The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรรณภา แสนหยุด, 2020-10-29 15:32:02

เล่ม

เล่ม

ศาสนาและลัทธใิ นทวปี
ยโุ รปและเอเชีย

ศาสนาและลทั ธใิ นทวีปยโุ รปและเอเชยี

พมิ พ์คร้ังท๑ี่
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ผู้เรียบเรียง ผู้หาข้อมูล

วรรณภา แสนหยดุ จกั รพงษ์ เทพไพฑูรย์
ธนภรณ์ คอนโพธ์ิศรี ธนวชิ ญ์ เลาหสถิตย์

ผ้ตู รวจ

ฐิติพร เกตุอุไร
วรินพร ยงยทุ ธ์
รวงขา้ ว อยชู่ ูฉาย
จกั รพงษ์ เทพไพฑูรย์

คำนำ

หนงั สีเรยี นศาสนาสากลเล่มนี้ เรยี บเรอื งขนึ้ เพ่อื สาหรบั ใชป้ ระกอบการเรียนการสอน เสรมิ
สาระท่ี 2 ศาสนา คลั ธรรม จรยิ ธรรม ในกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม ซง่ึ เนือ้ หาสาระจะละเอียดเพ่มิ มากขนึ้ กวา่ หนงั สือเรยี นสาระพืน้ ฐาน โดยเนือ้ ง ใน
สาระพนื้ ฐานจะกลา่ วเป็นภาพรวม มีไดล้ งรายละเอียดในแตล่ ะศาสนา

ทง้ั นีเ้ นือ้ หาจะกลา่ วถึงศาสนาสากลตา่ งๆ อนั เป็นศาสนาท่ีมีจานวนผนู้ บั ถือมากและเป็น
ศาสนาท่ีมีบทบาทสาคญั ของโลก และเพ่อื สะดวกแก่การทาความเขา้ ใจ การจดั กล่มุ ศาสนา
จะแบ่งไปตามภมู ิภาคซง่ึ เป็นแหลง่ กาเนดิ ของศาสนานนั้ โดยจะกลา่ วถึงประวตั ิความเป็น
ศาสนา นกิ าย พธิ ีกรรม รวมทง้ั อธิบายหลกั ธรรมสาคญั ท่ีควรศกึ ษาเรยี นรูเ้ พ่ือการทาความ
เขา้ ใจหรอื อาจนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดารงชีวติ ได้ อยา่ งไรก็ตาม เพ่อื ประโยชนอ์ ยา่ งสมบรู ณ์
ต่อการเรยี นการสอน ควรศกึ ษาคน้ ควา้ เพม่ิ เติมจากแหลง่ เรยี นรูต้ า่ งๆ ประกอบ หรอื หากมี
โอกาสควรเขา้ ไปเรยี นรูว้ ิถีชีวติ และการปฏบิ ตั ศิ าสนกิจของผนู้ บั ถือศาสนาอ่ืนตามความ
เหมาะสมกบั กาลเทศะดว้ ยก็จะเป็นประโยชนย์ ่งิ

นอกจากสาระท่ีเป็นองคค์ วามรูแ้ ลว้ ในเล่มยงั มีผลการเรยี นรูท้ ่ีคาดหวงั เพ่อื ใหท้ ราบ
วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้ คาถามประจาหน่วยการเรยี นรูเ้ พ่อื ใหผ้ อู้ ่านมีทักษะการคดิ วเิ คราะห์
ใหด้ ีมากขนึ้

หวงั เป็นอย่างย่งิ วา่ หนงั สือเล่มนี้ จะชว่ ยอานวยประโยชนใ์ นการใหท้ งั้ ความรูแ้ ละอานวย
ความสะดวกในการศกึ ษาหาความรูไ้ ดอ้ ย่างดี รวมทงั้ ทาใหผ้ อู้ ่านตระหนกั ในความสาคญั และ
เหน็ คณุ ค่าของศาสนาตา่ งๆ ท่ีเป็น เครอ่ื งมือนาทางใหผ้ นู้ บั ถือไดพ้ บกบั ความสขุ ท่ีแทจ้ รงิ ของ
ชีวิต

ผเู้ รยี บเรยี ง

สำรบญั

บทนา หนา้
ความรู้เบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั ศาสนา
• ความหมายของศาสนา 1
• องคป์ ระกอบของศาสนา 2
• การแบ่งประเภทของศาสนา 2

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑

ศาสนาในและลทั ธิความเชื่อในทวปี ยุโรป 4
4-5
• ศาสนาแบปทิสต์ 6
• ลทั ธิคาลวนิ 6
• ลทั ธิฟิ วเจอร์ริสม์ 7
• ลทั ธิเอก๊ ซ์เพรสชน่ั นิสม์
• คาถามทา้ ยหน่วย

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒

ศาสนาในและลทั ธิความเชื่อในทวปี เอเชีย

• ศาสนาพราหมณ์-อินดู 9
• พระพทุ ธศาสนา 10
• ศาสนาโซโรอสั เตอร์ 11
• ศาสนายดู า 12
• ศาสนาคริสต์ 13-14
• ศาสนาอิสลาม 15
• ศาสนาเชน 16
• ศาสนาซิกส์ 17-18
• ศาสนาบาไฮ 18-19
• ลทั ธิขงจ๊ือ 19-20
• ลทั ธิเต๋า 20-21
• ลทั ธิเซียนเทียนเตา้ 22

สำรบญั

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒

ศาสนาในและลทั ธิความเช่ือในทวปี เอเชีย

• ลทั ธิอนุตตรธรรม 23
• ลทั ธิชินโต 24
• ศาสนาเทนริเกียว 25
• ลทั ธิโอมชินริเคียว 25
26
• ลทั ธิChen Tao 26
• ลทั ธิHo No Hana 27
• ลทั ธิNeoNazi 27
• ลทั ธิช็อนโด 28
• ลทั ธิเชมนั 29
• ลทั ธิศกั ติ 30
• ความเช่ือเรื่องศาลเจา้ ฮิเอะ 31
• ความเชื่อเรื่องศาลเจา้ เมจิจิงกู 32
• คาถามทา้ ยหน่วย

บทนา
ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั ศาสนา

ความหมายของศาสนา

พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไดใ้ หค้ านิยามของคา้ วา่ ศาลนา ไวว้ า่ “ลทั ธิความ
เช่ือถือของมนุษยอ์ นั มีหลกั คือ แสดงกาเนิดและความสิ้นสุดของโลก เป็นตน้ อนั เป็นไปในฝ่ ายปรมตั ถ์
ประการหน่ึง แสดงหลกั ธรรมเกี่ยวกบั บุญบาปอนั เป็นไปในฝ่ ายศีลธรรมประการหน่ึง พร้อมท้งั ลทั ธิพิธีที่
กระท้งั หามความเห็นหรือตามค่าสัง่ สอนในความเช่ือถือน้นั ๆ” ศาสนาจึงมีความหมายในลกั ษณะต่างๆ ด้งั
ตอ่ ไปน้ี

๑.ตรงกบั ภาษาองั กฤษวา่ "Religion" มาจากคาในภาษาละตินวา่ "Religio" แปลวา่ "สัมพนั ธ์"
หรือ "ผกู พนั " ซ่ึงหมายถึง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ บั พระเจา้ " (Man and God) หรือ
“ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ บั เทพเจา้ " (Man and God) ดว้ ยการมอบศรัทธาบูชาพระเจา้ หรือเทพ
เจา้ ผมู้ ีอานาจ เหนือตน และความเคารพยาเกรงศรัทธาดงั กล่าวประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ ๔ ประการ ดงั น้ี

๑.เช่ือวา่ พระเจา้ ทรงสร้างสรรพส่ิงท้งั หลายท้งั ปวงในจกั รวาล
๒.เช่ือวา่ คาสอนดา้ นศีลธรรมและกฎหมายเป็นส่ิงที่พระเจา้ หรือเทพเจา้ ทรงกาหนด
๓. เชื่อคาสอนของพระเจา้ หรือเทพเจา้ โดยไมต่ อ้ งพิสูจน์
๔.อุทิศตนแตพ่ ระเจา้ หรือเทพเจา้

๒.ศาสนามาจากศพั ทเ์ ดิมในภาษาสนั สกฤตวา่ "ศาสน” ตรงกบั คาในภาษาบาลีวา่ "สาสน" แปลวา่
“ตวั สง่ั สอน" หรือ "การปกครอง” โดยมีความหมายตามลาดบั ดงั ตอ่ ไปน้ี
คาสัง่ สอน แยกไดเ้ ป็นค่าสัง่ อนั หมายถึงขอ้ หา้ มทาความชวั่ ท่ีเรียกวา่ ศีลหรือวนิ ยั และเป็น "คาสอน" อนั
หมายถึง

• คาสัง่ สอน แยกไดเ้ ป็นค่าส่ัง อนั หมายถึงขอ้ หา้ มทาความชว่ั ท่ีเรียกวา่ ศีลหรือวนิ ยั
และเป็น "คาสอน" อนั หมายถึงคาแนะนาใหท้ าความดีท่ีเรียกวา่ ธรรม เมื่อรวม คาสั่ง"
และ “คาสอน" เขา้ ดว้ ยกนั จึงหมายถึง ศีลธรรม นนั่ คือ มีท้งั ขอ้ หา้ มทาความชวั่ และ
คาแนะนาใหท้ าความดี

• การปกครอง หมายถึง การปกครองจิตใจของตนเอง ควบคุมดูแลตนเอง กล่าว
ตกั เตือนตนเองอยเู่ สมอ และรับผดิ ชอบการกระทาของตนเอง 1บุคคลผสู้ ามารถบงั คบั
จิตใจของตนไดย้ อ่ มจะไมท่ าความชวั่ ท้งั ในท่ีลบั และที่แจง้

1

องค์ประกอบของศาสนา

๑. ศาสดา คือ ผกู้ ่อต้งั ศาสนา ยกเวน้ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาชินโต ท่ีไม่มีศาสดา
๒. คมั ภรี ์ศาสนา คือ ท่ีรองรับหลกั ธรรมคาสอนในศาสนาน้นั
๓. นักบวช คือ ผปู้ ฏิบตั ิศาสนกิจสืบต่อหลกั คาสอน หรือเผยแผศ่ าสนา
๔. ศาสนสถาน คือ สถานที่สาคญั ของศาสนาหรือปูชนียสถาน
๕. สัญลกั ษณ์ คือ เครื่องแสดงออกของศาสนาท้งั ดา้ นพธิ ีกรรมและปูชนียวตั ถุ หากมี
องคป์ ระกอบไม่ครบท้งั ๕ ประการ จดั วา่ เป็น "ลทั ธิ"

2. การแบ่งประเภทาของศาสนา

๑) การแบ่งตามลกั ษณะของศาสนา
๑.๑) เอกเทวนิยม ศาสนาประเภทนบั ถือพระเป็นเจา้ พระองคเ์ ดียว ไดแ้ ก่

ศาสนายตู าห์ คริสตศ์ าสนา ศาสนาอิสลาม และศาสนาสิข
๑.๒) พหูเทวนิยม ศาสนาประเภทนบั ถือพระเป็นเจา้ หรือเทพเจา้ หลายองค์

ไดแ้ ก่ ศาสนาชินโตและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
๑.๓) เทวนิยม ศาสนาประเภทนบั ถือพระเป็นเจา้ ไดแ้ ก่ ศาสนาเต๋าและศาสนา
๑.๔) อเทวนิยม ศาสนาประเภทไม่เช่ือวา่ พระเป็นเจา้ หรือเทพเจา้ ทรงสร้าง

โลก ไดแ้ ก่ ศาสนาโซโรอสั เตอร์เช่น พระพุทธศาสนา และศาสนาขงจ๊ือ

2

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๑

ศาสนาในและลัทธิความเชอ่ื ในทวีปยโุ รป


โรปเป็นภูมิภาคป็นทวปี ที่ประเทศหลากหลายในดา้ นศิลปะ และความงามตวั อยา่ งเช่นประเทศ
ฝร่ังเศส เยอรมนั และองั กฤษ ท่ีเป็นเมืองแห่งศลิ ปะ เจึงมีความเช่ือท่ีเกียวกบั ศิลปะค่อยขา้ งมากเราขอ
พาทุกท่านมารู้เก่ียวกบั ความเชื่อต่างๆในทวปี ยโุ รป
3

ศาสนาแบปทิสต์

ศาสนาแบปทิสต์ หรือ แบบ๊ ติสต์ (ศพั ทโ์ ปรเตสแตนต)์
เป็นนิกายในศาสนาคริสตฝ์ ่ ายโปรเตสแตนต์ ช่ือของนิกายน้ี
มาจากหลกั ปฏิบตั ิที่ปฏิเสธการทาพิธีบพั ติศมาแก่ทารก แต่
ยอมรับเฉพาะพธิ ีบพั ติศมาแก่ผเู้ ช่ือเท่าน้นั
คณะแบปทิสตก์ าเนิดข้ึนในระหวา่ งการปฏิรูปศาสนาฝ่ าย
โปรเตสแตนตใ์ นประเทศองั กฤษราวคริสตศ์ ตวรรษท่ี 17
จากน้นั จึงแพร่ไปทวั่ ยโุ รปเหนือ และทวปี อ่ืน ๆ ตามลาดบั
ในปี ค.ศ. 2008 พนั ธมิตรแบปทิสตโ์ ลกรายงานวา่ มีสมาชิก
อยทู่ ้งั สิ้นกวา่ 41 ลา้ นคน และมีคริสตจกั รกวา่ 150,000 แห่ง
ในสงั กดั

ลทั ธิคาลวนิ

ลทั ธิคาลวนิ ขนบปฏิรูป หรือ เทววทิ ยาปฏิรูป เป็นเทววทิ ยาศาสนาคริสตน์ ิกายโปรเตสแตนต์ ท่ีถือแนวคา
สอนและการปฏิบตั ิตามการตีความของฌอ็ ง กาลแวง็ และนกั เทววทิ ยาอ่ืน ๆ ช่วงการปฏิรูปศาสนา ลทั ธิคาลวิ
นแตกหกั กบั คริสตจกั รโรมนั คาทอลิก จึงนบั เป็นฝ่ ายโปรเตสแตนต์ แตก่ ต็ า่ งจากโปรเตสแตนตส์ ายอื่น ๆ เช่น ลู
เทอแรน ในประเดน็ ตา่ ง ๆ เช่น พระเยซูในพิธีมหาสนิทศกั ด์ิสิทธ์ิ หลกั บงั คบั ในการนมสั การ การบงั คบั ใชก้ ฎของ

พระเจา้ กบั คริสตชน การเรียกเทววทิ ยาสายน้ีวา่ "ลทั ธิคาลวนิ " คอ่ นขา้ งคลาดเคล่ือน เพราะในความเป็ นจริง เป็น
เทววทิ ยาที่มีแนวคิดหลากหลาย ไม่ไดจ้ ากดั เฉพาะกบั ฌอ็ ง กาลแวง็ ผกู้ ่อต้งั เพียงคนเดียว นกั เทววทิ ยากลุ่มน้ีถูก
ฝ่ ายลูเทอแรนเรียกวา่ "ลทั ธิคาลวนิ " แต่ในภายในสายมกั ใชค้ าวา่ คณะปฏิรูป มากกวา่ นบั แต่มีการโตแ้ ยง้
อาร์มิเนียน ฝ่ ายปฏิรูปก็แบ่งออกเป็นสองสาย คือ สายคาลวนิ และ สายอาร์มิเนียน แต่ปัจจุบนั มกั ใชค้ าวา่ คณะ
ปฏิรูป ในเชิงไวพจน์กบั ลทั ธิคาลวนิ มากกวา่

นกั เทววทิ ยาสายปฏิรูปที่มีบทบาทสาคญั ในยคุ ตน้ ๆ ไดแ้ ก่ ฌอ็ ง กาลแวง็ มาร์ทิน บูเคอร์ ไฮน์ริช บุลลิง
เงอร์ และปี เอโตร มาร์ตีเร แวร์มิกลี จุดเด่นของลทั ธิคาลวนิ มีอยู่ 5 ประเด็น ท่ีเป็นที่รู้จกั ท่ีสุดคือความเช่ือเร่ือง
เทวลิขิตและมนุษยเ์ ส่ือมทรามโดยสิ้นเชิง
ประเดน็ 5 ขอ้ ของลทั ธิคาลวนิ ไดแ้ ก่

4

นกั เทววทิ ยาสายปฏิรูปที่มีบทบาทสาคญั ในยคุ ตน้ ๆ ไดแ้ ก่ ฌอ็ ง กาลแวง็ มาร์ทิน บูเคอร์ ไฮนร์ ิช บุลลิง
เงอร์ และปี เอโตร มาร์ตีเร แวร์มิกลี จุดเด่นของลทั ธิคาลวนิ มีอยู่ 5 ประเดน็ ที่เป็นที่รู้จกั ที่สุดคือความเชื่อเร่ือง
เทวลิขิตและมนุษยเ์ สื่อมทรามโดยสิ้นเชิง
ประเดน็ 5 ขอ้ ของลทั ธิคาลวนิ ไดแ้ ก่

• ความเสื่อมทรามโดยสิ้นเชิง - เช่ือในหลกั เรื่องบาปกาเนิด
วา่ มนุษยโ์ ดยธรรมชาติเป็นคนชว่ั ร้ายหมด จึงไม่มีใครจะถึง
ความรอดไดเ้ อง

• การทรงเลือกโดยปราศจากเง่ือนไข - พระเจา้ ไดเ้ ลือกผทู้ ่ี
จะไดอ้ ยบู่ นสวรรคแ์ ละอยใู่ นนรกไวแ้ ลว้ ความเช่ือ การ
กระทาใด ๆ กต็ าม ไม่มีผลต่อความรอด ดว้ ยเหตุผลตามขอ้
แรก

• การไถ่บาปอยา่ งจากดั - พระทรมานของพระเยซูเป็นไป
เพือ่ ผทู้ ี่ถูกเลือกใหอ้ ยบู่ นสวรรคแ์ ลว้ เท่าน้นั ไม่รวมถึงผทู้ ่ี
ไม่ไดท้ รงเลือก

• พระคุณท่ีไม่อาจขดั ขวางได้ - การท่ีผเู้ ชื่อเริ่มเช่ือในพระ
เจา้ ไม่ไดเ้ ป็นเพราะผนู้ ้นั แต่เป็นเพราะพระเจา้

• การทรงพิทกั ษร์ ักษาวสิ ุทธิชน - เมื่อเป็นธรรมกิ ชนไดร้ ับ
ความรอดแลว้ กจ็ ะไดร้ ับความรอดตลอดไป ไม่มีเส่ือม

5

ลทั ธิฟิวเจอรร์ สิ ม์ (Futurism)

เป็นศิลปะที่เกิดข้ึนในประเทศอิตาลี โดยศิลปิ น
ชาวอิตาเลียน แนวคิดของศิลปะไมเ่ กี่ยวกบั เร่ืองสตรีเพศ
ไม่สนใจภาพเปลือย ความงามที่ถือวา่ เป็นแนวทางการ
ทางานของลทั ธิน้ี คือ เร่ืองของความเร็ว วทิ ยาศาสตร์
เทคนิควชิ าการตา่ งๆ ศิลปิ นลทั ธิฟิ วเจอร์ริสมน์ ้ี ไม่เห็น
ดว้ ยกบั ความคิดเฟ้อฝัน หรือการหยดุ นิ่งอยกู่ บั ที่ จะมี
แรงบนั ดาลใจเกี่ยวกบั ความงามจากเครื่องไฟฟ้า รถยนต์
หรือเคร่ืองบิน นอกจากน้ียงั ยดึ หลกั 2 ประการ คือ ความ
เคล่ือนไหวของร่างกายในอวกาศ และความเคล่ือนไหว
ของวญิ ญานในร่างกาย

หรืออาจกล่าวไดว้ า่ เป็นศิลปะท่ียดึ เอาทฤษฎี เกี่ยวกบั พลงั ความเคลื่อนไหวท่ีรุนแรง โดยไดแ้ สดง
ออกมาดว้ ยวธิ ีเขียนภาพที่เตม็ ไปดว้ ยความเคลื่อนไหว ความอึกทึกครึกโครม ความสบั สน อลหมา่ น

ศิลปิ นท่ีสาคญั เช่น คาร์โล คาร์รา (ค.ศ. 1881-1966) อุมแบร์โต บอ็ คโชนี (ค.ศ. 1882-1916) จิอา
โคโม แบลลา เป็นตน้

ลทั ธเิ อ๊กซเ์ พรสชน่ั นิสม์ (Expressionism)

ลทั ธิเอก๊ ซ์เพรสชน่ั นิสม์ (Expressionism)
ศิลปะแบบเอก็ ซ์เพรสชนั นิสม์ เกิดข้ึนทางเหนือของยโุ รป โดยท่ีศูนยก์ ลางอยทู่ ่ีประเทศ

เยอรมนั ศิลปะแนวน้ี ไดร้ ับอิทธิพลจากศิลปิ นสาคญั 2 คนคือ Vincent Van Gogh และศิลปิ น
ชาว Norwegian ที่ชื่อ Edvard Munch ซ่ึงท้งั สองคนน้ี ใชส้ ีที่รุนแรง และเกินความเป็นจริง โดยเนน้ ความพอใจ
ของศิลปิ นเป็นหลกั ไมย่ ดึ ถือ กฏเกณฑ์ และธรรมเนียมใดๆในอดีตเลย สีท่ีใชน้ ้นั จะสื่อถึงพลงั ท่ีถูกบีบค้นั
บงั คบั กดดนั ที่อยใู่ นความรู้สึกนึกคิด ของจิตใจคน เป็นการปดปล่อยอารมณ์ผา่ นสี และฝี แปรงท่ีใหค้ วามรู้สึก
ท่ีแขง็ ๆ ดิบ รุนแรง

ศิลปิ นท่ีสาคญั ช่น เอด็ วาร์ด มุนช์ (Edvard Munch, ค.ศ. 1863-1944) ฟรัชซ์ มาร์ค (Franz
Marc, ค.ศ. 1880-1916) วาสสิล่ี แคนดินสกี (Wassily Kandinsky, ค.ศ. 1866-1944) เป็นตน้

6

คาถามท้ายหนว่ ย

จุดเด่นของพระพุทธศาสนา คืออะไร
ตอบ สอนใหใ้ ชส้ ติปัญญาในการแกป้ ัญหา
ประมุขของศาสนาคริสตน์ ิกายโรมนั คาทอลิก คือใคร
ตอบ สนั ตะปาปา
สถานท่ีกาเนิดของศาสนาอิสลาม คือท่ีใด
ตอบ ซาอุดิอาระเบีย
ศาสนาคริสตก์ าเนิดที่ใด
ตอบ อิสราเอล
ศาสดาของศาสนาอิสลาม คือใคร
ตอบ พระนบีมุฮมั มดั
ขอ้ ใดมีเฉพาะในศาสนาพราหมณ์
ตอบ การแบ่งวรรณะ
โมกษะในศาสนาฮินดูหมายถึงอะไร
ตอบ อิสระจากสังสารวฏั คือวงจรแห่งการเกิดและตาย
ศาสนายดู าห์มีพระเจา้ สูงสุดคือใคร
ตอบ พระยาหเ์ วห์
ผทู้ ี่นบั ถือศาสนาคริสตน์ ิกายโรมนั คาทอลิก เรียกตนเองวา่ อยา่ งไร
ตอบ คริสตงั
คณะแบปทิสตก์ าเนิดข้ึนในช่วงใด
ตอบ กาเนิดข้ึนในระหวา่ งการปฏิรูปศาสนาฝ่ ายโปรเตสแตนตใ์ นประเทศองั กฤษราว
คริสตศ์ ตวรรษที่ 17

7

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒

ศาสนาในและลทั ธคิ วามเชื่อในทวปี เอเชยี

เอ เชียเป็นภูมิภาคใหญ่ที่มีการสร้างสรรคอ์ ารยธรรมมาอยา่ งยาวนาน ประกอบดว้ ย ประเทศอุซเบกิส

ถาน เติร์กเมนิสถาน ทาจิกิสถาน คีร์กีซสถาน คาซคั สถานจีน ญี่ป่ ุน กาหลีเหนือ เกาหลีใตแ้ ละอื่นอีก
มากมายซ้ึงมีระยะความเป็นมาหลายพนั ปี ดงั น้นั ทวปี น้ีจึงเกิดความหลากหลายทางศาสนาและความเชื่อต่าง
ตามพ้นื ท่ีอยอู่ าศยั เรามาทาความรู้จกั กบั ความเชื่อและลทั ธิศาสนาต่างในทวปี น้ีกนั

8

ศาสนาพราหมณ-์ ฮินดู

ศาสนาฮินดู หรือในเอกสารภาษาไทยนิยมใชค้ าวา่ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นศาสนาหน่ึงในกลุ่มศาสนา
อินเดีย และเป็นธรรมะหรือแนวทางการใชช้ ีวติ ของผคู้ น ที่เป็นที่นบั ถืออยา่ งแพร่หลายในอนุทวปี อินเดียและ
บางส่วนในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะบนเกาะบาหลี เป็นท่ียอมรับกนั ทว่ั ไปวา่ เป็ นศาสนาที่เก่าแก่ท่ีสุด
ในโลก ศาสนิกชนและนกั วชิ าการบางกลุ่มเรียกศาสนาฮินดูวา่ เป็น "สนาตนธรรม" หรือหนทางนิรันดร์ชว่ั
ประวตั ิศาสตร์ของมนุษยชาติ นกั วชิ าการมกั มองศาสนาฮินดูวา่ เป็นการผสมผสานของ หรือสังเคราะห์มาจาก
วฒั นธรรม จารีต และประเพณีอนั หลากหลายในอนุทวปี อินเดีย ท่ีมีรากฐานหลากหลาย และไม่มีศาสดาหรือผู้
ริเร่ิมต้งั ศาสนา "การสงั เคราะห์ศาสนาฮินดู" น้ีเร่ิมมีข้ึนระหวา่ งราว 500 ปี ก่อนคริสตกาล ถึงคริสตศ์ กั ราช 300
ภายหลงั การสิ้นสุดลงของยคุ พระเวท (1500 ถึง 500 ก่อนคริสตกาล), และเจริญรุ่งเรืองในอินเดียสมยั กลางไป
พร้อมกบั การเส่ือมของศาสนาพุทธในอนุทวปี อินเดีย

ศาสนาฮินดูถือเป็นศาสนาที่มีผนู้ บั ถือมากท่ีสุดในโลกเป็นอนั ดบั ท่ี 3 มีศาสนิกชนซ่ึงเรียกวา่ ชาวฮินดู อยู่
ราว 1.15 พนั ลา้ นคน หรือ 15-16% ของประชากรโลก ศาสนาฮินดูมีผนู้ บั ถือมากที่สุดในอินเดีย, เนปาล และ
มอริเชียส นอกจากน้ียงั เป็นศาสนาหลกั ในจงั หวดั บาหลี อินโดนีเซียเช่นกนั ชุมชนฮินดูขนาดใหญย่ งั พบไดใ้ น
แคริบเบียน, เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต,้ อเมริกาเหนือ, ยโุ รป, แอฟริกา และประเทศอ่ืน ๆ
จุดมุ่งหมายสูงสุดโมกษะ คือ การหลุดพน้ จากการเวยี นวา่ ยตายเกิด เช่นเดียวกบั ศาสนาพทุ ธ ถือวา่ เป็นหลกั ความ
ดีสูงสุด ดงั คาสอนของศาสนาฮินดูสอนวา่ "ผใู้ ดรู้แจง้ ในอาตมนั ของตนวา่ เป็นหลกั อาตมนั ของโลกพรหมแลว้ ผู้
น้นั ยอ่ มพน้ จากสงั สาระการเวยี นวา่ ย ตาย เกิด และจะไมป่ ฏิสนธิอีก"

9

ศาสนาพุทธ

พระพุทธศาสนา หรือ ศาสนาพทุ ธ เป็นศาสนาที่มี
พระพุทธเจา้ เป็นศาสดา มีพระธรรมที่พระองคต์ รัสรู้ชอบดว้ ย
พระองคเ์ อง และตรัสสอนไวเ้ ป็นหลกั คาสอนสาคญั มีพระสงฆ์
(ภิกษุ ภิกษุณี) สาวกผตู้ ดั สินใจออกบวชเพอ่ื ศึกษาปฏิบตั ิตนตาม
คาสง่ั สอน ธรรม-วนิ ยั ของพระบรมศาสดา เพอ่ื บรรลุสู่จุดหมาย
คือพระนิพพาน และสร้างสงั ฆะ เป็นชุมชนเพอ่ื สืบทอดคาสอน
ของพระบรมศาสดา รวมเรียกวา่ พระรัตนตรัย1 นอกจากน้ีใน
พระพทุ ธศาสนา ยงั ประกอบคาสอนสาหรับการดารงชีวติ ที่ดีงาม
สาหรับผทู้ ี่ยงั ไมอ่ อกบวช (คฤหสั ถ์ - อุบาสก และอุบาสิกา) ซ่ึง
หากรวมประเภทบุคคลท่ีท่ีนบั ถือและศึกษาปฏิบตั ิตนตามคาส่งั
สอนของพระบรมศาสดา แลว้ จะจาแนกไดเ้ ป็น 4 ประเภท คือ
ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา หรือที่เรียกวา่ พทุ ธบริษทั 4

ศาสนาพทุ ธเป็นศาสนาอเทวนิยม ปฏิเสธการมีอยขู่ องพระเป็นเจา้ หรือพระผสู้ ร้าง และเช่ือในศกั ยภาพของ
มนุษย์ วา่ ทุกคนสามารถพฒั นาจิตใจ ไปสู่ความเป็นมนุษยท์ ี่สมบูรณ์ได้ ดว้ ยความเพียรของตน กล่าวคือ ศาสนาพุทธ
สอนใหม้ นุษยบ์ นั ดาลชีวติ ของตนเอง ดว้ ยผลแห่งการกระทาของตน ตาม กฎแห่งกรรม มิไดม้ าจากการออ้ นวอนขอจาก
พระเป็นเจา้ และสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ินอกกาย คือ ใหพ้ ่งึ ตนเอง เพ่อื พาตวั เองออกจากกอง ทุกข์ มีจุดมงุ่ หมายคือการสอนให้
มนุษยห์ ลุดพน้ จากความทุกขท์ ้งั ปวงในโลกดว้ ยวธิ ีการสร้าง ปัญญา ในการอยกู่ บั ความทุกขอ์ ยา่ งรเู้ท่าทนั ตามความเป็น
จริง วตั ถุประสงคส์ ูงสุดของศาสนาคือการหลุดพน้ จากความทุกขท์ ้งั ปวงและวฏั จกั รการเวยี นวา่ ยตายเกดิ เช่นเดียวกบั ที่
พระศาสดาทรงหลุดพน้ ไดด้ ว้ ยกาลงั สติปัญญาและความเพยี รของพระองคเ์ อง ในฐานะที่พระองคก์ ็ทรงเปน็ มนุษย์ มิใช่
เทพเจา้ หรือทูตของพระเจา้ องคใ์ ด

ปัจจุบนั ศาสนาพุทธไดเ้ ผยแผไ่ ปทวั่ โลก โดยมีจานวนผู้
นบั ถือส่วนใหญอ่ ยใู่ นทวปี เอเชีย ท้งั ในเอเชียกลาง เอเชีย
ตะวนั ออก และเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ปัจจุบนั ศาสนาพทุ ธ
ไดม้ ีผนู้ บั ถือกระจายไปทว่ั โลก ประมาณ 700 ลา้ นคน ดว้ ยมีผู้
นบั ถือในหลายประเทศ ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาสากล

คมั ภีร์ 10

เรียกวา่ "พระไตรปิ ฎก" ซ่ึงสามารถแยกออกไดเ้ ป็น 3 หมวด
หลกั ไดแ้ ก่
พระวนิ ัยปิ ฎก วา่ ดว้ ยวนิ ยั หรือศีลของภิกษุ ภิกษุณี
พระสุตตันตปิ ฎก วา่ ดว้ ยพระธรรมทวั่ ไป และเรื่องราวต่าง ๆ
พระอภธิ รรมปิ ฎก วา่ ดว้ ยธรรมะท่ีเป็นปรมตั ถธ์ รรม หรือธรรมะ
ท่ีแสดงถึงสภาวะลว้ น ๆ ไมม่ ีการสมมุติ

ศาสนาโซโรอัสเตอร์

ศาสนาโซโรอสั เตอร์ หรือ มาซดะยสั เป็นศาสนาและปรัชญาศาสนาอิหร่านเอกเทวนิยมโบราณอยา่ งหน่ึง
เคยเป็นศาสนาแห่งรัฐจกั รวรรดิอะคีเมนิด พาร์เธียและแซสซานิด ประมาณจานวนศาสนิกโซโรอสั เตอร์ทวั่ โลก
ปัจจุบนั อยรู่ ะหวา่ งประมาณ 145,000 คนเมื่อประมาณ ค.ศ. 2000 ถึง 2.6 ลา้ นคนในการประมาณหลงั ๆ

ศาสนาโซโรอสั เตอร์เกิดในภูมิภาคตะวนั ออกของจกั รวรรดิเปอร์เซียโบราณ เม่ือนกั ปรัชญาศาสนา โซ
โรอสั เตอร์ ปรับปวงเทพเจา้ อิหร่านช่วงตน้ ใหง้ ่ายข้ึน[1] เป็นสองฝ่ ายคา้ นกนั คือ วสิ ัยจิตกา้ วหนา้ และ วสิ ัยจิต
ทาลายลา้ ง ภายใตพ้ ระเป็นเจา้ พระองคเ์ ดียว อาหุรามสั ดา

ความคิดของโซโรอสั เตอร์นาสู่ศาสนาทางการซ่ึงใชช้ ่ือของเขาเม่ือราวศตวรรษท่ี 6 ก่อนคริสตกาล และมี
อิทธิพลต่อศาสนาอื่นต่อมาซ่ึงรวมศาสนายดู าห์ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และไญยนิยม

11

ศาสนายดู า

ศาสนายดู าห์ หรือศาสนายวิ คือวถิ ีชีวติ ปรัชญา และศาสนาประเภทเอกเทวนิยม ตามความเชื่อของชาวยวิ มี

ตน้ กาเนิดในคมั ภีร์ฮีบรู (หรือคมั ภีร์ทานคั ) รวมถึงคมั ภีร์ช้นั หลงั เช่น คมั ภีร์ทาลมุด ศาสนิกชนยดู าห์ถือวา่ วถิ ีน้ี
เป็นพนั ธสญั ญาระหวา่ งพระยาห์เวห์กบั วงศว์ านอิสราเอล ศาสนายดู าห์แบบรับบีถือวา่ พระยาห์เวห์ไดป้ ระทาน
ธรรมบญั ญตั ิที่เรียกวา่ คมั ภีร์โทราห์แก่โมเสสท่ีภูเขาซีนาย

ศาสนายดู าห์มีพระเจา้ สูงสุด คือ พระยาห์เวห์ โดยชาวยวิ มีความเช่ือวา่ พระเจา้ ทรงสร้างโลกและมนุษยค์ ูแ่ รก
เมื่อประมาณ 4,000 ปี ก่อนคริสตกาล และถือวา่ โมเสสคือศาสดา ใหก้ าเนิดศาสนายดู าห์เม่ือประมาณ 2,000 ปี ก่อน

คริสตกาล และยงั มีบุคคลสาคญั เช่น อบั ราฮมั อิสอคั ยาโคบ ยดู าห์ ผเู้ ผยพระวจนะท่านอ่ืน ๆ อกี จานวนมาก ฯลฯ

เป็นตน้ ศาสนายดู าห์มีความเป็นมายาวนานกวา่ สี่พนั ปี (นบั จากสมยั อบั ราฮมั ) จึงถือเป็นศาสนาเอกเทวนิยมที่
เก่าแก่ที่สุดท่ียงั ดารงอยใู่ นปัจจุบนั ในคมั ภีร์ทานคั ที่เขียนข้ึนในยคุ หลงั เช่น หนงั สือเอสเธอร์ เรียกชาวฮีบรูหรือ
วงศว์ านอิสราเอลวา่ ชาวยวิ คมั ภีร์ของศาสนายดู าห์ยงั มีอิทธิพลอยา่ งมากต่อกลุ่มศาสนาอบั ราฮมั ยคุ หลงั ดว้ ย คือ

ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และศาสนาบาไฮ รวมท้งั มีอิทธิพลตอ่ จริยธรรมและระบบซีวลิ ลอวต์ ะวนั ตกท้งั
ทางตรงและทางออ้ ม

ชาวยวิ เป็นกลุ่มชาติพนั ธุ์ศาสนา ซ่ึงหมายรวมท้งั ท่ีเป็นชาวยวิ โดยกาเนิดและและคนที่เขา้ รีตยวิ ในปี ค.ศ.
2010 ประชากรยวิ ทวั่ โลกมีอยปู่ ระมาณ 13.4 ลา้ นคน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 0.2 ของประชากรโลกท้งั หมด
ชาวยวิ 42% อาศยั อยทู่ ี่ประเทศอิสราเอล อีก 42% อาศยั อยทู่ ี่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา ที่เหลือส่วนมาก

อาศยั อยใู่ นทวปี ยโุ รขบวนการศาสนายดู าห์ท่ีใหญท่ ี่สุดคือศาสนายดู าห์ออร์ทอดอกซ์ ศาสนายดู าห์อนุรักษนิยม

และศาสนายดู าห์ปฏิรูป แตล่ ะกลุ่มมีการตีความธรรมบญั ญตั ิแตกตา่ งกนั ไปศาสนายดู าห์ออร์ทอดอกซ์ถือวา่ คมั ภีร์

โทราห์และธรรมบญั ญตั ิมาจากพระเป็นเจา้ เป็นนิรันดร์ เปลี่ยนแปลงไมไ่ ด้ จึงตอ้ งถือปฏิบตั ิตามอยา่ งเคร่งครัด

ศาสนายดู าห์อนุรักษนิยมและศาสนายดู าห์ปฏิรูปจะมีแนวคิดแบบเสรีนิยมมากกวา่ ศาสนายดู าห์ปฏิรูปถือวา่ ธรรม

บญั ญตั ิตา่ ง ๆ เป็นแนวทางปฏิบตั ิทว่ั ไป ไม่ใช่ขอ้ บงั คบั หรือพนั ธะ การตีความคาสอนและขอ้ บญั ญตั ิต่าง ๆ ใน
ศาสนายดู าห์ไม่เป็นสิทธ์ิขาดแก่บุคคลหรือองคก์ ารใดโดยเฉพาะ แตย่ ดึ ตามตวั บทในพระคมั ภีร์และตามแตร่ ับบี

หรือนกั วชิ าการจะตีความกนั โดยเฉพาะ 12

ศาสนาครสิ ต์

ศาสนาคริสต์ ราชบณั ฑิตยสถานเรียกวา่ คริสตศ์ าสนา เป็นศาสนาประเภทเอกเทวนิยม ท่ีมีพ้ืนฐานมาจาก
ชีวติ และการสอนของพระเยซูตามที่ปรากฏในพระวรสารในสารบบ และงานเขียนพนั ธสัญญาใหม่อื่น ๆ ผนู้ บั
ถือศาสนาคริสตเ์ รียกวา่ คริสตศ์ าสนิกชนหรือคริสตชนคริสตศ์ าสนิกชนเช่ือวา่ พระเยซูคือพระเมสสิยาห์ที่
พยากรณ์ไวใ้ นคมั ภีร์ฮีบรู ซ่ึงในศาสนาคริสตเ์ รียก "พนั ธสญั ญาเดิม" พ้ืนฐานเทววทิ ยาศาสนาคริสตน์ ้นั แสดง
ออกมาในหลกั ขอ้ เชื่อสากล ท่ีมีมาต้งั แต่ศาสนาคริสตย์ คุ แรก และเป็นที่ยอมรับอยา่ งกวา้ งขวางในบรรดา
คริสตศ์ าสนิกชน การประกาศความเชื่อน้ีมีอยวู่ า่ พระเยซูทรงรับพระทรมาน สิ้นพระชนม์ และถูกฝังไว้ ก่อนจะ
คืนพระชนมเ์ พือ่ ใหช้ ีวติ นิรันดร์แก่ผทู้ ี่เช่ือในพระองคแ์ ละไวว้ างใจวา่ พระองคเ์ ป็นผไู้ ถ่บาป พวกเขายงั เชื่ออีกวา่
พระเยซูเสดจ็ ข้ึนสู่สวรรค์ ที่ซ่ึงพระองคท์ รงควบคุมและปกครองรวมกบั พระเจา้ พระบิดา นิกายส่วนใหญ่สอนวา่
พระเยซูจะกลบั มาพิพากษามนุษยท์ ุกคน ท้งั คนเป็นและคนตาย และใหช้ ีวติ นิรันดร์แก่สาวกของพระองค์
พระองคท์ รงถูกมองวา่ เป็นแบบอยา่ งของชีวติ อนั ดีงาม และเป็นท้งั ผเู้ ผยพระวจนะและเป็นพระเจา้ ลงมารับสภาพ
มนุษย์

ช่วงตน้ คริสตศ์ ตวรรษท่ี 21 ศาสนาคริสตม์ ีศาสนิกชนประมาณ 2.4 พนั ลา้ นคนทว่ั โลก คิดเป็นประมาณ
33% หรือหน่ึงในสี่ถึงหน่ึงในสามของประชากรโลก และเป็นศาสนาท่ีมีผนู้ บั ถือมากที่สุดในโลก ท้งั ยงั เป็น
ศาสนาประจาชาติในหลายประเทศ

ศาสนาคริสตแ์ บ่งออกเป็น 3 นิกายใหญ่

1) นิกายออร์ทอดอกซ์ แปลวา่ ถูกตอ้ งและด้งั เดิม

ปฏิบตั ิตามหลกั การของศาสนาคริสตใ์ นยคุ แรกเร่ิมโดยถือวา่
คริสตจกั รออร์ทอดอกซ์เป็นคริสตจกั รแทจ้ ริงเพียงหน่ึงเดียวท่ี
ก่อต้งั โดยพระเยซู โดยสืบเนื่องมาจากลูกศิษยช์ ุดแรกของพระ
เยซูคริสต์ มีศาสนิกชนส่วนใหญอ่ าศยั อยใู่ นบรรดาประเทศใน
ภูมิภาคยโุ รปตะวนั ออก เช่น กรีซ รัสเซีย โรมาเนีย ยเู ครน
บลั แกเรีย เช็ก สโลวกั มาซิโดเนีย ฯลฯ มีผนู้ บั ถือนิกายน้ี
ประมาณ 300 ลา้ นคน คริสตจกั รออร์ทอดอกซ์แบง่ การปกครอง
เป็นคริสตจกั รส่วนๆ แตล่ ะคริสตจกั รมีสงั ฆราชคนหน่งึ เป็น
ประมุข

13

2) นิกายโรมนั คาทอลกิ แปลวา่ สากลเดิม ก็เป็นส่วนหน่ึงของนิกายออร์ทอดอกซ์ท่ียดึ มนั่ ใน

หลกั คาสอนของพระเยซูคริสต์ เคารพพระนางมารียแ์ ละนกั บุญตา่ งๆ ภายในโบสถข์ องนิกายน้ีจะมีรูป
เคารพพระเยซูคริสต์ พระแม่มารีย์ และนกั บุญตา่ งๆ มีศูนยก์ ลางการปกครองอยทู่ ่ีนครรฐั วาติกนั มีพระ
สนั ตะปาปาเป็นประมุข โดยอา้ งวา่ สืบทอดมาต้งั แต่สมยั ลูกศิษยค์ นโตของพระเยซู คือนกั บุญปี เตอร์เป็น
พระสันตะปาปาพระองคแ์ รก ซ่ึงไดส้ ืบทอดมาถึงพระสนั ตะปาปาฟรานซิส องคป์ ัจจุบนั เป็นคนที่ 266
นิกายโรมนั คาทอลิกมีนกั บวชเรียกวา่ บาทหลวง และสมาชิกคณะนกั บวชคาทอลิก นิกายน้ีถอื วา่
บาทหลวงเป็นส่ือกลางระหวา่ งพระเจา้ และมนุษย์ มศี าสนิกผนู้ บั ถือนิกายน้ีประมาณ 1,200 ลา้ นคน

3) นิกายโปรเตสแตนต์ แปลวา่ คดั คา้ น แยกตวั มาจากนิกายโรมนั คาทอลิกใน พ.ศ.2072 เป็น

นิกายท่ีถือวา่ ศรัทธาของแตล่ ะคนท่ีมีตอ่ พระเจา้ สาคญั กวา่ พิธีกรรม ซ่ึงยงั แตกยอ่ ยออกเป็นหลายร้อยคณะ
เนื่องจากมีความเห็นแตกต่างในประเดน็ ปลีกยอ่ ยท่ีกล่าวถึงในคมั ภีร์ไบเบิล และการปฏบิ ตั ิในพธิ ีกรรม
นิกายน้ีไมม่ ีนกั บวชเพราะเชื่อวา่ ทุกคนสามารถเขา้ ถึงพระเจา้ ไดโ้ ดยมติ อ้ งอาศยั บาทหลวง มีเพยี งคน
ธรรมดาที่เป็นนกั เทศนค์ อยให้คาปรึกษากบั ผูเ้ ช่ือ

14

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาสาคญั ศาสนาหน่ึงของโลก เป็นศาสนาประเภทเอกเทวนิยม นบั ถือพระเจา้ องค์เดียว
คือ พระอลั ลอฮ์ โดยมีทา่ นนบีมฮุ มั มดั เป็ นศาสดา และเป็นผปู้ ระกาศศาสนา ศาสนาอิสลาม ไมม่ ีพระหรือนกั บวช
เพือ่ ทาหนา้ ที่ประกอบพิธีกรรม และเผยแผศ่ าสนาโดยเฉพาะ เช่น อิหม่ามกเ็ ป็นเพียงผนู้ าในการนมสั การพระเจา้
เทา่ น้นั มิใช่พระที่ทาหนา้ ท่ีเป็นกลางระหวา่ งพระเจา้ กบั มนุษย์

ผนู้ บั ถือ ศาสนาอิสลาม เรียกวา่ “ มุสลิม ” มุสลิม ทุกคน
ตอ้ งปฏิบตั ิศาสนากิจเหมือนกนั หมด จึงไมม่ ีนกั บวช และมิได
แบง่ แยกแนวทางปฏิบตั ิ ระหวา่ งศาสนิกชนกบั นกั บวช แมแ้ ต่
บุคคลที่ไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็น อิหมา่ ม หรือ ทา่ น
จุฬาราชมนตรี กถ็ ือวา่ เป็นผนู้ าทางศาสนกิจ และผนู้ ามุสลิมใน
ประเทศไทยเท่าน้นั มิไดม้ ีฐานะเป็นผนู้ านกั บวชแต่อยา่ งใด

คมั ภีร์

คมั ภีร์ทาง ศาสนาอิสลาม เรียกวา่ คมั ภีร์อลั -กุรอาน คมั ภีร์น้ี
ถือวา่ เป็นวจนะของพระเจา้ ท่ีไดป้ ระทานแก่มวลมนุษยผ์ า่ นทางท่าน
ศาสดานบีมุฮมั มดั ซ่ึงเป็นบุคคลที่พระเจา้ อลั ลอฮท์ รงเลือกใหท้ า
หนา้ ท่ีประกาศศาสนา และเป็นผนู้ าในการปฏิบตั ิศาสนกิจตามคา
สอนของพระองค์ พระอลั ลอฮป์ ระทานคมั ภีร์แก่ท่านศาสดาโดยการ
ดลใจ การทาใหเ้ ห็นภาพเวลาตกอยใู่ นภวงั ค์ และการส่งเทวทูตมา
พร้อมกบั โองการ ทา่ นศาสดาไดร้ ับโองการจากพระอลั ลอฮเ์ ป็น
ระยะๆ ร่วมเวลาท้งั สิ้น 23 ปี เม่ือไดร้ ับโองการมากใ็ หส้ าวกจดจารึก
ลงบนหิน หนงั สัตว์ และอ่ืนๆ เก็บไว้

คมั ภีร์อลั -กุรอาน แปลวา่ คมั ภีร์สาธยายมนต์ มี 30 ภาค 114 บท เป็นแนวทางการปฏิบตั ิสาหรับบุคคลและสังคม
มีคาสอนเกี่ยวกบั การทาความดี การดาเนินชีวติ อยรู่ ่วมกนั การแต่งงาน ความตาย อาชีพ การทามาหากิน รวมท้งั มีเรื่อง
การเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย และสงั คมไวอ้ ยา่ งครบถว้ น

ภาษาท่ีใชบ้ นั ทึกคมั ภีร์อลั -กุรอาน คือ ภาษาอาหรับ ขอ้ ความในคมั ภีร์เป็นภาษาที่ไพเราะ มิใช่ร้อยแกว้ และมิใช่
ร้อยกรอง แตก่ ็มีสมั ผสั ในแบบของตวั เอง คมั ภีร์แบง่ ออกเป็น 114 บท แต่ละบทแบ่งเป็นโองการหรือวรรค มีท้งั หมด
6,000 โองการ ปัจจุบนั น้ีไดม้ ีการแปล คมั ภีร์อลั -กุรอาน เป็นภาษาตา่ งๆ ทวั่ โลก ชาว มุสลิม ถือวา่ คมั ภีร์น้ีเป็นสิ่ง
ศกั ด์ิสิทธ์ิ เพราะทุกคา ทุกตวั อกั ษร เกิดจากพระอลั ลอฮ์ และเป็นความจริงที่บริสุทธ์ิ และเป็นธรรมนูญสาหรับชีวติ

15

ศาสนาเชน

ศาสนาเชน, ชนะ หรือ ชินะเป็นศาสนาเก่าแก่ของอินเดีย เป็นหน่ึงในลทั ธิสาคญั ท้งั หก ท่ีเกิดร่วม
สมยั กบั พระโคตมพทุ ธเจา้ คาวา่ เชน หรือ ไชนะ มาจากภาษาสนั สกฤต "ไชนะ" อนั แปลวา่ ผชู้ นะ และ

สามารถลุยขา้ มสายน้าแห่งการเวยี นวา่ ยตายเกิดได้ ศาสนาเชนเช่ือวา่ เป็นศาสนาท่ีเป็นนิรันดร์ ("sanatan") มี
ประวตั ิศาสตร์มายาวนานต้งั แต่สมยั ตีรถงั กรท้งั 24 องคท์ ี่ผา่ นมา ซ่ึงมี "พระอาทินาถ" เป็นองคแ์ รกในวงจร
จกั รวาลน้ี (อวสานปิ ณี) เม่ือราวหลายลา้ นลา้ นลา้ นปี มาแลว้ ตีรถงั กรองคท์ ี่ 23 คือ "พระปารศวนาถ" มีชีวติ
อยรู่ าว 800 ปี ก่อนคริสตกาล และตีรถงั กรองคส์ ุดทา้ ยและองคป์ ัจจุบนั ในจกั รวาลน้ี "พระมหาวรี ะ"เป็นองค์
ที่ 24 มีชีวติ อยรู่ าว 500 ปี ก่อนคริสตกาล

หลกั การสาคญั ของศาสนาเชนคือหลกั อหิงสา อปริเคราะห์ และการถือพรตนิยม ) ศาสนิกชนที่
เคร่งจะถือปฏิญญา 5 ประการ คือ อหิงสา (รุนแรง), สตั ยะ (ความจริง), อสตียะ (ไม่ลกั
ขโมย), พรหมจรรย์ (การถือพรหมจรรย)์ และอปริเคราะห์ (ความไม่ยดึ ติด) หลกั การเหล่าน้ีนาไปสู่
วฒั นธรรมเชนที่มีลกั ษณะเฉพาะหลายประการ

โดยเฉพาะการทานมงั สวริ ัติ เพอ่ื ป้องกนั การทาลายสัตวต์ ่าง ๆ และรบกวนวงจรชีวติ ของมนั ศาสนา
เชนมีคติพจน์วา่ "ปรัสปโรปัครโห ชีวานาม" อนั แปลวา่ หนา้ ที่ของสิ่งมีชีวติ หน่ึงคือการช่วยเหลือกนั และกนั
และมีบทสวดมนตพ์ ้ืนฐานที่สุดคือ "ณโมการมนตร์" ศาสนาเชนแบ่งออกเป็นสองสาขาเก่าแก่หลกั ๆ
คือ ทิคมั พร และ เศวตามพร และยงั มีสาขายอ่ ยแตกออกไปอีกมากมายในช่วงคริสตส์ หสั วรรษท่ี 2 ท้งั สอง
นิกายน้ีมีมุมมองท่ีต่างกนั หลายประเดน็ โดยเฉพาะ การบาเพญ็ ทุกรกิริยา, เพศ และ คมั ภีร์เล่มใดท่ีจะยดึ เป็น
คมั ภีร์หลกั กลาง

ศาสนาเชนมีศาสนิกชนประมาณ 4-5 ลา้ นคน ส่วนมากอยใู่ นประเทศอินเดีย ส่วนนอ้ ยนอกอินเดีย

ไดแ้ ก่ แคนาดา ยโุ รป เคนยา สหราชอาณาจกั ร ฮ่องกง ซูรินาเม ฟิ จิ และ สหรัฐอเมริกา เทศกาลสาคญั ๆ ใน

ศาสนาเชน เช่น Paryushana และ Daslakshana, มหาวรี ชยนั ตี และ ทีปาวลีแบบเชน 16

ศาสนาซกิ ส์

ศาสนาสิข (ปัญจาบ) ศาสนาสิข หรือศาสนาซิกข์ เป็นศาสนาสาคญั หน่ึงของโลก โดยคาวา่ สิ
ขมาจากภาษาสันสกฤต Sikh แปลวา่ แนวทางหรือแบบแผน ศาสนาซิกขเ์ ป็นศาสนาอินเดียท่ีมีตน้
กาเนิดในแควน้ ปัญจาบ ทางตอนเหนือของอนุทวีปอินเดียในราวคริสตศ์ ตวรรษท่ี 15 โดยคุรุศาสดา
พระองคแ์ รก คุรุนานกั และถูกนิยามวา่ เป็นท้งั ศาสนาเอกเทวนิยม และ พหุเทวนิยม

ศาสดา

ศาสดา หรือ คุรุ แห่งศาสนาซิกขม์ ี 10 ท่าน ต่อจากน้นั ศาสดาองคท์ ่ี 10 (คุรุโควนิ ทส์ ิงห์) ได้

ประกาศใหถ้ ือพระคมั ภีร์ (คุรุกรันตสาหิบ) เป็นศาสดาตลอดกาลแทน และไม่มีการแต่งตง้ั ศาสดา

ต่อไปอีก ยกเวน้ นิกายนามธารีที่มีการนบั คุรุศาสดาต่อ รายนามของคุรุศาสดาที่เป็นที่นบั ถือท้งั 10

ท่าน ไดแ้ ก่ 1. ครุ ุนานกั (Guru Nanak)

2. ครุ ุองั คตั (Guru Angat)

3. ครุ ุอมรทาส (Guru Amar Das)

4. ครุ ุรามทาส (Guru Ram Das)

5. ครุ ุอรชนุ (Guru Arjan)

6. ครุ ุหรโคพนิ ท์ (Guru Har Gobind)

7. ครุ ุหรราย (Guru Har Rai)

8. ครุ ุหรกิศนั (Guru Har Krishan)

9. ครุ ุเตฆบ์ ะฮาดรุ (Guru Tegh Bahadur)

10. ครุ ุโควินทสิงห์ (Guru Gobind Singh)

11. ครุ ุครนั ถสาหพิ (Guru Granth Sahib)

17

หลงั สิ้นสุดสมยั ของคุรุโควนิ ทสิงห์แลว้ ท่านคุรุโควนิ ทส์ ิงห์ไดแ้ ตง่ ต้งั ให้ มหาคมั ภีร์ ครุ ุกรนั ต
สาหบิ หรอื ครุ ุครนั ถซ์ าฮบิ (Guru Granth Sahib) เป็นครุ ุศาสดาอมตะตลอดไป กลา่ วคือจะไมม่ ีการตงั้ ครุ ุ
ศาสดาเป็นบคุ คลอีก แตจ่ ะใหย้ ดึ ถือพระคมั ภีรเ์ ป็นครุ ุศาสดาตลอดกาล

คัมภรี ์
สาหรับชาวซิกขแ์ ลว้ มีคมั ภีร์หลกั สาคญั เพียงหน่ึงเดียวเทา่ น้นั คือ ครุ ุกรนั ตสาหบิ หรอื ครุ ุครนั ถซ์ าฮิบ

(Guru Granth Sahib) บางครงั้ ก็เรียกอีกช่ือวา่ อาทิกรนั ตะ หรอื อาทิ ครนั ถ์ ตามกาลภาพจรงิ ๆ แลว้ “อาทิ
กรนั ตะ” (แปลตรงตวั วา่ ฉบบั แรก) หมายถึงคมั ภีรช์ นิ้ แรกท่ีเขียนขนึ้ โดยครุ ุอรชนุ เม่ือ ค.ศ. 1604สว่ นครุ ุ
กรนั ตสาหบิ หมายถึงคมั ภีรร์ ุน่ สดุ ทา้ ยท่ีเพ่มิ เตมิ และรวบรวมจนสมบรู ณโ์ ดยครุ ุโควินทสงิ ห์

ศาสนาบาไฮ

ศาสนาบา ฮหรือ ลทั ธิบา ฮ ออกเสียงตามอกั ษรวา่ บะฮา
อี (เป็นศาสนาท่ีสอนคุณคา่ อนั เป็นสาระสาคญั ของศาสนาท้งั
ปวง และเอกภาพของผคู้ นท้งั ปวง พระบะฮาอุลลอฮก์ ่อต้งั
ข้ึนในปี 1863 โดยเร่ิมตน้ เติบโตในแถบเปอร์เซียและ
บางส่วนของตะวนั ออกกลาง ท่ีซ่ึงมีการลงโทษศาสนิกชนอยู่
ตลอดนบั ต้งั แต่การต้งั ศาสนา มีการประมาณการณ์วา่ มีผนู้ บั
ถือศาสนาบาไฮอยรู่ าว 5 ถึง 8 ลา้ นคน เรียกวา่ ศาสนิกชน
บาไฮ กระจายอยตู่ ามประเทศและเขตการปกครองส่วนใหญ่
ของโลก

ศาสนาบาไฮมีบุคคลสาคญั อยสู่ ามบุคคล คือ พระบาบ (1819–1850) ท่ีเชื่อวา่ เป็นผนู้ าขา่ วดีมาประกาศ สอนวา่ พระ
เป็นเจา้ จะทรงส่งผเู้ ผยพระวจนะเช่นเดียวกบั พระเยซูหรือมูฮมั หมดั มา ในทา้ ยที่สุด พระบาบไดถ้ ูกเจา้ หนา้ ท่ีของอิหร่าน
ลงโทษในปี 1850 ผซู้ ่ึงอา้ งวา่ เป็นศาสดาพยากรณ์ในปี 1863 และสุดทา้ ยถูกขบั ไล่และจาคุกเป็นเวลาส่วนใหญ่ของช่วง
ชีวติ เขาเขา และบุตรชายของบาฮาอุลเลาะห์ พระอบั ดุลบะฮาอ์ (1844–1921) ผถู้ ูกปล่อยเป็นอิสระจากการจองจาในปี
1908 และเดินทางไปสอนความเชื่อตามในยโุ รปและอเมริกา ภายหลงั การเสียชีวติ ของท่านในปี 1921 หลานชายของ
ท่าน (1897–1957) ไดข้ ้ึนดารงตาแหน่งผนู้ าของบาไฮ ทุก ๆ ปี ชาวบาไฮทว่ั โลกจะมีการเลือกต้งั สภาจิตวญิ ญาณระดบั
ทอ้ งถ่ิน ภูมิภาค และประจาชาติ และทุก ๆ หา้ ปี สมาชิกทุกคนของสภาจิตวญิ ญาณประจาชาติจะเลือกต้งั ผแู้ ทนสภา
ยตุ ิธรรมสากล ประกอบดว้ ยสมาชิกเกา้ คน ผเู้ ป็นผดู้ ูแลสูงสุดของชุมชนบาไฮทว่ั โลก ต้งั อยทู่ ี่เมืองไฮฟา ประเทศ
อิสราเอล ใกลก้ บั สกั การสถานพระบาบ

18

คาสอนของบาไฮมีหลายส่วนท่ีคลา้ ยคึงกบั คาสอนของศาสนาเอกเทวนิยมอื่น: พระเป็นเจา้ มีอยพู่ ระองค์
เดียว และทรงมีพลงั อานาจสูงสุด อยา่ งไรก็ตาม บาฮาอุลเลาะห์ไดส้ อนวา่ ศาสนาน้นั จะถูกเปิ ดเผยออกตามลาดบั
และอยา่ งกา้ วหนา้ โดยพระผสู้ าแดงองคข์ องพระเป็นเจา้ คือศาสดาศาสนาหลกั ของโลก โดยมีพระโคตมพุทธเจา้ ,
พระเยซู และมุฮมั มดั เป็นองคล์ ่าสุด ตามดว้ ยพระบาบและพระบะฮาอุลลอฮ์ ศาสนาบาไฮเช่ือวา่ ศาสนาหลกั ของ
โลกลว้ นมีความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั ในเชิงเป้าหมายในระดบั พ้ืนฐาน แต่มีความตา่ งกนั ท่ีการปฏิบตั ิและการ
ตีความ ศาสนาบาไฮยงั ใหค้ วามสาคญั สูงมากกบั เอกภาพของมนุษยชาติ, การแสดงออกอยา่ งเปิ ดเผยซ่ึงการไม่
ยอมรับการเหยยี ดสีผวิ และ ชาตินิยม ทุกกรณี ใจกลางของคาสอนบาไฮคือเป้าหมายของการเกิดนิวเวลิ ดอ์ อร์เดอร์ท่ี
สามารถยนื ยนั ซ่ึงความเจริญรุ่งเรืองของทุกชาติ สีผวิ ความเช่ือ และชนช้นั

จดหมายต่าง ๆ ท่ีเขียนโดยบาฮาอุลเลาะห์สนทนากบั ผคู้ นต่าง ๆ รวมถึงประมุขของรัฐบางรัฐ ไดถ้ ูกรวบรวม
และเผยแพร่เป็นงานหลกั กลางของวรรณกรรมบาไฮ ซ่ึงรวมถึงงานเขียนโดยบุตรของบาฮาอุลเลาะห์ พระอบั ดุลบะ
ฮาอ์ และ พระบาบ ผมู้ าก่อนบาฮาอุลเลาะห์ วรรณกรรมชิ้นสาคญั ของบาไฮไดแ้ ก่ คีตาบอี ัคดัส, คีตาบีอีคาน, คาถาม
บางประการท่ีทราบคาตอบแล้ว และ ปวงผ้ทู ลายอรุณทอแสง

ลัทธขิ งจื๊อ

ขงจื๊อ ; ภาษาไทยมีเรียกกนั หลายช่ือ เช่น ขงฟ่ ูจ่ือ ขงบรม
ครูจื่อ ข่งชิว) (ตามธรรมเนียม, 8 กนั ยายน 551 – 479 ปี ก่อน ค.ศ.)
หรือ วนั ที่ 27 เดือน 8 (八月廿七日) ตามปฏิทินทาง
จนั ทรคติของจีน ช่ือรอง จง้ หนี เป็นนกั คิดและนกั ปรัชญาสังคมท่ีมี
ช่ือเสียงของจีน คาสอนของขงจ๊ือน้นั ฝังรากอิทธิพลลึกลงไปใน
สงั คมเอเชียตะวนั ออกมาเป็นเวลาถึง 20 ศตวรรษ หลกั ปรัชญาของ
ขงจื๊อน้นั เนน้ เกี่ยวกบั ศีลธรรมส่วนตวั และศีลธรรมในการปกครอง
ความถูกตอ้ งเหมาะสมของความสมั พนั ธ์ในสงั คม และ ความ
ยตุ ิธรรมและบริสุทธ์ิใจ

ก่อนสิ้นใจหลงั จากน้นั ขงจื๊อไดท้ ิง้ ทา้ ยขอ้ ความไวก้ บั ซ่ือคง
ไวว้ า่ "ขนุ เขาตอ้ งพงั ทลาย ขื่อคานแขง็ แรงปานใด สุดทา้ ยตอ้ งพงั ลง
มา เหมือนเช่น บณั ฑิตท่ีสุดทา้ ยตอ้ งร่วงโรย"

19

หลกั แนวความคดิ ของขงจือ้ แบง่ ระบบความคดิ ไดห้ ลายสว่ น หากเป็นระบบความคดิ เร่อื งความสมั พนั ธใ์ น
ครอบครวั ขงจือ้ มีแนวความคดิ ท่ีวา่ ครอบครวั เป็นรากฐานของสงั คม ครอบครวั จงึ เป็นหนว่ ยของสงั คมท่ีสาคญั ท่ีสดุ
ทกุ คนตา่ งมีหนา้ ท่ีความรบั ผิดชอบของตวั เอง สงั คมจะดไี ดห้ ากมีครอบครวั ท่ีดี รฐั บาลตอ้ งทาใหป้ ระชาชนเช่ือ
และศรทั ธา ผมู้ ีอานาจตอ้ งมีความเดด็ ขาด รูจ้ กั ใชอ้ านาจ เป็นแบบอยา่ งท่ีดีแกป่ ระชาชนในการปกครองคน ตอ้ งมี
ศีลธรรม มีความยตุ ธิ รรม ขงจือ้ ไดเ้ คยอธิบายไวว้ า่ ความยตุ ธิ รรมเป็นบรรทดั ฐานของศีลธรรมซง่ึ เป็นสว่ นสาคญั ใน
การดาเนินชีวติ ของสงั คม ตอ้ งรูจ้ กั ใหอ้ ภยั กนั ตอ้ งรูจ้ กั ประเมนิ ตนเอง เร่ืองท่ีตวั เองทาไดก้ ็ควรทา เร่ืองท่ีทาไมไ่ ดก้ ็
ควรยกใหค้ นอ่ืนทา ในเร่อื งของแนวคดิ เร่ืองความตาย ขงจือ้ มไิ ดพ้ ดู ถึงโลกหลงั ความตายหรอื โลกหนา้ แตข่ งจือ้ เช่ือ
วา่ มีสวรรคเ์ บอื้ งบนคอยสอดสอ่ งดแู ล เราอยู่ “ผใู้ ดทาผิด สวรรคย์ อ่ มลงโทษ” หลายคนคงเคยไดย้ ินประโยคนี้ ซ่งึ น่ี
เป็นหลกั คณุ ธรรมของขงจือ้ ระบบคณุ ธรรมนีม้ าจากความเช่ือโบราณของชาวจีนท่ีวา่ มีสวรรคอ์ ยู่เหนือโลกมนษุ ย์
คอยดแู ลปกปอ้ งมนษุ ย์ กษัตรยิ ์ เป็นโอรสของสวรรค์ หากไมป่ ระพฤตติ นใหอ้ ยใู่ นศีลธรรม สวรรคก์ ็จะลงโทษ หาก
ทกุ คนประพฤติ ปฏิบตั ดิ ใี นขณะท่ีมีชีวิตอยู่ สงั คมก็จะเกิดความสงบสขุ

แทจ้ รงิ แลว้ ขงจือ้ ไดเ้ ขียนปรชั ญา หรอื วรรณคดชี นั้ สงู ไวม้ ากมาย มีทงั้ ปรชั ญาการเมือง การดารงชีวิตในการอยู่
รว่ มกนั การเขา้ สงั คม การทาความเขา้ ใจกบั โลก แก่นแทข้ องขงจือ้ คือการปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั โลกโดยการศกึ ษา รูจ้ กั
ปรบั ปรุงตวั เอง รูจ้ กั หนา้ ท่ี ออ่ นนอ้ มถอ่ มตน เม่ือทกุ คนสามารถปรบั ปรุงตนเองได้ ก็จะชว่ ยปรบั ปรุงแกไ้ ขสงั คมได้
สงั คมจะเป็นระเบียบเรียบรอ้ ย

ลทั ธิเตา๋

ลทั ธิเต๋า หรือ ศาสนาเต๋า เป็นปรัชญาและศาสนาท่ีมีตน้ กาเนิดในประเทศจีน เนน้ การใชช้ ีวติ กลมกลืนกบั เต๋า ซ่ึง
เป็นแนวคิดหลกั ในสานกั ปรัชญาจีนส่วนใหญ่ แต่ในศาสนาเต๋า เต๋าหมายถึงตน้ กาเนิด แบบแผน และสารัตถะของ
สรรพส่ิง ไม่เนน้ เร่ืองพธิ ีกรรมซบั ซอ้ นและระเบียบสังคมอยา่ งลทั ธิขงจื๊อ แมล้ ทั ธิเต๋าในแต่ละนิกายจะมีคาสอน
ดา้ นจริยธรรมแตกตา่ งกนั แตโ่ ดยทวั่ ไปเนน้ หลกั การเดียวกนั คือ "อู๋เวย่ " หรือ ความไร้เจตนา ความเป็นธรรมชาติ
และความเรียบง่าย กบั สมบตั ิสามประการ ไดแ้ ก่ 慈 ความเมตตา 儉 ความมธั ยสั ถ์ และ 不敢為天下先
ความอ่อนนอ้ มถ่อมตน

ศาสนาเต๋ากาเนิดข้ึนราวศตวรรษท่ี ๔ ก่อนคริสตศ์ กั ราชโดยรับแนวคิดทางจกั รวาลวทิ ยาจากสานกั ยนิ หยาง
และแนวปฏิบตั ิตนใหส้ อดคลอ้ งกบั วฏั จกั รของธรรมชาติตามคมั ภีร์อ้ีจิง ตอ่ มาใชเ้ ตา้ เต๋อจิงของเล่าจื๊อและคมั ภีร์
จวงจื๊อเป็นคมั ภีร์หลกั ประจาศาสนา ถึงสมยั ราชวงศฮ์ น่ั ลทั ธิเต๋าในจก๊ ก๊กเริ่มมีองคก์ รและพิธีกรรมเป็ นระบบ จนถึง
ปัจจุบนั ศาสนาเต๋าแบ่งเป็น 2 นิกายหลกั คือ สานกั ฉวนเจินและสานกั เจิง้ อี

20

หลงั สมยั ของเลา่ จือ๊ และจวงจือ๊ มีการจดั สารบบวรรณกรรมศาสนาเตา๋ ตา่ ง ๆ จนไดเ้ ป็นคมั ภีรเ์ ตา้ จงั้ และ
พมิ พเ์ ผยแพรต่ ามรบั ส่งั ของจกั รพรรดจิ ีน และเป็นศาสนาประจาชาตจิ ีนมาตลอดจนหลงั ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 17 จงึ
ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นอปุ ถมั ภข์ องราชสานกั

ปัจจบุ นั ศาสนาเตา๋ เป็นหน่งึ ในหา้ ศาสนาท่ีไดร้ บั การรบั รองอยา่ งเป็นทางการในประเทศจีนและประเทศ
ไตห้ วนั แมศ้ าสนานีจ้ ะไมแ่ พรห่ ลายนอกประเทศจีนนกั แตก่ ็พบวา่ มีศาสนกิ ชนจานวนหน่งึ ในฮอ่ งกง มาเก๊า และ
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้

แนวทาง

เล่าจ้ือเช่ือวา่ พลงั อานาจของจกั รวาลท่ีเรียกวา่ เต๋า หรือแนวทาง )ช้ีนาทุกส่ิงทุกอยา่ ง ส่ิงมีชีวติ ท้งั หมด
ยกเวน้ มนุษย์ อาศยั อยอู่ ยา่ งสอดคลอ้ งกบั พลงั น้ี มนุษยโ์ ตแ้ ยง้ เก่ียวกบั คาถามถึงความถูกตอ้ งและความผดิ ตาม
คาสอนของเล่าจ้ือ ขอ้ โตแ้ ยง้ ดงั กล่าวไม่มีจุดหมาย ความสมั พนั ธ์กบั ธรรมชาติและความสัมพนั ธ์ซ่ึงกนั และกนั
มนุษยแ์ ตล่ ะคนตอ้ งคน้ หาวถิ ีทางเฉพาะตวั หรือ เต๋า เพอ่ื ปฏิบตั ิตาม แต่ละคนควรเรียนรู้ที่จะอยดู่ ว้ ยความเป็ น
อนั หน่ึงเดียวกนั หรือขอ้ ตกลง กบั ธรรมชาติและดว้ ยความรู้สึกภายในของเขาหรือเธอ

เล่าจ้ือและสานุศิษยข์ องเขาก็เก่ียวขอ้ งกบั การจดั ระเบียบทางธรรมชาติมากกวา่ การจดั ระเบียบสงั คม ตามคา
สอนของเต๋าถา้ แตล่ ะคนสามารถหาวธิ ีการของแต่ละบุคคลของเขาหรือเธอและเรียนรู้ที่จะมีชีวติ อยดู่ ว้ ยความ
กลมกลืนกบั ธรรมชาติ คร้ันแลว้ การจดั ระเบียบสงั คมจะติดตามมา ดงั ที่เล่าจ้ือกล่าววา่ "ผคู้ นควรจะอ่ิมอกอ่ิมใจ
ในความเรียบง่ายในชีวติ ประจาวนั ของพวกเขาดว้ ยความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั และไม่อยใู่ ตอ้ านาจของความ
อยาก (ตณั หา)"

21

ลัทธิเซยี นเทยี นเตา้

ลทั ธิเซียนเทียนเตา้ 先天道 เป็นลทั ธิศาสนาหน่ึงท่ี
หวง เต๋อฮุย ก่อต้งั ข้ึนในสมยั ราชวงศช์ ิง โดยสืบความเชื่อมาจาก
ลทั ธิบวั ขาวในสมยั ราชวงศห์ ยวน นอกจากน้ียงั รับคาสอนมา
จากลทั ธิหลวั ดว้ ย ลทั ธิเซียนเทียนเตา้ เป็นตน้ กาเนิดของอีก 5
ลทั ธิท่ีแยกตวั ออกมาภายหลงั ไดแ้ ก่

ลทั ธิอนุตตรธรรม ลทั ธิถงซน่ั เซ่อ ลทั ธิฉือฮุ่ยถงั ลทั ธิเทียน
เต๋อเซิ่ง และลทั ธิเตา้ เยวยี่ น

ความเช่ือ

ลทั ธิเซียนเทียนเตา้ เชื่อวา่ พระแม่องคธ์ รรมคือพระเป็นเจา้ พระผสู้ ร้างโลก และสรรพชีวติ ไวร้ วม 9.6 พนั ลา้ น
ชีวติ แตด่ ว้ ยความหลงลืมธรรมชาติเดิมแทข้ องตนจึงตอ้ งเวยี นวา่ ยตายเกิดอยใู่ นสงั สารวฏั และไม่อาจกลบั สู่
สวรรคไ์ ด้ พระแม่องคธ์ รรมจึงส่งพระพุทธเจา้ ศาสดา และนกั ปราชญท์ ้งั หลายมาเกิดบนโลกเพอ่ื ฉุดช่วยสรรพ
สัตวใ์ หก้ ลบั ไปสู่ธรรมชาติเดิม โดยแบง่ ออกเป็นสามยคุ ยคุ แรกเป็นยคุ พระทีปังกรพุทธเจา้ ไดช้ ่วยสรรพสัตวไ์ ด้
200 ลา้ นชีวติ ต่อมาเป็นยคุ พระศากยมุนีพทุ ธเจา้ ช่วยสรรพสตั วไ์ ดอ้ ีก 200 ลา้ นชีวติ เหลืออีก 9.2 พนั ลา้ นชีวติ
พระศรีอริยเมตไตรยพทุ ธเจา้ ในอนาคตจะเสด็จมาโปรดนากลบั สู่สวรรค์

ผนู้ บั ถือลทั ธิเซียนเทียนเตา้ จะอุทิศตนช่วยเหลือพระแม่องคธ์ รรมเพ่ือนาสรรพสัตวก์ ลบั สู่สวรรคด์ งั เดิม โดย
สอนเนน้ หลกั จริยธรรม การทาบุญ นบั ถือบูชาสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิโดยมีพระแม่องคธ์ รรมเป็ นส่ิงสูงสุด และรับคาสอน
จากส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิผา่ นทางร่างทรงซ่ึงฝึกตนมารับหนา้ ที่น้ีโดยเฉพาะ

ลทั ธิเซียนเทียนเตา้ (รวมถึงลทั ธิท่ีแยกมาภายหลงั ) ใชค้ าสอนซ่ึงเป็นการผสานความเชื่อของ 3 ศาสนา ไดแ้ ก่
ศาสนาพทุ ธ ลทั ธิขงจ๊ือ และลทั ธิเต๋า ต่อมาไดเ้ อาคาสอนของศาสนาคริสตแ์ ละศาสนาอิสลามมาใชด้ ว้ ย จึงนบั เป็น 5
ศาสนาและเชื่อวา่ คาสอนของลทั ธิตนไม่ใช่ศาสนา แตเ่ ป็นสจั ธรรมแทส้ ากลของทุกศาสนา

22

ลทั ธิอนตุ ตรธรรม

ลทั ธิอนุตตรธรรม หรือเรียกตนเองวา่ วถิ ีอนุตตรธรรมเป็ นศาสนา ท่ีหวงั เจฺว๋อี ก่อต้งั ข้ึนในประเทศจีน
สมยั ราชวงศช์ ิงเม่ือปี ค.ศ. 1877 คาสอนเป็นการผสานความเชื่อระหวา่ งลทั ธิขงจื๊อ ลทั ธิเต๋า และศาสนาพุทธ
แบบจีน ท้งั ยงั ยอมรับขนบท่ีมาจากตา่ งประเทศ เช่น ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลามดว้ ย

ลทั ธิอนุตตรธรรมเกิดข้ึนและแพร่หลายท่ีจีนแผน่ ดินใหญ่ ตอ่ มาเกิดการเปล่ียนแปลงการปกครองไป
เป็นระบอบคอมมิวนิสต์ ลทั ธิอนุตตรธรรมถูกรัฐบาลกวาดลา้ งอยา่ งหนกั จึงยา้ ยไปเผยแผท่ ี่ประเทศไตห้ วนั
ต้งั แตป่ ี ค.ศ. 1946ในปัจจุบนั ถือเป็นศาสนาที่มีศาสนิกชนมากท่ีสุดเป็นอนั ดบั สามในไตห้ วนั (รองจากศาสนา
พทุ ธและศาสนาเต๋า) ในประเทศจีนลทั ธิน้ียงั ไมไ่ ดร้ ับการยอมรับ ส่วนไตห้ วนั ไดร้ ับรองในปี ค.ศ. 1987
ปัจจุบนั ลทั ธิอนุตตรธรรมมีศาสนิกชนมากกวา่ 10 ลา้ นคน ใน 86 ประเทศทวั่ โลก

ประวตั ิ

แมผ้ นู้ บั ถือลทั ธิอนุตตรธรรมจะเช่ือวา่ ธรรมะของตนสืบ
มาจากศาสนาพทุ ธนิกายเซน แตใ่ นทางวชิ าการประวตั ิศาสตร์ถือ
วา่ ลทั ธิอนุตตรธรรมแยกตวั มาจากลทั ธิเซียนเทียนเตา้ ซ่ึงลทั ธิ
เซียนเทียนเตา้ สืบคาสอนมาจากลทั ธิบวั ขาวและลทั ธิหลวั

ลทั ธิบวั ขาวเกิดข้ึนสมยั ราชวงศห์ ยวน ต่อมาถูกทางการ
กล่าวหาวา่ บ่อนทาลายความมนั่ คงของรัฐ จึงถูกกวาดลา้ งอยา่ ง
หนกั จนตอ้ งปฏิบตั ิการเป็นองคก์ รใตด้ ิน ต่อมาหวง เต๋อฮุย ไดต้ ้งั
ลทั ธิเซียนเทียนเตา้ โดยการผสานความเชื่อของลทั ธิบวั ขาวกบั
ลทั ธิหลวั เขา้ ดว้ ยกนั และประกาศตนเป็นธรรมาจารยร์ ุ่นที่ 9 โดย
สืบมาจากนิกายเซน เนน้ วตั รปฏิบตั ิเนน้ เรื่องการกินเจ การถือพรต

ตอ่ มาหวงั เจฺว๋อี สาวกลทั ธิเซียนเทียนเตา้ ไดแ้ ยกออกไปต้งั สานกั ใหม่ที่เมืองชิงโจวบา้ นเกิดของตน ช่ือ
สานกั ตงเจิ้น (อกั ษรจีน: 東震堂) ปี ค.ศ. 1877 หวงั เจว๋อีอา้ งวา่ ไดร้ ับอาณตั ิแห่งสวรรคจ์ ากพระแม่องคธ์ รรม
แตง่ ต้งั ใหเ้ ป็นธรรมาจารย์ รุ่นที่ 15 เขาเนน้ คาสอนของลทั ธิขงจ๊ือเป็นหลกั สานกั ของหวงั เร่ิมเป็นที่แพร่หลาย ทา
ใหท้ างการราชวงศช์ ิงระแวงวา่ จะก่อกบฏ จึงดาเนินการปราบปรามสานกั น้ีอยา่ งหนกั เม่ือหวงั เจว๋อี ถึงแก่กรรม
แลว้ หลิว ชิงซฺวศี ิษยข์ องเขาไดป้ กครองสานกั ต่อแทน เพ่อื หลีกเลี่ยงการปราบปรามทางการ เขาจึงเปลี่ยนช่ือ
สานกั เป็นอีกว้ นเตา้ ในปี ค.ศ. 1882 (ในประเทศไทยเรียกวา่ วถิ ีอนุตตรธรรม)

ตาแหน่งธรรมาจารยไ์ ดส้ ืบทอดมาจนถึงสมยั ของจาง เทียนหรัน ธรรมาจารยร์ ุ่นที่ 18 เขาไดย้ า้ ยศูนยก์ ลางของ
ลทั ธิไปท่ีเมืองเทียนจินในปี ค.ศ. 1935 เม่ือญี่ป่ ุนเขา้ รุกรานจีน สาวกหลายคนของลทั ธิไดเ้ ขา้ สนบั สนุนญี่ป่ ุน จึงทาให้
ลทั ธิน้ีรุ่งเรืองมากข้ึนในพ้ืนที่ที่ญี่ป่ ุนยดึ ครอง กองทพั จีนของพรรคกก๊ มินตง๋ั และพรรคคอมมิวนิสตซ์ ่ึงร่วมกนั ตอ่ ตา้ น
กองทพั ญ่ีป่ ุน จึงปราบปรามลทั ธิอนุตตรธรรมดว้ ย จางเปลี่ยนช่ือลทั ธิกลบั ไปเป็น "เทียนเตา้ " เมื่อปี ค.ศ. 1940

23

ลทั ธิชนิ โต

ชินโต 神道 เป็นลทั ธิตามความเชื่อเดิมของชาว
ญี่ป่ ุน หมายถึงเทพเจา้ หรือ เต๋า ในลทั ธิเต๋านนั่ เอง เม่ือ
รวมกนั แลว้ จะหมายถึงศาสตร์แห่งเทพเจา้ หรือวถิ ีแห่ง
เทพ ชินโตของญ่ีป่ ุนมีตานานความเช่ือวา่ เทพเจา้ มี
มากมายนบั ไม่ถว้ น ท้งั ในป่ า บนภูเขา ทะเล แมน่ ้า ลาธาร
ในสายลม แมแ้ ต่ในบา้ นเรือนและเรือกสวนไร่นาใน
ธรรมชาติที่ที่มีความบริสุทธ์ิลว้ นเป็ นที่สถิตของเทพเจา้
ไดท้ ้งั สิ้น จึงมีคาท่ีวา่ "เทพแปดลา้ นองค"์ เป็นการรวมคา
เพ่ือแสดงวา่ มีทวยเทพอยมู่ ากมาย

ปัจจุบนั น้ี ลทั ธิชินโตถือใหเ้ ป็นลทั ธิความเชื่อพ้นื เมืองประจาประเทศญ่ีป่ ุน พิธีกรรมของลทั ธิชินโตน้ีมาจาก
วฒั นธรรมทอ้ งถ่ินและธรรมเนียมปฏิบตั ิตา่ ง ๆ ในยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ แตก่ ไ็ มไ่ ดถ้ ือเป็นพิธีกรรมอยา่ งเป็นทางการ
จนกระทงั่ ศาสนาพทุ ธและลทั ธิขงจื๊อกบั ลทั ธิเต๋า รวมท้งั ภายหลงั ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ไดเ้ ร่ิมใหเ้ ขา้ มาใน
ประเทศญ่ีป่ ุน ต้งั แต่ศตวรรษท่ี 6 พธิ ีกรรมของลทั ธิชินโตไดถ้ ูกบนั ทึกและบญั ญตั ิเป็นคร้ังแรกในคมั ภีร์โคะจิคิ และ
จดหมายเหตุนิฮงโชะกิ ในศตวรรษท่ี 8 เพือ่ ตอบโตศ้ าสนาที่มีระดบั ความพฒั นามากกวา่ จากแผน่ ดินใหญ่ อยา่ งไรก็
ตาม งานเขียนในยคุ แรกๆก็ยงั มิไดบ้ ง่ บอกวา่ เป็น ลทั ธิชินโต แต่งานเขียนในสมยั ตอ่ มาก็ไดบ้ ง่ ช้ีอยา่ งชดั เจน พร้อม
ขนบธรรมเนียบของสงั คมเกษตรกรรมและเทศกาลประจาปี เขา้ ไปดว้ ย รวมไปถึงความเชื่อเรื่องเทพปกรณมั และการ
กาเนิดโลกต่าง ๆ ซ่ึงเล่าถึงตน้ กาเนิดของชนชาติญ่ีป่ ุน ส่วนใหญ่จะหมายถึงเช้ือสายยะมะโตะ และ ในสมยั น้นั พทุ ธ
ศาสนาไดแ้ พร่จากจีนเขา้ สู่ญ่ีป่ ุน และมีผสมผสานความเชื่อด้งั เดิม อยา่ งเช่น ความเชื่อเร่ืองเทพเจา้ ในลทั ธิชินโตและ
ความเชื่อเร่ืองพระโพธิสตั วใ์ นศาสนาพทุ ธในประเทศญ่ีป่ ุน เป็นตน้

ปัจจุบนั น้ี ลทั ธิชินโตถูกจดั ใหเ้ ป็นลทั ธิบูชาเทพเจา้ หลายองค์ หรือ พหุเทวนิยม และลทั ธิบูชาภูตผวี ญิ ญาณ ที่
เนน้ ความบริสุทธ์ิของพธิ ีกรรมเป็ นอยา่ งมาก รวมถึงยกยอ่ งเกียรติและความมีตวั ตนของเทพเจา้ ซ่ึงมีท้งั เทพเจา้ ท่ีมี
มาจากการยกบุคคลใหเ้ ป็นเทพ หรือการบูชาธรรมชาติ และเทพเจา้ ยงั สามารถมีลูกไดด้ ว้ ย ลทั ธิชินโตเป็นลทั ธิท่ีให้
ความสาคญั กบั พธิ ีกรรมทางศาสนาเป็นอนั ดบั หน่ึง เนื่องจากเป็นวธิ ีที่จะทาใหศ้ าสนิกชนเขา้ ถึงและเป็นหน่ึง
เดียวกบั เทพเจา้ ไดม้ ากท่ีสุด ลทั ธิชินโตยคุ ใหมไ่ ม่มีสถาบนั ที่ท่ียกตวั เป็นผคู้ วบคุมส่วนกลาง มีเพียงแต่กลุ่มคนที่
พยายามรักษาวถิ ีปฏิบตั ิของลทั ธิชินโตมาต้งั แตส่ มยั บรรพกาลจนถึงปัจจุบนั

ภายหลงั จากสงครามโลกคร้ังท่ีสอง ชินโตไดถ้ ูกยกเลิกจากการเป็นศาสนาประจาชาติ ซ่ึงในปัจจุบนั ชินโต
เร่ิมลดหายไปจากวฒั นธรรมญ่ีป่ ุน โดยที่ยงั เห็นไดใ้ นปัจจุบนั ไดแ้ ก่ (การดึงฉลากเสี่ยงโชคในศาลเจา้ ชินโต) และ
การเฉลิมฉลอง งานปี ใหมญ่ ี่ป่ ุน ท่ีมีจดั ข้ึนตามศาลเจา้ ชินโต

24

ศาสนาเทนรเิ กียว

ศาสนาเทนริเกียว เนน้ ความคิดและการปฏิบตั ิเพอ่ื ละจากความยดึ ในตวั ตนอนั เป็ นมายา หรือการสร้าง
พธิ ีกรรมท่ีตอ้ งการร่วมใจกนั เช่น การร่ายราร้องเพลง การสวด ซ่ึงช่วยสลายความเป็นปัจเจกชนและเอ้ือใหเ้ กิด
การยอมรับตวั ตนใหม่ทางศาสนาไดง้ ่ายข้ึน

ลทั ธิโอมชินริเคยี ว

โชโกะ อาซาฮารา เป็นผนู้ บั ถือพระพทุ ธศาสนาบงั หนา้
ก่อต้งั ลทั ธิท่ีมีชื่อวา่ "โอมชินริเคียว" ในปี ค.ศ.1984 เขา
เผยแพร่คาสอน จนมีผเู้ ขา้ มาเป็นสาวกท้งั ในญี่ป่ ุนและนอก
ประเทศกวา่ 49,000 คน เขาเริ่มแสดงความโหดเห้ียมเมื่อตอ้ ง
สงสัยวา่ อยเู่ บ้ืองหลงั การสงั หารสาวกที่ตีตวั ออกห่าง เพอื่ ปิ ด
ปากก่อนจะนาความในไปเปิ ดเผย อยเู่ บ้ืองหลงั การปล่อยแกส๊
ซารินในเมืองมตั สึโมโต เป็นเหตุใหม้ ีคนตายไป 8 คน เม่ือ
ตารวจเร่ิมสอบสวนคดีใกลต้ วั อาซาฮาราเขา้ ไปทุกที อาซาฮารา
ก็สง่ั ใหส้ าวกปล่อยแก๊สซารินในสถานีรถไฟใตด้ ินในมหานคร
โตเกียว 5 สาย ทาใหม้ ีผเู้ สียชีวติ ไป 12 คน บาดเจบ็ 54 ราย
หลายรายพกิ ารตาบอด ตารวจบุกเขา้ ทลายสานกั งานใหญ่
ของโอมชินริเคียว พบวตั ถุระเบิด สารเคมี อาวธุ เคมี และเฮลิคอปเตอร์ทาในรัสเซียเพ่อื เตรียมไวโ้ ปรยอาวธุ
เคมีสงั หารผคู้ น ที่นบั วา่ ขหวั ลุกคือ แกส๊ ซารินจานวนมากพอที่จะฆา่ คนไดถ้ ึง 4,000,000 คน อาซาฮาราถูกจบั กมุ
ดาเนินคดี สาวกท่ีเหลือแปลงรูปไปเป็นลทั ธิอเล็ป ซ่ึงยงั คงเผยแพร่ลทั ธิอยา่ งลบั ๆ

25

ลทั ธิChen Tao

โฮ โน ฮาน่า(Ho No Hana Sanpogyo) เป็นลทั ธินิกายของญี่ป่ ุนท่ีก่อต้งั โดย Hogen
Fukunaga ที่อา้ งวา่ เขาสามารถวนิ ิจฉยั โรคไดโ้ ดยแคต่ รวจสอบที่เทา้ ของคนน้นั ๆ เขาไดก้ ่อต้งั ลทั ธิในปี
1987 หลงั จากน้นั เขาก็อา้ งวา่ ไดร้ ู้ถึงการเกิดใหมข่ องพระเยซูคริสตแ์ ละพระพทุ ธเจา้ เขาอา้ งวา่ มีสมาชิก 30,000
คน อยา่ งไรกต็ ามเขาไดเ้ รียกเก็บเงินถึง 900 ดอลลาร์ในการอา่ นเทา้ จนทาใหห้ ลายคนเช่ือวา่ เขาหลอกลวงคน
เอาเงินเขา้ กระเป๋ าตนเอง เช่นเขาบอกวา่ "เทา้ ของคุณบ่บอกวา่ คุณกาลงั จะตายนะ จะตอ้ งจา่ ยเงินประมาณเทา่ น้ี
แลว้ เราจะต่อชีวติ ให"้ เขาถูกหาวา่ โกงเงินจากแม่บา้ นและถูกจบั พร้อมกบั ปรับเงินถึง 2,120,000 ดอลลาร์เพ่อื
ชดใชค้ า่ เสียหายแก่สาวกกวา่ 27 ชีวติ ดงั กล่าว(คงอารมณ์แบบเขา้ ทรงบา้ นเรา)

ลทั ธHิ o No Hana

เฉินเต่า หรือ "True Way" เป็นลทั ธิที่เช่ือเรื่องยู
เอฟโอท่ีก่อต้งั ในไตห้ วนั โดย ฮอน-หมิงเฉิน(เกิด 1955) เป็น
อดีตอาจารยท์ ่ีเอาเร่ืองพระเจา้ , ศาสนาพุทธ, เต๋า, จานบินผสม
กบั ขอ้ มูลหลอกลวงทางวทิ ยาศาสตร์และจกั รวาลวทิ ยาแบบ
ผดิ ๆ อา้ งวา่ เขาไดพ้ บพระเจา้ ในปี 1992 เชื่อวา่ โลกจะกลบั
ไปสู่ยคุ ไดโนเสาร์(มุกประจา) ทางเดียวท่ีมนุษยจ์ ะรอดไดก้ ็
คือการอาศยั อยทู่ วปี อเมริกาเหนือเพอื่ รับความช่วยเหลือจาก
พระเจา้ จากจานบินและเช่ือวา่ อายจุ กั รวาลคือ

4500000000000 ปี ระบบสุริยจกั รวาลจะถูกสร้างข้ึนโดย
สงครามนิวเคลียร์

26

ลัทธิNeoNazi

ลทั ธินีโอนาซี เป็นลทั ธิที่เกิดข้ึนในช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี 2 เพื่อเคล่ือนไหวทางการเมืองเพอ่ื แสวงหาการ
ฟ้ื นฟู นาซีนิยม เกิดข้ึนอีกคร้ังเพราะพวกเขาเชื่อวา่ “คนขาวที่เป็นเยอรมนั เป็ นเผา่ พนั ธุ์ที่ดีที่สุด” พวกนีโอนาซี
มกั จะโกนหวั ไวท้ รงผมสกินเฮด คลา้ ยพงั ค์ สักลายสวสั ดิกะ หรือ สญั ลกั ษณ์นาซีไวท้ ่ีตวั

นโยบายของลทั ธินีโอนาซีมีความแตกตา่ งกนั ไปจาก
ลทั ธินาซีเดิม แต่กระน้นั เน้ือหาโดยรวมยงั เหมือนเดิม พวก
เขาจะสวามิภกั ด์ิต่อ อดอลฟ์ ฮิตเลอร์ ,เหยยี ดเช้ือชาติตา่ งๆ,
เหยยี ดสีผวิ ,เทิดทูนคนอารยนั เยอรมนั ,เหยยี ดเกย์ เยยี ดยวิ
สลาฟ องั กฤษ ฯลฯ โดยปัจจุบนั สมาชิกลทั ธิน้ีมีอยทู่ วั่ โลก
ซ่ึงส่วนมากเป็นยโุ รป พบมากในแถวชายแดนระหวา่ ง
ประเทศท่ีติดกบั เยอรมนั โดยเฉพาะในรัสเซียพบมากที่สุดใน
กรุงมอสโก เหยอ่ื ผเู้ คราะห์ร้ายของบุคคลกลุ่มน้ีไดแ้ ก่ ยวิ
สลาฟ เอเชีย ตาตาร์ ยเู ครน เบลารุส นิโกร ลูกคร่ึง มกั ถูกทา
ร้ายจนตาย บางประเทศในยโุ รปมีกฎหมายหา้ มลทั ธินาซี การ
เหยยี ดผวิ และการเหยยี ดเช้ือชาติ

ลทั ธชิ อ็ นโด

ชอนโดเกียว หรือ ศาสนาแห่งวถิ ีสวรรค์ ศาสนาน้ี
แสดงออกอยา่ งเปิ ดเผยวา่ "รักชาติ" และก่อต้งั มาเพอ่ื
ต่อตา้ นการฉอ้ ราษฎร์บงั หลวง และการรุกรานของตา่ งชาติ
ศาสนาวถิ ีแห่งสวรรคก์ ่อต้งั เม่ือคริสตศ์ กั ราช 1860 ในช่วง
แรกเรียกวา่ "ทงฮกั " ซ่ึงมีความหมายวา่ "การเรียนรู้แบบ

ตะวนั ออก" แตกต่างกบั ศาสนาคริสตน์ ิกายโรมนั คาทอลิก

เป็นตวั แทนในเวลาน้นั ขบวนการน้ีเติบโตจนถึงข้ึนมาเป็น
การปฏิวตั ิชาวนาในคริสตศ์ กั ราช 1890 และตอ่ มาเปล่ียน

ช่ือเป็น "ชอนโดเกียว" ผนู้ าศาสนาน้ีมีบทบาทสาคญั ใน
ขบวนการต่อตา้ นญ่ีป่ ุนสมยั อาณานิคม

27

ลัทธิเชมนั

แชมนั หรือ เชมนั (องั กฤษ: shaman) เป็นช่ือเรียก
ของกลุ่มบุคคลท่ีเช่ือวา่ มีความสามารถในทางวญิ ญาณ มี
ความสามารถในการรักษาโรคดว้ ยวญิ ญาณ ในบาง
วฒั นธรรมจะเชื่อวา่ สามารถควบคุมสภาพอากาศ สามารถ
เดินทางไประหวา่ งโลกมนุษย์ โลกวญิ ญาณ นรก และสวรรค์
พบไดม้ ากในทางตอนเหนือและตอนกลางของทวปี เอเชีย เช
มนั แบง่ ออกไดห้ ลากหลายประเภท หลกั ๆ ก็คือ คนทรง ผู้
เผยพระวจนะ ผเู้ ห็นส่ิงต่าง ๆ และผรู้ ่ายคาถา

เชมนั มีชื่อเรียกแตกตา่ งไปตามแตภ่ าษา วฒั นธรรม และ
ลกั ษณะของความสามารถ เช่น คนทรง มิโกะ องเมียว บา้ ง
เรียก พอ่ มด หรือแมม่ ด ส่วนในประเทศญ่ีป่ ุน ก็มีผใู้ ชค้ าถา
สาปแช่งเรียกช่ือวา่ พระนางฮิมิโกะ ถือเป็นส่วนหน่ึงของเช
มนั เช่นกนั

ประเภทของเชมนั

• คนทรง คือ ผทู้ ี่ใชร้ ่างของตนเองเป็นตวั กลางเพอ่ื สื่อสารระหวา่ งภพ เชื่อวา่ มีความสามารถแต่โดยกาเนิด
แบง่ เป็น

• คนทรงวญิ ญาณ ใชร้ ่างของตนเป็นส่ือใหว้ ญิ ญาณตา่ ง ๆ
• คนทรงเจา้ ใชร้ ่างของตนเป็นส่ือใหเ้ ทพเจา้ ตา่ ง ๆ
• ผรู้ ่ายคาถา คือ ผทู้ ี่เรียนรู้ฝึกฝนวชิ าในดา้ นมืดโดยเฉพาะเพอ่ื นามาใชใ้ นเร่ืองต่าง ๆ อาทิเช่นทาใหผ้ อู้ ่ืน

โชคร้าย เจบ็ ป่ วย หรือควบคุมตนเองไม่ได้ ใชค้ าถาควบคุมวญิ ญาณเพ่ือนามาใชเ้ ป็นทาส หรือใชค้ าถา
เพอ่ื ทาอนั ตรายแก่เป้าหมายโดยตรง
• ผเู้ ผยพระวจนะ คือ ผทู้ ่ีสามารถติดต่อส่ือสารกบั พระเจา้ ความสามารถหลกั คือ การทานายอนาคต รับ
ความรู้มาเพอ่ื ใชเ้ ป็นคาสอนตอ่ ไป บา้ งสามารถรับพลงั จากพระเจา้ ได้ และสามารถแจง้ เตือนภยั แก่ผคู้ น
• ผเู้ ห็นส่ิงต่าง ๆ คือ ผทู้ ่ีมีความสามารถในการล่วงรู้ส่ิงต่าง ๆ สามารถล่วงรู้อนาคต สามารถล่วงรู้ภยั พบิ ตั ิ
ล่วงหนา้ ได้ แมจ้ ะมีความสามารถคลา้ ยคลึงกบั ผเู้ ผยพระวจนะ แตว่ ธิ ีและลกั ษณะการรับรู้จะตา่ งกนั มาก
โดยผเู้ ห็นส่ิงตา่ ง ๆ จะรับรู้ไดโ้ ดยตรงผา่ นสัมผสั ของตนเอง

28

ลทั ธิศกั ติ

ลทั ธิศกั ติ หรือ ศากติ (แปลวา่ "อานาจหลงั งานหลกั เทวี
ผเู้ ป็นนิรันดร์") เป็นลทั ธิหลกั ลทั ธิหน่ึงของศาสนาฮินดูท่ีมี
ศูนยก์ ลางทางธรรมเนียมอยรู่ อบเทวี (เทพเจา้ สตรี) ศกั ติในทาง
อภิปรัชญาคือความเป็นจริงและหมายถึงสตรีในรูปอุปมา เทพเจา้
สูงสุดคือองคศ์ กั ติซ่ึงประกอบดว้ ยเทวหี ลายองค์ ทุกพระองค์
ลว้ นถือวา่ เป็นเทวสี ูงสุดองคเ์ ดียวกนั ลทั ธิศกั ติยงั ประกอบลทั ธิ
ยอ่ ย ๆ อีกมากมาย ต้งั แต่บทั ธิที่บูชาพระปารวตีผเู้ ลอโฉม ไป
จนถึงพระแม่กาลีผดู้ ุดนั

คมั ภีร์สรุติและสมิรตีเป็นเอกสารสาคญั ของโครงสร้างความเชื่อในลทั ธิศกั ติ นอกจากน้ียงั มี เทวมี หตั ม
ยะ, เทว-ี ภควตั าปุราณะ, มหาภควตาปุราณะ และ ศากตะอุปนิศทั เช่น เทวอี ุปนิศตั ในความเชื่อของลทั ธิศกั ติ
ยกยอ่ ง เทวมี หตั มยะ เป็นพเิ ศษ และถือวา่ สาคญั เทียบเทา่ กบั ภควตั คีตา

เทวตี ่าง ๆ เปนท่ีนิยมมากข้ึนภายหลงั การเสื่อมถอยของศาสนาพุทธในอินเดีย ที่ซ่ึงเทวตี ่าง ๆ ของฮินดู
และพทุ ธไดถ้ ูกรวมเขา้ กนั เป็นมหาวทิ ยา หรือเทวสี ิบองคเ์ ทวที ่ีเป็นที่บูชาทวั่ ไปในลทั ธิศกั ติและพบไดบ้ อ่ ย
เช่น พระแม่ทุรคา, พระแม่กาลี, พระแมส่ ุรัสวดี, พระแมล่ กั ษมี, พระแมป่ ารวตี และ พระแมต่ รีปุระสุนทรีลทั ธิ
บูชาเทวนี ้ีเป็นท่ีนิยมมากเป็นพิเศษในแถบตะวนั ออกเฉียงเหนือของอินเดีย โดยเฉพาะในรัฐเบงกอลตะวนั ตก
และรัฐอสั สัม ที่ซ่ึงเทศกาลอยา่ งทุรคาบูชา เป็นท่ีนิยมสูงเป็นพิเศษ แนวคิดของลทั ธิศกั ติมีอิทธิพลต่อลทั ธิ
ไวษณพ (ลทั ธิท่ีบูชาพระวษิ ณุเป็นหลกั ) และ ลทั ธิไศวะ (ลทั ธิท่ีบูชาพระศิวะเป็นหลกั ) โดยมีองคเ์ ทวตี ่าง ๆ
เป็น ศกั ติ/พลงั ของพระวษิ ณุและพระศิวะตามลาดบั

29

ความเช่ือเรื่องศาลเจา้ ฮิเอะ

ศาลเจา้ ฮิเอะ เป็นศาลเจา้ ที่ต้งั อยใู่ นเขตที่เป็นใจกลาง
ของการเมืองและเศรษกิฐของโตเกียว ที่ศาลเจา้ น้ีมีสัตวผ์ ู้
พทิ กั ษเ์ ป็นลิง เพราะฉะน้นั จึงมีการวางรูปป้ันของลิงสอง
สามีภรรยาไว้ ดว้ ยที่ต้งั ของศาลเจา้ เป็นแหล่งเศรษฐกิจทา
ใหม้ ีความเช่ือกนั วา่ ศาลเจา้ แห่งน้ีใหโ้ ชคล

ท่ีศาลเจา้ ในประเทศญ่ีป่ ุนน้นั เราจะสามารถพบเห็น
รูปป้ันของสัตวต์ ่างๆไดโ้ ดยทว่ั ไป ซ่ึงความคิดที่วา่ 「สตั ว์
คือผพู้ ทิ กั ษเ์ ทพเจา้ หรือเป็นเสมือน"ตวั แทนเทพเจา้ "」
เป็นความคิดที่ไดจ้ ากลทั ธิชินโต(※1)น้นั เอง

เน่ืองจากศาลเจา้ ฮเิ อะมีสตั วผ์ พู้ ทิ กั ษเ์ ป็นลิง เพราะฉะนน้ั จงึ มีการวางรูปปั้นของลงิ สองสามี
ภรรยาแทนท่ีจะเป็นรูปป้ันของสนุ ขั โคะมะเหมือนอย่างศาลเจา้ อ่ืนๆ ซง่ึ คนญ่ีป่ นุ มีความเช่ือมา
ตง้ั แต่สมยั เก่าก่อนวา่ ลิงเป็นสตั วท์ ่ีมีความรกั ต่อลกู ของตนมาก เพราะฉะนน้ั ศาลเจา้ ฮิเอะแหง่ นีย้ งั
มีช่ือเสียงในเรอ่ื งการใหโ้ ชคในเร่อื งการขอบตุ รและการคลอดบตุ รใหเ้ ป็นไปอย่างง่ายดายไรอ้ ปุ
สรรค์ เป็นการขอพรท่ีเป็นเสน่หท์ าใหผ้ คู้ นอยากท่ีจะมาสกั การะท่ีศาลเจา้ แหง่ นีอ้ ยา่ งหนง่ึ

30

ความเชอ่ื เร่ืองศาลเจ้าเมจิจิงกู

ศาลเจา้ คนั ดะเมียวจิน ศาลเจา้ ใหญ่ท่ีห่างจากสถานีอากิฮาบาระแค่ 7 นาที มีประวตั ิยาวนานกวา่ 1,300 ปี และ
ยงั ไดร้ ับความสนใจจากเหล่าคนชอบอนิเมะดว้ ย มีแมก้ ระทง่ั แผน่ ป้ายขอพรลายการ์ตูน และเครื่องราง ช่วย
ป้องกนั คอมและมือถือใหป้ ลอดภยั !
「ศาลเจา้ คนั ดะเมียวจิน」เป็นศาลเจา้ ที่มีประวตั ิความเป็นมายาวนานมาก ถึง 1300ปี อยใู่ นเขตบริเวณท่ี
สามารถเดินไปถึงได้ จากสถานี「โอจะโนะมิซึ」ของโตเกียว และสถานี「อากิฮาบาระ 」ท่ีเป็นที่รู้จกั ใน
ฐานะเมืองแห่งโอตาคุ

จาก ยคุ เอโดะ เทพเจา้ เอโดะโซจินจุ มีชื่อเสียงทางดา้ นการปกป้องคุม้ ครองเอโดะ(ชื่อเก่าของโตเกียว)ท้งั หมด
ทาใหผ้ คู้ นมากมายหลงใหลศรัทธา

ในยคุ ปัจจุบนั น้ีกด็ ว้ ยค่ะ เมืองศูนยก์ ลางอยา่ งโตเกียวท่ีมีถึง 108 เมืองตา่ งสักการะเทพเจา้ โซจินจุ ศาลเจา้ คนั
ดะเมียวจิน น้นั โด่งดงั ใน ดา้ นการอธิษฐานขอใหส้ มหวงั ในรัก,การคา้ ขายรุ่งเรือง,ธุรกิจเจริญรุ่งโรจน,์ ปัดเป่ า
วญิ ญาณร้าย,หายป่ วยจากโรคภยั เป็นตน้ ถือเป็นศาลเจา้ ท่ีมีพลงั ของเทพเจา้ มากมายหลากหลาย ดงั น้นั ผคู้ น
มากมายต่างเดินทางมาสักการะ

ศาลเจา้ ที่แสนวเิ ศษน้ี น่าจะอบอวลดว้ ยบรรยากาศความเป็นพธิ ีรีตองทางการ แต่จริงๆหากไดล้ องไปแลว้
บรรยากาศน้นั เป็นกนั เองสงบราบรื่นมาก ถือเป็นสถานที่สวยงามท่ีทาใหจ้ ิตใจสงบได้

31

คาถามท้ายหนว่ ย

หลกั การสาคญั ของศาสนาเชนคือหลกั ใด
ตอบ อหิงสา อปริเคราะห์ และการถือพรตนิยม
ศาสนาเชนแบ่งออกเป็นสองสาขาเก่าแก่คืออะไรบา้ ง
ตอบ ทิคมั พร และ เศวตามพร
นอกจากปฏิญญา 5 ประการศาสนิกชนยงั เคร่งเรื่องใดอีก
ตอบ การทานมงั สวริ ัติ เพือ่ ป้องกนั การทาลายสัตวต์ ่าง ๆ
ศาสนาเชนหรือไชนะเเปลวา่ อะไร
ตอบ ภาษาสนั สกฤต ไชนะ อนั แปลวา่ ผชู้ นะ และสามารถลุยขา้ มสายน้าแห่งการเวยี นวา่ ย
ตายเกิดได้
ศาสดาของศาสนาเชนเดิมมีนามวา่ อะไร
ตอบ ศาสดาของศาสนาเชน เดิมมีนามวา่ "วรรธมาน" แปลวา่ ผเู้ จริญมีกาเนิดในสกลุ กษตั ริย์
หลกั อนุพรต5มีอะไรบา้ ง
ตอบ 1 อหิงสา การไม่เบียดเบียน ไม่ทาลายชีวติ

2 สตั ยะ พดู ความจริง ไม่พูดเทจ็
3 อสั เตยะ ไม่ลกั ขโมย รวมท้งั ไม่หลบเล่ียงภาษอี ากร
4 พรหมจรยะ อยา่ งต่าคือการไม่ประพฤติผดิ ในกาม
5 อปริครหะ การไม่โลภ ไม่ควรมีขา้ วของมากเกินจาเป็น
ศาสนาเชนเป็ นศาสนาประเภทใด
ตอบ ทวนิ ิยม
พระบิดาเเละพระมารดาของศาสดามีนามวา่ อะไร
ตอบ สิทธารถะเเละตริศาลา
หลกั สาคญั ของคมั ภีร์ศาสนาเชนคืออะไร
ตอบ คมั ภีร์ฮาคมะเเละคมั ภีร์กลั ปสูตร
คมั ภีร์ในศาสนาเชนเรียกวา่ อะไร
ตอบ อาคม

32


Click to View FlipBook Version