The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by carbomb.cd18, 2023-04-02 21:08:00

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน และสอดแทรกการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์( E-PLC) เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี

วิจัยในชั้นเรียน นายอัมรินทร์ เขื่อนเมือง

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใชเอกสารประกอบการเรียน และสอดแทรกการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค( E-PLC) เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี ผูวิจัย อัมรินทร เขื่อนเมือง ปการศึกษา 2565 โรงเรียนแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง


2 สารบัญ บทที่ หนา กิตติกรรมประกาศ 3 บทคัดยอ 4 1 บทนำ 6 จุดมุงหมายในการวิจัย 8 ความสำคัญของการวิจัย 8 ขอบเขตของการวิจัย 9 นิยามศัพทเฉพาะ 10 สมมติฐานการวิจัย 11 คำถามเพื่อการวิวิจัย 11 กรอบแนวคิดการวิจัย 11 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ 12 การจัดการเรียนรูตามแนวทาง Active Learning แบบเนนการปฏิบัติจริง 12 ทฤษฎี E-PLC การพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพ 13 3 วิธีดำเนินการวิจัย 18 การกำหนดประชากรและกลุมตัวอยาง 18 การกำหนดเนื้อหาที่ใชในการวิจัย 19 การกำหนดระยะเวลาในการวิจัย 19 การสรางเครื่องมือที่ใชในการวิจัย 19 การกำหนดแบบแผนการวิจัย 21 การเก็บรวบรวมขอมูล 22 4 ผลการวิเคราะหขอมูล 23 การวิเคราะหแบบทดสอบ Test Blueprint 23 การวิเคราะหหาคา IOC 24 การวิเคราะหประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิต 24 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 24 การวิเคราะหคาประสิทธิภาพของการสอน 25 การวิเคราะหผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียน (พัฒนาจิตพิสัย A) 26 การวิเคราะห E- PLC ครูผูสอน 27


3 สารบัญ (ตอ) บทที่ หนา 5 สรุปผล อภิปรายผลและขอเสนอแนะ 28 สรุปผลการวิจัย 30 อภิปรายผลการวิจัย 31 ขอเสนอแนะ 31 บรรณานุกรม 32 ภาคผนวก 33


4 กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุลวงไดเพราะไดรับความกรุณาและสนับสนุนการดำเนินการจากโรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี รวมถึงทานผูเชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือไดแก 1. นายประโยชน กีรติปกรณ อำนวยการโรงเรียนแสนสุข 2. นายอดิศร กาญจนไพริน รองผูอำนวยการฝายบริหารงานวิชาการโรงเรียนแสนสุข 3. นายพงษศักดิ์ ขอจงดี หัวหนาฝายบริหารงานวิชาการโรงเรียนแสนสุข 4. นายตรงเจตน จงกลาง ครูผูสอน หัวหนากลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนแสนสุข ขอขอบคุณความรูจากการเรียนรูในการวัดและประเมินผลการเรียนรูรวมถึงคำชี้แนะตาง ๆ ในการ ดำเนินการทุกขั้นตอน จากอาจารย ดร. นงนุช สุวรรณรุจิ อาจารยประจำคณะศึกษาศาสตร วิทยาลัยนานาชาติ เซนตเทเรซา ขอบคุณ นายตรงเจตน จงกลาง หัวหนากลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนแสนสุขและ นางสาวปางรัก สำแดงเดช รองหัวหนากลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนแสนสุข ที่ไดคอยใหคำแนะนำกระบวนการจัดการเรียนรูที่มีประสิทธิภาพและเทคนิคการจัดการเรียนรูใน โลกยุคใหม และนอกจากนี้ขอขอบคุณคำชี้แนะ การดูแลจากอาจารยนิภาวรรณ ฐิตวัฒนพงศ ที่คอยใหคำแนะนำ ชี้แนะ ในการจัดกระบวนการการเรียนรูในหองเรียน รวมถึงนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ที่ใหความรวมมือ เรียนรูใน รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (นายอัมรินทร เขื่อนเมือง) ผูวิจัย กันยายน 2565


5 บทคัดยอ การวิจัย เรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โดยใชเอกสาร ประกอบการเรียน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีวัตถุประสงค(1) เพื่อสรางและหาประสิทธิภาพของเอกสาร ประกอบการเรียน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ภาพตามเกณฑมาตรฐาน 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนเรียนและหลังเรียนของกลุมทดลอง (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอน เรียนและหลังเรียนของกลุมควบคุม (4) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุมทดลองและกลุมควบคุม กลุม ตัวอยางที่ใชในการศึกษา ไดแก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 จำนวน 30 คน ซึ่งไดมาจากการสุมการสุมเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ( Purposive Sampling ) แบงกลุมตัวอยาง ออกเปน 2 กลุม คือ (1) กลุมทดลองที่เรียนโดยใชเอกสารประกอบการเรียน จำนวน 15 คน (2) กลุมควบคุมที่เรียน โดยการสอนแบบปกติจำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใชในการศึกษา ไดแก (1) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง วันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา จำนวน 30 เลม (2) แผนการจัดการเรียนรูจำนวน 1 แผน (3) แบบทดสอบแบบทดสอบกอน และหลังเรียน แบบฝกทักษะ แบบบันทึกความคิดเห็น และแบบสังเกตดานจิตพิสัยหรือการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ที่พึงประสงค(E-PLC) ใหนักเรียนและครูผูสอน เครื่องมือผานการหาคุณภาพประกอบดวย การวิเคราะหคาความ สอดคลองเชิงเนื้อหา (IOC) ไดคาเฉลี่ยเทากับ 0.73 และการวิเคราะหหาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบดวยสูตร KR21 เทากับ 0.47 จึงถึงวาเปนเครื่องมือที่มีคุณภาพใชในการพัฒนานักเรียนซึ่งจากการวิจัยสรุปผลการวิจัยพบวา คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมทางดานการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน มีผลดังนี้ ประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิตสูงกวาเกณฑที่กำหนด (E1:E2=80.08/81.33) และถือวาสูงกวาเกณฑที่กำหนด 2. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โดยใช t – test แบบ Dependent ผลการวิเคราะหเทากับ 10 สูงกวาในตารางวิกฤติแบบที่ df เทากับ 9 ไดคาทีเทากับ t = 1.73 ซึ่งคะแนนที่คำนวณที่คำนวณสูงกวาคะแนนกอน เรียนอยางแทจริงอยางมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ไดคาเฉลี่ยเลขคณิต รายทักษะดังนี้ คาอธิบายหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ไดคาเฉลี่ยเลขคณิต เทากับ 4.43 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) เทากับ 0.82 คาวิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ไดคาเฉลี่ยเลขคณิต เทากับ 4.60 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) เทากับ 0.62 คาความตระหนักถึง การปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ไดคาเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ 4.50 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เทากับ 0.68 และคาการวิเคราะหพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ไดคาเฉลี่ยเลขคณิต เทากับ 4.47 คาเบี่ยงเบน มาตรฐาน(S.D) เทากับ 0.63 สรุปคะแนนเฉลี่ยรวมทุกดาน คาเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ 4.50 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)เทากับ 0.66 และการวิเคราะหหาการหาประสิทธิภาพการสอนของครูที่พัฒนาทักษะผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน


6 วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ใหนักเรียนไดคา(C.V)เทากับ 13% แปลผลระดับประสิทธิภาพการสอน ระดับปานกลาง 4. การพัฒนาพฤติกรรมจิตพิสัยและคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียน (E-PLC) ในดานตั้งใจ ใสใจ มีความกระตือรือรนและแสดงออกถึงความสนใจศึกษาเรียนรูตลอดกระบวนการในทุกรูปแบบการเรียนรู ระดับดีมาก ไดคาเฉลี่ยเลขคณิต เทากับ 4.27 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เทากับ 0.74 มีความรับผิดชอบในภาระงานที่ตนไดรับ มอบหมาย ระดับดี คาเฉลี่ยเทากับ 4.29 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เทากับ 0.73 การรวมมือปฏิบัติกิจกรรมการ เรียนรูกับผูสอนและเพื่อนรวมชั้นเรียน ระดับดี คาเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ 4.30 คาคาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เทากับ 0.65 สรุปคะแนนเฉลี่ยรวมทุกดานเทากับ 4.30 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เทากับ 0.71 และการวิเคราะหหาการ หาประสิทธิภาพการสอนของครูที่พัฒนา พฤติกรรมจิตพิสัยและคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียน (E-PLC) ได คาประสิทธิภาพการสอน (C.V) เทากับ 15 % แปลผลระดับประสิทธิภาพการสอนระดับ ดี 5. เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการสอนและคุณลักษณะอันพึงประสงคของครู(E-PLC) วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ใน 3 ดาน คือ ดานกระบวนการเรียนการสอน ไดคาเฉลี่ยเลขคณิต เทากับ 4.70 คาเบี่ยงเบน มาตรฐาน(S.D)เทากับ 0.56 ดานบุคลิกภาพความเปนครู คาเฉลี่ยเลขคณิตเทากับ 4.71 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)เทากับ 0.54 ดานการใชสื่อการสอน ไดคาเฉลี่ยเลขคณิต เทากับ 4.59 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เทากับ 0.69 สรุปคะแนนเฉลี่ยรวมทุกดาน 4.65 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) เทากับ 0.99 รวมทั้งการประเมินประสิทธิภาพการ สอนของครู(คา C.V/)ไดคา 13% แปลผลระดับประสิทธิภาพการสอนระดับ ดีมาก


7 บทที่ 1 บทนำ พระพุทธศาสนาถือไดวาเปนศาสนาประจำชาติ เพราะคนสวนใหญ รอยละ 95 นับถือพระพุทธศาสนา และอยูเคียงคูกับชาติไทยมาโดยตลอด ดังนั้นพระพุทธศาสนาจึงมีความสำคัญตอสังคมไทย เพราะพระพุทธศาสนา เปนหลักในการดำเนินชีวิตของคนไทย คนไทยจึงนำหลักธรรมมาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ลักษณะนิสัยของ คนไทยมีจิตใจที่ดีงามในทุก ๆ ดาน มีความเปนมิตรกับทุกคน พระพุทธศาสนายังเปนหลักในการปกครองประเทศ กษัตริยทุกพระองคของไทยไดนำเอาหลักธรรมพระพุทธศาสนาไปใชในการปกครองประเทศ เชน ทศพิธราชธรรม ตลอดมา หรือใชหลัก “ธรรมาธิปไตย” และหลักอปาริหานิยธรรม เปนหลักในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยังเปนศูนยรวมจิตใจ เนื่องจากหลักธรรมในพระพุทธศาสนามุงเนนใหเกิดความรักความสามัคคีกัน มีความ เมตตากรุณาตอกัน เปนตน จึงเปนศูนยรวมจิตใจของชนชาวไทยใหมีความเปนหนึ่งเดียวกัน พระพุทธศาสนาเปนที่มา ของวัฒนธรรมไทย ดวยวิถีชีวิตของคนไทยผูกพันกับพระพุทธศาสนา จึงเปนกรอบในการปฏิบัติตนตามหลักพิธีกรรม ในพระพุทธศาสนาตาง ๆ เชน การบวช การแตงงาน การทำบุญเนื่องในพิธีการตาง ๆ การปฏิบัติตนตามประเพณีใน วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เปนตน ซึ่งเปนสวนที่กอใหเกิดวัฒนธรรมไทยจนถึงปจจุบัน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีจุดมุงหมายเพื่อพัฒนานักเรียนใหเปนคนดี มีปญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาตอ และประกอบอาชีพโดยเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแลวนักเรียน จะตองมีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่พึงประสงคเห็นคุณคาของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของ พระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู ความสามารถในการสื่อสาร การคิดการแกปญหา การใชเทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออก กำลังกาย มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเปนพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตาม ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและมีจิตสานึกในการอนุรักษวัฒนธรรมไทย การอนุรักษ และพัฒนาสิ่งแวดลอม มีจิตสาธารณะที่มุงทำประโยชนและสรางสิ่งที่ดีงามในสังคมและอยูรวมกันในสังคมอยางมี ความสุข การจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาถือวามีความสำคัญมาก เนื่องจากเปนระดับการศึกษาที่จัดเตรียม เยาวชนของชาติซึ่งเปนทรัพยากรมนุษยที่มีคุณคาและมีความสามารถในการพัฒนาตนเองใหเปนบุคคลในสังคมที่มี ศักยภาพ อาจกลาวไดวาเยาวชนในวัยดังกลาวเปนวัยที่กาลังเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กไปสูวัยผูใหญ และยังเปนวัยที่กำลังกาวสูตลาดแรงงานของประเทศ ดังนั้นการจัดการศึกษาในระดับนี้จึงมีความจำเปนอยางยิ่งที่ จะตองใหความรูประสบการณทางดานวิชาการ วิชาชีพควบคูกันไปเพื่อใหเยาวชนเหลานี้ไดมีความรูความสามารถ และทักษะในการดำรงชีวิตในสังคมไทยไดเปนอยางดีตลอดจนสามารถประพฤติตนไดอยางเหมาะสมในการดำรงชีวิต ประจำวัน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553)


8 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เปนหนึ่งใน 8 กลุมสาระการเรียนรูที่สถานศึกษา ตองใชเปนหลักในการจัดการเรียนการสอน และเปนกลุมสาระการเรียนรูที่ผูเรียนทุกคนตองเรียนตลอด 12 ป การศึกษาตั้งแตระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ใน 5 สาระหลัก ดังนี้ สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม สาระที่ 2 หนาที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร สาระที่ 4 ประวัติศาสตร สาระที่ 5 ภูมิศาสตร เปนสาระการเรียนรูที่ประกอบมาจากหลายแขนงวิชาจึงมีลักษณะเปนสหวิทยาการ โดยนำวิทยาการจาก แขนงวิชาตาง ๆ ในสาขาสังคมศาสตรมาหลอมรวมเขาดวยกัน ไดแก ภูมิศาสตรประวัติศาสตรเศรษฐศาสตร นิติศาสตรจริยธรรม ประชากรศึกษา สิ่งแวดลอมศึกษา รัฐศาสตรสังคมวิทยาปรัชญา และศาสนา ในการอยูรวมกัน ในสังคมที่มีความเชื่อมสัมพันธกัน และมีความแตกตางกันอยางหลากหลาย เพื่อชวยใหสามารถปรับตนเองกับบริบท สภาพแวดลอม การจัดการเรียนรูนอกจากจะชวยใหนักเรียนมีความรูในเรื่องตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับสภาพแวดลอมทั้ง ทางธรรมชาติและสังคมวัฒนธรรมแลว ยังมีทักษะและกระบวนการตาง ๆที่สามารถนำมาใชประกอบ ศาสนาที่ตนนับ ถือและศาสนาอื่นมีศรัทธาที่ถูกตองยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยูรวมกันอยางสันติสุข มาตรฐาน ส 1.2 เขาใจตระหนักและปฏิบัติตนเปนศาสนิกชนที่ดีและธำรงรักษาพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ และตัวชี้วัดได กำหนดใหผูเรียนรูและเขาใจประวัติความสำคัญศาสนา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือ การนำ หลักธรรมคำสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง มีศรัทธาที่ถูกตอง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยูรวมกัน อยางสันติสุข (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของโรงเรียนแสน สุข จังหวัดชลบุรีสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง เปนไปตามหลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยมุงจัดการศึกษาใหนักเรียนมีความรูคูคุณธรรม พัฒนาพฤติกรรมนักเรียนใหมี คุณลักษณะอันพึงประสงคคือ เปนคนดีมีปญญา และมีความสุข จากผูวิจัยในฐานะครูผูสอนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี ที่ผานมา พบปญหาในการ จัดการเรียนการสอนที่ทาใหนักเรียนนักเรียนที่เรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ำในรายวิชาดังกลาว โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี


9 ที่ผลสัมฤทธิ์ทางเรียนในรายวิชาดังกลาวนั่นต่ำมาก ทั้งนี้ผูวิจัยในฐานะครูผูสอนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 ไดทำการสังเกตและสัมภาษณนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี ในปญหาการเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พบปญหาใน หัวขอ เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วามีเนื้อหาคอนขางยากเกินไปสำหรับนักเรียน ประกอบกับมีเนื้อหาคอนขางมาก ทำใหนักเรียนไมสามารถจดจำและเขาใจในเนื้อหาทั้งหมดไดไมแรงจูงใจหรือสิ่งเราแปลกใหมในการเรียนรูเกิดความ เบื่อหนาย ไมสนใจเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพราะปญหาที่พบนี้จึงจำเปนอยากยิ่งที่ตองหา เครื่องมือ วิธีการแกไขปญหาดังกลาวใหถูกตองและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 ดีขึ้น ผูวิจัยมีแนวคิดที่จะจัดทำเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อเปนสื่อการ เรียนรูที่เหมาะสมในการนามาใชประกอบการเรียนการสอนเพื่อแกปญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี จากปญหาที่ไดกลาวมาแลวขางตน เพราะเอกสารประกอบการเรียนมีความสำคัญคือ เปรียบเสมือนครูผูสอน ที่ใหผูเรียนสามารถศึกษาคนควาทำกิจกรรมการเรียนและประเมินผลดวยตนเอง ซึ่งเปนสื่อ การจัดการเรียนรูที่สรางขึ้นโดยกำหนดเนื้อหาวัตถุประสงควิธีการตลอดจนอุปกรณการสอนที่นักเรียนสามารถเรียนรู ไดดวยตนเองโดยแบงเนื้อหาออกเปนสวนยอย ๆ เรียกวา กรอบ โดยลำดับเนื้อหาจากงายไปหายากแตละกรอบมีคา ถามและคาตอบเพื่อใหนักเรียนสามารถเรียนรูไดตามศักยภาพของตนเอง ในการตัดสินใจไดอยางรอบคอบในการ ดำเนินชีวิต และการมีสวนรวมในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในฐานะพลเมืองดีตลอดจนการนำความรูทาง จริยธรรม หลักธรรมทางศาสนามาพัฒนาตนเองและสังคม ทำใหนักเรียนสามารถดารงชีวิตในสังคมไดอยาง มี ความสุข อาจกลาวไดวาเอกสารประกอบการเรียน เปนนวัตกรรมทางการศึกษาสามารถนามาใชเปนสื่อการเรียนรูที่ ผูเรียนศึกษาคนควาทำกิจกรรมการเรียนและประเมินผลดวยตนเองตามลำดับขั้นที่กำหนดไวลวงหนาเหมาะสมในการ ถายทอดเนื้อหาสาระไปสูผูเรียนใหสมบูรณไดเรียนเปนขั้นตอน ก็เปนอันเหมาะที่ไดนำเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนามาใชประกอบการเรียนการสอนเพื่อแกปญหาของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคม ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีใหสูงตอไป จุดมุงหมายในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดกำหนดความมุงหมายไวดังนี้ 1. เพื่อหาประสิทธิภาพของเครื่องมือในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยกำหนด (E1:E2 80:80)


10 2. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยกำหนด โดยใช t-test dependent 3. เพื่อพัฒนาพฤติกรรมจิตพิสัยและคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียน (E-PLC) โดยการเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี 4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการสอนและคุณลักษณะอันพึงประสงคของครู(E-PLE) วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ความสำคัญของการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ทำใหทราบถึงความรู ความเขาใจและพฤติกรรมจิตพิสัย ประสิทธิภาพของเอกสาร ประกอบการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งสามารถเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กอนและหลังการเรียนรู ความกาวหนาในการเรียนจากการเรียนการสอนวิธีดังกลาวได เพื่อเปนแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนตอไป นอกจากนี้ผลของการวิจัยยังทำใหนักเรียนสามารถ พัฒนาพฤติกรรมจิตพิสัยในการเรียนรู การบริหารจัดการและทำงานรวมกับผูอื่น อันจะนำไปสูการพัฒนาการเรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงคของผูเรียนตอไป ขอบเขตของการวิจัย ประชากรที่ใชในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ ประชากรเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีจำนวนนักเรียน 30 คน กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใชกลุมตัวอยางเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีโดยการสุมแบบเฉพาะเจาะจง ( Purposive sampling ) จำนวนนักเรียน 30 คน เนื้อหาที่ใชในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใชเนื้อหาการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี


11 ระยะเวลาที่ใชในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 ตัวแปรที่ศึกษา ไดแก 1. ตัวแปรอิสระ ไดแก แผนจัดการเรียนที่เนนการปฏิบัติ (Learning by Doing Aactive learning) และ เอกสารประกอบการเรียนรูไดแก เอกสารประกอบการเรียน ใบความรู ใบงานแบบฝกทักษะ เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา 2. ตัวแปรตาม ไดแก เพื่อหาประสิทธิภาพของเครื่องมือในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยกำหนด (E1:E2 80:80) 2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการพัฒนาความรู ความเขาใจและพฤติกรรมจิตพิสัย 2.3 พัฒนาพฤติกรรมจิตพิสัย (E PLC=ของนักเรียน) 2.4 พัฒนาเจตคติหรือ คานิยมอันพึงประสงค (E PLCของครู) นิยามศัพทเฉพาะ 1. เอกสารประกอบการเรียน หมายถึง สื่อที่ผูสอนเรียบเรียงขึ้น เพื่อใชประกอบการสอนวิชาใด วิชาหนึ่ง ตองมีเนื้อหาสาระที่ถูกตอง มีขอมูลอางอิง มีระบบขั้นตอนในการเรียนสาหรับใหผูเรียนไดศึกษาเพิ่มเติม เชน สรุปสาระของเนื้อหาวิชา พรอมทั้งแบบฝกหัด มีหัวเรื่อง จุดประสงค เนื้อหา สาระและกิจกรรมเพื่อใหผูเรียนได เกิดการเรียนรูตามที่หลักสูตรกำหนด 2. แบบฝกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หมายถึง สื่อที่ผูศึกษาสรางและ พัฒนาขึ้น ใชประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูและนักเรียน เพื่อพัฒนาทักษะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปที่ 2 เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3. ประสิทธิภาพของแบบฝก ตามเกณฑ80/80 หมายถึง ประสิทธิภาพของแบบฝกทักษะที่ไดมา จากกระบวนการและผลลัพธของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีคาตามเกณฑที่กำหนด ดังนี้


12 80 ตัวแรกคือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ(E1 ) ที่คำนวณไดจากคาเฉลี่ยรอยละของคะแนน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ที่เก็บไดจากการแบบวัดผลการเรียนรูในแบบฝกทักษะระหวางเรียน 80 ตัวหลังคือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ(E2 ) ที่คำนวณไดจากคาเฉลี่ยรอยละของคะแนน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ที่เก็บไดจากการแบบวัดผลการเรียนรูในแบบฝกทักษะหลังการเรียนที่ผูศึกษาสรางขึ้น 4. แบบทดสอบ หมายถึง แบบทดสอบที่ใชวัดความรู ความสามารถ ความเขาใจ ในเนื้อหาเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา สมมติฐานในการวิจัย แผนการจัดการเรียนรูที่เนนการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โดยใช เอกสารประกอบการเรียน ในวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ที่มีประสิทธิภาพ (E1:E2) สามารถพัฒนา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หลังเรียนสูงกวากอนเรียนสงผลการประเมิน พฤติกรรมพิสัยของนักเรียนจากการเรียนรูโดยใชเอกสารประกอบการเรียน มีระดับผลประเมินสูงกวาระดับดี - ดีมาก นักเรียนและครูผูสอนสามารถพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค(E-PLC) คำถามเพื่อการวิจัย แผนการจัดการเรียนรูที่เนนที่เนนการการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใชเอกสาร ประกอบการเรียน ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หลักมีประสิทธิภาพ(E1:E2) สามารถพัฒนา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา สามารถพัฒนาความรู ทักษะ เจตคติ คุณลักษณะอันพึงประสงคหรือไม


13 กรอบแนวคิดเพื่อการวิจัย แผนการจัดการเรียนรูที่เนนที่เนนการการ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียน โดยใชเอกสารประกอบการเรียน ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หลักมีประสิทธิภาพ(E1:E2) สามารถพัฒนา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เรื่อง วันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (K) 2.พฤติกรรมพิสัยของนักเรียนจากการเรียนรูเรื่อง เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา (A) 3.พฤติกรรมการทำงานเดี่ยว-กลุมของนักเรียนจากการเรียนรูดวย เทคนิคการเรียนรูแบบลงมือทำวิชาเรื่องวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 4.นักเรียนและครูผูสอนสามารถพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค (E-PLC) (A)


14 บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของของเกี่ยวกับการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใช เอกสารประกอบการเรียนและสอดแทรกการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค( E-PLC) เรื่อง เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี ผูวิจัยไดศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวของและไดนำเสนอตามหัวขอดังนี้ 1. การจัดการเรียนรูตามแนวทาง Active Learning แบบเนนการปฏิบัติจริง 2. ปรากฏการที่มีบทบาทตอการเปลี่ยนแปลงทักษะการดำเนินชีวิต และการเรียนรูในโลกศตวรรษที่ 21 ของผูเรียนดวยโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทางดานสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยีการเมืองการปกครอง และการดำเนินชีวิต ของผูคนบนโลกไปนี้ยอมสงผลตอรูปแบบของการพัฒนาและสรางกำลังคนที่พรอมจะทำใหประเทศชาติเดินหนาอยาง ไมหยุดยั้ง โดยเฉพาะอยางยิ่งการจัดการเรียนรูที่สรางเสริมประสบการณและทักษะใหกับผูเรียนนั้นมีความจำเปนและ สำคัญเปนอยางมากในโลกยุคปจจุบัน ที่มีความกาวหนาทางดานเทคโนโลยีฉะนั้นแลวบทบาทของผูสอนและบทบาท ของผูเรียนก็ยอมเปลี่ยนแปลงไป ณัชนัน แกวชัยเจริญกิจ (2550) ไดกลาวถึงบทบาทของครูผูสอนในการจัดกิจกรรม การเรียนรูตามแนวทางของ Active Learning ดังนี้ 1. จัดใหผูเรียนเปนศูนยกลางของการเรียนการสอน กิจกรรมตองสะทอนความตองการในการพัฒนาผูเรียน และเนนการนำไปใชประโยชนในชีวิตจริงของผูเรียน 2. สรางบรรยากาศของการมีสวนรวม และการเจรจาโตตอบที่สงเสริมใหผูเรียนมีปฏิสัมพันธที่ดีกับผูสอนและ เพื่อนในชั้นเรียน 3. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหเปนพลวัต สงเสริมใหผูเรียนมีสวนรวมในทุกกิจกรรรวมทั้งกระตุนให ผูเรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรู 4. จัดสภาพการเรียนรูแบบรวมมือสงเสริมใหเกิดการรวมมือในกลุมผูเรียน 5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนใหทาทาย และใหโอกาสผูเรียนไดรับวิธีการสอนที่หลากหลาย 6. วางแผนเกี่ยวกับเวลาในจัดการเรียนการสอนอยางชัดเจน ทั้งในสวนของเนื้อหา และกิจกรรม 7. ครูผูสอนตองใจกวาง ยอมรับในความสามารถในการแสดงออก และความคิดของผูเรียน พุมพฤกษกำสมุทร (2551) ไดดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับการประยุกตใชกระบวนการเรียนรูจากประสบการณ สาระการเรียนรูคณิตศาสตรเรื่อง การบวก การลบ ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 วัตถุประสงคเพื่อประยุกตใชกระบวนการ เรียนรูจากประสบการณเรื่อง การบวก การลบ สาระการเรียนรูคณิตศาสตรและหาประสิทธิภาพ ตามเกณฑ70/70 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เรียนโดยกระบวนการเรียนรูจากประสบการณเรื่อง การบวก การลบ


15 สาระการเรียนรูคณิตศาสตรหลังเรียนและกอนเรียน และ เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนตอการเรียนคณิตศาสตร เรื่อง การบวก การลบ ที่เรียนโดยกระบวนการเรียนรูจากประสบการณผลการวิจัย พบวา 1. แผนการจัดการเรียนรู จากประสบการณเรื่อง การบวก การลบ สาระการเรียนรูคณิตศาสตรชั้นประถมศึกษาปที่ 4 มีประสิทธิภาพ เทากับ 75.10/73.95 ซึ่งสูงกวาเกณฑที่ตั้งไว 2. นักเรียนที่เรียนโดยใชแผนการจัดการเรียนรูจากประสบการณเรื่อง การบวก การลบ สาระการเรียนรู คณิตศาสตรชั้นประถมศึกษาปที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. นักเรียนที่เรียนโดยใชแผนการจัดการเรียนรูจากประสบการณเรื่อง การบวก การลบ สาระการเรียนรู คณิตศาสตรชั้นประถมศึกษาปที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกวาเกณฑรอยละ 70 อยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 4. นักเรียนมีเจตคติตอการเรียนคณิตศาสตรโดยกระบวนการเรียนรูจากประสบการณเรื่อง การบวก การลบ โดยรวมอยูในระดับดี ทฤษฎีE-PLC การพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพมีความหมายความสำคัญดังตอไปนี้ จากมาตรา 9 (5) และ (6) “สนับสนุน สงเสริม และพัฒนา วิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณ ของวิชาชีพ รวมทั้งการสงเสริม สนับสนุน ยกยอง และผดุงเกียรติผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” คุรุสภามีหนาที่ สนับสนุน สงเสริม และพัฒนาวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมทั้งการสงเสริม สนับสนุน ยกยอง และผดุงเกียรติผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 9 (5) และ (6)2 ในฐานะองคกรวิชาชีพที่มีระบบและกลไกในการสงเสริม สนับสนุน เชื่อมโยง การ ผลิต การคัดกรอง และพัฒนาผูประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ไดมาตรฐานสากล ซึ่งมี พันธกิจ (Mission) ขอ 2.2 พัฒนาวิชาชีพ และสงเสริม ครูและบุคลากรทางการศึกษา ใหมีคุณภาพตามมาตรฐาน วิชาชีพ ตามยุทธศาสตรที่ 1 ในแผนปฏิบัติงาน 4 ป(พ.ศ. 2561 – 2564) สำนักนโยบายและแผน สำนักงาน เลขาธิการคุรุสภา โดยมีเปาหมาย คือ3 เปาหมายที่ 1 ผูเรียนไดเรียนรูกับผูประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ที่มีจิตวิญญาณของ ความเปนครูมีความรูความสามารถอยางแทจริง เปาหมายที่ 2 ผูเขาสูวิชาชีพครูและ บุคลากรทางการศึกษาเปนผูมีจิตวิญ ญ าณ ของความเปนครู มีความรูความสามารถอยางแทจริง ความหมายของคำวา E-PLC การบูรณาการหลักการที่สำคัญรวมกัน 3 ประการ ในโครงการ E-PLC การ สงเสริมกระบวนการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ E-PLC ซึ่งยอมาจากภาษาอังกฤษวา Ethics in Professional Learning Community ตัว “E” ยอมาจาก ภาษาอังกฤษวา Ethics หมายถึง จรรยาบรรณ หรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งเปน มาตรฐานการปฏิบัติตนที่ กำหนดขึ้นเปนแบบแผนในการประพฤติตนซึ่งผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตองปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและสงเสริม


16 เกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใหเปนที่เชื่อถือศรัทธาแกผูรับบริการ และสังคมอัน จะนำมาซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีแหงวิชาชีพ สวนคาวา “PLC” ยอมาจากภาษาอังกฤษวา Professional Learning Community คือ ชุมชน แหงการเรียนรูทางวิชาชีพ หมายถึง การที่กลุมนักการศึกษาไดมาตกลงที่จะรวมมือกัน ทำงาน โดยใชการสืบเสาะ และกระบวนการวิจัยปฏิบัติการเพื่อคนหาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะนำมาจัดใหกับผูเรียน การทำงานดังกลาวอยูบนขอตกลง เบื้องตนที่วาจะกระทำอยางตอเนื่อง และทำใหนักการศึกษาเกิดการเรียนรูและ เชี่ยวชาญจากการทำงานครั้งนี้รวมกัน (Richard DuFour สรุปความโดย มนตรีแยมกสิกร, 2564) ดังนั้น E-PLC จึงเปนเครื่องมือในการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผานกระบวนการชุมชนแหงการเรียนรู ทางวิชาชีพ โดยการรวมตัว รวมใจ รวมพลัง รวมทำ และรวมเรียนรูรวมกันของครูผูบริหาร และนักการศึกษา บนพื้นฐานวัฒนธรรมความสัมพันธแบบกัลยาณมิตร สูคุณภาพการจัดการเรียนรูที่เนนความสำเร็จหรือประสิทธิผล ของผูเรียนเปนสำคัญ และความสุขของการทำงานรวมกันของสมาชิกในชุมชนดวยความเชื่อวาการเรียนรูของครู นำไปสูการ เรียนรูของผูเรียน แมวาครูจะมีความแตกตางกันเมื่อมีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกันก็จะสามารถ พัฒนาศักยภาพของผูเรียนใหบรรลุเปาหมายได การสงเสริมกระบวนการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือ E-PLC ซึ่งยอมาจากภาษาอังกฤษวา Ethics in Professional Learning Community ตัว “E” ยอ มาจากภาษาอังกฤษวา Ethics หมายถึง จรรยาบรรณ หรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งเปน มาตรฐานการปฏิบัติตนที่ กำหนดขึ้นเปนแบบแผนในการประพฤติตนซึ่งผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตองปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและสงเสริม เกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใหเปนที่เชื่อถือศรัทธาแกผูรับบริการ และสังคมอัน จะนำมาซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีแหงวิชาชีพ สวนคำวา “PLC” ยอมาจากภาษาอังกฤษวา Professional Learning Community คือ ชุมชนแหงการ เรียนรูทางวิชาชีพ หมายถึง การที่กลุมนักการศึกษาไดมาตกลงที่จะรวมมือกันทำงาน โดยใชการสืบเสาะ และ กระบวนการวิจัยปฏิบัติการเพื่อคนหาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะนำมาจัดใหกับผูเรียน การทำงานดังกลาวอยูบนขอตกลง เบื้องตนที่วาจะกระทำอยางตอเนื่อง และทำใหนักการศึกษาเกิดการเรียนรูและเชี่ยวชาญจากการทำงานครั้งนี้รวมกัน (Richard DuFour สรุปความโดย มนตรีแยมกสิกร, 2564) ดังนั้น E-PLC จึงเปนเครื่องมือในการพัฒนาจรรยาบรรณ วิชาชีพผานกระบวนการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพโดยการรวมตัว รวมใจ รวมพลัง รวมทำ และรวมเรียนรู รวมกันของครูผูบริหาร และนักการศึกษา บนพื้นฐานวัฒนธรรมความสัมพันธ แบบกัลยาณมิตร สูคุณภาพการ จัดการเรียนรูที่เนนความสำเร็จหรือประสิทธิผลของ ผูเรียนเปนสำคัญ และความสุขของการทำงานรวมกันของสมาชิก ในชุมชนดวยความเชื่อวาการเรียนรูของครูนำไปสูการ เรียนรูของผูเรียน แมวาครูจะมีความแตกตางกันเมื่อมี กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกันก็จะสามารถพัฒนา ศักยภาพของผูเรียนใหบรรลุเปาหมายไดการสงเสริม


17 กระบวนการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผานระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ EPLC จึงเปนการนำหลักการที่สำคัญมาบูรณาการรวมกัน 3 ประการ ดังนี้1. จรรยาบรรณของวิชาชีพ (Professional Ethics) ตามขอบังคับคุรุสภาวาดวยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งเปนมาตรฐานการปฏิบัติตนที่กำหนดขึ้น เปนแบบแผนในการประพฤติตนซึ่งผูประกอบวิชาชีพทางการ ศึกษาตองปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและสงเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียงและฐานะของผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใหเปนที่ เชื่อถือศรัทธาแกผูรับบริการและสังคมอันจะนำมาซึ่ง เกียรติและศักดิ์ศรีแหงวิชาชีพ มี5 ดาน ดังตอไปนี้1) จรรยาบรรณตอตนเอง ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองมี วินัยในตนเอง พัฒนาตนเองดานวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศนใหทันตอการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยูเสมอ 4 ขอบังคับคุรุสภาวาดวยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖,ราชกิจจานุเบกษา เลม 130 4 ตุลาคม 2556, หนา 73-74, แหลงที่มา. https://www.ksp.or.th/ksp2018/2018/11/1811/ (สืบคนเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564). 4 | คู มือ E -P L C 2) จรรยาบรรณตอวิชาชีพ ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองรัก ศรัทธา ซื่อสัตยสุจริต รับผิดชอบตอวิชาชีพ และเปนสมาชิกที่ดีขององคกรวิชาชีพ 3) จรรยาบรรณตอผูรับบริการ (1) ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองรัก เมตตา เอาใจใส ชวยเหลือ สงเสริมใหกำลังใจ แกศิษยและผูรับบริการ ตามบทบาทหนาที่โดยเสมอหนา (2) ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองสงเสริมใหเกิดการเรียนรูทักษะ และนิสัยที่ถูกตอง ดีงามแกศิษยและ ผูรับบริการ ตามบทบาทหนาที่อยางเต็มความสามารถ ดวยความบริสุทธิ์ใจ (3) ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอง ประพฤติปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดีทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ (4) ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองไมกระทำ ตนเปนปฏิปกษตอความเจริญทางกาย สติปญญา จิตใจ อารมณและสังคมของศิษยและผูรับบริการ (5) ผูประกอบ วิชาชีพทางการศึกษา ตองใหบริการดวยความจริงใจและเสมอภาค โดยไมเรียกรับ หรือยอมรับผลประโยชนจากการ ใชตำแหนงหนาที่โดยมิชอบ 4) จรรยาบรรณตอผูรวมประกอบวิชาชีพ ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงชวยเหลือ เกื้อกูลซึ่งกันและกันอยางสรางสรรคโดยยึดมั่น ในระบบคุณธรรม สรางความสามัคคีในหมูคณะ 5) จรรยาบรรณตอ สังคม ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฏิบัติตนเปนผูนำในการอนุรักษและพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญญา สิ่งแวดลอม รักษาผลประโยชนของสวนรวมและยึดมั่นในการปกครอง ระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข 2. หลักการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) โดยคณะกรรมการพัฒนาเครือขายวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ไดกำหนด ลักษณะที่สำคัญของชุมชน แหงการเรียนรูทางวิชาชีพ มี5 ประการ คือ (1) การสรางบรรทัดฐานและคานิยมรวมกัน (Shared values and norms) (2) การปฏิบัติที่มีเปาหมายรวมกัน คือ การเรียนรูของผูเรียน (Collective focus on students learning) (3) การรวมมือรวมพลังของสมาชิกชุมชนวิชาชีพ (Collaboration) (4) การเปดรับการชี้แนะ การปฏิบัติงาน (Expert advice and study visit) (5) การสนทนาที่มุงสะทอนผลการปฏิบัติงาน (Reflection dialogue) 5 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, ประกาศสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เรื่อง แนวทางการสงเสริมสนับสนุน


18 เครือขายพัฒนา วิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำป2559, หนา 2. 5 | คู มือ E -P L C ภาพแสดง หลักการชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (PLC) (ที่มา: สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, 2559) 3. การปฏิบัติการผาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology: ICT) โดยการ สงเสริมและพัฒนาจรรยาบรรณของวิชาชีพครูผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารจะสามารถสราง เครือขายเชื่อมโยงระหวางผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใหตระหนักในจรรยาบรรณ ของวิชาชีพครูไดอยาง กวางขวาง ครอบคลุมครูในทุกสังกัดและทุกกลุมเปาหมาย ประหยัดทรัพยากร และเปนการสราง ทักษะการใช เทคโนโลยีสารสนเทศที่สอดคลองกับทักษะในศตวรรษที่ 21 ทุกคนสามารถเรียนรูไดทุกเวลา และทุกสถานที่ (Learn for all : anyone, anywhere and anytime) ภาพแสดงการบูรณาการหลักการสำคัญรวมกัน 3 ประการ ใน โครงการ E-PLC 6 | คู มือ E -P L C ดวยหลักการดังกลาว สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจึงไดพัฒนา PLC มาใชในการ สงเสริมจรรยาบรรณ ของวิชาชีพครูผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยที่ผูประกอบวิชาชีพทางการ ศึกษาจะตองประพฤติปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ พัฒนาสูกระบวนการสงเสริมใหผูเตรียมเขาสูวิชาชีพครู (นิสิต นักศึกษาครู) และครูประจำการ ไดมีโอกาสนำประเด็นการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูนำมา บูรณาการกับการออกแบบกิจกรรมการจัดการ เรียนรูและมีกระบวนการพัฒนาการจัดกิจกรรมดวยกระบวนการ ชุมชนแหงการเรียนรูทางวิชาชีพ (Professional Learning Community) จะเปนการสรางประสบการณที่มี ความหมายใหนิสิต นักศึกษาครูและผูประกอบวิชาชีพครูและนำการเรียนรูรวมกันนำเสนอผานระบบเทคโนโลยี สารสนเทศเพื่อเปนการลดการใชกระดาษใหนอยที่สุด และเปนการสรางทักษะ การใชเทคโนโลยีสารสนเทศที่ สอดคลองกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยกระบวนการดังกลาวดำเนินการเพื่อพัฒนา ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ดานคุณธรรมจริยธรรม และตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครูพรอมทั้งพัฒนาผูเตรียม เขาสูวิชาชีพครูไดเรียนรูจาก ตนแบบของความเปนครูที่ดีจากครูพี่เลี้ยง เสมือนเปนการเตรียมความพรอมสูการปฏิบัติวิชาชีพอยางผูมีจรรยาบรรณ มุงเนนไปสูการนำไปใชปฏิบัติในวิถีชีวิตประจำวันไดเพื่อสรางประสบการณและมีการบูรณาการหลักจรรยาบรรณ ของวิชาชีพครูสูการปฏิบัติการสอน โดยยึดการปฏิบัติจริงใหเกิดเปนตัวอยาง และเกิดเปนชุมชนแหงการเรียนรูรวมกัน โดยมีครูประจำการเปนผูนำและกำกับดูแลเปนแบบอยาง ซึ่งหลักการ E-PLC (Ethics in Professional Learning Community) มีดังนี้6 1. เปนกระบวนการบูรณาการระหวางกระบวนการผลิตครูและกระบวนการพัฒนาครู ใหสงเสริมสนับสนุน ซึ่งกันและกันอยางกลมกลืน 2. เปนการบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศมาเปนเครื่องมือในการ ทำงานอยางเปนระบบและประหยัด ทรัพยากร 3. ตอบสนองตอการปฏิรูปการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชหองเรียน เปนฐาน 4. สรางสรรควัฒนธรรมการทางานรวมกันระหวางครูที่เปนผูประกอบวิชาชีพ กับนิสิต นักศึกษาครูที่กำลังจะ เขาสูวิชาชีพ 5. เปนกระบวนการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพโดยใชปฏิสัมพันธระหวางมนุษยกับมนุษยโดยมีเทคโนโลยี สารสนเทศเปนเครื่องมือบันทึกรองรอยอยางเปนวิทยาศาสตรเมื่อมีการนำหลักการและกระบวนการ PLC มาพัฒนา จรรยาบรรณของวิชาชีพครูผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ คุรุสภาในฐานะองคกรวิชาชีพไดเห็นความสำคัญของการ


19 พัฒนาวิชาชีพครูโดยมุงพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาใหมีการพัฒนาตนเองพรอมดวยวิชาชีพเปนการพัฒนา วิชาชีพที่เนนใหทุกฝายรวมมือกันทำความเขาใจ และมีการพัฒนาตอยอดดวยระบบ E-PLC เพื่อเสริมสราง จรรยาบรรณของวิชาชีพใหแกผูประกอบวิชาชีพที่มีจิตวิญญาณ ความเปนครูอยางแทจริง ซึ่งจะทำใหการจัดการ เรียนรูของครูสงผลตอการพัฒนาผูเรียนใหมีสมรรถนะทั้งดานความรูคุณธรรมจริยธรรม ตามจรรยาบรรณของ วิชาชีพครู


20 บทที่3 วิธีการดำเนินการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1. การกำหนดประชากรและกลุมตัวอยางระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2/2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี 2. การกำหนดเนื้อหาที่ใชในการวิจัย 3. การกำหนดระยะเวลาในการวิจัย 4. การสรางเครื่องมือที่ใชในการวิจัย 5. การกำหนดแบบแผนการวิจัยเรื่องการพัฒนาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใช เอกสารประกอบการเรียนและสอดแทรกการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค(E-PLC) เรื่อง วันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี 6. การเก็บรวบรวมขอมูล 7. การจัดกระทำและการวิเคราะหขอมูล 8. แผนจัดการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 9. ใบความความรูเรื่อง เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 10. ใบงานเรื่อง เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 11. แบบทดสอบกอน และหลังเรียน t-test แบบ Dependent 12. การหาคุณภาพเครื่องไดแกความเที่ยงตรง IOC หาคาความยากงายของขอสอบ Pและคา r หาคาความ เชื่อมั่นของเครื่องมือดวย การวิเคราะหหาคา KR-20 และ KR-21 13. การคำนวณหาประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพผลิตผล E1: E2 14 การคำนวณหาคาพฤติกรรมหรือทักษะการทำงานเดียวและการทำงานกลุม 15. การหาคาความพึงใจ จิตพิสัยหรือคานิยมที่พึงประสงค(E-PLC) ของนักเรียนดวยการประเมินความ คิดเห็นและคำนวณโดยใชสูตร การคำนวณ Rating Scale 16. การหาคาความพึงใจ จิตพิสัยหรือคานิยมที่พึงประสงคของครู(E-PLC) โดยการคำนวณ Rating Scale และหาประสิทธิภาพการสอนของครู( C.V.) 1. การกำหนดประชากรและกลุมตัวอยาง ประชากรที่ใชในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ใชประชากร เปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียน แสนสุข จังหวัดชลบุรีโดยการสุมแบบเฉพาะเจาะจง ( Purposive sampling ) จำนวนนักเรียน 30 คน กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ใชกลุมตัวอยางเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียน แสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยการสุมแบบเฉพาะเจาะจง ( Purposive sampling ) จำนวนนักเรียน 30 คน


21 2. การกำหนดเนื้อหาที่ใชในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใชเนื้อหาการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใชเอกสาร ประกอบการเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี 3. การกำหนดระยะเวลาในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 4. การสรางเครื่องมือที่ใชในการวิจัย 1. เครื่องมือที่ใชในการวิจัยประกอบดวย 1. แผนการจัดการเรียนรูเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 2. แบบฝกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3.1. แบบฝกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีขั้นตอนการสรางดังนี้ 3.1.1 ขั้นเตรียม 1.1.1 ศึกษา หลักสูตร จุดมุงหมายของหลักสูตรจุดประสงคสาระการเรียนรูและขอบขาย เนื้อหากลุมสาระการเรียนรูและมาตรฐานการเรียนรูตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแกน กลาง 51 ระดับมัธยมศึกษา 1.1.2 ศึกษารายละเอียด หลักการและแนวคิด รูปแบบการจัดการเรียนรูโดยใช แบบฝกทักษะ 1.1.3 ศึกษารายละเอียดเนื้อหาวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา 1.1.4 วิเคราะหเนื้อหาและจุดประสงคเชิงพฤติกรรม มโนมติเนื้อหาวิชา และกิจกรรมการ เรียนการสอน


22 3.1.2 ขั้นสราง สรางแบบฝกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนาระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยจัด กิจกรรมที่มุงเนนใหผูเรียน มีสวนไดลงมือปฏิบัติดวยตนเองเพื่อใหเกิดความรับผิดชอบในหนาที่และความเชี่ยวชาญ ชำนาญการ มีความรูความเขา ใจ อยาง ลึกซึ้ง 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา มีขั้นตอนดังนี้ 2.1 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการวัดผลประเมินผล และการสรางขอสอบ 2.2 ศึกษาจุดประสงคและเนื้อหากลุมสาระและมาตรฐานการเรียนรู 2.3 สรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัย จำนวน 10 ขอ 2.4 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไปเก็บขอมูลกับกลุมตัวอยางจริง 3. สรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใหสอดคลองกับตารางวิเคราะหหลักสูตร แบบทดสอบที่สรางเปนแบบปรนัย 4 ตัวเลือก ทำการวิเคราะหแบบทดสอบ Test Blue Print ตามทฤษฏี Bloom’s Taxonomy 1659 ,and Anderson and Krathwohl 2001 คือ ความจำ ความเขาใจ การนำไปใช วิเคราะหสังเคราะหประเมินคา และความคิดสรางสรรคจำนวน 10 ขอ แลวนำแบบทดสอบที่สรางขึ้นไปปรึกษา ผูเชี่ยวชาญที่มีความรูความเชี่ยวชาญดานวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และการจัดการเรียนการสอนวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยกำหนดคุณสมบัติของผูเชี่ยวชาญดังนี้ 1. กรณีที่เปนชาวไทยตองมีระดับคุณวุฒิทางการศึกษาไมต่ำกวาระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หรือสาขาการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และมีประสบการณในการสอนไม นอยกวา 10 ป 4. ตรวจสอบคุณภาพดานความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยใหผูเชี่ยวชาญ 3 ทาน ตรวจเพื่อพิจารณาวาขอสอบมีความสอดคลองกับผลการเรียนรูที่คาดหวังหรือไม โดยใชเกณฑ กำหนดคะแนน ความคิดเห็น ดังนี้ คะแนน +1 สำหรับขอสอบที่มีความสอดคลองกับจุดประสงค คะแนน 0 สำหรับขอสอบที่ไมแนใจ คะแนน -1 สำหรับขอสอบที่ไมสอดคลองกับจุดประสงค นำผลการพิจารณาจากผูเชี่ยวชาญมาคำนวณแตละขอไดคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอสอบกับ จุดประสงค(IOC) เทากับ 0.73


23 5. นำแบบทดสอบที่ผานการพิจารณาใหผูเชี่ยวชาญไปทดสอบกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ที่เรียนเนื้อหานี้แลว โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี จำนวนนักเรียน 30 คน แลวนำแบบทดสอบมาตรวจ คำตอบให คะแนน 1 คะแนน สำหรับขอที่ตอบถูก และให0 คะแนนสำหรับขอที่ตอบผิดหรือไมตอบหรือตอบเกิน 1 คำตอบ 6. นำคะแนนที่ไดไปวิเคราะหความยากงายและหาคาอำนาจจำแนก โดยใชเทคนิค 100 % แลวคัดเลือก ขอสอบเพียง 10 ขอที่มีความครอบคลุมทุกจุดประสงคมีความยากงาย (P) ตั้งแต 0.60 – 0.75 และนำคาอำนาจแนก ตั้งแต (r) ตั้งแต0.20 – 0.50 7. นำแบบทดสอบที่คัดเลือกไวแลวไปทดสอบหาคาความเชื่อมั่น โดยทดลองใชกับนักเรียน ระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ที่เรียนเนื้อหานี้แลว โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี จำนวนนักเรียน 30 คน และทำการ ทดสอบอีกครั้งโดยทดสอบแบบรายบุคคลแลวคะแนนที่ไดหาความเชื่อมั่นแบบทดสอบทั้งฉบับ โดยมีผลดังนี้KR-20 เทากับ 0.48 KR-21 เทากับ 0.47 และคาสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นแบบครอบบัค (Cronbach) เทากับ 0.47 8. นำคะแนนทดสอบที่ผานการคัดเลือกและหาคุณภาพครบทุกขั้นตอน ไปจัดพิมพเปนแบบทดสอบฉบับ จริงเพื่อนำไปทดสอบกับนักเรียนกลุมทดลองจำนวน 30 คน 5. การกำหนดแบบแผนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงทดลอง ซึ่งผูวิจัยไดดำเนินการทดลองตามแบบแผนการ วิจัย One Group Pretest - Posstest Design ดังแสดงในตาราง 1 ตารางที่ 1 แบบแผนการวิจัย One Group Pretest - Posstest Design กอนเรียน ทดลอง หลังเรียน Pre test X Post test Pre test แทน การทดสอบกอนการทดลอง Post test แทน การทดสอบหลังการสอบ X แทน แบบฝกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา


24 6. การเก็บรวบรวมขอมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ดำเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามลำดับ ดังนี้ 1. ทดสอบกอนเรียน โดยใชแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. ดำเนินการจัดการเรียนรูกับกลุมตัวอยางโดยใชแบบฝกทักษะสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3. นำผลคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาวิเคราะหโดยใชวิธีการ ทางสถิติเพื่อตรวจสอบสมมุติฐานตอไป 4. วิเคราะหผลการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนหรือคานิยมที่พึงประสงคดานจิตพิสัย (A) และ E-PLC ดวยคา Rating scale จำนวน 5 ระดับ 6. วิเคราะหผลการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของครูที่ปฏิบัติตอนักเรียนดานจริยธรรม( E-PLC) โดยการวิเคราะหดวยคา Rating scale จำนวน 5 ระดับ 7. การวิเคราะหการสอนของครูดาน การออกแบบแผนการจัดการเรียนรูแผนการจัดกิจกรรม วิธีการวัดผล ประเมินผล การผลิตสื่อ บุคลิกภาพ และอื่นๆ โดยการวิเคราะหดวยคา Rating scale จำนวน 5 ระดับ


25 บทที่4 ผลการวิเคราะหขอมูล การวิจัยเรื่องการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใชเอกสารประกอบการเรียนและ สอดแทรกการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค(E-PLC) เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ผูวิจัยไดทำการดำเนินการวิจัยตามขั้นตอนการวิจัย และไดใชสถิติในการวิจัยตามหลักการวิจัยตาง ๆ โดยมีผลการวิเคราะหขอมูลทางสถิติดังตอไปนี้ 1. การวิเคราะหแบบทดสอบ Test Blueprint ตาม ทฤษฎีBloom’s Taxonomy 1659, and Anderson and Krathwohl 2001 โดยแบบทดสอบเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เปนแบบ 4 ตัวเลือก จำนวนทั้งสิ้น 10 ขอ โดยผลการวิเคราะหมีผลดังตารางที่ 1 ดังนี้ ความจำ ความ เขาใจ การนำไปใช วิเคราะห สังเคราะห ประเมินคา ความคิด สรางสรรค รวม (ขอ) 4 8 2 7 2 2 รอยละของการใชTest Bloom print 40 80 20 70 20 20 ลำดับความสำคัญของ ขอสอบแยกตาม ทฤษฎีของ Bloom ความเขาใจ/วิเคราะหสังเคราะห/ความจำ/การนำไปใช/ประเมินคา/ความคิดสรางสรรค ตารางที่ 1 แสดงผลการวิเคราะหแบบทดสอบ Test Blueprint ตามทฤษฎีBloom’s Taxonomy 1659 และคณะ จากตารางที่ 1 พบวาแบบทดสอบเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรมสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 มีการจัดลำดับความสำคัญของขอสอบแยกตามทฤษฏีของ Bloom คือ ความเขาใจ(80%) / วิเคราะหสังเคราะห(70%) / ความจำ (40%) / การนำไปใช(20%) / ประเมินคา (20%) /ความคิดสรางสรรค(20%)


26 2. การวิเคราะหหาคา IOC สรุป IOC ผูเชี่ยวชาญคนที่ 1 สรุป IOC ผูเชี่ยวชาญคนที่ 2 สรุป IOC ผูเชี่ยวชาญคนที่ 3 คาเฉลี่ย 0.70 0.70 0.90 0.73 ตารางที่ 2 ตารางสรุปการวิเคราะหหาคาความสอดคลองหรือคาความเที่ยงตรง จากตารางที่ 2 การหาคา IOC ของแบบทดสอบเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยผูเชี่ยวชาญ 3 คน ไดคาความเที่ยงตรงหรือคาความสอดคลองในแตละขอผานเกณฑรอยละ 50 และคำนวณหาเฉลี่ยเทากับ 0.73 ดังตารางที่ 2 3. การวิเคราะหประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิต สรุปคะแนนกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (E1) สรุปคะแนน ประสิทธิภาพของ ผลลัพธ (E2) อธิบายหลักธรรมสําคัญใน วันสําคัญทาง พระพุทธศาสนา วิเคราะห์ ความสําคัญในวัน สําคัญทาง พระพุทธศาสนา วิเคราะห์ ความสําคัญในวัน สําคัญทาง พระพุทธศาสนา วิเคราะห์พิธีกรรมใน วันสําคัญทาง พระพุทธศาสนา รอยละ 79.00 รอยละ 81.33 รอยละ 78.67 รอยละ 81.33 E1 = 80.08 E2 = 81.33 ตารางที่3 วิเคราะหประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิต (E1:E2) จากกลุมทดลองจำนวน 30 คน สรุปคะแนนการวิเคราะหประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลผลิต(E1:E2) จากกลุม ทดลองจำนวน 30 คนเทากับ คะแนน E1= 80.08 และคะแนน E2 = 81.33 ซึ่งสูงเกณฑที่ตั้งไวคือ 80:80 ดังนั้นถือ วาประสิทธิภาพกระบวนการและประสิทธิภาพประสิทธิผลที่ใชในการสอนมีประสิทธิภาพในระดับดี 4. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 จำนวน 30 คน คนที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 รวม ก ่อนเรียน 6 5 7 4 7 8 4 8 8 3 7 8 7 9 6 4 8 5 6 4 7 9 7 7 4 6 8 6 6 8 192 หลังเรียน 8 7 8 6 8 9 6 9 8 6 7 9 8 10 8 7 9 8 8 7 9 10 8 9 7 10 9 8 8 10 244 D 2 2 1 2 1 1 2 1 0 3 0 1 1 1 2 3 1 3 2 3 2 1 1 2 3 4 1 2 2 2 ΣD= 52 D² 4 4 1 4 1 1 4 1 0 9 0 1 1 1 4 9 1 9 4 9 4 1 1 4 9 16 1 4 4 4 ΣD²= 116


27 ตารางที่4 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตารางการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหวางกอนใชชุดฝกและหลังการใชชุดฝก นักเรียน N x ΣD ΣD2 t กอนใชชุดฝก 30 6.40 52 116 10* หลังใชชุดฝก 30 8.13 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปตัดสินใจ พิจารณา เมื่อ t คำนวณ > t ตาราง จะยอมรับ ยอมรับ H1 ปฏิเสธ H0 df 30-1 = 29 เนื่องจาก tคำนวณ = 10 > tตาราง =1.73 ดังนั้น จึงปฏิเสธ H0 ยอมรับ H1 นั่นคือ หลังใชชุดการสอนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวากอน การใชชุดการสอนไดอยางมีนัยสำคัญที่ ระดับ .05 จากตารางที่ 4 ปรากฏวาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนเรียนและหลังเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย เทากับ 10 5. การวิเคราะหคาประสิทธิภาพของการสอน การวิเคราะหคาประสิทธิภาพการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา แบงออกเปน 3 ดาน ไดแก ดานกระบวนการเรียนการสอน ดานการใชสื่อการสอน และ ดาน บุคลิกภาพของผูสอน ลำดับ รายการประเมิน คาเฉลี่ย แปรผล 1 ดานกระบวนการเรียนการสอน 4.70 ดีมาก 2 ดานการใชสื่อการสอน 4.71 ดีมาก 3 ดานบุคลิกภาพความเปนครู 4.59 ดีมาก คาเฉลี่ยรวมทุกดาน 4.65 ดีมาก ตารางที่5 การวิเคราะหคาประสิทธิภาพการสอนเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา


28 จากตาราง ที่ 5 การวิเคราะหคาประสิทธิภาพการสอน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ไดแบงออกเปน 3 ดาน โดยมีผลการวิเคราะหดังนี้ดานกระบวนการการเรียนการสอน คาเฉลี่ยเทากับ 4.70 ดานการใชสื่อการสอน คาเฉลี่ยเทากับ 4.71 และดานบุคลิกภาพความเปนครูคาเฉลี่ยเทากับ 4.59 เมื่อวิเคราะหผลรวมคาเฉลี่ย ประสิทธิภาพการสอนแลวพบวาทุกดานอยูในระดับดีมาก มีคาเฉลี่ยรวมทุกดานเทากับ 4.61 6. การวิเคราะหผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียน (พัฒนาจิตพิสัย A) การวิเคราะหผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียน (พัฒนาจิตพิสัย A) แบงออกเปน 3 ดาน ไดแก1.ความ ตั้งใจ ใสใจและแสดงออกถึงความสนใจศึกษาเรียนรูตลอดกระบวนการในทุกรูปแบบการเรียนรู2.ความรวมมือปฏิบัติ กิจกรรมการเรียนรูกับผูสอนและเพื่อนรวมชั้นเรียน 3.ความรับผิดชอบในภาระงานที่ไดรับมอบหมาย ลำดับ รายการประเมิน คาเฉลี่ย แปรผล 1 ความตั้งใจ ใสใจและแสดงออกถึงความสนใจศึกษาเรียนรู ตลอดกระบวนการในทุกรูปแบบการเรียนรู 4.27 ดี 2 ความรวมมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูกับผูสอนและเพื่อนรวม ชั้นเรียน 4.29 ดี 3 ความรับผิดชอบในภาระงานที่ไดรับมอบหมาย 4.30 ดี รวม 4.30 ดี ตารางที่ 6 การวิเคราะหผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียน (พัฒนาจิตพิสัย A) จากตารางที่ 6 การวิเคราะหผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียน (พัฒนาจิตพิสัย A ) ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปที่ 2 ในรายวิชาวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ใน 3 ดาน พบวาผลการประเมินในดานความตั้งใจ ใสใจและ การแสดงออกถึงความสนใจศึกษาเรียนรูฯ มีคะแนนเฉลี่ย เทากับ 4.27 ดานความรวมมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู กับผูสอนและเพื่อนรวมชั้นเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเทากับ 4.29 และดานความรับผิดชอบในภาระงานที่ไดรับมอบหมาย มีคะแนนเฉลี่ยเทากับ 4.30 ซึ่งวิเคราะหผลคะแนนเฉลี่ยรวมทุกดานพบวา ผลการประเมิน E-PLC ของนักเรียนอยูใน ระดับดีโดยมีคาเฉลี่ยรวมทุกดานเทากับ 4.30 7. การวิเคราะหผลการพัฒนาทักษะทางดานสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมและพฤติกรรม (P) ของนักเรียน ในการศึกษาครั้งนี้ไดทำการวิเคราะหผลการพัฒนาของนักเรียนโดยแบงออกเปน 4 ดาน ลำดับ รายการประเมิน คาเฉลี่ย แปรผล 1 อธิบายหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 4.43 ดี 2 วิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 4.60 ดีมาก 3 ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 4.50 ดีมาก 4 วิเคราะหพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 4.47 ดี รวม 4.50 ดีมาก ตารางที่7 การวิเคราะหผลการพัฒนาทักษะทางทางดานสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมและพฤติกรรม(P) ของนักเรียน


29 จากตารางที่ 7 การวิเคราะหผลการพัฒนาทักษะทักษะทางดานสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมและ พฤติกรรม(P) ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ในรายวิชาภาษาจีนหลัก ใน 4 ดาน พบวานักเรียนมีการ พัฒนาทักษะดานการอธิบายหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ มีคะแนนเฉลี่ย เทากับ 4.43 ทักษะ ดานวิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.60 ทักษะดานตระหนักถึงการปฏิบัติ ตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.50 และทักษะดานวิเคราะหพิธีกรรมในวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา มีคาเฉลี่ย 4.47 โดยผลการพัฒนาทักษะทักษะทางทางดานสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมและ พฤติกรรม (P) ของนักเรียน อยูในระดับดีมาก มีคาเฉลี่ยรวมทุกดานเทากับ 4.50 8. การวิเคราะหE- PLC ครูผูสอน การวิเคราะหผลการประเมิน E-PLC ครูผูสอน แบงออกเปน 3 ดาน ไดแก1.การเปนแบบอยางที่ดีใหกับ ลูกศิษย2. การพัฒนาสื่อนวัตกรรมการสอนสมัยใหม3. การสรางโอกาสการเรียนรูอยางเทาเทียม ลำดับ รายการประเมิน คาเฉลี่ย แปรผล 1 การเปนแบบอยางที่ดีใหกับลูกศิษย 4.33 ดี 2 การพัฒนาสื่อนวัตกรรมการสอนสมัยใหม 4.50 ดีมาก 3 ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 4.43 ดีมาก รวม 4.42 ดีมาก ตารางที่ 8 การวิเคราะหผลการประเมิน E-PLC ครูผูสอน จากตารางที่ 8 การวิเคราะหผลการประเมิน E-PLC ของครูผูสอนใน 3 ดาน พบวาผลการประเมินในดาน การสรางโอกาสการเรียนรูอยางเทาเทียม มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด เทากับ 4.3. ดานการเปนแบบอยางที่ดีใหกับลูกศิษย มีคะแนนเฉลี่ยเทากับ 4.50 และดานการพัฒนาสื่อนวัตกรรมการสอนสมัยใหม มีคะแนนเฉลี่ยเทากับ 4.43 ซึ่ง วิเคราะหผลคะแนนเฉลี่ยรวมทุกดานพบวา ผลการประเมิน E-PLC ของครูผูสอนอยูในระดับดีมาก โดยมีคาเฉลี่ยรวม ทุกดานเทากับ 4.42


30 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและขอเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงทดลองเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม โดยใชแบบฝกทักษะเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 สรุปสาระสำคัญไดดังนี้ จุดมุงหมายในการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดกำหนดความมุงหมายไวดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของเครื่องมือในการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีโดยกำหนด (E1:E2 80:80) และผลการหาประสิทธิภาพเทากับ 80.08 : 81.33 และถือวาผานเกณฑ 2. พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยใชt-test dependent ผลการวิเคราะห เทากับ 10 ซึ่งสูงกวาคะแนนกอนเรียนอยางแทจริง 3. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โดยใชเอกสารประกอบการ เรียน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนากับการเรียนแบบปกติโรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี ไดคาเฉลี่ย(X) ราย ทักษะตังนี้การพัฒนาทักษะดานการอธิบายหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ มีคะแนนเฉลี่ย เทากับ 4.43 ทักษะดานวิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.60 ทักษะดาน ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.50 และทักษะดานวิเคราะหพิธีกรรม ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีคาเฉลี่ย 4.47 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D) เทากับแบบผลระดับคุณภาพ 15 %| 4. การพัฒนาพฤติกรรมจิตพิสัยและคุณลักษณะอันพึงประสงคของนักเรียน (E-PLC) โดยใชเอกสาร ประกอบการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี ไดคาเฉลี่ย (X) รายได ดังตอไปนี้ดานความตั้งใจใสใจและแสดงออกตลอดกระบวนการ ระดับดีคาเฉลี่ยเทากับ 4.33 ดานความรวมมือ ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูระหวางครูและเพื่อน ระดับดีมาก คาเฉลี่ยเทากับ 4.30 ดานความรับผิดชอบตอภาระงาน และหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย ระดับดีมาก คาเฉลี่ยเทากับ 4.27 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D)เทากับแบบผลระดับ คุณภาพ 17 % 5. เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการสอนและคุณลักษณะอันพึงประสงคของครู(E-PLE) วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒ นธรรม ไดคาเฉลี่ย(X) เทากับ 4.65 คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)เทากับแบบผลระดับ คุณภาพ 13%


31 ขอบเขตของการวิจัย ประชากรที่ใชในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ใชประชากร เปน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีโดยการสุมแบบเฉพาะเจาะจง ( Purposive sampling ) จำนวนนักเรียน 30 คน กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ใชกลุมตัวอยางเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี โดยการสุมแบบเฉพาะเจาะจง ( Purposive sampling ) จำนวนนักเรียน 30 คน เนื้อหาที่ใชในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใชเนื้อหาการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใชเอกสาร ประกอบการเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี เครื่องมือที่ใชในการวิจัย เครื่องมือที่ใชในการวิจัยประกอบดวย 1. แบบฝกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเก็บรวบรวมขอมูล ในการวิจัยครั้งนี้ดำเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามลำดับดังนี้ 1. ทดสอบกอนเรียน โดยใชแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2. ดำเนินการจัดการเรียนรูกับกลุมตัวอยางโดยใชแบบฝกทักษะวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3. เมื่อเสร็จสิ้นการจัดการเรียนรูแลวทำการทดสอบหลังเรียนโดยใชแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4. นำผลคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาวิเคราะหโดยใชวิธีการทาง สถิติเพื่อตรวจสอบสมมติฐานตอไป


32 การจัดกระทำขอมูลและการวิเคราะหขอมูล เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี กอนและหลังการทำแบบฝกทักษะโดยการหาคา t - test Dependent สรุปผลการวิจัย การฝกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใชแบบฝกทักษะเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัด ชลบุรีสรุปผลไดดังนี้ 1. คะแนนเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม โดยใชแบบฝกทักษะเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีกอนเรียนมีคาเทากับ 5.83 สวนหลังเรียนมีคาเทากับ 8.63 ตามลำดับ 2. คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใชแบบฝกทักษะเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีหลังการเรียนสูงกวากอนการเรียนรูเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม โดยใชแบบฝกทักษะเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีกอนและหลังการทำแบบฝกทักษะโดยการคา t - test Dependent = 10 อยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 3. จากการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใชแบบฝกทักษะเรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรีเพื่อวัด ประเมินประสิทธิภาพการสอนของครูไดคา C.V = 13 % ซึ่งต่ำกวา 15% ดังนั้นแสดงวาคุณภาพการสอนของ ครูผูสอนดีมาก 4. จากการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใชแบบฝกทักษะเรื่อง วันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียนแสนสุข จังหวัดชลบุรี เพื่อศึกษาความพึงพอใจตอการสอนวิชาภาษาจีน เมื่อนำมาคำนวณ Rating Scale พบวานักเรียนมีความพึงพอใจตอ ครูผูสอน อยูที่ระดับ 5.64 + 3.66 ซึ่งอยูในเกณฑดี


33 อภิปรายผลการวิจัย จากการศึกษาการฝกทักษะกระบวนการคิดทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใชแบบ ฝกทักษะเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 โรงเรียน แสนสุข จังหวัดชลบุรีพบวานักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวากอนเรียนเหตุที่เปนเชนนี้เพราะมุงเนน กระบวนการเรียนรูที่ผูเรียนไดลงมือปฏิบัติดวยตนเอง ประกอบกับการจัดกระบวนการเรียนรูกลุมใหนักเรียนไดมี โอกาสศึกษาและลงมือปฏิบัติดวย ตนเอง รวมถึงปรึกษาหารือรวมกันวางแผนการทำงาน และการสืบคนขอมูลตางๆ จากแหลงเรียนรูอื่นเพิ่มเติม และกระบวนสุดทายเปดโอกาสใหนักเรียนไดนำเสนอความคิด และผลงานของตนเองดวย การสรางสรรคผลงานจากองคความรูที่ศึกษาในหองเรียน จากการสืบคน และจากกระบวนการกลุมสรางผลงาน ตนเอง ภายใตการรวมคิดรวมทำและรับฟงความคิดเห็นบริหารจัดการของสมาชิกในกลุม และคำแนะนำของครูผูสอน ซึ่งสอดคลองกับพุมพฤกษกำสมุทร (2551) ที่ไดทำการการศึกษาเกี่ยวกับการประยุกตใชกระบวนการเรียนรูจาก ประสบการณรวมไปถึงสุทัศนภูมิภาค (2562) ไดใหความหมายของการเรียนรูโดยการลงมือปฏิบัติโดยความรูที่ได เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ผูเรียนตองไดมีโอกาสลงมือกระทำมากกวาการฟงเพียงอยางเดียว เกิดการเรียนรู จากการอาน การเขียน การโตตอบ และการวิเคราะหปญหา และยังสอดคลองกับผลการศึกษาของสำนักงาน เลขาธิการสภาการศึกษา (2559) ที่ไดจัดทำรายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนใน ประเทศไทย จากกระบวนการตาง ๆ ขางตน สงเสริมใหผูเรียนมีคุณลักษณะที่ดีในการเรียนรูการบริหารจัดการ การวางแผน ความรับผิดชอบและทักษะการทำงานรวมกับผูอื่นเพื่อบรรลุเปาหมายรวมกัน ซึ่งสอดคลองกับ วิจารณ พานิช (2555) ที่ไดกลาวกวา 7 เรื่อง ซึ่งทุกคนตองตระหนักที่จะนำไปสูเหตุผลและประเด็นการการปรับเปลี่ยน บทบาทครูวิธีการเรียนของนักเรียน การจัดหลักสูตรสถานศึกษาและพัฒนาแหลงเรียนรูและบทบาทชองชุมชน ทองถิ่น และอดทน ทำงานหนัก ทำงานไดเปนทีม รับผิดชอบตอสวนรวม คำนึงถึงสังคม มีคุณธรรม ยึดมั่นในสันติ8 แนวทางจัดการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ธรรม และมีความเปนไทย (ไพฑูรยสินลารัตน(2557) ขอเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งตอไป 1. การจัดกระบวนการเรียนรูโดยใชเอกสารประกอบการเรียนและสอดแทรกการพัฒนาคุณลักษณะอันพึง ประสงค(E-PLC) ผูสอนจะตองวางแผนการจัดการเรียนรูไตรตรองและมองรอบดานเพื่อเปนไกดไลนรวมถึงเปน ผูอำนวยการกระบวนการที่มีประสิทธิภาพใหกับผูเรียน 2. การติดตามและตรวจสอบความถูกตองของเนื้อหาหรือสาระการเรียนรูที่ผูเรียนสืบคนจากแหลงเรียนรู ผูสอนตองใหความสำคัญและใหคำชี้แนะอยางใกลชิดตลอดกระบวนการ 3. การเปดโอกาสใหผูเรียนไดนำเสนอความคิดและผลงาน/ชิ้นงาน เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการถือเปนสิ่งที่ ผูสอนตองสงเสริมและใหความสำคัญในการทำวิจัยครั้งไป


34 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ.(2545) หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพองคการรับสง สินคา และพัสดุภัณฑ.กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพชุมชนสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย. กมลรัตน เหลาสุวรรณ . (2523). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ : หางหุนสวนจำกัดศรีราชา. มธุรส สวางบารุง. (2551). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพมหานคร: กิตติการพิมพ. คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพวิชาการ กลุมกิจกรรมพัฒนาผูเรียน. (2546). แนวทางการ จัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน. ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. ลวน สายยศ และอัคณา สายยศ. (2531). หลักการวิจัยการศึกษา . พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพ ฯ : บริษัทศึกษาจำกัด วรรณวิไล พันธุสีดา (2543) การวิจัยในชั้นเรียนขั้นพื้นฐานสำหรับครูยุคใหม. กรุงเทพฯ: สุชา จันทนเอม และสุรางค จันทนเอม. (2518). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ : พีระพัฒนา.


35 ภาคผนวก


36 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รหัส ส 22101 รายวิชา สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม (สาระพระพุทธศาสนา) กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 1 ชั่วโมง ผูสอน นายอัมรินทร เขื่อนเมือง 1. มาตรฐานการการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ส 1.2 เขาใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเปนศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษาพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ตัวชี้วัด ม.2/4 อธิบายคำสอนที่เกี่ยวเนื่องกับวันสำคัญทางศาสนาและปฏิบัติตนไดถูกตอง 2. สาระสำคัญ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีคำสอนที่สำคัญที่เปนประโยชนตอศาสนิกชนทุกคน ซึ่งชาวพุทธทุกคน พึง เขารวมในพิธีกรรม ซึ่งเปนสวนหนึ่งในการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3. สาระการเรียนรู 3.1 การปฏิบัติตนอยางเหมาะสม 3.2 หลักธรรมเบื้องตนที่เกี่ยวเนื่องในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอัฏฐมีบูชา วันอาสาฬหบูชา วันธรรมสวนะ และเทศกาลสำคัญ 3.3 ระเบียบพิธีและการปฏิบัติตนในวันธรรมสวนะ วันเขาพรรษา วันออกพรรษา วันเทโวโรหณะ 3.4 ศาสนพิธี พิธีกรรม แนวปฏิบัติของศาสนาอื่นๆ 4. จุดประสงคการเรียนรู 4.1 อธิบายหลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (K) 4.2 ใหนักเรียนสรุปความคิดรวบยอด Mind Map ความสำคัญของหลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา (P) 4.3 นักเรียนมีความกระตือรือรน มีวินัย ใฝเรียนรู ในการปฎิบัติตนวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (A) 4.4 นักเรียนมีความรับผิดชอบในภาระงานที่ตนไดรับมอบหมาย และและมุงมั่นในการทำงาน (E-PLC)


37 5. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 5.3 ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค 6.1 รักชาติ ศาสน กษัตริย 6.2 ซื่อสัตย สุจริต 6.3 ใฝเรียนรู 6.4 มุงมั่นในการทำงาน 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 7.1 ใบงานปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา (ชิ้นงานที่ 1) 7.2 การสาธิตการทำพิธีกรรมในศาสนพิธี (ชิ้นงานที่ 2) 8. กระบวนการจัดการเรียนรูActive learning แบบความคิดสรางสรรค ขั้นนำเขาสูบทเรียน 1. กลาวทักทายนักเรียน 2. ครูแจงจุดประสงคของการเรียน เนื้อหา ของคาบเรียนนี้ใหกับนักเรียนไดทราบ 3. ครูใหนักเรียนเลาประสบการณในการเขารวมกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมอธิบายผลของการเขารวมกิจกรรมดังกลาว แลวครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจถึง ความสำคัญของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 4. นักเรียนตอบคำถามกระตุนความคิดและใหนักเรียนทำขอสอบกอนเรียน 10 ขอ ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู 1. ครูใหนักเรียนสังเกตภาพเกี่ยวกับเหตุการณสำคัญทางพระพุทธศาสนา แลวรวมกันสนทนา โดยใชคำถาม 2. ครูและนักเรียนรวมกันสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมที่เคยปฏิบัติในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยใชคำถาม 3. ครูใหนักเรียนศึกษาและรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับหลักธรรมเบื้องตนที่เกี่ยวเนื่องในวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา จากหนังสือเรียนและแหลงการเรียนรูอื่น ๆ เพิ่มเติม 4. นักเรียนวิเคราะหเกี่ยวกับหลักธรรมเบื้องตนที่เกี่ยวเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา แลวสรุปความรูเปนความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด 5. ครูใหนักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณคา แลวสรุปเปนความคิดรวบยอด โดยใชคำถาม 6. นักเรียนแบงกลุมเพื่อศึกษาหลักธรรมในวันสำคัญทางศาสนาที่สนใจ จากนั้นบอกแนวทาง การนำไปปฏิบัติ พรอมวิเคราะหผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติและไมปฏิบัติ แลวสรุปความรูเปน ความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด


38 8. นักเรียนรวมกันสรุปสิ่งที่เขาใจเปนความรูรวมกัน เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 9. นักเรียนออกมานำเสนอผลงานโดย ให Google Meet 10. นักเรียนรวมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานใหเห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นสรุปผลการเรียนรู 1. ครูสรุปประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและครูตั้งคำถามใหนักเรียนตอบ 2. ครูกำหนดใหนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) โดยกำหนดเวลา 10 นาที ผานระบบ Google Form 9. สื่อการเรียนรู 9.1 สื่อ Power Point เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 9.2 ใบความรู เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 9.3 แบบฝกทบทวนกอนเรียน-หลังเรียน 9.4 ใบงานปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 10. การวัดและประเมินผล ดานความรู(K) คุณลักษณะอันพึงประสงค (A) และบูรณาการ (E-PLC) ดานทักษะ/ กระบวนการ(P) วิธีการวัด 1. สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารวมกิจกรรม 2. ตรวจใบงานเรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3. ทดสอบกอนเรียน/หลังเรียน เครื่องมือ 1. ประเมินจากการทำใบงานเดี่ยว 2 ใบงาน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 3. แบบทดสอบกอนเรียน/หลังเรียน เกณฑ 1. การประเมินพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรม เกณฑผาน 80% 1. สังเกตความกระตือรือรน มีวินัย ใฝ เรียนรู(A) 2. มีความรับผิดชอบในภาระงานที่ตน ไดรับมอบหมาย และมุงมั่นในการ ทำงาน (E-PLC) 3. รวมมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูกับ ผูสอนและเพื่อนรวมชั้นเรียน (E-PLC) เครื่องมือ 1. แบบประเมิน (E-PLC) 2. แบบประเมินเจตคติที่ดีตอการเรียน เกณฑ 1.ผานเกณฑการประเมิน 80% 1. แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานเดี่ยว 2. สังเกตจากความตั้งใจ ในการปฏิบัติกิจกรรม เครื่องมือ 1. แบบประเมินการ ทำงานเดี่ยว 2. สรุปความคิดรวบยอด Mind Map เกณฑ 1.ผานเกณฑการประเมิน 80%


39 แบบประเมินภาระงาน/ชิ้นงานรวบยอด 1. วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประเด็นที่ประเมิน เกณฑการใหคะแนน -อธิบายหลักธรรม สำคัญในวันสำคัญ ทาง พระพุทธศาสนา 5 คะแนน = ความรูความเขาใจเรื่องหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอธิบายผลที่เกิดขึ้นได อยางเชื่อมโยงและสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นชัดเจนมาก 4 คะแนน = ความรูความเขาใจเรื่องหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอธิบายผลที่เกิดขึ้นได อยางเชื่อมโยงและสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นชัดเจน 3 คะแนน = ความรูความเขาใจเรื่องหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอธิบายผลที่เกิดขึ้นได อยางเชื่อมโยงและสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นอยางเหมาะสม 2 คะแนน = ความรูความเขาใจเรื่องหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอธิบายผลที่เกิดขึ้นได อยางเชื่อมโยงและสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นแตไมคอย ชัดเจน 1 คะแนน = ความรูความเขาใจเรื่องหลักธรรมสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอธิบายผลที่เกิดขึ้นได อยางเชื่อมโยงและสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นไมชัดเจนเลย ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล ระดับคะแนน อธิบายหลักธรรม สำคัญในวันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา วิเคราะห ความสำคัญในวัน สำคัญทาง พระพุทธศาสนา ตระหนักถึงการ ปฏิบัติตนในวัน สำคัญทาง พระพุทธศาสนา วิเคราะห พิธีกรรมในวัน สำคัญทาง พระพุทธศาสนา รวม 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1


40 - วิเคราะห ความสำคัญในวัน สำคัญทาง พระพุทธศาสนา 5 คะแนน = วิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมอธิบายผลที่เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยง และสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นชัดเจนมาก 4 คะแนน = วิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมอธิบายผลที่เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยง และสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นชัดเจน 3 คะแนน = วิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมอธิบายผลที่เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยง และสัมพันธกันบาง แสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นอยางเหมาะสม 2 คะแนน = วิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมอธิบายผลที่เกิดขึ้นไดอยางสัมพันธ กันแสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นแตไมคอยชัดเจน 1 คะแนน = วิเคราะหความสำคัญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมอธิบายผลที่เกิดขึ้นไดคอนขาง สัมพันธกันแสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นไมชัดเจนเลย - ตระหนักถึงการ ปฏิบัติตนในวัน สำคัญทาง พระพุทธศาสนา 5 คะแนน = ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอธิบายผลที่เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยง และสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นชัดเจนมาก 4 คะแนน = ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อธิบายผลที่เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยง และสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นชัดเจน 3 คะแนน = ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอธิบายผลที่เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยง และสัมพันธกันบาง แสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นอยางเหมาะสม 2 คะแนน = ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อธิบายผลที่เกิดขึ้นไดอยางสัมพันธกัน แสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นแตไมคอยชัดเจน 1 คะแนน = ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อธิบายผลที่เกิดขึ้นไดคอนขางสัมพันธ กันแสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นไมชัดเจนเลย -วิเคราะหพิธีกรรม ในวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา 5 คะแนน = วิเคราะหพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมเสนอแนวทางปองกันและอธิบายผลที่ เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยงและสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่น ชัดเจนมาก 4 คะแนน = วิเคราะหพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมเสนอแนวทางปองกันและอธิบายผลที่ เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยงและสัมพันธกันอยางเปนระบบแสดงใหเห็นเปนภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่น ชัดเจน 3 คะแนน = วิเคราะหพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมเสนอแนวทางปองกันและอธิบายผลที่ เกิดขึ้นไดอยางเชื่อมโยงและสัมพันธกันบาง แสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นอยางเหมาะสม 2 คะแนน = วิเคราะหพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมเสนอแนวทางปองกันและอธิบายผลที่ เกิดขึ้นไดอยางสัมพันธกันแสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นแตไมคอยชัดเจน 1 คะแนน = วิเคราะหพิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พรอมเสนอแนวทางปองกันและอธิบายผลที่ เกิดขึ้นไดคอนขางสัมพันธกันแสดงภาพรวมระหวางตนเองและผูอื่นไมชัดเจนเลย


41 แบบประเมินจิตพิสัยและบูรณาการ E-PLC ประเด็นที่ประเมินจิตพิสัยและบูรณาการ E-PLC เกณฑการใหคะแนนจิตพิสัยและบูรณาการ E-PLC ความมุงมั่นในการทำงาน ตั้งใจ ใสใจ มีความกระตือรือรนและแสดงออก ถึงความสนใจศึกษาเรียนรูตลอดกระบวนการ ในทุกรูปแบบการเรียนรู 5 คะแนน = มีพฤติกรรมมุงมั่น ตั้งใจ มีความกระตือรือรนตลอดกระบวนการ 4 คะแนน = มีพฤติกรรมมุงมั่น ตั้งใจ กระตือรือรนตลอดกระบวนการบางชวง 3 คะแนน = มีพฤติกรรมมุงมั่น ตั้งใจ 2 คะแนน = มีพฤติกรรมมุงมั่น ตั้งใจ ไมกระตือรือรน 1 คะแนน = มีพฤติกรรมมุงมั่น แตไมตั้งใจ ความรับผิดชอบ มีความรับผิดชอบในภาระงานที่ตนไดรับ มอบหมาย 5 คะแนน = มีความรับผิดชอบ ทำเสร็จตามเวลา และมีคุณภาพระดับดีเยี่ยม 4 คะแนน = มีความรับผิดชอบ ทำเสร็จตามเวลา และมีคุณภาพระดับดี 3 คะแนน = มีความรับผิดชอบ ทำเสร็จตามเวลา และมีคุณภาพระดับปานกลาง 2 คะแนน = มีความรับผิดชอบ ทำเสร็จตามเวลา และมีคุณภาพระดับนอย 1 คะแนน = มีความรับผิดชอบ ทำเสร็จตามเวลาบางชิ้น และมีคุณภาพระดับนอย ความรวมมือในการทำงาน รวมมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูกับผูสอนและ เพื่อนรวมชั้นเรียน 5 คะแนน = รวมมือ ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูเปนอยางดีเยี่ยม 4 คะแนน = รวมมือ ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูเปนอยางดี 3 คะแนน = รวมมือ ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูระดับปานกลาง 2 คะแนน = รวมมือ ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูเปนบางกิจกรรม 1 คะแนน = รวมมือ และปฏิบัติกิจกรรมนอยไมตอเนื่อง ลำดับที่ ชื่อ – สกุล จิตพิสัยและบูรณาการ E-PLC /ระดับคะแนน มีวินัย ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการ ทำงาน มีความรับผิดชอบ ในภาระงานที่ตน ไดรับมอบหมาย ความรวมมือใน การทำงาน รวม 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1


42 บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู สรุปผลการเรียนการสอน นักเรียนจำนวน...... 30.....คน ผานจุดประสงคการเรียนรู.........30.......คน คิดเปนรอยละ..........100............... ไมผานจุดประสงคการเรียนรู............-.........คน คิดเปนรอยละ..........-............... ไดแก ปญหาและอุปสรรค 1. นักเรียนมีปญหาเกี่ยวกับอินเทอรเน็ตบางชวงเวลาเรียน 2. นักเรียนรอยละ 10 ไมมีสมาธิในการเรียน ขอเสนอแนะและแนวทางการแกไข 1. มีการบันทึกการสอนทุกครั้ง เพื่อใหนักเรียนที่มีปญหาอินเทอรเน็ตสามารถกลับมาศึกษาตอได 2. ครูกระตุนนักเรียนดวยคำถามเมื่อนักเรียนไมมีสมาธิในการเรียน ลงชื่อ .............................................................. (นายอัมรินทร เขื่อนเมือง) ครูผูสอน ขอเสนอแนะของหัวหนากลุมสาระการเรียนรู (ตรวจสอบ/นิเทศ/รับรอง) - ควรสอดแทรกเนื้อหาที่ไมไดมีในหนังสือเรียน ใหนักเรียนไดเรียนรูเพิ่มเติม ลงชื่อ .............................................................. (นายตรงเจตน จงกลาง) หัวหนากลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม


43 ขอเสนอแนะของฝายบริหารงานวิชาการ (ตรวจสอบ/นิเทศ/รับรอง) - เนื้อหาสาระครบทวน เขาใจงาย และนักเรียนใหความสนใจในการเรียน ลงชื่อ .............................................................. (นายอดิศร กาญจนไพริน) รองผูอำนวยการฝายบริหารงานวิชาการ ขอเสนอแนะของหัวหนาสถานศึกษา หรือผูที่ไดรับมอบหมาย (ตรวจสอบ/นิเทศ/รับรอง) ทราบ อนุมัติ ลงชื่อ .............................................................. (นายประโยชน กีรติปกรณ) ผูอำนวยการโรงเรียนเกาะโพธิ์ถวยงามวิทยา ปฏิบัติหนาที่ ผูอำนวยการโรงเรียนแสนสุข


44 ใบความรู เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เปนวันที่เกิดเหตุการณสำคัญเกี่ยวกับพระรัตนตรัย การกำหนดใหมี วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาก็เพื่อใหพุทธศาสนิกชนประกอบศาสนกิจ เพื่อบูชาคุณ พระรัตนตรัย และประพฤติตน ตามหลักธรรมคำสอน ที่เกี่ยวของกับวันสำคัญนั้น วันสำคัญทางศาสนา มีดังนี้ วันมาฆบูชา วันมาฆบูชา หรือวันเพ็ญเดือน ๓ เรียกอีกอยางหนึ่งวา “วันจาตุรงคสันนิบาต” เปนวันที่พระพุทธเจาทรง แสดงหลักธรรม “โอวาทปาติโมกข” แกพระภิกษุที่ไดรับการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา ซึ่งเปนพระอรหันต รวมทั้งสิ้น ๑,๒๕๐ องค ที่มาประชุมกันโดยมิไดนัดหมาย ณ พระวิหารเวฬุวัน หลักธรรมโอวาทปาติโมกข คำสอนที่เปนหัวใจของพระพุทธศาสนา ๓ ประการ คือ ละเวนความชั่ว ทำแต ความดี ทำจิตใจใหผองใส การปฏิบัติตนในวันมาฆบูชา ไดแก ทำบุญตักบาตรในตอนเชา ฟงพระธรรมเทศนา บำเพ็ญ สาธารณประโยชน และเวียนเทียน วันวิสาขบูชา วันวิสาขบูชา หรือวันเพ็ญเดือน ๖ เปนวันที่พระพุทธเจาประสูติ ตรัสรู และปรินิพพาน หลักธรรมที่ เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณในวันดังกลาว คือ ประสูติ ในวันที่พระพุทธเจาประสูติ ไดทรงเปลงพระสุรเสียงวา “เราเปนเลิศแหงโลก เราเปนผูประเสริฐแหง โลก เราคือผูเปนใหญแหงโลก ชาตินี้เปนชาติสุดทายของเรา ภพใหมไมมีแกเราอีกแลว”


45 ตรัสรู พระพุทธเจาทรงบำเพ็ญเพียรบารมี จนกระทั่งตรัสรูอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เปนพระอรหันต สัมมาสัมพุทธเจา หลักธรรมที่พระองคตรัสรู คือ อริยสัจ ๔ ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ คือ ทุกข (ความทุกข ปญหา) สมุทัย (เหตุแหงทุกข) นิโรธ (ความดับทุกข) และมรรค (หนทางดับทุกข) ปรินิพพาน กอนที่พระพุทธเจาจะปรินิพพานไดทรงแสดงพระวาจาเปนครั้งสุดทายวา “สิ่งทั้งหลายที่เกิดจาก ปจจัยปรุงประกอบขึ้นลวนมีอันจะตองเสื่อมสลายไป เธอทั้งหลาย จงยังความไมประมาทใหถึงพรอม” เปนการ เตือนใจใหดำเนินชีวิตดวยความดีงาม หลักธรรม อริยสัจ ๔ หัวใจสำคัญ ของการตรัสรู ไดแก ทุกข ความทุกข หรือปญหาของชีวิตทั้งหมด สมุทัย สาเหตุของทุกข หรือสาเหตุของปญหาชีวิต นิโรธ ความดับทุกข หรือภาวะหมดปญหา มรรค หนทางดับ ทุกขหรือแนวทางแกปญหาชีวิต การปฏิบัติตนในวันวิสาขบูชา ไดแก ทำบุญตักบาตรในตอนเชา ฟงพระธรรมเทศนา บำเพ็ญ สาธารณประโยชน และเวียนเทียน วันอัฏฐมีบูชา วันอัฏฐมีบูชา คือ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระขององคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา ตรงกับวันแรม ๘ คํ่า เดือน ๖ หลังจากที่พระพุทธองคเสด็จดับขันธปรินิพพานได ๘ วัน จึงถวายพระเพลิง ณ มกุฏพันธนเจดีย เมืองกุสิ- นารา ของมัลลกษัตริย ในครั้งนี้มีกษัตริยถึง ๗ เมือง สงทูตมาขอแบงปนพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อนำกลับไป สักการบูชาที่บานเมืองของตนดวย


46 วันอาสาฬหบูชา วันอาสาฬหบูชา หรือวันเพ็ญเดือน ๘ เปนวันที่พระพุทธเจาทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ทำใหเกิดพระสงฆขึ้นเปนครั้งแรกในโลก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ เปนวันที่มีพระรัตนตรัยครบองคสาม คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ หลักธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวันดังกลาวคือ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร เปนขอธรรมที่ควรละเวน ๒ ประการ คือ ๑. การหมกมุนอยูในกาม (กามสุขัลลิกานุโยค) ๒. การทำตนใหลำบาก (อัตตกิลมถานุโยค) การปฏิบัติตนในวันอาสาฬหบูชา ไดแก ทำบุญตักบาตรในตอนเชา ฟงพระธรรมเทศนา บำเพ็ญ สาธารณประโยชน และเวียนเทียน วันธรรมสวนะ ในวันธรรมสวนะ พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติ คือ ในตอนเชา พระภิกษุ สามเณรและอุบาสก อุบาสิกา ประชุม โดยพรอมกันที่พระอุโบสถหรือศาลาการเปรียญ พระสงฆทำวัตรสวดมนต เริ่มดวยนมัสการพระรัตนตรัยและสวดบท ทำวัตรเชาไปจนจบ มีการทำวัตรสวดมนต รับศีล ๕ หรือศีล ๘ การปฏิบัติตนพุทธศาสนิกชนจะนิยมทำบุญตักบาตร ฟงพระเทศน ตลอดจนรักษาศีลและบำเพ็ญประโยชน วันเขาพรรษา การเขาพรรษา คือ การที่พระภิกษุตั้งใจวาจะอยูประจำที่วัดใดวัดหนึ่ง ไมไปคางคืนที่ใดในชวงฤดูฝน ตลอดเวลา ๓ เดือน ซึ่งตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ระเบียบพิธีปฏิบัติของพระภิกษุที่จะตองกระทำในวันเขาพรรษา คือ การเตรียมเครื่องบูชา ไดแก ดอกไม ธูป เทียน เพื่อใชสักการะปูชนียวัตถุในวัด และใชทำสามีจิกรรมหรือการขอขมาโทษตอกัน เมื่อถึงกำหนดเวลาพระภิกษุ • วันธรรมสวนะ คือ วันฟงธรรม เรียกกันทั่วไปวา วันพระ มี ๒ ชนิด คือวัน วันพระเล็ก วันขึ้นและวันแรม ๘ วันพระใหญ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑๔ หรือ


47 สามเณรจะทำการขอขมาโทษตอกันและอธิษฐานเขาพรรษาตอหนาพระประธานในอุโบสถ เพื่อเปนการเริ่มตน การจำพรรษา การปฏิบัติตนในวันเขาพรรษาและพิธีกรรมในวันเขาพรรษา แบงแยกออก เปน ๒ สวน พิธีของพระภิกษุสงฆ เมื่อถึงวันเขาพรรษา พระภิกษุเพียงแตตั้งจิตอธิษฐานวา “ขาพเจาจักอยูจำพรรษาในอาวาสนี้เปน เวลา ๓ เดือน” หรือแมจะมิไดตั้งจิตอธิษฐาน ครั้นถึงวันเขาพรรษาไมจาริกไปแรมคืนที่อื่น ก็ยอมไดชื่อวาเขาพรรษา หรืออยูจำพรรษาแลว พิธีของพุทธศาสนิกชน กอนถึงเทศกาลเขาพรรษาบิดามารดาหรือผูปกครองก็จะประกอบพิธีอุปสมบทใหแกบุตรหลานของ ตนที่มีอายุครบบวช ๒๐ ปบริบูรณ ไปบรรพชาอุปสมบท โดยถือกันวา ถาบุตรหลานของตนไดเขาบวชเรียนใน พระพุทธศาสนาและอยูจำพรรษาจะไดรับอานิสงสสูงสุด ในฐานะพุทธศาสนิกชนยังถือปฏิบัติคือมีการแหเทียนพรรษา การถวายผาอาบน้ำฝน บุญตักบาตร งดเสพสุรา งดเลน การพนัน วันเทโวโรหณะ โดยปกติในวันออกพรรษานี้ พุทธศาสนิกชนจะไปรวมทำบุญตักบาตรที่วัด เรียกวา “ตักบาตรเทโว” คำวา “เทโว” ยอมาจาก “เทโวโรหณ” แปลวา การเสด็จลงมาจากเทวโลก กลาววาหลังจากที่พระพุทธองคเสด็จไปจำพรรษา โปรดพระพุทธมารดาในสวรรคชั้นดาวดึงส เมื่อออก พรรษาแลว พระพุทธองคก็เสด็จกลับมาสูมนุษยโลกในวันนี้ คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ไดเสด็จลงมาจากสวรรคชั้น ดาวดึงสกลับมาสูโลกมนุษย ณ ประตูเมืองสังกัสสะ วันออกพรรษา วันออกพรรษา คือ วันที่พระภิกษุพนจากการอยูจำพรรษาตลอดระยะเวลา ๓ เดือน ในชวงฤดูฝน ตรงกับวัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งพระภิกษุจะตองคางคืนในวัดนั้นอีก ๑ คืน จึงจะออกไปคางคืนที่อื่นไดในวันรุงขึ้น คือ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ในวันออกพรรษา พระภิกษุจะมีการทำปวารณา คือ การเปดโอกาสใหพระภิกษุวากลาวตักเตือนกันได เปน พิธีภายในของสงฆโดยเฉพาะ สำหรับระเบียบพิธีของพุทธศาสนิกชน คือ การทำบุญ รักษาศีล และฟงธรรม นอกจากนี้ ยังมีการตักบาตร ที่เรียกวา ตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งในบางทองถิ่นจัดขึ้นเปนงานประจำป


48 ใบงานที่ 1 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คำชี้แจง ใหนักเรียนอธิบายวันภาพสำคัญทางพระพุทธศาสนาและตอบคำถาม 1. ภาพดังกลาวคือภาพอะไร 2. ภาพดังกลาวเกี่ยวของกับวันสำคัญใดทางพระพุทธศาสนาพรอมประวัติความเปนมา 3. ภาพดังกลาวเกี่ยวของกับหลักธรรมใดทางพระพุทธศาสนา


49 ใบงานที่ 2 วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คำชี้แจง ใหนักเรียนอธิบายวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาตามหัวขอที่กำหนด ชื่อวันสำคัญ ตรงกับวัน ความสำคัญ หลักธรรมสำคัญ การปฏิบัติตน 1. วันมาฆบูชา 2. วันวิสาขบูชา


Click to View FlipBook Version