The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนเหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by zeafirst2558, 2022-03-18 09:47:54

แผนเหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา

แผนเหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 1

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 การแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ เวลา 8 ช่ัวโมง

เรอื่ ง เหตผุ ลเชิงตรรกะกับการการแก้ปัญหา เวลา 4 ช่ัวโมง

รายวิชาวิทยาการคำนวณ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั

สาระที่ 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอน

และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี

ประสิทธภิ าพ รู้เทา่ ทนั และมจี ริยธรรม

ตัวชี้วัด ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบ วิธีการแก้ปัญหาที่พบใน

ชวี ติ ประจำวนั

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ออกแบบการแก้ปญั หาในชีวติ ประจำวันได้ โดยใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ (K,P)
2. ยกตวั อยา่ งการแก้ปัญหาโดยใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในชีวติ ประจำวันได้ (A)

3. สาระสำคญั
เหตุผลเชิงตรรกะกับการแก้ปัญหา เป็นการนำหลักการ กฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขท่ีครอบคลุมทุกกรณีมา

ใช้เพอ่ื ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลหรือพิจารณาความเป็นไปได้ของการมุ่งหาคำตอบและแกป้ ัญหา

4. สาระการเรยี นรู้
เหตผุ ลเชิงตรรกะกบั การแกป้ ัญหา

5. รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน
1. วธิ ีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
2. วธิ ีการสอนแบบกระบวนการกลุม่
3. เทคนคิ ตามแนวคิดเชิงคำนวณ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

1

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. ทักษะ 4 Cs
 ทกั ษะการคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking)
 ทักษะการทำงานรว่ มกนั (Collaboration Skill)
 ทกั ษะการสื่อสาร (Communication Skill)
ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking)

8. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์  ซ่อื สตั ย์ สจุ ริต
 รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  ใฝเ่ รียนรู้
 มีวินยั  มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง  มจี ติ สาธารณะ
 รักความเป็นไทย

9. การจัดกระบวนการเรยี นรู้
ชวั่ โมงท่ี 1

ขนั้ นำ (15 นาที)
1. ครูให้นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
กระตุ้นความสนใจ
2. ครูใหน้ ักเรียนทำกิจกรรมลองทำดู ในแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
(วทิ ยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 หนา้ 2 เพื่อเปน็ การทบทวนความรู้เดิมกอ่ นเขา้ สู่
บทเรียน
3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถงึ วิธีการแกป้ ัญหาของกิจกรรมลองทำดู จนได้ข้อสรปุ ว่าใช้
เหตุผลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหา

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

2

4. ครใู ห้นักเรยี นเปิดหนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 หนา้ 2-3 จากนนั้ ครถู ามคำถามประจำหน่วยการเรยี นรู้กบั นักเรยี นวา่
เหตผุ ลเชงิ ตรรกะช่วยในการแก้ปัญหาได้อยา่ งไร
แนวคำตอบ: เหตผุ ลเชงิ ตรรกะช่วยในการแก้ปัญหาได้ เชน่ เข้ามาช่วยในการพจิ ารณาสาเหตุของ
ปัญหา วิธกี ารแกป้ ญั หา การตรวจสอบการแก้ปญั หา

5. ครถู ามคำถามสำคัญประจำหัวข้อกับนักเรียนวา่ เหตผุ ลเชงิ ตรรกะสามารถนำไปใช้ใน
ชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างไร จากนนั้ ใหน้ กั เรียนลองยกตัวอย่างการใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะใน
ชวี ติ ประจำวันของนักเรยี น

ขัน้ สอน (45 นาที)
สำรวจคน้ หา
6. ครใู หน้ ักเรยี นจับกล่มุ 3-4 คน เพอ่ื ศึกษาและสงั เกตสถานการณต์ ัวอย่างจากหนังสอื เรยี นรายวิชา
พน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 หน้า 3-7 เก่ียวกบั
ผลการแขง่ ขนั ตอบปัญหาภาษาองั กฤษ โดยใหน้ ักเรยี นอ่านบทสมั ภาษณ์ของตัวแทนนกั เรียนแต่
ละคน
7. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์บทสัมภาษณ์และพิจารณาตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกตามหนงั สือ จนได้
ข้อสรปุ วา่ ตวั แทนนักเรียนแต่ละคนแข่งขันได้ลำดับทเ่ี ทา่ ไร
8. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกล่มุ พิจารณาสถานการณต์ วั อย่างในหนังสอื เรยี นอีกครัง้ เพื่อถอด
กระบวนการ แนวคิด หรือวธิ ีการแกป้ ัญหาของสถานการณ์ จากนนั้ เขียนแนวคดิ หรือวธิ ีการ
แก้ปญั หาและตอบคำถามลงในใบงานท่ี 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดการแก้ปัญหาดว้ ยเหตผุ ลเชงิ ตรรกะ
อธบิ ายความรู้
9. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานจากการทำใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ต่อยอดการ
แกป้ ญั หาดว้ ยเหตผุ ลเชงิ ตรรกะ โดยแสดงถงึ วิธกี ารพิจารณาสถานการณ์ เงื่อนไขตา่ ง ๆ แนวคดิ
หรือวิธีการแกป้ ัญหาโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะตามทแ่ี ตล่ ะกลุ่มไดร้ ะดมความคดิ เห็นรว่ มกันในการ
ทำกิจกรรมกลมุ่
10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายถึงแนวคิดหรือวธิ กี ารแก้ปัญหา และการตอบคำถามของนกั เรียน
แต่ละกลุ่ม ว่ามีความแตกตา่ งกันอย่างไร และหาข้อสรุปรว่ มกนั
11. ครมู อบหมายงานใหน้ ักเรียนทำกิจกรรมฝกึ ทักษะ Com Sci ในหนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐาน
วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 หนา้ 8 เปน็ การบ้าน โดย
เขียนใสส่ มดุ และส่งในช่วั โมงถัดไป

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

3

ช่ัวโมงท่ี 2
ขั้นสอน (ต่อ) (60 นาที)

อธบิ ายความรู้
1. ครแู ละนกั เรยี นทบทวนความรู้เดมิ ทีเ่ รยี นในชว่ั โมงทแ่ี ลว้ เรื่องการแกป้ ัญหาด้วยเหตผุ ลเชงิ ตรรกะ
2. ครสู มุ่ นกั เรยี น 2-3 คน เพ่ืออธบิ ายแนวคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาของกิจกรรมฝกึ ทักษะ Com Sci ท่ีสัง่

เปน็ การบา้ น และลงข้อสรุปร่วมกัน จากนั้นให้นักเรียนสง่ การบ้าน
ขยายความเข้าใจ
3. ครูบอกกบั นักเรยี นวา่ ในชั่วโมงที่แลว้ ครไู ดใ้ ห้นกั เรยี นใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหาการตอบ
ปัญหาภาษาอังกฤษไปแลว้ ในวันนี้เรามาลองใช้เหตุผลเชิงตรรกะในสถานการณอ์ ่นื ๆ ดูบา้ ง
4. ครูถามนักเรยี นว่ารจู้ กั รำวงมาตรฐานหรอื ไม่ รำวงมาตรฐานเปน็ การแสดงที่มวี ิวฒั นาการมาจากรำ
โทน ซ่ึงเปน็ การรอ้ งและการรำของชาวบ้าน มีผรู้ ำท้ังชายและหญงิ
5. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดมิ ) อ่านสถานการณแ์ ละเง่ือนไขในกิจกรรมฝึกทกั ษะที่ 1 เรอื่ งจบั คูร่ ำ
วงมาตรฐาน ในแบบฝกึ หดั รายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ย
การเรียนรู้ที่ 1 หน้า 10
6. นกั เรยี นในกลุ่มรว่ มกันจับค่ผู ู้รำฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตามสถานการณ์และเงื่อนไขท่ีกำหนด และตอบ
คำถามลงในกิจกรรมฝึกทักษะท่ี 1
7. ครูถามนักเรยี นว่าจากสถานการณ์ทกี่ ำหนดให้ นักเรยี นคิดวา่ เพราะเหตุใด จึงตอ้ งใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ
ในการแกป้ ัญหาน้ี จากนนั้ ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายจนได้ข้อสรปุ ร่วมกัน
8. ครูมอบหมายงานให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัด เรื่องเหตุผลเชงิ ตรรกะกับการแกป้ ญั หา ในแบบฝึกหดั
รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 หน้า 3-5 เพื่อ
ทบทวนความรู้

ชั่วโมงที่ 3
ขน้ั สอน (ต่อ) (60 นาที)

ขยายความเขา้ ใจ
1. ครูและนกั เรียนทบทวนความรเู้ ดมิ ทเ่ี รียนในชว่ั โมงท่แี ลว้ เร่ืองการแกป้ ญั หาด้วยเหตุผลเชิงตรรกะ
2. ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนเคยเห็นกองเชียร์นักกีฬาที่น่ังอยู่บนอัฒจันทร์หรือไม่ จากน้ันครูเปิด

วีดิทัศน์การแปลอักษรบนอฒั จนั ทร์ใหน้ ักเรยี นดู

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

4

3. ครใู หน้ กั เรียนนั่งตามกลมุ่ เดิมและสมมติบทบาทใหน้ กั เรยี นเปน็ ผคู้ มุ กองเชียร์ โดยใหน้ ักเรียนแต่
ละกลุม่ รว่ มกันอา่ นสถานการณใ์ นกจิ กรรมฝึกทักษะท่ี 2 เรื่องเชียร์กฬี า พาเพลิน ในแบบฝกึ หัด
รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หนา้ 12

4. นกั เรยี นในกลุ่มรว่ มกนั ทำกิจกรรมฝกึ ทักษะที่ 2 เร่ืองเชียร์กฬี า พาเพลิน โดยนักเรียนจะตอ้ ง
ระบายสีลง ในตารางให้ถูกต้องตามเงื่อนไข และทายวา่ รูปท่ีอยู่ในตารางคือรปู อะไร โดยตาราง
เปรียบเสมือนกองเชียร์ทีน่ ่ังอยูบ่ นอัฒจนั ทร์และสีที่ระบายเปรียบเสมือนปา้ ยท่นี ักเรยี นบน
อฒั จันทร์ชขู น้ึ เพอื่ แสดงตวั อกั ษรหรอื รปู ต่าง ๆ

5. ครูถามนักเรียนแต่ละกลมุ่ ว่านกั เรียนทน่ี ่งั อยู่บนอัฒจันทร์กำลังชูป้ายเพ่ือแสดงตัวอักษรหรือรูป
อะไร และสุ่มถามนักเรยี น 1 กลุม่ ว่านักเรียนใชแ้ นวคิดหรือวิธกี ารใดในการแก้ปญั หา

6. ครูถามนักเรียนกลุ่มอน่ื ๆ ว่านักเรียนมีแนวคดิ หรือวิธีการแกป้ ัญหาเหมือนหรือแตกตา่ งกันกบั
เพอื่ นกลมุ่ ที่แลว้ หรือไม่ หากมีกลุม่ ที่แตกตา่ ง ครูใหน้ ักเรียนกลุม่ นน้ั อธบิ ายถงึ ความแตกต่าง

7. ครมู อบหมายงานให้นักเรียนแต่ละกล่มุ ทำกจิ กรรมเร่อื ง การใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในชวี ิตประจำวนั
โดยนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ จะต้องหากจิ กรรมที่มีปญั หาเก่ียวข้องกับชวี ิตประจำวนั และใช้เหตุผลเชิง
ตรรกะในการแก้ปญั หามา 1 กิจกรรม และให้นกั เรยี นนำเสนอกจิ กรรมในชวั่ โมงถัดไป โดยต้องให้
เพื่อนกลมุ่ อื่นรว่ มแกป้ ัญหาในกิจกรรมของกลุ่มเราด้วย มีเวลานำเสนอกลุ่มละ 7-10 นาที

ชั่วโมงที่ 4
ข้นั สอน (ต่อ) (50 นาท)ี

ตรวจสอบผล
1. ครูบอกนักเรียนวา่ จากช่ัวโมงทแ่ี ล้วครไู ด้มอบหมายงานให้นักเรยี นทำกจิ กรรมเรื่อง การใช้เหตผุ ลเชิง

ตรรกะในชีวิตประจำวัน ในช่ัวโมงนี้ครูจะให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอกิจกรรมและพาเพื่อน
กลุม่ อนื่ ทำกจิ กรรมของเราด้วย โดยครใู ห้เวลาในการนำเสนอกลุ่มละ 7-10 นาที
2. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ออกมานำเสนอและพาเพื่อนทำกิจกรรมเรอื่ งการใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะใน
ชีวิตประจำวัน
3. ครูสอบถามนักเรียนแต่ละกลุ่มว่า ชอบกิจกรรมของกลุ่มไหนมากที่สุด และนอกจากกิจกรรมท่ีกลุ่ม
ของเราหรอื ของเพ่ือน ๆ นำมาแล้ว นักเรียนมีปัญหาอื่น ๆ ท่ีต้องใช้แนวคดิ เชิงตรรกะในการแก้ปัญหา
อีกหรอื ไม่

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

5

ขน้ั สรปุ (10 นาที)
ตรวจสอบผล

4. นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ความรทู้ ีเ่ รียนมาท้ังหมดเก่ียวกับการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเชงิ ตรรกะ

10. ส่ือแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6
2. แบบฝึกหัดรายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6
3. ใบงานท่ี 1.1.1 เรอื่ ง ต่อยอดการแกป้ ัญหาด้วยเหตผุ ลเชงิ ตรรกะ
4. วีดิทัศน์เรอ่ื งการแปลอักษรจาก https://www.youtube.com/watch?v=M4xp926Q4O8

11. การวัดและการประเมินผล

11.1 การประเมนิ ระหว่างการจัดกจิ กรรม

จุดประสงค์ วิธีการประเมิน เคร่ืองมือการประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
แบบประเมนิ การทำใบ สามารถออกแบบการ
ออกแบบการแก้ปัญหาใน ตรวจใบงานท่ี 1.1.1 งานท1่ี .1.1 เรื่อง ต่อยอด แก้ปัญหาโดยใชเ้ หตุผล
การแก้ปัญหาด้วยเหตุผล เชิงตรรกะ ระดับคุณภาพ
ชีวติ ประจำวนั ได้ โดยใช้ เรื่อง ตอ่ ยอดการ เชงิ ตรรกะ พอใช้ขึน้ ไป

เหตุผลเชงิ ตรรกะ (K,P) แก้ปัญหาด้วยเหตผุ ลเชงิ

ตรรกะ

ยกตวั อย่างการแก้ปัญหา ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ กิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 สามารถแก้ปญั หาได้
โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ 1 เรื่องจบั คู่รำวง เร่อื งจับคูร่ ำวงมาตรฐาน ถูกต้องตามเงอ่ื นไข 60%
ในชีวิตประจำวันได้ (A) มาตรฐาน ข้ึนไป
ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะที่ กจิ กรรมฝึกทักษะที่ 2 สามารถแก้ปญั หาได้
2 เชยี รก์ ฬี า พาเพลิน เชยี ร์กีฬา พาเพลิน ถกู ต้องตามเง่อื นไข 60%
ขึน้ ไป
ประเมนิ การนำเสนอ แบบประเมนิ การนำเสนอ สามารถนำเสนอ เร่ือง
เรื่อง การใชเ้ หตุผลเชงิ เร่ือง การใช้เหตุผลเชงิ การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ
ตรรกะในชวี ติ ประจำวัน ตรรกะในชวี ติ ประจำวัน ในชีวิตประจำวนั ระดับ
คณุ ภาพระดับพอใช้ขน้ึ
ไป

11.2 การประเมินใบงานที่ 1.1.1 เร่อื ง ต่อยอดการแก้ปัญหาดว้ ยเหตุผลเชงิ ตรรกะ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

6

แบบประเมินการทำใบงาน

ประเด็นท่ปี ระเมนิ 3 ระดับคะแนน 1

1. ความถูกต้องของเน้ือหา แนวคดิ หรือวิธกี าร 2 แนวคดิ หรอื วธิ กี าร
แกป้ ัญหามีความถูกต้อง แกป้ ญั หามีความถูกต้อง
ตรงตามเง่ือนไขทุกกรณี แนวคดิ หรอื วธิ ีการ แตต่ รงตามเงอ่ื นไขน้อยกว่า
แก้ปัญหามีความถูกต้อง 50%
แตต่ รงตามเงื่อนไข 50%
ขึ้นไป

2. ออกแบบแนวคิดหรือ สามารถออกแบบแนวคิด สามารถออกแบบแนวคิด สามารถออกแบบแนวคดิ
วิธกี ารแก้ปัญหาอยา่ งเป็น หรือวธิ กี ารแก้ปญั หาได้ หรือวธิ กี ารแกป้ ัญหาได้ หรอื วิธีการแกป้ ญั หาได้ แต่
ลำดับขน้ั ตอน อย่างเปน็ ลำดบั ข้ันตอนท่ี อยา่ งเปน็ ลำดับขั้นตอน แต่ ยังไมเ่ ปน็ ลำดับขั้นตอน
ชัดเจน ยงั ไม่ชัดเจน

3. การใหเ้ หตผุ ล อธบิ ายแนวคดิ หรือวธิ ีการ อธบิ ายแนวคดิ หรอื วธิ กี าร อธิบายแนวคดิ หรือวิธีการ
ประกอบการอธบิ าย แกป้ ญั หาได้พร้อมทงั้ ให้ แกป้ ัญหาได้ พร้อมทั้งให้ แกป้ ัญหาพร้อมได้ แต่ไม่ให้
แนวคิดหรอื วธิ กี าร เหตผุ ลประกอบอย่าง เหตุผลประกอบ โดยเหตผุ ล เหตผุ ลประกอบ
แกป้ ัญหา สมเหตสุ มผลทกุ ประเดน็ มคี วามสมเหตสุ มผล
มากกวา่ 50% ข้นึ ไป

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
8-9 ดี
5-7
พอใช้
ต่ำกวา่ 5 ปรบั ปรงุ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

7

11.3 การประเมินการนำเสนอกลุม่

แบบประเมนิ การนำเสนอกล่มุ

ลำดับที่ รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
4321

1 กิจกรรมการแกป้ ัญหาเชิงตรรกะในชวี ิตประจำวันมีความนา่ สนใจ
2 อธิบายวิธกี ารเล่นกิจกรรมของกล่มุ ตนเองได้อยา่ งเข้าใจ
3 ควบคุมเวลาในการนำเสนอได้อย่างเหมาะสม
4 การมสี ว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่
5 การรับฟังความคดิ เห็นของสมาชกิ กลมุ่ อืน่

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ดีมาก = 4
ดี = 3
พอใช้ = 2
ปรบั ปรงุ = 1

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คะแนน

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ตำ่ กวา่ 10 ปรับปรงุ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

8

ใบงานที่ 1.1.1
เร่ือง ตอ่ ยอดการแกป้ ัญหาด้วยเหตผุ ลเชิงตรรกะ

คำช้ีแจง : ให้นักเรียนอ่านสถานการณ์เร่ืองผลการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษในหนังสือ
เรยี น แลว้ ตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

1. นักเรยี นมีแนวคดิ หรอื วิธกี ารแกป้ ญั หาจากสถานการณ์ที่กำหนดใหอ้ ยา่ งไร จงอธบิ าย
อยา่ งละเอยี ดโดยใชภ้ าพ สัญลักษณ์ หรอื ข้อความ

ตวั อย่างการอธิบายการแก้ปญั หาดว้ ยข้อความอยา่ งคร่าว ๆ
เริ่มตน้ > อา่ นเง่อื นไข > ตรวจสอบเงือ่ นไข > แสดงผลการแข่งขนั > จบการทำงาน

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

9

2. เม่อื นักเรยี นอ่านและพิจารณาเง่ือนไขครบท้ังหมดแล้วเพียง 1 รอบ นักเรยี นสามารถรู้
ผลการแข่งขันตอบปญั หาภาษาองั กฤษไดเ้ ลยหรือไม่ เพราะเหตุใด
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

3. จากสถานการณ์ที่กำหนดให้ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด จึงต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
ในการแกป้ ญั หา
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
..............................................................................................................................................

4. หากสถานการณ์ทีก่ ำหนด ขาดเงอ่ื นไข “ตน้ กล้าไดค้ ะแนนน้อยกว่าก้าน” นกั เรียนคดิ
วา่ เราจะสามารถแกป้ ญั หาได้หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
..............................................................................................................................................

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

10

ใบงานท่ี 1.1.1 เฉลย
เรอ่ื ง ต่อยอดการแกป้ ัญหาดว้ ยเหตุผลเชิงตรรกะ

คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านสถานการณ์เร่ืองผลการแข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษในหนังสือ
เรยี น แล้วตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

1. นกั เรียนมแี นวคิดหรือวธิ กี ารแกป้ ญั หาจากสถานการณ์ทกี่ ำหนดให้อยา่ งไร จงอธิบาย
อยา่ งละเอียดโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรอื ขอ้ ความ

ตัวอยา่ งการอธบิ ายการแกป้ ัญหาด้วยข้อความอย่างคร่าว ๆ
เริม่ ตน้ > อ่านเงอื่ นไข > ตรวจสอบเงื่อนไข > แสดงผลการแขง่ ขนั > จบการทำงาน

ตวั อย่างวิธีการแก้ปัญหาโดยใชข้ ้อความ

1. เริ่มตน้
2. อา่ นเงือ่ นไขทั้งหมด
3. เขยี นแนวทางทเ่ี ป็นไปไดท้ งั้ หมดลงในตาราง
4. อา่ นเงือ่ นไขอีกครัง้
5. ตัดส่ิงทีเ่ ป็นไปไม่ได้ออก
6. ตรวจสอบวา่ ไดค้ ำตอบครบหรอื ยงั หากยังไมค่ รบให้กลบั ไปอ่าน
เง่อื นไขในข้อ 4 และตดั ส่ิงท่ีเป็นไปไมไ่ ด้ออกในข้อ 5 และมา
ตรวจสอบอกี ครงั้ หากครบแลว้ ใหส้ รปุ ผลการแข่งขนั
7. สรุปผลการแขง่ ขนั
8. จบการทำงาน

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

11

2. เมื่อนักเรียนอ่านและพจิ ารณาเงือ่ นไขครบท้งั หมดแล้วเพียง 1 รอบ นกั เรยี นสามารถรู้
ผลการแขง่ ขันตอบปัญหาภาษาองั กฤษได้เลยหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
....ไ.ม...ส่ ..า..ม..า..ร..ถ...ร..ผู้ ..ล..ไ..ด..้ท...ัน...ท..ี..เ.พ...ร..า.ะ...เ.ม..่ือ...อ..่า..น...เ.ง..ื่อ..น...ไ.ข...ค..ร..้ัง..แ..ร..ก...จ..ะ..ท...ร..า..บ..ผ...ล..เ.พ...ีย..ง..ผ..ทู้...ี่ไ..ด..ล้..ำ..ด...ับ..ท...่ี.1.....
....แ..ล..ะ...ล..ำ..ด..ับ...ท...ี่ .5....ค..อื..แ...พ..ร..ไ..ห...ม..แ..ล...ะ..ต..้น...ก..ล...้า...ท...ำ..ใ.ห...ต้ ..้อ..ง..อ...า่ ..น..เ.ง..่อื...น..ไ..ข..ซ..้ำ..อ...ีก..ค...ร..ง้ั ............................
...โ..ด..ย..เ..ง.ือ่...น..ไ..ข..ท...่ีจ..ะ..ห...า..ล..ำ..ด...ับ..อ...นื่ ....ๆ...ไ..ด..ค้...อื ....ก..า้..น..ไ..ด..ค้...ะ..แ..น...น..ร..อ...ง..จ..า..ก..แ...พ..ร..ไ..ห...ม...1....ล..ำ..ด...บั ...แ...ส..ด..ง..ว..่า....
...ก...้า..น..ไ..ด..้ล..ำ..ด...บั ..ท...ี่.2....เ.พ...ร..า..ะ..แ..พ...ร..ไ..ห..ม...ไ.ด...ล้ ..ำ..ด..ับ...ท...ี่ .1....จ..า..ก..น...้ัน..จ...ะ..เ.ห...น็ ..ต...ำ..แ..ห...น..ง่..ว..่า..ง..อ..กี....2....ล..ำ..ด..ับ...ค..ือ...
...ล...ำ.ด...ับ..ท...่ี..3...แ..ล...ะ...4....โ.ด...ย..เ.ม...่อื ..อ...่า.น...เ.ง..่อื...น..ไ..ข...น...้ำ..เ.พ...ช..ร..ช...น..ะ..พ...ล..อ...ย..ใ..ส...แ...ต..ไ่..ม..่ไ..ด..ท้...ี่ .1....ก..จ็..ะ..ส...า..ม..า..ร..ถ.....
...ท...ร..า..บ..ไ..ด..้เ..ล..ย..ว..า่..น...้ำ..เ.พ...ช..ร..ไ..ด..้ล..ำ..ด...บั ..ท...่ี.3....แ..ล...ะ..แ..พ...ร..ไ.ห...ม...ไ.ด..ล้...ำ..ด..บั...ท..่ี..4............................................
..............................................................................................................................................

3. จากสถานการณ์ที่กำหนดให้ นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใด จึงต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะ
ในการแกป้ ัญหา
……เ…พ…รา…ะ…ส…ถา…น…ก…าร…ณ…์ม…ีเ…งื่อ…น…ไข…ม…า…ให…้ เ…ร…าจ…ึง…ต้อ…ง…ใช…้เ…หต…ผุ …ล…เช…ิง…ตร…ร…ก…ะม…า…ช…ว่ ย…พ…จิ …า…รณ…า…เง…อื่ …น…ไข
……เ…พ…อื่ …ตร…ว…จ…สอ…บ…ค…ว…าม…ส…ม…เห…ต…ุส…มผ…ล…แ…ล…ะ…พ…จิ …าร…ณ…า…คว…า…ม…เป…น็ …ไป…ไ…ด…ข้ อ…ง…ก…าร…แ…ก…้ปัญ……หา…………
………………………………………………………………………………………………………………………………
..............................................................................................................................................

4. หากสถานการณ์ทก่ี ำหนด ขาดเงอื่ นไข “ต้นกล้าไดค้ ะแนนน้อยกว่าก้าน” นักเรียนคิด
ว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาได้หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
……แ…ก…้ป…ัญ…ห…าไ…ม…่ได…้ เ…พ…รา…ะ…ห…าก…ข…า…ดเ…งือ่…น…ไ…ขต…น้ …ก…ล…า้ ไ…ด…้ค…ะแ…น…น…น…อ้ …ยก…ว…า่ ก…้า…น…จ…ะ…ไม…่ส…า…มา…ร…ถ……
……ท…ร…าบ…ไ…ด…เ้ ล…ย…ว่า…ต…น้ …ก…ล…้าอ…ย…ู่ล…ำด…ับ…ท…เี่ ท…่า…ไ…ร …ซ…ง่ึ ห…า…ก…ไม…ท่ …ร…าบ…ล…ำ…ด…บั ข…อ…ง…ตน้…ก…ล…า้ …ก…็จ…ะไ…ม…่ ……
……ส…า…มา…ร…ถ…ตัด…แ…น…ว…ทา…ง…ท…เ่ี ป…น็ …ไป…ไ…ม…ไ่ ด…อ้ …อ…ก…แ…ละ…แ…ก…้ป…ัญ…ห…าต…อ่ …ไม…ไ่ …ด…้ …………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
..............................................................................................................................................

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

12

12. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผูท้ ่ีได้รับมอบหมาย )
ขอ้ เสนอแนะ .......

ลงชอื่
(

ตำแหนง่

13. บนั ทึกผลหลังการสอน
 ดา้ นความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

 ด้านอื่น ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

13

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 การแก้ปญั หาโดยใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะ เวลา 8 ช่ัวโมง

เรอ่ื ง แนวคิดในการแกป้ ัญหา เวลา 4 ชั่วโมง

รายวิชา วิทยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วดั

สาระที่ 4 เทคโนโลยี

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอน

และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี

ประสิทธภิ าพ รูเ้ ทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม

ตัวชี้วัด ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบ วิธีการแก้ปัญหาที่พบใน

ชวี ติ ประจำวนั

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายกระบวนการทำงานหรอื การแก้ปญั หา โดยใช้แนวคดิ แบบต่าง ๆ ได้ (K)
2. ออกแบบกระบวนการทำงานหรอื การแก้ปญั หา โดยใช้แนวคดิ แบบต่าง ๆ ได้ (P)
3. ยกตัวอยา่ งการแก้ปญั หาโดยใช้แนวคิดการทำงานแบบตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวนั ได้ (A)

3. สาระสำคญั
แนวคิดในการแก้ปัญหา คือแนวคิดที่ใช้ในการพิจารณากระบวนการทำงานหรือการแก้ปัญหาต่าง ๆ

อยา่ งเป็นขั้นตอน ชว่ ยให้การทำงานและการแกป้ ัญหาสามารถทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ โดยแนวคิดในการ
แก้ปัญหามี 3 รูปแบบคือ แนวคิดการทำงานแบบลำดับ แนวคิดการทำงานแบบวนซ้ำ และแนวคิดการทำงาน
แบบมเี งือ่ นไข

4. สาระการเรียนรู้
แนวคิดในการแก้ปัญหา

5. รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน
1. วธิ ีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
2. วธิ ีการสอนแบบกระบวนการกลุ่ม
3. เทคนิคตามแนวคิดเชิงคำนวณ

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

14

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
 ความสามารถในการสื่อสาร
 ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. ทักษะ 4 Cs
 ทักษะการคดิ วิจารณญาณ (Critical Thinking)
 ทักษะการทำงานร่วมกัน (Collaboration Skill)
 ทกั ษะการสื่อสาร (Communication Skill)
ทกั ษะความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative Thinking)

8. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์  ซื่อสัตย์ สจุ ริต
 รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์  ใฝ่เรียนรู้
 มีวนิ ยั  มุง่ มนั่ ในการทำงาน
 อยู่อยา่ งพอเพยี ง  มจี ิตสาธารณะ
 รักความเป็นไทย

9. การจัดกระบวนการเรยี นรู้
ชว่ั โมงท่ี 1

ข้ันนำ (10 นาที)
กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูให้นักเรียนดูภาพจำนวน 3 คู่ โดยเปน็ ภาพท่ีแสดงถึงแนวคิดการทำงานแบบลำดับ 1 คู่ ภาพที่

แสดงถึงแนวคิดการทำงานแบบวนซำ้ 1 คู่ และภาพทีแ่ สดงถงึ แนวคดิ การทำงานแบบเงอื่ นไข 1 คู่
แตค่ รูไมต่ ้องบอกนกั เรียนวา่ ภาพแตล่ ะคเู่ ป็นการทำงานแบบใด
ตวั อยา่ งภาพท่ีแสดงถงึ แนวคิดการทำงานแบบลำดับ

1) ภาพการตกแต่งหน้าเค้ก โดยมีการอบขนมเค้ก > ทาครีมปิดเนื้อเค้ก > บีบครีมบนเค้ก >
ใส่ผลไม,้ คกุ กีเ้ พือ่ ตกแตง่ หน้าเคก้

2) ภาพการซักผ้าโดยมีการเปิดน้ำใส่กะละมัง > ใส่ผงซักฟอก > นำผ้าใส่ในกะละมังแล้วขยี้
ผา้ > ลา้ งผ้าด้วยนำ้ สะอาด > บิดผ้า > ตากผ้า

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

15

ตวั อยา่ งภาพทีแ่ สดงถงึ แนวคดิ การทำงานแบบวนซำ้
1) ภาพการรดนำ้ ต้นไม้จำนวนหลาย ๆ ต้น โดยรดน้ำตน้ ไมท้ ลี ะตน้ จนหมด
2) ภาพการหยิบหนังสือวางใสช่ นั้ วางหนังสอื โดยหยิบหนงั สอื ทลี ะเล่ม จนหมด

ตัวอย่างภาพทแี่ สดงถงึ แนวคิดการทำงานแบบเง่ือนไข
1) ภาพการกรอกน้ำส่ขวดโดยใช้ตู้น้ำหยอดเหรียญ ที่มีปุ๋มสแี ดงให้กดหยุดน้ำ โดยตรวจสอบ
วา่ น้ำเต็มขวดหรอื ยัง หากยงั ให้รอจนนำ้ เต็มขวด หากเตม็ ขวดแลว้ ใหก้ ดปุ่มสีแดง
2) ภาพคนกำลังตรวจสอบแต้มสะสมในบัตรสมาชิก เพ่ือลดราคาสินค้า โดยหากมีแต้ม
จำนวนหนึ่งจะไดร้ ับสว่ นลด 5% หากมแี ตม้ อีกจำนวนหน่ึงจะได้รับสว่ นลด 10%

2. ครูให้นักเรียนพิจารณาว่า ภาพแต่ละคู่มีอะไรที่ซ้ำกัน และเปรียบเทียบภาพท้ัง 3 คู่ว่ามีความ
แตกต่างกันอย่างไร

ขั้นสอน (50 นาท)ี
สำรวจคน้ หา
3. ครูถามคำถามประจำเรื่องในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ

คำนวณ) ป.6 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 หนา้ 9 ว่าแนวคิดในการแกป้ ญั หามคี วามสำคญั อยา่ งไร
4. นักเรียนศึกษาข้อมูลเบื้องต้น เรื่องแนวคิดการทำงานแบบลำดับ ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หน้า 9 เร่ืองแนวคิดการ
ทำงานแบบเงื่อนไขในหนังสือเรียนหน้า 12 และเรื่องแนวคิดการทำงานแบบวนซ้ำ ในหนังสือ
เรยี นหนา้ 15

อธิบายความรู้

5. ครูและนักเรียนร่วมกันตอบคำถามเก่ียวกับเร่ืองแนวคิดการทำงานแบบลำดับตามท่ีนักเรียนได้
ศกึ ษามาแลว้ ในหนงั สอื เรยี น
ประเดน็ คำถาม
1) ห้องของปูมีองค์ประกอบอะไรบ้าง (คำตอบ: หน้าต่าง, ช้ันวางของ, เตียงนอน และตู้
เสอ้ื ผ้า)
2) ปูกำลังจะทำอะไร (คำตอบ: ทำความสะอาดห้องนอน)
3) ปูมีขั้นตอนในการทำความสะอาดห้องอย่างไร (กวาดหยากไย่บนเพดาน > ทำความ
สะอาดตู้ > เช็ดหน้าต่าง > ทำความสะอาดช้ันวางของ > เปล่ียนผ้าปูที่นอน > กวาด
และถูพืน้ )
4) เพราะเหตุใด ปูจึงเลือกทำความสะอาดในบริเวณท่ีอยู่สูงก่อน แลว้ จึงไล่ลงมาบริเวณท่ตี ่ำ
ทีส่ ุด (แนวคำตอบ: เพราะถ้าหากทำความสะอาดพน้ื หรือส่งิ ที่อย่ขู ้างล่างก่อน แลว้ ไปทำ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

16

ความสะอาดสิ่งท่ีอยู่สูงกว่า จะทำใหเ้ ศษฝนุ่ หรือเศษขยะต่าง ๆ หล่นลงมาท่ีพื้น และตอ้ ง
ทำความสะอาดพื้นอีกรอบ)
5) ห ากปู ไม่มี การวางแผน ห รือไม่มีแน วคิดใน การแก้ปั ญ ห า จะเกิดอะไรข้ึน
(แนวคำตอบ: จะทำให้การทำงานซำ้ ซ้อนและมีหลายข้ันตอนมากยิ่งขึ้น)
6. ครูถามนักเรยี นเพ่ิมเติมอีกว่า หากนักเรียนต้องทำความสะอาดห้องนอนของปู นักเรียนจะเริ่มทำ
อะไรก่อน เพราะเหตุใด มีนักเรียนคนใดท่ีมีวิธีการทำความสะอาดแตกต่างจากปูบ้าง ครูให้
นักเรียนอธิบายถึงความแตกต่าง จากนั้นครูบอกกับนักเรียนว่าการแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่ง
สามารถมไี ด้มากกวา่ 1 วิธกี ็ได้
7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเก่ียวกับการทำความสะอาดห้องนอนของปู โดยได้ข้อสรุปร่วมกันว่า
การทำงานดังกล่าวเป็นการทำงานที่มีลำดับก่อน-หลังอย่างชัดเจน โดยต้องทำงานในข้ันแรกให้
สำเร็จก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้ ซึ่งการทำงานในลักษณะน้ีเรียกว่า การทำงานแบบลำดับ
ซ่งึ เปน็ แนวคดิ ในการแก้ปัญหาแนวคิดหนงึ่
8. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 คน เพื่อถามคำถามท้าทายความคิดขั้นสูงในหนังสือเรียนหน้า 10 ว่า เพราะ
เหตุใด เราจึงไม่ควรใส่รองเท้าก่อนสวมเสื้อและกางเกง (แนวคำตอบ: เพราะหากใส่รองเท้าก่อน
อาจจะทำใหเ้ ราใส่กางเกงไม่สะดวก และกางเกงอาจเปอ้ื นได)้
9. ครูและนักเรียนร่วมกนั ตอบคำถามเกยี่ วกับเร่ืองแนวคิดการทำงานแบบเงื่อนไขตามท่นี กั เรียนได้
ศกึ ษามาแล้วในหนังสือเรยี น
ประเด็นคำถาม
1) นักเรียนเคยสังเกตไหมว่า ถังขยะที่เราเคยเห็นอยู่ตามท่ีต่าง ๆ มีหลายสี แต่ละสีมีความ
แตกต่างกันอย่างไร (แนวคำตอบ: สีของถังขยะ บ่งบอกถึงประเภทของขยะท่ีควรทิ้งลง
ไปในถงั นั้น เช่น ถงั ขยะสีนำ้ เงินตอ้ งใสช่ ยะประเภทรีไซเคลิ )
2) หากเรามีขยะประเภทเศษอาหาร เราควรทิ้งลงถังขยะสีอะไรเพราะเหตุใด (แนวคำตอบ:
ควรท้ิงลงถังชยะใบสีเขียว เพราะเป็นถังท่ีใส่ขยะแบบย่อยสลายได้ ซ่ึงเศษอาหารเป็น
ขยะท่ยี อ่ ยสลายได้)
3) หากเราไม่ทราบหรือไม่เข้าใจเงื่อนไขในการทิ้งขยะ เราจะทิ้งขยะได้ถูกต้องตามประเภท
หรือไม่ และหากเราท้ิงขยะผิดประเภท จะส่งผลอะไร (แนวคำตอบ: ไม่ถูกต้อง โดยหาก
ทิ้งขยะผิดประเภทจะส่งผลต่อความยากลำบากในการกำจัดขยะ และขยะท่ีมีพิษอาจจะ
ไปปนเปอื้ นกับขยะท่สี ามารถนำไปรไี ซเคิลได้)
10. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ว่าการทำงานในลักษณะน้ีเป็นการทำงานแบบมีเงื่อนไข ซึ่งเรา
จะต้องเข้าใจเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อน และต้องใช้เหตุผลเชิงตรรกะมาช่วยพิจารณาด้วย
เพ่ือให้ไดค้ ำตอบหรือผลลพั ธ์ตามเง่อื นไขที่กำหนด

ช่ัวโมงที่ 2

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

17

ข้ันสอน (ตอ่ ) (60 นาท)ี
อธบิ ายความรู้
1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เดิมที่เรียนในช่ัวโมงที่แล้วว่า เราได้รู้จักแนวคิดในการ

แก้ปัญหามาแล้ว 2 แนวคิด ได้แก่ แนวคิดการทำงานแบบลำดับ และแนวคิดการทำงานแบบ
เง่อื นไข
2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันตอบคำถามเกย่ี วกบั เรอ่ื งแนวคดิ การทำงานแบบวนซ้ำตามที่นักเรียนได้
ศกึ ษามาแลว้ ในหนังสอื เรยี น
ประเด็นคำถาม
1) ให้นักเรียนดูภาพตัวอย่างแรกในหนังสือเรียน แล้วพิจารณาว่า มีการเขียนแนวคิดแบบใด

และมีขนั้ ตอนทั้งหมดเท่าไร (คำตอบ: แนวคดิ แบบลำดบั / 5 ข้นั ตอน)
2) นักเรียนลองสังเกตที่ภาพตวั อย่างอีกคร้ังวา่ มขี น้ั ตอนใดทซ่ี ้ำกนั หรือไม่
3. ครูและนักเรียนร่วมกันถามตอบ จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่าในการทำงานที่ต้องทำหลายคร้ังเหมือน
ๆ กัน เราสามารถเขียนรวมเป็นขั้นตอนเดียวกันได้ ซึ่งเราเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงาน
แบบวนซ้ำ โดยการทำงานแบบวนซ้ำมี 2 แบบคือการทำงานแบบวนซ้ำที่มีจำนวนคร้ังแน่นอน
กับการทำงานแบบวนซ้ำทมี่ จี ำนวนคร้งั ไม่แนน่ อน
4. ครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่าตัวอย่างแรกเรื่องการวิ่งแข่ง เป็นการทำงานแบบวนซ้ำที่มีจำนวนครั้ง
แน่นอนเพราะมีการบอกจำนวนรอบในการวิ่งทแ่ี น่นอน จากนน้ั ครูยกตวั อย่างการทำงานแบบวน
ซำ้ ที่มีจำนวนครั้งไม่แน่นอน โดยให้นักเรียนดูภาพตัวอย่างการใช้ขันตักน้ำเพื่ออาบน้ำ ในหนังสือ
เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 หน้า
16 โดยครูถามนักเรียนว่า โดยปกติแล้ว เวลาเราอาบน้ำโดยใช้ขัน มีใครเคยนับจำนวนครั้งท่ีเรา
ตักน้ำบ้าง หากเราไม่ได้นับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรต้องหยุดอาบน้ำ (แนวคำตอบ: จนกว่า
ร่างกายจะสะอาด, จนกว่าจะพอใจ)
5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่องการใช้ขันอาบน้ำจนได้ข้อสรุปว่า การทำงานในลักษณะนี้
เปน็ แนวคดิ การทำงานแบบวนซ้ำที่มีจำนวนครั้งไม่แนน่ อน โดยจะมีการทำซ้ำไปเร่ือย ๆ จนกว่า
จะมีเงื่อนทีส่ ่ังใหห้ ยดุ
6. ครูให้ความรเู้ พิ่มเติมเร่ืองแนวคิดการทำงานแบบวนซ้ำกับนักเรียน ในมุม Com Sci ตามหนังสือ
เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 หน้า
16
7. ครูมอบมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หน้า 11 เร่ืองการ
เรยี งลำดับขั้นตอนการผกู เชอื กรองเทา้ และหนา้ 14 เรอ่ื งการทำงานแบบเงอ่ื นไข เปน็ การบ้าน
8. หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้แนวคิดครบท้ังหมดแล้ว ครูและนักเรียนสรุปร่วมกันอีกคร้ังว่า
แนวคดิ ในการแก้ปญั หามที ั้งหมด 3 รปู แบบ ได้แก่

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

18

- แนวคิดการแกป้ ญั หาแบบลำดับ
- แนวคิดการแกป้ ัญหาแบบวนซ้ำ
-แนวคิดการแก้ปัญหาแบบมีเงอ่ื นไข
9. ครูถามคำถามเช่ือมโยงไปถึงรูปภาพ ท่ีเปิดให้นักเรียนดูในต้นชั่วโมงที่แล้วว่า แต่ละรูปภาพใช้
แนวคดิ การทำงานแบบใด
10. ครูนำใบงานท่ี 1 เรื่องตอ่ ยอดการแกป้ ัญหาเชิงตรรกะ ท่นี ักเรียนเคยได้ทำไว้ (ในแผนที่แล้ว) โดย
นำวิธีการแก้ปัญหาเร่ืองการตอบปัญหาภาษาอังกฤษที่นักเรียนได้เขียนไว้มาฉายลงบนโปรเจก
เตอร์ หรือเขียนลงบนกระดาน เพ่ือให้นักเรียนพิจารณาว่า วิธีการแก้ปัญหาที่นักเรียนเคยเขียน
ใชแ้ นวคดิ ใดในการแก้ปญั หา
ตัวอย่างวิธีการแก้ปัญหาของนักเรียน เรื่องการตอบปัญหาภาษาอังกฤษ โดยครูอาจเลือก
ใบงานท่มี กี ารเขียนวิธีการแก้ปญั หาทด่ี ีหรอื สมบูรณ์ทส่ี ดุ มาให้นักเรียนพจิ ารณา

11. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าตัวอย่างท่ีครูให้นักเรียนดู ได้ใช้แนวคิดใดบ้าง โดยได้ข้อสรุป
ร่วมกันว่า ใช้แนวคิดทั้ง 3 แนวคิด โดยข้อ 1-7 ใช้แนวคิดการทำงานแบบลำดับ โดยจะมีการ
ทำงานแบบวนซ้ำและมีเงื่อนไขซอ่ นอยู่ นน่ั คือขอ้ 4, 5, 6 และ 7 ซ่ึงใชแ้ นวคิดการทำงานแบบวน
ซ้ำและแบบมีเง่ือนไขผสมกัน เพราะ หากตรวจสอบข้อความในข้อ 6 แล้วพบว่ายังได้คำตอบไม่
ครบ จะต้องวนซ้ำกลับไปท่ีข้อ 4 และ 5 เพื่ออ่านเงื่อนไข และตัดส่ิงท่ีเป็นไปไม่ได้ออกอีกคร้ัง
และวนซ้ำไปเร่ือย ๆ จนกว่าจะได้คำตอบครบ (แนวคำตอบอ่นื ๆ ขึ้นอยู่กบั ตัวอยา่ งที่ครยู กมาให้
เดก็ พจิ ารณา)

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

19

12. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 หน้า 17 เร่ืองการทำงานแบบ
วนซ้ำ และแบบฝึกหัดเร่ือง แนวคิดในการแก้ปัญหา ในแบบฝึกหัดรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 หน้า 6 เป็นการบ้าน เพื่อทบทวน
ความรู้ทไี่ ดเ้ รยี นมาท้งั หมด

ช่ัวโมงที่ 3
ข้ันสอน (ตอ่ ) (60 นาที)
ขยายความรู้
1. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันทบทวนความร้เู ดมิ ท่ีเคยเรียนในช่วั โมงทีแ่ ลว้ เรื่องแนวคิดในการแกป้ ญั หา
2. ครถู ามนักเรียนวา่ ในชีวติ ประจำวันของนักเรยี นมีกจิ กรรมใดบ้าง ทีส่ ามารถอธบิ ายโดยใช้แนวคิด

การทำงานแบบต่าง ๆ ได้ (แนวคำตอบ: การเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถยนต์ แล้วรถติดอยู่ท่ี 4
แยก โดยมสี ัญญาณไฟจราจร 3 สี คอื แดง เหลือง เขียว ซงึ่ เราจะตอ้ งทราบเงื่อนไขก่อนว่าแต่ละ
สหี มายถงึ อะไร แลว้ จึงทำตามเงื่อนไขนัน้ ได)้
3. ครูบอกนักเรียนว่า วันน้ีครูจะให้นักเรียนตามติดชีวิตของลุงคนหน่ึง เขามีชื่อว่าลุงพล เรามาดูกัน
ดีกว่าว่าใน 1 วัน ลุงพลต้องทำอะไรบ้าง แล้วให้นักเรียนช่วยวิเคราะห์ว่ามีช่วงใดบ้าง ที่เรา
สามารถใช้แนวคิดการทำงานแบบต่าง ๆ ในการอธบิ ายได้
4. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3-4 คน จากน้ันครูอ่านสถานการณ์ในกิจกรรมฝึกทักษะที่ 3 ใน
แบบฝกึ หัดรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1
หนา้ 14 ให้นักเรียนฟังและให้นักเรยี นนกึ ภาพตาม
5. ครถู ามนักเรยี นว่าจากสถานการณ์ทค่ี รูอ่านให้ฟงั มชี ่วงใดบ้างที่สามารถใช้แนวคดิ การทำงานแบบ
ต่าง ๆ ในการอธบิ ายได้ โดยครูให้นกั เรียนในกลุ่มช่วยกันวเิ คราะห์และเขยี นตอบลงในแบบฝึกหดั
6. ครูเรียกนักเรียนแต่ละกลุ่มให้ออกมานำเสนอหน้าช้ันเรียนว่า สามารถใช้แนวคิดแบบต่าง ๆ
อธิบายเหตกุ ารณใ์ นชว่ งใดได้บ้าง และลงขอ้ สรุปร่วมกัน
ตรวจสอบผล
7. ครูถามนักเรียนว่า แล้วในชีวิตประจำวันของนักเรียน มีเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ใดบ้าง ท่ี
สามารถใชแ้ นวคดิ การทำงานแบบต่าง ๆ ในการอธิบายได้
8. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเรื่อง แนวคิดการทำงานแบบต่าง ๆ ท่ีใช้อธิบายสถานการณ์ใน
ชีวิตประจำวัน โดยครูให้นักเรียนระดมความคิดร่วมกันภายในกลุ่ม และให้นักเรียนแต่ละคน
ร่วมกันเสนอสถานการณ์หรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของตนเอง และช่วยกันเลือกเหตุการณ์
หรือสถานการณ์ที่ดีที่สุดของกลุ่มเพ่ือมานำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยแต่ละกลุ่ม ห้ามใช้เหตุการณ์
หรือสถานการณ์ท่ีซ้ำกนั

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

20

9. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ท และปากกาสีต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนช่วยกันวาดภาพหรือเขียน
ข้อความเพื่ออธิบายเหตุการณ์หรือสถานการณ์น้ัน ๆ หากทำไม่ทันในช่ัวโมงน้ี ให้นักเรียนนำ
กลบั ไปทำเป็นการบ้าน และนำเสนอในช่วั โมงถัดไป

ชัว่ โมงท่ี 4
ข้นั สอน (ตอ่ ) (40 นาที)
1. ครูบอกนักเรียนว่า จากชั่วโมงท่ีแล้วครูได้มอบหมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมเรื่อง แนวคิดการ

ทำงานแบบต่าง ๆ ที่ใช้อธิบายสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ในช่ัวโมงน้ีครูจะให้นักเรียนแต่ละ
กลุ่มนำกระดาษท่ีได้วาดรูปหรือเขียนไว้ ออกมานำเสนอโดยต้องอธิบายถึงแนวคิดต่าง ๆ ให้
ชดั เจน โดยครูให้เวลาในการนำเสนอกลมุ่ ละ 7-10 นาที
2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอกิจกรรมเรอ่ื ง แนวคิดการทำงานแบบต่าง ๆ ท่ใี ชอ้ ธบิ าย
สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
3. ครูสอบถามนักเรียนแต่ละกลุ่มว่า สถานการณ์ของกลุ่มใด ท่ีมีการนำแนวคิดในการแก้ปัญหา
แบบต่าง ๆ มาอธบิ ายไดช้ ัดเจนที่สุด และนอกจากสถานการณข์ องกลุ่มเราหรอื ของเพื่อน ๆ แล้ว
ยังมสี ถานการณ์อ่นื ๆ อกี หรอื ไม่
ขน้ั สรุป (20 นาท)ี
4. ครูให้นักเรียนตรวจสอบตนเองจากการเรียนเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องการแก้ปัญหา
โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หนา้ 18
5. ครูและนักเรียนสรุปความรู้ประจำหน่วยร่วมกัน โดยดูแผนผังสรุปสาระสำคัญท้ายหน่วย ใน
หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
หน้า 19
6. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ ในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 หน้า 20-21 เปน็ การบ้าน
7. ครูมอบหมายงานให้นักเรยี นทำช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เปน็ การบ้าน
8. ครใู หน้ ักเรยี นเล่นเกมทางของฉนั ในกิจกรรมเลน่ เกมกบั Com Sci ตามหนงั สือเรียนรายวิชา
พน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 หนา้ 18
9. ครใู หน้ ักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

10. ส่ือแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6
2. แบบฝึกหดั รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.6

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

21

11. การวัดและการประเมินผล

11.1 การประเมนิ ระหวา่ งการจดั กจิ กรรม

จุดประสงค์ วธิ กี ารประเมิน เคร่อื งมอื การประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ

อธบิ ายกระบวนการ ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ แบบประเมินการทำ สามารถอธิบาย

ทำงานหรือการแกป้ ญั หา ที่ 3 เรื่อง ตามตดิ ชวี ติ ลงุ กิจกรรมฝึกทกั ษะท่ี 3 กระบวนการทำงาน หรือ

โดยใช้แนวคดิ แบบตา่ ง ๆ พล เรื่อง ตามตดิ ชีวิตลุงพล การแก้ปัญหา โดยใช้

ได้ (K) แนวคดิ แบบตา่ ง ๆ ระดับ

คุณภาพพอใช้ขนึ้ ไป

ออกแบบกระบวนการ ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ แบบประเมินการทำ สามารถออกแบบ
ทำงานหรอื การแกป้ ญั หา ที่ 3 เร่ือง ตามติดชีวติ ลงุ
โดยใชแ้ นวคิดแบบต่าง ๆ พล กิจกรรมฝึกทกั ษะท่ี 3 กระบวนการทำงาน หรือ
ได้ (P)
เรอื่ ง ตามติดชีวิตลงุ พล การแกป้ ัญหา โดยใช้

แนวคดิ แบบต่าง ๆ ระดบั

คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป

ยกตวั อยา่ งการแก้ปัญหา ประเมินการนำเสนอ แบบประเมนิ การนำเสนอ สามารถนำเสนอ เรื่อง
โดยใชแ้ นวคดิ การทำงาน เรอื่ ง แนวคิดการทำงาน
แบบต่าง ๆ ใน แบบต่าง ๆ ท่ีใช้อธบิ าย เรอ่ื ง แนวคดิ การทำงาน แนวคิดการทำงานแบบ
ชวี ติ ประจำวนั ได้ (A) สถานการณ์ใน
ชีวิตประจำวนั แบบตา่ ง ๆ ทใ่ี ช้อธิบาย ตา่ ง ๆ ทีใ่ ชอ้ ธิบาย

สถานการณ์ใน สถานการณ์ใน

ชีวติ ประจำวนั ชีวิตประจำวนั ระดับ

คุณภาพระดบั พอใช้ขึน้

ไป

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

22

11.2 การประเมนิ การทำกจิ กรรมฝกึ ทักษะที่ 3 เรอ่ื ง ตามตดิ ชวี ติ ลงุ พล

แบบประเมนิ การทำกิจกรรมฝกึ ทกั ษะท่ี 3

ประเด็นทป่ี ระเมิน 3 ระดับคะแนน 1
2

1. ความถูกต้องของเนื้อหา กระบวนการทำงาน กระบวนการทำงานหรือ กระบวนการทำงานหรือ
หรอื การแกป้ ัญหามี การแกป้ ัญหามคี วาม การแกป้ ัญหามคี วาม
ความถูกต้อง 80% ขึ้น ถูกต้อง 50% ขนึ้ ไป ถูกต้องนอ้ ยกวา่ 50%
ไป

2. กระบวนการทำงานหรือ ออกแบบกระบวนการ ออกแบบกระบวนการ ออกแบบกระบวนการ
การแก้ปัญหามีความเป็น ทำงานตามสถานการณ์ ทำงานตามสถานการณ์ท่ี ทำงานตามสถานการณท์ ี่
ลำดบั ขั้นตอน ทก่ี ำหนดไดอ้ ย่างเปน็ กำหนดได้อย่างเป็นลำดบั กำหนดได้ แตย่ ังไม่เปน็
ลำดับข้นั ตอนท่ีชัดเจน ขน้ั ตอน แต่ยังไมช่ ดั เจน ลำดบั ขน้ั ตอน

3. การอธิบายโดยใช้แนวคิด สามารถวเิ คราะหแ์ ละ สามารถวเิ คราะหแ์ ละใช้ สามารถวิเคราะห์
แนวคดิ แบบลำดับ แบบ สถานการณ์ทีก่ ำหนดใหไ้ ด้
แบบตา่ ง ๆ ใช้แนวคดิ แบบลำดบั วนซ้ำ และแบบเงื่อนไขใน แตใ่ ชแ้ นวคดิ การทำงาน
การอธิบายสถานการณ์ที่ แบบต่าง ๆ ในการอธบิ าย
แบบวนซำ้ และแบบ กำหนดใหไ้ ดอ้ ย่าง ไม่ครบทงั้ 3 แนวคิด
สมเหตุสมผลเพียง
เง่อื นไขในการอธบิ าย บางส่วน

สถานการณ์ที่

กำหนดให้ไดอ้ ยา่ ง

สมเหตสุ มผลทัง้ หมด

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
8-9 ดี
5-7
ตำ่ กว่า 5 พอใช้
ปรับปรุง

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

23

11.3 การประเมนิ การนำเสนอกล่มุ

แบบประเมนิ การนำเสนอกลมุ่

ลำดับที่ รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
4321

1 สถานการณ์ทนี่ ำเสนอมคี วามน่าสนใจ
2 อธิบายแนวคิดการทำงานแบบตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเข้าใจ
3 ควบคมุ เวลาในการนำเสนอได้อย่างเหมาะสม
4 การมีสว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม
5 การรับฟังความคดิ เหน็ ของสมาชกิ กลมุ่ อนื่

รวม

เกณฑ์การใหค้ ะแนน
ดมี าก = 4
ดี = 3
พอใช้ = 2
ปรบั ปรุง = 1

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคะแนน

18 - 20 ดมี าก

14 - 17 ดี

10 - 13 พอใช้

ต่ำกว่า 10 ปรบั ปรงุ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

24

11.4 แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

คำชี้แจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ ง

ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 32 1

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาตแิ ละร้องเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมท่สี รา้ งความสามัคคีปรองดองและเป็นประโยชน์

ตอ่ โรงเรียน

1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถือ ปฏิบตั ิตามหลักศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทเี่ ก่ยี วกับสถาบนั พระมหากษตั ริยต์ ามท่โี รงเรยี นจดั ขน้ึ

2. ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ 2.1 ให้ขอ้ มูลที่ถกู ต้องและเปน็ จริง

2.2 ปฏบิ ัติในส่ิงทถ่ี กู ต้อง

3. มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคับของครอบครัว

มีความตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์และนำไปปฏบิ ัติได้

4.2 ร้จู ักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชอ่ื ฟังคำสงั่ สอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โตแ้ ย้ง

4.4 ตัง้ ใจเรยี น

5. อยู่อย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั

5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยดั และร้คู ณุ ค่า

5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มุง่ มน่ั ในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย

6.2 มีความอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สำนกึ ในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย

7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน

8.2 รจู้ กั การดูแลรักษาทรัพยส์ มบตั ิและส่ิงแวดลอ้ มของห้องเรยี น

และโรงเรียน

ลงชือ่ ..................................................ผู้ประเมนิ
............/.................../................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
พฤติกรรมท่ีปฏิบัติชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 51-60 ดีมาก
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติชัดเจนและบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 41-50 ดี
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติบางคร้งั 30-40 พอใช้
ปรบั ปรุง
ตำ่ กวา่ 30

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

25

11.5 แบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด

รายการ เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ(ระดับคุณภาพ)

ประเมนิ 3 21

1. ความถกู ต้องของเนื้อหา แนวคดิ หรือวธิ กี ารแก้ปัญหา แนวคดิ หรือวิธกี าร แนวคิดหรอื วธิ ีการ

มคี วามถูกต้อง ตรงตาม แก้ปัญหามีความถูกต้อง แกป้ ัญหามีความถูกต้อง

เง่ือนไข 80% ข้นึ ไป ตรงตามเง่ือนไข 50% ตรงตามเง่ือนไขน้อยกวา่

ช้ึนไป 50%

2. ความครบถ้วนของเนื้อหา ใส่ข้อมลู ท่ีกำหนดให้ใน ใส่ข้อมูลทกี่ ำหนดให้ใน ใส่ขอ้ มูลทก่ี ำหนดให้ใน

ตารางได้ครบถว้ น80% ขึ้น ตารางได้ครบถ้วน 50% ตารางได้ครบถว้ นน้อย

ไป ข้นึ ไป กว่า 50%

3. การออกแบบแนวคดิ หรือ ออกแบบแนวคิดหรอื วธิ กี าร ออกแบบแนวคิดหรือ ออกแบบแนวคิดหรอื

วธิ ีการแกป้ ญั หา แก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งเปน็ ลำดบั วิธกี ารแกป้ ญั หาได้อยา่ ง วิธกี ารแกป้ ัญหาได้ แต่

ขัน้ ตอนที่ชดั เจน เขา้ ใจง่าย เป็นลำดบั ขั้นตอน แตย่ งั ยังไม่เป็นลำดับขน้ั ตอน

ไม่ชัดเจน

4. การใหเ้ หตผุ ลประกอบการ อธิบายแนวคดิ หรอื วิธกี าร อธิบายแนวคิดหรือ อธิบายแนวคิดหรือ

อธิบายแนวคิดหรอื วิธกี าร แก้ปัญหาโดยใชแ้ นวคดิ การ วธิ ีการแก้ปัญหาโดยใช้ วธิ กี ารแกป้ ญั หาโดยใช้

แก้ปญั หา ทำงานแบบตา่ ง ๆ ได้ พรอ้ ม แนวคดิ การทำงานแบบ แนวคดิ การทำงานแบบ

ทงั้ ใหเ้ หตผุ ลประกอบอย่าง ตา่ ง ๆ ได้ พร้อมทงั้ ให้ ต่าง ๆ ได้ แต่ไม่ให้

สมเหตสุ มผลทุกประเดน็ เหตผุ ลประกอบ โดยมี เหตุผลประกอบ

ความสมเหตุสมผล 50%

ขึน้ ไป

เกณฑก์ ารการตดั สิน ระดบั คณุ ภาพ
คะแนน 10 - 12 หมายถึง ดี
คะแนน 6 - 9 หมายถงึ พอใช้
ต่ำกวา่ 6 หมายถึง ปรบั ปรงุ

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

26

ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เรอื่ ง การแกป้ ัญหาโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ

คำช้ีแจง: ใหน้ กั เรียนอ่านเงอ่ื นไขทีก่ ำหนดให้ แล้วตอบคำถามลงในตารางให้ถูกต้อง จากน้ันให้นกั เรยี น
เขียนแนวคิดในการแกป้ ัญหา โดยอาจเขียนบอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลกั ษณ์ พร้อมทั้งบอกด้วยวา่
นกั เรียนใช้แนวคดิ ใดในการแก้ปัญหา

เง่ือนไข
1. บ้าน 4 หลังอยู่ตดิ กนั แต่ละหลงั มเี จา้ ของบ้านชือ่ นวล โอม กลา้ และต้น โดยท่ชี ่ือเจ้าของบา้ นไม่

เรียงตามลำดับก่อน-หลัง และบ้านแต่ละหลงั จะทาสีบา้ น เลย้ี งสตั ว์ และปลูกต้นไม้หน้าบา้ นอยา่ ง
ใดอย่างหน่ึง ไม่ซำ้ กัน
2. สัตว์เลีย้ งทั้ง 4 ชนิด มสี ุนขั และกระรอกรวมอยดู่ ้วย
3. นวลอยู่บ้านหลังที่ 2 และปลูกต้นโมกไว้หนา้ บา้ น ส่วนตน้ อยบู่ ้านตดิ กับนวลและทาสีบ้านเปน็ สฟี ้า
4. คนทีอ่ ยู่บา้ นสีเหลืองออ่ นจะปลูกตน้ จำปไี ว้หน้าบ้าน และเล้ยี งแมว ส่วนคนท่ีอยบู่ า้ นสีขาว มักจะ
มาเลน่ กบั กระรอกท่ีหนา้ บา้ นทกุ เชา้ และเยน็
5. กลา้ อยู่บ้านสีขาวหลงั สุดทา้ ย ปลกู ตน้ มะยมไว้หน้าบา้ น สว่ นต้นเลย้ี งนก และแขวนกรงนกไว้ใต้
ต้นมะม่วง
6. โอมอย่บู ้านหลังแรกที่มีสเี หลืองอ่อน ซ่ึงอยูต่ ดิ กบั บ้านสชี มพูท่ีมตี ้นโมกปลกู ไวห้ นา้ บา้ น

จากเง่ือนไขด้านบน สามารถนำขอ้ มลู มาใสใ่ นตารางเพอื่ ตามหาลกั ษณะเฉพาะของบ้านแตล่ ะหลงั ไดด้ ังน้ี

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

27

1. นักเรียนมแี นวคดิ หรือวธิ ีการแกป้ ัญหาจากสถานการณ์ทีก่ ำหนดใหอ้ ยา่ งไร จงอธิบายอย่างละเอียดโดย
การเขยี นบอกเลา่ วาดภาพ หรือใช้สัญลกั ษณ์

2. แนวคดิ หรือวธิ กี ารแกป้ ญั หาท่นี ักเรียนเขียน เป็นแนวคดิ การทำงานแบบใด จงอธิบาย
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

28

ชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เฉลย
เร่อื ง การแก้ปญั หาโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะ

คำชแ้ี จง: ให้นักเรยี นอา่ นเงอ่ื นไขที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถามลงในตารางใหถ้ กู ต้อง จากนน้ั ให้นักเรียน
เขียนแนวคิดในการแก้ปัญหา โดยอาจเขียนบอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใช้สัญลกั ษณ์ พร้อมทงั้ บอกดว้ ยวา่
นกั เรียนใชแ้ นวคิดใดในการแกป้ ัญหา

เง่ือนไข

1. บา้ น 4 หลังอย่ตู ิดกนั แตล่ ะหลังมเี จา้ ของบ้านช่ือนวล โอม กลา้ และตน้ โดยทชี่ ื่อเจ้าของบา้ นไม่
เรยี งตามลำดับก่อน-หลัง และบา้ นแต่ละหลงั จะทาสีบ้าน เลยี้ งสัตว์ และปลูกตน้ ไมห้ น้าบา้ นอยา่ ง
ใดอยา่ งหนึ่ง ไมซ่ ำ้ กัน

2. สัตวเ์ ลยี้ งทั้ง 4 ชนิด มสี นุ ัขและกระรอกรวมอยดู่ ้วย
3. นวลอยู่บ้านหลังท่ี 2 และปลูกตน้ โมกไวห้ นา้ บา้ น สว่ นต้นอยูบ่ า้ นตดิ กับนวลและทาสีบ้านเปน็ สฟี ้า
4. คนท่อี ยบู่ ้านสีเหลืองออ่ นจะปลกู ตน้ จำปไี วห้ น้าบา้ น และเลี้ยงแมว สว่ นคนท่ีอยู่บา้ นสีขาว มักจะ

มาเล่นกบั กระรอกที่หนา้ บา้ นทุกเช้าและเยน็
5. กลา้ อยบู่ า้ นสีขาวหลังสดุ ท้าย ปลูกตน้ มะยมไว้หน้าบา้ น ส่วนต้นเลี้ยงนก และแขวนกรงนกไวใ้ ต้

ตน้ มะม่วง
6. โอมอยู่บ้านหลังแรกทีม่ ีสีเหลืองอ่อน ซึ่งอยูต่ ิดกบั บา้ นสชี มพูท่ีมีตน้ โมกปลูกไว้หนา้ บา้ น

จากเงื่อนไขด้านบน สามารถนำขอ้ มูลมาใสใ่ นตารางเพ่ือตามหาลกั ษณะเฉพาะของบ้านแต่ละหลัง ไดด้ ังน้ี

บ้านหลังท่ี 1 2 3 4

ช่อื เจ้าของบ้าน โอม นวล ตน้ กล้า

สีบ้าน เหลอื งอ่อน ชมพู ฟา้ ขาว

สตั ว์เลยี้ ง แมว สนุ ัข นก กระรอก

ต้นไม้ จำปี ตน้ โมก ตน้ มะมว่ ง ตน้ มะยม

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

29

1. นักเรียนมแี นวคิดหรือวิธีการแกป้ ญั หาจากสถานการณ์ที่กำหนดใหอ้ ยา่ งไร จงอธิบายอยา่ งละเอียดโดย
การเขียนบอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใช้สัญลกั ษณ์

ตวั อยา่ งการเขียนแนวคิดการทำงานโดยการเขยี นบอกเล่า
1. เรม่ิ ต้น
2. อ่านเงื่อนไข
3. ใส่ข้อมูลในตาราง
4. ตรวจสอบว่าขอ้ มลู ในตารางครบหรอื ไม่ ถ้าไม่ครบให้กลบั ไปอา่ นเงื่อนไขและใส่ข้อมูล

ในตารางอีก ถ้าครบแล้วให้จบการทำงาน
5. จบการทำงาน

2. แนวคดิ หรือวธิ กี ารแก้ปัญหาที่นักเรียนเขยี น เป็นแนวคิดการทำงานแบบใด จงอธิบาย
...ก...า.ร..แ..ก...้ป..ัญ...ห...า.ด...งั .ก...ล..่า..ว...ส..า..ม..า..ร..ถ..อ..ธ..ิบ...า..ย..ไ.ด...โ้ .ด..ย..ใ..ช..แ้..น...ว..ค..ิด..ก..า..ร..ท...ำ.ง..า..น..แ...บ..บ...ว.น...ซ..้ำ...แ..ล...ะ..แ..บ..บ...ม..ีเ..ง.ื่อ..น...ไ.ข......................
...เ.ร..ม่ิ...ต..้น..จ..า..ก...ก..า..ร.อ...า่ ..น..เ.ง..ื่อ..น...ไ.ข..แ..ร..ก....แ..ล..ะ..ใ..ส..ข่ ..้อ..ม...ลู ..ใ.น...ต..า..ร..า.ง...จ...า.ก...น..ั้น...ท..ำ..ก..า..ร..ต..ร..ว..จ..ส..อ..บ...เ.ง..่ือ..น...ไ.ข..ว..่า..ข..้อ..ม...ลู .....................
...ใ..น..ต..า..ร..า..ง..ค..ร..บ..ห...ร..ือ..ย..งั ...ห..า..ก...ย..ัง.ใ..ห..้ว..น...ซ..ำ้ ..ก..ล..บั...ไ.ป...อ..่า..น..เ.ง..่ือ..น...ไ.ข..อ...ีก..ค..ร..ง้ั ...โ.ด...ย..จ..ะ..ต..ร..ว..จ..ส..อ...บ..ไ..ป..เ.ร..่ือ..ย....ๆ............................
...จ..น...ก..ว..่า..ข..อ้..ม...ลู ..ใ.น...ต..า..ร..า.ง..จ..ะ..เ..ต..ม็ ...จ...งึ .จ..ะ..จ...บ..ก..า..ร..ท...ำ.ง..า..น..........................................................................................
...............................................................................................................................................................

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

30

12. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผูท้ ่ีได้รับมอบหมาย )
ขอ้ เสนอแนะ .......

ลงชอื่
(

ตำแหนง่

13. บนั ทึกผลหลังการสอน
 ดา้ นความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

 ด้านอื่น ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

31


Click to View FlipBook Version