The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 1 เรื่องเครื่องเลื่อยกลและงานเลื่อย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jakkrit.3773, 2021-05-27 05:05:22

หน่วยที่ 1 เรื่องเครื่องเลื่อยกลและงานเลื่อย

หน่วยที่ 1 เรื่องเครื่องเลื่อยกลและงานเลื่อย

เครือ่ งเลื่อยกลเปนเคร่อื งจักรพ้นื ฐานอกี ชนดิ หนึ่งท่ีมี
ประโยชนมาก มีใชกนั อยา งแพรห ลายในโรงงาน
อุตสาหกรรม การจะนาํ วัสดตุ า งๆมาทาํ การขึ้นรูปจะตอ ง
นาํ มาตดั ใหไ ดข นาดใกลเคยี งกอน ในกรณีงานทีม่ ขี นาดใหญ
จะตองตัดดว ยเครือ่ งเลื่อยกลเพ่อื เปนการประหยัดเวลาและ
ประหยัดวัสดุ การตัดดว ยเล่ือยกลจะไดขนาดท่ีตรงกวา ตัด
ดวยเลื่อยมือ เพราะการตัดดว ยเลอ่ื ยมือทําใหเสียวัสดุ
มากกวาและเสียเวลาในการขึ้นรปู มากกวา

1 ชนดิ ของเครือ่ งเลื่อยกล
2 สว นประกอบท่สี าํ คญั ของเครอื่ งเล่อื ยกล
3 เคร่อื งมือและอุปกรณท ใ่ี ชก บั เครื่องเลื่อยกล

4 ข้ันตอนการใชเ ครอ่ื งเลอื่ ยกล
5 การบํารงุ รักษาเคร่อื งเล่อื ยกล
6 ความปลอดภัยในการใชเครื่องเลื่อยกล

1 บอกชนิดของเครื่องเล่ือยกลได
2 บอกสวนประกอบทีส่ าํ คญั ของเคร่ืองเลอ่ื ยกลได

3 บอกเครอื่ งมือและอุปกรณท ใ่ี ชกบั เคร่อื งเลอื่ ยกลได
4 อธบิ ายขั้นตอนการใชเ คร่ืองเครื่องเล่ือยกลได

5 บอกวิธีบํารงุ รักษาเครื่องเลอื่ ยกลได
6 อธบิ ายความปลอดภยั ในการใชเครอื่ งเล่อื ยกลได

เครือ่ งเลื่อยกล และงานเลอื่ ย

เคร่ืองจกั รทีใ่ ชในการตัดวัสดโุ ดยท่วั ไปในงานชาง
โดยมวี ัตถุประสงคตา ง ๆ เชน การตัดเพื่อลดขนาดเพื่อ
จดั เกบ็ ตัดเพือ่ นําไปใชใ นการผลิต เคร่อื งจกั รท่ีใชใน
การตดั วสั ดโุ ดยทั่วไปคอื เคร่ืองเล่ือยและสามารถตดั ได
ขนาดทีเ่ ท่ียงตรง สะดวก รวดเร็ว ประหยดั เวลา
มากกวา

ชนดิ ของเคร่อื งเลอ่ื ย

ในการตัดชิ้นงานท่ัว ๆ ไป เครื่องจักรท่ีนิยมใชกันท่ัวไป
ไดแก เคร่ืองเล่ือยกล ซึ่งสามารถตัดงานไดขนาดเท่ียงตรง
จาํ แนกตามลักษณะการทาํ งานไดดงั นี้ คือ

1. เคร่อื งเล่อื ยกลแบบชัก (Power Hack Saw)

เครื่องเลื่อยกลแบบชักเปนท่ีนิยมใชกันอยางแพรหลาย
ในการเล่ือยตัดวัสดุงานใหไดขนาดและความยาวตามความ
ตองการ ระบบการขับเคล่ือนใบเล่ือย ใชสงกําลังดวยมอเตอร
แลวใชเฟองเปนตัวกลับทิศทางและใชหลักการของขอเหวี่ยง
เปนตัวขับเคล่ือนใหใบเลื่อยเคล่ือนที่กลับไปกลับมาในแนว
เสน ตรงอยางตอ เนอ่ื งทําใหใบเลอ่ื ยสามารถตัดงานได

1. เคร่ืองเล่อื ยกลแบบชกั (Power Hack Saw)

เ ค รื่ อ ง เ ลื่ อ ย ก ล แ บ บ ชั ก เ ป น ที่ นิ ย ม ใ ช กั น อ ย า ง
แพรหลายในการเลื่อยตัดวัสดุงานใหไดขนาดและความ
ยาวตามความตองการ ระบบการขับเคล่ือนใบเลื่อย ใช
สงกําลังดวยมอเตอร แลวใชเฟองเปนตัวกลับทิศทางและ
ใชหลักการของขอเหวี่ยงเปนตัวขับเคลื่อนใหใบเล่ือย
เคล่ือนท่ีกลับไปกลับมาในแนวเสนตรงอยางตอเนื่องทําให
ใบเล่ือยสามารถตดั งานได

เครื่องเลื่อยกลแบบชกั

2. เครือ่ งเล่ือยกลสายพาน

เล่ือยกลสายพาน เปนเลื่อยกลอีกชนิดหนึ่งท่ีนิยมใชกัน
มากในโรงงานอุตสาหกรรม ลักษณะของการเลื่อย โดยใบ
เลื่อยจะหมุนตัดชิ้นงานติดตอกันตลอดทุกฟน เหมือนสายพาน
เคล่ือนที่ ทําใหไมเสียเวลาในการที่ตัด เพราะใบเลื่อยจะกิน
ช้ินงานตลอดเวลาทเี่ คร่ืองเลื่อยทํางาน

เคร่อื งเล่ือยสายพานที่ใชอ ยทู ั่วไปในงาน
อุตสาหกรรม สามารถจาํ แนกออกได 2 ประเภท คือ

2.1 เคร่ืองเล่อื ยกลสายพานแนวต้งั (Vertical Band Saw)
2.2 เครอ่ื งเลอ่ื ยกลสายพานแนวนอน (Horizontal Band
Saw)

2.1 เครื่องเลอ่ื ยกลสายพานแนวตงั้ (Vertical Band
Saw))

เคร่ืองเลื่อยกลสายพานแนวตั้ง เปนเครื่องเล่ือยกลที่มีใบ
เล่ือยเปนแบบสายพานในแนวตั้ง ซ่ึงจะหมุนตัดชิ้นงานอยาง
ตอเน่ือง ใชตัดงานเบาไดทุกลักษณะ เชน ตัดเหล็กแบน หรือ
เหล็กบางใหขาด หรือตัดเปนรูปทรงตาง ๆ ซึ่งเครื่องเล่ือยกลชนิด
อน่ื ๆ เครอ่ื งเลื่อยกลสายพานแตกตางจากเครื่องเลื่อยกลแบบชัก
ท่ีสามารถตัดชิ้นงานเปนแบบตอเนื่อง ในขณะท่ีเคร่ืองเล่ือยกล
แบบชักทําหนาท่ีตัดงานเฉพาะชวงชักตัดเทาน้ัน และยังใช
ประโยชนของใบเล่ือยในชวงจํากัดอีกดวย คือ จะใชประโยชน
เฉพาะสว นกลางของใบเล่อื ยเทา นนั้

เคร่อื งเลอ่ื ยกลสายพานแนวต้งั

2.2 เครอ่ื งเลอื่ ยกลสายพานแนวนอน (Horizontal Band Saw)
เปนเคร่ืองเล่ือยกลท่ีมีใบเลื่อยยาวติดตอกันเปนวงกลม

การเคลื่อนท่ีของใบเลื่อย มีลักษณะการสงกําลังดวยสายพาน
คือมีลอขับ และลอตาม ทําใหคมตัดของใบเล่ือยสามารถเลื่อย
ตัดงานไดตลอด เนื่องตลอดทั้งใบ การปอนตัดงานใชระบบไฮ
ดรอลิกสควบคุมความตึงของใบเลื่อย ปรับดวยมือหมุน หรือ
ใชไฮดรอลิกสปรับระยะหางของลอ มีโครงสรางแข็งแรง
ตวั เครอื่ งสามารถติดต้งั ไดกบั พื้นโรงงาน

เคร่อื งเล่อื ยกลสายพานแนวนอน

โครงเล่อื ย ชดุ แผง
ปากกาจบั ช้นิ งาน ควบคมุ
สวิตซ ปด
ฐานเครือ่ ง เปดและปุม
ฉุกเฉนิ
แขนตั้งระยะ
ตัดชนิ้ งาน

ฐานเครอ่ื ง (Base)
ทาํ มาจากเหลก็ หลอหรือเหล็กเหนยี ว มหี นา ทีร่ องรับสว น

ตาง ๆ ของเครอ่ื งเล่ือยกลแบบชกั ทง้ั หมด

โครงเลอื่ ย (Saw Frame)
ทําดวยเหลก็ หลอ และเหลก็ เหนียว ใชสาํ หรบั ยึดใสใบเล่ือย

โครงเล่ือยมลี ักษณะเหมอื นตัวยคู วา่ํ และจะเคลอ่ื นทไ่ี ป- มาในรอง
หางเหยย่ี วโดยการสงกําลังจากลอเฟอง

ปากกาจับชนิ้ งาน (Vise)
ใชจับชิน้ งานเพือ่ ทาํ การเล่อื ย สามารถปรับปรุงเอียงขวา-

ซาย ไดขางละ 45 องศา และสามารถเลื่อนปากเขา-ออกได
ดวยเกลยี วแขนหมนุ ลอ็ กแนน
มอเตอร (Motor)

ระบบสงกําลัง (Drive System) ของเครื่องเล่ือยกลแบบ
ชักจะใชมอเตอรทําหนาท่ีเปนตนกําลังขับโดยใชกระแสไฟฟา
220 โวลตหรอื 380 โวลต

หัวเครือ่ ง ลอ ตามอยูดานใน
ชุดตอใบเลอ่ื ย ชุดประคองใบเลื่อย

เสาเครอื่ ง โตะ งาน

ลอ ขับอยดู า นใน ฐานเครอื่ ง

ฐานเครื่อง (Base)
เปนสวนที่ติดอยูกับพื้นโรงงาน รองรับน้ําหนักทั้งหมดของ

ตัวเครื่อง ภายในประกอบดวยชุดสงกําลังขับเคล่ือนใบเล่ือย ปมลม
ทําหนาท่ีระบายความรอนใหชิ้นงาน และใบเลื่อย และเปาเศษโลหะ
ออกจากแนวเลือ่ ย ทําใหเ ห็นแนวที่จะทาํ การเลือ่ ย
มอเตอร (Motor)

เปนตัวสงกาํ ลังทําใหใบเลอ่ื ยเคล่ือนท่ตี ิดชิ้นงาน
ลอขับ และลอตาม

ทาํ หนา ทส่ี งกําลงั ทาํ ใหใ บเลือ่ ยหมุนตดั งาน

เสาเครื่อง (Column)
เปนสวนท่ีตอจากฐานเคร่ืองเปนแนวต้ัง เปนสวนที่รองรับ

ชุดหัวเครื่อง ลอตามของเครื่อง บนดานหนาของเสาเคร่ืองเล่ือย
จะมีชดุ อบออนใบเลือ่ ย(Annealing) อปุ กรณตัดตอใบเลอ่ื ย ฯลฯ
หวั เครอื่ ง (Head)

เปนตวั ยดึ ลอ ตาม ตวั ประคองใบเลื่อย และหัวเปา ลมไลเ ศษ
โลหะ และโคมไฟแสงสวา ง

โตะงาน (Table)
เปนสว นท่ีรองรับช้นิ งานทีน่ าํ มาทําการเลือ่ ย และสามารถเอียง
เปนมมุ ได

ชดุ ประคองใบเลอื่ ย (Saw Guides)
เปนตวั ประคองใบเล่อื ย เพื่อใหใ บเลอ่ื ยหมุนตัดในแนวตรง

ชุดตอใบเลอื่ ย (Butt Welder)
ใชส าํ หรบั ตอใบเล่อื ยในกรณที ําใบเลื่อนมาใชใ หม หรอื กรณเี ลือ่ ย
ชิน้ งานที่เปนรูในล็อกเจาะชน้ิ งานแลว ทาํ ใบเลอื่ ยรอยใสในรูที่
เจาะแลว จึงทําใหเ ลื่อยไปตอ โดยการเชอ่ื ม

แขนปรับตึงใบเลอื่ ย แขนประคองใบเลอ่ื ย
สวทิ ช ฝาครอบลอ ขับ

มือหมนุ ปากกา แขนต้งั ระยะ
จับชน้ิ งาน ความยาชิ้นงาน
ถาดรองเศษโลหะ
ปากกาจบั ช้นิ งาน ฐานเครอื่ ง

1.ฐานเครอื่ ง (Base) เปนสว นรองรับนํ้าหนักของเคร่ือง

2.สวิทชเ ปด – ปด (Switch ON-OFF) ใชเปดปดใหใ บเล่อื ยหมุน
เคล่อื นทที่ าํ งาน
3.แขนปรับความตึงใบเลือ่ ย (Bank tensioning)เปนตัวหมนุ ปรบั
เลือ่ นใหลอ พเู ลยปรับดงึ ใบเลอ่ื ยสายพานใหตึง
4.แขนตัง้ ระยะงาน(Manual Work Stop) เปน อุปกรณต ั้งระยะ
ความยาวตัดช้นิ งานเทา ๆ กัน จํานวนหลายชนิ้

5. ถาดรองเศษโลหะ (Catch pan) ใชเ ปนช้นิ สว นรองรับ
เศษโลหะและชิน้ งาน
6.ปากกาจบั ชิ้นงาน (Vise) หมนุ ปากกาจบั งานเปน ตัวหมนุ
เกลียวปากกาจับเหลก็ ทจ่ี ะตัดดวยเล่อื ยกลสายพานใหแนน
7.ปากกาจบั ชิ้นงาน (Vise) หมนุ ปากกาจบั งานเปน ตวั หมนุ
เกลียวปากกาจับเหล็กทจ่ี ะตัดดว ยเลอื่ ยกลสายพานใหแนน
8.แขนประคองใบเลื่อย (Saw-guide Arms)

ฐานรองรบั ชนิ้ งาน
เปนอุปกรณท่ีใชสําหรับของรับชิ้นงานท่ียาว ๆ เพ่ือปองกัน

ช้นิ งานงัดใบเลือ่ ย ซ่งึ อาจจะเปนสาเหตทุ าํ ใหใบเล่อื ยหกั

ใบเล่อื ยกล (Saw Blade)
ทาํ จากเหล็กรอบสงู (High Speed Steel) ความยาว

ของใบเล่ือยจะวัดจากระยะหางระหวางจุดศูนยกลางของใบเล่ือย
จะมีขนาด 350 มม.

ความยาวใบเลอื่ ย

ใบเลื่อยกล (Saw Blade)

การบอกระยะหา งของฟนใบเล่อื ย จะมกี ารบอกลักษณะดังนี้
ใบเลื่อยท่ีบอกเปนระยะพิตช คือ จะบอกจากระยะหาง

ระหวางฟน คือวัดจากฟนหน่งึ ถงึ อีกฟน หนึง่ ทอ่ี ยูถ ดั ไป

P = ระยะพติ ซ์

การบอกเปนจํานวนฟนตอนิ้ว คือ การบอกจํานวนฟนตอ
ความยาว 1 นิ้ว ถาใน 1 นิ้ว มีจํานวนฟนมากจะเปนชนิด
ละเอียด ถา มจี าํ นวนฟนนอยจะเปนชนดิ หยาบ

การบอกจาํ นวนฟน ตอ ความยาว 1 น้ิว

การประกอบใบเล่ือยใหผอนตัวขึงใบเลื่อยใหย่ืนออก ใหฟน
ของใบเล่ือยท่ีเอียงใหเอียงไปในจังหวะตัด แลวใสใบเลื่อยใหรูของ
ตรงกับสลักของโครงเล่ือยทั้งสองดาน จากน้ันปรับตัวดึงใบเลื่อย
พอประมาณใหใบเล่ือยต้ังฉาก และแบบสนิทกับตัวดึงใบเล่ือย
แลวจึงขึน้ ตวั ตรึงใบเลือ่ ยอีกครั้งใหใ บเลื่อยตงึ

ข้นั ตอนการทาํ งานของเคร่ืองเลอ่ื ยกล
เครื่องเล่ือยกลแบบชักจะมีขั้นตอนการทํางานคลายกับ
การเลอ่ื ยงานดวยมอื คือมีจังหวะเดินหนา และถอยหลัง ถา
เปน เครื่องกลก็จะมีจังหวะตัด และจังหวะยก การตัดงานของ
เคร่ืองเล่ือย จะขึ้นอยูกับผูออกแบบ มีอยู 2 ลักษณะ คือ
เดนิ หนา เปนจงั หวะวัด กับถอยหลงั เปนจงั หวะตดั

หลกั การทาํ งานเคร่ืองเลอื่ ยกล
การขับเคล่ือนของเคร่ืองเล่ือยกลแบบชัก จะรับการสง
กําลังจากมอเตอรไฟฟา ผานสายพานสงกําลังไปยังเฟอง
เฟองที่เปนตัวแทนจะสงกําลังตัดไปยังโครงของเครื่องเลื่อยกล
ทาํ ใหโครงเล่อื ยเคล่ือนที่ เดินหนา และถอยหลัง และมอเตอร
ตนกําลังยังทําหนาที่ขับเคลื่อนชุดปมนํ้าหลอเย็นอีกดวย ซึ่ง
ขั้นตอนการทํางานของเครือ่ งเลือ่ ยกล

บรรทดั เหลก็ ใบเล่อื ย
ชิ้นงาน

ข้นั ตอนการทํางานของเคร่ืองเลื่อยกล
1. ตรวจสอบความพรอมของเคร่อื งเลอื่ ยกลแบบชกั และ
อุปกรณใหเ รียบรอย
2. ยกโครงเลื่อยคา งไวก อนตดั ทาํ การตัดชน้ิ งาน

3.จับยึดชิ้นงานดวยปากกาจับช้ินงานใหถูกตองตามรูปทรง
ของชิ้นงานโดยที่ยงั ไมขันแนน และใหสามารถเลื่อนไป - มาได

4. ปรบั โครงเลื่อยลงใหฟ น ของใบเลอ่ื ยหา งจากชน้ิ งาน
ประมาณ 25 ม.ม.

ขน้ั ตอนการทํางานของเคร่อื งเลอ่ื ยกล (ตอ)

5. ปรบั ต้งั ระยะความยาวช้ินงานโดยใชบ รรทัดเหล็กวัดขนาด

6. จบั ยดึ ชิน้ งานดวยปากกาจบั ชิ้นงานใหแ นนและมั่นคง
7. ปรับแขนต้ังระยะใหยาวเทากบั ความยาวของช้ินงาน
8. เปดสวิตซเ พ่อื ใหเ ครือ่ งเลอื่ ยชกั ทํางาน
9. ปรบั ระบบปอ นตัดไฮดรอลกิ สใหโ ครงเล่อื ยเลือ่ นลงชา ๆ

ข้นั ตอนการทํางานของเครอื่ งเลอ่ื ยกล (ตอ )

10. ปรบั ทอ นา้ํ หลอเย็นใหนํ้าฉดี ตรงคลองเล่อื ยเพอื่ ชวยระบาย
ความรอ น
11. รอจนกระท่งั เลือ่ ยตดั ชิน้ งานขาดออกจากกนั
12. เมื่อช้ินงานขาดออกจากกันแลวใหยกโครงเลื่อยขึ้น
ดานบน จากนนั้ ปดสวติ ชแ ลวทําความสะอาดเคร่ืองเลื่อย
กลแบบชกั ใหส ะอาดเรียบรอ ย

นํา้ หลอเยน็ ใหนํา้ ฉดี ตรงคลองเล่อื ยเพ่อื ชว ยระบายความรอ น

การตัดชิน้ งานจาํ นวนมากและมคี วามยาวเทา กัน

ใหใชอ ุปกรณต ง้ั ระยะการตัด โดยใชช้ินงานที่ตัดไดขนาดแลว
ต้ังขนาด และปรับแขนต้ังระยะใหชนพอดีกับผิวหนาช้ินงานจากน้ัน
จงึ ขันสกรู เพือ่ ลอ็ กใหแ นน

ชิ้นงาน อุปกรณต้งั ระยะ

วิธกี ารจับเหลก็ เสน รปู ทรงตาง ๆ ดวยปากกาจบั ชิ้นงาน

ปากกาจบั ช้นิ งาน ช้นิ งาน

การจับเหล็กเสนแบน การจับเหล็กเสนหกเล่ียม

การจับเหลก็ เสน ส่ีเลย่ี ม การจับเหล็กเสนกลม

วิธีการจบั เหล็กเสน รูปทรงตา ง ๆ ดวยปากกาจับชนิ้ งาน

การจบั เหล็กเสน ตวั ยู การจับเหลก็ เสนตวั ไอ

การจับเหลก็ เสน ตวั ที การจับเหล็กเสน มมุ ฉาก

ความเร็วในงานเล่อื ย
ความเร็วของงานเล่ือยกลแบบชักนั้น จะเปนความเร็ว
จําพวกคูจังหวะชัก คือในชวงเดินหนา และถอยหลังกลับ
เรยี กวา 1 คูจ ังหวะชัก

ความเร็วของเคร่ืองเลื่อยสายพานท้ังแบบแนวต้ังและ
แนวนอนโดยท่ัว ๆ ไป จะปรับความเร็วของใบเลื่อยได
เพ่ือใหเหมาะสมกับวัสดุชิ้นงานท่ีนํามาตัด ความเร็วสามารถ
เลอื กไดจากตารางแนะนาํ ของแตล ะเครื่อง

การบาํ รงุ รักษาเครือ่ งเลื่อยกล
1. หลังเลิกใชงานใหทําความสะอาดและชโลมน้ํามันบาง ๆ
ตามชิ้นสว นทีเ่ ปน เหล็กเพ่ือปองกนั สนิม
2. ควรเปล่ียนถายนํา้ มันหลอเย็นทกุ สัปดาห
3.ม่ันตรวจสอบสภาพช้ินสวนของเคร่ืองเลื่อยกลแบบชัก
และหยอดน้ํามันตามจุดที่ตาง ๆ ที่มีการเคล่ือนท่ีของช้ินสวน
เหลานั้น

ความปลอดภยั ในการใชเครือ่ งเลื่อย
1. กอนใชเครือ่ งควรตรวจสภาพความพรอมของเคร่อื งเลอื่ ย
กลแบบชักทกุ คร้งั
2. ตอ งจับชิน้ งานใหถ กู ตองและมัน่ คงกอ นทําการเลื่อย
3.กอนเปดสวิทซเดินเครื่องจะตองยกใบเลื่อยใหหางจาก
ชนิ้ งานประมาณ 25 ม.ม. กอ นทุกคร้งั
4. การปอนตัดดวยระบบไฮดรอลกิ สมากเกนิ ไปอาจทาํ ให
ใบเลือ่ ยหกั ดงั นั้นจึงตองระมดั ระวัง

5. วัสดุชิ้นงานประเภทเหล็กหล่อ ทองเหลือง ทองแดงและ
อะลูมิเนียม ควรหล่อเยน็ ให้ถูกต้อง

6. ขณะเครื่องเลอ่ื ยกลแบบชักกาํ ลงั ตัดชิ้นงาน ห้ามหมุนถอย
ปากกาจบั ชิ้นงานออกโดยเดด็ ขาด


Click to View FlipBook Version