ู
่
ื
ิ
ิ
ี
คมอการเล ยงปลานลและปลานลแดง
ฝายบรการวิชาการอาหารสัตว ์
่
ิ
ิ
บรษัท เบทาโกร จํากัด (มหาชน)
www.Betagrofeed .com
1
ํ
บทนา
ปลานลและปลานลแดงเปนปลาทเกษตรกรนยมเลี ยงมากทั งในน าจด
ี
็
ิ
ิ
ิ
ํ
ื
ื
็
ํ
ื
และน ากรอย เนองจากถอเปนแหล่งโปรตนจากปลาทราคาไม่แพง และสามารถ
่
ี
ี
ํ
้
จาหน่ายภายในประเทศไดอย่างแพรหลาย นอกจากน ยังสามรถแปรรปเพื อเพิ มมูลค่า
ี
่
ู
ิ
ี
็
ี
ื
้
ํ
ส่งขายยังต่างประเทศอกดวยจึงถอเปนสัตว์น าเศรษฐกจทสําคัญยิ ง
รปแบบการเลี ยงปลานลมีทั งการเลี ยงในบ่อดน และการเลี ยงในกระชัง
ิ
ิ
ู
ํ
็
้
ํ
โดยการนาเอากระชังไปแขวนในแหล่งน าต่าง ๆ ไดแก่ แม่น า ลําคลอง อ่างเกบน า
ํ
ํ
็
ู
เขื อนเกบกักน า รวมทั งในคลองชลประทาน ขนาดใหญ่ โดยรปแบบการเลี ยงในกระชัง
ํ
้
ื
ถอเปนรปแบบทนยมกัน เนองจากใชตนทุนในการผลิตตากว่า และใหผลผลิตต่อ
้
้
ํ
ิ
ู
ื
็
ี
้
ํ
หน่วยพ นทสูง เกษตรกรไม่จาเปนตองมีทดน ไม่ตองเปลี ยนถ่ายน า จึงมีเกษตรกรหัน
ํ
ี
ิ
ี
้
็
ื
ิ
ิ
มาลงทุนเลี ยงปลานลในกระชังเพิ มมากขึ น และสามารถเลี ยงปลาเปนธุรกจทหาเลี ยง
ี
็
้
ชพไดอย่างยั งยืน
ี
ิ
บรษัทเบทาโกร จากัด(มหาชน)ตระหนักถึงความสําคัญดังกล่าวจึง
ํ
็
้
รวบรวมขอมูลจากแหล่งต่างๆเพื อเปนการเพิ มพูนความรใหเกษตรกรสามารถจัดการ
ู
้
้
์
็
้
ฟารมเลี ยงใหประสบความสําเรจยิ งขึ นต่อไป
ิ
ํ
่
ฝายบรการวิชาการสัตว์น า
2
ื
การเลอกสถานที
ั
ี
o สถานทีสําหรบการเล ยง
ิ
ิ
ปลานลและปลานลแดงใน
ํ
บอดิน บ่อควรมีขนาดไม่ตา
่
่
็
ู
กว่า ไรลักษณะเปนรป
สี เหลี ยมผนผา เพอใหง่ายต่อ
ื
้
้
ื
็
การเกบผลผลิต ความลึกไม่
้
ํ
่
ตากว่า . เมตร อยูใกลกับ
ํ
แหล่งน าธรรมชาตและสภาพ
ิ
้
น าตองสะอาดปราศจาก
ํ
สารพษยาฆ่าแมลงหรอของ
ื
ิ
เสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
และมีปรมาณมากเพยงพอ
ี
ิ
เพอใชในการเลี ยง ควรมี
้
ื
ํ
ระบบสาธารณูปโภคเช่น น า
้
ไฟฟาและควรอยูในจุดท ี
่
คมนาคมสะดวก เพอให ้
ื
สามารถลําเลียงผลผลิตปลา
้
็
ส่งตลาดไดอย่างรวดเรว
3
4
ื
การเลอกสถานที
ั
o สถานทีสําหรบการเล ยง
ี
ิ
ิ
ปลานลและปลานลแดงใน
กระชัง
o ควรมีระดับน าลึกพอประมาณ
ํ
ตลอดระยะเวลาเลี ยง พ น
ื
กระชังควรอยูสูงจากพ นดนใต ้
่
ิ
ื
น าไม่ตากว่า เมตร และควร
ํ
ํ
ห่างจากชายตลิ งพอสมควร
ื
ิ
เพอหลีกเลี ยงการเกดมุมอับ
ํ
ในการไหลระบายของน าจาก
ี
ฝงอย่างฉับพลันในขณะทมี
ั
้
ฝนตกหนักและมีการชะลาง
ื
ํ
่
จากพ นดนสูน า
ิ
้
o ไม่ควรวางกระชังซอนกัน
ื
หลายๆ ใบ ควรมีช่องว่างเพอ
การไหลระบายของน า และ
ํ
ควรวางกระชังในแนวขวาง
ํ
กระแสน า
5
่
ี
การเตรยมบอและกระชัง
o บอใหม
่
่
ั
• ใส่ปูนขาวเพอปรบสภาพดน
ื
ิ
ในอัตรา - กโลกรม/ไร ่
ิ
ั
สาดใหทั วพ นบ่อ
้
ื
• ใ ส่ ปุ ย ค อ ก อั ต ร า
๋
่
้
กโลกรม/ไร โดยโรยใหทั วบ่อ
ั
ิ
• กรองน าเขาบ่อโดยใชผาขาว
้
้
ํ
้
ื
ื
บางหรอมุงฟาเพอกันแมลง
้
้
ู
้
ื
้
หรอศัตรของปลาใหไดระดับ
. – . เมตร ท งไว - วัน
ิ
้
ิ
็
ํ
จนน าเรมเปนสีเขียว
6
ี
่
การเตรยมบอและกระชัง
่
่
o บอเกา
้
้
• หลังจากสูบนํ าแหงพอหมาดๆ ทิ งไว -
วัน ทําการลงปูนขาวอัตรา -
ื
กก./ไร ใหทั วพ นกนบ่อ เพื อเปนการปรับ
็
่
้
้
สภาพความเปน กรด-ด่าง ใหเหมาะสม
้
็
ิ
ต่อการเจรญเตบโตของจุลชีพในการ
ิ
ี
ย่อยสลายของเสยในบ่อ โดยเฉพาะ
ิ
ี
ื
บรเวณที มการสะสมของเลนหรอของ
้
ี
เสยกนบ่อ
้
• ตากบ่อทิ งไวต่อไปเปนเวลา สัปดาห์
็
ิ
้
ิ
หลังจากนั นพลกกลับหนา ดนชั นล่าง
ขึ นมา โดยใชรถไถหรอคลาด การทํา
้
ื
ิ
ี
เช่นนี จะทําใหของเสยที หมักหมมในดน
้
ิ
์
ี
สัมผัสกับอากาศและจุลนทรยจะทําการ
้
ี
ย่อยสลายของเสยไดดียิ งขึ น
่
• สาดปูนขาวในอัตรา - กก./ไรให ้
้
ื
ทั วพ นกนบ่ออีกครั ง หลังจากนั นตากบ่อ
ต่อไปอีกเปนเวลา สัปดาห์
็
ี
ี
• กรณในบ่อที ใชงานมากกว่า ป ควร
้
ทําซํ าอีกครั ง จนครบ ครั ง หรอใชเวลา
ื
้
้
ตากบ่ออย่างนอย สัปดาห์
้
ี
้
• นํานํ าเขาบ่อเล ยง - วัน แลวทําการ
ปล่อยสัตว์นํ า
7
ํ
่
ี
ิ
คณภาพน าทีเหมาะสมตอการเล ยงปลานล
ุ
้
ํ
นํ าสาหรบใชในการ
ั
เลี ยงปลา
• ความเปนกรด-ดาง
่
็
่
่
อยูระหวาง 6.5-8.0
ิ
ิ
• ปรมาณออกซเจนใน
่
ํ
ํ
่
นาไมตากวา 4
ั
มิลลิกรม/ลิตร
ี
ิ
• ปรมาณแอมโมเนยไม ่
่
มากกวา 0.2
ั
มิลลิกรม/ลิตร
• ความเป นดางไมตา
็
ํ
่
่
ั
กวา 50 มิลลิกรม/
่
ลิตร
8
ั
ี
ู
รปแบบกระชังและการเตรยมกระชง
• ขนาดกระชังที นิยมสรางและงาย
้
่
่
ี
ตอการจัดการควรมขนาด
ื
x x . เมตร หรอ x x .
ื
เมตร หรอ x x . เมตร ขึ นอยู ่
กับความเหมาะสมของพื นที
้
่
• ทุนลอยใชถังนํ ามันขนาด
ื
ลิตร หรอทุ่นโฟม
• ตัวโครงกระชังใชเหลกหรอไม ้
้
ื
็
้
ี
ขึ นอยู่กับทุนของเกษตรกรผูเล ยง
้
• เนื ออวนตองทําจากวัสดุที ไม ่
้
สรางความระคายเคองแก ่
ื
ิ
ผวหนังปลาตาอวนขนาด -
ิ
ี
เซนตเมตร อาจมอวนชั นนอก
ิ
ขนาดตา - เซนตเมตร เพื อ
ปองกันการรบกวนจากปลา
้
ภายนอกกระชัง
9
์
ุ
ู
่
แหลงลกพันธ
์
• เลือกซื อจากฟารมเพาะพันธุ ์
้
ํ
ี
สัตว์น าทไดมาตรฐาน และไม่
ไกลจากบ่อเลี ยงมากนัก
• มีการพัฒนาสายพันธุทด
ี
ี
์
์
ํ
็
• ลูกพันธุมีความแขง ว่ายน า
ปราดเปรยว ผวลําตัว หนวด
ิ
ี
ี
ครบหาง มีลักษณะสมบูรณ ์
่
ไม่กรอนแหว่ง ไม่มีจุดสีขาว
ไม่มีบาดแผล
ิ
• ลูกปลานลแปลงเพศอายุ
ํ
ื
เดอน ควรมีน าหนักระหว่าง
ั
. - . กรม ความยาว -
ซม.
10
ู
์
ุ
่
การปลอยลกพันธ
ิ
• ควรปล่อยในตอนเชาเมื อเรมมี
้
แสงแดด ไม่ควรปล่อยตอน
แดดรอนจัด หรอในตอนเยน
้
ื
็
ํ
เมื อน าเรมเย็นลง
ิ
• การปล่อยปลาลงเลี ยง ควรมี
์
การแช่ปลาในฟอรมาลิน
ซีซี/ลบ.ม. นาน - นาท ี
• ผสมนํ าในบ่อลงในถุงลูกปลา
ํ
้
ิ
ชา ๆ จนลูกปลาเคยชนกับน า
ในบ่อ แลวปล่อยลูกปลาออก
้
จากถุง
• นาลูกปลามาแช่ในบ่อท ี
ํ
ื
ี
ี
เตรยมน า - นาท เพอ
ํ
ั
ํ
ปรบอุณหภูมิน าระหว่างน าใน
ํ
ํ
ถุงและน าในบ่อ
11
่
่
การปลอยและอัตราการปลอย
่
็
ุ
่
o ชวงระยะปลาเลก-ปลารน
• กรณอนบาลในบอดิน ขนาดลูกปลา
ี
่
ุ
- เซนตเมตร ( ปลาใบมะขาม )
ิ
ี
ี
อัตราการปล่อยเล ยงอยู่ท , -
ื
่
5 , ตัว/ไร เมออนุบาลลูกปลาได ้
นาน - วัน จะไดปลาน าหนัก -
ํ
้
กรม/ตัว
ั
• กรณอนบาลในกระชง มุงฟาขนาด
้
้
ุ
ี
ั
ื
ื
ิ
ตา ช่อง/ตารางน ว หรอกระชังเน อ
ี
อวนตาถ ลูกปลาขนาด - เซนติเมตร
ความหนาแน่นประมาณ - ตัว/
ลูกบาศกเมตร เล ยงในกระชัง เปนเวลา
์
ี
็
้
ประมาณ วัน หลังจากนั นใหลด
ความหนาแน่นลงเหลอประมาณ
ื
ี
็
ตัว/ลบ.ม. และเปลยนเปนกระชังอวน
ป มตาพรกไทย หรออวนสม ( ขนาดตา
ิ
้
ั
ื
ื
ซม. ) ทุกๆ อายุ วัน เมออนุบาล
้
้
ํ
ไดนาน - วัน จะไดปลาน าหนัก
ั
- กรม/ตัว กรณพบว่าอวนมการ
ี
ี
อุดตันใหเปลี ยนอวนใหม่ทันที โดยอวน
้
ํ
ี
ื
้
เก่าใหทาความสะอาดเพอเตรยมไว ้
เปลี ยนต่อไป
12
่
่
การปลอยและอัตราการปลอย
่
o ชวงระยะปลารน-ปลาเน อ
ุ
ื
่
ี
่
• ปลาที ปลอยควรมขนาด
ประมาณ - กรม/ตัว
ั
ื
หรอประมาณ - ตัว/
ื
้
่
กก.เพ อไมใหลอดตาอวน
ขนาด - เซนติเมตร
• อัตราความหนาแนนในการ
่
เล ยงปลาในกระชัง -
ี
ตัว/ลบ.ม.
ื
-
• เม อเล ยงนาน วัน
ี
ิ
้
จะไดผลผลตปลาขนาด
ั
- กรม/ตัว
13
้
อาหารและการใหอาหาร
็
ิ
็
อาหารเปนสิ งจาเปนอย่างยงสําหรบการเลี ยงปลานลและปลานลแดง เพราะ
ั
ิ
ํ
ิ
ํ
ิ
ี
ปลาอยูในทจากัด ไม่สามารถไปหาอาหารธรรมชาตกนเองไดอย่างเพยงพอ การ
ิ
ี
้
่
็
่
เจรญเตบโตของปลาจึงขึ นอยูกับการจัดการดานอาหารเปนทั งดานคุณค่า และความ
ิ
ิ
้
้
้
้
็
ตองการสารอาหารในปลาแต่ละขนาด การใหอาหารทเหมาะสมกับปลา ทาใหโตเรว
้
ี
ํ
็
้
ิ
ในเวลาเลี ยงสั น จะเปนการประหยัดค่าการลงทุนไดมาก สิ งสําคัญทควรพจารณา
ี
ี
้
้
เกยวกับการใหอาหาร ไดแก ่
ิ
• ความตองการสารอาหาร ในลูกปลาวัยอ่อนถงปลาน ว ควรมีระดับ
ึ
้
ี
ี
โปรตนในอาหารประมาณ – % ความตองการโปรตนจะลดลงเมื อ
้
ปลาโตขึ น – %
ื
ี
ิ
็
• ความถในการใหอาหาร เนองจากปลานลเปนปลาทไม่มีกระเพาะ
ี
้
ั
อาหารจรงจึงกนอาหารไดทละนอยและย่อยไดชา จึงควรใหอาหารคร ง
้
้
ิ
ิ
ี
้
้
้
ั
ื
ละนอยแต่บ่อยคร ง คอ - คร งต่อวัน
้
ั
• ปรมาณการใหอาหาร ปลาเล็กควรใหอาหารประมาณ - %ของ
้
้
ิ
น าหนักตัว ปลาขนาดวัยรนควรใหอาหาร - % ของน าหนักตัว ปลา
ํ
้
ุ่
ํ
ํ
้
ใหญ่อัตราการใหจะลดลงเหลือประมาณ - % ของน าหนักตัว
14
้
อาหารและการใหอาหาร
ตารางการใหอาหารปลานลและปลานลแดงระยะปลาเลก - ปลารน
ิ
้
็
ุ
่
ิ
ํ
อายุ น าหนักตัว อัตรารอด ปรมาณอาหาร ความถ ี
ิ
( วัน ) (กรม) ( % ) (%/ น าหนักตัว/ วัน) (คร ง/วัน)
ั
ํ
ั
1 0.35 100 15.00% 4
5 0.53 95 10.00% 4
10 0.94 90 9.00% 4
15 2.04 85 8.00% 4
20 4.14 80 8.00% 4
25 7.04 75 8.00% 4
30 10.84 70 7.00% 3
35 15.44 70 7.00% 3
40 20.74 65 6.00% 3
45 27.74 65 6.00% 3
50 37.04 60 5.50% 3
55 48.04 60 5.00% 3
60 60.14 60 4.50% 3
ทีมา : Animal Nutrition Technique Center (ANTC)
15
้
อาหารและการใหอาหาร
ตารางการใหอาหารปลานลและปลานลแดงระยะปลารน - ปลาเน อ
ิ
ิ
้
่
ุ
ื
ํ
อายุ น าหนักตัว อัตรารอด ปรมาณอาหาร ความถ ี
ิ
( วัน ) (กรม) ( % ) (%/ น าหนักตัว/ วัน) (คร ง/วัน)
ํ
ั
ั
1 25 100 4.00% 3
15 50 95 4.00% 3
27 75 93 3.50% 3
37 100 92 3.50% 3
51 150 90 3.50% 2
63 200 90 3.50% 2
72 250 90 3.50% 2
79 300 90 3.00% 2
93 400 90 3.00% 2
105 500 90 2.50% 2
116 600 90 2.00% 2
127 700 90 2.00% 2
137 800 90 1.80% 2
900 88 1.50% 2
ทีมา : Animal Nutrition Technique Center (ANTC)
16
17
ี
่
การจัดการระหวางการเล ยง
์
้
การใหอาหารตามเปอรเซ็นตน าหนักตัว อย่าใหอาหารเหลือ จึงควรปรบเปลี ยน
้
ั
์
ํ
้
้
ํ
ํ
ิ
การใหอาหารตามภาวะสิ งแวดลอมทเปลี ยนแปลง เช่น อุณหภูมิน าตาปลากนอาหาร
ี
็
้
้
้
ไดนอยลง เปนตน
ิ
็
ี
ไม่เพิ มอาหารในอัตราทรวดเรวจนเกนไป ( - % ต่อวัน)
่
ื
ั
ํ
สุมปลาชั งน าหนักสมํ าเสมอ - คร ง/เดอน เพอประเมินน าหนักและปรบ
ํ
ั
ื
ํ
้
อัตราการใหอาหารตามน าหนักตัว
ุ
่
ิ
โปรแกรมควบคุมโรคและการเสรมความแข็งแรงของปลาชวงอนบาล
อายุปลา นํ าหนกตัว เวลาให ้ โปรแกรมควบคมโรค
ุ
ั
ั
(วัน) (กรม/ตัว) อาหาร
ั
1-10 0.35-2.00 4 คร ง/วัน Oxytetracyclin+Vitamin C…..1-7 วันแรก
ั
11-20 1-5 4 คร ง/วัน
21-30 5-10 4 คร ง/วัน Premix+Vitamin C......7 วัน
ั
31-40 10-22 4 คร ง/วัน
ั
41-50 22-35 4 คร ง/วัน
ั
51-60 35-50 4 คร ง/วัน Oxytetracyclin+Vitamin C......7 วัน
ั
18
ี
่
การจัดการระหวางการเล ยง
เพื อใหปลามีขนาดสมํ าเสมอกัน
้
และง่ายต่อการเลี ยงในกระชังปลา
เน อตองมีการคัดขนาด (รอนไซส)
่
์
้
ื
เมื อปลาอายุได 40 – 45 วันดวย
้
้
กระชังขนาดตา 2.5 ซม. เพื อคัด
ั
แยกปลาขนาด 20 กรม/ตัว, กระชัง
ขนาดตา 3 ซม. เพื อแยกปลาขนาด
ั
30 กรม/ตัว และกระชังขนาดตา
3.5 ซม.เพื อคัดแยกปลาขนาด
ั
มากกว่า 35 กรม/ตัว ออกจากกัน
ํ
้
้
่
โดยกอนทาการคัดขนาดตองใหยา
ปฏชีวนะและไวตามิน ซี ในอาหาร
ิ
ล่วงหนา 7 วันและมีการงดอาหาร
้
่
อยางนอย 2 วัน จึงสามารถคัด
้
ํ
้
ขนาดได และควรทาการคัดขนาด
ื
ในช่วงเชาหรอเย็น และเพื อเปนการ
้
็
ี
้
ปองกันปลาเครยดจัด/ บอบชํ า จึง
่
ควรทาดวยความนุนนวล รวดเรว
็
้
ํ
และควรมีการแขวนถุงเกลือแกงใน
กระชังทั งในขณะคัดและหลังจาก
็
คัดข นา ดเ ส ร จ เ พื อ ช่ว ยล ด
ี
ความเครยดที เกิดขึ น
19
ั ้ ู ่ ุ
หลกการขนยายลกปลาชวงอนบาล
่
ี
การเตรยมลูกปลา กอนการ
ี
ี
ํ
้
ลาเลยงจะตองเตรยมปลาให ้
้
ิ
แข็งแรง โดยใหกนยาปฏิชวนะ
ี
ิ
และวิตามน ซีผสมอาหา ร
์
ประมาณ 1 อาทิตย กอนขนยาย
้
่
แลวจึงงดใหอาหารลูกปลาอย่าง
้
้
้
นอย 2 วัน ทั งนี เพื อลดการ
ขับถายของปลาระหว่างการ
่
ี
ํ
่
ํ
ี
ลาเลยง ไมควรลาเลยงปลาที จับ
่
มาจากบอโดย ทันที ควรพักปลา
ี
ไวในบอที มการใหอากาศ
้
่
้
ประมาณ 12 ชั วโมง และใน การ
้
้
รวบรวมลูกปลานั น อวนที ใชตอง
เปนอวนไมมปม เพื อลดความ
่
ี
็
บอบซํ าของลูกปลา นอกจากนั น
่
ื
ควรจุมปลาในยา เชน ยาเหลอง
่
(Acriflavin) 10 กรม/ลูกบาศก ์
ั
ั
่
ื
เมตร หรอดาง ทับทิม 5 กรม /
์
ลูกบาศกเมตร กอนปลอยปลาลง
่
่
ื
บอพักจะชวยลดปญหาเรองโรค
่
ั
่
้
ได
20
่
ี
การจัดการระหวางการเล ยง
ํ
ชอนเศษอาหารและมูลทลอยทผวหนาน าออกทุกวัน ตองทาความสะอาด
้
ี
ี
้
ํ
้
ิ
กระชังและตาข่ายทกั นอาหารอย่างสมํ าเสมอ ควรตรวจสอบกระชังเพอซ่อมแซมส่วน
ี
ื
ี
ทชารด
ํ
ุ
21
การจัดการระหวางการเล ยง
่
ี
ิ
• สังเกตพฤตกรรมการกน
ิ
อาหาร หากปลากนอาหาร
ิ
้
ลดลง ตองรบหาสาเหตุว่า
ี
ิ
เกดจากการเปลี ยนแปลง
ื
้
ของสิ งแวดลอมหรอปลาเรม
ิ
ปวย
่
์
• ควรมีอุปกรณเพมออกซิเจน
ิ
ํ
ในน า โดยเฉพาะหลังฝนตก
ื
ํ
่
ํ
น าขุน น าเปลี ยนสี หรอปลา
ลอยหัว
ิ
้
• เสรมสุขภาพดวย ไวตามินซี
หรออ โดยเฉพาะกระชังท ี
ี
ื
เลี ยงหนาแน่น หรออากาศ
ื
ํ
และคุณภาพน าเปลี ยน ปลา
ี
เครยดหรอปวย
่
ื
22
้ ั
โรคและการปองกันรกษา
o โรคที มีสาเหตุจากปรสตภายนอก
ิ
็
่
ี
้
• ครสเตเซยน ทพบไดแก เหบปลา
ั
ี
(Argulus sp.) หมัดปลา (Ergasilus
sp.) หนอนสมอ (Lernace sp.)
ปรสิตในกลุมน พบกอปญหามาก
ั
ี
่
่
ั
ี
ทสุดสําหรบการเลี ยงปลาในกระชัง
ี
โดยจะใชส่วนอวัยวะทมีปลายแหลม
้
ื
ื
ั
เพอฝงลึกเขาไปในเน อปลา เพอยึด
ื
้
ิ
ื
เกาะและกนเซลล์หรอเลือดปลาเปน
็
อาหาร ทาใหปลาเกดแผล สูญเสีย
ํ
้
ิ
ํ
้
เลือด ปลาผอมและถาพบมากทาให ้
็
ปลาตายอย่างรวดเรว
้
ิ
์
การรกษา : ใชดพเทอรเรกซ์
ั
(Dipterex) อัตราเขมขน . – .
้
้
กรม/น า ตัน) แช่ตลอด
ํ
ั
23
• โปรโตซัว พบและเปน
็
อันตรายในปลาขนาดเล็ก
มากกว่าปลาขนาดใหญ่โปรโต
ซัวทพบบ่อย คอ เหบระฆัง
ี
ื
็
Trichodina sp.,
Chilodonella sp.,
Ichthyophthirius multifilis,
Epistylis sp., Scyphidia sp.,
Apiosoma sp. และ
Ichthyobodo sp.
การรกษา : ใชฟอรมาลิน
้
์
ั
้
้
(formalin) อัตราเขมขน 25-50
ppm. ( 25 – 50 มิลลิลิตร/น า
ํ
1 ตัน )
• ปลิงใส ที พบได้แก่
Gyrodactylus sp. และ
Dactylogyrus sp. ส่วนใหญ ่
ํ
ื
จะพบเกาะตามซี เหงอก ทาให ้
การแลกเปลี ยนกาซออกซิเจน
๊
ไม่สะดวก
์
การรกษา :ใชฟอรมาลิน
้
ั
(formalin) อัตราเขมขน 25-50
้
้
ppm. ( 25 – 50 มิลลิลิตร/น า
ํ
1 ตัน )
24
โรคทีมีสาเหตจากปรสิตภายใน
ุ
ุ
ํ
ิ
้
ปรสิตในกลุ่มน พบอยู่ในระบบทางเดนอาหาร ถาไม่รนแรงไม่ทาอันตรายต่อ
ี
็
้
้
้
้
ี
่
ปลาไดมากนัก ถาเปนมากปลาจะผอมไดแก โปรโตซัว Eimeria sp. ทพบในลําไส
และเมตาซัว Digenetic, Trematodes, cestodes, menatodes และ
Acanthocephalan
o โร คที มีสาเหตุจากแบคทีเรีย
• เชื อคอลัมนาริส (Columnaris
Disease) เป็นแบคทีเรียแกรมลบ
มักจะเกิดกับปลา เมื อปลามีสภาพ
ี
ื
รางกายอ่อนแอและเครยดเนองจาก
่
ไดรบบาดเจ็บหรอบอบชํ าจากการ
้
ั
ื
ื
ขนส่งหรอ การ จับอุณ หภูมิท ี
่
เหมาะสมตอการเกิดโรคคอลัมนาร ิ
สอยู่ในช่วงประมาณ 28- 30 ซ.
ี
ิ
อาการ : มักเกิดบรเวณทเปนแผล
็
จะมีเมือกหนามากต่อมามีลักษณะสี
้
ํ
่
เทา ซึ งทาใหสีของตัวปลาแตกตาง
ไปจากบรเวณปกตบางคร งพบจุด
ิ
ั
ิ
ิ
เลือดตรงบรเวณท ี
ิ
เกิดโรคดวย เหงอกผดปกต มีสีซีด
ิ
้
ื
ื
เน อเยื อตาย สารเคมี ไดแก่ ยาเหลือง (acriflavin)
้
ั
้
ั
ี
การปองกนรกษาโรค : โรคน ทา อัตราเขมขน - ppm แช่ตลอดไป ดาง
ํ
้
่
้
ิ
อันตรายเฉพาะผวหนัง และ เหงอก
ื
ิ
้
้
ปลาเปนส่วนใหญ ดังนั นการรกษา ทับทม ความเขมขน - ppm แช่ตลอด
่
็
ั
้
้
ื
์
ี
้
จึงใชวิธแช่ยาหรอ หรอคอปเปอรซัลเฟต ความเขมขน
ื
ppm แช่ปลานาน นาท ี 25
็
• เชื อ Aeromonas sp. เปน
ี
แบคทเรยแกรมลบ มักพบอยู ่
ี
ในน าจดทั วไป โดยเฉพาะใน
ํ
ื
ี
ิ
ิ
แหล่งน าทมีปรมาณอนทรย ์
ี
ํ
ิ
ส า ร ม า ก เ มื อ ป ล า เ ก ด
ี
ความเครยด (Stress) เช่น
ํ
อุณหภูมิน าเปลี ยนแปลง
ี
ิ
ปรมาณออกซิเจนทละลายใน
ํ
น าตานานเกนไป ปรมาณ
ิ
ํ
ิ
การรกษา : ใชยาปฏชวนะ เช่น
ี
้
ิ
ิ
ี
แอมโมเนยมากเกน เลี ยงปลา ั
้
๊
ในอัตราหนาแน่น ส่งผลใหปลา ออกซี เตตราซัยคลิน, เอนโร
้
๊
ื
ปรบตัวไม่ทันแบคทเรยชนดน ี ฟลอกซาซิน หรอ ซัลฟาไตร
ี
ิ
ั
ี
ิ
้
ํ
้
้
ิ
สามารถทาใหปลาเกดโรคได เมโธพรม ผสมในอาหารใหปลา
กนอัตรา - กรมต่ออาหาร
ิ
ั
อาการ : เสียการทรงตัวว่าย
ั
ิ
้
ิ
ิ
้
น าชาลง อาปากหายใจบรเวณ กโลกรมใหปลากนนาน - วัน
ํ
้
ี
ิ
ผวน าครบเปอย มีการตกเลือด
ื
ํ
ตามลําตัว เกล็ดหลุด มีแผล
หลุมตามลําตัว ทองบวม มี
้
้
น าเหลืองคั งในช่องทอง ลําไส ้
ํ
อักเสบ ตับมีจุดเลือดออก
26
ิ
ื
่
ิ
• เชื อ Streptococcus spp. • ปลาตดเชอกลุ่มปรสตภายนอกเชน
เหบระฆัง ปลงใสซงเปนสาเหตุททํา
ึ
็
็
ี
ิ
็
ี
เปนแบคทีเรยแกรมบวก ท ี ให้เกดบาดแผลบรเวณผวหนังและ
ิ
ิ
ิ
ํ
มักพบว่าก่อโรคในสัตว์น า ตดเชอตามมา
ิ
ื
ไดแก S. iniae, S.
้
่
อาการ : ปลาว่ายนําผิดปกต โดย
ิ
้
agalactiae โดยมีสาเหตุโนม ว่ายวนบรเวณผิวนํา เสยการทรงตัว
ิ
ี
ํ
ื
ิ
้
ิ
ํ
ี
่
นาททาใหเกดการตดเช อ เช่น พบลักษณะตาโปน ขาวขุนและม ี
ํ
ํ
่
ื
ี
• น าในกระชังไม่ถายเท น า เลอดออกในลูกตา สของตัวปลา
ํ
ิ
ิ
ี
ุ
ิ
ื
ิ
นง ปรมาณออกซิเจนตา จะเข้ม มจดเลอดออกบรเวณแผ่นปด
ื
ิ
ู
ิ
ปรมาณของเสียสะสมสูง เหงอก รอบปาก บรเวณรก้นและ
ี
ี
• การเลี ยงปลาหนาแน่น ซึ ง โคนครบ มตุ่มหนองตามตัวและ
โคนครบ อัตราการตายสง
ู
ี
้
ี
ส่งผลใหปลาเครยด และมี การรกษา : ให้ยาปฏชวนะ เชน
่
ั
ี
ิ
้
ิ
ี
โอกาสสูงทจะก่อใหเกด
อะม็อคซซลลน ( Amoxicillin ),
ิ
ี
ิ
ื
ํ
บาดแผลเมื อปลาว่ายน าหรอ
เอนโรฟล็อกซาซน ( Enrofloxacin ),
ิ
ื
ิ
ิ
ิ
ตกใจ เพนนซลลน ( Penicillin )หรอ
็
ํ
• อุณหภูมิน าสูง ซึ งเปนปจจัย ซัลฟาไตรเมทโธพรม ( Sulfa-
ั
ิ
ี
้
ี
ี
ํ
ี
ื
ททาใหเช อแบคทเรยน เพิ ม Trimethoprim ) ผสมอาหารอัตรา
ั
ํ
็
จานวนมากขึ นอย่างรวดเรว 3 – 5 กรม/อาหาร 1 กก.ให้ปลา
กนตดต่อกันประมาณ 7 วัน
ิ
ิ
้
้
้
ซึ งพบไดบ่อยในช่วงหนารอน
27
ํ
้
การปองกน : กาจัดสาเหตุโนม o โรคทีมีสาเหตุจากเชื อรา
ั
้
ี
ี
ํ
้
ิ
ี
็
้
นาททาใหปลาเครยด ในช่วง ชนดทเปนสาเหตุของโรค ไดแก่
ํ
หนารอน อุณหภูมิของน าสูง ให ้ Achlya sp. และ Aphanomyces sp.
้
้
ํ
ิ
ิ
ิ
ลดปรมาณอาหารลง และไม่ พบว่าราชนดน สามารถเจรญไดใน
้
ี
ปล่อยปลาหนาแน่นมากเกนไป อุณหภูมิช่วง 15 - 35 องศาเซลเซียส
ิ
และเจรญไดด ทอุณหภูมิ35 องศา
้
ิ
ี
ี
เซลเซียสมักพบเปนการตดเช อ
ื
ิ
็
แทรกซอน หลังจากปลามีการบอบช า
ํ
้
หรอมีแผลจากการขนส่งหรอการ
ื
ื
ลากอวน
อาการ : ทาใหปลาเกดแผลและมี
ํ
้
ิ
เสนสีขาวคลายขนฟูเปนกระจุก
้
้
็
บรเวณบาดแผลปลากนอาหาร
ิ
ิ
นอยลง
้
การรกษา : ใชยา trifluralin แช่ใน
้
ั
อัตราเขมขน 0.05 – 0.1 ppm. ถา
้
้
้
เปนลูกปลาใชด่างทับทมในอัตรา
ิ
็
้
เขมขน 2 – 4 ppm. แช่ตลอด หรอ แช่
ื
้
้
ฟอรมาลีนอัตราความเขมขน 25 - 50
้
้
์
ppm. แช่ตลอด
28
ิ
o โรคทีมีสาเหตุจากสงแวดลอม
้
ิ
ี
ํ
โรคทเกดจากคุณภาพน าเช่น
๊
ี
ํ
ํ
ออกซิเจนในน าตาแอมโมเนย ไน
ไตรท หรอไฮโดรเจนซัลไฟล์สูง เปน
ื
์
็
ํ
้
ตน สารพิษในน า เช่น ยาฆ่าแมลง ยา
ี
ํ
่
ื
์
ฆ่าหอย ,จุลินทรย สาหรายน าจดแพร ่
์
ขยายพันธุมากจากการจัดการไม่ด ี
สภาพอากาศเปลี ยนแปลงกะทันหัน
้
ํ
ี
ทาใหปลาเครยด
้
ั
การรกษา : แกไขตามสาเหตุของ
้
ั
้
ปญหาใหถูกตองตามหลักการเลี ยง
ปลาในกระชัง
29
ตารางเปรยบเทียบหนวยวัด
่
ี
, มิลลิกรม = กรม
ั
ั
. นํ าหนก
ั
, กรม = กโลกรม
ั
ั
ิ
, มิลลิลิตร = ลิตร
. ปรมาตร
ิ
์
, ลิตร = ลูกบาศกเมตร หรอ ตัน
ื
่
ไร = , ตารางเมตร
. พ นที
ื
งาน = ตารางเมตร
ppm = 1 มิลลิกรม/ลิตร ( mg/l )
ั
์
( ส่วนในลานส่วน ) = 1 กรม/น า ลูกบาศกเมตร
ํ
้
ั
ํ
ั
= 1 กรม/น า ตัน
= 1 มิลลิลิตร/น า ลิตร
ํ
ํ
ppt = 0.1 กรม/น า มิลลิลิตร
ั
. ความเขมขน
้
้
( ส่วนในพันส่วน ) = มิลลิลิตร/น า ลิตร
ํ
์
์
เปอรเซ็นต ( % ) = , ppm
ั
= กรม/น า ลิตร
ํ
ํ
ั
= , มิลลิกรม/น า ลิตร
ั
ํ
= กรม/น า มิลลิลิตร
30
สารเคมีเพือการปองกนและรกษาโรคสตวน า
ั
ํ
ั
์
ั
้
ื
์
้
้
ี
ลําดับ ชอสารเคม ความเขมขน ระยะเวลา วัตถุประสงค
ิ
่
็
1. Formalin 25 – 50 ppm 24 ชม. กําจัดปรสตภายนอก เชน เหบระฆัง
ี
ี
ื
ี
ื
ิ
( Formaldehyde 40%) 100 – 300 ppm 10 – 15 วินาท กําจัดปรสตภายนอก, ฆ่าเชอแบคทเรย, เชอรา
่
ิ
็
2. Trichlorfon 0.25 – 0.5 ppm 24 ชม. กําจัดปรสตภายนอก เชน เหบปลา หนอนสมอ
ี
่
ี
ื
่
( Dipterex, Synterex ) 0.5 – 1.0 ppm 5 – 7 วัน ฆ่าเชอเตรยมนํากอนปลอยสัตว์นําลงเลยง
ู
่
่
ี
่
็
ิ
ิ
3. ดางทับทม 2 – 4 ppm แชตลอด กําจัดปรสตภายนอก เชน เหบระฆัง ซแทมเนยม
ื
ุ
( KMnO ) 20 – 25 ppm 24 Hr ฆ่าเชออปกรณ์
4
ื
ิ
ี
ี
100 – 150 ppm 2 – 3 min กําจัดปรสตภายนอก เชอรา และแบคทเรยในลูกไร
ี
่
ื
่
4. เกลอ 1 – 5 ppt แชตลอด ลดความเครยดในการขนสง
ิ
( NaCl ) 10 ppt 30 min –1 hr กําจัดปรสตภายนอก
ิ
20 ppt 2 -3 min กําจัดปรสตภายนอก
ื
ื
ื
่
ิ
. ยาเหลอง - ppm แชตลอด ฆ่าเชอปรสต โปรโตซัว เชอรา ในนําสําหรับการขนย้าย
ี
( Acriflavin ) และลําเลยงสัตว์นํา
ี
ื
ี
่
ี
ื
. คลอรนผง 10 – 30 ppm แชตลอด ฆ่าเชอแบคทเรย, เชอรา, ไวรัสและแพลงตอนในนํา
ั
Ca(OCl) – ppm 30 นาท ทําความสะอาดพืนโรงเพาะฟก, อุปกรณ์, ภาชนะต่างๆ
ี
2
ี
ื
ี
ี
ื
ี
7. โพวิโดน ไอโอดน . % – ppm 10 วินาท ฆ่าเชอแบคทเรย, เชอรา ( จุ่มไข่ )
( Povidone Iodine )
ิ
ี
ู
ิ
ื
ื
่
. ไตรฟลูราลน . – . ppm 24 ชม. กําจัดเชอราหรอปรสตภายนอก เชน ซโอแทมเนยม
ิ
็
( เทรฟแลน, โทลน ) เหบระฆัง
31
้
เอกสารอางอิง
ี
คร กออนันตกุลและ จุฬ สินชัยพานช. ( ) . การเลี ยงปลานลใน
ี
ิ
ิ
่
ี
กระชัง. เอกสารเผยแพร : สํานักพัฒนาและถายทอดเทคโนโลยการประมง กรม
่
ประมง. หนา
้
็
ิ
ิ
ิ
ี
เตมดวง สมศร พรเลิศ จันทรรชชกูลและ สุปราณ ชนบุตร. ( ). ยา
ั
์
ํ
้
่
ั
ื
และสารเคมีเพอการ ปองกันและรกษาโรคสัตว์น า. เอกสารเผยแพร : สถาบันวิจัย
ํ
สุขภาพสัตว์น า กรมประมง. หนา
้
เตมดวง สมศร พรเลิศ จันทรรชชกูล สุปราณ ชนบุตร สมเกยรต กาญจนาคาร
์
็
ี
ิ
ั
ี
ิ
ิ
ิ
และ ฐตพร หลาวประเสรฐ. การปองกันและกาจัดโรคปลา. เอกสารคาแนะนา :
ํ
ิ
ํ
้
ิ
ิ
ํ
ํ
สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น าจด กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ. หนา
้
ื
์
ี
่
่
ิ
ฝายเผยแพรและพัฒนาสิ งพมพ. การเลือกสถานทและขุดบ่อเลี ยงปลา.
์
ํ
เอกสารแนะนา : กองส่งเสรมการประมง กรมประมง. หนา
้
ิ
32