บทท่ี 11 การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
(Photosynthesis)
จดั ทาโดย
นางสาว ณฐั ธิดา รตั นวิเศษศรี
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 5/8 เลขที่
42
เสนอ
อาจารย์ นชิ าภา พฒั นว์ ิชยั โชติ
carbon fixation
(การตรึงคาร์บอน)
เป็นกระบวนการทพี่ ืชนาพลงั งานเคมีทไ่ี ด้จาก
ปฏกิ ริ ยิ าแสงในรูป ATP และ NADPH มาใช้
ในการสร้างสารอินทรยี ์ คารบ์ อนไดออกไซด์
จะถกู รีดิวส์เปน็ นาตาลไตรโอสฟอสเฟตใน
Calvin Cycle เกดิ ขึนในสโตรมาของคลอโรพ
ลาสต์
cyclic electron transfer
(การถ่ายทอดอิเลก็ ตรอนแบบ
เป็นวฏั จักร)
เปน็ การถ่ายทอดอิเลก็ ตรอนในระบบ
แสง I เพียงระบบเดยี ว
มีการถา่ ยทอดอิเลก็ ตรอนจาก P700 ไป
ยงั Ferridoxin, Cytochrome Complex,
Plastocyanin และ PSI
มีการสรา้ ง ATP ผ่านทาง Cytochrome
Complex
non-cyclic electron transfer
(การถา่ ยทอดอเิ ลก็ ตรอนแบบไม่
เป็นวัฏจกั ร)
เปน็ การถา่ ยทอดผา่ นทั้งระบบแสง I และ ระบบ
แสง II
มีการแตกตวั ของนา้
สารสีใน PSI และ PSII ไดร้ บั การกระตุ้นจาก
พลงั งานแสงพร้อมกัน P700 ในระบบแสง I จะ
ถ่ายทอดอเิ ลก็ ตรอนใหก้ บั Ferridoxin และ
ส่งไปยงั NADP+ ท้าให้ P700 ขาดอิเล็กตรอน
ซึ่งไดร้ ับทดแทนจาก Plastocyanin
chlorophyll
(คลอโรฟลิ ล์)
เป็นสารประกอบอนิ ทรียท์ ี่พบไดท้ ่วั ไปใน
ทุกสว่ นท่ีเปน็ สีเขยี วของพชื มักพบมากในใบ
และในส่วนอนื่ ๆ เชน่ ลา้ ต้น กง่ิ ดอก ผล
และรากท่ีมสี ีเขยี ว
electromagnetic wave
(คลน่ื แม่เหล็กไฟฟ้า)
เกิดจากการรบกวนทางแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
(Electromagnetic disturbance) โดยการท้าให้
สนามไฟฟ้าหรือสนามแม่เหล็กมกี ารเปลย่ี นแปลง เมอื่
สนามไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะเหนยี่ วนา้ ใหเ้ กิด
สนามแมเ่ หลก็ หรอื ถา้ สนามแม่เหลก็ มีการ
เปล่ียนแปลงกจ็ ะเหน่ยี วนา้ ใหเ้ กดิ สนามไฟฟา้ คลื่น
แม่เหล็กไฟฟา้ เป็นคล่นื ตามขวาง
carotene
(แคโรทีน)
เปน็ สารเคมีทพ่ี บมากในผักผลไม้ท่มี สี แี ดง
สม้ เหลอื ง และเขยี ว
carotenoid
(แคโรทีนอยด)์
เปน็ สารประกอบอินทรยี ส์ เี หลอื ง สม้ และ
แดงท่ีผลิตโดยพชื และสาหรา่ ย รวมถงึ
แบคทเี รยี เห็ดรา และสตั วบ์ างชนิด
xanthophyll
(แซนโทฟิลล์)
เป็นรงควัตถสุ เี หลอื งทพ่ี บในธรรมชาติ เปน็
หนึ่งในสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ มีสตู รเคมีคือ
C40H56O2
light reaction
(ปฏกิ ิริยาแสง)
เป็นปฏิกิรยิ าทพ่ี ชื รับพลังงานแสงมาใช้สรา้ ง
สารอนิ ทรยี พ์ ลังงานสงู 2 ชนดิ
คอื ATP และ NADPH โดยใช้นา้ เข้ารว่ ม
ปฏกิ ริ ยิ าและไดก้ ๊าซออกซเิ จนเปน็ ผลติ ผลพลอย
ได้
limiting factor
(ปัจจยั จากัด)
ปัจจัยทม่ี ีผลในการจ้ากัดการเจริญเติบโต การ
แพรพ่ ันธ์ุ หรอื การกระจายของสิง่ มชี ีวติ ใน
ระบบนิเวศ Limiting factors. ปัจจัยจา้ กัดใน
ระบบนิเวศของส่งิ มีชีวิตนัน้ แบ่งออกได้เปน็
สองประเภทเพือ่ ควบคมุ ปริมาณของสงิ่ มีชีวติ
ให้ระบบนเิ วศคงอยใู่ นสภาวะสมดลุ
photon
(โฟตอน)
อนุภาคไมม่ ีมวลซง่ึ ประกอบด้วยควอนตัม
ของแสงหรอื คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ หรือโฟ
ตอน
Regeneration
(รีเจเนอเรชนั )
เปน็ ข้ันตอนทีจ่ ะสร้างโมเลกลุ RuBP ขึน้ มาอกี
คร้ังหนงึ่ เพอ่ื วนกลับไปเป็นตวั รบั CO2 ใน
รอบต่อไป ในข้นั ตอนน้ตี ้องอาศัยพลังงานจาก
ATP ซง่ึ ได้จากปฏิกิรยิ าแสง
reaction center
ศนู ยก์ ลางปฏกิ ริ ิยา
เป็นขน้ั ตอนที่ 3-phosphoglycerate ถกู
reduced เกิดเป็น glyceraldehyde-3-
phosphate ซง่ึ เปน็ สารประเภทน้าตาล
ข้ันตอนนี้จะมกี ารใช้สารพลังงานสงู ทีไ่ ด้
จากปฏกิ ริ ยิ าแสง คอื ATP และ NADPH
reduction
(รีดกั ชัน)
เป็นขัน้ ตอนท่ี 3-phosphoglycerate ถูก
reduced เกิดเปน็ glyceraldehyde-3-
phosphate ซ่งึ เป็นสารประเภทน้าตาล
ขั้นตอนน้จี ะมกี ารใชส้ ารพลังงานสงู ท่ีได้จาก
ปฏิกิรยิ าแสง คือ ATP และ NADPH
excited state
(สถานะกระตุ้น)
อะตอมทไ่ี ด้รบั พลงั งานเพม่ิ ขน้ึ ทา้ ให้
อเิ ลก็ ตรอนถกู กระตุ้นใหอ้ ยใู่ นระดบั พลงั งาน
สงู ขึ้น ที่สถานะกระต้นุ อะตอมจะไม่
เสถยี ร เน่อื งจากมพี ลงั งานสูง
ground state
(สถานะพื้น)
สถานะปกติของออะตอมซ่งึ จะมพี ลงั งาน
ระดบั ต่้า สดุ ค่าหน่งึ โดยปกติ
อิเล็กตรอนจะอย่ในระดบั พลงั งานต้า่ สุด
คา่ นจี้ นกว่า จะได่ร้บพลงั งานจากภายนอก
มากพอจงึ จะขึ้นไปอย่ใู นระดับ
พลงั งานทส่ี งู กวา
visible light
(แสงที่ตามนุษย์มองเห็นได้)
สารมสี ีทอ่ี ยใู่ นเซลพชื หรอื สตั ว์ เช่น คอลโรฟิล
เปน็ รงควตั ถุสีเขียวซึ่งท้าให้ ใบไม้มสี ีเขยี ว
pigment
(สารสี)
เป็นชว่ งหนึง่ ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถ
มองเหน็ ไดด้ ้วยดวงตาของมนษุ ย์ การแผ่รังสี
คลื่นแม่เหล็กไฟฟา้ ในชว่ งความยาวคลน่ื น้ี
บางครง้ั ก็เรียกว่า "แสงท่ตี ามองเหน็ " หรอื
"แสง" เฉยๆ
particle
(อนุภาค)
นภุ าคเป็นวัตถทุ ี่มกี ารแปลขนาดเล็กซึ่ง
สามารถระบคุ ุณสมบัตทิ างกายภาพหรอื ทาง
เคมไี ด้หลายประการเช่นปรมิ าตรความ
หนาแน่นหรือมวล
antenna
(แอนเทนนา)
โครงสรา้ งของโปรตีนและกลุ่มของสารสีที่
ท้าหน้ารบั ส่งพลังงาน