หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรือ่ ง ประโยคทีใ่ ช้ในการสื่อสาร โดยใชว้ ิธกี ารจัดการเรยี นรู้
แบบร่วมมอื เทคนิค STAD เพ่ือพฒั นาความสามารถในการคดิ วิเคราะหแ์ ละการส่ือสาร
รายวิชาภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
๒เร่อื งที่
นางรณิชา จิตธรรมมา
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นแชแลพิทยานุสรณ์
สังกดั องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั อดุ รธานี
ตาบลแชแล อาเภอกมุ ภวาปี จงั หวัดอุดรธานี
ลักษณะของประโยคความเดียว ก
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ประโยคท่ีใช้ในการสื่อสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพ่ือพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการสื่อสาร รายวิชา
ภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ นี้ ผู้วิจัยจัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษา
ปีท่ี ๑ เพ่ือพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการสื่อสารของผู้เรียน ซ่ึงใช้กระบวนการ
จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนทางานเป็นกลุ่ม กระตุ้นให้ผู้เรียน
มที ักษะการคดิ และการสอื่ สาร สาหรับหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์นีม้ ีทงั้ หมด ๘ เรอื่ ง
เรอื่ งที่ 1 ความหมายและชนิดของประโยคทใี่ ชใ้ นการส่ือสาร
เรอ่ื งที่ 2 ลักษณะของประโยคความเดียว
เรอื่ งที่ 3 ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ
เร่อื งที่ 4 ประโยคคาถามและประโยคคาสัง่
เร่ืองที่ 5 รปู ลักษณข์ องประโยคความรวม
เรอ่ื งที่ 6 วิเคราะหค์ วามรสู้ ู่ประโยคความรวม
เรื่องที่ ๗ ประโยคคล้อยตามกัน และประโยคขดั แย้งกัน
เรื่องที่ ๘ ประโยคเลอื กอย่างใดอยา่ งหนงึ่ และประโยคเป็นเหตุเปน็ ผล
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ประโยคที่ใช้ในการสื่อสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสาร รายวิชา
ภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ แต่ละเรื่องจะมีแผนการจดั การเรียนรู้
เป็นคมู่ ือในการจดั กระบวนการเรยี นรู้
ผจู้ ัดทาขอขอบพระคุณท่านผูอ้ านวยการโรงเรียนแชแลพทิ ยานสุ รณ์ ผู้เช่ียวชาญ คณะครู
นกั เรียน ตลอดจนผู้ท่ีเกี่ยวข้องทุกทา่ น ที่ใหค้ าแนะนาในการจัดทาหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์จนสาเร็จ
ลุล่วงไปด้วยดี ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้เรียน ครูผู้สอน
และผู้ที่สนใจนาไปใช้ในการพัฒนาเยาวชนไทย ให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และนาความรู้
ไปประยกุ ต์ใชใ้ นการดารงชีวติ ได้อย่างมีความสุข
รณิชา จิตธรรมมา
ลกั ษณะของประโยคความเดียว ข
สำรบัญ หนา้
เรอ่ื ง ก
ข
คานา ค
สารบญั ง
ขน้ั ตอนการเรยี นจัดการเรยี นร้แู บบร่วมมอื เทคนิค STAD ฉ
คาชแ้ี จงการใช้หนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์ ซ
คาแนะนาการใช้หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์สาหรบั ครู ฌ
คาแนะนาการใช้หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์สาหรบั นักเรียน ญ
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ดั 1
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๔
แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) 5
ข้นั ท่ี 1 ขั้นนาเสนอบทเรยี นท้งั ช้ันเรยี น ๙
1๐
ใบความรู้ 1๑
ขั้นท่ี 2 ข้นั เรียนกล่มุ ยอ่ ย ๑๒
๑๓
กิจกรรมท่ี 1 ๑๔
กจิ กรรมที่ 2 ๑๕
กิจกรรมที่ 3 ๑๘
ข้นั ที่ 3 ขน้ั ทดสอบย่อย ๑๙
กิจกรรมรายบคุ คล ๒๐
แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) ๒๑
ข้นั ท่ี 4 ข้ันหาคะแนนพัฒนาการ ๒๒
ขน้ั ท่ี 5 ข้นั ให้รางวลั กลมุ่ ๒๓
บรรณานกุ รม ๒๗
ภาคผนวก ๒๘
- เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
- เฉลยกจิ กรรม
- เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
- แบบบันทกึ คะแนน
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ค
ขั้นตอนกำรเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื ดว้ ยเทคนคิ STAD
ศึกษำวิธีการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื ด้วยเทคนคิ
STAD สาระมาตรฐานการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรยี นรู้
และคาชแ้ี จงการใชห้ นังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
(Pre-test)
ศกึ ษำบทเรียน
ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น ไม่ผำ่ นกำรทดสอบ
(Post-test)
ผำ่ นกำรทดสอบ
ศกึ ษำเรอ่ื งใหม่
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ง
คำชีแ้ จงการใช้หนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์
เรอ่ื งท่ี ๒ ลักษณะของประโยคความเดียว
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ประโยคที่ใช้ในการสื่อสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพ่ือพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสาร รายวิชา
ภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เรื่องน้ี เป็นเร่ืองท่ี ๒ ลักษณะของ
ประโยคความเดียว
จัดทาข้ึนเพื่อใช้ประกอบการเรียนรายวิชาภาษาไทย ท๒๒๑๐๒ สาหรับนักเรียน
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓ โรงเรียนแชแลพิทยานุสรณ์ โดยมุ่งพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์
และการสื่อสาร โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ซึ่งมีข้ันตอนการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ ๕ ขนั้ ตอน ดงั นี้
ขั้นท่ี 1 ขน้ั นาเสนอบทเรยี นท้ังชั้นเรยี น
ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนและนาเสนอเนื้อหาใหม่แก่นักเรียน
ด้วยวิธีสอนที่หลากหลาย และนักเรียนทุกคนต้องศึกษาเนื้อหาจากครูผู้สอน
อยา่ งตัง้ ใจเพ่อื ใหเ้ ข้าใจและเกดิ ความรูใ้ นเนื้อหาใหม่
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั เรยี นกล่มุ ยอ่ ย
แบง่ นักเรยี นออกเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 5-6 คน คละตามความสามารถของนักเรยี น
คือ เกง่ 1 คน ปานกลางคอ่ นข้างเก่ง 1-2 คน ปานกลางคอ่ นขา้ งอ่อน 1-2 คน
และอ่อน 1 คน โดยสมาชิกทุกกลุ่มจะเรียนรแู้ ละทากจิ กรรมดว้ ยการช่วยเหลือ
ซ่งึ กันและกัน เดก็ เรียนเก่งจะชว่ ยตรวจงานกอ่ นนาส่งครูและสอนเด็กเรียนออ่ น
ขณะเดียวกันเด็กเรียนอ่อนก็มีโอกาสได้พัฒนาตนเอง สมาชิกแต่ละคนต้อง
พยายามต้ังใจเรียนและร่วมกิจกรรมใหด้ ีทส่ี ดุ เพื่อชยั ชนะของกลุ่ม
ข้นั ที่ 3 ขัน้ ทดสอบยอ่ ย
นกั เรยี นทาแบบทดสอบรายบคุ คลและแบบทดสอบหลังเรียน โด ย ไม่ ซั ก ถ า ม
เพื่อนในกลุ่มและต้องแข่งขันกับตนเองโดยทาคะแนนความก้าวหน้า (คะแนน
ความแตกต่างระหวา่ งก่อนเรยี นและหลังเรยี น) ให้ดที ่สี ดุ
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว จ
ข้นั ท่ี 4 ขน้ั หาคะแนนพัฒนาการ
สมาชกิ ในกลุ่มตรวจคาตอบ ดงั นี้
1. นกั เรยี นแลกเปลย่ี นกจิ กรรมรายบคุ คล ระหวา่ งกลมุ่ เพ่อื ตรวจใหค้ ะแนน
2. นักเรยี นแลกเปลย่ี นแบบทดสอบหลงั เรียนระหว่างกล่มุ เพอื่ ตรวจให้คะแนน
3. บันทึกคะแนนจากกิจกรรมรายบุคคล และคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน
ในแบบบนั ทึกเพ่อื หาคะแนนความกา้ วหนา้ รายบุคคล
4. นาคะแนนความก้าวหน้ารายบุคคลบันทึกลงในแบบบันทึกคะแน น
ความก้าวหนา้ รายกลมุ่ เพอื่ หาคะแนนความก้าวหนา้ เฉลย่ี รายกลมุ่
ขั้นที่ 5 ขัน้ ใหร้ างวัลกลมุ่
ครูประกาศช่ือกลุ่มและรายช่ือสมาชิกของกลุ่มท่ีมีคะแนนความก้าวหน้าหรือ
ผลสัมฤทธ์ิสูงที่สุดเป็นผู้ชนะ และให้กาลังใจด้วยการยกยอ่ งชมเชย ปิดประกาศ
ชื่อกล่มุ สมาชิกและผลงานไวท้ ปี่ ้ายนเิ ทศหน้าชั้นเรยี น หรอื ให้รางวัล
ลกั ษณะของประโยคความเดียว ฉ
คำแนะนำกำรใช้หนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์
สำหรับครู
1. ครูแจ้งรายละเอียดและวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เร่ือง ประโยคท่ีใช้ในการส่อื สาร โดยใชว้ ิธกี ารจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพฒั นา
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการสื่อสาร รายวิชาภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียน
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ให้นักเรยี นเข้าใจอย่างละเอยี ด
2. ครูนาเข้าสู่บทเรยี นและแจ้งจุดประสงคใ์ นการเรยี น
3. ครูวางแผนการจัดกลุ่มนักเรียนสาหรับการเรียนด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง
ประโยคที่ใช้ในการสื่อสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนา
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสารไว้ล่วงหน้า โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม
กลุ่มละ 5-6 คน คละตามความสามารถของนักเรียน คือ เก่ง 1 คน ปานกลางค่อนข้างเก่ง
1-2 คน ปานกลางค่อนข้างอ่อน 1-2 คน และอ่อน 1 คน ให้นักเรียนร่วมกันตั้งช่ือกลุ่ม
ใหส้ มาชกิ ได้มโี อกาสเปลีย่ นกลมุ่ 1-2 สัปดาหต์ ่อครงั้ เพื่อสง่ เสรมิ การทางานร่วมกันเปน็ กลุ่มและ
การมีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างสมาชิก จากนั้นครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ
นกั เรียน
4. ครูอธิบายวิธีการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ประโยคที่ใช้ในการสื่อสาร โดยใช้
วิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพ่ือพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และ
การสื่อสาร ให้นักเรียนทกุ คนเขา้ ใจ
5. ครูให้โอกาสนักเรียนท่ีไม่เข้าใจได้ซักถามเกี่ยวกับวิธีการเรียน ขั้นตอนการใช้
หนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ หรอื บทบาทของนักเรยี นเอง ตลอดจนข้อข้องใจอน่ื ๆ
6. ก่อนเรียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แต่ละชุดต้องให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
และครูแจ้งคะแนนฐานแก่นักเรียนทุกคนโดยนาคะแนนฐานมาคิดเป็นร้อยละและให้แต่ละคน
บันทึกคะแนนฐานของตนไว้
7. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มสัมฤทธ์ิ ให้กับนักเรียนตาม
ข้ันตอน ดังนี้
7.1 ข้ันท่ี 1 ขัน้ นาเสนอบทเรยี นทัง้ ชัน้ เรยี น
ครูทบทวนความร้เู ดิมของนกั เรียนและสอนเนือ้ หาใหม่แกน่ กั เรยี นด้วยวิธี
สอนท่ีหลากหลายและนักเรยี นทกุ คนต้องศึกษาเนื้อหาจากครูผ้สู อนอย่างต้ังใจ เพ่ือให้เข้าใจและ
เกดิ ความร้ใู นเน้อื หาใหม่
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ช
7.2 ข้ันท่ี 2 ขน้ั เรยี นกลุ่มยอ่ ย
แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน คละตามความสามารถของ
นักเรียน คือ เก่ง 1 คน ปานกลางค่อนข้างเก่ง 1-2 คน ปานกลางค่อนข้างอ่อน 1-2 คน
และอ่อน 1 คน โดยสมาชิกทุกกลุ่มจะเรียนรู้และทากิจกรรมด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เด็กเรียนเก่งจะช่วยตรวจงานก่อนนาส่งครูและสอนเด็กเรียนอ่อน ขณะเดียวกันเด็กเรียนอ่อน
ก็มีโอกาสได้พัฒนาตนเอง สมาชิกแต่ละคนต้องพยายามตั้งใจเรียนและร่วมกิจกรรมให้ดีที่สุด
เพ่ือชยั ชนะของกลมุ่
7.3 ขน้ั ที่ 3 ขั้นทดสอบย่อย
นักเรียนทาแบบทดสอบรายบุคคล และแบบทดสอบหลังเรียน
โดยไม่ซักถามเพื่อนในกลุ่มและต้องแข่งขันกับตนเองโดยทาคะแนนความก้าวหน้า (คะแนน
ความแตกตา่ งระหว่างก่อนเรยี นและหลงั เรียน) ใหด้ ที สี่ ุด
7.4 ขนั้ ท่ี 4 ข้นั หาคะแนนพัฒนาการ
สมาชิกในกลุ่มตรวจคาตอบด้วยตนเอง หรือแลกเปลยี่ นกับเพื่อนในกลุ่ม
หรือต่างกลุ่มตรวจคาตอบ แล้วพิจารณาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนจากคะแนนที่ได้ในการทดสอบ
หลังเรียนกับส่วนต่างของคะแนนที่ได้จากการทดสอบกอ่ นเรียน ในลักษณะรายคน และเป็นกลุ่ม
สาหรับผลสัมฤทธ์ิเป็นกลุม่ จะพจิ ารณาจากคะแนนความกา้ วหนา้ ของแต่ละคนทีไ่ ดส้ งู ขนึ้
7.5 ขั้นท่ี 5 ขั้นให้รางวัลกลมุ่
ครูประกาศช่ือกลุ่มและรายชื่อสมาชิกของกลุ่มที่มคี ะแนนความก้าวหน้า
หรือผลสัมฤทธิ์สูงที่สุดเป็นผู้ชนะ และให้กาลังใจด้วยการยกย่องชมเชย ปิดประกาศช่ือกลุ่ม
สมาชิกและผลงานไวท้ ีป่ า้ ยนิเทศหน้าช้นั เรียน หรอื ใหร้ างวัล
8. ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ท่ีระบุไว้ ครูควรหาเวลาให้นักเรียนกลับไปศึกษากิจกรรม
นน้ั ๆ ใหม่ แลว้ ทาแบบทดสอบหลังเรียนใหผ้ ่านเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้
9. ครูแจ้งคะแนนการประเมิน พฤติกรรมการทางานด้วยกระบวนการกลุ่ม และคะแนน
การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พร้อมให้ข้อเสนอแนะและคาแนะนาในการเรียน
คร้งั ตอ่ ไป
ลักษณะของประโยคความเดียว ซ
คำแนะนำกำรใช้หนังสืออิเลก็ ทรอนิกส์
สำหรับนักเรียน
หนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์นี้ จัดทาข้ึนเพ่ือใช้เป็นสอ่ื การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้หนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ประโยคท่ีใช้ในการสื่อสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค
STAD เพือ่ พัฒนาความสามารถในการคิดวเิ คราะห์และการส่ือสาร รายวชิ าภาษาไทย ท2๑10๒
สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง หรือนักเรียนสามารถนาไปศึกษา
เพ่มิ เติม เป็นการทบทวนนอกเวลาเรียน เพอื่ ใหเ้ กิดการเรยี นรู้ทดี่ ีและไดร้ บั ประโยชน์สงู สุดในการ
เรียนรู้ นักเรียนควรปฏิบัติตามคาแนะนาแต่ละข้ันตอนต้ังแต่ต้นจนจบ นักเรียนจะได้ความรู้
อย่างครบถ้วน โดยปฏิบตั ติ ามขนั้ ตอนตอ่ ไปนี้
1. หนงั สืออิเล็กทรอนิกส์นี้มที ั้งหมด ๘ เรื่อง
2. หนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส์น้ี เป็นเรอื่ งที่ ๒ ลักษณะของประโยคความเดยี ว
3. ขั้นตอนการใช้หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์
3.1 ศึกษาคาแนะนาการใช้หนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์
3.2 ศึกษาสาระสาคญั ของหนงั สอื อิเล็กทรอนกิ ส์
3.3 ศกึ ษาจุดประสงค์การเรยี นรู้ของหนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
3.4 ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น (Pre-test)
3.5 ศึกษาและทาความเข้าใจกับเน้ือหาในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรอื่ งที่ ๒ ลักษณะ
ของประโยคความเดียว
3.6 ทากิจกรรมตามลาดับขนั้ ตอนการทากจิ กรรม
3.7 ทาแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)
3.8 รว่ มตรวจคาตอบกับเฉลยในภาคผนวก
3.9 ร่วมตรวจคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เมื่อเรียนจบแต่ละเร่ือง
เพือ่ วัดความรู้ท่ีพฒั นาขึ้นในเรือ่ งน้ัน ๆ
ลักษณะของประโยคความเดียว ฌ
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตัวช้ีวัด
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑
ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราว
ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ตัวช้วี ัด
ม.๑/๒ เขยี นสอ่ื สารโดยใชถ้ ้อยคาถกู ต้องชดั เจน เหมาะสม และสละสลวย
ม.๑/๓ เขยี นบรรยายประสบการณโ์ ดยระบุสาระสาคญั และรายละเอยี ดสนับสนุน
ม.๑/๖ เขยี นแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั สาระจากสือ่ ทไ่ี ด้รบั
สาระท่ี 4 หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1
เข้าใจธรรมชาติของภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ชว้ี ดั
ม.๑/๒ สรา้ งคาในภาษาไทย
ม.๑/๓ วิเคราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค
ม.๑/๔ วิเคราะห์ของภาษาพูดและภาษาเขยี น
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ญ
จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ดา้ นความรู้ (K)
1) อธิบายความหมายและลกั ษณะของประโยคความเดยี วได้ถกู ตอ้ ง
2) วิเคราะหร์ ปู แบบหรือส่วนประกอบของประโยคความเดยี วได้
2. ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1) อา่ น เขยี นข้อความ เขียนประโยค และใชป้ ระโยคความเดียวเพื่อการสอื่ สารได้
๒) ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมกลุม่ รว่ มกนั ได้
3. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
มีมารยาทในการเขียน มีความรับผิดชอบ มีความมุ่งม่ันในการทางาน และให้ความ
ร่วมมอื ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้และรบั ฟังความคดิ เห็นของผอู้ น่ื
สำระสำคญั /ควำมคดิ รวบยอด
ประโยคท่ีใช้สื่อสารในภาษาไทยนั้นมีหลายชนิดและหลายความหมาย ซึ่งประโยค
แต่ละชนิดนั้นมีวัตถุประสงค์ของการส่ือสารท่ีแตกต่างกัน การศึกษาชนิดและลักษณะของ
ประโยค เพ่ือให้เข้าใจว่าเป็นประโยคชนิดใด มีเจตนาในการสื่อสารอย่างไร จึงเป็นสิ่งจาเป็น
เพราะจะทาใหส้ ามารถใช้ประโยคเพือ่ การสื่อสารไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๑
แบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre-test)
หนังสอื อิเล็กทรอนิกส์ เรือ่ ง ประโยคท่ีใช้ในการสอ่ื สาร โดยใชว้ ธิ ีการจดั การเรยี นรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพ่อื พัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะหแ์ ละการส่ือสาร
รายวิชาภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑
เร่อื งที่ 2 ลักษณะของประโยคความเดียว
คาชีแ้ จง: 1. แบบทดสอบเป็นแบบปรนัยชนิด 4 ตวั เลอื ก มีจานวน 10 ข้อ
คะแนนเต็ม 10 คะแนน
2. ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งท่สี ดุ แลว้ เขียนเครื่องหมาย X
ทับข้อที่นกั เรียนเลอื กลงในกระดาษคาตอบ
__________________________________________
1. ข้อความในข้อใดเปน็ ประโยค
ก. นกบนิ
ข. นกนางแอ่น
ค. นกนอ้ ย
ง. นกกระจอก
2. ขอ้ ใดเรียงลาดบั คาในประโยคได้ถูกตอ้ ง
ก. ในสวนกล้วยสุกอยู่
ข. กลว้ ยสกุ อยใู่ นสวน
ค. อยใู่ นสวนกล้วยสกุ
ง. สวนกล้วยสุกอยใู่ น
๓. ขอ้ ความในข้อใดไม่เป็นประโยค
ก. ควายขวิดสนุ ัขตาย
ข. ควายกาลังไถนา
ค. ควายตัวผสู้ ีดา
ง. ลกู ควายกินนมแม่
4. ข้อความใดเป็นประโยค
ก. ทะเลาะกันไมเ่ ลิก
ข. กินไมไ่ ด้
ค. เกา้ อ้หี ลายตัว
ง. เด็กคนหนึง่ เดินผา่ นมา
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ๒
5. “วริ ัชล้มลงหนา้ ประตูฟุตบอล” คาทีข่ ีดเส้นใตค้ ือสว่ นใดของประโยค
ก. ประธาน
ข. กริยา
ค. สว่ นขยายกริยา
ง. กรรม
6. ขอ้ ความในข้อใดไม่มีภาคแสดง
ก. ควายตัวเมยี สีดา
ข. ควายกาลงั ไถนา
ค. ควายตัวเมยี ขาดสนุ ัขตาย
ง. ลกู ควายกินนมแม่
7. “สนุ ขั ถูกรถชนทหี่ นา้ ประตโู รงเรียน” คาในข้อใดทาหน้าทเ่ี ป็นประธาน
ก. รถ
ข. ถูกชน
ค. สนุ ัข
ง. โรงเรียน
8. “นกั เรียนอ่านหนงั สือพมิ พ์ทกุ วัน” คาท่ขี ดี เสน้ ใตข้ ยายคาในข้อใด
ก. นักเรียน
ข. หนงั สอื พมิ พ์
ค. พมิ พ์
ง. อ่าน
9. ข้อใดเป็นประโยคทไี่ มม่ ีบทกรรม
ก. ใครเปน็ คนที่เขา้ มาใน
ข. แขกรบั เชญิ อา่ นรายงานการประชมุ กันแล้วทกุ คน
ค. นักเขยี นเขียนเรอื่ งสนั้ ให้กบั สานกั พมิ พข์ องเขา
ง. น้องสาวคนเลา่ กาลังเล่นตุ๊กตาอยา่ งเพลดิ เพลิน
10. คาวา่ เก่ง ในข้อใดทาหนา้ ทเี่ ป็นตวั แสดงของประโยค
ก. พ่ีชายตง้ั ชอื่ ลูกชายวา่ เกง่
ข. คณุ ครูภาษาไทยเปน็ นักพดู ท่ีพูดเก่งเหลือเกิน
ค. ลกู ชายเขาเกง่ จริง ๆ ที่สอบไดท้ ่ี 1
ง. เด็กคนน้ีเรียนหนงั สอื เกง่ ทีส่ ุดในห้อง
ลกั ษณะของประโยคความเดียว ๓
กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test)
ชือ่ _________________________ นามสกลุ ___________________
เลขที่ _______________________ ชน้ั ________________________
วิชา _______________________ วันท_่ี ______________________
ขอ้ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
๖
๗
๘
๙
๑๐
คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คะแนนทไี่ ด้.....................................คะแนน
(ผา่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ ๘๐)
ลกั ษณะของประโยคความเดียว ๔
นักเรยี นทกุ คนต้องศกึ ษาเน้อื หาจากครูผสู้ อนอยา่ งตั้งใจ
เพ่อื ให้เข้าใจและเกดิ ความรู้ในเน้ือหาใหมท่ คี่ รเู ป็นผู้นาเสนอ
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๕
ใบความรทู้ ่ี 1
ประโยคความเดยี ว
ความหมายของประโยคความเดยี ว
ประโยคท่ีมีใจความอย่างเดียว มุ่งกล่าวถึงสิ่งใดส่ิงหนึ่งเพียงส่ิงเดียว และส่ิงน้ันแสดง
กริ ิยาอาการหรอื อย่ใู นสภาพอย่างใดอยา่ งหนึง่ เพยี งอย่างเดยี ว เช่น
- นกั เรียนอา่ นหนังสอื
- ปลาวา่ ยทวนกระแสนา้
- นักเรยี นออกกาลังกาย
ข้อสังเกตของประโยคความเดยี ว
ภาคประธาน ประกอบดว้ ย บทประธาน และอาจมสี ว่ นขยายประธาน
ภาคแสดง ประกอบด้วย บทกริยา และอาจมีส่วนขยายกริยา บทกรรม
และส่วนขยายกรรม
เพอื่ น ๆ พอจะเข้าใจหรือยงั คะ
ถา้ ไม่เข้าใจเราไปศึกษาหนา้ ตอ่ ไป
เพม่ิ เตมิ ค่ะ
ลกั ษณะของประโยคความเดียว ๖
ตารางกระจายประโยคความเดยี ว
ดูตามตารางกระจายประโยคความเดียว ข้อความท่ีเป็นประโยคจะส้ันหรือยาวก็ได้
แต่จะตอ้ งประกอบด้วย ภาคประธาน และ ภาคแสดง ประธาน
ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง
ประธาน ส่วน กรยิ า ส่วน กรรม สว่ น
ขยาย ขยาย ขยาย
ฝนตกหนัก ฝน - ตก หนัก - -
มะลแิ ต่งกลอนเก่ง มะลิ - แต่ง เกง่ กลอน -
คนขยนั ทางานตา่ ง ๆ คน ขยนั ทำ เรว็ งำน ต่ำง ๆ
เร็ว
เพือ่ น ๆ ศกึ ษาหนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์
เสรจ็ แลว้ เขา้ ใจเนอ้ื หาบา้ งไหมคะ
ถา้ ไมแ่ น่ใจลองศึกษาบทสรปุ ดกู อ่ นนะคะ
ลักษณะของประโยคความเดียว ๗
เพอื่ น ๆ ยังสงสยั อยหู่ รือเปล่าครับ
เพอ่ื ตรวจสอบความรู้ความเขา้ ใจ
เราศกึ ษาบทสรปุ แลว้ ไปทากิจกรรม
ตามขั้นตอนในกิจกรรมครับ
ขอ้ สังเกต
1. ส่วนทส่ี าคญั ของประโยคคือ บทประธาน และบทกรยิ า
2. กรยิ าบางคาเทา่ น้นั ท่ตี ้องมกี รรมมารบั
3. สว่ นขยายจะมหี รือไมม่ ีก็ได้
ลกั ษณะของประโยคความเดียว ๘
สรุปเกร็ดความรู้ท้ายบทเรียน
สรปุ
ประโยคความเดียว หมายถึง
- ประโยคท่ีมีใจความเพยี งอย่างเดยี ว
- กล่าวถงึ สิ่งใดสงิ่ หนึ่งเพียงอย่างเดียว
- แสดงกิรยิ าอาการเพยี งอยา่ งเดียว หรอื
- อยู่ในสภาพอย่างใดอย่างหนึง่ เพยี งอยา่ งเดียว
ขอ้ ควรรู้
ประโยค จะต้องประกอบด้วย ประธาน และกริยาเป็น
อย่างน้อย หากขาดส่วนใดสว่ นหนงึ่ จะเป็นประโยคไม่ได้ เช่น
กินขา้ วแล้ว เป็นกล่มุ คา ไมใ่ ช่ประโยค เพราะไมม่ ีประธาน)
ตอ้ มกินข้าวแลว้ (เป็นประโยค เพราะมีประธาน)
เพอ่ื น ๆ คงจะเข้าใจบ้างแล้วนะครบั
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๙
ขั้นนี้แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มคละตามความสามารถของ
นักเรียน คือ เก่ง ปานกลาง และอ่อน โดยสมาชิกทุกกลุ่มจะเรียนรู้
และทากิจกรรมด้วยการช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน แต่ละคนต้อง
พยายามตั้งใจเรียนและร่วมกิจกรรมให้ดีที่สุด เพ่ือชัยชนะของกลุ่ม
โดยในขั้นตอนน้ี นกั เรียนในกลุ่มต้องร่วมกันศึกษาเน้ือหาในใบความรู้
ของบทเรียนอีกคร้ัง พร้อมทั้งร่วมทากิจกรรมรายกลุ่ม พร้อมกับ
การเฉลย เพื่อใหส้ มาชิกในกลุ่มเกดิ ความเขา้ ใจในเน้อื หา และพร้อมที่
จะทากจิ กรรมรายบคุ คลตอ่ ไป
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ๑๐
กิจกรรมท่ี ๑
คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเขียนเครอื่ งหมาย หนา้ ข้อท่ีเป็นประโยคและเครือ่ งหมาย X
หนา้ ข้อความทไ่ี ม่ใช่ประโยคความเดียว (10 คะแนน)
..................... 1. บ้านของเขาเปน็ ตึกสีเขียว
..................... 2. เพราะตอมไม่มาเขาจึงไมร่ เู้ ร่ือง
..................... 3. กอ้ ยเรียนเก่งมาก
..................... 4. มาลสี ัญญาวา่ เขาจะรบี ทางานใหเ้ สรจ็
..................... 5. นักเรียนจะอา่ นหนังสือหรือจะไปวิง่ เลน่
..................... 6. แมซ่ อื้ ห่อหมกและผลไมไ้ ปฝากลกู
...................... 7. หินกอ้ นนี้มีนา้ หนกั มากจริง ๆ
..................... 8. กล้วยชว่ ยสนุ ัขทถี่ ูกรถชน
..................... 9. ถา้ นกั เรยี นตง้ั ใจเรยี นก็จะสอบได้ที่ 1
...................... 10. นกั เรยี นหญงิ ตัง้ ใจเรียนดมี าก
ถา้ ทากจิ กรรมท่ี 1 เสรจ็ แลว้
เรามาร่วมกนั เฉลยกิจกรรม
จากนั้นไปทากจิ กรรมท่ี 2
กนั ต่อนะครบั
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ๑๑
กจิ กรรมที่ ๒
คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นแยกประโยคต่อไปนีใ้ หเ้ ปน็ ประโยคความเดียว (10 คะแนน)
ตวั อยา่ ง เวรประจาวนั ต้องถพู ้ืนและเทขยะ
ประโยคทีแ่ ยกได้ ประโยคที่ 1 เวรประจาวันต้องถพู ้นื
ประโยคท่ี 2 เวรประจาวนั ต้องเทขยะ
1. แมซ่ อ้ื ผกั และผลไมม้ าจากตลาด
ประโยคที่ 1 ......................................................................................................................
ประโยคที่ 2 ......................................................................................................................
2. ครใู ห้การบ้านวชิ าคณิตศาสตร์และวชิ าภาษาไทย
ประโยคที่ 1 ......................................................................................................................
ประโยคที่ 2 ......................................................................................................................
3. เธอจะดขู า่ วกฬี าหรอื ว่าวการเมือง
ประโยคท่ี 1 ......................................................................................................................
ประโยคท่ี 2 ......................................................................................................................
4. ฝนตกหนกั มากทบี่ า้ นแสลงโทนและทปี่ ระโคนชัย
ประโยคท่ี 1 ......................................................................................................................
ประโยคท่ี 2 ......................................................................................................................
5. น้ามาปลากนิ มด น้าลดมดกินปลา
ประโยคท่ี 1 ......................................................................................................................
ประโยคท่ี 2 ......................................................................................................................
- ถา้ ทากิจกรรมท่ี ๒ เสร็จแลว้
เรามารว่ มกนั เฉลยกิจกรรม
จากนั้นไปทากจิ กรรมท่ี ๓
กนั ตอ่ นะคะ
ลักษณะของประโยคความเดียว ๑๒
กิจกรรมที่ ๓
คาชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นนาคาทก่ี าหนดตอ่ ไปน้ี เรียบเรียงใหม่ให้เปน็ ประโยคท่ีมีใจความสมบรู ณ์
(10 คะแนน)
1. ไถ พอ่ นา ทกุ วนั ไป
......................................................................................................................................
2. ใจ ภาษา ดี ไทย ครู คุณ
......................................................................................................................................
3. ทุก นัก คน เรยี น ขยนั สอื หนงั อ่าน
......................................................................................................................................
๔. ยาง กระโดด นักเรยี น ใต้ หญิง รม่ ไม้
......................................................................................................................................
5. ม.๑ เป็น นักเรียน ทางาน ระเบียบ ช้ัน
......................................................................................................................................
ถ้าทากิจกรรมที่ ๓ เสร็จแล้ว
เรามาร่วมกันเฉลยกิจกรรม
จากนั้นไปทากิจกรรมรายบคุ คล
กันต่อนะคะ
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ๑๓
สมาชิกแต่ละคนตอ้ งปฏบิ ตั ดิ ังนี้
1. ทากิจกรรมรายบุคคล
2. ทาแบบทดสอบหลังเรยี นประจาบทเรยี น
3. การทากิจกรรมรายบคุ คลและแบบทดสอบหลงั เรยี นครัง้ นี้
นกั เรยี นแตล่ ะคนจะไม่ได้รับอนญุ าตให้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ลักษณะของประโยคความเดียว ๑๔
กิจกรรมรายบุคคล
คาชี้แจง : ให้นักเรียนนาประโยคความเดียวที่กาหนดให้ เขียนเร่ืองตามความคิดของตนเอง
โดยคานึงถึงโครงสร้างของประโยคความเดียว พร้อมตั้งช่ือเรื่องให้เหมาะสม และมี
ความยาวไมน่ ้อยกวา่ 10 บรรทัด (10 คะแนน)
พ่อไปนาตั้งแต่เชา้ แม่ลุกหุงขา้ วเวลา 05.00 น. พ่ีกวาดบา้ น
ฉันลกุ อ่านหนังสือ น้องนอนดกู าร์ตนู ฉนั กนิ ข้าวเชา้
พีส่ าวแตง่ ตวั ไปโรงเรยี น ฉนั แตง่ ตวั ไปโรงเรียน ฉั น ช อ บ เ รี ย น ภ า ษ า ไท ย
ฉนั กินขนมวนั ละ 4๐ บาท ฉันฝากเงินกับธนาคารห้องเรียน ฉนั มเี งินเกบ็
ชื่อเรือ่ ง
..............................................................................................................................................
........
................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ............ถ...า้ ..ท..า...ก..จิ..ก...ร..ร..ม..เ..ส..ร..จ็...แ..ล...้ว.................................
..................................................................... .........เ..ร..า..ม..า..ร..่ว...ม..ก...ัน..เ..ฉ..ล...ย....จ..า..ก..น...น้ั...............................
..................................................................... .........ไ..ป..ท...า..แ...บ..บ...ท...า..ส..อ...บ...ห..ล...ัง..เ.ร..ีย..น...............................
กันต่อนะคะ
ลักษณะของประโยคความเดียว ๑๕
แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)
หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ ง ประโยคท่ใี ช้ในการสอ่ื สาร โดยใช้วธิ กี ารจดั การเรยี นรู้
แบบร่วมมอื เทคนิค STAD เพ่ือพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสาร
รายวิชาภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
เร่ืองที่ 2 ลักษณะของประโยคความเดยี ว
คาชีแ้ จง: 1. แบบทดสอบเป็นแบบปรนัยชนดิ 4 ตัวเลอื ก มีจานวน 10 ข้อ
คะแนนเตม็ 10 คะแนน
2. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่ถกู ต้องท่ีสุด แล้วเขียนเครือ่ งหมาย X
ทับข้อที่นักเรยี นเลือกลงในกระดาษคาตอบ
__________________________________________
1. ประโยคคอื อะไร
ก. ขอ้ ความท่มี ีความหมายชดั เจน
ข. ขอ้ ความท่ีพูดหรอื เขียนตามระเบยี บของภาษา
ค. ข้อความท่ีสอื่ ความเข้าใจกนั ได้ถูกตอ้ งตรงกัน
ง. ขอ้ ความทปี่ ระกอบดว้ ยสว่ นผกู้ ระทาอาการและสว่ นแสดงอาการ
2. ขอ้ ใดคอื ความหมายของประโยคความเดียว
ก. มีประธานตัวเดียว
ข. มีกริยาตวั เดียว
ค. มุ่งกลา่ วถงึ เพียงสิ่งเดยี ว
ง. สามารถละประธานไวใ้ นฐานทีเ่ ขา้ ใจ
3. ขอ้ ใดมใี จความเป็นประโยค
ก. ความอารรี าชนิ นี ิทาน
ข. หิ่งหอ้ ยบนต้นลาพู
ค. ดวงจนั ทร์บนท้องฟ้า
ง. ดวงอาทิตยล์ อยลบั ขอบฟ้า
4. ข้อใดมีใจความไมเ่ ป็นประโยค
ก. นางฟ้าเอ้ือมมือดงึ ดวงดาวลงมา
ข. ภาพกระต่ายในดวงจนั ทร์
ค. กระต่ายหมายจนั ทร์
ง. เกิดไฟข้ึนกองหนงึ่
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ๑๖
5. ขอ้ ใดเป็นประโยคความเดียว
ก. กอ้ ยกนิ ขา้ วแล้วจึงอาบนา้
ข. กงุ้ ดูโทรทัศน์ในห้องรบั แขก
ค. นดิ และหน่อยไปโรงเรยี น
ง. พอ่ และแมไ่ ปนาทกุ วนั
6. ข้อใดเปน็ ประโยคความเดียว
ก. พระจนั ทรเ์ ต็มดวงสวยจรงิ ๆ
ข. น้องกนิ ข้าวแลว้ นอน
ค. ถึงเขาจะเป็นคนจนแตเ่ ขากเ็ ป็นคนมนี ้าใจดี
ง. หลังจากทาการบา้ นเสรจ็ แลว้ ดวงใจกร็ บี นอน
7. ประโยคในข้อใดมสี ว่ นขยายกริยา
ก. ชาวนาเกี่ยวข้าวอย่างตงั้ ใจ
ข. แมห่ ุงข้าวเหนยี ว
ค. พ่อขุดดินปลูกผัก
ง. แมร่ ักลกู ชายมาก
8. “เธอจะไปเดนิ เลน่ หรือ” เปน็ ประโยคชนิดใด
ก. ประโยคความรวบ
ข. ประโยคความเดยี ว
ค. ประโยคความซอ้ น
ง. ประโยคเน้นผถู้ กู ระทา
9. “คนอว้ นเดินชา้ ” ขอ้ ใดเป็นสว่ นขยายประธาน
ก. คน
ข. อ้วน
ค. เดิน
ง. ชา้
10. ข้อใดไมใ่ ชป่ ระโยคความเดียว
ก. เมอ่ื ฉนั ปนื ข้นึ ไปทิง้ ชมพกู่ ห็ กั
ข. หลงั คาบ้านฉันเปน็ สงั กะสี
ค. ต้นมะยมหลังบ้านแตกยอดสเี ขยี ว
ง. ขณะน้ียังไม่ทว่ มสะพาน
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๑๗
กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบหลังเรยี น (Post-test)
ชื่อ _________________________ นามสกลุ ___________________
เลขท่ี _______________________ ชัน้ ________________________
วิชา _______________________ วันท_่ี ______________________
ขอ้ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
๖
๗
๘
๙
๑๐
คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คะแนนท่ไี ด้.....................................คะแนน
(ผ่านเกณฑ์ รอ้ ยละ ๘๐)
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๑๘
ภายหลังจากที่มีการทดสอบ ครูจะมีการคิดคะแนนพัฒนาการ
ของสมาชิกเป็นรายบุคคล และนาคะแนนพัฒนาการของสมาชิกนั้นมา
รวมเป็นคะแนนของกลมุ่ อกี ครั้ง ดังน้ี
คะแนนพัฒนาการ (Improvement point) สมาชิกในกลุ่ม
แต่ละคนจะได้คะแนนเพ่ือช่วยกลุ่มของตนเองหรือไม่น้ัน ข้ึนอยู่กับ
ค ะ แ น น กิ จ ก ร ร ม ร า ย บุ ค ค ล แ ล ะ ค ะ แ น น ท ด ส อ บ ห ลั ง เรี ย น ที่ สู ง ก ว่ า
คะแนนฐาน โดยอาศัยเกณฑก์ ารคิดคะแนนพฒั นาการ ดงั นี้
คะแนนกจิ กรรมรายบุคคล + คะแนนพัฒนาการ
คะแนนทดสอบหลังเรียน (Post-test)
ได้คะแนนต่ากวา่ คะแนนฐานมากกวา่ 10 คะแนน 0
ได้คะแนนต่ากวา่ คะแนนฐาน 1 - 10 คะแนน 10
ไดค้ ะแนนเท่ากบั คะแนนฐานหรือมากกวา่ 1 - 10 คะแนน 20
ไดค้ ะแนนสูงกว่าคะแนนฐานมากกวา่ 10 คะแนน 30
ชือ่ – สกุล..................................................................เลขท่ี.......................
คะแนนจาก คะแนนทดสอบ รวมคะแนน ปรับเป็น คะแนน ผลตา่ งของ คะแนน
กจิ กรรม หลังเรียน (20 คะแนน) คะแนนเต็ม ฐาน คะแนนรวม พัฒนาการ
รายบคุ คล (10 คะแนน ) 100 และคะแนน
(10 คะแนน) คะแนน ฐาน
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๑๙
1. นาคะแนนความก้าวหน้าของสมาชิกในกลุ่มมาหาค่าเฉล่ียเพ่ือแปลเป็น
ระดับการยกย่องความสาเร็จของกลุ่ม โดยการยกย่องหรือให้รางวัล
มี 3 ระดบั ดังนี้
คะแนนเฉลย่ี ของกลมุ่ 0 - 15 คะแนน การยกยอ่ งอย่ใู นระดับเกง่
คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม 16 - 25 คะแนน การยกย่องอยู่ในระดับ
เกง่ มาก
คะแนนเฉล่ียของกลุ่ม 26 - 30 คะแนน การยกย่องอยู่ในระดับ
ยอดเยี่ยม
2. การได้รับรางวัล กลุ่มที่ได้การยกย่องอยู่ในระดับยอดเยี่ยมของ
การทดสอบย่อยแต่ละคร้ัง จะสามารถเลือกรับรางวัลได้ตามข้อตกลง
ส่วนใหญ่ของกลมุ่ ซง่ึ รางวลั อาจเปน็ สง่ิ ของหรอื ใบประกาศเกียรติคณุ
แบบสรปุ ระดับการยกย่องความสาเร็จ
กลมุ่ ท่ี / ชือ่ กลุ่ม ระดบั การยกย่องความสาเรจ็
1.
2.
3.
4.
5.
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ๒๐
บรรณานุกรม
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย.
ดวงพร หลมิ รตั น์. (2551). แบบฝกึ หัดรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑. กรงุ เทพฯ:
แมค็ .
พรทพิ ย์ แฟงสุด. (255๐). แบบฝกึ ทักษะภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ฟสิ กิ ส์เซน็ เตอร์.
โรงเรยี นแชแลพทิ ยานุสรณ์. (25๖๐). หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนแชแลพิทยานสุ รณ์. อดุ รธานี:
โรงเรยี นแชแลพิทยานุสรณ์ สังกดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั อุดรธานี.
สมพร วชริ วชั รนิ ทร์, อทุ ัยวรรณ หวังไมตรี และสญั ญา จนั ทรเ์ หนือ. (๒๕๕๑). คู่สร้างภาษาไทย
หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา ม.๑. พิมพ์ครง้ั ท่ี ๒. กรุงเทพฯ: อักษรเจรญิ ทัศน์.
สมศกั ดิ์ อมั พรวิสิทธิโ์ สภา, ธญั ลักษณ์ จุย้ เรือง และอาทิตยา ธรี านพ. (๒๕๕๘). รู้ก่อน Top ก่อนการใช้
ภาษาไทย ฉบับรวม ม.ต้น. กรงุ เทพฯ: ภูมิบัณฑิต.
สวุ ฒั น์ วิวฒั นานนท์. (๒๕๕๔). ทักษะการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขยี น. พิมพค์ รัง้ ที่ ๓. นนทบรุ ี:
ซีซีนอลลติ จล์ งิ คส์.
สวุ ิทย์ มลู คา. (๒๕๕๓). ครบเครอ่ื งเร่อื งการคิด. พมิ พ์ครั้งที่ ๑๑. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นสว่ นจากดั
ภาพพิมพ์.
Slavin, E Robert. (1978). “STAD,” Journal of Research and Development in
Educational. 60 (7): 42-48.
ลกั ษณะของประโยคความเดยี ว ๒๑
ภาคผนวก
ลักษณะของประโยคความเดียว ๒๒
ข้อ ก ข ค ง
1X
2X
3X
4X
5X
๖X
๗X
๘X
๙X
๑๐ X
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๒๓
เฉลยกิจกรรมที่ ๑
คาช้ีแจง : ให้นกั เรยี นเขียนเครอื่ งหมาย หน้าขอ้ ท่ีเป็นประโยคและเครือ่ งหมาย X
หนา้ ขอ้ ความท่ไี ม่ใช่ประโยคความเดยี ว (10 คะแนน)
........... .......... 1. บ้านของเขาเปน็ ตกึ สเี ขียว
............ X.......... 2. เพราะตอมไมม่ าเขาจงึ ไมร่ ูเ้ รือ่ ง
........... .......... 3. ก้อยเรียนเก่งมาก
............ X.......... 4. มาลีสัญญาว่าเขาจะรีบทางานให้เสรจ็
............ X.......... 5. นกั เรยี นจะอ่านหนังสือหรอื จะไปว่งิ เล่น
............ X.......... 6. แมซ่ อ้ื ห่อหมกและผลไมไ้ ปฝากลูก
........... .......... 7. หนิ กอ้ นนี้มนี ้าหนักมากจริง ๆ
............ X.......... 8. กล้วยชว่ ยสนุ ขั ท่ถี ูกรถชน
............ X.......... 9. ถ้านักเรียนตงั้ ใจเรียนก็จะสอบได้ที่ 1
........... .......... 10. นักเรียนหญงิ ตง้ั ใจเรยี นดมี าก
ถา้ เฉลยกิจกรรมที่ 1 เสรจ็ แลว้
เรามารว่ มกันเฉลยกิจกรรม
กิจกรรมท่ี 2 กนั ต่อนะครับ
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๒๔
เฉลยกิจกรรมที่ ๒
คาชแี้ จง : ให้นักเรยี นแยกประโยคต่อไปนี้ใหเ้ ป็นประโยคความเดยี ว(10 คะแนน)
ตัวอยา่ ง เวรประจาวนั ต้องถูพน้ื และเทขยะ
ประโยคท่แี ยกได้ ประโยคท่ี 1 เวรประจาวนั ตอ้ งถูพืน้
ประโยคที่ 2 เวรประจาวันต้องเทขยะ
1. แม่ซ้ือผกั และผลไม้มาจากตลาด
ประโยคที่ 1 แม่ซื้อผักมาจากตลาด
ประโยคที่ 2 แมซ่ ือ้ ผลไมม้ าจากตลาด
2. ครูให้การบ้านวชิ าคณติ ศาสตร์และวิชาภาษาไทย
ประโยคท่ี 1 ครูให้การบ้านวิชาคณติ ศาสตร์
ประโยคที่ 2 ครใู ห้การบ้านวชิ าภาษาไทย
3. เธอจะดขู ่าวกีฬาหรอื ข่าวการเมือง
ประโยคท่ี 1 เธอจะดขู ่าวกีฬา
ประโยคท่ี 2 เธอจะดขู ่าวการเมือง
4. ฝนตกหนักมากที่กุมภวาปีและท่ีศรีธาตุ
ประโยคท่ี 1 ฝนตกหนกั มากที่กมุ ภวาปี
ประโยคที่ 2 ฝนตกหนักมากท่ีศรีธาตุ
5. นา้ มาปลากนิ มด นา้ ลดมดกนิ ปลา
ประโยคที่ 1 น้ามาปลากินมด
ประโยคท่ี 2 น้าลดมดกนิ ปลา
ถา้ เฉลยกิจกรรมท่ี ๒ เสรจ็ แลว้
เรามาร่วมกันเฉลยกจิ กรรมท่ี ๓
กันตอ่ นะคะ
ลกั ษณะของประโยคความเดียว ๒๕
เฉลยกิจกรรมที่ ๓
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนนาคาท่กี าหนดตอ่ ไปนี้ เรียบเรียงใหม่ให้เปน็ ประโยคทมี่ ีใจความสมบูรณ์
(10 คะแนน)
1. ไถ พอ่ นา ทุก วัน ไป
พ่อไปไถนาทกุ วนั
2. ใจ ภาษา ดี ไทย ครู คณุ
คุณครูภาษาไทยใจดี
3. ทุก นกั คน เรียน ขยัน สือ หนงั อา่ น
นกั เรยี นทุกคนขยนั อ่านหนังสอื หญงิ ร่มไม้
ระเบียบ ชน้ั
๔. ยาง กระโดด นกั เรยี น ใต้
นักเรยี นหญิงกระโดดยางใต้รม่ ไม้
5. ม.๑ เป็น นกั เรียน ทางาน
นักเรยี นช้นั ม.๑ ทางานเปน็ ระเบยี บ
ถ้าเฉลยกจิ กรรมที่ ๓ เสร็จแล้ว
เรามารว่ มกันเฉลย
กิจกรรมรายบุคคล
กนั ต่อนะคะ
ลกั ษณะของประโยคความเดียว ๒๖
เฉลยกิจกรรมรายบคุ คล
คาช้ีแจง : ให้นักเรียนนาประโยคความเดียวที่กาหนดให้ เขียนเรื่องตามความคิดของตนเอง
โดยคานึงถึงโครงสร้างของประโยคความเดียว พร้อมต้ังชื่อเร่ืองให้เหมาะสม และมี
ความยาวไมน่ อ้ ยกว่า 10 บรรทัด (10 คะแนน)
พอ่ ไปนาตั้งแต่เชา้ แม่ลกุ หงุ ข้าวเวลา 05.00 น. พกี่ วาดบา้ น
ฉนั ลกุ อ่านหนังสอื นอ้ งนอนดกู าร์ตูน ฉันกนิ ขา้ วเช้า
พส่ี าวแตง่ ตัวไปโรงเรยี น ฉนั แต่งตวั ไปโรงเรยี น ฉั น ช อ บ เ รี ย น ภ า ษ า ไท ย
ฉันกนิ ขนมวันละ 4๐ บาท ฉนั ฝากเงนิ กบั ธนาคารหอ้ งเรียน ฉันมเี งนิ เก็บ
ชอ่ื เรอ่ื ง
..............................................................................................................................................
........
..........................................................................................................................................................................................................................................................................................ค.............................................า.............................................ต.............................................อ.............................................บ........................................................ม.............................................ีค.................................................ว.........................................า...................................ม.......................................................ห.................................................ล.............................................า.........................................ก.............................................ห.................................................ล.............................................า..............................ย.............................................ข.................................................้นึ........................................................อ.............................................ย.............................................ู่ก.............................................ับ.............................................ถ....ด..............................้า...........แ....ลุ...............เ........................บ..ฉเ.............ย..ร...................ลบ...........า.............พ.................ยท....มก..........................กนิ...............าันา....................ิจ..........รส.............ตจิ.................กว่ ....อ...........่อ.............ข......มร...........บ.....น..............ร...........อก.............ห..ะ....ม...............นั...........ง....คล...........เ...............เ....สค...........ะัง....ฉ..........................รเ.....ร..........ลร...............จ็ ...............ูผีย....ย...........แ............................น......้สู ...........ล..............................้ว....อ.............................................น...........................................................................................................................................................................................................................................
ลักษณะของประโยคความเดยี ว ๒๗
ขอ้ ก ข ค ง
1X
2X
3X
4X
5X
๖X
๗X
๘X
๙X
๑๐ X
ลักษณะของประโยคความเดียว ๒๘
รายการ แบบบนั ทกึ คะแนน คะแนนท่ไี ด้
แบบทดสอบก่อนเรยี น
กิจกรรมท่ี 1 คะแนนเต็ม
กจิ กรรมที่ 2 10
กจิ กรรมที่ ๓ ๑๐
กจิ กรรมรายบุคคล ๑๐
แบบทดสอบหลงั เรยี น 10
๑๐
10
หนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เรอื่ ง ประโยคท่ีใชใ้ นการสื่อสาร
เร่ืองที่ ๒ เสรจ็ แลว้
เราไปศกึ ษา เรื่องท่ี ๓ กนั ต่อค่ะ