ระเบียบวาระการประชุม คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของ สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ครั้งที่ 3/2567 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2567 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชั้น 3
๒ ระเบียบวาระการประชุม คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ครั้งที่ 3/2567 วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2567 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชั้น 3 ............................................................. ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ที่ประชุม ............................................................................................................ ............ .............................................................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ส่งรายงานการประชุมคณะทำงานระดับ จังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ครั้งที่ 2/2567 ให้คณะทำงานฯ พิจารณาแล้วตามหนังสือสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉบับลงวันที่ 4 เมษายน 2567 และผ่านโปรแกรม Google Drive ซึ่งหนังสือดังกล่าวแจ้งให้ คณะทำงานฯ พิจารณา ปรากฏว่ามีคณะทำงานฯ ท่านใดแสดงความประสงค์ขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมดังกล่าว หากที่ประชุมมีข้อแก้ไขประการใดขอให้แจ้งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทราบภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 ประเด็นที่เสนอ เพื่อพิจารณารับรองรายงานการประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการ ดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 มติที่ประชุม ....................................................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. รายงานการประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ครั้งที่ 2/2567 วันที่ 19 มีนาคม 2567 เอกสารประกอบ ระเบียบวาระที่ 2
๓ ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องติดตามผลการดำเนินงาน ติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์จำนวน 7 แห่ง 1) สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินลาดบัวหลวง จำกัด กรณีการกระทำทุจริตเกี่ยวกับธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย โดย นายมนต์ชัย สุภาภรณ์ พนักงาน เติมน้ำมัน ขายสินค้าแล้วไม่นำเงินเข้าบัญชีสหกรณ์ มูลค่าความเสียหาย 1,056,613.17 บาท ข้อสั่งการตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์/รองนายทะเบียนสหกรณ์ 1. คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่สตส.อย. 1/2556 สั่ง ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2556 มาตรา 22(1) ให้สหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่อง 2. สหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้มีหนังสือ ที่ อย 0๐๑๐/๓๗๖ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ เรื่อง แนะนำให้สหกรณ์แก้ไขตามคำแนะนำของรองนายทะเบียนสหกรณ์ ผลการแก้ไขข้อบกพร่องในภาพรวม (ตั้งแต่ตรวจพบถึงปัจจุบัน) 1. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 สหกรณ์ฯ ฟ้องคดีความแพ่งต่อศาลแรงงานภาค 1 ตามคดีหมายเลข ดำที่ 42/2557 นายมนต์ชัย สุภาภรณ์ จำเลยที่ 1 นางสาวลำดวน กองสมบัติ จำเลยที่ 2 ในมูลหนี้ 1,060,000 บาท (ต้นเงิน 1,000,000 บาท ดอกเบี้ย 60,000 บาท) ซึ่งปรากฎว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม คำพิพากษา 2. วันที่ 2 มิถุนายน 2557 โจทก์และจำเลยได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดย จำเลย ที่ 1 ยินยอมชำระหนี้โจทก์เป็นเงินจำนวน 1,037,500 บาท และจำเลยที่ 2 ยินยอมชำระหนี้โจทก์เป็นเงินจำนวน 18,000 บาท ของ 1,037,500 บาท เท่านั้น และจะชำระให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี (ภายใน 3 ก.ค. 2562) ซึ่งปรากฎว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตาม สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว 3. สหกรณ์ฯ ฟ้องคดีอาญาต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามคดีหมายเลขดำที่ อ3125/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อ3248/2559 ในความผิดลักทรัพย์นายจ้าง ปลอมแปลงเอกสารและใช้ เอกสารปลอม พร้อมทั้งเรียกค่าไหมทดแทน จำนวน ๖๖๙,๓๙๘ บาท ปัจจุบันคดี อยู่ระหว่างศาลให้โอกาส จำเลยได้บรรเทาเยียวยาความเสียหายแก่โจทก์ โดยให้จำเลยผ่อนชำระเงินคืนเป็นรายงวด ก่อนพิจารณา พิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ปัจจุบันหนี้คงเหลือวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ จำนวน ๓๗๕,๖๗๘ บาท ความคืบหน้าจากการประชุมครั้งที่แล้ว เนื่องจาก นายมนต์ชัย สุภากรณ์ ผิดนัดการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแรงงานภาค 1 ลพบุรี ตามคดีความแพ่งหมายเลขดำที่ 42/2557 ซึ่งวันที่ 2 มิถุนายน 2557 โจทก์และจำเลยได้มีการทำ สัญญาประนีประนอมยอมความโดย จำเลยที่ 1 ยินยอมชำระหนี้โจทก์เป็นเงินจำนวน 1,037,500 บาท และ จำเลยที่ 2 ยินยอมชำระหนี้โจทก์เป็นเงินจำนวน 18,000 บาท ของ 1,037,500 บาท เท่านั้น และจะชำระ ให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี (ภายใน 3 ก.ค. 2562) โดยปัจจุบันจำเลยไม่ได้มาชำระหนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ดังกล่าว จึงขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาแนวทางในการดำเนินการต่อไป เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่รับผิดชอบรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567 จำเลยมา ชำระเป็นเงินจำนวน 23,000 บาท ยอดคงเหลือ ณ ปัจจุบัน จำนวน 352,398 บาท และจากมติที่ประชุม คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 มีมติให้จำเลยชำระให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลา 3 ปี โดยให้ชำระงวดแรกวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นเงินจำนวน 40,000 บาท วันที่ 1 กันยายน 2567 เป็นเงินจำนวน 40,000 บาท ไปจนกว่าจะครบตามจำนวน
๔ มติที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวที่แล้ว 1) มอบหมายกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์3 ร่วมกับกลุ่มตรวจการสหกรณ์ติดตามผลการชำระคืน ความเสียหายของจำเลย ตลอดจนผลการพิจารณาคดีของศาล และติดตามให้สหกรณ์ฯ เร่งรัดให้จำเลยชำระ หนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และตรวจสอบเอกสารหลักฐานในจำนวนยอดความเสียหายที่ลดลงดังกล่าว แล้วรายงาน ผลให้ที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวถัดไปทราบ 2) มอบหมายผู้ตรวจการสหกรณ์ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงของการฟ้องคดีความแพ่งและคดี ความอาญาในประเด็นดังกล่าว ประเด็นที่เสนอ เพื่อให้คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ รวมทั้ง ติดตามให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนและแนวทางภายในระยะเวลาที่กำหนด มติที่ประชุม ………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2) สหกรณ์การเกษตรบางบาล จำกัด กรณีสหกรณ์ฯ จัดซื้อสินค้าเกินกว่าความต้องการของสมาชิก (ตั๋วปุ๋ย) มูลค่าความเสียหาย 71,604,850 บาท ปริมาณ 8,424.10 ตัน ข้อสั่งการตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์/รองนายทะเบียนสหกรณ์ -คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ อย 37/2559 สั่ง ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2559 ผลการแก้ไขข้อบกพร่องในภาพรวม (ตั้งแต่ตรวจพบถึงปัจจุบัน) 1. นายทะเบียนสหกรณ์ ได้มีคำสั่ง ที่ อย 37/2559 เรื่อง ให้คณะกรรมการดำเนินการแก้ไข ข้อบกพร่อง สั่ง ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2. ปัจจุบันสหกรณ์ได้รับปุ๋ยและขายไปแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 1,634 ตัน คงเหลือตั๋วปุ๋ยจำนวน 6,790.10 ตัน สหกรณ์ฯ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยทั้ง 2 ราย (บริษัทปุ๋ย) โดยกำหนด ข้อตกลงการส่งมอบปุ๋ยอินทรีย์ตามจำนวนคงเหลือตามตั๋วปุ๋ยเป็นรายงวด พร้อมทั้งจำเลยตกลงจัดทำสื่อ
๕ โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายสินค้าดังกล่าว และศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำ พิพากษาตามยอมตามสัญญาดังกล่าวของคู่ความ ทั้งนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า คู่ความมิได้ส่งและรับมอบสินค้าให้ เป็นไปตามข้อตกลงที่กระทำขึ้นต่อหน้าศาล ปัจจุบันคงเหลือยอดสินค้าที่สหกรณ์ฯ ต้องรับมอบจากจำเลย ทั้ง 2 ราย (บริษัทปุ๋ย) จำนวน 6,786.10 ตัน มูลค่า 57,681,850 บาท 3. สำนักงานสหกรณ์จังหวัด มีหนังสือ ที่ อย0010/1616 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2560 สั่ง การให้สหกรณ์รับมอบปุ๋ยให้เป็นไปตามคำพิพากษาตามยอม 4. สำนักงานสหกรณ์จังหวัด มีหนังสือ ที่ อย 0010/385 ลงวันที่ 18 เมษายน 2561 สั่ง การให้สหกรณ์รับมอบปุ๋ยให้เป็นไปตามคำพิพากษาตามยอม 5. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหนังสือ ที่ อย0010/733 ลงวันที่10 กรกฎาคม 2562 เร่งรัดให้สหกรณ์ปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยเคร่งครัดและจัดทำแผนในการจำหน่ายปุ๋ย 6. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหนังสือที่ อย 0010/760 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ติดตามผลการแก้ไขตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ อย 37/2559 โดยขอทราบผลการ แก้ไขและการปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม สัญญาประนีประนอมยอมความ ของศาลจังหวัดกาญจนบุรี 7. ออกคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ อย 12/2565 เรื่องแต่งตั้งคณะผู้ตรวจการสหกรณ์ตาม คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ตรวจสอบในประเด็นสัญญาประนีประนอมยอมความ 8. สหกรณ์ได้มีการรายงานชี้แจงและส่งเอกสารเพิ่มเติมมาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 เกี่ยวกับการส่งเสริมการขายปุ๋ย ภายหลังที่ศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมจากบริษัทแพ็ททินั่ม อะโกร จำกัด และบริษัทปุ๋ยอินทรีย์เกษตรไทย จำกัด แจ้งว่า รายการโฆษณา ส่งเสริมการขาย เกี่ยวกับปุ๋ยอินทรีย์เกษตรตรา ปลามังกร ประกอบด้วย ๑) แผ่นพับ โบว์ซัว ๒) Presentation-KTF ๓) เว็บไซต์www.ktf.co.th 4) ช่องทาง Youtube ๕) Facebook ๖) เพลงของปุ๋ยอินทรีย์ตราปลามังกร โดยได้เข้าตรวจสอบผ่านช่องทาง Youtube พบว่าบางรายการเป็นการผลิตก่อนที่ศาลได้มีคำพิพากษา บางรายการผลิตมาแล้ว ๘- ๑๑ ปี และ Presentation-KTF ที่จัดทำวีดีโอแนะนำบริษัท ก็มีการจัดทำตั้งแต่วันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๕ ผ่าน ระยะเวลามาแล้ว ๑๐ ปี ก่อนที่ศาลมีคำพิพากษา 9. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีหนังสือ ที่ อย 0010/5282 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 เรื่อง ขอให้สหกรณ์ชี้แจงเพิ่มเติมและเร่งรัดดำเนินการจำหน่ายปุ๋ย ความคืบหน้าจากการประชุมครั้งที่แล้ว ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์มอบหมายเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ผู้รับผิดชอบติดตาม ความก้าวหน้า แล้วนำเสนอให้ที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวถัดไปทราบ มีหนังสือกำชับให้สหกรณ์เร่งรัดการ จำหน่ายปุ๋ย และทำหนังสือสอบถามสหกรณ์ถึงผลลัพธ์ของสื่อฯ ที่ทางจำเลยได้จัดทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อ สหกรณ์หรือไม่ อย่างไร 1) สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหนังสือ ที่ อย.0010/7881 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ถึง สหกรณ์การเกษตรบางบาล จำกัด เรื่องขอติดตามความคืบหน้า เกี่ยวกับเอกสารและ หลักฐานเกี่ยวกับการจัดทำสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ 2) สหกรณ์การเกษตรบางบาล จำกัด มีหนังสือที่ สกบ.103/2566 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 เรื่อง ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการจัดทำสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โดยสหกรณ์ได้ทำหนังสือถึงบริษัท แพล็ททินัม อะโกร จำกัด และบริษัท ปุ๋ยไทย จำกัด เพื่อขอ เอกสารหลักฐานดังกล่าว แต่ทางบริษัทฯ ก็ไม่ได้ส่งมอบหลักฐาน หรือจัดทำรายการโทรทัศน์ หรือโฆษณา เกี่ยวกับปุ๋ยที่ส่งมอบให้แก่สหกรณ์ฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายปุ๋ย ที่ปรากฏวันภายหลังจากที่ศาลได้มีคำ
๖ พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้แก่สหกรณ์ฯ และมีเนื้อหาของสื่อที่เป็นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการขายปุ๋ยของสหกรณ์ หรือทำให้เกษตรกร หรือผู้บริโภคได้ทราบ และมาซื้อปุ๋ยที่ สหกรณ์ฯ จำหน่าย ให้แก่สหกรณ์ฯ แต่อย่างใด คงมีเพียงสื่อโฆษณา อาทิเช่น แผ่นพับโบว์ชัวร์ ,PresentationKTF , ข้อมูลเว็บไซต์ www.kt.co.th , ช่องทาง Youtube , Facebook และเพลงของปุ้ยอินทรีย์ตราปลามังกร ที่สหกรณ์ฯ ที่ได้รับมอบจากบริษัท แพล็ททินัม อะโกร จำกัด และบริษัท ปุ๋ยอินทรีย์เกษตรไทย จำกัด แบบเดิม ตามที่เคยแจ้งให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาทราบก่อนหน้านี้แล้วเท่านั้น 3) ข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาของศาลจังหวัดกาญจนบุรีตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ในคดีหมายเลขดำที่ พ.๗/๒๕๖๐ คดีหมายเลขแดงที่ ๙๒๐/๒๕๖๐ ข้อ ๖ จำเลยทั้งสองจะต้องจัดให้มีรายการ โทรทัศน์ หรือโฆษณาเกี่ยวกับปุ๋ยที่ส่งมอบให้แก่โจทก์ เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายปุ๋ย และจำเลยทั้งสองจะต้อง ยินยอมให้โจทก์หรือตัวแทนก็ศึกษาดูงานภายในโรงงานของจำเลยที่ ๒ รวมทั้งจำเลยทั้งสองจะต้องจัดส่ง เจ้าหน้าที่มาให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่ของโจทก์ด้วย โดยจำเลยทั้งสองจะไม่เรียกร้องคำใช้จ่ายในการ ดำเนินการดังกล่าวจากโจทก์ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบริษัททั้งสองก็ไม่ได้ส่งมอบหลักฐาน หรือจัดทำ รายการโทรทัศน์ หรือโฆษณาเกี่ยวกับปุ๋ยที่ส่งมอบให้แก่สหกรณ์ฯ จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษ า คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ต้องดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายให้ถึงที่สุดหากคณะกรรมการฯ ไม่ดำเนินการจะเข้าลักษณะคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กระทำการหรืองดเว้นกระทำการในการปฏิบัติ หน้าที่ของตนจนทำให้สหกรณ์มีข้อบกพร่อง ซึ่งเป็นไปตามประกาศนายทะเบียนสหกรณ์ เรื่อง การกระทำการ หรืองดเว้นกระทำการจนทำให้สหกรณ์เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือของสมาชิก ซึ่งคณะกรรมการ ดำเนินการมีการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์หรือกฎหมายอื่น ข้อบังคับหรือระเบียบสหกรณ์ คำสั่ง ระเบียบ หรือคำแนะนำของนายทะเบียนสหกรณ์ ผู้กระทำต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับสหกรณ์ และถ้าเป็น ความผิดทางอาญาจะต้องจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย บัดนี้ คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ สิ้นสุดระยะเวลาการปฏิบัติตาม คำพิพากษาดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ ๓0 กันยายน ๒๕๖๖ แต่มีการไม่ปฏิบัติตาม คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความในหลายข้อ ซึ่งอาจทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย 4) สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งที่ อย 26/2566 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะผู้ตรวจการสหกรณ์ (เฉพาะกิจ) เข้าตรวจสอบกรณีสหกรณ์มีการจัดซื้อสินค้า (ตั๋วปุ๋ย) เกินกว่าความต้องการของสมาชิก 5) บริษัท แพล็ททินัม อะโกร จำกัด และบริษัท ปุ๋ยไทย จำกัด มีหนังสือถึงสำนักงานสหกรณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่อง ขอชี้แจงข้อเท็จจริง โดยแจ้งว่าเนื่องจากสหกรณ์การเกษตรบางบาล จำกัด ยัง ไม่มีแผนการรับมอบสินค้า (ปุ๋ย) จำนวนที่เหลือ ทางบริษัทฯ จึงไม่ได้มีการส่งมอบปุ๋ยดังกล่าวให้แก่สหกรณ์ 6)เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 สหกรณ์การเกษตรบางบาล จำกัด รายงานยอดความ เคลื่อนไหวการส่งมอบปุ๋ยเดือนมีนาคม 2567 โดยมียอดส่งมอบปุ๋ย จำนวน 40 ตัน ทำให้ปริมาณคงเหลือที่ ต้องส่งมอบ จำนวน 6,731.10 ตัน มูลค่า 57,256,850 บาท มติที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวที่แล้ว 1) ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์มอบหมายเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ผู้รับผิดชอบติดตาม ความก้าวหน้าและติดตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าวของสหกรณ์แล้วนำเสนอให้ที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวถัดไปทราบ 2) รอการวิเคราะห์และสรุปผลการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะผู้ตรวจการสหกรณ์ หาก สหกรณ์ดำเนินการไม่เป็นผลดี นายทะเบียนสหกรณ์อาจมีคำสั่งเลิกสหกรณ์ต่อไป
๗ ประเด็นที่เสนอ เพื่อให้คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ รวมทั้ง ติดตามให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนและแนวทางภายในระยะเวลาที่กำหนด มติที่ประชุม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3) สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงคลองสระบัว จำกัด กรณีอดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ผู้เก็บรักษาเงินสดของสหกรณ์ไม่สามารถ แสดงเงินสดให้ตรวจนับ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 จำนวน 1,236,408 บาท (ตามงบทดลองของ สหกรณ์ฯ ในเดือนดังกล่าว) ข้อสั่งการตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์/รองนายทะเบียนสหกรณ์ตรวจสอบไม่พบการออก คำสั่งทางปกครองให้สหกรณ์ฯ หรือคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ผลการแก้ไขข้อบกพร่องในภาพรวม (ตั้งแต่ตรวจพบถึงปัจจุบัน) 1. นางสมใจ การฤกษ์ มีตำแหน่งประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคง คลองสระบัว จำกัด ชุดที่ 14 มีหน้าที่บริหารงานทั่วไปและเก็บรักษาเงินสดของสหกรณ์ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 ไม่มีเงินสดที่อยู่ในความรับผิดชอบให้ตรวจนับจำนวน 1,236,408.00 บาท (หนึ่งล้านสองแสนสามหมื่นหกพันสี่ร้อยแปดบาทถ้วน) ปรากฏข้อมูลตามงบทดลองของสหกรณ์ ซึ่งเป็นเงินที่ เก็บค่าหุ้น ลูกหนี้เช่าซื้อที่ดิน ลูกหนี้เพื่อสร้างบ้าน และค่าบริหารจัดการจากสมาชิก เป็นประจำทุกเดือน เพื่อ ส่งชำระหนี้ต่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช) เพียงบางงวด และไม่ครบตามกำหนดสัญญา จากนั้นได้ลง นามถอนเงินฝากของสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงคลองสระบัว จำกัด ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 265- 006808-6 ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 จำนวน 200,000.00 บาท (สองแสนบาทถ้วน) และในวันที่ 9 มีนาคม 2565 จำนวน 200,000.00 บาท (สองแสนบาทถ้วน) รวมทั้งสิ้นจำนวน 400,000.00 บาท (สี่ แสนบาทถ้วน) โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการจึงทำให้มีเงินสดคงเหลือในมือตามจำนวน
๘ ข้างต้น ซึ่งทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย เนื่องจากสหกรณ์มีภาระที่ต้องชำระหนี้ต่อ พอช. พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 2 และเป็นภาระของสมาชิกที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งนี้ยังมีสมาชิกที่ได้ลาออกแต่ไม่ได้รับเงินคืน เนื่องจากสหกรณ์ขาดสภาพคล่องทางการเงิน 2. นายมงคล วิทยา เป็นผู้ร่วมลงนามถอนเงินสด ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 จำนวน 200,000.00 บาท (สองแสนบาทถ้วน) และในวันที่ 9 มีนาคม 2565 จำนวน 200,000.00 บาท (สอง แสนบาทถ้วน) รวมทั้งสิ้นจำนวน 400,000.00 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) จากบัญชีของสหกรณ์เคหสถานบ้าน มั่นคงคลองสระบัว จำกัด ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 265-006808-6 ในนามตัวแทนของสหกรณ์ไม่ได้นำ เงินที่เบิกถอนไปใช้เพื่อกิจการของสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย 3. วันที่19 สิงหาคม 2565 น.ส.ต้อย พิกุล ผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงคลองสระบัว จำกัด ชุดที่ 15 ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งความร้องทุกข์ มอบ คดี ให้ดำเนินคดีกับ นางสมใจ การฤกษ์ และนายมงคล วิทยา ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ จนกว่าคดีจะถึง ที่สุด ร.ต.อ.วุฒิภัทร ช่วยคิด พงส. สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วเพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป อยู่ในขั้นพนักงานสอบสวนนางสมใจ การฤกษ์ และนายมงคล วิทยา 4. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ในที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ได้มีมติ เปลี่ยนแปลงผู้แทนสหกรณ์ในการเข้าติตตาม พบพนักงานสอบสวน และดำเนินคดี กับนางสมใจ การฤกษ์ และ นายมงคล วิทยา จากเดิมเป็น น.ส.ต้อย พิกุล เปลี่ยนเป็น นายชัยชนะ ค้ำชู 5. สหกรณ์ได้ตรวจพบหลักฐานเพิ่มเติม (ใบเสร็จรับเงิน) ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นใบเสร็จ ของสหกรณ์จริงและได้นำส่งให้ผู้ทำบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (ตามรายงานการประชุมวันที่ 22 เดือนกันยายน 2566 วาระพิจารณา 5.5 ) 6. ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในคดีความดังกล่าว ซึ่งยอดความเสียหายจำนวน 1,236,408 บาท นั้น เป็นยอดตามงบทดลองของสหกรณ์ฯไม่ใช่ยอดจากงบการเงิน เนื่องจากสหกรณ์ไม่สามารถปิดบัญชีให้เป็น ปัจจุบันได้ ตั้งแต่ปีบัญชี 2558 ในส่วนของความคืบหน้าล่าสุดในการจัดทำบัญชี สหกรณ์ได้มีการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ ให้จัดทำบัญชีของสหกรณ์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยความเสียหายดังกล่าวอาจมากกว่า 1,236,408 บาท ที่ได้แจ้งไปข้างต้น หากมีจำนวนที่เกินกว่ายอดที่แจ้งความเสียหายสหกรณ์จะนำแจ้งต่อพนักงานสืบสวนเพิ่มเติม ซึ่งล่าสุดมียอดความเสียหายจากหลักฐานใบเสร็จ เพิ่มขึ้นมา จำนวน 11,616 บาท ความคืบหน้าจากการประชุมครั้งที่แล้ว ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 ติดตามและเร่งรัดให้ติดตาม เจ้าหน้าที่ ที่สหกรณ์ได้จัดจ้างให้จัดทำบัญชีของสหกรณ์โดยเร็ว โดยประสานกับทีมผู้สอบบัญชีสหกรณ์รวมถึง คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ และตรวจสอบสัญญาการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ให้ถูกต้อง รวมถึงผลการ ดำเนินคดีของสหกรณ์ฯ แล้วรายงานให้ที่ประชุมคณะทำงานฯ ทราบในคราวถัดไป ในปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในคดีความดังกล่าว ซึ่งยอดความเสียหายจำนวน 1,236,408 บาท นั้น เป็นยอดตามงบทดลองของสหกรณ์ฯไม่ใช่ยอดจากงบการเงิน เนื่องจากสหกรณ์ไม่สามารถปิดบัญชีให้เป็น ปัจจุบันได้ ตั้งแต่ปีบัญชี 2558 ในส่วนของความคืบหน้าล่าสุดในการจัดทำบัญชี สหกรณ์ได้มีการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ ให้จัดทำบัญชีของสหกรณ์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี2567 เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่รับผิดชอบรายงานว่า นายชัยชนะ ค้ำชู ผู้แทนสหกรณ์ ได้แจ้งว่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนคดี ให้เข้าสอบปากคำเพิ่มเติม ในส่วนของความคืบหน้าใน การจัดทำบัญชี ขณะนี้กำลังเร่งปิดบัญชีปี 2559 โดยในที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้จัดทำบัญชีได้แจ้งว่า สหกรณ์ไม่มีตารางชำระหนี้บ้านและที่ดิน 180 งวดตั้งแต่
๙ เริ่มแรกตั้งสหกรณ์ จึงได้จัดทำตารางคำนวณค่าบ้านและที่ดินตามที่สำนักงานตรวจบัญชีขอเอกสารเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้จัดทำบัญชีใช้ในการบันทึกบัญชีของอายุลูกหนี้ค่าบ้าน และที่ดินต่อไป ผู้จัดทำบัญชีได้แจ้งว่า ขณะนี้มี เพียงงบกำไรขาดทุน งบต้นทุนขาย/บริการ และหมายเหตุประกอบงบการเงิน ของปี 2559 และปี 2560 เพียงเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังต้องรอเอกสารเพิ่มเติมจากสหกรณ์ ปีบัญชีปัจจุบัน ทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย ประจำทุกเดือน มติที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวที่แล้ว ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 ติดตามและเร่งรัดให้ติดตาม เจ้าหน้าที่ ที่สหกรณ์ได้จัดจ้างให้จัดทำบัญชีของสหกรณ์โดยเร็ว โดยประสานกับทีมผู้สอบบัญชีสหกรณ์รวมถึง คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์และตรวจสอบสัญญาการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ให้ถูกต้อง รวมถึงผลการ ดำเนินคดีของสหกรณ์ฯ แล้วรายงานให้ที่ประชุมคณะทำงานฯ ทราบในคราวถัดไป ประเด็นที่เสนอ เพื่อให้คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ รวมทั้ง ติดตามให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนและแนวทางภายในระยะเวลาที่กำหนด มติที่ประชุม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4) สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำกัด กรณี 1. เจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ กระทำทุจริตยักยอกเงินสดของสหกรณ์ฯ โดยปลอมแปลง ลายมือชื่อของสมาชิกในการทำสัญญากู้ยืมเงิน 2. สหกรณ์ฯ ก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าวงเงินกู้ยืมที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด ข้อสั่งการตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์/รองนายทะเบียนสหกรณ์ - กรณีที่ ๑ ตรวจสอบไม่พบการออกคำสั่งทางปกครองให้สหกรณ์ฯ หรือคณะกรรมการ ดำเนินการสหกรณ์ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด -กรณีที่ 2 คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ อย 16/2565 สั่ง ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2565
๑๐ ผลการแก้ไขข้อบกพร่องในภาพรวม (ตั้งแต่ตรวจพบถึงปัจจุบัน) กรณีที่ 1 ทนายความเพชรรัตน์ แสงเงินอ่อน รายงานความคืบหน้าคดี เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ สำนักงานบังคับคดีได้กำหนดวันใกล่เกลี่ยข้อพิพาทนั้น ในการไกล่เกลี่ยโจทก์ จำเลยที่ ๕ และผู้รับจำนอง มาร่วมกันไกล่เกลี่ย เนื่องจากจำเลยที่ ๕ ประสงค์จะชำระหนี้บางส่วนให้กับโจทก์จึงเลื่อนการ ไกล่เกลี่ยไปเพื่อรอมติคณะกรรมการเห็นชอบก่อนซึ่งมติที่ประชุมคณะกรรมการ ดำเนินการครั้งที่ ๗/๒๕๖๖ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ วาระที่ ๔.๔.๑ มีมติอนุมัติเป็นเอกฉันท์ ให้ตรวจสอบสัญญาจำนองว่าเกิดก่อน หรือ หลังคำพิพากษา หากตรวจสอบแล้วสัญญาจำนองเกิดก่อนคำพิพากษาอนุมัติรับ ๑๐0,00๐ บาท แต่หาก สัญญาเกิดหลังคำพิพากษา ให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ ๘/๒๕๒๖ วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖ วาระที่ ๔.๗.๑๒ พิจารณาความคืบหน้า การดำเนินการของทนายความ (คดีหมายเลขแดงที่ พ1363/๒๕๖๑) อนุมัติเป็นเอกฉันท์ดังนี้๑) ไม่อนุมัติรับเงิน จำนวน ๑๐0,0๐๐ บาท ตามที่ พ.ต.ท.หญิงช่อทิพย์ฯ เสนอ ๒) มอบ พ.ต.ท.ประมูล บุญชาสี ประสานทนายความของคณะทำงานเพื่อ สืบทรัพยและบังคับคดีลูกหนี้ ตามคำพิพากษา ในคดีทุจริตสหกรณ์ สรุปข้อเท็จจริงและรายงานความคืบหน้า เป็นหนังสือ ให้คณะกรรมการดำเนินการทราบ เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป และความคืบหน้าล่าสุดตามมติ ที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ ๙/๒๕๖๖ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ วาระที่ ๔.๕.๑ พิจารณาการ ดำเนินการของทนายความ (คดีหมายเลขแดงที่ พ ๑๓๖๓/๒๕๖๑) อนุมัติเป็นเอกฉันท์ดังนี้ที่ประชุมร่วมกัน พิจารณาแล้ว อนุมัติเป็นเอกฉันท์ มอบหมาย นางสาวมายาวี วิจิตรโท (ทนายความ) หรือทีมงานทนายความใน คณะทำงานเพื่อสืบทรัพย์และบังคับคดีลูกหนี้ตามคำพิพากษาในกรณีทุจริตสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการร้องทุกข์ใน ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการครั้งที่ ๑0/๒๕๖๖ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ วาระที่ 4.๕.๑๒ พิจารณาหนังสือจากสำนักงาน นางมนชิตา มีช่อ ทนายความ (คดีหมายเลขแดงที่ พ๑๓๖๓/ ๒๕๖๑) อนุมัติเป็นเอกฉันท์ดังนี้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาแล้ว อนุมัติเป็นเอกฉันท์ มอบหมาย พ.ต.อ.ธวัชชัย กุลทอง (รองประธานกรรมการ ๑) เป็นผู้ดำเนินการร้องทุกข์ในความผิด ฐานโกงเจ้าหนี้ และความผิดอื่นตาม กฎหมายถ้าพบ กรณีที่ 2 ตามที่ให้คณะกรรมการดำเนินการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา ๔๗ แห่ง พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.๒๕๔๒ การกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกันของสหกรณ์จะต้องจำกัดอยู่ภายในวงเงินที่ นายทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบ จำนวน ๑,9๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ประกอบกับวงเงินที่นายทะเบียน สหกรณ์ เห็นชอบกรณีพิเศษจำนวน ๒๒๒,๓๓๓,๐๐๐ บาท และให้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา จำกัด รายงานการปฏิบัติตามแผนที่กำหนดให้นายทะเบียนสหกรณ์ทราบ นั้น ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ สหกรณ์ฯ มีภาระผูกพัน ทั้งสิ้น จำนวน ๒,๑๙๔,๔๒๕,๘๘๗ บาท เกินวงเงินกู้ยืมหรือการค้ำ ประกันประจำปี ประกอบกับกู้ยืมหรือการค้ำประกันประจำปีกรณีพิเศษ จำนวน ๗๒,0๙๒,๘๘๗ บาท และจะ มีจำนวนลดลงโดยประมาณเดือนละ ๑๗,๒๔๘,๔๐๐ บาท สหกรณ์จะต้องปรับลดให้อยู่ภายในวงเงินที่นาย ทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบ จำนวน ๑,900,๐0๐,0๐๐ บาท ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหนังสือ ที่ อย 0010/502 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 เรื่อง ขอให้ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ อย 16/2565 เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่รับผิดชอบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา จำกัด แนะนำสหกรณ์ให้ดำเนินการปรับลดวงเงินกู้ยืมหรือการค้ำประกันประจำปี ให้เป็นไป ตามที่นายทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบ ภายในระยะเวลาที่กำหนต และรายงานสำนักงานสหกรณ์จังหวัด พระนครศรีอยุธยาทราบ
๑๑ ความคืบหน้าจากการประชุมครั้งที่แล้ว กรณีที่ 1 สหกรณ์ฯ มีหนังสือ ที่ 0016(สอ)/0115 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2566 รายงานการ แก้ไขข้อบกพร่อง กรณีที่ 1 ความว่า ทนายความเพชรรัตน์ แสงเงินอ่อน รายงานความคืบหน้าคดี เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ที่ดิน โฉนดเลขที่ ๓๙๖๒ เลขที่ดิน ๔๓ ตำบลบางซ้าย อำภอบาง ซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ พันตำรวจเอกหญิง ช่อทิพย์ฯหรือ พันตำรวจโทหญิง ช่อ ทิพย์ พุฒิศรีหรือสุขสังข์ จำเลยที่ ๕ ของคดีหมายเลขแดงที่ w ๑๓๖๓/๒๕'๖๑ ของศาลจังหวัดพระนครครี อยุธยา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลังนางพัชรี สวรรยาวัฒนะ ผู้รับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าว ยื่นคำร้องขอรับ ชำระหนี้จำนองที่ดินแปลงดังกล่าวต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตาสได้ใต่สวนคำร้องขอรับชำระหนี้ จำนองแล้ว มีคำสั่งให้ผู้รับจำนองได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณา และคำสั่งศาล ต่อมาสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งให้สหกรณ์ฯ วางเงินคำใช้จ่ายการพิมพ์ ประกาศขายตลาดและแจ้งประกาศขายทอดตลาดให้ผู้มีส่วนได้เสียในคตีทราบเพิ่มจำนวน ๕,000 บาท และ ได้วางเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรณีที่ 2 พิจารณาข้อเท็จจริงจากหนังสือของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา จำกัด ตามหนังสือที่ 0016 (สอ)0110 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2566 เรื่อง รายงานวงเงิน กู้ยืมหรือค้ำประกันประจำปีกรณีพิเศษ พบว่าสหกรณ์ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด และผลการปฏิบัติตามแผนของ วงเงินกู้ยืมที่นำไปใช้ตามแผนโครงการจัดหาทุนกู้ยืมแก่สมาชิก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ผลกระทบต่อเนื่อง) ที่สหกรณ์ต้องรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนที่สหกรณ์ได้มี การเสนอต่อนายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาวงเงินกู้ยืมหรือค้ำประกันประจำปีกรณีพิเศษ โดยมีระยะเวลาเริ่มต้น และสิ้นสุดการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2566 โดยสหกรณ์ได้มีการเสนอ แผนให้นายทะเบียนสหกรณ์พิจารณา และนายทะเบียนสหกรณ์ได้พิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ยืมหรือค้ำประกัน ประจำปีกรณีพิเศษ จำนวน 222,333,000 บาท โดยมีการพิจารณาตามแผนที่ได้มีการเสนอ ดังนี้ 1.การขยายงวดการส่งชำระหนี้ของสมาชิกเพื่อลดค่าใช้จ่ายของสมาชิกจาก 240 งวดเป็น 400 งวด จำนวน 8,636,040 บาท 2.การลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิก จากร้อยละ 7.00 ต่อปี ลดเหลือ 6.50 ต่อปี จำนวน 18,000,000 บาท ตามที่สหกรณ์แจ้ง 3.การให้สมาชิกกู้เพื่อปลดเปลื้องหนี้สิน 3.1 กู้เพื่อรวมหนี้ เดือนกุมภาพันธ์ 2566 เฉพาะยอดเงินกู้จ่ายให้สมาชิก 18,052,772.55 บาท 3.2 แผนให้กู้ของสหกรณ์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 ถึงเดือนกันยายน 2566 จำนวน 6 เดือน คำนวณจากการเปรียบเทียบข้อมูลการให้กู้ ปี 2565 เฉลี่ย 6 เดือน ถ้าแผนจ่าย 6 เดือนเท่ากับ 129,644,717.26 บาท 4.การหาทุนเพื่อให้สมาชิกกู้ฉุกเฉิน สหกรณ์มีแผนการรอจ่ายเงินกู้ฉุกเฉินเดือนละ 8,000,000 บาท ตามระยะเวลาโครงการคงเหลือ 6 เดือน เท่ากับ 48,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่รับผิดชอบรายงานว่า เนื่องจากปัจจุบัน คณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์ฯ เหลือเพียง 7 ท่าน จึงยังไม่มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าดังกล่าว สหกรณ์ฯ จะทำการ ประชุมวิสามัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมมการดำเนินการ ในวันที่ 20 มีนาคม 2567 ผลเป็นอย่างไรจะนำมา รายงานให้ที่ประชุมทราบในคราวถัดไป
๑๒ มติที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวที่แล้ว ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ มอบเจ้าหน้าที่ส่งเสริมที่รับผิดชอบ ติดตามความคืบหน้า การแก้ไข ข้อบกพร่องของสหกรณ์ แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมในคราวถัดไป ประเด็นที่เสนอ เพื่อให้คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ รวมทั้ง ติดตามให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนและแนวทางภายในระยะเวลาที่กำหนด มติที่ประชุม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5) สหกรณ์การเกษตรอุทัย จำกัด กรณีอดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ กระทำโดยทุจริตยักยอกเงินค่าขายสินค้า (น้ำมันเชื้อเพลิง) ของ สหกรณ์ฯ ไปใช้ประโยชน์ส่วนตน มูลค่าความเสียหาย 360,127 บาท ข้อสั่งการตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์/รองนายทะเบียนสหกรณ์ตรวจสอบไม่พบการออก คำสั่งทางปกครองให้สหกรณ์ฯ หรือคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ผลการแก้ไขข้อบกพร่องในภาพรวม (ตั้งแต่ตรวจพบถึงปัจจุบัน) 1. เนื่องจากลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา สหกรณ์จึงได้ดำเนินการตาม ขั้นตอนการบังคับคดี ซึ่งสหกรณ์ได้ทำการสืบทรัพย์ พบว่าทั้งสองคนถือกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์คนละ 1 คัน ทนายได้ตั้งเรื่องเพื่อนำมาขายทอดตลาด ความคืบหน้ายังหาทรัพย์ไม่เจอ อยู่ระหว่างการติดตามหาทรัพย์ คดี หมายเลขดำที่ 373/2557 คดีหมายเลขแดงที่ 66/2558 รายงานการยึดทรัพย์ครั้งที่ 1 งดยึด, ส่งคืน ธุรการ/ลงนัด 2 เดือน รอฟังโจทก์แถลง
๑๓ 2. วันที่ 24 ตุลาคม 2561 นายนิติธร คงสมบูรณ์ ผู้แทนโจทก์ ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปทำการยึดรถจักรยานยนต์ที่บ้านพักในฐานะผู้อาศัย ตามหมาย บังคับคดีของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของนายทิฑัมพร ภิญโญ ซึ่งยังไม่เคยได้รับชำระหนี้จากจำเลย ใน วันดังกล่าวนายทิฑัมพร ภิญโญ ไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ผู้แทนโจทก์แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ขอให้งดยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่พบจำเลยที่ 1 และรถจักรยานยนต์ของจำเลย จึงของดการยึด ไว้ และจะดำเนินการบังคับคดีกับจำเลยภายหลัง 3. สหกรณ์ได้ตรวจสอบพบว่านายทิฑัมพร ภิญโญ มีรายได้รวมทั้งเดือนไม่ถึง 20,000.00 บาท ไม่สามารถอายัดเงินเดือนได้ 4. สหกรณ์ส่งเรื่องขออายัดเงินปันผล/เงินเฉลี่ยคืน ของนางศรีอรุณ ดอกม่วง ผู้ค้ำประกัน ซึ่ง เป็นสมาชิก สอ.ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด ซึ่งสอ.ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด ได้แจ้งว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ เป็นเจ้าหนี้อันดับ 1 ซึ่งเงินปันผล/เงินเฉลี่ยคืน ของสมาชิกออมทรัพย์ครูฯ (ผู้ค้ำประกันการทำงานนายฑิฆัมพร ภิญโญ) จะต้องนำไปตัดชำระหนี้ของสมาชิกดังกล่าว ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ เป็นเจ้าหนี้ จนกว่าสมาชิกจะ ชำระหนี้หมดจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ให้ครบก่อน หรือจนกว่าสมาชิกจะเสียชีวิต ซึ่งกรณีนี้ลูกหนี้ต้องชำระ หนี้ตามกฎหมายบังคับคดีก่อน สหกรณ์จึงได้ดำเนินการติดต่อกับบังคับคดีเพื่อทราบแนวทางการปฏิบัติตาม กฎหมายบังคับคดีในการตั้งเรื่องขออายัดเงินปันผล/เงินเฉลี่ยคืนของนางศรีอรุณ ดอกม่วง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็น สมาชิก สอ.ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด 5. สหกรณ์ได้จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินการ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564 มีมติ มอบหมายให้ทนายดำเนินการตั้งเรื่องขออายัดเงินปันผล/เงินเฉลี่ยคืนของนางศรีอรุณ ดอกม่วง ผู้ค้ำประกัน ซึ่ง เป็นสมาชิก สอ.ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด ต่อไป และแจ้งให้ สอ.ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด เพื่อทราบ 6. ว่าที่ ดร.พนม สารทแฟง ทนายความผู้รับผิดชอบคดี ได้ดำเนินการตั้งเรื่องบังคับคดี โดยใน วันที่ 23 ธันวาคม 2564 ได้ยื่นคำร้องขออายัดเงินปันผลของนางสาวศรีอรุณ ดอกม่วง ต่อ สนง.บังคับคดี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างรอสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ดำเนินการส่งเงินปันผลของนางสาว ศรีอรุณ ดอกม่วง มายัง สนง.บังคับคดี 7. สหกรณ์ฯ ได้รับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน ของ นางสาวศรีอรุณ ดอกม่วง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 จำนวน 30,872.56 บาท 8. การดำเนินคดีของนายฑิฆัมพร ภิญโญ ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ 9. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมได้ทำหนังสือ ที่ อย 0010.1/179 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 เรื่อง สอบถามความคืบหน้าผลการดำเนินคดีของนายฑิฆัมพร ภิญโญ ซึ่งทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัด พระนครศรีอยุธยาได้ทำหนังสือไปยังสถานีตำรวจภูธรแล้ว เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 ความคืบหน้าจากการประชุมครั้งที่แล้ว ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ มอบกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 ติดตามความคืบหน้าในที่ประชุม คณะกรรมการดำเนินการ โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงที่รายงานในที่ประชุมว่าเป็นไปตามข้อเท็จที่ปรากฎหรือไม่ และนำ ข้อเท็จจริงมารายงานในที่ประชุมคราวถัดไป และมอบกลุ่มตรวจการสหกรณ์ ทำหนังสือถึงผู้กำกับ สภ.อุทัย เพื่อ สอบถามกรณีที่มีผู้ทำให้สหกรณ์เสียหายว่าดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ ได้เข้าติดตามการแก้ไข เรื่องการดำเนินธุรกิจน้ำมันของสหกรณ์ จาก การเข้าร่ามประชุมคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์การเกษตรอุทัย จำกัด ครั้งที่ ๑๐/25๖๕ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖6 ไนระเบียบวาระที่ ๓.๓ เรื่องติดตามผลการปฏิบัติงาน ประเด็นทุจริตเงินน้ำมัน นายฑิฆัมพร ภิญโญ ซึ่งทางผู้จัดการสหกรณ์ได้รายงานว่า ทางสถานีตำรวจภูธรอุทัยจะดำเนินการนำตัว นายฑิฆัมพร ภิญโญ
๑๔ มาฝากขังในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕66 แต่จากการเข้าไปตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าในประเด็น ดังกล่าว ในวันที่ 6 กรกฎาคม ๒๕๖๖ ปรากฎว่า ประเด็นดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทำให้ข้อเท็จจริงที่ ทางผู้จัดการสหกรณ์ ชี้แจงในที่ประชุมไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง จึงได้ขอเอกสารหลักฐานจากสหกรณ์ฯ เพื่อ ใช้ในการติตตามความคืบหน้าไปยังสถานีตำรวจภูธรอุทัยโดยตรง และสำนักงานสหกรณ์จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ได้มีหนังสือที่ อย 0010/5553 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ถึงผู้กำกับการสถานี ตำรวจภูธรอุทัย เพื่อขอสอบถามความก้าวหน้าการดำเนินคดีของสหกรณ์การเกษตรอุทัย จำกัด แต่ยังไม่ได้รับ หนังสือตอบกลับในประเด็นดังกล่าว หากมีความคืบหน้าจะนำรายงานในที่ประชุมต่อไป เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่รับผิดชอบ รายงานว่า สหกรณ์ฯ ได้มีวาระการติดตามความ คืบหน้ากรณีดังกล่าวเป็นประจำทุกเดือน และเจ้าหน้าที่ส่งเสริมได้ติดตามในที่ประชุมเป็นประจำทุกเดือน แต่ ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากยังไม่มีการตอบกลับจากสถานีตำรวจภูธรอุทัย จากการสอบถามไปยังสหกรณ์ ออมทรัพย์ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด ในกรณีการอายัดเงินปันผลและเฉลี่ยคืนของนางสาวศรีอรุณ ดอกม่วง ผู้ค้ำประกัน ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด ทางสหกรณ์ได้อายัดเงินปันและและ เฉลี่ยคืน จำนวน 32,101.00 บาท และนำส่งให้สำนักงานบังคับคดีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 มติที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวที่แล้ว ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์มอบกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 1 ติดตามความคืบหน้าในที่ประชุม คณะกรรมการดำเนินการ โดยตรวจสอบข้อเท็จจริงที่รายงานในที่ประชุมว่าเป็นไปตามข้อเท็จที่ปรากฎหรือไม่ และให้ กลุ่มตรวจการสหกรณ์ทำหนังสือถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา เพื่อขอสอบถาม ความก้าวหน้าการดำเนินคดีของสหกรณ์การเกษตรอุทัย จำกัด และนำข้อเท็จจริงมารายงานในที่ประชุมคราว ถัดไป ประเด็นที่เสนอ เพื่อให้คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ รวมทั้ง ติดตามให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนและแนวทางภายในระยะเวลาที่กำหนด มติที่ประชุม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๕ 6) สหกรณ์การเกษตรผักไห่จำกัด กรณี การจัดทำแผนฟื้นฟูการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อขอลดหย่อนดอกเบี้ยและผ่อนเวลา ในการชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ข้อสั่งการตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์/รองนายทะเบียนสหกรณ์ตรวจสอบไม่พบการออก คำสั่งทางปกครองให้สหกรณ์ฯ หรือคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ผลการแก้ไขข้อบกพร่องในภาพรวม (ตั้งแต่ตรวจพบถึงปัจจุบัน) 1. ข้อเท็จจริง สหกรณ์ฯ จัดทำแผนฟื้นฟูการดำเนินงานของสหกรณ์ โดยนำเสนอ ให้ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พิจารณา แต่แผนดังกล่าวไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ธนาคารฯ เจ้าหนี้ แต่อย่างใด โดยสหกรณ์ฯ และธนาคารฯ กำหนดเจรจาไกล่เกลี่ยคดีในชั้นศาลในวันที่ 14 มีนาคม 2566 2. ที่ประชุมร่วมรับฟังข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ฯ ผู้รับผิดชอบ และผู้แทน สำนักงาน ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่คู่สัญญาไม่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยการผ่อนผัน ชำระหนี้ได้ เนื่องจากธนาคารฯ เจ้าหนี้ ไม่สามารถรับข้อเสนอของสหกรณ์ฯ ในการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อ ชำระหนี้ซึ่งสหกรณ์ฯ เป็นผู้กำหนด และข้อตกลงในการโอนหนี้ของลูกหนี้ที่มีหลักประกัน ก็จะต้องได้รับความ ยินยอมจากฝ่ายบุคคลที่สาม และคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดปัจจุบัน ในฐานะผู้แทนสหกรณ์ ไม่ ยินยอมลงลายมือชื่อในเอกสารสำคัญ เนื่องจากเข้าใจว่าจะมีความรับผิดชอบ ในฐานะส่วนตัว 3. ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ 3 พร้อมด้วยนิติกร ของ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสานผู้แทนสำนักงาน ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา เข้าชี้แจงทำ ความเข้าใจกับคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ว่าการลงลายมือชื่อในเอกสารไกล่เกลี่ยผ่อนผันการชำระหนี้ เป็นเพียงการลงนาม ในฐานะผู้แทนสหกรณ์ฯ เท่านั้น และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ค้ำประกันที่ยังไม่ยินยอม ลงลายมือชื่อในเอกสารไกล่เกลี่ยผ่อนผันการชำระหนี้ ความคืบหน้าจากการประชุมครั้งที่แล้ว เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ได้ขอความอนุเคราะห์จาก คุณมาลี แกนตะเคียน ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ. ก.ส. สาขาผักไห่ โดยได้เข้าร่วมประชุมกับสหกรณ์ฯ ในวันที่ 29 มีนาคม 2566 และคุณมาลีได้อธิบายและชี้แจง เรื่องของการลงลายมือชื่อในเอกสารไกล่เกลี่ยผ่อนผันการชำระหนี้ เป็นเพียงการลงนามในฐานะผู้แทนสหกรณ์ฯ เท่านั้นไม่ใช่เป็นการค้ำประกัน ในส่วนประเด็นในการให้ติดตามการตั้งอนุกรรมการพิจารณาแก้ไขข้อบกพร่อง เนื่องจากคณะกรรมการดำเนินการชุดที่แล้วหมดวาระ บัดนี้ได้ตั้งอนุกรรมการชุดใหม่แล้วจำนวน 3 ท่าน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ รายงานว่า ความคืบหน้ากรณีสหกรณ์ฯ ทำแผนฟื้นฟูเพื่อขอลด ดอกเบี้ยจาก ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 ศาลได้มีการนัดไกล่เกลี่ย โดยมีอดีตผู้จัดการสหกรณ์ และ พวก ได้ขอยื่นต่อสู้ เพื่อให้พ้นจากการเป็นผู้ค้ำประกัน ศาลจึงยังไม่ได้มีการตัดสินให้สหกรณ์มีการชำระหนี้ ศาล จึงจะมีการดำเนินการสอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก โดยศาลได้มีการเลื่อนนัดไปเป็นวันที่ 18 กันยายน 2566 ในส่วนของความเข้าใจในเรื่องของการลงลายมือชื่อในเอกสารไกล่เกลี่ยผ่อนผันการชำระหนี้ เป็นเพียงการลง นามในฐานะผู้แทนสหกรณ์ฯ เท่านั้นไม่ใช่เป็นการค้ำประกัน คณะกรรมการเข้าใจในประเด็นดังกล่าวแล้ว แต่ ยังไม่ได้มีการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากรอผลการตัดสินจากศาลก่อน
๑๖ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีคำพิพากษา ดังนี้ 1. ให้จำเลยที่ 1 สหกรณ์การเกษตรผักไห่ จำกัด ชำระเงิน 15,510,906.99 บาท พร้อม ดอกเบี้ยในอัตราเอ็มแอลอาร์บวก ร้อยละ 1.5 ต่อปี ของต้นเงิน 9,975,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้อง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทย์ โดยให้จำเลยที่ 2 - 25 ร่วมรับผิดกับ จำเลยที่ 1 มีกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ 2. ให้จำเลยที่ 1 สหกรณ์การเกษตรผักไห่ จำกัด ชำระเงิน 45,627,452 บาท พร้อม ดอกเบี้ยในอัตราเอ็มแอลอาร์บวก ร้อยละ 1.5 ต่อปี ของต้นเงิน 29,975,273.20 บาท นับถัดจากวันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทย์ โดยให้จำเลยที่ 2 - 25 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 มีกำหนดหกสิบวันนับ แต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ 3. ให้จำเลยที่ 1 สหกรณ์การเกษตรผักไห่ จำกัด ชำระเงิน 54,159,575.35 บาท พร้อม ดอกเบี้ยในอัตราเอ็มแอลอาร์บวก ร้อยละ 1.5 ต่อปี ของต้นเงิน 40,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็น ต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทย์ โดยให้จำเลยที่ 2 - 25 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 มีกำหนดหกสิบวันนับแต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ หากจำเลยที่ 1 – 25 ไม่ชำระหนี้ดังกล่าวให้ยึดที่ดิน จำนวน 27 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ในต้นเงิน 7,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราเอ็มแอลอาร์ บวก ร้อยละ 1.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ และยึด ทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งยี่สิบห้าออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบ (จำเลย) ยื่นขอขยาย ระยะเวลาอุทธรณ์ ออกไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2567 เพื่อให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ มติที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวที่แล้ว ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ติดตามความคืบหน้าใน การดำเนินการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์ และการไกล่เกลี่ยของสหกรณ์ แล้วนำเข้ารายงานในที่ประชุมในคราวถัดไป ประเด็นที่เสนอ เพื่อให้คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ รวมทั้ง ติดตามให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนและแนวทางภายในระยะเวลาที่กำหนด มติที่ประชุม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๗ 7) สหกรณ์การเกษตรมหาราช จำกัด กรณีสหกรณ์มีลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่สหกรณ์ไม่ได้รับการชำระหนี้ภายหลังจากที่ ดำเนินการออกหมายบังคับคดี และคณะกรรมการฯ ไม่ได้มีการดำเนินการเพื่อยึด อายัด หรือบังคับคดีกับ ทรัพย์สินของลูกหนี้ดังกล่าว ซึ่งหนี้บางรายการจะครบกำหนดระยะเวลาบังคับคดีแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวย่อม เห็นได้ว่า คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ งดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับสหกรณ์ฯ พ.ศ. 2563 ข้อ 75 (26) และตามนัยมาตรา 51/1 แห่ง พ.ร.บ. สหกรณ์ 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อสั่งการตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์/รองนายทะเบียนสหกรณ์ มีการออกคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ ที่ อย 2/2566 เรื่อง ให้คณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์แก้ไขข้อบกพร่อง สหกรณ์การเกษตรมหาราช จำกัด ตามมาตรา 22 (1) แห่งพระราชบัญญัติ สหกรณ์ พ.ศ. 2542 ความคืบหน้าจากการประชุมครั้งที่แล้ว ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์การเกษตรมหาราช จำกัด แก้ไขข้อบกพร่องตามวิธีการ และระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้ ๑) ให้ดำเนินการตรวจสอบสิทธิเรียกร้อง/สิทธิในการบังคับคดี ในหนี้เงินกู้ของนาย วิโรจน์ผลงาม และนายพลเทพ ฉายาวัฒนะ ตลอดจนบรรดาผู้ค้ำประกัน เพื่อตรวจสอบว่าสหกรณ์ฯ มีสิทธิในการ บังคับคดีกับทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคำสั่ง ๒) ให้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาของสหกรณ์ฯ ทุกรายตลอดจน กองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง และทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งตกทอดแก่ทายาท กรณีลูกหนี้ตามคำ พิพากษาถึงแก่ความตาย ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ๓) ให้ดำเนินการบังคับคดีกับทรัพย์สินของ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งสหกรณ์ฯ ตรวจพบตามข้อ ๒. ภายในระยะเวลาการใช้สิทธิบังคับคดีของสหกรณ์ฯ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่รับผิดชอบ รายงานว่า 1. กรณีลูกหนี้ของสหกรณ์ที่เป็นสมาชิก กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งมี จำนวน 8 ราย และกองทุนฯ มีความประสงค์จะรับซื้อหนี้ให้โดยมี สมาชิกจำนวน 1 ราย ที่ กองทุนฯ ได้ทำการซื้อหนี้แบบเร่งด่วนเนื่องจากตรวจพบว่าลูกหนี้รายดังกล่าวได้มีการ โอนทรัพย์สินให้แก่บุตร ภายหลังที่สหกรณ์ได้ตรวจสอบสิทธิเรียกร้อง และ รายต่อไปคาดว่าจะดำเนินการ ภายในเดือนเมษายน 2567 นี้ 2. กรณีลูกหนี้ของสหกรณ์แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกร จำนวน 3 สัญญา ลูกหนี้ได้ดำเนินการชำระหนี้ ให้แก่บังคับคดี จำนวน 40,000 บาท แต่ลูกนี้รายนี้ มี 3 คำพิพากษา จึงทำให้ยังคงเหลือ อีก 2 คำพิพากษาที่ยังต้องดำเนินการบังคับคดีต่อไป มติที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวที่แล้ว ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ มอบหมายกลุ่มส่งเสริม สหกรณ์2 ติดตามผลการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของคณะกรรมการดำเนินการ และการดำเนินการขาย หนี้ให้กองทุนฟื้นฟูฯ ให้ปฏิบัติให้เป็นไปตาม ระเบียบและข้องบังคับของสหกรณ์อย่างเคร่งครัด แล้วรายงานผล ให้ที่ประชุมคณะทำงานฯ คราวถัดไปทราบ ประเด็นที่เสนอ เพื่อให้คณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่มีข้อบกพร่อง (จกบ.) ร่วมกันพิจารณากำหนดแนวทางในการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องของสหกรณ์ รวมทั้ง ติดตามให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามแผนและแนวทางภายในระยะเวลาที่กำหนด
๑๘ มติที่ประชุม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องเสนอให้ที่ประชุมทราบ (ถ้ามี) มติที่ประชุม ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................. ระเบียบวาระที่ 5 เรื่องเพื่อพิจารณา (ถ้ามี) มติที่ประชุม ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ระเบียบวาระที่ 6 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี) มติที่ประชุม ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................