝนแล้ววารสารเล่มนี้มีบทความ เพื่อเป็นประโยชน์ในหน้าฝนด้วยเรื่อง ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าฝน ในคอลัมน์หลากหลายเรื่องล้อส่วนเรื่องการเดินทางระบบราง ไปดูความคืบหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรองรถไฟฟ้าสายสีทองการท�ำงานถึงขั้นตอนไหน เราจะได้ใช้งานกันเมื่อไรติดตาม ได้ในคอลัมน์เรื่องราวระหว่างราง รวมถึงไปท�ำความรู้จักกับถนนข้าวสารถนนที่เป็นแหล่งค้าข้าวที่ส�ำคัญในอดีตสู่แหล่งท่องที่ได้รับความ นิยมของชาวต่างชาติในปัจจุบัน ในคอลัมน์ถนนนี้มีที่มา และอีกหนึ่งบทความที่อยากให้ท่านผู้อ่านได้เข้าไปอ่านกันในคอลัมน์เทคโนโลยี กับการเดินทางที่น�ำเสนอเรื่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้านวัตกรรมรักษ์โลก เป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นอนาคตอันใกล้ที่บนท้องถนนจะเต็มไป ด้วยรถที่ใช้ระบบไฟฟ้าที่จะเข้ามาแทนระบบน�้ำมัน..ท้ายที่สุดนี้คณะผู้จัดท�ำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวารสาร สจส. จะมีประโยชน์กับทุกท่าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะใช้ชีวิตบนท้องถนนร่วมกันได้ด้วยความสะดวกและปลอดภัย แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า ปีที่ 18 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนมิถุน�ยน - ตุล�คม 2563 ISSN 1686-2082 สำ�นักก�รจร�จรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมห�นคร สจส ทางสะดวก หลากหลายเรื่องล้อ ขับขี่รถยนต์อย่างไร ให้ปลอดภัยในหน้าฝน หลากหลายเรื่องล้อ New Normal เปลี่ยนวิถีในการเดินทาง ถนนนี้มีที่มา “ถนนข้าวสาร” จากแหล่งค้าข้าวส�าคัญในอดีต สู่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม บรรณาธิการ ชวนคุย E D I T O R’ S T A L K วารสาร : สจส.ทางสะดวก มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรม การดำเนินงาน และเรื่องราวน่ารู้ด้านการจราจรและขนส่งในกรุงเทพมหานคร เจ้าของ : สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร คณะที่ปรึกษา นายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง นายประพาส เหลืองศิรินภา รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง นายไวทยา นวเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง นายทศพล สุภารี ผู้อำนวยการสำนักงานวิศวกรรมจราจร นายกิตติกานต์ จองดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการสำนักงานระบบขนส่ง นายธนันท์ชัย เมฆประเสริฐวนิช ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการกองระบบเทคโนโลยีจราจร บรรณาธิการ นางนราวรรณ ลายทอง เลขานุการสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้ช่วยบรรณาธิการ นางสาววาสนา มณีส่งศรี หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป นางนราวรรณ ลายทอง หัวหน้าฝ่ายการคลัง นางสาวกชรัตน์ อุปนันท์ หัวหน้าฝ่ายการเจ้าหน้าที่ นายอธิปัตย์ อัศวพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มงานนิติกร กองบรรณาธิการ นายประวิทย์ มหาครุธ นายช่างศิลป์ชำนาญงาน นายภัทรพงษ์ เหมตะศิลป วิศวกรโยธาปฏิบัติการ นายวสุ โพธิ์แก้ว วิศวกรไฟฟ้าปฏิบัติการ นายวีรวัฒน์ ช่อไสว นายช่างโยธาปฏิบัติงาน นายสิทธิชัย สีมาลัย นายช่างโยธาปฏิบัติงาน นายนิกสัน สิงห์พิทักษ์ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน นางสาวประภาวดี วชิรพุทธิ์ นักวิชาการสถิติชำนาญการ นางสาวเกศินีวรกระมล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ นางสาวกรสินี ศรีธนกฤตวโรดม นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นายกฤษฎิ์ณ ลำพูน วิศวกรไฟฟ้าชำนาญการ นายชยพล เขมวริทธิ์ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน นายวุฒิชัย เจียมทวีวิบูลย์ วิศวกรไฟฟ้าปฏิบัติการ นางสาวปนัดดา เกษศิลป์ นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ ติดต่อกองบรรณาธิการ สำนักการจราจรและขนส่ง 44 ถนนวิภาวดีรังสิต ดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร 0-2354-1204 Fax 0-2354-1203 www.bangkok.go.th/traffic 2 สจส. ทางสะดวก
8 5 20 26 23 สจส. ทางสะดวก 3 สำ�นักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร ปีที่ 18 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนมิถุนายน - ตุลาคม 2563 สจส ทางสะดวก ส า ร บั ญ C O N T E N T 4 รู้รอบ สจส. •เปิดให้บริการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 4 สถานี ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง •กทม. เปิดตัวศาลาที่พักผู้โดยสาร รถประจ�ำทางอัจฉริยะ (Smart Bus Shelter) •ส�ำนักการจราจรและขนส่ง ใส่ใจระบบขนส่งมวลชน สาธารณะ กทม. •สจส. คุมเข้มมาตรการ ท�ำความสะอาดระบบขนส่ง มวลชนสาธารณะ • New Normal เปลี่ยนวิถีในการเดินทาง 8 หลากหลาย เรื่องล้อ • ขับขี่รถยนต์อย่างไร ให้ปลอดภัยในหน้าฝน 12 รอบรู้ เรื่องเรือ •“ผดุงกรุงเกษม” ค�้ำจุนบ้านเมืองให้มั่นคงและมั่งคั่ง •เส้นทางสีเขียว “เรือโดยสารพลังงานสะอาด” •เรือโดยสารเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ - ราง - เรือ ภาพหน้าปก : ทางม้าลายสามย่าน ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 15 เรื่องราวระหว่างราง โครงการระบบขนส่งมวลชน ขนาดรองรถไฟฟ้าสายสีทอง 18 สจส. ขอตอบ หลักเกณฑ์การจัดสร้าง คันชะลอความเร็ว 20 ถนนนี้มีที่มา “ถนนข้าวสาร” จากแหล่งค้าข้าวส�ำคัญในอดีต สู่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม 23 สัญลักษณ์ ชวนรู้ ท�ำความรู้จักกับป้ายห้ามจอด 26 เทคโนโลยีกับการเดินทาง รถยนต์พลังงานไฟฟ้า นวัตกรรมรักษ์โลก 29 คลายหมด กฎหมาย ทางม้าลายเรื่องที่ต้องใส่ใจ ของทั้งคนขับและคนข้าม
รู้รอบ สจส. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการทดสอบความพร้อมการให้บริการ เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างงานเสร็จเพิ่มเติมอีก 4 สถานี (สถานีกรมป่าไม้-สถานีบางบัว-สถานีกรมทหารราบที่ 11-สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ) ระยะทางรวม 4.2 กิโลเมตร ก ่อนเปิดให้ประชาชนใช้บริการอย ่างเป็น ทางการเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ ว ่ า ร า ช ก า ร กรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารของกรุงเทพมหานคร แ ล ะ ผู้ บ ริ ห า ร จ า ก บี ที เ อ ส ใ ห้ ก า ร ต้ อ น รั บ ณ บริเวณสถานีห้าแยกลาดพร้าว โดยนายกรัฐมนตรี และคณะร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการและฟังบรรยายสรุป แนวทางการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว จาก นายพานุรักษ์กลั่นนุรักษ์ผู้อ�ำนวยการส�ำนักการจราจร และขนส่ง ทั้งนี้สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ(N17) เป็นสถานี เชื่อมต่อ (Inter Changed Station) และเป็นสถานี ร่วมกับรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพู(แคราย - มีนบุรี) ตัวสถานีออกแบบให้สามารถรองรับผู้โดยสารที่ต้องการ เปลี่ยนเส้นทางโดยใช้บัตรโดยสารใบเดียวในการเดินทาง ผู้โดยสารไม่ต้องออกนอกระบบ สามารถเดินทางได้ อย่างต่อเนื่องอีกทั้งโครงการฯยังได้ออกแบบทางเดิน สกายวอล์ก ทางเชื่อมต่อไปยังย่านชุมชน และสถานที่ ส�ำคัญๆ ในเส้นทางใกล้รถไฟฟ้าให้เข้าสู่ระบบได้อย่าง สะดวก และในปลายปี2563 นี้บีทีเอสคาดว ่าจะ เตรียมเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ไปจนถึงสถานีปลายทางที่คูคต ซึ่งจะส่งผลให้รถไฟฟ้า สายนี้วิ่งให้บริการครอบคลุมเชื่อมต ่อ 3 จังหวัด จากปทุมธานีผ ่านกรุงเทพฯ ไปยังสมุทรปราการ ระยะทางรวม 53 กิโลเมตร เปิดให้บริการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 4 สถานี ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง 4 สจส. ทางสะดวก
รู้รอบ สจส. กทม. เปิดตัว ศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจ�าทางอัจฉริยะ (Smart Bus Shelter) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจการติดตั้งศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจ�ำทางอัจฉริยะ (Smart Bus Shelter) เช็ค ชาร์จ แชร์ได้ฟรีและมีสิ่งอ�ำนวย ความสะดวกครบครัน โดยมี นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานครคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ผู้บริหารส�ำนักการจราจรและขนส่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร ่วมลงพื้นที่ ณ บริเวณด้านหน้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 เขตห้วยขวาง ✔ เช็ค = รู้ได้..รถเมล์ใกล้ถึงป้ายหรือยัง ✔ ชาร์จ = มีช่องเสียบ USB เพื่อชาร์จ แบตโทรศัพท์ฟรี ✔ แชร์= มีWi-Fi ให้ใช้แชตและแชร์ฟรี ✔ มีกล้อง CCTV บันทึก ทุกเหตุการณ์ ✔ มีรูปร่างโครงสร้างโปร่งไม่มีมุมอับ ✔ มีไฟส่องสว่าง ข้อมูลประกอบบทความจาก : ส�ำนักงานประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร ส�ำนักการจราจรและขนส่ง ร่วมกับ บริษัท แพลน บีมีเดีย จํากัด (มหาชน) พัฒนาและปรับปรุงศาลาที่พักผู้โดยสารรถ ประจ�ำทางรูปแบบเดิม ให้เป็นศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจ�ำทาง อัจฉริยะรูปแบบใหม่ (Smart Bus Shelter) ที่สามารถน�ำร่องให้ ประชาชนได้ใช้เป็นแห่งแรก บริเวณแยกพระราม 9 ฝั่งเซ็นทรัล พลาซา แกรนด์ พระราม 9 และก�ำหนดปรับปรุงศาลาที่พักผู้ โดยสารให้เป็นรูปแบบใหม่ในระยะแรกจ�ำนวน 350 หลัง ภายใน ปี2564 เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน ่าอยู ่ มีความทันสมัย สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของประชาชน สจส. ทางสะดวก 5
รู้รอบ สจส. จุดดังกล่าวได้รับการร้องเรียนจาก ป ร ะช าชน ว ่ าในช ่ วงเวล ากล างคืน ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในการสัญจร หากไม ่คุ้นชินเส้นทางมักจะมองไม ่เห็น เกาะกลางถนนและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นายสกลธีภัททิยกุล รองผู้ว ่าราชการ กรุงเทพมหานคร จึงมอบหมายส�ำนัก การจราจรและขนส่งส�ำรวจพื้นที่เพื่อหา ปรับปรุงเกาะกลางถนน เทียมร่วมมิตร ลดอุบัติเหตุยามค� ่ าคืน แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยส�ำนัก การจราจรและขนส่ง ได้ด�ำเนินการติดตั้ง แบริเออร์หัวเกาะพร้อมไฟกระพริบที่ บริเวณหัวเกาะกลางถนน ทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งจะ ท�ำให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางสังเกตเห็นได้ ง่ายขึ้น ส�ำหรับเส้นทางที่มุ่งหน้ามาจาก ถนนรัชดาภิเษก ได้ด�ำเนินการติดตั้งป้าย จราจรแสดงการแบ่งเลนส�ำหรับการเลี้ยว นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาจุด กลับรถบริเวณถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง โดยมีนายพานุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อ�านวยการส�านัก การจราจรและขนส่ง นายอนุชิต พิพิธกุล ผู้อ�านวยการเขตห้วยขวาง พร้อมด้วยผู้บริหารส�านักการ จราจรและขนส่งและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ ซ้ายหรือเลี้ยวขวาอย่างชัดเจน เพื่อป้องกัน การแซงในที่คับขัน นอกจากนี้จะปรับ เปลี่ยนเส้นบีบเลนเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด อุบัติเหตุ รวมทั้งจะด�ำเนินการขีดสีตีเส้น เครื่องหมายจราจรช่องแบ่งเลนในบริเวณ นี้ใหม่ทั้งหมดเนื่องจากของเดิมเริ่มมีสภาพ ที่ลบเลือน 6 สจส. ทางสะดวก
รู้รอบ สจส. แม้ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 จะเริ่มเข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้น ประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร บางส่วนเริ่มกลับมาท�ำงานและใช้ชีวิตตามปกติส่งผลให้มีการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพิ่มมากขึ้น ส�ำนักการจราจรและ ขนส่ง (สจส.) ยังคงเข้มงวดและให้ความส�ำคัญกับมาตรการรักษาความสะอาดเพื่อปัองกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID - 19 โดยในทุกวันจะท�ำความสะอาดระบบขนส่งมวลชนต่างๆ ในการดูแลรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร อาทิ - ท�ำความสะอาดภายในตัวรถ สถานีแเละจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้งของรถไฟฟ้า BTS - ท�ำความสะอาดเรือโดยสารคลองผดุงกรุงเกษมและคลองภาษีเจริญก่อนให้บริการ - ท�ำความสะอาดสถานีและรถจักรยานปันปั่น - ท�ำความสะอาดรถและอุปกรณ์รถบริการส�ำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น - ท�ำความสะอาดศาลาที่พักผู้โดยสารด้วยน�้ำยาฆ่าเชื้อโรค - ฉีดพ่นน�้ำยาฆ่าเชื้อและท�ำความสะอาดรถ Shuttle bus และรถโดยสาร BRT - ท�ำความสะอาดอุปกรณ์ของศูนย์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ของกรุงเทพมหานคร ทั้ง 13 ศูนย์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกท่านอุ่นใจและมีความปลอดภัยในการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร สจส. คุ ม เ ข้ ม มาตรการท�าความสะอาด ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ปรับปรุงเกาะกลางถนน เทียมร่วมมิตร ลดอุบัติเหตุยามค� ่ าคืน สจส. ทางสะดวก 7
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น อาจท�าให้ การด�าเนินชีวิตของผู้คนนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้ นเชิง กลายเป็นความ ปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) ทั้งการใช้ชีวิตและการเดินทาง ด้วยระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อ ต้องเดินทางทั้งส�าหรับผู้ให้บริการและผู้โดยสาร ผู้โดยสาร - สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ระหว่างการเดินทาง - ในรถโดยสารสาธารณะควรนั่ง หรือยืนห ่างกันอย ่างน้อย 1-2 เมตร ส�ำหรับการเดินทางโดยรถแท็กซี่ควรนั่งที่ เบาะหลังเพื่อเว้นระยะห่างจากผู้ขับ -ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ -ควรงดการพูดคุยโทรศัพท์ระหว่าง ใช้บริการ - กรณีเดินทางข้ามจังหวัดมีการวัด อุณหภูมิก ่อนขึ้นรถ ตอบค�ำถามสุขภาพ ระบุชื่อ ที่อยู ่ ข้อมูลที่ติดต ่อได้รวมทั้ง กักตัว 14 วันเมื่อถึงจังหวัดที่หมาย ผู้ให้บริการ/ คนขับ ใน ส ่ วน ข อง ผู้ ขับ ร ถโ ด ย ส า ร สาธารณะทุกประเภท แนะน�ำให้สังเกต อาการตนเองอยู่เสมอ หากป่วยมีอาการไข้ ไอ จาม ห้ามขับรถเด็ดขาด ควรกักตัวที่ บ้านเพื่อสังเกตอาการและขณะให้บริการ หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ชนิดเจลหรือ น�้ำบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยหรือ หน้ากากผ้าตลอดระยะเวลาให้บริการ หาก ในระหว่างขับรถมีผู้โดยสารไอจาม ให้ปิด แอร์แล้วเปิดหน้าต่างระบายอากาศเพื่อไม่ ให้เชื้อไวรัสสะสมอยู่ในรถ ลดโอกาสการ ติดเชื้อของผู้ขับรถและผู้โดยสารท่านอื่น การดูแลความสะอาดภายใน รถโดยสารสาธารณะ จัดให้มีแอลกอฮอล์ชนิดเจลหรือน�้ำ ประจ�ำรถ หมั่นเปิดหน้าต ่างให้อากาศ ภายนอกหมุนเวียน หรือเปิดหน้าต ่าง ระหว่างให้บริการ ต้องท�ำความสะอาดรถ ทุกครั้งทั้งก่อนและหลังการให้บริการ โดย เช็ดท�ำความสะอาดบริเวณที่มีผู้โดยสาร สัมผัสบ่อยๆ กรณีให้บริการผู้โดยสารที่มี การไอ จาม หรือไม่สบายระหว่างเดินทาง ควรใช้แอลกอฮอล์70% ในการท�ำความ สะอาดภายในรถ New Normal เปลี่ยนวิถีในการเดินทาง หลากหลาย เรื่องล้อ 8 สจส. ทางสะดวก
ทั้งนี้การให้บริการของรถโดยสารสาธารณะ และการให้บริการที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจะด�ำเนินการ ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมหรือมาตรการ Social Distancing เว้นระยะนั่ง หรือยืนห่างกัน อย่างน้อย 1-2 เมตร เช ่น เว้นเบาะที่นั่งใน รถตู้โดยสารและรถโดยสารประจ�ำทาง ก�ำหนด พื้นที่ยืนบนรถเมล์ส ่วนที่สถานีขนส ่งผู้โดยสาร ทุกแห่งจะมีมาตรการคัดกรองผู้โดยสารทุกคนก่อน การเดินทาง รวมถึงตรวจคัดกรองพนักงานขับรถ และผู้ประจ�ำรถ หากพบผู้ที่มีอุณหภูมิร ่างกาย สูงเกินกว ่า 37.5 องศาเซลเซียส หรือไม ่สวม หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าผู้ให้บริการมีสิทธิ ปฏิเสธการให้บริการได้ ในขณะเดียวกันหาก ประชาชนพบรถโดยสารไม่ปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing หรือมาตรการอื่นๆ ที่ภาครัฐ ก�ำหนดเพื่อป้องกันและควบคุมไม ่ให้มีการ แพร ่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง ---------------------------------------------------------- ข้อมูลประกอบบทความจาก:กรมการขนส่งทางบก หลากหลาย เรื่องล้อ สจส. ทางสะดวก 9
หลากหลาย เรื่องล้อ ดังนั้น ในช่วงหน้าฝนผู้ขับขี่รถยนต์จึงควรเพิ่ม ความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ ผู้ขับขี่จึงต้องใช้ความ ระมัดระวังและต้องปรับวิธีการขับขี่ให้สอดคล้องกับ สภาวะดังกล่าว ส�ำนักการจราจรและขนส่ง ขอเชิญชวน ผู้ขับขี่ทุกท ่านมาเตรียมความพร้อมของรถยนต์และ ปรับเทคนิคการขับขี่ให้สอดคล้องกับสภาวะหน้าฝนนี้ เพื่อช ่วยป้องกันหรือลดการเกิดอุบัติเหตุในท้องถนน ให้ลดน้อยลงกันดีกว่า ตรวจสอบความพร้อมของรถยนต์ - ยางรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับผ่าน เส้นทางที่เปียกลื่นหรือเส้นทางที่มีน�้ำท่วมขังถ้าลมยางอ่อน รถจะเสียการทรงตัวง่าย ควรตรวจสอบอายุการใช้งาน ของยางด้วยว ่าสมควรเปลี่ยนใหม ่หรือไม ่ ซึ่งปกติแล้ว ไม่ควรใช้งานเกิน 4 ปี - ระบบเบรก หากพบว่าเหยียบแป้นเบรกไม่ลง มีเสียงดังขณะหยุดรถ เบรกแล้วรถไม ่หยุดในระยะที่ ก�ำหนด หรือเสียการทรงตัว ให้รีบท�ำการเปลี่ยนผ้าเบรก ใหม่ทันทีเพราะเมื่อเจอกับสภาพอากาศที่มีความชื้นและ ขับขี ่ รถยนต์อย่างไร ให้ปลอดภัยในหน้าฝน ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเต็มรูปแบบแล้ว นับแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา สภาวะเช่นนี้ถือเป็นปัจจัย ส�ำคัญที่ท�ำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ง ่ายขึ้น ในช่วง ฤดูฝนของทุกปีมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงขึ้นกว ่า ช่วงอื่น เนื่องจากสภาพถนนที่ชื้นแฉะเมื่อผสมกับฝุ่นจะกลายเป็น ดินโคลน ท�ำให้ถนนลื่นกว่าปกติสภาพถนนมีน�้ำท่วมขังและ ทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน ปัจจัยเหล่านี้เป็น ปัจจัยภายนอกที่เราในฐานะผู้ขับขี่ควบคุมไม่ได้อุบัติเหตุ ที่เกิดในหน้าฝนมักจะเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงและสร้าง ความสูญเสียให้กับผู้ประสบเหตุ เปียกลื่นด้วยแล้ว เป็นการเสริมให้ความลื่นของหน้าสัมผัส มีมากขึ้น - ใบปัดน�้ำฝน ต้องอยู่ในสภาพที่ท�ำความสะอาด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่สามารถรีดน�้ำออกได้เต็มที่ ในช่วงที่ฝนตกอย่างรุนแรงอาจส่งผลให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถ มองออกไปได้อย่างชัดเจน - ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆต้อง ดูแลให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีโดยทดลองเปิดสวิตช์ไฟที่ ต�ำแหน่งต่างๆ แล้วออกมาสังเกตนอกรถว่าแสงที่ออกมา มีก�ำลังเพียงพอหรือไม่ หรือสวิตช์ดังกล่าวท�ำงานหรือไม่ ปรับเปลี่ยนวิธีการขับขี่ - มีสมาธิและสติ พื้นถนนลื่นท�ำให้ขับรถ อย่างยากล�ำบาก หรือฝนตกใส่กระจกรถท�ำให้มองไม่เห็น ทาง หลายคนจึงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนกันบ่อย - ไม่ขับรถเร็วเกินไป เลือกใช้ความเร็วรถให้ เหมาะกับสภาพถนนและการมองเห็นในระดับคงที่ 10 สจส. ทางสะดวก
หลากหลาย เรื่องล้อ ข้อมูลประกอบบทความจาก : สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) www.disaster.go.th www.Massi.co.th/blog สม�่ำเสมอ นอกจากจะช่วยให้รถยึดเกาะ ถนนได้ดีขึ้นแล้วยังช่วยลดโอกาสที่จะ เกิดอุบัติเหตุได้ทันท่วงที - เลี่ยงการเปิดไฟกะพริบ-ไฟ ฉุกเฉิน เพราะอาจท�ำให้รถคันอื่นเข้าใจ ผิด ควรเปิดไฟหน้าแบบต�่ำให้เห็น เส้นทางชัดเจนขึ้น ไม่เปิดไฟสูงเพราะ จะท�ำให้คนที่ขับรถสวนมาตาพร ่า จนอาจเกิดอุบัติเหตุ, เปิดไฟตัดหมอก ในช ่วงกลางคืนที่ฝนตกหนักหรือ ถนนเปียก เพื่อลดการสะท้อนของ ไฟหน้ากับน�้ำจนเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน - ควรขับทิ้งระยะห ่างจาก รถคันหน้าให้มากกว่าปกติเป็น 2 เท่า เพื่อป้องกันรถคันหน้าหยุดกะทันหัน หรือเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นก็จะสามารถ เบรกรถได้ทัน เพราะเมื่อฝนตกจะท�ำให้ ประสิทธิภาพในการท�ำงานของเบรก ลดลง - ไม ่เปลี่ยนช ่องทางหรือ เหยียบเบรกกะทันหันหรือเบรกบ ่อย เกินความจ�ำเป็น หากต้องการหยุดรถ หรือเปลี่ยนช ่องทางเดินรถกะทันหัน ให้เปิดสัญญาณไฟล่วงหน้าก่อนเปลี่ยน ช่องทางทุกครั้ง - เปิดใบปัดน�้ำฝนให้เหมาะสม กับความแรงของฝนที่ตก และกดปุ่ม ไล่ฝ้ากระจกหลัง ก็เป็นสิ่งจ�ำเป็น - ถ้าฝนตกหนักมากจนไม ่ สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจน ในระยะ 10 เมตร ควรหาที่จอดที่ ปลอดภัยรอจนฝนเบาลงแล้วค ่อย เดินทางต่อ สจส. ทางสะดวก 11
รอบรู้ เรื่องเรือ หลากหลาย เรื่องล้อ “ผดุงกรุงเกษม” ค�้ าจุนบ้านเมืองให้มั่นคงและมั่งคั่ง “คลองผดุงกรุงเกษม” เป็นคลองรอบพระนครชั้นนอก ขุดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ ขุดเมื่อ พ.ศ. 2394 ทรงพิจารณาเห็นว่าบ้านเมืองเจริญขึ้น ผู้คน ก็มากกว ่าเมื่อเริ่มสร้างกรุง ควรขยับขยายพระนครออกไป จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)ขุดคลองพระนครออกไปอีกชั้นหนึ่ง โดยขุดถัดจาก คลองรอบกรุงออกไปทางชานพระนคร เริ่มขุดจากปากคลอง ริมแม ่น�้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดเทวราชกุญชร (วัดสมอแครง) ย่านเทเวศร์มีแนวขนานไปกับคลองคูเมืองเดิม ผ่านย่านหัวล�ำโพง ตัดผ่านคลองมหานาคไปทะลุแม่น�้ำเจ้าพระยาอีกด้านหนึ่ง บริเวณ วัดแก้วแจ่มฟ้าสี่พระยาคลองนี้ขุดเสร็จในปีพ.ศ.2395และได้รับ พระราชทานชื่อว่า “คลองผดุงกรุงเกษม” ซึ่งมีความหมายว่า “ค�้ำจุนบ้านเมืองให้มั่นคงและมั่งคั่ง” ภายหลังการขุดคลอง แล้วเสร็จ การค้าและการขนส่งตลอดแนวคลองผดุงกรุงเกษม ก็คึกคักและถือเป็นเส้นหลักทางสัญจรทางเรือของชาวพระนคร ท่ามกลางการขยายตัวของกรุงเทพฯอย่างไม่หยุดยั้งในช่วงที่ผ่านมา คลองผดุงกรุงเกษม ถูกลดบทบาทจากคลองเชื่อมเมืองด้วยการ สัญจรทางน�้ำ จากย ่านเทเวศไปยังย ่านหัวล�ำโพงและแม ่น�้ำ เจ้าพระยา กระทั่งเมื่อปีพ.ศ.2558คลองผดุงกรุงเกษมได้กลับมามี บทบาทอีกครั้ง ในฐานะตลาดน�้ำ โดยต่อมาในปีพ.ศ.2560 กรุงเทพมหานครได้ฟื้นชีวิตคลองผดุงกรุงเกษมอีกครั้ง โดยการ ทดลองเดินเรือโดยสารเพื่อให้บริการประชาชน และปีพ.ศ.2563 นี้ได้เริ่มทดลองให้บริการเดินเรือโดยสารไฟฟ้าล�ำแรกเพื่อเชื่อม ต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ล้อ ราง เรือ ขอบคุณภาพจาก : - เมืองไทยในอดีต (www.facebook.com/Oldsiam) 12 สจส. ทางสะดวก
รอบรู้ เรื่องเรือ เส้นทางสีเขียว “เรือโดยสารพลังงานสะอาด” กรุงเทพมหานคร โดยส�านักการจราจรและขนส่ง ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จ�ากัด (เคที) ด�าเนิน โครงการพัฒนาร ะบบการ เดิน เรือในคลอง ผดุงกรุงเกษม โดยจัดหาเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า พร้อมระบบโซลาร์เซลล์ (ไร้มลพิษทางเสียงและอากาศ) จ�านวน 8 ล�า เพื่อให้บริการประชาชน ปัจจุบันมีเรือ ให้บริการในเส้นทางจ�านวน 2 ล�า เป็นเรือพลังงาน เชื้อเพลิงดีเซล 1 ล�า เรือพลังงานไฟฟ้า 1 ล�า ซึ่งเริ่ มให้ บริการประชาชนช่วงการ เปิดภาค เรียน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ส่วนเรือไฟฟ้าที่จะน�ามาให้บริการ เพิ่ มเติมนั้นคาดว่าจะสามารถให้บริการทัง 8 ล�้า ภายใน เดือนพฤศจิกายน 2563 นี้ สจส. ทางสะดวก 13
รอบรู้ เรื่องเรือ เรือดังกล่าวได้ออกแบบเพื่อบรรทุกผู้โดยสารอย่างเหมาะสม มีที่ส�ำหรับจอดรถเข็นผู้พิการ โดยเมื่อมีเรือให้บริการเต็มรูปแบบ จะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารได้มากกว่าปัจจุบันอีกเท่าตัว ทั้งนี้ เรือที่น�ำมาให้บริการจะใช้พลังงานไฟฟ้าได้ทั้ง 2 แหล่งคือจากการ ชาร์จไฟที่สถานีชาร์จเพื่อการขับเคลื่อนเรือและใช้พลังงานไฟฟ้าจาก แผงโซลาร์เซลล์ ที่ติดตั้งบนหลังคาเรือเพื่อให้แสงสว่างภายในเรือ ดังนั้นภายในปลายปีนี้เส้นทางเดินเรือคลองผดุงกรุงเกษมจะเป็น เส้นทางเรือแห่งแรกของกรุงเทพมหานครและของประเทศ ที่จะใช้ เรือไฟฟ้ามาให้บริการทั้งหมด ถือเป็นเส้นทางขนส่งมวลชนสีเขียว รองรับการเดินทางต่อเชื่อมระบบขนส่งมวลชน นอกจากนี้ยังมีแนวทางพัฒนาเส้นทางเดินเรือ ในอนาคตโดยจัดท�ำ “ท ่าเรืออัจฉริยะ” โดยจะติดตั้ง แผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบริเวณท่าเรือเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ให้ท่าเรือมีแสงสว่างตลอด 24 ชั่วโมง มีป้ายดิจิทัลแจ้งเวลา เรือที่จะเข้าเทียบท ่า มีระบบการให้ข้อมูลการเดินทาง ที่ทันสมัย และจะพัฒนาให้บริเวณท ่าเรือในเส้นทาง คลองผดุงกรุงเกษมเป็นจุดการเชื่อมต ่อการเดินทางที่ หลากหลายอย่างเช่น บริการจักรยานสาธารณะและจัดให้มี จุดชาร์จพลังงานไฟฟ้า ส�ำหรับจักรยานไฟฟ้า และ รถใช้พลังงานไฟฟ้าต่าง ๆ เพื่อรองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะ ในเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร เชื่อมต ่อการเดินทาง ทั้งระบบ ล้อ ราง เรือ จากรถไฟฟ้าสายสีน�้ำเงิน และสถานี รถไฟหัวล�ำโพง เข้าสู ่พื้นที่ใจกลางเมืองด้วยการขนส ่ง ทางน�้ำที่สะดวกรวดเร็ว ลดระยะเวลาการเดินทาง ข้อมูลประกอบบทความจาก : - กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร - บริษัท กรุงเทพธนาคม จ�ำกัด - www.theurbanis.com เรือโดยสารเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ - ราง - เรือ 14 สจส. ทางสะดวก
โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง รถไฟฟ้าสายสีทอง โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง เริ่มต้นมาจาก แนวคิดในการพัฒนารถไฟฟ้าขนาดรองของสำ นักการจราจร และขนส่ง กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาการพัฒนาระบบ รถไฟฟ้าหลัก โดยมุ่งเน้นไปยังแหล่งพื้นที่เศรษฐกิจและ ชุมชนในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ต่อมาในปี 2558 ทางสำ นักการจราจรและขนส่ง ได้เริ่มทำ การศึกษาความ เหมาะสมทางด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและด้านเศรษฐกิจ การลงทุนโครงการ เนื่องจากเล็งเห็นว่าพื้นที่ย่านคลองสาน มีการเจริญเติบโตของพื้นที่อย่างรวดเร็ว รวมทั้งเป็นแหล่ง ศูนย์กลางด้านการค้า ศาสนาและการปกครองของฝั่งธนบุรี “ “ เรื่องราว ระหว่างราง ขอบคุณภาพประกอบจาก : - ข่าวรถไฟฟ้า (www.facebook.com/ThaiRailNews) สจส. ทางสะดวก 15
เรื่องราว ระหว่างราง โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง แบ่งออกเป็น 2 ระยะ - ระยะที่ 1 ประกอบด้วย 3 สถานีระยะทาง 1.74 กิโลเมตร แนว เส้นทางจากสถานีรถไฟฟ้าBTSกรุงธนบุรี ไปทางทิศตะวันออกตามแนวเส้นทาง คู ่ขนานของถนนกรุงธนบุรี เลี้ยวซ้าย ขึ้นทางทิศเหนือไปตามแนวถนนเจริญนคร ผ่านแยกคลองสาน ไปสิ้นสุดที่ถนน สมเด็จเจ้าพระยาที่บริเวณหน้าโรงพยาบาล ตากสิน - ระยะที่ 2 ประกอบด้วย 1 สถานีความยาวทางวิ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 0.88 กิโลเมตร ระบบรถไฟฟ้า ระบบรถไฟฟ้าที่ใช้เป็นรถไฟฟ้า รางเบารูปแบบไร้คนขับโดยใช้รางน�ำทาง มีผิวสัมผัสระหว่างล้อและทางวิ่งเป็นยาง ซึ่งจะท�ำให้เกิดความนุ่มนวลและก่อให้เกิด เสียงรบกวนต�่ำเมื่อเทียบกับระบบอื่น อีกทั้งมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยโมเดลที่ใช้เป็น รุ่น Bombardier Innovia APM 300 จ�ำนวน 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้รองรับ ผู้โดยสารได้4,000-12,000 คน/ชั่วโมง/ทิศทางคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการ เดินรถในช่วงปลายปี2563 การเชื่อมต่อ โครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง (สถานีรถไฟฟ้า กรุงธนบุรี-ส�ำนักงานเขตคลองสาน-ประชาธิปก) เชื่อมต่อโครงข่ายระบบขนส่ง มวลชนสายหลักในพื้นที่โครงการ 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. รถไฟฟ้าสายสีเขียว(รถไฟฟ้าBTSสายสีลม) ปัจจุบันเปิดให้บริการ ถึงสถานีบางหว้า โดยในอนาคตกรุงเทพมหานครมีแผนที่จะต่อขยายแนว เส้นทางไปจนถึงตลิ่งชัน 2. รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ 3. รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงหัวล�ำโพง-บางบอน-มหาชัย ภาพจาก : www.thansettakij.com 16 สจส. ทางสะดวก
รถไฟฟ้า APM รุ่น Bombardier Innovia APM 300 มาถึง สถานีกรุงธนบุรีครบแล้วทั้ง 3 ขบวน โดยการขนย้ายเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย และได้มีการวิ่งทดสอบระบบการเดินรถ ก่อนเปิด ให้บริการในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2563 นี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง เป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง ที่กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคม จ�ำกัด เป็นผู้ด�ำเนินการ ซึ่งแบ่งการด�ำเนินการในระยะที่ 1 มีจ�ำนวน 3 สถานี คือสถานีกรุงธนบุรีสถานีเจริญนครและสถานีคลองสาน ระยะทาง1.80 กิโลเมตร เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ฝั ่งธนบุรีที่มี การพัฒนาเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ถือเป็น Feeder (ระบบ ขนส่งมวลชนขนาดรอง) ที่ใช้รูปแบบรถที่มีขนาดกะทัดรัด โดยเลือกใช้ รถไฟฟ้า AGT หรือ APM (ระบบขนส่งมวลชนแบบน�ำทางอัตโนมัติ) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งมีความเหมาะสมกับพื้นที่และเป็น Feeder (ระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง) ที่มีประสิทธิภาพที่สามารถ เชื่อมต่อการเดินทางของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นระบบรางสายหลักของ รถไฟฟ้าสายสีเขียวโดยเชื่อมต่อกัน ที่สถานีกรุงธนบุรีผู้โดยสารที่ใช้บัตร แรบบิทสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีทองได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว นอกจากนี้รถไฟฟ้าสายสีทองยังเชื่อมต ่อกับรถโดยสาร ประจ�ำทางในพื้นที่ย่านคลองสานรวมทั้งเชื่อมต่อการเดินทางในเส้นทาง เดินเรือแม่น�้ำเจ้าพระยา และในอนาคตยังเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้า สายสีแดงช่วงหัวล�ำโพง-บางบอน-ราษฎร์บูรณะและรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ อีกด้วย ส�ำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีทองถือเป็นรถไฟฟ้าสายส�ำคัญ โดยเส้นทางจะผ่านแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น�้ำเจ้าพระยา เช่น ไอคอนสยาม ล้ง 1919 เป็นต้น ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารและ นักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าสู่สถานที่ส�ำคัญของกรุงเทพมหานคร ได้ดียิ่งขึ้น และช ่วยส ่งเสริมการพัฒนาพื้นที่และการท ่องเที่ยวย ่าน ฝั่งธนบุรีโดยจะมีสวนพระปกเกล้าสกายปาร์ค แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ของกรุงเทพมหานคร และโครงการยังเชื่อมต ่อการเดินทางของ เรือโดยสารในแม่น�้ำเจ้าพระยาด้วย ขอบคุณภาพและข้อความจาก : บริษัท กรุงเทพธนาคม จ�ำกัด เรื่องราว ระหว่างราง สจส. ทางสะดวก 17
สจส. ขอตอบ อุบัติเหตุการจราจรได้ก่อ ให้เกิดความสูญเสียทั้งต ่อชีวิตและ ทรัพย์สิน เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุของ อุบัติเหตุท�ำให้ทราบว่าพฤติกรรมการขับขี่ บนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืน กฎจราจรหรือการขับขี่ยานพาหนะด้วย ความประมาท ล้วนแล้วแต ่เป็นปัจจัย สาคัญของการเกิดอุบัติเหตุ ํ โดยเฉพาะการ ขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วสูงในเขต ชุมชน ซึ่งถือเป็นสาเหตุสาคัญของการเกิด ํ อุบัติเหตุตามทางคนเดินข้ามและตาม บริเวณทางแยกต่างๆ ทั้งนี้อุบัติเหตุทาง จราจรสามารถลดลงได้หากมีการบริหาร จัดการจราจรโดยการใช้มาตรการควบคุม การจราจรเพื่อให้เกิดความปลอดภัย (traffic calming measures) ในบริเวณ ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นวิธีการสาคัญอย่างหนึ่ง ํ ทางด้านวิศวกรรมจราจร การใช้คันชะลอ หลักเกณฑ์การจัดสร้าง คันชะลอความเร็ว ความเร็วเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช ่วย ลดอุบัติเหตุซึ่งมีใช้กันอย่างแพร่หลายใน หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย เป็นต้น ในประเทศไทย การใช้คันชะลอเพื่อชะลอความเร็ว ของยานพาหนะ ลดอุบัติเหตุและเพิ่ม ความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่ยานพาหนะและ ผู้เดินเท้า ส�ำนักการจราจรและขนส่ง เป็น หน ่วยงานที่รับผิดชอบด�ำเนินการแก้ไข และลดอุบัติเหตุทางถนนรวมถึง ตรอก ซอยต่างๆ ซึ่งการจัดท�ำคันชะลอความเร็ว ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดอุบัติเหตุ ทางถนน ปัจจุบันพบว ่าได้มีการสร้าง ถนนและป รับป รุงผิ วจ ร าจ รในเขต กรุงเทพมหานคร ส ่งผลให้คันชะลอ ค ว า ม เ ร็ ว ที่ ด�ำเ นิ น ก า รไ ป แ ล้ ว นั้ น ถูกรื้อถอนจากการปรับปรุงผิวจราจรและ 18 สจส. ทางสะดวก
สจส. ขอตอบ ถ น น ที่ ไ ด ้ มี ก า ร ส ร ้ าง ใ ห ม ่ ยัง ไม ่มีการจัดท�ำคันชะลอความเร็ว ประกอบกับจ�ำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการร้องเรียนและขอติดตั้ง คันชะลอความเร็วในจุดต่างๆ เพิ่มขึ้น ตามไปด้วย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่อง ร้องเรียนก า รจัดส ร้ างคันชะลอ ความเร็ว ส�ำนักการจราจรและขนส่ง จึงมีขั้นตอนในการให้ส�ำนักงานเขต สอบถามความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะผู้พักอาศัยที่อยู่ลึกเข้าไปใน ซอยถัดจากบริเวณที่ขอให้มีการจัดท�ำ พร้อมทั้งสรุปความคิดเห็นในการจัดท�ำ คันชะลอความเร็ว รวมทั้งตรวจสอบ ขอบทางสาธารณะของถนนบริเวณที่ ขอให้จัดสร้าง โดยมีหลักเกณฑ์การจัดสร้าง คันชะลอความเร็วในถนนหรือซอย ต่างๆ ดังนี้ 1. ถนนหรือซอยจะต้องเป็น เส้นทางสาธารณะประโยชน์ 2. ถนนหรือซอยจะต้อง มีผิวจราจรกว้าง 7.00 เมตร หรือ น้อยกว่าและจะต้องไม่มีทางเดินเท้า หรือไหล่ทาง 3. ถนนหรือซอยมีความยาว ช่องทางตรงพอสมควร (ประมาณ 200 เมตร) โดยก�ำหนดสร้างคันชะลอ ความเร็วเป็นระยะห่างต่อจุดประมาณ 150 เมตร ตามรูปแบบรายการ มาตรฐานการก ่อสร้างคันชะลอ ความเร็ว ส�ำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร สจส. ทางสะดวก 19
ถนนนี้ มีที่มา “ถนนข้าวสาร” จากแหล่งค้าข้าวสำ�คัญในอดีต สู่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม 20 สจส. ทางสะดวก
ถนนนี้ มีที่มา “ถนนข้าวสาร” ถนนสายเล็กๆ ในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ ตั้งอยู่ในบริเวณชุมชนบางลำพู แต่เดิมเป็นเพียงชุมชนเก่าที่พักอาศัย ในเขตเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นนอกและเป็นพื้นที่ค้าขายข้าวสารที่ใหญ่ที่สุด ในเขตพระนครสมัยนั้น ข้าวสารจำนวนมากจะถูกขนส่งมาจาก ฉางข้าวหลวง สะพานช้างโรงสี ริมคลองคูเมืองเดิมหรือปัจจุบันก็คือ คลองหลอด เลียบตามแม่นำ้เจ้าพระยามาขึ้นที่ท่าเรือบางลำพู เพื่อนำข้าว มาขายให้แก่ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ “ถนนข้าวสาร” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2435 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งมีพระราชประสงค์ ที่จะสนับสนุนกิจกรรมการค้าของราษฎร ในย ่านนี้ให้เจริญรุ ่งเรือง ทรงพระกรุณา โป รดเกล้ าให้ก รมโย ธ า ธิก า รตัดถนน ข้าวสารขึ้นและพระราชทานชื่อถนนเส้นนี้ว่า “ถนนข้าวสาร” ตามชื่อตรอกการค้าเดิม มีระยะทางทั้งสิ้น 412 เมตร โดยมีบริเวณ เริ่มตั้งแต่ถนนจักรพงษ์หน้าวัดชนะสงคราม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จนถึงถนนตะนาว และไปสิ้นสุดที่ถนนตะนาวใกล้กับสี่แยก คอกวัว ซึ่งก่อนจะมาเป็นถนนข้าวสาร ถนน แห่งนี้คือคลองที่มีการถมขึ้นมา เมื่อมีการตัดถนนเกิดขึ้น อีกหนึ่ง อาชีพของผู้คนบนถนนข้าวสารในอดีตก็คือ อาชีพรับจ้าง “ถีบสามล้อ” ซึ่งเป็นอาชีพที่ ชาวจีนยึดถือเป็นอาชีพในอดีต ภายหลังมี ยานพาหนะแบบอื่นที่สะดวกและรวดเร็วกว่า ท�ำให้อาชีพนี้ค ่อยๆ หายไป ถนนข้าวสาร เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด เมื่อถนนเข้ามาแทนที่คลอง ไม่เพียงการสัญจรที่เปลี่ยนไป แต่วิถีชีวิตก็เปลี่ยนไปด้วย สจส. ทางสะดวก 21
ถนนนี้ มีที่มา ข้อมูลประกอบบทความจาก https://www.silpa-mag.com// https://khaosanchange.wordpress.com จากชุมชนที่เคยอยู่อย่างสงบ มีวิถีชีวิตในการพึ่งพาอาศัย ระหว่างกัน มีการพบปะแลกเปลี่ยนในรูปแบบสภากาแฟ ก็แปรเปลี่ยนเป็นเกสท์เฮาส์บาร์ไนท์คลับ ร้านขายของ แบบหาบเร่ริมถนนและร้านอาหารรวมไปถึงสถานบันเทิง ยามค�่ำคืนเพื่อรองรับและให้บริการแก ่นักท ่องเที่ยว ที่เข้ามาพักยังถนนข้าวสารแห ่งนี้ก ่อนเดินทางไป ท่องเที่ยวยังแหล่งต่างๆ อีกหนึ่งสาเหตุส�ำคัญที่ท�ำให้ถนนข้าวสารได้รับ ความนิยมก็เพราะอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่ท่องเที่ยวส�ำคัญ หลายแห่ง เช ่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร วัดสระเกศราช วรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) วัดราชนัดดารามวรวิหาร อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พิพิธภัณฑ์สถานแห ่งชาติ ใกล้แหล ่งค้าขายอย ่างบางล�ำพู ท ่าพระจันทร์ ถนนพระอาทิตย์ และใกล้กับสวนสันติชัยปราการ ถือเป็นแหล ่งพักอาศัยและแหล ่งสังสรรค์ที่ได้รับ ความนิยมมากจากนักท ่องเที่ยวต ่างชาติในกรุงเทพฯ จนถนนข้าวสารปัจจุบันกลายเป็นชุมชนที่มีผู้คนไปมา ขวักไขว่เกือบตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน แม้ถนนข้าวสารแห ่งนี้จะไม ่ใช ่เส้นทางหลัก ที่รถยนต์ใช้ในการสัญจร แต่ถนนเส้นนี้ถือเป็นถนนที่มี ชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างยิ่งจากนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติโดยช่วงสงกรานต์ของทุกปี มักจะคราคร�่ำไปด้วยนักท ่องเที่ยวต ่างชาติจาก ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งสงกรานต์ในอดีตของถนนข้าวสาร จะมีพิธีอันเชิญหลวงปู่ข้าวสารมาสักการะบูชา ท�ำบุญ เพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนการเล่นสงกรานต์บนถนน ข้าวสารของนักท่องเที่ยวเริ่มเมื่อประมาณ พ.ศ. 2533 ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร ได้ด�ำเนินโครงการ งานปรับปรุงพื้นที่ย ่านถนนข้าวสาร เพื่อส ่งเสริมการ ท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลและเพื่อปรับปรุงพื้นที่ บริเวณถนนข้าวสารให้มีความสวยงาม สะอาดกว้างขวาง สามารถรองรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ อย่างเหมาะสม ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ดึงดูดความสนใจ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ก่อให้เกิดการสร้างรายได้แก่ ชุมชนและผู้ประกอบการค้าย่านถนนข้าวสารและพื้นที่โดยรอบ ตลอดจน การส่งเสริมให้ถนนข้าวสารมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นอีกแลนด์มาร์คส�ำคัญ ของกรุงเทพมหานคร 22 สจส. ทางสะดวก
ถนนนี้ มีที่มา ทำ�ความรู้จักกับ ป้ายห้ามจอด สัญลักษณ์ ชวนรู้ สจส. ทางสะดวก 23
สัญลักษณ์ ชวนรู้ แบบที่ 1 เริ่มจากแบบที่ง่ายสุด เทคนิคง่ายๆ ในการอ่านป้ายเหล่านี้ ให้อ่านจากบนลงล่าง และพยายามตีความอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ส่วนค�ำว่า “เว้น” ก็มีความหมายตรงตัวคือ ท�ำตามกฎยกเว้นวันที่เขียนไว้ฉะนั้นจะ อ่านได้ว่า วิธีอ่าน : 1. ห้ามจอดตลอดแนว ทุกวัน 2. วันอาทิตย์จอดได้ทั้งวัน แบบที่ 2 จะคล้ายๆ แบบที่ 1 แต ่จะมีการระบุเวลาที่แน ่นอน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นช่วงเวลาที่รถเยอะ คนใช้ท้องถนนแน่นเป็นพิเศษ และเป็น ช่วงที่ไม่ควรจอดรถทิ้งไว้นั่นเอง ไม่ว่าบนป้ายจะเขียนเวลาไว้กี่ช่วง ก็ตีความ แบบเดียวกันหมด วิธีอ่าน : 1. ห้ามจอดตลอดแนว เวลา 05.00-22.00 น. ของทุกวัน 2. วันหยุดราชการ จอดได้ทั้งวัน “ป้ายห้ามจอด” เป็นอีกหนึ่งเครื่องหมายจราจร ที่เราพบเห็นได้บ่อยครั้งตามท้องถนน ป้ายห้ามจอดเหมือนกัน แต ่ท�ำไมหน้าตาต ่างกัน และแต ่ละป้ายมีวิธีอ ่านอย ่างไร ส�ำนักการจราจรและขนส่งได้รวบรวมป้ายห้ามจอดรูปแบบต่างๆ ที่อาจท�ำให้หลายท่านสับสนมาให้ได้ท�ำความรู้จักให้มากยิ่งขึ้น แบบที่ 3 เพิ่มความยากมาอีกนิด เปลี่ยนจากชื่อวันในสัปดาห์มาเป็น วันคู่/คี่ บ้าง เป็นการนับวันตามปฏิทิน วันคี่ หมายถึงวันที่ 1,3,5,7... ส่วนวันคู่ หมายถึงวันที่ 2,4,6,8,... วิธีอ่าน : ห้ามจอดตลอดแนว เวลา 06.00-20.00 น. ของทุกวันคี่ 24 สจส. ทางสะดวก
แบบที่ 4 ป้ายแบบนี้ตัวเลขย้าย มาอยู ่ด้านล ่าง ก็แปลว ่าเป็นช ่วงเวลา ของวันคู่/คี่นั้นๆจะมีแบ่งเป็นกฎของวันคู่กับ วันคี่ วิธีอ่าน : 1. ห้ามจอดตลอดแนว ทุกวันคี่ 2. วันคู่ ห้ามจอดเวลา 06.00 - 09.00 น. และ16.00-22.00น. ป้ายนี้ท�ำให้คนมักจะสับสนกับเวลา ที่ปรากฏบนป้ายซึ่งมีกฎการอ่านง่ายๆแค่ว่า หากในป้ายไม่มีค�ำว่า “ตลอดเวลา” ก็ให้ยึด ตามเวลาที่เขียนไว้ทั้งวันคู่และวันคี่ วิธีอ่าน : 1. ฝั่งนี้วันคู่ ห้ามจอดเวลา 06.00- 16.00 น. 2. อีกฝั่ง วันคี่ ห้ามจอดเวลา 06.00- 16.00 น. แบบที่ 6 ความยากของป้ายนี้ จะอยู ่ที่ว ่ามีตัวอักษรยาวและเยอะมาก พอสมควร วิธีอ่าน : 1. ห้ามจอดตลอดแนว ทุกวันคู่ 2. วันเสาร์-อาทิตย์ ห้ามจอดเวลา 05.00-20.00 น. ไม่ว่าจะเป็นวันคู่หรือวันคี่ 3. รถ6ล้อขึ้นไป ห้ามจอดตลอดแนว ทุกวัน ข้อมูลประกอบบทความจาก : www.auto.mthai.com www.chobrod.com สัญลักษณ์ ชวนรู้ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ“ป้ายห้ามจอด” ที่พบเห็นกันตามท้องถนน ที่หยิบยกมาให้รู้จัก ซึ่งพอจะท�ำให้ทุกท่านได้ให้เห็นวิธีการอ่านป้ายห้ามจอด เหล่านี้และหวังว่าจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปฏิบัติตามกฎจราจรได้อย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในทุกๆ การเดินทาง สจส. ทางสะดวก 25
เทคโนโลยี กับการเดินทาง รถยนต์พลังงานไฟฟ้า นวัตกรรมรักษ์โลก 26 สจส. ทางสะดวก
ปัจจุบันปัญหามลภาวะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะ โลกร้อนที่เป็นวาระระดับโลกและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพ และ อีกหนึ่งในตัวการหลักที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศก็คือควันจากท่อไอเสีย รถยนต์ที่ใช้น�้ำมันเป็นเชื้อเพลิง รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรถยนต์พลังงาน ไฟฟ้าคันแรกของโลกเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี1900 แล้ว แต ่เพิ่งเริ่มได้รับ ความสนใจและพัฒนาอย่างจริงจังในช่วงศตวรรษที่ 21 หรือในยุคปัจจุบัน เพราะทั่วโลกต่างหันมาให้ความส�ำคัญกับการดูแลโลกใบนี้กันมากขึ้น รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคือรถยนต์ที่ใช้ พลังงานจากไฟฟ้า100%ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Electric Vehicle หรือเรียกสั้นๆ ว่า EV เป็น รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์โดยใช้พลังงาน ไฟฟ้าซึ่งเก็บอยู ่ในแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์ เก็บพลังงานไฟฟ้าแบบอื่นๆ และเหนือกว ่า เครื่องยนต์ที่ใช้น�้ำมัน รวมถึงการลดมลภาวะ ทางอากาศเพราะไม ่ปล ่อยควันพิษมาจาก ท ่อไอเสีย รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังมีข้อดี ที่น่าสนใจอีกมากมายเช่น 1. ความเงียบและอัตราเร่งที่ได้ ดั่งใจ รถยนต์ไฟฟ้าใช้พลังงานไฟฟ้าจาก แบตเตอรี่สู่มอเตอร์เพื่อท�ำการขับเคลื่อน โดยที่ ไม่ได้ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในจึงไม่ก่อให้ เกิดการเผาไหม้ท�ำให้เสียงของการท�ำงานของ รถยนต์ไฟฟ้านั้นเงียบกว ่ารถยนต์ที่ใช้น�้ำมัน เชื้อเพลิงหลายเท่า มีอัตราเร่งเป็นอย่างที่ใจ ต้องการ เพราะไม ่มีขั้นตอนการทดเกียร์ อีกต่อไป จึงท�ำให้สามารถตอบสนองในการ ขับขี่ได้ตามความต้องการของผู้ขับ สจส. ทางสะดวก 27
2. ประหยัดค่าใช้จ่ายและค่าซ่อมบ�ำรุง รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยคุณประหยัดเงิน ค่าน�้ำมันและค่าซ่อมบ�ำรุง เพราะใช้พลังงานไฟฟ้ามาแทนที่น�้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาสูง เช่นเดียวกันกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมบ�ำรุงรถยนต์ไฟฟ้า ที่จะมีค่าใช้จ่ายในการบ�ำรุงรักษา น้อยกว่าเพราะไม่มีเครื่องยนต์และไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน�้ำมันเครื่องจึงท�ำให้การดูแลรักษา เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาในการน�ำรถยนต์ไปเข้ารับการบ�ำรุงรักษาบ่อยๆ 3. ไม่ต้องเสียเวลาไปปั๊มน�้ำมัน เพราะสามารถชาร์จแบตได้ที่บ้าน การต่อคิว เพื่อเติมน�้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเป็นปัญหากวนใจหลายคน แต่รถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้น สามารถชาร์จแบตได้ที่บ้าน ซึ่งสามารถชาร์จได้ระหว่างที่นอนหลับ เมื่อตื่นเช้ามารถก็จะ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการเสียเวลาที่สถานีบริการน�้ำมันอีกต่อไป ข้อดีเหล่านี้ จึงท�ำให้หลายๆ ประเทศต่างพากันสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และพยายามที่จะผลักดันนโยบายให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากลายเป็นรถยนต์แห่งอนาคต ที่ทั้งโลกหันมาใช้ส�ำหรับประเทศไทยนั้นก็มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อยู่บ้างแล้ว เช่น การติดตั้งจุดชาร์จไฟส�ำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า การชาร์จจะลดลง อยู ่ที่ประมาณ 4-7 ชั่วโมง โดยการชาร์จด้วยตู้ชาร์จติดผนัง สามารถชาร์จได้รวดเร็วกว ่าการต ่อจาก เต้ารับภายในบ้านโดยตรง - การชาร์จฯ แบบธรรมดา NORMAL CHARGEซึ่งจะชาร์จไฟจากการ ต่อจากเต้ารับภายในบ้านโดยตรง มิเตอร์ไฟ ของบ้านต้องสามารถรองรับกระแสไฟฟ้า ขั้นต�่ำ 15(45)A และเต้ารับไฟในบ้านต้อง ได้รับการติดตั้งใหม่เป็นเต้ารับเฉพาะการชาร์จ รถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากการชาร์จรถยนต์ ไฟฟ้าไม่สามารถใช้เต้ารับแบบธรรมดาได้ การชาร์จในลักษณะนี้มักจะเป็นการชาร์จ แบบไฟฟ้ากระแสสลับ จึงใช้ระยะเวลาใน การชาร์จประมาณ 12-15 ชั่วโมง รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ก�ำลังเริ่มสดใสมากยิ่งขึ้น เมื่อค่ายรถยนต์ ระดับโลกหลายเจ้าเริ่มทยอยเปิดตัว รถยนต์ไฟฟ้า และในอนาคตการชาร์จ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะสะดวกและมี ประสิทธิภาพ เนื่องจากเทคโนโลยีการ ชาร์จในปัจจุบันสามารถติดตั้งตู้ชาร์จได้ ที่บ้าน อีกทั้งสถานีบริการพลังงานไฟฟ้า ของผู้ให้บริการต ่าง ๆ ก็มีแผนจะท�ำ จุดชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ครอบคลุม ทั่วประเทศไทยเพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์พลังงาน ไฟฟ้ารู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นและ สามารถเติมพลังงานได้ทุกที่ การชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า - ชาร์จฯ แบบเร็ว QUICK CHARGER ด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charging)สามารถชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ พลังงานไฟฟ้าจาก0% -80% ได้ในเวลา ประมาณ 40-60 นาทีเหมาะกับผู้ที่ ต้องการความรวดเร็วในการชาร์จ โดย เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเร่งด่วน - การชาร์จฯ แบบธรรมดา แบบDOUBLESPEEDCHARGE(เครื่องชาร์จ WALLBOX)โดยชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging) เช่น ตู้ชาร์จติดผนังติดตั้ง ที่บ้านหรือตามห้างสรรพสินค้าระยะเวลา ข้อมูลประกอบบทความจาก : www.scb.co.th/th เทคโนโลยี กับการเดินทาง 28 สจส. ทางสะดวก
คลายหมด กฎหมาย เรื่องที่ต้องใส่ใจ ของทั้งคนขับและคนข้าม ทางม้าลาย การข้ามถนนในทางม้าลาย อาจเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เรามักละเลย เรื่องความปลอดภัย แต่เรื่องเล็กๆ นี้หากละเลยไปถือเป็นการ กระท�ำผิดทางกฎหมาย ซึ่งผู้ขับขี่ยานยนต์และคนเดินเท้าควรใส่ใจ คนข้ามต้องรู้ เมื่อคนเดินเท้าข้ามถนนตรงต�ำแหน่ง ทางม้าลาย จะได้รับการคุ้มครองหากผู้ขับขี่ ถูกรถชนตรงทางม้าลายส่วนผู้ขับขี่จะมีความผิด ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 152 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มีโทษ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท กับมาตรา 46 หากขับ รถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นภายในระยะ 30เมตรก่อนถึงทางข้าม และเมื่อเข้าที่คับขันหรือ เขตปลอดภัย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 400 – 1,000 บาท นอกจากนี้หากผู้ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บหรือ เสียชีวิตก็จะมีความผิดเพิ่มด้วย ส�ำห รับคนข้ ามถนนห ากไม ่ข้ าม ทางม้าลาย – สะพานลอยในระยะ 100 เมตร ก็มีความผิดตามมาตรา 104 โดยลงโทษ ตามมาตรา 147 คือ ปรับไม ่เกิน 200 บาท ขณะเดียวกันมาตรา 104 ได้ก�ำหนดเป็นข้อห้าม ไว้ว่า “ภายในระยะไม่เกินหนึ่งร้อยเมตรนับจาก ทางข้ามห้ามมิให้คนเดินเท้าข้ามทางนอก ทางข้าม”และตามมาตรา105-106ซึ่งเป็นกรณี สจส. ทางสะดวก 29
คลายหมด กฎหมาย ที่มีสัญญาณไฟส�ำหรับคนข้ามถนน โดยคนเดินเท้าสามารถ ข้ามได้เมื่อสัญญาณไฟเป็นสีเขียว หากฝ ่าฝืนก็มีโทษปรับ ไม่เกิน 200 บาท ซึ่งคนเดินเท้าเองก็ควรใส่ใจในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ด้วยเช่นกัน 1. คนเดินเท้าที่ก�ำลังเดินข้ามถนนในทางม้าลาย มีสิทธิไปก่อนรถเพราะตามกฎหมายต้องหยุดให้คนข้ามถนน ในทางข้าม แต่จะต้องระวังให้โอกาสแก่รถที่ชะลอความเร็ว และหยุดไม ่ทัน ก ่อนที่จะก้าวลงไปในถนนยิ่งเวลาฝนตก ถนนลื่นต้องระวังให้มาก 2. ถึงแม้ว่าคนขับรถจะหยุดให้ข้าม ต้องข้ามด้วย ความระมัดระวัง มองขวา - ซ้าย ตลอดเวลา เพราะอาจมีรถ ที่ขับแซงรถที่หยุดรถอยู่ขึ้นมาได้ 3. การข้ามถนนในช่องทางข้ามที่บริเวณทางแยก ให้ระวังรถที่จะเลี้ยวเข้ามาหาตัวผู้ข้าม 4. ถ้ามีเกาะกลางถนนท�ำไว้ที่ทางม้าลาย ให้ข้าม ถนนไปทีละครึ่งถนน โดยพักรออยู่บนเกาะ มองขวา-ซ้าย ปลอดภัยแล้วจึงข้ามไป อย่าล�้ำเส้น การจอดรถบนทางม้าลายนั้นถือได้ว่าผิดกฎหมาย จราจร โดยเฉพาะอย ่างยิ่งหากหยุดหรือจอดรถใกล้กับ ทางม้าลายในระยะ 3 เมตรจากทางข้ามก็มีความผิด ตามมาตรา 57 และตามมาตรา 70 ได้ก�ำหนดให้“ผู้ขับขี่ ซึ่งขับรถเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก ทางข้าม เส้นให้รถหยุด หรือ วงเวียน ต้องลดความเร็วของรถ” โดยทั้ง 2 กรณีมีโทษ ตามมาตรา 148 คือ ปรับไม่เกิน 500 บาท กรณีไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย สัญญาณไฟคนข้ามที่มาคู่กับทางม้าลาย ก็ถือเป็น สัญญาณไฟจราจรตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนมีโทษตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก โดยมีความผิดฐานฝ่าฝืนขับรถฝ่าสัญญาณไฟ จราจร มีโทษปรับตั้งแต่400-1,000 บาท และหากฝ่าสัญญาณ ไฟขณะมีคนข้ามทางม้าลายจะเข้าข ่ายความผิดขับรถ โดยไม ่ค�ำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น เช ่นกันกับกรณี 30 สจส. ทางสะดวก
ข้อมูลประกอบบทความจาก : www. mgronline.com คลายหมด กฎหมาย ชนแล้วหนีมีโทษจ�ำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน ปรับตั้งแต่ 2,000–10,000บาทหรือทั้งจ�ำทั้งปรับตามพ.ร.บ.จราจร ทางบก มาตรา 78 ขณะเดียวกันศาลมีอ�ำนาจสั่งพักใช้ ใบขับขี่ได้ คนข้ามถนนควรให้ความเคารพต่อกฎหมาย เลือกใช้ทางม้าลายสะพานลอยคนขับเองก็ควรให้ความ เคารพต่อผู้ใช้ถนน โดยการหยุดรถ แบ่งปันน�้ำใจกัน เพียงเท่านี้เราก็สามารถร่วมกันหยุดความสูญเสียที่อาจ จะเกิดขึ้นบนท้องถนนได้ ประวัติความเป็นมาของทางม้าลาย ทางม้าลาย สีขาว-ด�ำ ที่ใช้กันมาเนิ่นนาน ในบ้านเรา ที่จริงแล้วมันเคยเป็นม้าลายสีสันสดใส มาก่อนแถมยังมีสัญชาติอังกฤษซะด้วยโดยทางม้าลายนั้น ถือก�ำเนิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปีค.ศ. 1934 (พ.ศ. 2477) มีลักษณะเป็นเส้นตรงสลับช ่องในแนวขวางของถนน เพื่อให้ผู้คนใช้เป็นจุดข้ามถนน ซึ่งมีการทดลองใช้ สีทางม้าลายมาหลายครั้ง ทั้งสีเหลือง-น�้ำเงิน,สีขาว-แดง และสีขาว-ด�ำ ก่อนจะถูกน�ำมาใช้ครั้งแรกในประเทศ อังกฤษเมื่อปีค.ศ. 1949 (พ.ศ. 2492) หรือเมื่อ 66 ปี ก่อน เป็นสีเหลือง-น�้ำเงิน โดยมีอยู่ประมาณ 1,000แห่ง ทั่วประเทศ 2 ปีต่อมา ในปีค.ศ. 1951 (พ.ศ.2494) ก็มีข้อสรุปว่าจะใช้สีขาว-ด�ำเป็นสัญลักษณ์และได้รับการ ขนานนามว่า“ทางม้าลาย”(Zebra Crossing)และจะ อยู ่คู ่กับเสาไฟสัญญาณเบลิชชา บีคอน (Belisha beacon) ที่เป็นไอเดียของรัฐมนตรีคมนาคมหญิงของ อังกฤษ เลสลีฮอร์ เบลิสชา (Leslie Hore-Belisha) เพื่อใช้เป็นจุดรอสัญญาณข้ามถนน เมื่อใดที่โคมไฟสีส้ม บนเสาสว ่างขึ้น รถบนถนนก็จะหยุดให้คนข้าม ไม่ต่างจากทางม้าลายในปัจจุบัน ทางม้ามายได้มีการคิดค้นทดลองตั้งแต ่ปี ค.ศ.1930สมัยนั้นทางข้ามไม่ได้มีลักษณะเป็นการตีเส้น แต ่เป็นการปักหมุดด้วยปุ ่มเหล็กเล็กๆ บนเส้นถนน ให้สัญญาณคนขับรถ และใช้เสาติดตั้งด้านข้าง บนทางเท้าเพื่อให้สัญญาณแก่คนข้าม และพัฒนาติดตั้ง โคมไฟเพื่อให้สัญญาณชัดเจนขึ้น มาเป็นการทาสี บนพื้นถนนเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ มีการทดลองในเรื่อง ของสีที่จะใช้ทาอยู่หลายสีทั้งสีเหลือง-ฟ้า ขาว-แดง ในปีค.ศ.1951สีของทางข้ามก็ได้เปลี่ยนไปเป็นสีด�ำและ สีขาว เนื่องจากเป็นสีที่สังเกตเห็นได้ง่ายกว่า เมื่อผสานรวมกับวิธีในการ ให้สัญญาณด้วยเสาไฟเพิ่มความปลอดภัย แสงสัญญาณนั้นมีชื่อเรียก ตามผู้เสนอแนวคิดว่า Belisha beacon ต่อมาได้พัฒนามาเป็นแสงไฟ ให้สัญญาณคนข้ามถนนนั่นเอง ทางม้าลายแห่งแรกของโลกก็กลายมาเป็นจุดท่องเที่ยวโด่งดัง อย่างไม่คาดฝัน เมื่อวงดนตรีร็อกแอนด์โรลระดับต�ำนานอย่าง TheBeatles ใช้ทางม้าลายบนถนน Abbeyเส้นนี้เป็นภาพหน้าปกอัลบั้ม ที่โด่งดังไปทั่วโลก สจส. ทางสะดวก 31
ปรับตัวการเดินทางรูปแบบใหม่ New Normal สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตลอดเวลาที่เดินทาง พกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เผื่อเวลาในการเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยง การโดยสารยานพาหนะที่แออัด ระหว่างรอ ให้เว้นระยะห่างกับผู้โดยสารท่านอื่นๆ อย่างน้อย 1 เมตร หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ณ จุดรับบริการ เดินทางเท่าที่จำ เป็น ติดต่อ สื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อสินค้า ออนไลน์หรือสั่งอาหารเดลิเวอรี แทนการเดินทางมากขึ้น ด้วยความห่วงใยจาก : สำ นักการจราจรและขนส่ง www.bangkok.go.th/traffic www.facebook.com/transportation.traffic