เครือ่ งเลื่อยกลเปนเคร่อื งจักรพ้นื ฐานอกี ชนดิ หนึ่งท่ีมี
ประโยชนมาก มีใชกนั อยา งแพรห ลายในโรงงาน
อุตสาหกรรม การจะนาํ วัสดตุ า งๆมาทาํ การขึ้นรูปจะตอ ง
นาํ มาตดั ใหไ ดข นาดใกลเคยี งกอน ในกรณีงานทีม่ ขี นาดใหญ
จะตองตัดดว ยเครือ่ งเลื่อยกลเพ่อื เปนการประหยัดเวลาและ
ประหยัดวัสดุ การตัดดว ยเล่ือยกลจะไดขนาดท่ีตรงกวา ตัด
ดวยเลื่อยมือ เพราะการตัดดว ยเลอ่ื ยมือทําใหเสียวัสดุ
มากกวาและเสียเวลาในการขึ้นรปู มากกวา
1 ชนดิ ของเครือ่ งเลื่อยกล
2 สว นประกอบท่สี าํ คญั ของเครอื่ งเล่อื ยกล
3 เคร่อื งมือและอุปกรณท ใ่ี ชก บั เครื่องเลื่อยกล
4 ข้ันตอนการใชเ ครอ่ื งเลอื่ ยกล
5 การบํารงุ รักษาเคร่อื งเล่อื ยกล
6 ความปลอดภัยในการใชเครื่องเลื่อยกล
1 บอกชนิดของเครื่องเล่ือยกลได
2 บอกสวนประกอบทีส่ าํ คญั ของเคร่ืองเลอ่ื ยกลได
3 บอกเครอื่ งมือและอุปกรณท ใ่ี ชกบั เคร่อื งเลอื่ ยกลได
4 อธบิ ายขั้นตอนการใชเ คร่ืองเครื่องเล่ือยกลได
5 บอกวิธีบํารงุ รักษาเครื่องเลอื่ ยกลได
6 อธบิ ายความปลอดภยั ในการใชเครอื่ งเล่อื ยกลได
เครือ่ งเลื่อยกล และงานเลอื่ ย
เคร่ืองจกั รทีใ่ ชในการตัดวัสดโุ ดยท่วั ไปในงานชาง
โดยมวี ัตถุประสงคตา ง ๆ เชน การตัดเพื่อลดขนาดเพื่อ
จดั เกบ็ ตัดเพือ่ นําไปใชใ นการผลิต เคร่อื งจกั รท่ีใชใน
การตดั วสั ดโุ ดยทั่วไปคอื เคร่ืองเล่ือยและสามารถตดั ได
ขนาดทีเ่ ท่ียงตรง สะดวก รวดเร็ว ประหยดั เวลา
มากกวา
ชนดิ ของเคร่อื งเลอ่ื ย
ในการตัดชิ้นงานท่ัว ๆ ไป เครื่องจักรท่ีนิยมใชกันท่ัวไป
ไดแก เคร่ืองเล่ือยกล ซึ่งสามารถตัดงานไดขนาดเท่ียงตรง
จาํ แนกตามลักษณะการทาํ งานไดดงั นี้ คือ
1. เคร่อื งเล่อื ยกลแบบชัก (Power Hack Saw)
เครื่องเลื่อยกลแบบชักเปนท่ีนิยมใชกันอยางแพรหลาย
ในการเล่ือยตัดวัสดุงานใหไดขนาดและความยาวตามความ
ตองการ ระบบการขับเคล่ือนใบเล่ือย ใชสงกําลังดวยมอเตอร
แลวใชเฟองเปนตัวกลับทิศทางและใชหลักการของขอเหวี่ยง
เปนตัวขับเคล่ือนใหใบเลื่อยเคล่ือนที่กลับไปกลับมาในแนว
เสน ตรงอยางตอ เนอ่ื งทําใหใบเลอ่ื ยสามารถตัดงานได
1. เคร่ืองเล่อื ยกลแบบชกั (Power Hack Saw)
เ ค รื่ อ ง เ ลื่ อ ย ก ล แ บ บ ชั ก เ ป น ที่ นิ ย ม ใ ช กั น อ ย า ง
แพรหลายในการเลื่อยตัดวัสดุงานใหไดขนาดและความ
ยาวตามความตองการ ระบบการขับเคล่ือนใบเลื่อย ใช
สงกําลังดวยมอเตอร แลวใชเฟองเปนตัวกลับทิศทางและ
ใชหลักการของขอเหวี่ยงเปนตัวขับเคลื่อนใหใบเล่ือย
เคล่ือนท่ีกลับไปกลับมาในแนวเสนตรงอยางตอเนื่องทําให
ใบเล่ือยสามารถตดั งานได
เครื่องเลื่อยกลแบบชกั
2. เครือ่ งเล่ือยกลสายพาน
เล่ือยกลสายพาน เปนเลื่อยกลอีกชนิดหนึ่งท่ีนิยมใชกัน
มากในโรงงานอุตสาหกรรม ลักษณะของการเลื่อย โดยใบ
เลื่อยจะหมุนตัดชิ้นงานติดตอกันตลอดทุกฟน เหมือนสายพาน
เคล่ือนที่ ทําใหไมเสียเวลาในการที่ตัด เพราะใบเลื่อยจะกิน
ช้ินงานตลอดเวลาทเี่ คร่ืองเลื่อยทํางาน
เคร่อื งเล่ือยสายพานที่ใชอ ยทู ั่วไปในงาน
อุตสาหกรรม สามารถจาํ แนกออกได 2 ประเภท คือ
2.1 เคร่ืองเล่อื ยกลสายพานแนวต้งั (Vertical Band Saw)
2.2 เครอ่ื งเลอ่ื ยกลสายพานแนวนอน (Horizontal Band
Saw)
2.1 เครื่องเลอ่ื ยกลสายพานแนวตงั้ (Vertical Band
Saw))
เคร่ืองเลื่อยกลสายพานแนวตั้ง เปนเครื่องเล่ือยกลที่มีใบ
เล่ือยเปนแบบสายพานในแนวตั้ง ซ่ึงจะหมุนตัดชิ้นงานอยาง
ตอเน่ือง ใชตัดงานเบาไดทุกลักษณะ เชน ตัดเหล็กแบน หรือ
เหล็กบางใหขาด หรือตัดเปนรูปทรงตาง ๆ ซึ่งเครื่องเล่ือยกลชนิด
อน่ื ๆ เครอ่ื งเลื่อยกลสายพานแตกตางจากเครื่องเลื่อยกลแบบชัก
ท่ีสามารถตัดชิ้นงานเปนแบบตอเนื่อง ในขณะท่ีเคร่ืองเล่ือยกล
แบบชักทําหนาท่ีตัดงานเฉพาะชวงชักตัดเทาน้ัน และยังใช
ประโยชนของใบเล่ือยในชวงจํากัดอีกดวย คือ จะใชประโยชน
เฉพาะสว นกลางของใบเล่อื ยเทา นนั้
เคร่อื งเลอ่ื ยกลสายพานแนวต้งั
2.2 เครอ่ื งเลอื่ ยกลสายพานแนวนอน (Horizontal Band Saw)
เปนเคร่ืองเล่ือยกลท่ีมีใบเลื่อยยาวติดตอกันเปนวงกลม
การเคลื่อนท่ีของใบเลื่อย มีลักษณะการสงกําลังดวยสายพาน
คือมีลอขับ และลอตาม ทําใหคมตัดของใบเล่ือยสามารถเลื่อย
ตัดงานไดตลอด เนื่องตลอดทั้งใบ การปอนตัดงานใชระบบไฮ
ดรอลิกสควบคุมความตึงของใบเลื่อย ปรับดวยมือหมุน หรือ
ใชไฮดรอลิกสปรับระยะหางของลอ มีโครงสรางแข็งแรง
ตวั เครอื่ งสามารถติดต้งั ไดกบั พื้นโรงงาน
เคร่อื งเล่อื ยกลสายพานแนวนอน
โครงเล่อื ย ชดุ แผง
ปากกาจบั ช้นิ งาน ควบคมุ
สวิตซ ปด
ฐานเครือ่ ง เปดและปุม
ฉุกเฉนิ
แขนตั้งระยะ
ตัดชนิ้ งาน
ฐานเครอ่ื ง (Base)
ทาํ มาจากเหลก็ หลอหรือเหล็กเหนยี ว มหี นา ทีร่ องรับสว น
ตาง ๆ ของเครอ่ื งเล่ือยกลแบบชกั ทง้ั หมด
โครงเลอื่ ย (Saw Frame)
ทําดวยเหลก็ หลอ และเหลก็ เหนียว ใชสาํ หรบั ยึดใสใบเล่ือย
โครงเล่ือยมลี ักษณะเหมอื นตัวยคู วา่ํ และจะเคลอ่ื นทไ่ี ป- มาในรอง
หางเหยย่ี วโดยการสงกําลังจากลอเฟอง
ปากกาจับชนิ้ งาน (Vise)
ใชจับชิน้ งานเพือ่ ทาํ การเล่อื ย สามารถปรับปรุงเอียงขวา-
ซาย ไดขางละ 45 องศา และสามารถเลื่อนปากเขา-ออกได
ดวยเกลยี วแขนหมนุ ลอ็ กแนน
มอเตอร (Motor)
ระบบสงกําลัง (Drive System) ของเครื่องเล่ือยกลแบบ
ชักจะใชมอเตอรทําหนาท่ีเปนตนกําลังขับโดยใชกระแสไฟฟา
220 โวลตหรอื 380 โวลต
หัวเครือ่ ง ลอ ตามอยูดานใน
ชุดตอใบเลอ่ื ย ชุดประคองใบเลื่อย
เสาเครอื่ ง โตะ งาน
ลอ ขับอยดู า นใน ฐานเครอื่ ง
ฐานเครื่อง (Base)
เปนสวนที่ติดอยูกับพื้นโรงงาน รองรับน้ําหนักทั้งหมดของ
ตัวเครื่อง ภายในประกอบดวยชุดสงกําลังขับเคล่ือนใบเล่ือย ปมลม
ทําหนาท่ีระบายความรอนใหชิ้นงาน และใบเลื่อย และเปาเศษโลหะ
ออกจากแนวเลือ่ ย ทําใหเ ห็นแนวที่จะทาํ การเลือ่ ย
มอเตอร (Motor)
เปนตัวสงกาํ ลังทําใหใบเลอ่ื ยเคล่ือนท่ตี ิดชิ้นงาน
ลอขับ และลอตาม
ทาํ หนา ทส่ี งกําลงั ทาํ ใหใ บเลือ่ ยหมุนตดั งาน
เสาเครื่อง (Column)
เปนสวนท่ีตอจากฐานเคร่ืองเปนแนวต้ัง เปนสวนที่รองรับ
ชุดหัวเครื่อง ลอตามของเครื่อง บนดานหนาของเสาเคร่ืองเล่ือย
จะมีชดุ อบออนใบเลือ่ ย(Annealing) อปุ กรณตัดตอใบเลอ่ื ย ฯลฯ
หวั เครอื่ ง (Head)
เปนตวั ยดึ ลอ ตาม ตวั ประคองใบเลื่อย และหัวเปา ลมไลเ ศษ
โลหะ และโคมไฟแสงสวา ง
โตะงาน (Table)
เปนสว นท่ีรองรับช้นิ งานทีน่ าํ มาทําการเลือ่ ย และสามารถเอียง
เปนมมุ ได
ชดุ ประคองใบเลอื่ ย (Saw Guides)
เปนตวั ประคองใบเล่อื ย เพื่อใหใ บเลอ่ื ยหมุนตัดในแนวตรง
ชุดตอใบเลอื่ ย (Butt Welder)
ใชส าํ หรบั ตอใบเล่อื ยในกรณที ําใบเลื่อนมาใชใ หม หรอื กรณเี ลือ่ ย
ชิน้ งานที่เปนรูในล็อกเจาะชน้ิ งานแลว ทาํ ใบเลอื่ ยรอยใสในรูที่
เจาะแลว จึงทําใหเ ลื่อยไปตอ โดยการเชอ่ื ม
แขนปรับตึงใบเลอื่ ย แขนประคองใบเลอ่ื ย
สวทิ ช ฝาครอบลอ ขับ
มือหมนุ ปากกา แขนต้งั ระยะ
จับชน้ิ งาน ความยาชิ้นงาน
ถาดรองเศษโลหะ
ปากกาจบั ช้นิ งาน ฐานเครอื่ ง
1.ฐานเครอื่ ง (Base) เปนสว นรองรับนํ้าหนักของเคร่ือง
2.สวิทชเ ปด – ปด (Switch ON-OFF) ใชเปดปดใหใ บเล่อื ยหมุน
เคล่อื นทที่ าํ งาน
3.แขนปรับความตึงใบเลือ่ ย (Bank tensioning)เปนตัวหมนุ ปรบั
เลือ่ นใหลอ พเู ลยปรับดงึ ใบเลอ่ื ยสายพานใหตึง
4.แขนตัง้ ระยะงาน(Manual Work Stop) เปน อุปกรณต ั้งระยะ
ความยาวตัดช้นิ งานเทา ๆ กัน จํานวนหลายชนิ้
5. ถาดรองเศษโลหะ (Catch pan) ใชเ ปนช้นิ สว นรองรับ
เศษโลหะและชิน้ งาน
6.ปากกาจบั ชิ้นงาน (Vise) หมนุ ปากกาจบั งานเปน ตัวหมนุ
เกลียวปากกาจับเหลก็ ทจ่ี ะตัดดวยเล่อื ยกลสายพานใหแนน
7.ปากกาจบั ชิ้นงาน (Vise) หมนุ ปากกาจบั งานเปน ตวั หมนุ
เกลียวปากกาจับเหล็กทจ่ี ะตัดดว ยเลอื่ ยกลสายพานใหแนน
8.แขนประคองใบเลื่อย (Saw-guide Arms)
ฐานรองรบั ชนิ้ งาน
เปนอุปกรณท่ีใชสําหรับของรับชิ้นงานท่ียาว ๆ เพ่ือปองกัน
ช้นิ งานงัดใบเลือ่ ย ซ่งึ อาจจะเปนสาเหตทุ าํ ใหใบเล่อื ยหกั
ใบเล่อื ยกล (Saw Blade)
ทาํ จากเหล็กรอบสงู (High Speed Steel) ความยาว
ของใบเล่ือยจะวัดจากระยะหางระหวางจุดศูนยกลางของใบเล่ือย
จะมีขนาด 350 มม.
ความยาวใบเลอื่ ย
ใบเลื่อยกล (Saw Blade)
การบอกระยะหา งของฟนใบเล่อื ย จะมกี ารบอกลักษณะดังนี้
ใบเลื่อยท่ีบอกเปนระยะพิตช คือ จะบอกจากระยะหาง
ระหวางฟน คือวัดจากฟนหน่งึ ถงึ อีกฟน หนึง่ ทอ่ี ยูถ ดั ไป
P = ระยะพติ ซ์
การบอกเปนจํานวนฟนตอนิ้ว คือ การบอกจํานวนฟนตอ
ความยาว 1 นิ้ว ถาใน 1 นิ้ว มีจํานวนฟนมากจะเปนชนิด
ละเอียด ถา มจี าํ นวนฟนนอยจะเปนชนดิ หยาบ
การบอกจาํ นวนฟน ตอ ความยาว 1 น้ิว
การประกอบใบเล่ือยใหผอนตัวขึงใบเลื่อยใหย่ืนออก ใหฟน
ของใบเล่ือยท่ีเอียงใหเอียงไปในจังหวะตัด แลวใสใบเลื่อยใหรูของ
ตรงกับสลักของโครงเล่ือยทั้งสองดาน จากน้ันปรับตัวดึงใบเลื่อย
พอประมาณใหใบเล่ือยต้ังฉาก และแบบสนิทกับตัวดึงใบเล่ือย
แลวจึงขึน้ ตวั ตรึงใบเลือ่ ยอีกครั้งใหใ บเลื่อยตงึ
ข้นั ตอนการทาํ งานของเคร่ืองเลอ่ื ยกล
เครื่องเล่ือยกลแบบชักจะมีขั้นตอนการทํางานคลายกับ
การเลอ่ื ยงานดวยมอื คือมีจังหวะเดินหนา และถอยหลัง ถา
เปน เครื่องกลก็จะมีจังหวะตัด และจังหวะยก การตัดงานของ
เคร่ืองเล่ือย จะขึ้นอยูกับผูออกแบบ มีอยู 2 ลักษณะ คือ
เดนิ หนา เปนจงั หวะวัด กับถอยหลงั เปนจงั หวะตดั
หลกั การทาํ งานเคร่ืองเลอื่ ยกล
การขับเคล่ือนของเคร่ืองเล่ือยกลแบบชัก จะรับการสง
กําลังจากมอเตอรไฟฟา ผานสายพานสงกําลังไปยังเฟอง
เฟองที่เปนตัวแทนจะสงกําลังตัดไปยังโครงของเครื่องเลื่อยกล
ทาํ ใหโครงเล่อื ยเคล่ือนที่ เดินหนา และถอยหลัง และมอเตอร
ตนกําลังยังทําหนาที่ขับเคลื่อนชุดปมนํ้าหลอเย็นอีกดวย ซึ่ง
ขั้นตอนการทํางานของเครือ่ งเลือ่ ยกล
บรรทดั เหลก็ ใบเล่อื ย
ชิ้นงาน
ข้นั ตอนการทํางานของเคร่ืองเลื่อยกล
1. ตรวจสอบความพรอมของเคร่อื งเลอื่ ยกลแบบชกั และ
อุปกรณใหเ รียบรอย
2. ยกโครงเลื่อยคา งไวก อนตดั ทาํ การตัดชน้ิ งาน
3.จับยึดชิ้นงานดวยปากกาจับช้ินงานใหถูกตองตามรูปทรง
ของชิ้นงานโดยที่ยงั ไมขันแนน และใหสามารถเลื่อนไป - มาได
4. ปรบั โครงเลื่อยลงใหฟ น ของใบเลอ่ื ยหา งจากชน้ิ งาน
ประมาณ 25 ม.ม.
ขน้ั ตอนการทํางานของเคร่อื งเลอ่ื ยกล (ตอ)
5. ปรบั ต้งั ระยะความยาวช้ินงานโดยใชบ รรทัดเหล็กวัดขนาด
6. จบั ยดึ ชิน้ งานดวยปากกาจบั ชิ้นงานใหแ นนและมั่นคง
7. ปรับแขนต้ังระยะใหยาวเทากบั ความยาวของช้ินงาน
8. เปดสวิตซเ พ่อื ใหเ ครือ่ งเลอื่ ยชกั ทํางาน
9. ปรบั ระบบปอ นตัดไฮดรอลกิ สใหโ ครงเล่อื ยเลือ่ นลงชา ๆ
ข้นั ตอนการทํางานของเครอื่ งเลอ่ื ยกล (ตอ )
10. ปรบั ทอ นา้ํ หลอเย็นใหนํ้าฉดี ตรงคลองเล่อื ยเพอื่ ชวยระบาย
ความรอ น
11. รอจนกระท่งั เลือ่ ยตดั ชิน้ งานขาดออกจากกนั
12. เมื่อช้ินงานขาดออกจากกันแลวใหยกโครงเลื่อยขึ้น
ดานบน จากนนั้ ปดสวติ ชแ ลวทําความสะอาดเคร่ืองเลื่อย
กลแบบชกั ใหส ะอาดเรียบรอ ย
นํา้ หลอเยน็ ใหนํา้ ฉดี ตรงคลองเล่อื ยเพ่อื ชว ยระบายความรอ น
การตัดชิน้ งานจาํ นวนมากและมคี วามยาวเทา กัน
ใหใชอ ุปกรณต ง้ั ระยะการตัด โดยใชช้ินงานที่ตัดไดขนาดแลว
ต้ังขนาด และปรับแขนต้ังระยะใหชนพอดีกับผิวหนาช้ินงานจากน้ัน
จงึ ขันสกรู เพือ่ ลอ็ กใหแ นน
ชิ้นงาน อุปกรณต้งั ระยะ
วิธกี ารจับเหลก็ เสน รปู ทรงตาง ๆ ดวยปากกาจบั ชิ้นงาน
ปากกาจบั ช้นิ งาน ช้นิ งาน
การจับเหล็กเสนแบน การจับเหล็กเสนหกเล่ียม
การจับเหลก็ เสน ส่ีเลย่ี ม การจับเหล็กเสนกลม
วิธีการจบั เหล็กเสน รูปทรงตา ง ๆ ดวยปากกาจับชนิ้ งาน
การจบั เหล็กเสน ตวั ยู การจับเหลก็ เสนตวั ไอ
การจับเหลก็ เสน ตวั ที การจับเหล็กเสน มมุ ฉาก
ความเร็วในงานเล่อื ย
ความเร็วของงานเล่ือยกลแบบชักนั้น จะเปนความเร็ว
จําพวกคูจังหวะชัก คือในชวงเดินหนา และถอยหลังกลับ
เรยี กวา 1 คูจ ังหวะชัก
ความเร็วของเคร่ืองเลื่อยสายพานท้ังแบบแนวต้ังและ
แนวนอนโดยท่ัว ๆ ไป จะปรับความเร็วของใบเลื่อยได
เพ่ือใหเหมาะสมกับวัสดุชิ้นงานท่ีนํามาตัด ความเร็วสามารถ
เลอื กไดจากตารางแนะนาํ ของแตล ะเครื่อง
การบาํ รงุ รักษาเครือ่ งเลื่อยกล
1. หลังเลิกใชงานใหทําความสะอาดและชโลมน้ํามันบาง ๆ
ตามชิ้นสว นทีเ่ ปน เหล็กเพ่ือปองกนั สนิม
2. ควรเปล่ียนถายนํา้ มันหลอเย็นทกุ สัปดาห
3.ม่ันตรวจสอบสภาพช้ินสวนของเคร่ืองเลื่อยกลแบบชัก
และหยอดน้ํามันตามจุดที่ตาง ๆ ที่มีการเคล่ือนท่ีของช้ินสวน
เหลานั้น
ความปลอดภยั ในการใชเครือ่ งเลื่อย
1. กอนใชเครือ่ งควรตรวจสภาพความพรอมของเคร่อื งเลอื่ ย
กลแบบชักทกุ คร้งั
2. ตอ งจับชิน้ งานใหถ กู ตองและมัน่ คงกอ นทําการเลื่อย
3.กอนเปดสวิทซเดินเครื่องจะตองยกใบเลื่อยใหหางจาก
ชนิ้ งานประมาณ 25 ม.ม. กอ นทุกคร้งั
4. การปอนตัดดวยระบบไฮดรอลกิ สมากเกนิ ไปอาจทาํ ให
ใบเลือ่ ยหกั ดงั นั้นจึงตองระมดั ระวัง
5. วัสดุชิ้นงานประเภทเหล็กหล่อ ทองเหลือง ทองแดงและ
อะลูมิเนียม ควรหล่อเยน็ ให้ถูกต้อง
6. ขณะเครื่องเลอ่ื ยกลแบบชักกาํ ลงั ตัดชิ้นงาน ห้ามหมุนถอย
ปากกาจบั ชิ้นงานออกโดยเดด็ ขาด