The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือการเลี้ยงปลานิลและปลานิลแดง







คมอการเล ยงปลานลและปลานลแดง






































ฝายบรการวิชาการอาหารสัตว ์




บรษัท เบทาโกร จํากัด (มหาชน)



www.Betagrofeed .com
1


บทนา





ปลานลและปลานลแดงเปนปลาทเกษตรกรนยมเลี ยงมากทั งในน าจด











และน ากรอย เนองจากถอเปนแหล่งโปรตนจากปลาทราคาไม่แพง และสามารถ





จาหน่ายภายในประเทศไดอย่างแพรหลาย นอกจากน ยังสามรถแปรรปเพื อเพิ มมูลค่า










ส่งขายยังต่างประเทศอกดวยจึงถอเปนสัตว์น าเศรษฐกจทสําคัญยิ ง
รปแบบการเลี ยงปลานลมีทั งการเลี ยงในบ่อดน และการเลี ยงในกระชัง







โดยการนาเอากระชังไปแขวนในแหล่งน าต่าง ๆ ไดแก่ แม่น า ลําคลอง อ่างเกบน า




เขื อนเกบกักน า รวมทั งในคลองชลประทาน ขนาดใหญ่ โดยรปแบบการเลี ยงในกระชัง



ถอเปนรปแบบทนยมกัน เนองจากใชตนทุนในการผลิตตากว่า และใหผลผลิตต่อ










หน่วยพ นทสูง เกษตรกรไม่จาเปนตองมีทดน ไม่ตองเปลี ยนถ่ายน า จึงมีเกษตรกรหัน









มาลงทุนเลี ยงปลานลในกระชังเพิ มมากขึ น และสามารถเลี ยงปลาเปนธุรกจทหาเลี ยง



ชพไดอย่างยั งยืน


บรษัทเบทาโกร จากัด(มหาชน)ตระหนักถึงความสําคัญดังกล่าวจึง



รวบรวมขอมูลจากแหล่งต่างๆเพื อเปนการเพิ มพูนความรใหเกษตรกรสามารถจัดการ






ฟารมเลี ยงใหประสบความสําเรจยิ งขึ นต่อไป



ฝายบรการวิชาการสัตว์น า




2


การเลอกสถานที











o สถานทีสําหรบการเล ยง


ปลานลและปลานลแดงใน

บอดิน บ่อควรมีขนาดไม่ตา




กว่า ไรลักษณะเปนรป

สี เหลี ยมผนผา เพอใหง่ายต่อ






การเกบผลผลิต ความลึกไม่




ตากว่า . เมตร อยูใกลกับ



แหล่งน าธรรมชาตและสภาพ



น าตองสะอาดปราศจาก


สารพษยาฆ่าแมลงหรอของ



เสียจากโรงงานอุตสาหกรรม

และมีปรมาณมากเพยงพอ



เพอใชในการเลี ยง ควรมี




ระบบสาธารณูปโภคเช่น น า



ไฟฟาและควรอยูในจุดท ี


คมนาคมสะดวก เพอให ้


สามารถลําเลียงผลผลิตปลา



ส่งตลาดไดอย่างรวดเรว





3

4



การเลอกสถานที








o สถานทีสําหรบการเล ยง




ปลานลและปลานลแดงใน

กระชัง


o ควรมีระดับน าลึกพอประมาณ



ตลอดระยะเวลาเลี ยง พ น


กระชังควรอยูสูงจากพ นดนใต ้




น าไม่ตากว่า เมตร และควร



ห่างจากชายตลิ งพอสมควร




เพอหลีกเลี ยงการเกดมุมอับ


ในการไหลระบายของน าจาก


ฝงอย่างฉับพลันในขณะทมี



ฝนตกหนักและมีการชะลาง




จากพ นดนสูน า



o ไม่ควรวางกระชังซอนกัน



หลายๆ ใบ ควรมีช่องว่างเพอ

การไหลระบายของน า และ


ควรวางกระชังในแนวขวาง



กระแสน า





5



การเตรยมบอและกระชัง







o บอใหม





• ใส่ปูนขาวเพอปรบสภาพดน



ในอัตรา - กโลกรม/ไร ่



สาดใหทั วพ นบ่อ




• ใ ส่ ปุ ย ค อ ก อั ต ร า




กโลกรม/ไร โดยโรยใหทั วบ่อ




• กรองน าเขาบ่อโดยใชผาขาว







บางหรอมุงฟาเพอกันแมลง







หรอศัตรของปลาใหไดระดับ
. – . เมตร ท งไว - วัน







จนน าเรมเปนสีเขียว

















6



การเตรยมบอและกระชัง







o บอเกา



• หลังจากสูบนํ าแหงพอหมาดๆ ทิ งไว -

วัน ทําการลงปูนขาวอัตรา -


กก./ไร ใหทั วพ นกนบ่อ เพื อเปนการปรับ




สภาพความเปน กรด-ด่าง ใหเหมาะสม



ต่อการเจรญเตบโตของจุลชีพในการ


ย่อยสลายของเสยในบ่อ โดยเฉพาะ



บรเวณที มการสะสมของเลนหรอของ


เสยกนบ่อ


• ตากบ่อทิ งไวต่อไปเปนเวลา สัปดาห์





หลังจากนั นพลกกลับหนา ดนชั นล่าง
ขึ นมา โดยใชรถไถหรอคลาด การทํา




เช่นนี จะทําใหของเสยที หมักหมมในดน




สัมผัสกับอากาศและจุลนทรยจะทําการ


ย่อยสลายของเสยไดดียิ งขึ น


• สาดปูนขาวในอัตรา - กก./ไรให ้



ทั วพ นกนบ่ออีกครั ง หลังจากนั นตากบ่อ

ต่อไปอีกเปนเวลา สัปดาห์




• กรณในบ่อที ใชงานมากกว่า ป ควร


ทําซํ าอีกครั ง จนครบ ครั ง หรอใชเวลา




ตากบ่ออย่างนอย สัปดาห์




• นํานํ าเขาบ่อเล ยง - วัน แลวทําการ
ปล่อยสัตว์นํ า


7





คณภาพน าทีเหมาะสมตอการเล ยงปลานล





นํ าสาหรบใชในการ

เลี ยงปลา


• ความเปนกรด-ดาง




อยูระหวาง 6.5-8.0


• ปรมาณออกซเจนใน




นาไมตากวา 4

มิลลิกรม/ลิตร


• ปรมาณแอมโมเนยไม ่

มากกวา 0.2

มิลลิกรม/ลิตร

• ความเป นดางไมตา





กวา 50 มิลลิกรม/

ลิตร




















8




รปแบบกระชังและการเตรยมกระชง





• ขนาดกระชังที นิยมสรางและงาย





ตอการจัดการควรมขนาด

x x . เมตร หรอ x x .



เมตร หรอ x x . เมตร ขึ นอยู ่

กับความเหมาะสมของพื นที



• ทุนลอยใชถังนํ ามันขนาด

ลิตร หรอทุ่นโฟม

• ตัวโครงกระชังใชเหลกหรอไม ้






ขึ นอยู่กับทุนของเกษตรกรผูเล ยง


• เนื ออวนตองทําจากวัสดุที ไม ่


สรางความระคายเคองแก ่



ผวหนังปลาตาอวนขนาด -



เซนตเมตร อาจมอวนชั นนอก

ขนาดตา - เซนตเมตร เพื อ

ปองกันการรบกวนจากปลา


ภายนอกกระชัง












9





แหลงลกพันธ






• เลือกซื อจากฟารมเพาะพันธุ ์



สัตว์น าทไดมาตรฐาน และไม่

ไกลจากบ่อเลี ยงมากนัก



• มีการพัฒนาสายพันธุทด







• ลูกพันธุมีความแขง ว่ายน า

ปราดเปรยว ผวลําตัว หนวด




ครบหาง มีลักษณะสมบูรณ ์


ไม่กรอนแหว่ง ไม่มีจุดสีขาว


ไม่มีบาดแผล



• ลูกปลานลแปลงเพศอายุ



เดอน ควรมีน าหนักระหว่าง


. - . กรม ความยาว -

ซม.


















10





การปลอยลกพันธ







• ควรปล่อยในตอนเชาเมื อเรมมี


แสงแดด ไม่ควรปล่อยตอน

แดดรอนจัด หรอในตอนเยน





เมื อน าเรมเย็นลง



• การปล่อยปลาลงเลี ยง ควรมี


การแช่ปลาในฟอรมาลิน

ซีซี/ลบ.ม. นาน - นาท ี



• ผสมนํ าในบ่อลงในถุงลูกปลา





ชา ๆ จนลูกปลาเคยชนกับน า


ในบ่อ แลวปล่อยลูกปลาออก


จากถุง



• นาลูกปลามาแช่ในบ่อท ี





เตรยมน า - นาท เพอ




ปรบอุณหภูมิน าระหว่างน าใน



ถุงและน าในบ่อ








11



การปลอยและอัตราการปลอย











o ชวงระยะปลาเลก-ปลารน

• กรณอนบาลในบอดิน ขนาดลูกปลา




- เซนตเมตร ( ปลาใบมะขาม )




อัตราการปล่อยเล ยงอยู่ท , -



5 , ตัว/ไร เมออนุบาลลูกปลาได ้
นาน - วัน จะไดปลาน าหนัก -


กรม/ตัว


• กรณอนบาลในกระชง มุงฟาขนาด









ตา ช่อง/ตารางน ว หรอกระชังเน อ


อวนตาถ ลูกปลาขนาด - เซนติเมตร

ความหนาแน่นประมาณ - ตัว/

ลูกบาศกเมตร เล ยงในกระชัง เปนเวลา





ประมาณ วัน หลังจากนั นใหลด

ความหนาแน่นลงเหลอประมาณ




ตัว/ลบ.ม. และเปลยนเปนกระชังอวน

ป มตาพรกไทย หรออวนสม ( ขนาดตา






ซม. ) ทุกๆ อายุ วัน เมออนุบาล




ไดนาน - วัน จะไดปลาน าหนัก


- กรม/ตัว กรณพบว่าอวนมการ



อุดตันใหเปลี ยนอวนใหม่ทันที โดยอวน






เก่าใหทาความสะอาดเพอเตรยมไว ้
เปลี ยนต่อไป


12



การปลอยและอัตราการปลอย









o ชวงระยะปลารน-ปลาเน อ






• ปลาที ปลอยควรมขนาด

ประมาณ - กรม/ตัว



หรอประมาณ - ตัว/



กก.เพ อไมใหลอดตาอวน

ขนาด - เซนติเมตร

• อัตราความหนาแนนในการ


เล ยงปลาในกระชัง -


ตัว/ลบ.ม.




-
• เม อเล ยงนาน วัน




จะไดผลผลตปลาขนาด


- กรม/ตัว




















13


อาหารและการใหอาหาร








อาหารเปนสิ งจาเปนอย่างยงสําหรบการเลี ยงปลานลและปลานลแดง เพราะ







ปลาอยูในทจากัด ไม่สามารถไปหาอาหารธรรมชาตกนเองไดอย่างเพยงพอ การ






เจรญเตบโตของปลาจึงขึ นอยูกับการจัดการดานอาหารเปนทั งดานคุณค่า และความ







ตองการสารอาหารในปลาแต่ละขนาด การใหอาหารทเหมาะสมกับปลา ทาใหโตเรว






ในเวลาเลี ยงสั น จะเปนการประหยัดค่าการลงทุนไดมาก สิ งสําคัญทควรพจารณา




เกยวกับการใหอาหาร ไดแก ่

• ความตองการสารอาหาร ในลูกปลาวัยอ่อนถงปลาน ว ควรมีระดับ




โปรตนในอาหารประมาณ – % ความตองการโปรตนจะลดลงเมื อ

ปลาโตขึ น – %




• ความถในการใหอาหาร เนองจากปลานลเปนปลาทไม่มีกระเพาะ




อาหารจรงจึงกนอาหารไดทละนอยและย่อยไดชา จึงควรใหอาหารคร ง










ละนอยแต่บ่อยคร ง คอ - คร งต่อวัน


• ปรมาณการใหอาหาร ปลาเล็กควรใหอาหารประมาณ - %ของ



น าหนักตัว ปลาขนาดวัยรนควรใหอาหาร - % ของน าหนักตัว ปลา


ุ่



ใหญ่อัตราการใหจะลดลงเหลือประมาณ - % ของน าหนักตัว




14


อาหารและการใหอาหาร






ตารางการใหอาหารปลานลและปลานลแดงระยะปลาเลก - ปลารน







อายุ น าหนักตัว อัตรารอด ปรมาณอาหาร ความถ ี

( วัน ) (กรม) ( % ) (%/ น าหนักตัว/ วัน) (คร ง/วัน)



1 0.35 100 15.00% 4


5 0.53 95 10.00% 4


10 0.94 90 9.00% 4


15 2.04 85 8.00% 4


20 4.14 80 8.00% 4


25 7.04 75 8.00% 4



30 10.84 70 7.00% 3


35 15.44 70 7.00% 3


40 20.74 65 6.00% 3



45 27.74 65 6.00% 3


50 37.04 60 5.50% 3


55 48.04 60 5.00% 3


60 60.14 60 4.50% 3




ทีมา : Animal Nutrition Technique Center (ANTC)






15


อาหารและการใหอาหาร






ตารางการใหอาหารปลานลและปลานลแดงระยะปลารน - ปลาเน อ







อายุ น าหนักตัว อัตรารอด ปรมาณอาหาร ความถ ี

( วัน ) (กรม) ( % ) (%/ น าหนักตัว/ วัน) (คร ง/วัน)



1 25 100 4.00% 3


15 50 95 4.00% 3


27 75 93 3.50% 3


37 100 92 3.50% 3


51 150 90 3.50% 2


63 200 90 3.50% 2



72 250 90 3.50% 2


79 300 90 3.00% 2


93 400 90 3.00% 2



105 500 90 2.50% 2


116 600 90 2.00% 2


127 700 90 2.00% 2


137 800 90 1.80% 2



900 88 1.50% 2


ทีมา : Animal Nutrition Technique Center (ANTC)





16

17



การจัดการระหวางการเล ยง






การใหอาหารตามเปอรเซ็นตน าหนักตัว อย่าใหอาหารเหลือ จึงควรปรบเปลี ยน









การใหอาหารตามภาวะสิ งแวดลอมทเปลี ยนแปลง เช่น อุณหภูมิน าตาปลากนอาหาร





ไดนอยลง เปนตน



ไม่เพิ มอาหารในอัตราทรวดเรวจนเกนไป ( - % ต่อวัน)




สุมปลาชั งน าหนักสมํ าเสมอ - คร ง/เดอน เพอประเมินน าหนักและปรบ





อัตราการใหอาหารตามน าหนักตัว



โปรแกรมควบคุมโรคและการเสรมความแข็งแรงของปลาชวงอนบาล
อายุปลา นํ าหนกตัว เวลาให ้ โปรแกรมควบคมโรค



(วัน) (กรม/ตัว) อาหาร

1-10 0.35-2.00 4 คร ง/วัน Oxytetracyclin+Vitamin C…..1-7 วันแรก

11-20 1-5 4 คร ง/วัน

21-30 5-10 4 คร ง/วัน Premix+Vitamin C......7 วัน



31-40 10-22 4 คร ง/วัน


41-50 22-35 4 คร ง/วัน



51-60 35-50 4 คร ง/วัน Oxytetracyclin+Vitamin C......7 วัน














18



การจัดการระหวางการเล ยง





เพื อใหปลามีขนาดสมํ าเสมอกัน


และง่ายต่อการเลี ยงในกระชังปลา


เน อตองมีการคัดขนาด (รอนไซส)





เมื อปลาอายุได 40 – 45 วันดวย



กระชังขนาดตา 2.5 ซม. เพื อคัด


แยกปลาขนาด 20 กรม/ตัว, กระชัง

ขนาดตา 3 ซม. เพื อแยกปลาขนาด


30 กรม/ตัว และกระชังขนาดตา

3.5 ซม.เพื อคัดแยกปลาขนาด


มากกว่า 35 กรม/ตัว ออกจากกัน




โดยกอนทาการคัดขนาดตองใหยา
ปฏชีวนะและไวตามิน ซี ในอาหาร


ล่วงหนา 7 วันและมีการงดอาหาร



อยางนอย 2 วัน จึงสามารถคัด




ขนาดได และควรทาการคัดขนาด


ในช่วงเชาหรอเย็น และเพื อเปนการ





ปองกันปลาเครยดจัด/ บอบชํ า จึง


ควรทาดวยความนุนนวล รวดเรว




และควรมีการแขวนถุงเกลือแกงใน
กระชังทั งในขณะคัดและหลังจาก

คัดข นา ดเ ส ร จ เ พื อ ช่ว ยล ด

ความเครยดที เกิดขึ น


19

ั ้ ู ่ ุ

หลกการขนยายลกปลาชวงอนบาล







การเตรยมลูกปลา กอนการ




ลาเลยงจะตองเตรยมปลาให ้


แข็งแรง โดยใหกนยาปฏิชวนะ


และวิตามน ซีผสมอาหา ร


ประมาณ 1 อาทิตย กอนขนยาย



แลวจึงงดใหอาหารลูกปลาอย่าง




นอย 2 วัน ทั งนี เพื อลดการ
ขับถายของปลาระหว่างการ






ลาเลยง ไมควรลาเลยงปลาที จับ

มาจากบอโดย ทันที ควรพักปลา


ไวในบอที มการใหอากาศ




ประมาณ 12 ชั วโมง และใน การ



รวบรวมลูกปลานั น อวนที ใชตอง
เปนอวนไมมปม เพื อลดความ



บอบซํ าของลูกปลา นอกจากนั น


ควรจุมปลาในยา เชน ยาเหลอง


(Acriflavin) 10 กรม/ลูกบาศก ์





เมตร หรอดาง ทับทิม 5 กรม /


ลูกบาศกเมตร กอนปลอยปลาลง



บอพักจะชวยลดปญหาเรองโรค




ได
20



การจัดการระหวางการเล ยง




































ชอนเศษอาหารและมูลทลอยทผวหนาน าออกทุกวัน ตองทาความสะอาด







กระชังและตาข่ายทกั นอาหารอย่างสมํ าเสมอ ควรตรวจสอบกระชังเพอซ่อมแซมส่วน



ทชารด


















21

การจัดการระหวางการเล ยง









• สังเกตพฤตกรรมการกน

อาหาร หากปลากนอาหาร



ลดลง ตองรบหาสาเหตุว่า



เกดจากการเปลี ยนแปลง



ของสิ งแวดลอมหรอปลาเรม

ปวย




• ควรมีอุปกรณเพมออกซิเจน


ในน า โดยเฉพาะหลังฝนตก





น าขุน น าเปลี ยนสี หรอปลา

ลอยหัว



• เสรมสุขภาพดวย ไวตามินซี
หรออ โดยเฉพาะกระชังท ี



เลี ยงหนาแน่น หรออากาศ



และคุณภาพน าเปลี ยน ปลา


เครยดหรอปวย













22

้ ั

โรคและการปองกันรกษา





o โรคที มีสาเหตุจากปรสตภายนอก







• ครสเตเซยน ทพบไดแก เหบปลา



(Argulus sp.) หมัดปลา (Ergasilus

sp.) หนอนสมอ (Lernace sp.)
ปรสิตในกลุมน พบกอปญหามาก






ทสุดสําหรบการเลี ยงปลาในกระชัง


โดยจะใชส่วนอวัยวะทมีปลายแหลม





เพอฝงลึกเขาไปในเน อปลา เพอยึด




เกาะและกนเซลล์หรอเลือดปลาเปน

อาหาร ทาใหปลาเกดแผล สูญเสีย






เลือด ปลาผอมและถาพบมากทาให ้


ปลาตายอย่างรวดเรว




การรกษา : ใชดพเทอรเรกซ์


(Dipterex) อัตราเขมขน . – .


กรม/น า ตัน) แช่ตลอด













23

• โปรโตซัว พบและเปน


อันตรายในปลาขนาดเล็ก

มากกว่าปลาขนาดใหญ่โปรโต

ซัวทพบบ่อย คอ เหบระฆัง




Trichodina sp.,

Chilodonella sp.,


Ichthyophthirius multifilis,

Epistylis sp., Scyphidia sp.,


Apiosoma sp. และ

Ichthyobodo sp.

การรกษา : ใชฟอรมาลิน






(formalin) อัตราเขมขน 25-50

ppm. ( 25 – 50 มิลลิลิตร/น า


1 ตัน )

• ปลิงใส ที พบได้แก่

Gyrodactylus sp. และ


Dactylogyrus sp. ส่วนใหญ ่



จะพบเกาะตามซี เหงอก ทาให ้
การแลกเปลี ยนกาซออกซิเจน


ไม่สะดวก



การรกษา :ใชฟอรมาลิน



(formalin) อัตราเขมขน 25-50



ppm. ( 25 – 50 มิลลิลิตร/น า


1 ตัน )




24

โรคทีมีสาเหตจากปรสิตภายใน










ปรสิตในกลุ่มน พบอยู่ในระบบทางเดนอาหาร ถาไม่รนแรงไม่ทาอันตรายต่อ








ปลาไดมากนัก ถาเปนมากปลาจะผอมไดแก โปรโตซัว Eimeria sp. ทพบในลําไส
และเมตาซัว Digenetic, Trematodes, cestodes, menatodes และ
Acanthocephalan

o โร คที มีสาเหตุจากแบคทีเรีย


• เชื อคอลัมนาริส (Columnaris

Disease) เป็นแบคทีเรียแกรมลบ

มักจะเกิดกับปลา เมื อปลามีสภาพ




รางกายอ่อนแอและเครยดเนองจาก


ไดรบบาดเจ็บหรอบอบชํ าจากการ





ขนส่งหรอ การ จับอุณ หภูมิท ี


เหมาะสมตอการเกิดโรคคอลัมนาร ิ

สอยู่ในช่วงประมาณ 28- 30 ซ.



อาการ : มักเกิดบรเวณทเปนแผล


จะมีเมือกหนามากต่อมามีลักษณะสี




เทา ซึ งทาใหสีของตัวปลาแตกตาง

ไปจากบรเวณปกตบางคร งพบจุด




เลือดตรงบรเวณท ี

เกิดโรคดวย เหงอกผดปกต มีสีซีด





เน อเยื อตาย สารเคมี ไดแก่ ยาเหลือง (acriflavin)





การปองกนรกษาโรค : โรคน ทา อัตราเขมขน - ppm แช่ตลอดไป ดาง






อันตรายเฉพาะผวหนัง และ เหงอก





ปลาเปนส่วนใหญ ดังนั นการรกษา ทับทม ความเขมขน - ppm แช่ตลอด









จึงใชวิธแช่ยาหรอ หรอคอปเปอรซัลเฟต ความเขมขน

ppm แช่ปลานาน นาท ี 25


• เชื อ Aeromonas sp. เปน


แบคทเรยแกรมลบ มักพบอยู ่


ในน าจดทั วไป โดยเฉพาะใน






แหล่งน าทมีปรมาณอนทรย ์




ส า ร ม า ก เ มื อ ป ล า เ ก ด


ความเครยด (Stress) เช่น


อุณหภูมิน าเปลี ยนแปลง



ปรมาณออกซิเจนทละลายใน


น าตานานเกนไป ปรมาณ



การรกษา : ใชยาปฏชวนะ เช่น





แอมโมเนยมากเกน เลี ยงปลา ั



ในอัตราหนาแน่น ส่งผลใหปลา ออกซี เตตราซัยคลิน, เอนโร




ปรบตัวไม่ทันแบคทเรยชนดน ี ฟลอกซาซิน หรอ ซัลฟาไตร











สามารถทาใหปลาเกดโรคได เมโธพรม ผสมในอาหารใหปลา
กนอัตรา - กรมต่ออาหาร


อาการ : เสียการทรงตัวว่าย







น าชาลง อาปากหายใจบรเวณ กโลกรมใหปลากนนาน - วัน





ผวน าครบเปอย มีการตกเลือด



ตามลําตัว เกล็ดหลุด มีแผล

หลุมตามลําตัว ทองบวม มี



น าเหลืองคั งในช่องทอง ลําไส ้


อักเสบ ตับมีจุดเลือดออก





26





• เชื อ Streptococcus spp. • ปลาตดเชอกลุ่มปรสตภายนอกเชน
เหบระฆัง ปลงใสซงเปนสาเหตุททํา








เปนแบคทีเรยแกรมบวก ท ี ให้เกดบาดแผลบรเวณผวหนังและ




มักพบว่าก่อโรคในสัตว์น า ตดเชอตามมา



ไดแก S. iniae, S.


อาการ : ปลาว่ายนําผิดปกต โดย



agalactiae โดยมีสาเหตุโนม ว่ายวนบรเวณผิวนํา เสยการทรงตัว











นาททาใหเกดการตดเช อ เช่น พบลักษณะตาโปน ขาวขุนและม ี





• น าในกระชังไม่ถายเท น า เลอดออกในลูกตา สของตัวปลา








นง ปรมาณออกซิเจนตา จะเข้ม มจดเลอดออกบรเวณแผ่นปด




ปรมาณของเสียสะสมสูง เหงอก รอบปาก บรเวณรก้นและ


• การเลี ยงปลาหนาแน่น ซึ ง โคนครบ มตุ่มหนองตามตัวและ
โคนครบ อัตราการตายสง




ส่งผลใหปลาเครยด และมี การรกษา : ให้ยาปฏชวนะ เชน







โอกาสสูงทจะก่อใหเกด
อะม็อคซซลลน ( Amoxicillin ),





บาดแผลเมื อปลาว่ายน าหรอ
เอนโรฟล็อกซาซน ( Enrofloxacin ),





ตกใจ เพนนซลลน ( Penicillin )หรอ


• อุณหภูมิน าสูง ซึ งเปนปจจัย ซัลฟาไตรเมทโธพรม ( Sulfa-










ททาใหเช อแบคทเรยน เพิ ม Trimethoprim ) ผสมอาหารอัตรา



จานวนมากขึ นอย่างรวดเรว 3 – 5 กรม/อาหาร 1 กก.ให้ปลา
กนตดต่อกันประมาณ 7 วัน





ซึ งพบไดบ่อยในช่วงหนารอน






27



การปองกน : กาจัดสาเหตุโนม o โรคทีมีสาเหตุจากเชื อรา












นาททาใหปลาเครยด ในช่วง ชนดทเปนสาเหตุของโรค ไดแก่


หนารอน อุณหภูมิของน าสูง ให ้ Achlya sp. และ Aphanomyces sp.







ลดปรมาณอาหารลง และไม่ พบว่าราชนดน สามารถเจรญไดใน



ปล่อยปลาหนาแน่นมากเกนไป อุณหภูมิช่วง 15 - 35 องศาเซลเซียส

และเจรญไดด ทอุณหภูมิ35 องศา




เซลเซียสมักพบเปนการตดเช อ



แทรกซอน หลังจากปลามีการบอบช า


หรอมีแผลจากการขนส่งหรอการ


ลากอวน
อาการ : ทาใหปลาเกดแผลและมี



เสนสีขาวคลายขนฟูเปนกระจุก



บรเวณบาดแผลปลากนอาหาร


นอยลง

การรกษา : ใชยา trifluralin แช่ใน


อัตราเขมขน 0.05 – 0.1 ppm. ถา



เปนลูกปลาใชด่างทับทมในอัตรา



เขมขน 2 – 4 ppm. แช่ตลอด หรอ แช่



ฟอรมาลีนอัตราความเขมขน 25 - 50



ppm. แช่ตลอด






28


o โรคทีมีสาเหตุจากสงแวดลอม






โรคทเกดจากคุณภาพน าเช่น




ออกซิเจนในน าตาแอมโมเนย ไน
ไตรท หรอไฮโดรเจนซัลไฟล์สูง เปน






ตน สารพิษในน า เช่น ยาฆ่าแมลง ยา





ฆ่าหอย ,จุลินทรย สาหรายน าจดแพร ่

ขยายพันธุมากจากการจัดการไม่ด ี

สภาพอากาศเปลี ยนแปลงกะทันหัน



ทาใหปลาเครยด


การรกษา : แกไขตามสาเหตุของ



ปญหาใหถูกตองตามหลักการเลี ยง
ปลาในกระชัง






























29

ตารางเปรยบเทียบหนวยวัด




, มิลลิกรม = กรม


. นํ าหนก

, กรม = กโลกรม



, มิลลิลิตร = ลิตร

. ปรมาตร


, ลิตร = ลูกบาศกเมตร หรอ ตัน



ไร = , ตารางเมตร
. พ นที


งาน = ตารางเมตร


ppm = 1 มิลลิกรม/ลิตร ( mg/l )




( ส่วนในลานส่วน ) = 1 กรม/น า ลูกบาศกเมตร





= 1 กรม/น า ตัน

= 1 มิลลิลิตร/น า ลิตร




ppt = 0.1 กรม/น า มิลลิลิตร

. ความเขมขน


( ส่วนในพันส่วน ) = มิลลิลิตร/น า ลิตร



เปอรเซ็นต ( % ) = , ppm


= กรม/น า ลิตร




= , มิลลิกรม/น า ลิตร



= กรม/น า มิลลิลิตร






30

สารเคมีเพือการปองกนและรกษาโรคสตวน า















ลําดับ ชอสารเคม ความเขมขน ระยะเวลา วัตถุประสงค



1. Formalin 25 – 50 ppm 24 ชม. กําจัดปรสตภายนอก เชน เหบระฆัง








( Formaldehyde 40%) 100 – 300 ppm 10 – 15 วินาท กําจัดปรสตภายนอก, ฆ่าเชอแบคทเรย, เชอรา




2. Trichlorfon 0.25 – 0.5 ppm 24 ชม. กําจัดปรสตภายนอก เชน เหบปลา หนอนสมอ









( Dipterex, Synterex ) 0.5 – 1.0 ppm 5 – 7 วัน ฆ่าเชอเตรยมนํากอนปลอยสัตว์นําลงเลยง









3. ดางทับทม 2 – 4 ppm แชตลอด กําจัดปรสตภายนอก เชน เหบระฆัง ซแทมเนยม



( KMnO ) 20 – 25 ppm 24 Hr ฆ่าเชออปกรณ์
4





100 – 150 ppm 2 – 3 min กําจัดปรสตภายนอก เชอรา และแบคทเรยในลูกไร





4. เกลอ 1 – 5 ppt แชตลอด ลดความเครยดในการขนสง

( NaCl ) 10 ppt 30 min –1 hr กําจัดปรสตภายนอก

20 ppt 2 -3 min กําจัดปรสตภายนอก








. ยาเหลอง - ppm แชตลอด ฆ่าเชอปรสต โปรโตซัว เชอรา ในนําสําหรับการขนย้าย


( Acriflavin ) และลําเลยงสัตว์นํา










. คลอรนผง 10 – 30 ppm แชตลอด ฆ่าเชอแบคทเรย, เชอรา, ไวรัสและแพลงตอนในนํา


Ca(OCl) – ppm 30 นาท ทําความสะอาดพืนโรงเพาะฟก, อุปกรณ์, ภาชนะต่างๆ

2








7. โพวิโดน ไอโอดน . % – ppm 10 วินาท ฆ่าเชอแบคทเรย, เชอรา ( จุ่มไข่ )
( Povidone Iodine )









. ไตรฟลูราลน . – . ppm 24 ชม. กําจัดเชอราหรอปรสตภายนอก เชน ซโอแทมเนยม


( เทรฟแลน, โทลน ) เหบระฆัง

31


เอกสารอางอิง






คร กออนันตกุลและ จุฬ สินชัยพานช. ( ) . การเลี ยงปลานลใน





กระชัง. เอกสารเผยแพร : สํานักพัฒนาและถายทอดเทคโนโลยการประมง กรม

ประมง. หนา






เตมดวง สมศร พรเลิศ จันทรรชชกูลและ สุปราณ ชนบุตร. ( ). ยา







และสารเคมีเพอการ ปองกันและรกษาโรคสัตว์น า. เอกสารเผยแพร : สถาบันวิจัย

สุขภาพสัตว์น า กรมประมง. หนา

เตมดวง สมศร พรเลิศ จันทรรชชกูล สุปราณ ชนบุตร สมเกยรต กาญจนาคาร









และ ฐตพร หลาวประเสรฐ. การปองกันและกาจัดโรคปลา. เอกสารคาแนะนา :








สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น าจด กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ. หนา







ฝายเผยแพรและพัฒนาสิ งพมพ. การเลือกสถานทและขุดบ่อเลี ยงปลา.


เอกสารแนะนา : กองส่งเสรมการประมง กรมประมง. หนา




















32


Click to View FlipBook Version