หนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ เรือ่ ง ประโยคทีใ่ ช้ในการสื่อสาร โดยใชว้ ิธกี ารจัดการเรยี นรู้
แบบร่วมมอื เทคนิค STAD เพ่ือพฒั นาความสามารถในการคดิ วิเคราะหแ์ ละการส่ือสาร
รายวชิ าภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
๓เรอื่ งที่
นางรณิชา จิตธรรมมา
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นแชแลพิทยานุสรณ์
สังกดั องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั อดุ รธานี
ตาบลแชแล อาเภอกมุ ภวาปี จงั หวัดอุดรธานี
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ก
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ประโยคท่ีใช้ในการสื่อสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพ่ือพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสาร รายวิชา
ภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ น้ี ผู้วิจัยจัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์
เพ่ือใช้เป็นเคร่ืองมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ ๑ เพ่ือพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสารของผู้เรียน ซ่ึงใช้กระบวนการ
จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนทางานเป็นกลุ่ม กระตุ้นให้ผู้เรียน
มที กั ษะการคิดและการสอ่ื สาร สาหรบั หนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์น้มี ีทง้ั หมด ๘ เรอื่ ง
เรอ่ื งท่ี 1 ความหมายและชนดิ ของประโยคทใ่ี ช้ในการส่ือสาร
เรื่องที่ 2 ลักษณะของประโยคความเดยี ว
เรอื่ งที่ 3 ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ
เร่ืองท่ี 4 ประโยคคาถามและประโยคคาสั่ง
เรอื่ งที่ 5 รปู ลักษณ์ของประโยคความรวม
เรือ่ งท่ี 6 วิเคราะห์ความรสู้ ่ปู ระโยคความรวม
เรื่องที่ ๗ ประโยคคล้อยตามกัน และประโยคขัดแยง้ กัน
เรือ่ งท่ี ๘ ประโยคเลือกอย่างใดอยา่ งหนึง่ และประโยคเปน็ เหตเุ ป็นผล
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ประโยคที่ใช้ในการสื่อสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสาร รายวิชา
ภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ แต่ละเร่อื งจะมีแผนการจัดการเรียนรู้
เป็นคมู่ ือในการจดั กระบวนการเรยี นรู้
ผ้จู ดั ทาขอขอบพระคุณท่านผอู้ านวยการโรงเรียนแชแลพทิ ยานุสรณ์ ผู้เชีย่ วชาญ คณะครู
นักเรียน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทกุ ท่าน ที่ให้คาแนะนาในการจัดทาหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์จนสาเร็จ
ลุล่วงไปด้วยดี ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารน้ีจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้เรียน ครูผู้สอน
และผู้ที่สนใจนาไปใช้ในการพัฒนาเยาวชนไทย ให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และนาความรู้
ไปประยกุ ตใ์ ช้ในการดารงชวี ติ ได้อย่างมีความสุข
รณิชา จิตธรรมมา
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธ ข
สำรบัญ หนา้
เรือ่ ง ก
ข
คานา ค
สารบัญ ง
ขน้ั ตอนการเรยี นจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมอื เทคนคิ STAD ฉ
คาชี้แจงการใช้หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ซ
คาแนะนาการใช้หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์สาหรับครู ฌ
คาแนะนาการใช้หนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์สาหรับนักเรียน ญ
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ดั 1
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๔
แบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre-test) 5
ขน้ั ท่ี 1 ข้นั นาเสนอบทเรียนทั้งชั้นเรยี น ๑๑
1๒
ใบความรู้ 1๓
ขั้นท่ี 2 ข้นั เรยี นกลุ่มย่อย ๑๔
๑๕
กจิ กรรมท่ี 1 ๑๖
กจิ กรรมท่ี 2 ๑๗
กิจกรรมท่ี 3 ๒๐
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ทดสอบยอ่ ย ๒๑
กิจกรรมรายบคุ คล ๒๒
แบบทดสอบหลังเรยี น (Post-test) ๒๓
ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ หาคะแนนพัฒนาการ ๒๔
ข้ันที่ 5 ขัน้ ใหร้ างวัลกลมุ่ ๒๕
บรรณานกุ รม ๒๙
ภาคผนวก ๓๐
- เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
- เฉลยกิจกรรม
- เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
- แบบบันทกึ คะแนน
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธ ค
ขั้นตอนกำรเรยี นรแู้ บบร่วมมือด้วยเทคนคิ STAD
ศกึ ษำวธิ ีการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื ดว้ ยเทคนิค
STAD สาระมาตรฐานการเรยี นรู้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
และคาช้แี จงการใชห้ นงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์
ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
(Pre-test)
ศึกษำบทเรียน
ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น ไม่ผำ่ นกำรทดสอบ
(Post-test)
ผำ่ นกำรทดสอบ
ศกึ ษำเรอ่ื งใหม่
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ง
คำชแ้ี จงการใช้หนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์
เร่ืองท่ี 1 ความหมายและชนดิ ของประโยคท่ใี ชใ้ นการส่อื สาร
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง ประโยคท่ีใช้ในการส่ือสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสาร รายวิชา
ภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เรื่องน้ี เป็นเร่ืองที่ ๓ ประโยค
บอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ
จัดทาข้ึนเพ่ือใช้ประกอบการเรียนรายวิชาภาษาไทย ท๒๑๑๐๒ สาหรับนักเรียน
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ โรงเรียนแชแลพิทยานุสรณ์ โดยมุ่งพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์
และการส่ือสาร โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ซึ่งมีขั้นตอนการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ ๕ ขน้ั ตอน ดงั น้ี
ขั้นที่ 1 ขนั้ นาเสนอบทเรยี นท้งั ชนั้ เรียน
ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนและนาเสนอเน้ือหาใหม่แก่นักเรียน
ด้วยวิธีสอนท่ีหลากหลาย และนักเรียนทุกคนต้องศึกษาเนื้อหาจากครูผู้สอน
อยา่ งต้งั ใจเพ่ือใหเ้ ขา้ ใจและเกดิ ความรใู้ นเนือ้ หาใหม่
ขั้นที่ 2 ขั้นเรยี นกลุ่มยอ่ ย
แบ่งนกั เรยี นออกเป็นกลุม่ กล่มุ ละ 5-6 คน คละตามความสามารถของนักเรียน
คอื เก่ง 1 คน ปานกลางคอ่ นขา้ งเก่ง 1-2 คน ปานกลางคอ่ นข้างอ่อน 1-2 คน
และอ่อน 1 คน โดยสมาชิกทุกกลุ่มจะเรียนรู้และทากจิ กรรมดว้ ยการช่วยเหลือ
ซ่งึ กนั และกัน เดก็ เรียนเก่งจะช่วยตรวจงานก่อนนาสง่ ครูและสอนเด็กเรียนอ่อน
ขณะเดียวกันเด็กเรียนอ่อนก็มีโอกาสได้พัฒนาตนเอง สมาชิกแต่ละคนต้อง
พยายามต้งั ใจเรียนและรว่ มกจิ กรรมให้ดีท่ีสดุ เพือ่ ชัยชนะของกลมุ่
ขัน้ ท่ี 3 ขนั้ ทดสอบยอ่ ย
นกั เรียนทาแบบทดสอบรายบุคคลและแบบทดสอบหลงั เรยี น โด ย ไม่ ซั ก ถ า ม
เพ่ือนในกลุ่มและต้องแข่งขันกับตนเองโดยทาคะแนนความก้าวหน้า (คะแนน
ความแตกตา่ งระหวา่ งก่อนเรียนและหลังเรยี น) ใหด้ ีที่สดุ
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ จ
ข้นั ท่ี 4 ขัน้ หาคะแนนพัฒนาการ
สมาชกิ ในกลุม่ ตรวจคาตอบ ดังนี้
1. นักเรียนแลกเปลยี่ นกจิ กรรมรายบุคคล ระหว่างกลุ่มเพ่ือตรวจให้คะแนน
2. นกั เรียนแลกเปลย่ี นแบบทดสอบหลังเรียนระหว่างกลมุ่ เพือ่ ตรวจให้คะแนน
3. บันทึกคะแนนจากกิจกรรมรายบุคคล และคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน
ในแบบบันทึกเพือ่ หาคะแนนความก้าวหนา้ รายบุคคล
4. นาคะแนนความก้าวหน้ารายบุคคลบันทึกลงในแบบบันทึกคะแนน
ความก้าวหนา้ รายกลุ่มเพ่ือหาคะแนนความก้าวหน้าเฉล่ียรายกลมุ่
ขนั้ ที่ 5 ข้ันให้รางวัลกลมุ่
ครูประกาศชื่อกลุ่มและรายชื่อสมาชิกของกลุ่มที่มีคะแนนความก้าวหน้าหรือ
ผลสัมฤทธิ์สูงท่สี ุดเปน็ ผู้ชนะ และให้กาลังใจด้วยการยกยอ่ งชมเชย ปิดประกาศ
ชอ่ื กลมุ่ สมาชกิ และผลงานไวท้ ่ปี า้ ยนเิ ทศหน้าช้นั เรยี น หรอื ให้รางวลั
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ฉ
คำแนะนำกำรใช้หนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ ส์
สำหรบั ครู
1. ครูแจ้งรายละเอียดและวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
เร่ือง ประโยคท่ใี ชใ้ นการส่อื สาร โดยใชว้ ิธีการจดั การเรยี นรู้แบบรว่ มมือเทคนคิ STAD เพอ่ื พฒั นา
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการส่ือสาร รายวิชาภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรยี น
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ใหน้ ักเรียนเข้าใจอยา่ งละเอียด
2. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนและแจง้ จดุ ประสงค์ในการเรยี น
3. ครูวางแผนการจัดกลุ่มนักเรียนสาหรับการเรียนด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง
ประโยคท่ีใช้ในการสื่อสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพ่ือพัฒนา
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการสื่อสาร ไว้ล่วงหน้า โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม
กลุ่มละ 5-6 คน คละตามความสามารถของนักเรียน คือ เก่ง 1 คน ปานกลางค่อนข้างเก่ง
1-2 คน ปานกลางค่อนข้างอ่อน 1-2 คน และอ่อน 1 คน ให้นักเรียนร่วมกันต้ังช่ือกลุ่ม
ให้สมาชกิ ไดม้ ีโอกาสเปลีย่ นกลุม่ 1-2 สปั ดาหต์ ่อครงั้ เพอ่ื ส่งเสรมิ การทางานรว่ มกนั เป็นกลมุ่ และ
การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิก จากน้ันครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเก่ียวกับบทบาทของ
นกั เรียน
4. ครูอธิบายวิธีการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง ประโยคท่ีใช้ในการสื่อสาร โดยใช้
วธิ ีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และ
การสือ่ สาร ให้นกั เรียนทุกคนเขา้ ใจ
5. ครูให้โอกาสนักเรียนท่ีไม่เข้าใจได้ซักถามเกี่ยวกับวิธีการเรียน ขั้นตอนการใช้
หนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์ หรือบทบาทของนกั เรยี นเอง ตลอดจนข้อข้องใจอืน่ ๆ
6. ก่อนเรียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ แต่ละชุดต้องให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
และครูแจ้งคะแนนฐานแก่นักเรียนทุกคนโดยนาคะแนนฐานมาคิดเป็นร้อยละและให้แต่ละคน
บนั ทึกคะแนนฐานของตนไว้
7. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มสัมฤทธิ์ ให้กับนักเรียนตาม
ขั้นตอน ดงั นี้
7.1 ข้ันที่ 1 ขั้นนาเสนอบทเรยี นทงั้ ช้ันเรยี น
ครทู บทวนความรูเ้ ดิมของนักเรียนและสอนเนื้อหาใหมแ่ ก่นักเรยี นดว้ ยวิธี
สอนที่หลากหลาย และนักเรียนทกุ คนตอ้ งศกึ ษาเนื้อหาจากครผู ู้สอนอย่างต้ังใจ เพอ่ื ให้เขา้ ใจและ
เกดิ ความรู้ในเน้ือหาใหม่
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธ ช
7.2 ข้นั ท่ี 2 ขัน้ เรยี นกลุ่มย่อย
แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน คละตามความสามารถของ
นักเรียน คือ เก่ง 1 คน ปานกลางค่อนข้างเก่ง 1-2 คน ปานกลางค่อนข้างอ่อน 1-2 คน
และอ่อน 1 คน โดยสมาชิกทุกกลุ่มจะเรียนรู้และทากิจกรรมด้วยการช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน
เด็กเรียนเก่งจะช่วยตรวจงานก่อนนาส่งครูและสอนเด็กเรียนอ่อน ขณะเดียวกันเด็กเรียนอ่อน
ก็มีโอกาสได้พัฒนาตนเอง สมาชิกแต่ละคนต้องพยายามต้ังใจเรียนและร่วมกิจกรรมให้ดีที่สุด
เพื่อชัยชนะของกลมุ่
7.3 ขน้ั ที่ 3 ข้ันทดสอบย่อย
นักเรียนทาแบบทดสอบรายบุคคล และแบบทดสอบหลังเรียน
โดยไม่ซักถามเพ่ือนในกลุ่มและต้องแข่งขันกับตนเองโดยทาคะแนนความก้าวหน้า (คะแนน
ความแตกต่างระหวา่ งกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น) ให้ดที ี่สุด
7.4 ขัน้ ที่ 4 ข้นั หาคะแนนพัฒนาการ
สมาชิกในกลุ่มตรวจคาตอบด้วยตนเอง หรือแลกเปล่ียนกับเพ่ือนในกลุ่ม
หรือต่างกลุ่มตรวจคาตอบ แล้วพิจารณาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนจากคะแนนที่ได้ในการทดสอบ
หลังเรียนกับส่วนต่างของคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียน ในลักษณะรายคน และเป็นกลุ่ม
สาหรบั ผลสัมฤทธ์เิ ป็นกลุม่ จะพจิ ารณาจากคะแนนความก้าวหน้าของแตล่ ะคนที่ไดส้ งู ข้ึน
7.5 ขั้นท่ี 5 ข้นั ใหร้ างวัลกลมุ่
ครูประกาศช่ือกลุ่มและรายช่ือสมาชิกของกลุ่มที่มคี ะแนนความก้าวหน้า
หรือผลสัมฤทธ์ิสูงท่ีสุดเป็นผู้ชนะ และให้กาลังใจด้วยการยกย่องชมเชย ปิดประกาศชื่อกลุ่ม
สมาชกิ และผลงานไว้ทปี่ า้ ยนิเทศหนา้ ชน้ั เรียน หรือใหร้ างวัล
8. ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ท่ีระบุไว้ ครูควรหาเวลาให้นักเรียนกลับไปศึกษากิจกรรม
นัน้ ๆ ใหม่ แล้วทาแบบทดสอบหลังเรียนใหผ้ ่านเกณฑ์ทีก่ าหนดไว้
9. ครแู จ้งคะแนนการประเมิน พฤติกรรมการทางานด้วยกระบวนการกลุ่ม และคะแนน
การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พร้อมให้ข้อเสนอแนะและคาแนะนาในการเรียน
ครง้ั ต่อไป
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ซ
คำแนะนำกำรใช้หนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์
สำหรับนักเรยี น
หนังสืออิเลก็ ทรอนิกส์นี้ จัดทาขึน้ เพื่อใช้เป็นส่อื การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้หนงั สือ
อิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง ประโยคท่ีใช้ในการส่ือสาร โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค
STAD เพือ่ พฒั นาความสามารถในการคิดวเิ คราะหแ์ ละการสอ่ื สาร รายวชิ าภาษาไทย ท2๑10๒
สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ โดยใช้เวลา 2 ช่ัวโมง หรือนักเรียนสามารถนาไปศึกษา
เพิ่มเตมิ เปน็ การทบทวนนอกเวลาเรียน เพ่อื ใหเ้ กิดการเรียนร้ทู ่ดี ีและไดร้ ับประโยชน์สูงสดุ ในการ
เรียนรู้ นักเรียนควรปฏิบัติตามคาแนะนา แต่ละขั้นตอนต้ังแต่ต้นจนจบ นักเรียนจะได้ความรู้
อยา่ งครบถว้ น โดยปฏบิ ัตติ ามขั้นตอนต่อไปนี้
1. หนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์นีม้ ที ้งั หมด ๘ เรอื่ ง
2. หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์น้ี เปน็ เร่อื งที่ ๓ ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ
3. ขัน้ ตอนการใช้หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
3.1 ศกึ ษาคาแนะนาการใช้หนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ ส์
3.2 ศกึ ษาสาระสาคญั ของหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
3.3 ศกึ ษาจุดประสงค์การเรยี นรู้ของหนังสอื อิเล็กทรอนกิ ส์
3.4 ทาแบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-test)
3.5 ศึกษาและทาความเข้าใจกับเน้ือหาในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรอ่ื งที่ ๓ ประโยค
บอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ
3.6 ทากจิ กรรมตามลาดบั ขัน้ ตอนการทากจิ กรรม
3.7 ทาแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test)
3.8 รว่ มตรวจคาตอบกับเฉลยในภาคผนวก
3.9 ร่วมตรวจคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เมื่อเรียนจบแต่ละเรื่อง
เพอ่ื วัดความร้ทู ี่พฒั นาขึ้นในเร่อื งนั้น ๆ
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ฌ
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตัวช้ีวัด
สาระท่ี ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑
ใช้กระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว
ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้ าอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
ตัวชีว้ ดั
ม.๑/๒ เขียนส่อื สารโดยใชถ้ ้อยคาถูกตอ้ งชดั เจน เหมาะสม และสละสลวย
ม.๑/๓ เขียนบรรยายประสบการณโ์ ดยระบสุ าระสาคญั และรายละเอยี ดสนับสนุน
ม.๑/๖ เขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับสาระจากส่อื ท่ีได้รบั
สาระท่ี 4 หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1
เข้าใจธรรมชาติของภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา
ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวชี้วดั
ม.๑/๒ สรา้ งคาในภาษาไทย
ม.๑/๓ วเิ คราะหช์ นิดและหน้าทขี่ องคาในประโยค
ม.๑/๔ วเิ คราะหข์ องภาษาพูดและภาษาเขยี น
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ ญ
จุดประสงค์กำรเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. ดา้ นความรู้ (K)
1) อธบิ ายความหมายและยกตัวอยา่ งประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธไดถ้ ูกต้อง
2) วเิ คราะหร์ ูปแบบหรอื รูปของประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธได้
2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1) อ่าน เขียนข้อความ เขียนประโยค และใช้ประโยคบอกเล่าและประโยคปฏิเสธ
เพือ่ การสอื่ สารได้
๒) ปฏิบัตกิ จิ กรรมกลุ่มร่วมกนั ได้
3. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
มีมารยาทในการเขียน มีความรับผิดชอบ มีความมุ่งม่ันในการทางาน และให้ความ
ร่วมมือในการจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ ละรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อนื่
สำระสำคญั /ควำมคดิ รวบยอด
ประโยคท่ีใช้ส่ือสารในภาษาไทยน้ันมีหลายชนิดและหลายความหมาย ซ่ึงประโยค
แต่ละชนิดน้ันมีวัตถุประสงค์ของการสื่อสารที่แตกต่างกัน การศึกษาชนิดและลักษณะของ
ประโยค เพ่ือให้เข้าใจว่าเป็นประโยคชนิดใด มีเจตนาในการส่ือสารอย่างไร จึงเป็นสิ่งจาเป็น
เพราะจะทาใหส้ ามารถใช้ประโยคเพื่อการสอ่ื สารได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ ๑
แบบทดสอบกอ่ นเรียน (Pre-test)
หนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส์ เร่อื ง ประโยคทใ่ี ชใ้ นการสื่อสาร โดยใชว้ ธิ กี ารจัดการเรยี นรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวเิ คราะห์และการสื่อสาร
รายวชิ าภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
เรื่องท่ี ๓ ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ
คาชแ้ี จง: 1. แบบทดสอบเปน็ แบบปรนยั ชนิด 4 ตัวเลือก มจี านวน 10 ข้อ
คะแนนเตม็ 10 คะแนน
2. ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งที่สดุ แล้วเขียนเครือ่ งหมาย X
ทบั ข้อทน่ี ักเรยี นเลือกลงในกระดาษคาตอบ
__________________________________________
1. ประโยคบอกเลา่ มีส่วนประกอบใดบ้าง
ก. ประธาน + กรรม
ข. กรรม + ขยายกรรม
ค. ประธาน + ขยายกริยา
ง. ประธาน + กริยา
2. ข้อใดคือความหมายของประโยคบอกเลา่
ก. ประโยคทีบ่ อกเลา่ เรื่องราวให้รู้
ข. ประโยคทมี่ ใี จความไมต่ อบรบั
ค. ประโยคท่ีกล่าวถึงสง่ิ ใดสิ่งหนึง่
ง. ประโยคทลี่ ะประธานไวใ้ นฐานท่เี ข้าใจ
3. “น้อยเป็นนกั ฟตุ บอลประจาโรงเรียน” เป็นประโยคชนดิ ใด
ก. ประโยคขอร้อง
ข. ประโยคคาถาม
ค. ประโยคบอกบอกเล่า
ง. ประโยคเป็นเหตเุ ป็นผล
4. ขอ้ ใดเป็นประโยคบอกเล่า
ก. แก้วไมเ่ คยเหน็ ทะเลหรอื
ข. เกดกาลงั อาบนาในห้องนา
ค. กงิ่ จะอาบนาหรอื จะกนิ ข้าว
ง. กอ้ ยกนิ ขา้ วหรอื ยัง
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ ๒
5. ข้อใดเป็นประโยคปฏิเสธ
ก. ลูกไปโรงเรียนแล้ว
ข. ลูกจะไปไหน
ค. ลกู ไปโรงเรยี นแล้วหรือ
ง. ลกู ไมเ่ ป็นเดก็ เกเรนะครับ
6. “ต้อมจบั ปลาในสระนาหลงั บ้าน” เป็นประโยคบอกเล่าแสดงสภาพใด
ก. บอกวธิ กี าร
ข. บอกเวลา
ค. บอกเหตผุ ล
ง. บอกสถานท่ี
๗. ขอ้ ใดมลี กั ษณะประโยคเหมอื นกับ “แกว้ ไมใ่ ช่เด็กแหลือขอ”
ก. เธอเป็นลูกของใคร
ข. ทาไมเธอจึงเป็นเดก็ เหลอื ขอ
ค. เหตใุ ดทาให้เธอเปน็ อยา่ งนนั
ง. เธอไม่ได้สง่ การบ้านในวันนี
8. เดมิ ไม่ได้ ในขอ้ ใดจึงจะมเี นือความเปน็ ประโยคปฏเิ สธ
ก. คุณครไู ม่ไดม้ าโรงเรยี นหรอื
ข. คณุ ครไู ม่ชอบชอบเด็กเกเร
ค. คณุ ครูไมไ่ ดท้ าอะไรครับ
ง. คณุ ครูไมไ่ ดส้ อนวชิ าภาษาไทย
9. ข้อใดเป็นประโยคปฏเิ สธ
ก. ลกู ใครใครกร็ ัก
ข. ใครรักลกู มากกว่ากัน
ค. ลูกคอื แกว้ ตาดวงใจ
ง. ฉนั ไมไ่ ดร้ ักคนอ่นื มากกวา่ ลูกตัวเอง
10. “แม่รักการทาอาหาร แต่คุณพ่อขยันปลูกพืชผักสวนครัว ส่วนคุณยายท่านก็ไม่ชอบให้ลูกหลาน
ทะเลาะวิวาทกนั ” ข้อความใดเป็นประโยคปฏเิ สธ
ก. คณุ พอ่ ขยนั ปลกู พชื ผักสวนครวั
ข. คณุ แมร่ ักการทาอาหาร
ค. คุณยายไม่ชอบใหล้ กู หลานทะเลาะกัน
ง. คุณแมร่ ักการทาอาหารแต่คณุ พ่อขยนั ปลกู พชื ผักสวนครัว
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ ๓
กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test)
ชือ่ _________________________ นามสกลุ ___________________
เลขที่ _______________________ ชั้น________________________
วชิ า _______________________ วนั ท_่ี ______________________
ขอ้ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
๖
๗
๘
๙
๑๐
คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คะแนนท่ีได้.....................................คะแนน
(ผา่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ ๘๐)
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธ ๔
นกั เรยี นทกุ คนต้องศึกษาเนอื้ หาจากครผู ูส้ อนอย่างต้ังใจ
เพือ่ ให้เข้าใจและเกิดความรู้ในเนื้อหาใหมท่ ่คี รเู ปน็ ผูน้ าเสนอ
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธ ๕
ใบความรทู้ ี่ 1
ประโยคบอกเลา่
ความหมายของประโยคบอกเล่า
ประโยคบอกเล่า คือ ประโยคท่ีมีเนือหารายละเอียดเพียงเพ่ือให้คนฟังรับทราบ
รบั รู้เพยี งเท่านัน ว่าใคร ทาอะไร ที่ไหน อย่างไร เมอ่ื ไหร่ เช่น
- วนั นแี มพ่ าเราไปกินสกุ ี
- ฉันชอบอา่ นบทความของเวบ็ เดก็ ทนี มาก
ตัวอย่างประโยคบอกเลา่ เพ่ิมเติม
- ลูกแกะกลวั หมาปา่
- ลกู แกะเถียงหมาป่า
- หมาป่าตะครบุ ลูกแกะ
- ลกู แกะเดนิ ทอ่ งนามาแต่ไกล
- หมาป่ากาลงั กินนาทีเ่ ต็มลาธาร
- นาเตม็ ลาธารไหลไปยงั ปลายลาธาร
เพอ่ื น ๆ พอจะเข้าใจหรือยังคะ
ถา้ ไม่เขา้ ใจเราไปศกึ ษาหน้าต่อไป
เพม่ิ เตมิ ค่ะ
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๖
เพอ่ื น ๆ ทราบความหมายและลักษณะ
ของประโยคบอกเล่าแล้ว
ลองมาดูตวั อย่างรูปประโยคต่อครับ
ตัวอย่างประโยคบอกเล่า ได้แก่
- ทอ่ี า่ นหนงั สืออยู่หลงั บ้าน
- คณุ พ่อกาลงั เกยี่ วขา้ วทีท่ ุ่งนา
- คณุ แมท่ ากับขา้ วอร่อยมาก
- หนนู าไปโรงเรยี นสาย
- นักเรยี นชายเตะฟตุ บอล
- ผมนอนตังแต่หัวคา่
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๗
สรุปเกร็ดความรู้ท้ายบทเรยี น
สรปุ
ประโยคบอกเลา่ หรอื ประโยคแจ้งใหท้ ราบ รูปประโยค
ชนิดนี ส่วนมากจะขึนต้นด้วย ภาคประธาน และภาคแสดง
ตามลาดบั
ข้อควรรู้
เจตนาของผู้ส่งสาร คือ ต้องการแจ้งให้ทราบ บอกให้รู้ว่า ใคร
ทาอะไร ทีไ่ หน เม่ือไร อย่างไร มสี ภาพอย่างไร
ในชีวิตประจาวันของเรานัน เราใช้ประโยคชนิดนีกันมาก เช่น
นักเรียนบอกเล่าเรื่องราวท่ีเกิดขึนในครอบครัวตนเองให้เพื่อน ๆ ทราบ
นักเรยี นเลา่ เรือ่ งละครโทรทัศน์ให้เพอ่ื นฟัง
เพอื่ น ๆ คงจะเข้าใจบ้างแล้วนะครบั
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธ ๘
ใบความรทู้ ่ี ๒
ประโยคปฏิเสธ
ความหมายของประโยคปฏเิ สธ
ประโยคปฏิเสธ เป็นประโยคท่ีมีใจความตรงกันข้ามกับประโยคบอกเล่ามีใจความ
ไม่ตอบรบั หรือปฏิเสธ มักมีคาวา่ ไม่ ไม่ได้ ไมใ่ ช่ มไิ ด้ หามไิ ด้ เพ่ือบอกความปฏเิ สธ
ในชีวิตประจาวันเราใช้ประโยคชนิดนีทุกวัน ดังนันการสื่อสารที่ให้ประสบความสาเร็จ
นักเรียนควรระมัดระวังเรื่องการใช้ประโยคปฏิเสธว่า เม่ือเราบอกปฏิเสธไปแล้วจะส่งผลต่อผู้รับ
สารและผูส้ ่งสารอย่างไรบา้ ง
ตัวอยา่ งประโยคปฏเิ สธเพม่ิ เตมิ
- แมย่ ังไม่ไดก้ ลบั บา้ นเลย
- ฉนั ไมต่ อ้ งการทาการบา้ นตอนนี
- ฉันไม่รักเธอ
- ทศพร ไม่ชอบผูช้ ายเจ้าชู้
- ทศพล ไม่ใช่พขี่ องทศพร
เพื่อน ๆ พอจะเขา้ ใจหรือยงั คะ
ถา้ ไม่เขา้ ใจเราไปศึกษาหน้าต่อไป
เพ่มิ เติมค่ะ
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๙
เพ่ือน ๆ ศกึ ษาเรอ่ื งประโยค
ประโยคบอกเลา่ เสร็จแลว้ คงจะเขา้ ใจ
และใช้ประโยคไดถ้ ูกต้องนะครับ
เรามารจู้ กั ประโยคปฏเิ สธต่อนะครับ
“ฉันไม่อยากไปเท่ียว ผมไม่ได้ส่งการบ้าน พวกเราไม่ใช่
ขโมย สังเกตรูปประโยคเหลา่ นี เป็นประโยคปฏเิ สธนะครบั ”
“คุณ พ่ อ ไม่ได้เป็ น ไข้ห รอก ” “ลูกไม่ ไป รบ กวน พ่ อ
หรอกครบั ” “นก่ี เ็ ปน็ ประโยคปฏเิ สธนะครับ”
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๑๐
สรปุ เกร็ดความรู้ท้ายบทเรียน
สรุป
ประโยคปฏิเสธ ในประโยคท่ีมใี จความตรงกนั ขา้ มกับ
ประโยคบอกเล่า มีใจความไม่ตอบรับ หรือปฏิเสธมักมีคาว่า
ไม่ ไมไ่ ด้ ไมใ่ ช่ มไิ ด้ หามิได้ เพื่อบอกความปฏิเสธ
ข้อควรรู้
ลองดูตวั อยา่ งประโยคต่อไปนนี ะครบั
- ฝนไม่ตกมาหลายวนั แลว้
- ฉนั ไมเ่ หน็ เขามาโรงเรยี น
- ผมมิไดร้ งั แกน้อง
- พวกราไมใ่ ชค่ นก่อเรอ่ื ง
จากประโยคท่ีกล่าวมา มีคาว่า ไม่ มิได้ ไม่ใช่ แสดงการปฏิเสธ
แสดงว่าในแต่ละวัน เราพดู ปฏเิ สธไปมากมายเลยนะครับ
เพื่อน ๆ คงจะเขา้ ใจบ้างแล้วนะครับ
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๑๑
ข้ันน้ีแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มคละตามความสามารถของ
นักเรียน คือ เก่ง ปานกลาง และอ่อน โดยสมาชิกทุกกลุ่มจะเรียนรู้
และทากิจกรรมด้วยการช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน แต่ละคนต้อง
พยายามตั้งใจเรียนและร่วมกิจกรรมให้ดีที่สุด เพ่ือชัยชนะของกลุ่ม
โดยในขั้นตอนน้ี นกั เรียนในกลุ่มต้องร่วมกันศึกษาเนื้อหาในใบความรู้
ของบทเรียนอีกคร้ัง พร้อมท้ังร่วมทากิจกรรมรายกลุ่ม พร้อมกับ
การเฉลย เพ่ือใหส้ มาชิกในกลมุ่ เกดิ ความเขา้ ใจในเนื้อหา และพร้อมท่ี
จะทากิจกรรมรายบคุ คลต่อไป
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๑๒
กจิ กรรมที่ ๑
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนแต่งประโยคบอกเลา่ โดยมีโครงสรา้ งถกู ต้อง 5 ประโยค (10 คะแนน)
1. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
๒. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
๓. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
๔. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
๕. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ถ้าทากจิ กรรมที่ 1 เสรจ็ แลว้
เรามาร่วมกนั เฉลยกจิ กรรม
จากน้ันไปทากจิ กรรมท่ี 2
กนั ตอ่ นะครบั
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๑๓
กจิ กรรมท่ี ๒
คาชี้แจง : ให้นักเรียนดูภาพท่ีกาหนดให้ แล้วเขียนประโยคบอกเล่าจากภาพ 5 ประโยค โดยใช้
ภาษาเชิงสรา้ งสรรค์และมีความสัมพนั ธ์ตอ่ เนือ่ งเป็นเร่อื งเดียวกัน (10 คะแนน)
-
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
...................................ถ..า้..ท...า..ก..จิ..ก...ร..ร..ม..ท...ี่ .๒....เ..ส..ร..จ็..แ...ล..ว้........................................................
....................................เ.ร..า..ม...า..ร..่ว..ม..ก...ัน..เ..ฉ..ล..ย...ก..จิ...ก..ร..ร..ม.........................................................
.....................................จ..า..ก...น..้นั ...ไ.ป...ท...า..ก..ิจ...ก..ร..ร..ม..ท...ี่ .๓...........................................................
................................................ก..ัน...ต..อ่...น..ะ...ค..ะ.....................................................................
......................................................................................................................................
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ ๑๔
กจิ กรรมท่ี ๓
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นเขียนประโยคปฏเิ สธ จากรปู ภาพที่กาหนดให้ โดยมโี ครงสรา้ งของประโยค
ปฏิเสธถกู ตอ้ ง (10 คะแนน)
๑. ..................................................................... ๒. .......................................................................
๓. ..................................................................... ๔. .......................................................................
๕. ..................................................................... ถา้ ทากจิ กรรมท่ี ๓ เสร็จแล้ว
เรามาร่วมกันเฉลยกิจกรรม
จากน้ันไปทากจิ กรรม
รายบคุ คล กันตอ่ นะคะ
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๑๕
สมาชกิ แต่ละคนต้องปฏบิ ตั ดิ ังนี้
1. ทากจิ กรรมรายบุคคล
2. ทาแบบทดสอบหลงั เรยี นประจาบทเรยี น
3. การทากิจกรรมรายบคุ คลและแบบทดสอบหลงั เรยี นครัง้ นี้
นักเรียนแต่ละคนจะไมไ่ ด้รบั อนญุ าตให้ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๑๖
กิจกรรมรายบุคคล
คาชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนอา่ นบทเพลงต่อไปน้ี แล้วเปล่ียนเนอ้ื หาบทเพลงใหม่ให้เปน็ ประโยคปฏิเสธ
5 ประโยค (10 คะแนน)
เจ็บเม่อื ไหร่กโ็ ทรมา
ขับร้อง เสถยี ร ทามือ
ได้ข่าวว่าเธอเจอปัญหา กเ็ ลยต้องโทรมาถามไถ่
ก็เราเคยเปน็ คนรู้ใจ ถงึ เลกิ กนั ไปกย็ ังมีเย่ือใยต่อกัน
เขาทาให้เธอเจ็บมากไหม ได้ข่าวรอ้ งไห้ไม่เวน้ วนั
ให้รวู้ ่าเธอยงั มีฉนั ไมแ่ ปรผันผ่านมานนั ไม่มใี คร
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ..................................................................................
..................................................................... ............ถ...้า..ท..า...ก..ิจ..ก...ร..ร..ม..เ..ส..ร..จ็...แ..ล...้ว.................................
..................................................................... .........เ..ร..า..ม..า..ร..ว่...ม..ก...ัน..เ..ฉ..ล...ย....จ..า..ก..น...้ัน...............................
..................................................................... .........ไ..ป..ท...า..แ...บ..บ...ท...า..ส..อ...บ...ห..ล...ัง..เ.ร..ยี..น...............................
กันตอ่ นะคะ
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธ ๑๗
แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)
หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เรอื่ ง ประโยคทใี่ ช้ในการสื่อสาร โดยใช้วธิ กี ารจดั การเรยี นรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพอ่ื พัฒนาความสามารถในการคิดวเิ คราะหแ์ ละการส่ือสาร
รายวิชาภาษาไทย ท2๑10๒ สาหรับนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
เรอ่ื งท่ี 3 ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ
คาช้แี จง: 1. แบบทดสอบเป็นแบบปรนยั ชนดิ 4 ตัวเลือก มจี านวน 10 ขอ้
คะแนนเตม็ 10 คะแนน
2. ให้นกั เรียนเลอื กคาตอบท่ีถกู ต้องท่สี ุด แลว้ เขียนเคร่ืองหมาย X
ทบั ข้อทนี่ กั เรียนเลือกลงในกระดาษคาตอบ
__________________________________________
1. ข้อใดคอื ความหมายของประโยคบอกเล่า
ก. ประโยคท่ีบอกเล่าเรอ่ื งราวให้รู้
ข. ประโยคท่ีมีใจความไม่ตอบรับ
ค. ประโยคท่ีกลา่ วถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ง. ประโยคทีล่ ะประธานไวใ้ นฐานท่ีเข้าใจ
2. ประโยคบอกเล่ามสี ว่ นประกอบใดบ้าง
ก. ประธาน + กรรม
ข. กรรม + ขยายกรรม
ค. ประธาน + ขยายกริยา
ง. ประธาน + กริยา
3. ขอ้ ใดเปน็ ประโยคบอกเลา่
ก. แกว้ ไมเ่ คยเหน็ ทะเลหรอื
ข. เกดกาลงั อาบนาในหอ้ งนา
ค. กิ่งจะอาบนาหรอื จะกนิ ข้าว
ง. ก้อยกนิ ขา้ วหรือยัง
4. “น้อยเปน็ นักฟุตบอลประจาโรงเรยี น” เป็นประโยคชนิดใด
ก. ประโยคขอรอ้ ง
ข. ประโยคคาถาม
ค. ประโยคบอกบอกเล่า
ง. ประโยคเปน็ เหตุเป็นผล
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏิเสธ ๑๘
5. “ตอ้ มจบั ปลาในสระนาหลงั บ้าน” เปน็ ประโยคบอกเลา่ แสดงสภาพใด
ก. บอกวธิ ีการ
ข. บอกเวลา
ค. บอกเหตุผล
ง. บอกสถานที่
6. ข้อใดเปน็ ประโยคปฏิเสธ
ก. ลกู ไปโรงเรียนแลว้
ข. ลูกจะไปไหน
ค. ลกู ไปโรงเรียนแล้วหรอื
ง. ลูกไมเ่ ปน็ เด็กเกเรนะครบั
๗. เดมิ ไมไ่ ด้ ในข้อใดจงึ จะมีเนือความเปน็ ประโยคปฏิเสธ
ก. คณุ ครูไมไ่ ด้มาโรงเรยี นหรือ
ข. คณุ ครไู มช่ อบชอบเดก็ เกเร
ค. คณุ ครไู มไ่ ดท้ าอะไรครับ
ง. คณุ ครไู มไ่ ดส้ อนวชิ าภาษาไทย
8. ขอ้ ใดมลี กั ษณะประโยคเหมอื นกับ “แกว้ ไม่ใช่เด็กแหลอื ขอ”
ก. เธอเปน็ ลูกของใคร
ข. ทาไมเธอจึงเปน็ เด็กเหลอื ขอ
ค. เหตุใดทาให้เธอเปน็ อยา่ งนนั
ง. เธอไมไ่ ด้สง่ การบ้านในวันนี
9. “แม่รักการทาอาหาร แต่คุณพ่อขยันปลูกพืชผักสวนครัว ส่วนคุณยายท่านก็ไม่ชอบให้ลูกหลาน
ทะเลาะววิ าทกนั ” ขอ้ ความใดเป็นประโยคปฏิเสธ
ก. คุณพอ่ ขยนั ปลกู พชื ผักสวนครัว
ข. คณุ แมร่ กั การทาอาหาร
ค. คณุ ยายไมช่ อบใหล้ ูกหลานทะเลาะกนั
ง. คุณแมร่ กั การทาอาหารแต่คณุ พ่อขยนั ปลูกพืชผกั สวนครัว
10. ขอ้ ใดเปน็ ประโยคปฏเิ สธ
ก. ลกู ใครใครกร็ ัก
ข. ใครรกั ลูกมากกว่ากัน
ค. ลูกคอื แกว้ ตาดวงใจ
ง. ฉันไมไ่ ดร้ ักคนอน่ื มากกวา่ ลูกตัวเอง
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏิเสธ ๑๙
กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test)
ชอ่ื _________________________ นามสกุล___________________
เลขท่ี _______________________ ชนั้ ________________________
วชิ า _______________________ วันท_ี่ ______________________
ขอ้ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
๖
๗
๘
๙
๑๐
คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน
คะแนนที่ได้.....................................คะแนน
(ผา่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ ๘๐)
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๒๐
ภายหลังจากท่ีมีการทดสอบ ครูจะมีการคิดคะแนนพัฒนาการ
ของสมาชิกเป็นรายบุคคล และนาคะแนนพัฒนาการของสมาชิกนันมา
รวมเป็นคะแนนของกลมุ่ อีกครัง ดงั นี
คะแนนพัฒนาการ (Improvement point) สมาชิกในกลุ่ม
แต่ละคนจะได้คะแนนเพื่อช่วยกลุ่มของตนเองหรือไม่นัน ขึนอยู่กับ
ค ะ แ น น กิ จ ก ร ร ม ร า ย บุ ค ค ล แ ล ะ ค ะ แ น น ท ด ส อ บ ห ลั ง เรี ย น ที่ สู ง ก ว่ า
คะแนนฐาน โดยอาศัยเกณฑ์การคิดคะแนนพัฒนาการ ดังนี
คะแนนกจิ กรรมรายบคุ คล + คะแนนพฒั นาการ
คะแนนทดสอบหลังเรยี น (Post-test)
ได้คะแนนต่ากวา่ คะแนนฐานมากกวา่ 10 คะแนน 0
ได้คะแนนตา่ กวา่ คะแนนฐาน 1 - 10 คะแนน 10
ไดค้ ะแนนเทา่ กับคะแนนฐานหรอื มากกวา่ 1 - 10 คะแนน 20
ได้คะแนนสงู กว่าคะแนนฐานมากกว่า 10 คะแนน 30
ชือ่ – สกลุ ..................................................................เลขท่ี.......................
คะแนนจาก คะแนนทดสอบ รวมคะแนน ปรับเป็น คะแนน ผลต่างของ คะแนน
กิจกรรม หลงั เรยี น (20 คะแนน) คะแนนเต็ม ฐาน คะแนนรวม พัฒนาการ
รายบคุ คล (10 คะแนน ) 100 และคะแนน
(10 คะแนน) คะแนน ฐาน
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๒๑
1. นาคะแนนความก้าวหน้าของสมาชิกในกลุ่มมาหาค่าเฉลี่ยเพ่ือแปลเป็น
ระดับการยกย่องความสาเร็จของกลุ่ม โดยการยกย่องหรือให้รางวัล
มี 3 ระดับ ดังนี
คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม 0 - 15 คะแนน การยกยอ่ งอยูใ่ นระดับเกง่
คะแนนเฉล่ียของกลุ่ม 16 - 25 คะแนน การยกย่องอยู่ในระดับ
เกง่ มาก
คะแนนเฉลี่ยของกลุ่ม 26 - 30 คะแนน การยกย่องอยู่ในระดับ
ยอดเยย่ี ม
2. การได้รับรางวัล กลุ่มท่ีได้การยกย่องอยู่ในระดับยอดเย่ียมของ
การทดสอบย่อยแต่ละครัง จะสามารถเลือกรับรางวัลได้ตามข้อตกลง
สว่ นใหญข่ องกลุ่ม ซ่ึงรางวัลอาจเป็นสง่ิ ของหรือใบประกาศเกียรติคุณ
แบบสรุประดับการยกย่องความสาเรจ็
กลุ่มที่ / ชอ่ื กลมุ่ ระดับการยกย่องความสาเรจ็
1.
2.
3.
4.
5.
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๒๒
บรรณานกุ รม
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2551). หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551.
กรงุ เทพฯ: โรงพิมพช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ดวงพร หลมิ รตั น์. (2551). แบบฝึกหัดรายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑. กรุงเทพฯ:
แม็ค.
พรทพิ ย์ แฟงสดุ . (255๐). แบบฝึกทักษะภาษาไทย. กรงุ เทพฯ: ฟิสิกส์เซน็ เตอร์.
โรงเรียนแชแลพทิ ยานสุ รณ์. (25๖๐). หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นแชแลพิทยานสุ รณ์. อดุ รธานี:
โรงเรยี นแชแลพทิ ยานสุ รณ์ สังกัดองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั อุดรธานี.
สมพร วชิรวชั รินทร์, อุทัยวรรณ หวังไมตรี และสัญญา จันทร์เหนือ. (๒๕๕๑). คู่สร้างภาษาไทย
หลกั ภาษาและการใช้ภาษา ม.๑. พิมพ์ครังที่ ๒. กรงุ เทพฯ: อกั ษรเจรญิ ทัศน์.
สมศักดิ์ อมั พรวสิ ทิ ธิโ์ สภา, ธญั ลักษณ์ จุ้ยเรือง และอาทิตยา ธีรานพ. (๒๕๕๘). รูก้ อ่ น Top กอ่ นการใช้
ภาษาไทย ฉบับรวม ม.ตน้ . กรงุ เทพฯ: ภมู บิ ัณฑิต.
สุวัฒน์ วิวฒั นานนท์. (๒๕๕๔). ทักษะการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขยี น. พมิ พ์ครงั ท่ี ๓. นนทบุรี:
ซีซีนอลลิตจ์ลงิ คส์.
สวุ ิทย์ มลู คา. (๒๕๕๓). ครบเคร่อื งเรือ่ งการคิด. พมิ พ์ครงั ที่ ๑๑. กรงุ เทพฯ: หา้ งหุน้ สว่ นจากัด
ภาพพมิ พ์.
Slavin, E Robert. (1978). “STAD,” Journal of Research and Development in
Educational. 60 (7): 42-48.
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๒๓
ภาคผนวก
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๒๔
ข้อ ก ข ค ง
1X
2X
3X
4X
5X
๖X
๗X
๘X
๙X
๑๐ X
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๒๕
เฉลยกิจกรรมท่ี ๑
คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนแตง่ ประโยคบอกเล่า โดยมีโครงสร้างถกู ตอ้ ง 5 ประโยค (10 คะแนน)
1. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
๒. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
๓. ............ค......า......ต......อ......บ.......ม.......คี ......ว......า....ม.......ห.......ล......า.....ก......ห.......ล......า.....ย......ข.......้ึน......อ......ย......กู่......บั.......ด.......ุล......ย......พ.......ิน.......จิ......ข......อ......ง.....ค......ร.....ผู.......ูส้......อ......น...............................
๔. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
๕. ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ถ้าเฉลยกิจกรรมท่ี 1 เสรจ็ แลว้
เรามารว่ มกนั เฉลยกิจกรรม
กจิ กรรมที่ 2 กนั ต่อนะครับ
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๒๖
เฉลยกิจกรรมที่ ๒
คาช้ีแจง : ให้นักเรียนดูภาพที่กาหนดให้ แล้วเขียนประโยคบอกเล่าจากภาพ 5 ประโยค โดยใช้
ภาษาเชงิ สร้างสรรคแ์ ละมคี วามสัมพันธต์ ่อเนอ่ื งเปน็ เรือ่ งเดยี วกนั (10 คะแนน)
-
......................................................................................................................................
................ค......า......ต......อ......บ......ม........ีค......ว....า......ม......ห......ล......า......ก......ห......ล......า......ย......ข......น้ึ ......อ......ย......ู่ก......ับ......ด........ุล......ย......พ......ิน......จิ......ข......อ......ง......ค......ร....ูผ........ู้ส......อ......น......................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
......................................................................................................................................
................................................................................................................................................................เ....ถ....ร....า้....า....เ....มฉ........า....ล....ร....ย....ว่........กม........ิจก....ก....กนั....นั........รต....เ....รฉ....อ่ ....ม....ลน....ท....ย....ะ....่ี ก....ค๒........ิจะ........กเ........ส....ร....ร....ร....จ็....ม....แ....ท........ล....่ี ....๓้ว........................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๒๗
เฉลยกิจกรรมที่ ๓
คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนเขียนประโยคปฏิเสธ จากรูปภาพที่กาหนดให้ โดยมโี ครงสรา้ งของประโยค
ปฏเิ สธถูกตอ้ ง (10 คะแนน)
๑. ..................................................................... ๒. .......................................................................
คาตอบมคี วามหลากหลายขนึ้ อยูก่ ับดุลยพินิจของครผู ้สู อน
๓. ..................................................................... ๔. .......................................................................
๕. ..................................................................... ถ้าทากจิ กรรมท่ี ๓ เสรจ็ แลว้
เรามารว่ มกนั เฉลยกจิ กรรม
จากนนั้ ไปทากจิ กรรม
รายบคุ คล
กนั ต่อนะคะ
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๒๘
เฉลยกิจกรรมรายบคุ คล
คาชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนอ่านบทเทลงต่อไปนี้ แล้วเปลี่ยนเนอื้ หาบทเพลงใหมใ่ หเ้ ปข็นับปรร้อะงโยเคสปถยีฏริเสทธามือ
5 ประโยค (10 คะแนน)
เจ็บเมอื่ ไหรก่ โ็ ทรมา
ขับรอ้ ง เสถยี ร ทามือ
ไดข้ ่าววา่ เธอเจอปัญหา กเ็ ลยต้องโทรมาถามไถ่
ก็เราเคยเปน็ คนร้ใู จ ถึงเลกิ กันไปกย็ ังมเี ย่ือใยต่อกัน
เขาทาให้เธอเจ็บมากไหม ไดข้ ่าวร้องไห้ไม่เวน้ วนั
ให้รู้ว่าเธอยงั มีฉนั ไมแ่ ปรผนั ผา่ นมานันไม่มีใคร
ได้ข่าววา่ เธอไมเ่ จอปัญหา ถา้ เฉลยกจิ กรรมเสรจ็ แล้ว
ก็เลยไมต่ ้องโทรมาถามไถ่ เรามาร่วมกันเฉลย
ก็เราไม่เคยเป็นคนรู้ใจ แบบทาสอบหลังเรยี น
ถึงเลิกกันไปก็ไม่มีเย่ือใยตอ่ กัน กนั ต่อนะคะ
เขาไม่ทาให้เธอเจ็บมากไหม
ไมไ่ ด้ข่าวร้องไหไ้ มเ่ วน้ วนั
ให้รวู้ า่ เธอไมม่ ีฉัน
ไม่แปรผันผ่านมานันไม่มีใคร
ประโยคบอกเล่า และประโยคปฏเิ สธ ๒๙
ขอ้ ก ข ค ง
1X
2X
3X
4X
5X
๖X
๗X
๘X
๙X
๑๐ X
ประโยคบอกเลา่ และประโยคปฏเิ สธ ๓๐
รายการ แบบบนั ทกึ คะแนน คะแนนท่ไี ด้
แบบทดสอบก่อนเรียน
กิจกรรมท่ี 1 คะแนนเต็ม
กจิ กรรมที่ 2 10
กจิ กรรมที่ ๓ ๑๐
กจิ กรรมรายบุคคล ๑๐
แบบทดสอบหลังเรยี น 10
๑๐
10
หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอ่ื ง ประโยคทใ่ี ช้ในการสื่อสาร
เร่ืองที่ ๓ เสรจ็ แลว้
เราไปศกึ ษา เรอื่ งท่ี ๔ กนั ตอ่ ค่ะ