ขอความคุ้มครองจากอัลเลาะห์ (3 ครั้ง เช้า-เย็น)«َامهلل ِينْفَِاع ِِفِّْنَْدَب ، ين من اآلفا ِت واألمراض ِفْمذأي: سلبدّن. ى ىلعَقاِم ِألقوْرا ِض واألسْأي:من األماعِة،َّالط“โอ้อัลเลาะห์โปรดให้ความปลอดภัยแก่ร่างกายของฉัน(ขอให้ฉันมีสุขภาพร่างกายที่ดี)หมายถึง ขอพระองค์ทรงให้ความปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ และการมีโรค ความเจ็บป่วยเรื้อรัง มนุษย์จ าเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแรง เพื่อให้สามารถท าการอิบาดะห์ต่ออัลเลาะห์ได้อย่างเต็มทีَ่امهلل ِينْفِاعَِِفِْيعْْمَس ، َامهلل ِينْفِاعَِِفْ َ َرصِيْب ، خاص بعد اعم؛ فقوهل بدّن شامل للك اجلسم، ولكن خصص هاتْي احلاستْي؛ ألنهما الطريق إىل القلب؛ الي بصالحه يصلح اجلسد َكه، وبفساده يفسد اجلسد َكه. عِف،هبالضَُّصيبُا قد يَّتعاىل ممه اهللَُعافيُيْب أنُطلَأي: يِْي،كماَبتِلك احلاستُكَدرُا ِهلل تعاىل اليت تَنِعمُِكدرُفال يانل َّيبَّأنَرَِف حدي ٍث آخ صلى الله عليه وسلم نا بأسما ِعناْتِعْمَقال: \"امهللَّ أنا\".ِوأبصارโอ้อัลเลาะห์โปรดให้ความปลอดภัยแก่การได้ยินของฉันโอ้อัลเลาะห์โปรดให้ความปลอดภัยแก่การมองของฉันเป็นการขอเจาะจงเฉพาะ (การได้ยินและการมองเห็น) หลังจากกล่าวขอแบบรวม (ร่างกาย) เพราะ 2 ประสาทสัมผัสนี้(หูและตา) เป็นทางผ่านไปสู่หัวใจ ที่มนุษย์รับเอาความรู้ ความเข้าใจและสิ่งต่าง ๆ ผ่านทางนี้ซึ่งมันล้วนมีผลต่อ ‘ความดีงามและความเสื่อมของหัวใจ เพราะหากหัวใจดีร่างกายทั้งหมดย่อมดีไปด้วยแต่หากหัวใจเสื่อมเสีย ร่างกายทั้งหมดย่อมเสื่อมตามไปด้วย ขอให้ปลอดภัยจากสิ่งที่อาจท าให้มันอ่อนแอ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ถึงขั้นที่ไม่สามารถรับรู้ความโปรดปรานของอัลเลาะห์ ซึ่งถูกรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งสอง تَْنَأَِّالإَـهٰإلَไม่มีพระเจ้าอื่นใด (ที่ถูกเคารพสักการะ โดยเที่ยงแท้) ، الนอกจากพระองค์ท่าน- 47 -
امهلل َْذِّنإْوُعَأِكَبُذَوِرْفكُْالَِمنِرْقَفْال ، โอ้อัลเลาะห์แท้จริงฉันขอความคุ้มครอง ต่อพระองค์ท่านให้พ้นจาก → ‘การปฏิเสธศรัทธา’ (หลังจากที่ได้มีศรัทธาแล้ว)และ → ‘ความยากจน’ — ทั้งในจิตใจและทรัพย์สินท่านนบี صلى الله عليه وسلم ได้กล่าวคู่กัน ซึ่งอิหม่ามอิบนุ่ล ก็อยยิม ได้กล่าวว่า ความดีนั้นมีอยู่2 ประเภท :1) ความดีในโลกหน้า ตรงข้ามกับมันคือ “การปฏิเสธศรัทธา” เพราะผู้ปฏิเสธศรัทธา ย่อมไม่มีความดีใด ๆ ในโลกหน้า และไม่ได้ส่วนแห่งความโปรดปรานใด ๆ จากอัลเลาะห์2) ความดีในโลกนี้ ตรงข้ามกับมันคือ “ความยากจน”เพราะความดีในโลกนี้อยู่ที่ทรัพย์สิน (เพราะท าให้ชีวิตในโลกนี้สุขสบาย) ดังนั้น ท่านนบี صلى الله عليه وسلم จึงขอความคุ้มครองจากทั้งสอง เพราะ“ความยากจน” เป็นสาเหตุแห่งความทุกข์และความล าบากในโลกนี้ ส่วน “ความปฏิเสธศรัทธา” เป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ทรมานและการลงโทษในโลกหน้าامهلل َْذِّنإْوُعَأِكَبُذِْربَقِْب الاَذَعِْمن ، โอ้อัลเลาะห์ ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ท่าน ให้พ้นจาก → ‘การลงโทษในหลุมฝังศพ’— ขอให้รอดพ้นจากสาเหตุที่จะน าไปสู่การลงโทษในหลุมฝังศพท่านนบี صلى الله عليه وسلم ขอความคุ้มครองจาก การลงโทษในหลุมฝังศพเพราะ หลุมฝังศพนั้น คือด่านแรกของการลงโทษในโลกหน้า มนุษย์จะรู้ชะตากรรมของตนตั้งแต่ที่นั่นว่าจะเป็นเช่นไร จะไปที่ใดต่อتَْنَأَِّالإَـهٰإلَไม่มีพระเจ้าใด (ที่ถูกสักการะโดยเที่ยงแท้) นอกจากพระองค์ท่าน” » الบทนี้อับดุรเราะห์มาน อิบนุ อะบีบักเราะห์ได้เล่าว่า เขากล่าวกับพ่อของเขาว่า: “คุณพ่อครับ ผมได้ยินท่านกล่าว (ดุอาอ์บทนี้) ทุกเช้า ท่านกล่าวซ ้า 3 ครั้งทั้งในยามเช้าและยามเย็น? (เขาจึงถามพ่อว่า เหตุใดพ่อจึงท าเช่นนั้น?)อะบู บักเราะห์กล่าวตอบว่า : “ อันที่จริง ฉันได้ยินท่านร่อซูลุลเลาะห์ صلى الله عليه وسلم ขอดุอาอ์ด้วยถ้อยค าเหล่านี้ แล้วฉันก็ชอบที่จะ (อยากที่จะ) ปฏิบัติตามแบบอย่าง (ซุนนะห์) ของท่าน صلى الله عليه وسلم“[ บันทึกโดย : อะบู ดาวู๊ด (5090) อัล-อัลบานีย์ได้ตัดสินหะดีษนี้ว่าเป็น หะดีษฎ่ออีฟ ใน اجلامع ضعيف) 1210) ]- 48 -
- นายของการขออภัยโทษ )ُدذيَس ارَفِْتغْ- ) االس “ โอ้อัลเลาะห์พระองค์ท่านเป็นพระผู้อภิบาลของฉัน ไม่มีพระเจ้าที่ถูกสักการะโดยเที่ยงแท้ นอกจากพระองค์ท่าน พระองค์ท่านทรงสร้างฉันมาฉันเป็นบ่าว (ทาสี) ของพระองค์ท่าน ฉันอยู่บนพันธะสัญญากับพระองค์ท่านและสัญญาของพระองค์ท่าน (ว่าจะให้ฉันได้เข้าสวรรค์) เท่าที่ฉันสามารถท าได้ ฉันขอป้องกัน ด้วยพระองค์ท่านจากความชั่วของสิ่งที่ฉันท า และฉันขอยอมรับในความโปรดปรานของพระองค์ท่านที่มีให้ฉัน และฉันขอสารภาพ ยอมรับในความผิดบาปของฉัน ขอ (พระองค์ท่าน) ได้โปรดอภัยโทษให้แก่ฉัน เพราะแท้ที่จริง ไม่มีผู้ใดอภัยโทษต่าง ๆ ได้ นอกจากพระองค์ท่าน (เท่านั้น) ”นี่คือ ‘ส านวนในการขออภัยโทษที่ดีที่สุด เป็นที่รักยิ่งส าหรับอัลเลาะห์ มีผลบุญมากที่สุดและหวังว่าจะได้รับการตอบรับมากที่สุด ที่ถูกเรียกว่า : “ นายของการขออภัยโทษ »ِارَفِْتغْد االسذيَ“ »سเพราะมันได้รวมไว้ซึ่งความหมายทั้งหมดของ “การเตาบะห์(กลับเนื้อกลับตัว)” และท่านร่อซูลุลเลาะห์ صلى الله عليه وسلم ยังได้อธิบายถึง ‘ผลบุญจากการกล่าวซิเกรบทนี้’ ไว้ว่า :“ ผู้ใดกล่าวมัน (บทนี้) ในเวลากลางวัน โดยมีความเชื่อมั่นในสิ่งที่กล่าว (ทั้งความหมายและผลตอบแทน)แล้วเขาได้เสียชีวิตก ่อนจะถึงเวลาเย็น เขาจะเป็นหนึ่งในชาวสวรรค์และผู้ใดกล่าวมันในเวลากลางคืน โดยมีความเชื่อมั่นในสิ่งที่กล่าว แล้วเขาได้เสียชีวิตก่อนรุ่งเช้า เขาจะเป็นหนึ่งในชาวสวรรค์ ”[ หมายถึง เขาจะเข้าสวรรค์พร้อมกับบรรดาผู้มาก่อน หรือโดยไม่ต้องผ่านการลงโทษ ] [ บันทึกโดย : อัลบุคอรีย์ (6306) ]- 49 -______________________________________* ผู้หญิงสามารถใช้ค าว่า َكُتَمَأ) ทาสีบ่าวผู้หญิง) ที่เหมาะสมกับเพศของตนได้ (แทนค าว่า َكُدْبَ( عหรือจะกล่าวตามถ้อยค าดุอาอ์ที่มีรายงานไว้ก็ได้ เพราะนางก็เป็นหนึ่งในบ่าวของอัลเลาะห์ (นักวิชาการบางท่าน เช่น อิบนุตัยมียะห์ และ อิบนุ บาซ เห็นว่าดีกว่า และเหมาะสมกว่า)เรื่องนี้เป็นเรื่องเปิดกว้าง_________ที่ถูกเรียกว่า »ِارَفِْتغْد االسذيَเพราะ« سเป็นสำนวนการขออภัยโทษที่ดีที่สุดที่มีรายงานมาจากท่านนบีصلى الله عليه وسلم
นายของการขออภัยโทษ (เช้า-เย็น)ْذيبَرتَْنَأَّمُه للَ» اَِال إَـهٰإلَّالتَْنَأِينَْتْقَلَخ“โอ้อัลเลาะห์พระองค์ท่านเป็นพระผู้อภิบาลของฉันไม่มีพระเจ้าที่ถูกสักการะโดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ท่าน พระองค์ท่านทรงสร้างฉันมา: เป็นการยอมรับว่าอัลเลาะห์ทรงเป็นเอกะ (เป็นหนึ่งเดียว) ในการเป็นพระผู้อภิบาล (รุบูบียะห์) และการเป็นพระเจ้าผู้ถูกเคารพสักการะ (อุลูฮียะห์) และในการสร้างَوَكُدْبَا عَنَأ )/كَُتَمَأ ( ، َوَِدكْهَعَىلعَاَنَأฉันเป็นบ่าว (หรือบ่าวผู้หญิง) ของพระองค์ท่าน: ยืนยันถึงการยอมจ านนและการเป็นบ่าวของอัลเลาะห์ฉันอยู่บนพันธะสัญญากับพระองค์ท่านและหนึ่งในการเป็นบ่าวที่สมบูรณ์ คือ การรักษาสัญญาที่ได้ให้ไว้กับอัลเลาะห์ ว่าจะยึดมั่นในเตาฮีด และปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ทั้งค าสั่งใช้และค าสั่งห้าม หมายถึง และฉันอยู่บนสิ่งที่ได้ให้ค ามั่นสัญญากับพระองค์ไว้ว่าจะศรัทธาในพระองค์และ บริสุทธิ์ใจในการภักดีต่อพระองค์َوتُْعَطَتْا اسَمَِدكْعَو ، ِخذ عليهُِي أَِّد الْبالعهُِة: االلزتامَّبوديُماِم العَوِمن تا، فقال: »وأنا يْهَا ون ِع أمروحي ِد والرش ََّّبااللزتاِم باتلِدك«،ْعَِدك ووْهَىلع عَمنكَُتْدَعليه، وواعكَُتْدَناه: وأنا ىلع ما اعهْعَوم.اعِة لكََّال ِص الطْ،وإخِن بكَاإليما ذيبَِّن انلِ ىلع لِساْي َْحيحما جاء ِف الصَُّوالوعد صلى الله عليه وسلم : َ« ، فأخربَةَّناجلََلَخَا د ئْيَا ِهلل شِبُِكُرش ْيَالاتََمْنَ»مِب ىلعواَّباثلَِد ا ِهلل تعاىلْعَبوٌؤِمنُمٌقذصدُهمَّبأنماذبه، وبكله اهللَُفَّما َكذبكلٌمِله، وقائمَعده،َعَو درةُِِب القسََهذا ِِبذه بكلُِزتامْفالِفه وحاجِتهْعمنه بضٌَواالستطاعِة،ويف هذا إقراره؛َالْوَِ موفيقَتلและสัญญาของพระองค์ท่าน (ว่าจะให้ฉันได้เข้าสวรรค์)เท่าที่ฉันสามารถทำได้หมายถึง สัญญาที่อัลเลาะห์ได้ทรงสัญญาไว้กับผู้ศรัทธา ดังที่มีรายงานจากท่านนบี صلى الله عليه وسلم ว่า : “ผู้ใดที่เสียชีวิตโดยไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่ออัลเลาะห์ เขาจะได้เข้าสวรรค์” [ บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ (1238) ]ท่านนบี صلى الله عليه وسلم กล่าวว่า เขาคือ ผู้ที่ศรัทธาอย่างแท้จริงและเชื่อมั่นในสัญญาของอัลเลาะห์ในผลบุญตอบแทนที่เขาจะได้จากการกระท าของเขา และเขาพยายามปฏิบัติในทุกสิ่งที่อัลเลาะห์ทรงบังคับใช้และทรงสัญญาไว้การยึดมั่นในสัญญาทั้งหมดนี้เป็นไปตามความสามารถและก าลังที่มี...เป็นการยอมรับในความอ่อนแอของตนเอง และความต้องการความช่วยเหลือ ( قِْفيْوَت ( จากอัลเลาะห์- 50 -
ْوُعَأتُْعَنا صََمذْ َش َِمنِكَبُذ ،يذِب واملعايص اليت تؤدنوُّبُ ىلع الذاملُتتبه العذابُُواملرادكِة ِف اآل ِخرةِ،َلَِن إىل الهباإلنساฉันขอป้องกัน ด้วยพระองค์ท่าน จากความชั่วของสิ่งที่ฉันทำ หมายถึง ขอให้พ้นจากการลงโทษอันเกิดจากบาปและการฝ่าฝืน ซึ่งอาจน าพาไปสู่ความหายนะในโลกหน้า (อาคิเราะห์)َعَِّتكَ َََمِِْنعبكََلُءْوُبَและฉันขอยอมรับใน (ทุก ๆ ) ความโปรดปรานของ ، أพระองค์ท่าน ที่มีให้ฉัน เมื่อพิจารณาความโปรดปรานที่พระองค์ประทานให้อย่างมากมาย นับไม่ถ้วน ท าให้เกิด ‘ความรัก และ ‘การร าลึก’ ถึงพระองค์อยู่เสมอ และมั่นใจว่าสถานะความเป็นพระเจ้าของพระองค์สูงส่งยิ่ง เกินกว่าที่จะตอบแทนในสิทธิของพระองค์ได้อย่างครบถ้วนَوْوُبَأِْيبْنَِذبُء ِسه،ِْء نفْنِع املره ِمن صَُِّب، وأنْنَّبالٌويف هذا إقرارและฉันขอสารภาพ ยอมรับในความผิดบาปของฉัน: ยอมรับในความบกพร่อง การฝ่าฝืนของตน และยอมรับว่า ตนเองบกพร่องในการขอบคุณส าหรับความโปรดปรานของพระองค์ที่มีให้ เมื่อบ่าวตรวจสอบตนเอง เขาจะเห็นถึงความบกพร่องของตน จึงเกิดความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพระองค์ และ ละอายต่อบาปที่เมื่อเทียบกับ ‘ความโปรดปรานและการปกปิดบาป’ ของพระองค์ เขาจะตระหนักถึง ‘สถานะของตนเอง’ และ มั่นใจว่า เป็นเพราะ ‘การอภัย’ และ ‘ความเมตตา’ ของพระองค์ เพราะหากไม่มีพระมหากรุณาธิคุณ การน าทาง (ةَايَهد ( ِและ การขัดเกลาจากพระองค์เขาก็ไม่มีทางได้รับสิ่งดีใด ๆ เลย อีกทั้งการอิบาดะห์ของเขาก็มิอาจคู่ควรกับพระองค์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ หรือท าให้เขาได้รับสวรรค์ไดِ้يلِْْفرْاغَف ،َفِإَالُهَّن وبَُنُّالُِفرْـغَيِإَّالتَْنَأ « ขอ (พระองค์ท่าน) ได้โปรดอภัยโทษให้แก่ฉัน เพราะแท้ที่จริงไม่มีผู้ใดอภัยโทษต่าง ๆ ได้นอกจากพระองค์ท่าน (เท่านั้น) ” : ยอมรับและสารภาพว่า ไม่มีใครอภัยบาปได้นอกจากอัลเลาะห์เนื่องจากพระองค์ทรงมีอ านาจที่สมบูรณ์ การอภัยโทษ (ةَِفرْغَ (مมาจากค าว่า رَفْ مغ) ِหมวกเหล็กที่ใช้ปิดศีรษะ ป้องกันอันตรายในสงคราม)ดังนั้น อิสติฆฟาร จึงหมายถึง “ขอพระองค์ทรงปกปิดบาป ด้วยการลบล้างมัน ไม่เอาผิด และลบผลกระทบของมัน และให้พระองค์ทรงหันสายตาของผู้คนออกจากบาปนั้น (ไม่ให้ใครเห็น)”- 51 -
ขอให้พ้นจากความกลัดกลุ้ม ทุกข์ใจ (7 ครั้ง เช้า-เย็น)«اهللَُِيبْسَحَِال إَـهٰإلَّالَوُهاهلل اك َِّف أي: ِف مجيع ما أهمين“อัลเลาะห์ทรงเพียงพอแล้วสำหรับฉัน ไม่มีพระเจ้า (ที่ถูกสักการะโดยเที่ยงแท้) นอกจากพระองค์หมายถึง: อัลเลาะห์ทรงเพียงพอส าหรับฉันในทุกสิ่งที่ท าให้ฉันกังวลใจْيَلَعتََُّّكَوَِه ت: اعتمدت ووثقت به، ِف جلب ما ينفع، ودفع ما يُض، ที่ฉันขอมอบหมายต่อพระองค์: ฉันพึ่งพาและเชื่อมั่นในพระองค์ในการน ามาซึ่งสิ่งที่เป็นประโยชน์ และป้องกันสิ่งที่เป็นโทษَوِْظيَعِْش الْرَعْالُّبَرَوُه ِم «الي هو أعظم املخلوقات. وإذا اكن رب العرش العظيم، الي وسع املخلوقات، اكن ربا ملا دونه من باب أوىل وأحرى .และพระองค์ คือ เจ้าของบัลลังก์อันยิ่งใหญ่”: บัลลังก์เป็นสิ่งถูกสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดังนั้น เมื่อพระองค์ทรงเป็นเจ้าของบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ที่กว้างใหญ่ไพศาลครอบคลุมสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย พระองค์ก็ย่อมมีสิทธิ์เป็นเจ้าของสิ่งอื่นและคู่ควรยิ่งกว่ารายงานจากอะบุด ดัรดาอ์ ว่า ท่านนบี صلى الله عليه وسلم กล่าวว่า : “ผู้ใดกล่าว (บทร าลึกนี้) ทั้งในยามเช้าและยามเย็น7 ครั้ง อัลเลาะห์จะช่วยให้เขาพ้นจาก ‘ความกลัดกลุ้ม หม่นหมอง (ทุกข์ใจ)‘ *ทั้งเรื่องในดุนยาและอาคิเราะห์”[ บันทึกโดย อิบนุ ซินนีย์]และหะดีษนี้มีรายงานว่าเป็น หะดีษเมากู๊ฟ (คือ เป็นหะดีษที่หยุดอยู่ที่ (พาดพิงถึง) ศ่อฮาบะห์) โดยอะบู ดาวู๊ดบันทึกไว้ในหนังสือสุนันของท่าน ด้วยสายรายงานที่ดี และไม่มีส่วนเพิ่มเติมที่กล่าวว่า “ทั้งเรื่องของโลกนี้และโลกหน้า” หะดีษนี้เป็นหะดีษเมากู๊ฟ หยุดอยู่ที่อะบุด ดัรดาอ์ มิได้เป็นหะดีษมัรฟัวะอ์ (ที่ยกพาดพิงถึงท่านนบี صلى الله عليه وسلم .. (แต่ถึงกระนั้น มันถือว่าอยู่ใน หุก่มของมัรฟัวะอ์* เพราะค ากล่าวเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะพูดขึ้นจากความคิดเห็นส่วนตัวได้เอง [ จากมัจญ์มัวะอ์ ฟะตาวา อิบนุ บาซ (เล่ม 26 หน้า 65) ]“ อัลเลาะห์ทรงเพียงพอแล้วส าหรับฉันไม่มีพระเจ้าที่ถูกสักการะโดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ที่ฉันขอมอบหมายต่อพระองค์ และพระองค์คือ เจ้าของบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ”(( 7 ครั้ง เช้า-เย็น)- 52 -
“ โอ้อัลเลาะห์แท้จริงฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ท่าน ให้พ้นจาก ‘ความทุกข์ใจ’ (ความกังวล)และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ท่าน ให้พ้นจาก ‘ความอ่อนแอ’ และจาก ‘ความเกียจคร้าน’และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ท่าน ให้พ้นจาก ‘ความขี้ขลาด’ และ ‘ความตระหนี่’ ”ขอให้พ้นจากต้นตอของคุณลักษณะ ที่ท าให้หมดก าลังใจท้อแท้ไม่อยากท าความดี (3 ครั้ง เช้า-เย็น)َ» اْيِّنمهلل إَأْوُِع بُذكَيِمَالهَِمنَِن وَزَاحل ، “โอ้อัลเลาะห์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ท่านให้พ้นจาก → ‘ความทุกข์ใจ (ความกังวล)’คือ ความเจ็บปวดภายในใจที่เกิดจาก \"ความคิด\" ถึงภยันตรายความเดือดร้อนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ความกังวล)(ยังไม่เกิดขึ้น แต่เรากลัวว่าจะเกิด และ มันอาจท าให้เราเดือดร้อน)และจาก → ‘ความเศร้าโศก’ คือ ความเจ็บปวดใจที่เป็นผลมาจาก \"สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว\" นักวิชาการบางท่านก็บอกว่า ทั้งสองค านี้มีความหมายเดียวกัน- 53 -
َوَِمنِكَبُذْوُعَأْجَالعَوِزِلسََالك ، และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ท่าน ให้พ้นจาก→ ‘ความอ่อนแอ’ และจาก → ‘ความเกียจคร้าน’ความต่างคือ: ○ ความอ่อนแอ คือ ไม่มีความสามารถที่จะท า ○ ความเกียจคร้าน คือ ไม่ยอมท า แม้จะมีความสามารถ َوَِمنِكَبُذْوُعَأِباجلَُوْخُابل ،ِلและฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ท่าน ให้พ้นจาก→ ‘ความขี้ขลาด’ และ → ‘ความตระหนี่’ เพราะทั้งสองอย่างนี้ท าให้คนเรา ○ ละเลยหน้าที่ที่ควร (ต้อง) ท า (นั่นคือ สิ่งที่เป็นหน้าที่ - วาญิบ) ○ ละเลยในการท าในสิทธิของอัลเลาะห์○ ไม่กล้าห้ามปรามความชั่ว (ไม่ลุกขึ้นมาห้ามสิ่งที่ผิดหรือความชั่ว)เพราะว่าการมี“ความกล้าหาญ (ไม่ขี้ขลาด) และจิตใจที่เข้มแข็ง”จะช่วยให้เรา ○ สามารถท าการเคารพภักดี(อิบาดะห์) ได้อย่างสมบูรณ์○ สามารถยืนหยัด เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกดขี่(กล้าท าความดี/ กล้าช่วยคนที่ถูกอธรรม)และ “ความไม่ตระหนี่” จะท าให้คนเราสามารถ○ ปฏิบัติต่อทรัพย์สินอย่างถูกต้อง ○ มีแรงผลักดันในการใช้จ่ายและใจกว้าง (มีน ้าใจ) (ใช้จ่ายเงินในทางที่ดี)และเมื่อมีคุณธรรม ○ ก็จะหักห้ามตนเองจากความโลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน(ไม่โลภในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง)َوِْمنِكَبُذْوُعَأَِّة ادلَبَلَِ غنْي ، َوِرْهَِل ق اَجيِالر «และฉันขอความคุ้มครองจากพระองค์ท่าน ให้พ้นจาก→ ‘ภาระหนี้สิน’ และ → ‘การกดขี่ บีบบังคับ’ ของผู้คน”หมายถึง การถูกกดขี่ และการที่คนอื่นมีอ านาจเหนือเรา โดยค าว่า 'ผู้คน' (ณ ที่นี้) หมายถึง ‘พวกอธรรม’ (ผู้มีอ านาจที่ไม่เป็นธรรม)หรือ ‘เจ้าหนี้’ (ที่ใช้อ านาจบีบบังคับ)ในดุอาอ์บทนี้ ได้รวมไว้ซึ่ง ‘การขอความคุ้มครอง’ให้พ้นจาก ต้นตอของคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ท าให้คนเราหมดก าลังใจ ท้อแท้ หรือ ลักษณะนิสัยที่บั่นทอน ขัดขวางไม่ให้คนลงมือท างาน (ทั้งงานในชีวิตประจ าวัน) หรือท าความดี ท าอิบาดะห์ [ บันทึกโดย อัส สุยูฏีย์ ในหนังสือ ِْغرياِمع الصَّ[ (2864 (اجلَ- 54 -
ความประเสริฐของการร าลึก ด้วย ‘ถ้อยค าแห่งเตาฮีด‘ ا) ْكذِ ِلل ربَوِحْتلَّمِة اك َْيِد ( “ผู้ใดกล่าวว่า ٌَالَٰإهلِْديٍَء قَْش َُذلكَ َىلعَوُهَ، وُدْماحلََُهلَوكُْلُالمَُ، هلَُهلكَْيِال َش َُهَدْحَ، واّللََُّّر إال ในวันหนึ่ง 100 ครั้งจะเทียบเท่ากับการปลดปล่อยทาส 10 คนถูกบันทึกให้เขา 100 ความดีถูกลบออกจากเขา 100 ความผิดและมันจะเป็นการปกป้องเขาจากชัยฏอน ในวันนั้น (ตลอดทั้งวัน) จนถึงเวลาเย็นและ (ในวันกิยามะห์) *จะไม่มีผู้ใดที่จะนำสิ่งใดที่ดียิ่งกว่าสิ่งที่เขานำมา นอกจากผู้ที่ทำมากกว่านั้น”[ บันทึกโดยอัลบุคอรีย์(3293) ]*และจะไม่มีผู้ใดมีการงานที่ดีกว่าผู้ที่กล่าวค านี้ นอกจากผู้ที่กล่าวค านี้มากกว่า 100 ครั้ง หรืออาจหมายถึง การร าลึกประเภทอื่น หรือด้วยการงานประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม◉ كُْلُالمَُ، هلَُهلكَْيِال َش َُهَدْحَ،واّللََُّّ إالَٰإهلَال — หมายถึง พระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่ครอบครองอ านาจโดยสมบูรณ์ ไม่มีผู้ใดคัดค้านพระองค์ได้◉ُدْماحلََُهلَو — พระองค์ คือ ผู้ทรงคู่ควรแก่การสรรเสริญมิใช่ใครอื่นนอกจากพระองค์◉ٌرِْديٍَء قَْش َُذلكَ َىلعَوُهَو — ไม่มีสิ่งใดในแผ่นดินหรือชั้นฟ้า จะท าให้พระองค์ทรงไร้อ านาจได้ (ทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดินล้วนอยู่ในการปกครองของพระองค์ทั้งสิ้น)َالَٰإهل ،اّللََُّّإال ،َُهلكَْيِال َش َُهَدْحَو،ُدْماحلََُهلَوكُْلُالمَُهلِْديٍَء قَْش َُذلكَ َىلعَوُهَوٌر“ ไม่มีพระเจ้าที่ถูกสักการะโดยเที่ยงแท้นอกจากอัลเลาะห์ แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีคู่ภาคีกับพระองค์ นาจการปกครองเป็นของพระองค์การสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ พระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง ”- อัลเลาะห์จะคุ้มครองจากชัยฏอน -- 55 -
ความประเสริฐของการตัสเบี๊ยะห์ ในยามเช้าและยามเย็น“ผู้ใดกล่าวในยามเช้าและยามเย็นว่า: َانَحْبُس ا ِهلل ِدهِْمَِِبَو 100 ครั้ง ในวันกิยามะห์จะไม่มีผู้ใดจะน าสิ่งใดที่ดีกว่าสิ่งที่เขาน ามา นอกจากผู้ที่กล่าวเหมือนที่เขากล่าว หรือ *กล่าวมากกว่าเขา” [ บันทึกโดยมุสลิม (2692) ]*เช่น กล่าวเกิน 100 ครั้ง บางท่านอธิบายว่าอาจหมายถึง ท าความดีอื่น ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากตัสเบี๊ยะห์นี้และค านี้ยังสื่อว่า การเพิ่มจ านวน ไม่ส่งผลต่อการก าหนดตัวเลขที่ระบุไว้ในหะดีษَو ِدهِْمَب : ِِเป็นการยอมรับว่าการกล่าวตัสเบี๊ยะห์นั้นแท้ที่จริงเป็นเพราะพระองค์ทรงประทานความสามารถให้กล่าวได้“ตัสเบี๊ยะห์”َانَحْبُ هلل ِا س หมายถึง การให้ความบริสุทธิ์แด่อัลเลาะห์จากสิ่งที่ไม่คู่ควรกับพระองค์เช่น การมีภาคีมีคู่ครองมีบุตร หรือสิ่งบกพร่องทั้งหลาย และพระองค์ผู้ทรงเกริกเกียรตินั้น คู่ควรแก่การสรรเสริญสดุดีด้วยกับทุกสิ่งงดงามที่คู่ควรกับพระองค์พระองค์คือ ผู้ที่คู่ควรแก่การได้รับแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ใดอื่นเทียบเท่า พระองค์ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง”“ผู้ใดกล่าวว่า ِدهِْمَِ وِِباّللََّحانْبُس ในวันหนึ่ง 100 ครั้ง ความผิดต่าง ๆ ของเขาจะถูกลบล้างแม้ว่ามันจะมากมายดุจฟองคลื่นในท้องทะเลก็ตาม” [ บันทึกโดยอัลบุคอรีย์(6405) ]ِدهِ ◉ْمَِ وِِباّللََّحانْبُس หมายถึง “ฉันสรรเสริญอัลเลาะห์ที่พระองค์ทรงให้ความสะดวกง่ายดายแก่ฉันในการกล่าวตัสเบี๊ยะห์และในการภักดีต่าง ๆ” (ตัสเบี๊ยะห์ คือ การให้ความบริสุทธิ์แด่อัลเลาะห์จากข้อบกพร่อง น่าต าหนิทั้งปวง)◉ บาปที่ถูกลบด้วยการตัสเบี๊ยะห์นั้น ส่วนใหญ่เข้าใจกันว่าเป็น บาปเล็ก — และมีความเห็นว่าอาจรวมบาปใหญ่ด้วย— แต่หมายถึง ‘บาปที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ์ของอัลเลาะห์’ ไม่ใช่สิทธิ์ของมนุษย์ เพราะสิทธิ์ของมนุษย์จะไม่ถูกลบล้าง นอกจาก จะได้ความพอใจ (ยินยอม) จากเจ้าของสิทธิ์นั้น◉ แม้ว่ามันจะ ‘มากมายดุจฟองคลื่นในทะเล’ มักใช้เป็นค าเปรียบเทียบถึง ‘บาปที่มากมายจนนับไม่ถ้วน’แม้ว่าบาปนั้นจะมากมายเพียงใดก็ตาม อัลเลาะห์ก็ยังทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่กล่าวซิเกร (บทร าลึก) นี้“มหาบริสุทธิ์แด่อัลเลาะห์และด้วยการสรรเสริญสดุดีแด่พระองค์”- 56 -
‘การศ่อละหวาต’ ของอัลเลาะห์ที่มีต่อท่านนบี يِيبَّانلة ا ِهلل َىلعََال] ص [ صلى الله عليه وسلم َคือ การที่พระองค์ทรงสรรเสริญท่านในหมู่มลาอิกะห์ชั้นสูง ดุอาอ์นี้จึงหมายถึง ‘ โปรดสรรเสริญท่านนบีในหมู่มลาอิกะห์ที่ใกล้ชิดพระองค์’ความหมาย ‘การสลาม’ ของอัลเลาะห์ที่มีต่อท่านนบี يِيبَّانلم ا ِهلل َىلعََالَ صلى الله عليه وسلم [ س ] มี 2 ทัศนะ :1) อัส-สลาม คือ พระนามหนึ่งของอัลเลาะห์ จึงหมายถึง “ขออัลเลาะห์ทรงเฝ้าดู ปกป้องและดูแลท่าน”2) มาจากค าว่า “ตัสลีม” (การให้สลาม) จึงหมายถึง “ขอให้ท่านมีความปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง”การวิงวอนขอให้ท่านนบีصلى الله عليه وسلم มีความปลอดภัย ( ة َمَالَ( سทั้งใน ‘ด้านร่างกาย’ ระหว่างที่ท่านยังมีชีวิตอยู่* (แม้ท่านจากโลกนี้ไปแล้ว เรายังสามารถขอความปลอดภัยให้ท่านได้ เพราะยังมีเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวในวันกิยามะห์ขอ ‘ความมั่นคงในศาสนา’ ‘ความปลอดภัยในหลุมฝังศพ’และ ‘ความปลอดภัยในวันกิยามะห์’ รวมถึง การวิงวอนขอให้บทบัญญัติ (ชะรีอะห์) และซุนนะห์ของท่าน ‘ได้รับการปกป้องให้ปลอดภัย’ จากผู้ที่พยายามบิดเบือน “ โอ้อัลเลาะห์ ขอพระองค์ทรงสรรเสริญ (ในหมู่มลาอิกะห์ชั้นสูง ผู้ใกล้ชิดพระองค์)และขอทรงประทานความปลอดภัย(จากภยันตรายทั้งปวง)แก่ท่านนบีมุฮัมมัดของเราด้วยเถิด ”- 57 -
อย่าปล่อยให้เช้า-เย็น ผ่านไป ~โดยไม่ได้ร าลึกถึงอัลเลาะห์ให้การเริ่มต้นวัน และ การจบวันของเราเป็นการ “ขอการปกป้อง” จากพระองค์“ทบทวน” และ “ตระหนัก” ในทุก ๆ ความโปรดปรานของพระองค์“ ในบรรดาบทรำลึก (อัซการ) ที่มีผลบุญมากที่สุด และมีผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ บรรดาดุอาอ์ที่มีหลักฐานยืนยันในยามเช้า และ ยามเย็นเพราะมันครอบคลุมทั้ง ประโยชน์และการป้องกัน ดังนั้น ผู้ใดที่อยากปลอดภัยจากภยันตรายในโลกนี้และ ได้รับความส าเร็จ (ชัยชนะ) ด้วยความดีงาม ทั้งใน ปัจจุบัน และ อนาคต เขาควรยึดมั่น และ ท ามัน ในทุกเช้า-เย็นหากเขาไม่สามารถกล่าวมันได้ทั้งหมด ก็ให้กล่าวบางส่วน (ก็ยังดี) ”: อัช เชากานีย์
บรรณานุกรม1) หนังสือ: อธิบายหนังสือ “หิศนุ้ล มุสลิม” จากบทร าลึกในอัลกุรอานและซุนนะห์ - والسنة الكتاب أذاكر من املسلم حصن شح- َผู้ประพันธ์ : อะบูมุสลิม มัจดี้บิน อับดุลวะฮ์ฮาบ อัล อะห์มัด )األمحد الوهاب عبد بن جمدي مسلم أبو)ตรวจทานและให้ค าอธิบายเพิ่มเติมโดย: ผู้ประพันธ์หนังสือ หิศนุ้ล มุสลิม ดร. สะอี๊ด อิบนุอะลีอัลเกาะห์ฏอนีย์ ) نّالقحطا وهف بن ع َبن سعيد. د)2) เว็บไซต์อัดดุร็อร อัส-สะนี่ยะห์ -َرادلَُّرالسنَِّية) - dorar.net)เป็นเว็บไซต์อิสลามที่เชี่ยวชาญในการเผยแพร่สารานุกรมทางวิชาการอิสลาม3) เว็บไซต์ของชัยค์ ดร. คอลิด อิบนุ อุษมาน อิบนุ อะลีอัสซับต์ )السبت ع َبن عثمان بن خادل. د) )khaledalsabt.com)รองศาสตราจารย์ครุศาสตร์ภาควิชาศึกษาอัลกุรอาน มหาวิทยาลัยอิหม่าม อับดุรเราะห์มาน อิบนุฟัยซ่อล เมืองอัด-ดัมมาม4) เว็บไซต์อิสลามถามตอบ IslamQA (islamqa.info) ภายใต้การดูแลของชัยค์มุฮัมมัด ซอและห์ อัล-มุนัจญิด (al-Munajjid) ซาอุดิอาระเบีย5) เว็บไซต์อิสลามเว็บ Islamweb (islamweb.net) โดยกระทรวง Awqaf และ กิจการอิสลาม ประเทศกาตาร์6) เว็บไซต์สารานุกรมหะดีษของท่านนบี)انلبوية األحاديث موسوعة) )hadeethenc.com)7) หนังสือค าอธิบายของเตาฮีด l เชคอับดุลอะซีซ อิบนุ บาซ )اتلوحيد بيان) )มูลนิธิมุนาดิยา) หน้า 61 8) เว็บไซต์อิสลามมอร์ (islammore.com) 9) ตัฟซีรอัสซะอ์ดี้ย์ -َّاتلِدييْعالسَِّْسريْ- ف10) เว็บไซต์อิสลามเฮ้าส์ (islamHouse.com) 11) บัญชีทวิตเตอร์ ดร. อับดุลอะซีซ อัชชาเยียะอ์) الشايع العزيز عبد. د) )x.com/aamshaya)รองศาสตราจารย์ภาควิชาซุนนะห์ มหาวิทยาลัยอิหม่าม มุฮัมมัด อิบนุ สุอู๊ด อัลอิสลามียะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย