1
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
วิชำ I30903กำรนำองค์ควำมรู้ไปใช้บริกำรสังคม
ช้ันมธั ยมศึกษำปที ี่ 6 ภำคเรียนท่ี 2 1 หนว่ ยกติ 40 คำบ/ภำคเรยี น
…………………………………………………….
เป็นกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนทม่ี ุ่งเนน้ ให้นักเรียนนาความรู้หรือทีไ่ ดจ้ ากการศึกษาค้นควา้ และเรยี นรจู้ ากรายวิชา
เพมิ่ เติม การศึกษาคน้ ควา้ และการสรา้ งองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation-IS1) และการ
ส่อื สารการนาเสนอ (Communication and Presentation-IS2) ไปส่กู ารปฏิบัตใิ นการสรา้ งสรรค์ โครงงาน/
โครงการตา่ งๆ ที่ก่อให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สาธารณะหรือบริการสงั คม ชุมชน ประเทศหรือสงั คมโลก มีการกาหนด
เปา้ หมาย วัตถปุ ระสงค์ วางแผน การทางาน และตรวจสอบความกา้ วหนา้ วเิ คราะห์ วิจารณ์ผลทไี่ ด้จากการปฏิบตั ิ
กิจกรรมหรือโครงงาน/โครงการโดยใชก้ ระบวนการกลมุ่ เพ่ือใหผ้ ู้เรียนมีทักษะ การคิดสร้างสรรค์ เป็นกจิ กรรมจิต
อาสาที่ไมม่ ีคา่ จา้ งตอบแทน เป็นกจิ กรรมท่ีให้ มคี วามตระหนักรู้ มสี านึกความรับผดิ ชอบต่อตนเองและต่อสงั คม
เป้าหมายการดาเนินกจิ กรรม
1. วิเคราะหอ์ งค์ความรู้หรอื ประสบการณ์จากการเรียนในสาระ IS1 และ IS2 เพือ่
กาหนดแนวทางไปสู่การปฏบิ ัติให้เกิดประโยชนต์ ่อสังคม (Public Service)
2. เขยี นเป้าหมาย/วตั ถปุ ระสงค์ เคา้ โครง กจิ กรรม/โครงงานและแผนปฏิบตั ิ
โครงงาน/โครงการ
3. ปฏบิ ตั ิตามแผนและตรวจสอบความกา้ วหน้าทางการปฏิบัตโิ ครงงาน/โครงการ
4. ร่วมแสดงความคดิ เห็น วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ การปฏิบัติโครงงาน/ โครงการ
5. สรปุ ผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม/โครงงาน/โครงการ และแสดงความรสู้ ึกความคดิ เห็น
ต่อผลการปฏบิ ัตงิ านหรือกจิ กรรม ซงึ่ แสดงถงึ การตระหนักรู้ มีสานึกความ
รับผดิ ชอบต่อตนเองและสงั คม
2
กิจกรรมเพือ่ สงั คม และสำธำรณประโยชน์
กำรนำองคค์ วำมรู้ไปใชบ้ รกิ ำรสงั คม(IS3)
เวลำ 40 ชั่วโมง/ภำคเรียน
ผลกำรเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถนาความรู้ไปประยุกต์สรา้ งสรรคป์ ระโยชนต์ อ่ สงั คม และโลก
2. นกั เรยี นเผยแพร่ความรู้ และประสบการณท์ ี่ไดจ้ ากการลงมอื ปฏิบตั เิ พื่อประโยชนต์ ่อสงั คม และโลก
ตัวอย่ำงชน้ิ งำนนักเรียน
1. การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเพ่ือบริการชุมชนสงั คม
2. การเผยแพร่ผลการปฏิบตั ิกิจกรรมเพ่ือบริการชมุ ชนสังคม
วธิ ีกำรวัดประเมิน
1. สังเกตการพดู นาเสนองานของนักเรียน
2. ตรวจสอบการวิพากษ/์ สนทนาเก่ียวกับผลงานผา่ นสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์
เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในกำรวดั ผลประเมนิ ผล
แบบประเมนิ การทากจิ กรรมบรกิ ารโรงเรยี น และชุมชน
ส่อื กำรสอน
1. เอกสารใบความรู้ ใบงาน
2. เวบ็ ไซดท์ ี่เก่ียวข้อง
3
ใบควำมร้เู รื่อง หลักกำรกำรบริหำรกิจกรรมเพอ่ื สังคมและสำธำรณประโยชน์
โดย กลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ
หลกั การบรหิ ารและจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เก่ยี วขอ้ งกับหลกั การ
สาคญั 2 เรอ่ื ง คือ หลกั การของกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน และหลักการของกจิ กรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ดงั น้ี
หลกั การบรหิ ารกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น มีหลกั การสาคัญคือ
1. มเี ป้าหมายของการจัดกจิ กรรมท่ชี ดั เจน เปน็ รปู ธรรม และครอบคลุมผู้เรียนทกุ คน
2. เปน็ กิจกรรมท่ีผ้เู รยี นไดพ้ ัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน เตม็ ศักยภาพ ตามความสนใจ ความถนัดความ
ตอ้ งการ เหมาะสมกับวยั และวุฒิภาวะ
3. เป็นกจิ กรรมท่ีปลกู ฝังและส่งเสรมิ จิตสานึกในการบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะ
ต่างๆท่ีสอดคลอ้ งกบั วิถชี วี ิต ประเพณี และวฒั นธรรมอย่างต่อเน่ืองและสม่าเสมอ
4. เปน็ กิจกรรมท่ียึดหลกั การบริหารมสี ว่ นรว่ ม โดยเปดิ โอกาสให้ครู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ผู้นาชมุ ชน
ปราชญช์ าวบา้ น องคก์ ร และหน่วยงานอนื่
เมื่อวิเคราะห์หลกั การบริหารกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนท้งั 4 ประการ ดังกล่าวขา้ งต้น จะเหน็ ได้
วา่ ผ้บู ริหารและครูควรคานงึ ถงึ ส่งิ สาคัญ 4 ประการ คอื
1) มเี ปา้ หมายท่ีชัดเจนและปฏิบัติได้จริง
โรงเรียนและครู ต้องกาหนดเป้าหมายของกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ให้ชดั เจนเพอื่ ให้
นักเรียนสามารถนาไปปฏบิ ตั ิได้จริง
2) รูปแบบกจิ กรรมสอดคล้องกบั พฒั นาการของเด็ก
โรงเรียนและครู ตอ้ งออกแบบหรือพิจารณาอนญุ าตให้นักเรียนปฏิบัติกจิ กรรมเพื่อสังคมและ
สาธารณประโยชน์ โดยคานึง ถงึ ความสอดคล้องกบั พัฒนาการของนักเรยี นแต่ละคนมงุ่ ใหผ้ ู้เรยี นได้พฒั นาตนเอง
รอบดา้ น
3) ใช้ยุทธวิธที เี่ หมาะสมในการปลกู ฝังจิตอาสา
โรงเรยี นและครู ต้องจดั กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ โดยมงุ่ ปลูกฝังและสง่ เสริม
จติ สานึกในการบาเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชนด์ ว้ ยความสมคั รใจ
4) มสี ว่ นร่วมระหวา่ งโรงเรียนกบั ครอบครัวและชุมชน
โรงเรยี นและครูตอ้ งจดั กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ โดยเปิดโอกาสให้ครู พอ่ แม่
ผ้ปู กครอง ผูน้ าชุมชน ปราชญช์ าวบ้าน องคก์ ร และหน่วยงาน มีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรมในทางกลับกนั ควร
สนับสนนุ ใหน้ กั เรยี นเขา้ ไปมีส่วนร่วมกับบุคคลและองค์กรต่างๆ
หลกั การจดั กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ มดี งั น้ี
1. สง่ เสริมพฒั นาการตามความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล
2. ส่งเสริมการพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ
3. เน้นท้งั ความรแู้ ละคุณธรรมจริยธรรม
4
4. สง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นไดค้ ดิ ออกแบบกจิ กรรมด้วยตนเองอย่างสรา้ งสรรค์
5. ให้ทากจิ กรรมหลากหลายรปู แบบ
6. ให้แสดงความรับผิดชอบตอ่ สังคมในลักษณะจิตอาสา
………………………………………………………………
คำอธิบำยรำยวิชำ
รำยวชิ ำกิจกรรมพัฒนำผ้เู รยี น (กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสำธำรณประโยชน์) รหสั วชิ ำ I30903
กลุ่มสำระกำรเรียนร้.ู .................................................................................................... ช้ันมธั ยมศกึ ษำปีที 6
เวลำ 2 ชั่วโมง/สัปดำห์ 40 ชั่วโมง/ภำคเรียน จำนวน 1 หน่วยกติ ภำคเรียนท่ี 2
เป็นกิจกรรมท่นี าความรู้ หรอื ประยุกตใ์ ช้ความรูจ้ ากสิง่ ท่ีศกึ ษาค้นคว้าและเรียนรูจ้ ากรายวิชาเพม่ิ เติม
การศึกษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation)และการส่ือสารและการนาเสนอ
(Communication and Presentation) ไปสู่การปฏิบัติ ในการสรา้ งสรรคโ์ ครงงาน/โครงการตา่ งๆท่กี ่อให้เกดิ
ประโยชนต์ ่อสาธารณะหรือบริการสงั คม ชุมชน ประเทศหรอื สงั คมโลก มีการกาหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ วาง
แผนการทางาน และตรวจสอบความกา้ วหน้า วิเคราะห์ วจิ ารณ์ผลทไ่ี ด้จากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมหรอื โครงงาน/
โครงการโดยใช้กระบวนการกลมุ่ เพือ่ ให้ผ้เู รยี นมีทักษะการคิดสร้างสรรค์ เป็นกจิ กรรมจติ อาสาท่ีไม่มีค่าตอบแทน
เป็นกิจกรรมทีใ่ หม้ ีความตระหนกั รู้ มสี านกึ ความรับผิดชอบต่อตนเองและตอ่ สังคม
เปำ้ หมำยกำรดำเนนิ กิจกรรม
1.วเิ คราะหอ์ งค์ความรู้จากการเรยี นในสาระ IS1 และ IS2 เพือ่ กาหนดแนวทางไปสู่การปฏิบัตใิ หเ้ กิด
ประโยชน์ตอ่ สงั คม ( Public Service)
2.เขยี นเปา้ หมาย/วตั ถปุ ระสงค์ เค้าโครง กิจกรรม/โครงงานและแผนปฏิบตั โิ ครงงาน/โครงการ
3. ปฏบิ ัติตามแผนและตรวจสอบความก้าวหน้าทางการปฏิบัติโครงงาน/โครงการ
4. ร่วมแสดงความคิดเหน็ วิเคราะห์ วพิ ากษ์ การปฏบิ ตั ิโครงงาน/โครงการ
5.สรุปผลการปฏิบัติกจิ กรรม/โครงงาน/โครงการ และแสดงความรสู้ กึ ความคิดเหน็ ตอ่ ผลการปฏิบตั ิงาน
หรือกจิ กรรม ซง่ึ แสดงถึงการตระหนกั รู้ มสี านึกความรับผิดชอบตอ่ ตนเองและสังคมการดาเนินกิจกรรมเพ่ือสังคม
และสาธารณประโยชน์ สามารถปรับใหเ้ หมาะสมกบั ความสนใจระดับชนั้ ของผเู้ รียน และบริบทความพร้อมของ
สถานศกึ ษาแต่ละแห่ง
5
3. กำรจดั กิจกรรมกำรนำองคค์ วำมรู้ไปใช้บริกำรสังคม (Social Service Activity:IS3)
การจดั กิจกรรมการนาองคค์ วามรไู้ ปใชบ้ ริการสงั คม(Social Service Activity:IS3)เป็นการนา
องค์ความรู้จากการศึกษาค้นควา้ และสรุปองค์ความรู้ และการสื่อสารและนาเสนอไปใช้บรกิ ารสังคม โดยจัดกิจกรรม
การนาองค์ความรู้ไปใช้บรกิ ารสังคม ในลักษณะของกิจกรรม / โครงงาน / โครงการ ให้ผู้เรยี นได้เรียนรผู้ ่าน
ประสบการณ์ โดยในระดับมัธยมศกึ ษำตอนตน้ เป็นการนาความร้ไู ปประยกุ ต์สร้างสรรค์ประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและ
ชมุ ชน และเผยแพร่ความรู้และประสบการณท์ ี่ไดจ้ ากการลงมอื ปฏบิ ตั ิเพอื่ ประโยชนต์ ่อโรงเรยี นและชมุ ชน และ
ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนปลำยเปน็ การนาความรู้ไปประยกุ ต์สร้างสรรคป์ ระโยชนต์ ่อสงั คมและโลก และเผยแพร่
ความรแู้ ละประสบการณท์ ี่ได้จากการลงมือปฏบิ ตั เิ พ่อื ประโยชน์ต่อสงั คมและโลก
ดังแสดงในแผนผงั
6
แผนผงั แสดงขัน้ ตอนกำรจัดกจิ กรรมกำรนำองคค์ วำมรไู้ ปใชบ้ ริกำรสงั คม
ระดบั มัธยมศึกษำตอนต้นและมัธยมศกึ ษำตอนปลำย
1) ตวั อย่ำงกำรจดั กจิ กรรมกำรนำองคค์ วำมร้ไู ปใช้บรกิ ำรสังคมระดบั ชัน้ มัธยมศึกษำตอนต้นและ
มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย
ลำดับ กจิ กรรม ช่ัวโมง หมำยเหตุ
1 วิเคราะห์องค์ความรูเ้ พอื่ กาหนดแนวทางการนาไปประยุกต์ ใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่
โรงเรียนและชมุ ชน เช่น
- สง่ิ แวดลอ้ ม
- ปัญหาและผลกระทบตอ่ วถิ ีชวี ติ การเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ และสงั คม
- การอนรุ กั ษ์สิง่ แวดลอ้ ม
- แนวทางการอนุรกั ษ์สงิ่ แวดลอ้ ม (เลือกเฉพาะเรือ่ งท่สี นใจจะอนุรักษ์)
ฯลฯ
2 วางแผนการทากจิ กรรมเพ่ือนาความรไู้ ปสรา้ งประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชมุ ชน
โดยจดั ทารายละเอียดและตารางเวลาในการปฏิบตั กิ จิ กรรมตามโครงการ / โครงงาน /
กจิ กรรมท่จี ะดาเนินการ เช่น
- โครงการเผยแพรค่ วามรู้ เรือ่ ง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- โครงการรณรงคส์ รา้ งจติ สานกึ เร่อื ง การอนรุ ักษ์ส่งิ แวดลอ้ ม
- โครงการผลติ สื่อการเรยี นร้เู พอ่ื การอนรุ กั ษส์ ่งิ แวดลอ้ ม
ฯลฯ
3 ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามปฏทิ นิ ทกี่ าหนด เช่น
- ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามปฏิทินการดาเนินงานโครงการเผยแพร่ความรู้ เรอ่ื ง การ
อนุรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
- ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามปฏทิ นิ การดาเนนิ งานโครงการรณรงคส์ รา้ งจติ สานึก เรอ่ื ง การ
อนรุ กั ษ์ส่ิงแวดลอ้ ม
- ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามปฏิทนิ การดาเนินงานโครงการผลิตส่อื การเรยี นรเู้ พ่ือการ
อนุรักษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม
ฯลฯ
4 สรปุ ผลการดาเนนิ กจิ กรรม เช่น
- บันทึกผลการดาเนนิ กจิ กรรม
- สะทอ้ นความคดิ เห็นของตน / ชมุ ชนในการทากจิ กรรม
- อภปิ รายและสรุปผลการดาเนนิ กิจกรรม
ฯลฯ
5 เผยแพรผ่ ลงานในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น
- จดั ทาแผน่ พับเผยแพรผ่ ลงาน
- จัดทาเวบ็ ไซต์ หรือเผยแพร่ผลงานในเวบ็ ไซต์
- จดั ทา Facebook หรอื เผยแพรผ่ ลงานใน Facebook
- จดั ทาป้ายนเิ ทศ หรือไวนิลเผยแพร่ผลงาน
- จดั ทา CD DVD เผยแพร่ผลงาน
- จดั นทิ รรศการเผยแพรผ่ ลงาน
ฯลฯ
รวม
7
2) ตวั อยำ่ งปฏิทนิ กำรปฏิบัติกจิ กรรมกำรนำองคค์ วำมร้ไู ปใชบ้ ริกำรสงั คม ระดบั มัธยมศกึ ษำตอนต้นและตอน
ปลำย
ชอ่ื กิจกรรม ................................................ ภำคเรียนท.ี่ ..................ปกี ำรศึกษำ............................
สัปดำห์ท่ี วนั เดือน ปี กิจกรรม ผู้รบั ผดิ ชอบ หมำยเหตุ
- รบั สมคั รสมาชกิ
- ชี้แจงวัตถปุ ระสงค์และรว่ มวางแผนการดาเนินกจิ กรรม
- เขียนโครงการ
- กาหนดขอบขา่ ยและวางแผนพฒั นาชุมชน ท้องถนิ่ และประเทศ
- นาเสนอแผนพัฒนาตอ่ ครูที่ปรึกษา
- ประชุมปรบั ปรงุ แผนและเตรียมแบ่งงานในความรับผิดชอบ
- กิจกรรมท่ี 1…………….…..
- กิจกรรมท่ี 2…………………
- สรปุ ผลการดาเนนิ งานระยะท่ี 1
- จัดปา้ ยนเิ ทศแสดงผลงาน
- กิจกรรมท่ี 3………………..
- กิจกรรมที่ 4………………..
- สรุปผลการดาเนินงานระยะที่ 2
- จัดป้ายนิเทศแสดงผลงาน
- ประชุมสรุปผลการดาเนินงาน
- เสนอ (ร่าง) รายงานต่อครูที่ปรึกษาโครงการ
- ครทู ่ปี รกึ ษาตรวจแกไ้ ขผลงาน
- จัดทารปู เลม่ รายงานฉบับสมบรู ณ์
- นาเสนอบทสรุปต่อโรงเรียนและประเมินผลโครงการ
1) ตัวอย่ำงกจิ กรรมกำรนำองค์ควำมรู้ไปใชบ้ ริกำรสงั คมเรือ่ ง ส่งิ แวดลอ้ ม ระดับมธั ยมศึกษำตอนตน้ และ
ตอนปลำย
ตัวอย่ำงกิจกรรมรกั ษส์ ่งิ แวดลอ้ ม
วตั ถุประสงค์
1. เพือ่ ให้นักเรียนนาองคค์ วามรู้ทศ่ี ึกษาคน้ คว้ามาใชใ้ นการหาแนวทางและวธิ ีการอนรุ กั ษ์
สงิ่ แวดลอ้ มทีเ่ หมาะสมกบั ตนเอง ชุมชน สังคมและโลก
2. เพื่อให้นักเรยี นไดฝ้ ึกปฏิบัติการเกีย่ วกับการอนุรักษส์ ิ่งแวดล้อม
3. เพอ่ื ปลูกฝังเรื่อง ความรับผิดชอบตอ่ สงิ่ แวดล้อม
กลุม่ เปำ้ หมำย
นักเรยี นระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ และตอนปลาย
ผลงำน (เปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นเลือกตามความสนใจ ความถนัด และความสามารถ)
- จัดทาแผน่ พับเผยแพร่ผลงาน
- จัดทาเวบ็ ไซต์ หรอื เผยแพร่ผลงานในเวบ็ ไซต์
- จดั ทา Facebook หรือเผยแพรผ่ ลงานใน Facebook
8
- จัดทาป้ายนิเทศ หรือไวนิลเผยแพร่ผลงาน
- จัดทา CD DVD เผยแพรผ่ ลงาน
- จดั นทิ รรศการเผยแพรผ่ ลงาน
ฯลฯ
วธิ ีดำเนินกำร
1. ครชู แ้ี จงและแจง้ วัตถุประสงค์ในการเรียนรู้กิจกรรมการนาองค์ความรู้ไปใชบ้ ริการสังคม
2. นกั เรียนวเิ คราะห์องค์ความร้เู พ่ือกาหนดแนวทางการนาไปประยุกต์ ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่
โรงเรยี นและชมุ ชน
3. นกั เรียนวางแผนการทากิจกรรมเพื่อนาความรไู้ ปสร้างประโยชนต์ อ่ โรงเรียนและชุมชน
โดยจดั ทารายละเอียดและตารางเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมตามโครงการ / โครงงาน / กจิ กรรมทจ่ี ะดาเนนิ การ
4. นกั เรยี นปฏิบัติกจิ กรรมตามปฏิทินที่กาหนด
5. นักเรียนสรุปผลการดาเนินกจิ กรรม
6. นกั เรียนเผยแพรผ่ ลงานในรปู แบบทห่ี ลากหลาย
7. ครูและนักเรยี นร่วมกันประเมนิ ผลงาน และสรุปบทเรียน
สื่อและอุปกรณ์ (เลือกใหส้ อดคลอ้ งกับกิจกรรมทีจ่ ดั )
วัสดุ อุปกรณ์ ส่อื สงิ่ พมิ พ์และส่ืออเิ ล็กทรอนิกส์ ของจริง ของจาลอง
กำรวัดและประเมินผล
1. การสงั เกตและตรวจผลงาน / การปฏบิ ัติจรงิ
2. แบบประเมนิ และเกณฑ์การประเมนิ ผลงาน / การปฏิบัตจิ ริง
สาหรับ IS3 ท่จี ดั กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนในส่วนของกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์มงุ่ เน้นให้
นกั เรียนนาความรทู้ ่ีได้จากการศึกษาคน้ คว้าด้วยตนเอง ไปปฏบิ ัตใิ ห้เกดิ ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชน สังคมโลก ซ่งึ ครูที่
ปรึกษาอาจกาหนดจุดประสงคส์ าคัญของกนิ กรรมไดด้ งั นี้
1.นักเรยี นสามารถวางแผนการปฏิบัตกิ จิ กรรมได้
2.นกั เรียนสามารถจดั ทาปฏทิ ินการปฏบิ ัติกจิ กรรม
3.นกั เรยี นปฏิบตั กิ จิ กรรมตามปฏิทนิ กาหนด
4.นกั เรียนสรปุ ผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
5.มกี ารเผยแพร่ประชาสมั พันธผ์ ลการปฏิบัตกิ จิ กรรม
ครูท่ีปรกึ ษาตดิ ตาม ประเมินผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามจุดประสงค์สาคญั เป็นระยะๆและประเมินระดบั
คุณภาพผู้เรียนตามกรอบสาระการเรียนรู้ IS3 เมือ่ นักเรยี นปฏบิ ัตกิ ิจกรรมครบตามจดุ ประสงคส์ าคัญหรอื สนิ้ ภาค
เรียน เพอ่ื สรุปผลการประเมินเปน็ ผา่ น / ไม่ผ่าน ดงั นี้
ระดับคุณภำพ สรปุ ผลกำรประเมนิ
ดมี าก ผ่าน
ดี ผา่ น
พอใช้ ผา่ น
ปรับปรุง ไม่ผ่าน
9
ระดับมัธยมศึกษำ
จดั เป็นรายวิชา 2 รายวิชา และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน สถานศึกษาสามารถจดั ทาใบรายงานผลการพัฒนา
ผู้เรยี นเฉพาะสาระการศกึ ษาค้นคว้า ดว้ ยตน้ เอง (Independent Study : IS) เพื่อแสดงระดับคุณภาพของนักเรยี น
ในระดบั ช้ันมัธยมศึกษา ประกอบ ปพ. 6 ได้ ดังน้ี
แบบรำยงำนผลกำรพฒั นำผู้เรยี นกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเอง(Independent Study : IS)
ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี .......... ปีกำรศึกษำ...........
โรงเรยี น...........................................สำนักงำนเขตพ้นื ทกี่ ำรศึกษำมธั ยมศึกษำ เขต........
ชอื่ เดก็ ชำย/เดก็ หญงิ /นำย/นำงสำว.................................................ช้นั มัธยมศึกษำ....................
วชิ ำ/กิจกรรม สำระกำรเรยี นรู้ เปำ้ หมำยคณุ ภำพผูเ้ รียน ระดบั คุณภำพ
1.วชิ าการศกึ ษาคน้ คว้าและ IS:1 การศึกษา 1.การตง้ั ประเดน็ คาถาม/สมมตฐิ าน
สรา้ งองคว์ ามรู้ ค้นควา้ และสรา้ งองค์
(Knowledge Formation) วามรู้ 2.การสืบค้นความรู้จากแหลง่ เรียนรแู้ ละ
สารสนเทศ
3. การสรปุ องค์ความรู้
2.วชิ าการสอ่ื สารและนาเสนอ IS:2 การส่อื สารและ 4.การส่อื สารและการนาเสนออย่างมี
(Communication and นาเสนอ ประสทิ ธิภาพ
Presentation)
3.กจิ กรรมเพื่อสงั คมและ IS:3 การนาความรู้ไป 5.การบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ
สาธารณะประโยชน์ ใชบ้ รหิ ารสงั คม กิจกรรม..........................................
.........................................................
สรปุ ภำพรวม
ขอ้ เสนอแนะ/ความคิดเหน็ ของครุผสู้ อน
................................................................................................................................................... ...................................
................................................................................................ ......................................................................................
............................................................................................................................. .........................................................
..................................................................................................................................................... .................................
ลงชอื่ .......................................ครผู สู้ อน ลงช่ือ...........................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.........................................) (.............................................)
ลงชื่อ..........................................ผู้อานวยการโรงเรยี น
(.........................................)
10
กำรรำยงำนภำพรวมระดับห้องเรยี น
โรงเรยี น................................................สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ..............................................................
รำยวิชำ.................................ชัน้ .....................................................ปีกำรศึกษำ..............................................
เลขที่ เลขท่ี ชื่อ – สกลุ ระดับคุณภำพเป้ำหมำยคณุ ภำพผูเ้ รยี น
ประจำตวั
กำร ัต้งคำถำม
กำร ืสบ ้คนควำมรู้
กำรสรุปองค์ควำมรู้
กำร ่ืสอสำรและกำรนำเสนอ
กำรบริกำร ัสงคม/จิต
สำธำรณะ
สรุปภำพรวม
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
11
การวัดผลประเมนิ
สาระการศึกษาคน้
IS3: กำรนำองค
(กิจกรรมเพื่อสังค
จุดประสงคส์ าคัญ 1 จุดปร
แผนการปฏบิ ัติกิจกรรม การปฏิบ
ร่องรอย/ชน้ิ งาน รอ่
วธิ ีการ/เครอ่ื งมือ/เกณฑ์ วธิ กี าร
ผำ่ น / ไมผ่ ่ำน + ผ
12
นผลระดับมัธยมศึกษา
นควา้ ด้วยตนเอง (IS)
ค์ควำมรู้ไปใช้บรกิ ำรสังคม
คมและสำธำรณประโยชน)์
ระสงคส์ าคัญ 2 จุดประสงค์สาคัญ 3
บัตกิ จิ กรรมตามแผน สรุปผลการปฏิบัติกจิ กรรมและการเผยแพร่
องรอย/ช้นิ งาน รอ่ งรอย/ช้ินงาน
ร/เครอื่ งมือ/เกณฑ์ วิธีการ/เครือ่ งมือ/เกณฑ์
ผำ่ น / ไมผ่ ำ่ น + ผ่ำน / ไมผ่ ำ่ น = ผ่ำน / ไมผ่ ำ่ น
แนวทำงกำรวดั และประเมินผลรำยวชิ ำ กิจกรรมเพื่อ
เป้าหมายคุณภาพผเู้ รียน ตวั อยา่ งช้นิ งาน/ผลการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ัดคณุ
การนาความรู้ไปใชบ้ ริการสงั คม 1.การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพ่อื บรกิ าร 14.นาความร้ไู ปใ
(Public Service) ชมุ ชน สรา้ งสรรค์ประโย
2.การเผยแพร่ผลการปฏบิ ัติ โลก
กิจกรรมเพ่ือบรกิ ารชุมชนสงั คม 15.เผยแพรค่ วาม
ประสบการณท์ ่ไี
ปฏบิ ัตเิ พ่ือประโย
โลก
13
อสังคมและสำธำรณประโยชน์ :IS3ช้นั มธั ยมศึกษำปีท่ี 6
ณภาพผเู้ รียน แนวทางการวัดและประเมินผล
ใช้ประยกุ ต์ วิธีการ เครอ่ื งมอื
ยชน์ตอ่ สังคมและ
ประเมินการนาความรู้ไปใช้ใน แบบประเมนิ การทากิจกรรม
มรแู้ ละ การทากจิ กรรมบริการโรงเรียน บรกิ ารโรงเรยี นและชมุ ชน
ไดจ้ ากการลงมอื ชมุ ชนและการเผยแพรค่ วามรู้ เกณฑป์ ระเมนิ
ยชน์ต่อสังคมและ และประสบการณ์การบริการ
สังคมและโลก
ระดับคณุ ภำพกำรประเมนิ ผลกจิ กรรมเพื่อสงั คม
ประเด็นกำรประเมนิ ดีเย่ียม (4) ด
การนาเสนอความรู้ไปใช้ 1.นาความรจู้ ากการศึกษา 1.นาความรูจ้ า
บรกิ ารสังคม ค้นคว้าไปประยกุ ต์ใชใ้ น ค้นควา้ ไปประย
กิจกรรมทสี่ ร้างสรรค์เปน็ กิจกรรมที่สร้าง
ประโยชนต์ ่อสงั คมโลก ประโยชนต์ ่อส
2.เผยแพร่ความรู้และ 2.เผยแพร่ควา
ประสบการณ์ทไ่ี ด้จากการลง ประสบการณ์ท
มอื ปฏิบัติเพ่อื ประโยชน์ต่อ มอื ปฏบิ ตั ิเพื่อป
สังคมและโลกผา่ นส่ือ สังคมและโลกผ
หลากหลายรูปแบบ ใดรูปแบบหน่ึง
14
มและสำธำรณประโยชน์ :IS3ช้ันมัธยมศกึ ษำปีท่ี 6
ระดบั คณุ ภำพ
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
ากการศกึ ษา 1.นาความรจู้ ากการศกึ ษา 1.ไมไ่ ดน้ าความร้จู ากการศึกษา
ค้นคว้าไปประยกุ ต์ใช้ใน
ยกุ ต์ใช้ใน คน้ คว้าไปประยุกต์ใช้ใน กจิ กรรมทเี่ ป็นประโยชน์ต่อ
สงั คมหรือโลก
งสรรค์เป็น กิจกรรมทส่ี รา้ งสรรคเ์ ปน็ 2.ไมม่ ีการเผยแพร่ความรแู้ ละ
ประสบการณ์ที่ไดจ้ ากการลง
สงั คม ประโยชนต์ ่อสังคม มอื ปฏิบตั ิ
ามรแู้ ละ 2.เผยแพร่ความรูแ้ ละ
ที่ไดจ้ ากการลง ประสบการณ์ที่ไดจ้ ากการลง
ประโยชนต์ อ่ มอื ปฏบิ ัติเพ่อื ประโยชนต์ ่อ
ผ่านส่ือรูปแบบ สังคม
ง ผ่านสอื่ รปู แบบใดรูปแบบหนึง่
แบบฟอร์มกำรวำงแผนกำรจัดกิจกรรม/กำรกำหน
โรงเรยี นละงูพิทยำคม
ช้ันมธั ยมศึกษำปที ่ี 6 ภำคเรยี นที่ 2 กิจกรรมเพ่อื สังคม และ
ตัวชี้วดั คุณภำพ เป้ำหมำยกำรเรยี นรู้ จดุ ป
ผู้เรยี น
K PA ปล
15. นาความรไู้ ป
ประยุกตส์ รา้ งสรรค์ - นกั เรียนสามารถ 1. มีวนิ ยั 1. นักเรยี นสามาร
ประโยชนต์ ่อสงั คม
และโลก นาความรไู้ ป 2.ใฝ่ กจิ กรรม
16. เผยแพรค่ วามรู้ ประยุกต์ เรียนรู้ 2. นักเรยี นสามาร
และประสบการณท์ ่ี
ไดจ้ ากการลงมอื สรา้ งสรรค์ 3..มงุ่ ม่นั และตรวจสอบคว
ปฏิบัติเพือ่ ประโยชน์
ตอ่ สังคม และโลก ประโยชน์ตอ่ ในการ ปฏบิ ัติกจิ กรรม
สังคม และโลก ทางาน 3. นักเรยี นสามาร
ประยกุ ตส์ รา้ งสรร
และโลก
- นกั เรยี นสามารถ 1. มวี นิ ยั 1. นกั เรียนสามาร
เผยแพรค่ วามรู้ 2.ใฝ่ อภิปราย แสดงคว
และ เรียนรู้ วิพากษ์ การปฏิบ
ประสบการณ์ที่ 3..มุ่งมนั่ 2. นกั เรยี นสรปุ ผ
ได้จากการลงมือ ในการ และแสดงความรสู้
ปฏิบัตเิ พอื่ ทางาน ผลการปฏิบตั ิงาน
ประโยชนต์ ่อ ตระหนกั รู้ มีสานึก
สังคม และโลก ตนเอง และสงั คม
3. นกั เรียนแสดงผ
4. นกั เรียนเห็นปร
ในการสรา้ งสรรค
ท่เี รยี นรู้
15
นดเป้ำหมำยกำรจดั กิจกรรม/ออกแบบกำรจดั กจิ กรรม
ม อำเภอละงู จงั หวัดสตูล
ะสำธำรณประโยชน์ กำรนำองคค์ วำมรู้ไปใช้บรกิ ำรสงั คม (IS3)
ประสงค์กำรเรียนรู้ หลักฐำนกำร สอ่ื /แหลง่ กำร กำรวดั ผล
เรยี นรู้ ประเมนิ ผล
ลำยทำง นำทำง เรยี นร้(ู ภำระ/
ชนิ้ งำน)
รถเขยี นแผนปฏบิ ัติ - 1. แผนการปฏิบตั ิ 1. ใบกจิ กรรม 1. ใบกิจกรรม
กจิ กรรม 2. แบบบันทึกการ 2. แบบบนั ทึกการ
รถปฏบิ ตั ติ ามแผน 2. โครงการ/ เขียนรายงาน เขยี นรายงาน
วามกา้ วหนา้ ของการ กิจกรรม 3. แบบสงั เกต 3. แบบสังเกต
4. แบบตรวจสอบ 4. แบบตรวจสอบ
รถนาความรไู้ ป การนาเสนอ การนาเสนอ
รคป์ ระโยชนต์ อ่ สงั คม
รถร่วมสนทนา - สรปุ ผลการปฏบิ ตั ิ แบบสรุปผลการ สรปุ ผลการปฏบิ ตั ิ
วามคดิ เห็น วเิ คราะห์ กิจกรรม และการ ปฏิบตั ิกจิ กรรม กจิ กรรม
บตั กิ ิจกรรม เผยแพร่ และการเผยแพร่
ผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม
สึก ความคดิ เหน็ ตอ่
น ซ่ึงแสดงถึงการ
กความรบั ผิดชอบตอ่
ม
ผลงานต่อชุมชน
ระโยชน์ และคณุ ค่า
ค์งาน และถา่ ยทอดสงิ่
แบบบนั ทึกโครงส
โรงเรยี นโรงเรยี นละงูพิทย
ช้นั มัธยมศึกษำป
กจิ กรรมเพ่อื สังคม และสำธำรณประโยชน
ตัวชี้วัดคณุ ภำพผูเ้ รียน แผนกำร หน่วยกำรเรยี นรู้/ ค
กิจกรรม หนว่ ยยอ่ ย/ชว่ั โมง
15. นาความรู้ไปประยกุ ต์สรา้ งสรรค์
ประโยชน์ต่อสังคม และโลก 1
40
16. เผยแพร่ความรู้ และประสบการณ์ท่ี 2
ได้จากการลงมอื ปฏิบตั ิเพอ่ื ประโยชนต์ อ่
สังคม และโลก
16
สรำ้ งกำรจัดกิจกรรม
ยำคม อำเภอละงู จังหวดั สตูล
ปที ี่ 6 ภำคเรยี นที่ 2
น์ กำรนำองค์ควำมรไู้ ปใชบ้ ริกำรสังคม (IS3)
สำระกำรเรียนร้แู กนกลำง/ทอ้ งถ่ิน สมรรถนะสำคญั ของ
ผ้เู รยี น
ควำมรู(้ K) ทกั ษะ/กระบวนกำร(P) คุณลกั ษณะ
(A) 1. ความสามารถในการ
สอื่ สาร
1. มีวนิ ยั 2.ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการ
2.ใฝเ่ รียนรู้ แกป้ ัญหา
4.ความสามารถในการใช้
นักเรียนสามารถนาความรู้ 3.มุง่ ม่นั ในการ เทคโนโลยี
ไปประยกุ ตส์ รา้ งสรรค์ ทางาน 5. ความสามารถในการใช้
ทักษะชีวติ
- ประโยชนต์ อ่ สงั คม และ 1. ความสามารถในการ
ส่อื สาร
โลก 2.ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการ
นกั เรียนสามารถเผยแพร่ 1. มวี ินยั แกป้ ญั หา
ความรู้ และประสบการณ์ 2.ใฝเ่ รยี นรู้ 4.ความสามารถในการใช้
ท่ไี ด้จากการลงมอื ปฏบิ ตั ิ 3.มงุ่ มนั่ ในการ เทคโนโลยี
เพื่อประโยชน์ต่อสังคม ทางาน 5. ความสามารถในการใช้
- และโลก ทกั ษะชีวิต
17