โครงงานประเภททดลอง
เรอ่ื ง การเปรียบเทียบประสทิ ธภิ าพของสมนุ ไพรในการกาํ จัดแมลงสาบ
คณะผศู กึ ษา
นางสาวจันธิรา เทพคํา ม.6/1 เลขท่ี 5
นางสาวอรโุ ณทัย ทิศอุน ม.6/1 เลขที่ 11
นายกฤษฎา เงนิ มา ม.6/1 เลขที่ 12
นางสาวจฬุ าลกั ษณ ขาวฟอง ม.6/1 เลขที่ 16
ครทู ี่ปรึกษา
ครูณัฐลติ า บญุ เพียร
กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร
รายวิชา เคม(ี ว33247)
โรงเรยี นปลอ งวิทยาคม
สาํ นกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษาเชยี งรายาเขต 36
โครงงานประเภททดลอง
เรอ่ื ง การเปรียบเทียบประสทิ ธภิ าพของสมนุ ไพรในการกาํ จัดแมลงสาบ
คณะผศู กึ ษา
นางสาวจันธิรา เทพคํา ม.6/1 เลขท่ี 5
นางสาวอรโุ ณทัย ทิศอนุ ม.6/1 เลขที่ 11
นายกฤษฎา เงินมา ม.6/1 เลขที่ 12
นางสาวจฬุ าลกั ษณ ขาวฟอง ม.6/1 เลขที่ 16
ครูที่ปรึกษา
ครูณัฐลติ า บญุ เพียร
กลุมสาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตร
รายวิชา เคม(ี ว33247)
โรงเรยี นปลองวิทยาคม
สาํ นกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษามัธยมศกึ ษาเชยี งรายาเขต 36
ก
บทคัดยอ
โครงงานเคมีเรื่อง การเปรยี บเทียบประสิทธภิ าพของสมนุ ไพรในการกาํ จดั แมลง การทดลองนม้ี ีจดุ มุงหมายเพอื่
ทดสอบหาวาสมนุ ไพรชนิดใดทส่ี ามารถกําจัดแมลงสาบไดม ีประสิทธิภาพสงู ทสี่ ุด ระหวา ง มะกรูด ตะไครหอม และ
ชะอม โดยการนาํ ขวดฉดี พน ท่ีมนี ้าํ สมนุ ไพรของแตล ะชนิดไปฉดี ใสแ มลงสาบทอี่ ยใู นขวดที่เจาะรทู ้ังสามขวด และ
สงั เกตุการทดลอง
ผลการศกึ ษาพบวา ใบชะอมมีประสิทธิภาพ ในการกาํ จดั แมลงสาบไดดีทสี่ ุด โดยแมลงสาบท่ีฉดี ดว ยน้ําชะอม จะมี
การเคลื่อนไหวชาลง และตายในเวลา ประมาณ 5-10 นาที รองลงมาคอื นาํ้ ใบมะกรดู จะตายภายในเวลาประมาณ
15 -20นาที อนั ดับสุดทายใบตะไครหอม ไมส ามารถทาํ ใหแมลงสาบตาย เพยี งแค เคลอื่ นไหวชาลง สงบนง่ิ และฟน
มาภายหลงั
คํานาํ
สมาชิกกลมุ โครงงานเคมีไดจ ดั ทําเอกสารฉบบั นข้ี นึ้ เพอื่ ประกอบการเสนอโครงงานเคมี
เรื่องการเปรยี บเทยี บประสทิ ธิภาพของสมุนไพรในการกําจดั แมลงสาบ เก่ยี วกบั คุณสมบัติของสมนุ ไพรมาชวย
กําจดั แมลงสาบ และวิธกี ารดําเนินงาน การวเิ คราะหขอมูล แลวนําผลมาสรปุ อภปิ ราย และขอ เสอแนะตาง ๆ ใน
การจัดทําโครงงาน
คณะผูจ ัดทําหวงั เปน อยางยิง่ วาเอกสารฉบับน้จี ะเปน ประโยชนตอ ผสู นใจโครงงานนี้
คณะผูจัดทาํ
ข
กิตตกิ รรมประกาศ
โครงงานเคมี เรอื่ ง การเปรยี บเทียบประสิทธิภาพของสมนุ ไพรในการกําจัดแมลงสาบ จัดทาํ ขน้ึ เพื่อศึกษาวา
สมุนไพรชนิดใดที่มีประสทิ ธภิ าพในการกําจัดแมลงไดส งู สดุ โดยไดรบั การสนบั สนนุ จากทานคุณครู ครปุ ระจําวิชา
และขอขอบพระคุณที่ไดใ หค ําปรึกษาในการจดั ทําโครงงานและไดรบั ความอนเุ คราะหจากพอแมผปู กครองที่ไดใ ห
ขอเสนอแนะ แนะนําเอกสารตําราตา ง ๆ ใหศึกษาคน ควาคณะผจู ดั ทาํ ขอขอบพระคุณทุกทานดังทีไ่ ดกลา วถึงมา
ขา งหนาและที่ไมไ ดกลา วถึงไว ณ ท่ีนเี้ ปนอยางสงู
นางสาวจันธริ า เทพคาํ
นางสาวอรุโณทยั ทศิ อุน
นายกฤษฎา เงินมา
นางสาวจฬุ าลกั ษณ ขาวฟอง
สารบัญ หนา
เร่ือง ก
บทคัดยอ ข
กิจกรรมประกาศ
บทท่ี 1 บทนาํ 1
1
ทม่ี าและความสาํ คัญ 2
จดุ ประสงคข องการศกึ ษา ขอบเขตของการศึกษา
นิยามศพั ทเฉพาะ 3-4
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยทีเ่ กย่ี วของ 4
ลกั ษณะท่ัวไป 5
ประโยชนแ ละสรรพคณุ
ลักษณะพฤกษศาสตร 5-6
การใชประโยชน 7-8
งานวิจัยท่ีเก่ียวขอ ง 9
9-10
บทท่ี 3 วธิ ีการดําเนนิ โครงงาน
วัสดุและอุปกรณ หนา
ข้นั ตอนการทดลอง
สารบญั (ตอ)
เรือ่ ง
บทที่ 4 ผลการศกึ ษา 11
ตารางผลการศกึ ษาทดลอง 12
ผลการศกึ ษาของการทดลอง
13
บทท่ี 5 สรุปผลการศกึ ษาและขอ เสนอแนะ 13
สรปุ ผลการศึกษา 14
15
อภิปรายผล 16
17-20
ขอเสนอแนะ
บรรณนานุกรม
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก ประวตั ิผูจ ัดทํา
1
บทที่ 1
บทนาํ
1.1 ทีม่ าและความสําคัญของโครงงาน
แมลงสาบเปน แมลงศัตรสู าํ คัญท่พี บไดท ั่วไปตามบา นเรือน ทอระบายนํ้า โรงอาหาร โรงเรอื น
คอกสตั ว รา นอาหาร ฯลฯ จัดเปนแมลงทมี่ ีความสาํ คัญทางการแพทย โดยเปน แมลงทีก่ อใหเ กิดความราํ คาญ และ
เปน แมลงท่ีนําโรคตางๆ มาสูมนษุ ยไดหลายชนดิ เชน อาหารเปน พษิ บิด ทองรว ง ทองเสีย กระเพาะอาหารอักเสบ
ไทฟอยด โรคผวิ หนัง โรคระบบทางเดนิ หายใจ โรคเยื่อจมกู อกั เสบ ไอจาม ผิวหนงั ผน่ื แดง โรคภูมแิ พ เปนตน
สาํ หรบั การปองกนั กําจัดแมลงสาบน้ัน ผคู นสวนใหญจ ะมุงเนน การกําจดั โดยใชสารเคมี เพราะเปน วิธกี ารที่งาย
และสะดวกในการปองกันกาํ จัด แตว ิธนี ้กี จ็ ดั เปน อนั ตรายตอตวั ผูใ ชเ อง ซึง่ หากผูใชไ ดร บั สารเคมีเขา ไปในรา งกาย
มากๆ ก็จะกอใหเ กดิ อันตรายตอ รางกาย โดยทําใหเกิดอาการแพส ารเคมี เบือ่ อาหาร อาการคลน่ื ไส หอบหืด มผี ล
ตอ ระบบหายใจ และสมอง ผิวหนงั อักเสบ นอกจากน้ี หากมีการใชสารเคมี ตัวใดตัวหนง่ึ หรอื กลุมใดกลมุ หนึ่ง เปน
ระยะเวลาติดตอกันนานๆ จะทําใหแ มลงสาบสามารถสรา งความตา นทานตอสารเคมที ี่ใชได
จากปญ หาดงั กลา ว คณะผศู ึกษาจึงมีความสนใจทจี่ ะศกึ ษา สมุนไพรพน้ื บานกาํ จดั แมลงสาบ ซึ่งวิธีการน้จี ดั เปน
วธิ กี ารที่ปลอดภัยตอ ผใู ช ไมเปนพิษตอมนุษย และไมม สี ารพษิ ตกคา งในธรรมชาติ
1.2 วัตถปุ ระสงคข องโครงงาน
เปรยี บเทยี บประสิทธภิ าพของสมุนไพร ใบมะกรูด ใบตะไครหอม และใบชะอม ในการกําจดั
แมลงสาบ
ศึกษาถึงประโยชนของการใชสมนุ ไพรในการกําจดั แมลง
1.3 สมมติฐานของโครงงาน
สมุนไพรไทย ใบมะกรูด ใบตะไครหอม และใบชะอม สามารถกําจัดแมลงสาบได แตสมนุ ไพรแตล ะชนิด มี
ประสทิ ธภิ าพในการกําจัดแมลงสาบไมเทา กัน
2
1.4 กรอบแนวคิดการทดลอง
ตัวแปรตน ใบมะกรูด ใบตะไครห อม ใบชะอม
ตัวแปรตาม ประสิทธิภาพในการกาํ จดั แมลงสาบ
ตัวแปรควบคุม ชนดิ ของแมลงสาบ ปริมาณของสมุนไพรทใี่ ช ระยะเวลา สถานที่ จํานวนแมลงสาบ
1.5 ขอบเขตของการทาํ โครงงาน
1. สมุนไพรทีใ่ ชในการศึกษามี 3 ชนดิ คอื ใบชะอม ใบมะกรูด ใบตะไครหอม
2. ใชเฉพาะแมลงสาบเปนตวั ทดลอง
1.6 ประโยชนท ่ีคาดวาจะไดรบั
1. ทราบถงึ ประสิทธภิ าพของสมนุ ไพร ใบมะกรูด ใบตะไครหอม และใบชะอม ในการกําจดั แมลงสาบ
2. ทราบถึงชนิดของสมุนไพร ใบมะกรดู ใบตะไครห อม และใบชะอม วาชนิดใดกําจัดแมลงสาบไดด ีกวา กัน
3. ทราบถึงประโยชนข องการใชสมนุ ไพรในการกําจัดแมลง
1.7 นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ
สมนุ ไพร หมายถงึ พืชท่ีใช ทําเปน เครอื่ งยา สมนุ ไพรกาํ เนิดมาจากธรรมชาติและมีความหมายตอ ชีวิตมนษุ ย
โดยเฉพาะ ในทางสุขภาพ อันหมายถงึ ท้ังการสง เสรมิ สขุ ภาพและการรักษาโรค ความหมายของยาสมนุ ไพรใน
พระราชบัญญตั ิยา พ.ศ. 2510 ไดร ะบวุ า ยาสมุนไพร หมายความวา ยาทไ่ี ดจาก พฤกษาชาตสิ ัตวห รอื แรธาตุ ซ่ึง
มิไดผสมปรงุ หรือแปรสภาพ เชน พืชก็ยงั เปน สวนของราก ลาํ ตน ใบ ดอก ผลฯลฯ ซงึ่ มิไดผานขั้นตอนการแปรรปู
ใด ๆ แตในทางการคา สมนุ ไพรมักจะถูกดัดแปลงในรูปแบบตาง ๆ เชน ถกู หั่นใหเ ปน ชน้ิ เล็กลง บดเปน ผงละเอียด
หรอื อัดเปนแทงแตใ นความรูส ึกของคนท่ัวไปเมื่อกลาวถึงสมุนไพร มักนกึ ถึงเฉพาะตน ไมท่ีนํามาใชเ ปน ยาเทานน้ั
กําจดั หมายถึง ขบั ไล ปราบ ทําใหสิ้นไป
3
บทท่2ี
เอกสารทเ่ี กีย่ วขอ ง
ตะไครหอม (Citronella Grass, Sarah Grass)
ตะไครห อม ชือ่ วทิ ยาศาสตร : Cymbopogon nardus rendle
ชอ่ื สามัญ : Citronella grass วงศ : GRAMINEAE
เปน พืชสมนุ ไพรจาํ พวกหญา ซึง่ ตะไครห อมนั้นมีตนกาํ เนดิ จากเขตรอนของเอเชยี เปนพืชสมนุ ไพรท่ีมนี ้ํามัน
หอมระเหยอยูซึ่งใชส าํ หรับไลยงุ ได ไมน ิยมนํามาประกอบอาหารรับประทานเหมือนกับตะไคร โดยมกี ารนําตะไคร
หอมเขา มาจากอินเดยี ซึ่งผทู ีเ่ รมิ่ นําตะไครหอมเขามาในประเทศไทยของเราก็คอื คุณหลวงมติ รธรรมพทิ ักษ โดยเร่ิม
ปลกู จากจังหวดั ชลบุรแี ลวจึงแพรกระจายปลกู ไปทวั่ ทุกภาคของประเทศ
4
ลักษณะท่ัวไปของตะไครหอม
สําหรบั ตน ตะไครห อมนั้นจดั วา เปน พืชลมลกุ จาํ พวกหญา ท่ีมีอายุไดหลายป มีความสูงของลําตน ประมาณ 2
เมตร โดยมีเหงา อยูใตดนิ ลาํ ตนตรงลักษณะเปน ขอๆ และแตกจากเหงา ออกเปนกอ มีกลน่ิ หอมๆ สวนใบนนั้ จะ
ออกเปน ใบเด่ยี วออกแบบเรยี งสลับกนั รูปทรงขอบขนาน ผิวเกลีย้ ง สเี ขยี ว ปลายแหลมและหอยลง แตกตา งจาก
ตะไครบา นตรงท่ีมีใบยาวและน่ิมกวา และเน่ืองจากตน และใบนน้ั มกี ล่นิ ฉนุ มากทําใหไมส ามารถนาํ มาประกอบ
อาหารรบั ประทานได และดอกของตนตะไครห อมนั้นจะออกเปน ชอมีขนาดใหญส ีน้ําตาลอมแดง ออกดอกมาจาก
กลางตน ลักษณะคลา ยกาบ โดยชอ ยอ ยๆ จํานวนมากของตะไครหอมนั้นจะมีใบประดับอยบู รเิ วณโคน 2 ใบ ปลาย
ใบจะแหลม และผลน้นั จะเปนผลแหง แบบเมลด็ เดียวและไมแ ตก
ประโยชนและสรรพคุณของตะไครห อม
ทงั้ ตน – สามารถใชตน สดนาํ มาทุบแลว วางไวใ ชส าํ หรบั กนั ยุงไดดี รวมทั้งชว ยแกอาการริดสีดวงในปาก
ชว ยขับโลหิต ทําใหมดลกู บบี ตวั ทาํ ใหแทง ตลอดจนแกอาการแนนทอง ชวยขับลมในลาํ ไส และทาํ ยาฆา แมลง
ดงั นัน้ จะเห็นไดว าตะไครห อมนน้ั เปนพชื สมุนไพรทม่ี ีประโยชนและสรรพคุณมากมายเลยทเี ดยี ว โดยเฉพาะการ
ปอ งกันยุงหรือแมลงรบกวนที่เปนสาเหตหุ ลกั ของโรคไขเลอื ดออก โรคมาลาเรีย และเทาชาง
ใบมะกรูด
มะกรดู : ชอ่ื วทิ ยาศาสตร : Citrus hystrix
ชื่อสามัญ : Citrus hystrix วงศ: Rutaceae
5
เปน พืชในสกลุ สม (Citrus) มีถ่นิ กาํ เนิดในประเทศลาว อินโดนเี ซีย มาเลเซยี และไทย ในเอเชียตะวนั ออกเฉียง
ใต นิยมใชใบมะกรดู และผวิ มะกรดู เปน สวนหนง่ึ ของเคร่ืองปรุงอาหารหลายชนดิ นอกจากในประเทศไทยและลาว
แลว ยงั มคี วามนยิ มในกมั พูชาเวยี ดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย (โดยเฉพาะบาหลี)
ลกั ษณะพฤกษศาสตร
เปน ไมย ืนตนขนาดเลก็ เปน ไมเน้อื แข็ง ลําตนและกงิ่ มีหนามยาวเล็กนอ ย ใบเปน ใบประกอบชนดิ ลดรปู มีใบยอย 1
ใบ เรยี งสลับ รปู ไข คือมลี กั ษณะคลายกบั ใบไม 2 ใบ ตอกันอยู คอดกิว่ ทีก่ ลางใบเปน ตอน ๆ มีกา นแผอ อกใหญ
เทากับแผน ใบ ทาํ ใหเ ห็นใบเปน 2 ตอน กวาง 2.5-4 เซนตเิ มตร ยาว 4-7 เซนติเมตร ใบสเี ขียวแกพื้นผิวใบเรียบ
เกล้ียง เปนมัน คอนขางหนา มกี ลิน่ หอมมากเพราะมตี อมน้ํามนั อยู ซ่งึ ผลแบบนี้เรยี กวา hesperidium (ผลแบบ
สม ) ใบดา นบนสเี ขม ใตใ บสีออน ดอกออกเปน
กระจกุ 3 – 5 ดอก กลีบดอกสขี าว เกสรสเี หลอื ง รวงงา ย มกี ลิน่ หอม มีผลสเี ขียวเขมคลายมะนาวผิวเปลือกนอก
ขรขุ ระ ขว้ั หวั ทา ยของผลเปน จกุ ผลออนมีเปนสเี ขยี วแก เมื่อผลสุกจะเปล่ียนเปนสเี หลืองสด พนั ธุท่มี ผี ลเลก็ ผวิ จะ
ขรขุ ระนอยกวา และไมมีจกุ ท่ีขว้ั ภายในมเี มลด็ จํานวนมาก ๆ มผี ิวขรขุ ระ
การใชประโยชน
การใชม ะกรดู สระผมนาจะรูจักกนั มาต้งั แตสมยั โบราณ วิธีการสระ บา งก็ใชผ ลดิบผา แลว บีบนาํ้ สระโดยตรง บางก็
นําไปเผา หรือตมกอนสระจะใชเ พื่อการสระผมนั่นเอง และกส็ ามารถนําไปลา งพน้ื ไดดวย ซึ่งเปนสมุนไพรชนิดหน่ึง
เชน กนั ท้ังในใบ และผล บางครั้งสามารถนําไปใชไ ลแมลงบางชนดิ ไดผลมะกรดู ผา ซกี ทบี่ บี นํ้าออกแลว ใชเปน ยาดับ
กล่นิ ในหอ งสขุ าได
6
ชะอม
ชะอม : ชื่อวิทยาศาสตร : Senegalia pennata
ชือ่ สามัญ : Senegalia pennata สกุล : Senegalia
เปนพชื จาํ พวกอาเคเซีย นิยมรบั ประทานในทุกภาคของไทย เปน พชื ย่นื ตน ใชใ บแกแ ละออ น เปน สมุนไพร ของไทย
ลําตนของชะอมมหี นาม ใบมีขนาดเล็กและมีกลน่ิ ฉนุ ใบออนของชะอมหรือสวนยอดของใบสามารถนาํ มา
รบั ประทานได มชี อ่ื เรยี กแตกตา งกันไปแตละภาค โดยมากมักปลูกตามร้วั บานเน่ืองจากมีหนามแลว ยงั เปนผกั ท่ี
ทานไดต ลอดทั้งป พชื อีกชนดิ หนึ่งท่พี บในประเทศซงึ่ เปนคนละสปชีส ยอยกบั ชะอมคือผักคาปลกู โดย การปกชํา
เพาะเมลด็ หรือตอนก่ิง หรือการโนมก่ิงลงดิน โดยไมไดต อตาหรือชาํ ก่งิ สวนมากใชก ารเพาะเมล็ด เน่ืองจากไดต นท่ี
แข็งแรง ทนทานตอสภาพอากาศและยังมหี นามมากกวา การปลกู ดว ยวธิ ปี ลูกแบบอ่นื ชะอมไมคอยมโี รคและแมลง
มารบกวนหากพบโรคปองกนั โดยใช ปนู ขาวโรยรอบโคนตน หรอื จมุ ทอนพนั ธใุ นนา้ํ ปูนขาวกอนปลูก สวนแมลงมี
หนอนกนิ ยอดชะอม ใชยาฆา แมลงฉีดทุก ๆ 8 วนั ควรเก็บยอดชะอมหลงั ฉีดยาแลว ไมน อยกวา 7 วันสามารถเกบ็
เกีย่ วจากตนทีป่ ลูกกิง่ ตอนไดประมาณ 10 -15 วัน ตัดยอดขายได ทุก ๆ 2 วนั ควรบํารุงและดแู ลตน อยา ง
สม่ําเสมอ
สรรพคณุ ทางยา ราก แกป วดทอ ง ทองอดื ทองเฟอ ขบั ลมในลาํ ไสแกล้ินอักเสบเปน ผนื่ แดง
7
แมลงสาบ (Cockroach)
เปน แมลงที่อยูในอนั ดับ Blattodea หรือ Blattaria จดั เปนแมลงท่ีมีวงจรชีวติ ไมส มบรู ณ คือ ไมเปนตวั หนอน
และดักแด ปจจบุ ันเปน แมลงท่ีพบกระจายไปแลวทั่วโลก โดยตดิ ไปกับยานพาหนะตา ง ๆ พบไดถึงขนาดบน
เคร่อื งบนิ โดยสาร ถือเปน สตั วทีเ่ ปน พาหะนาํ โรค และนารังเกียจโดยท่ัวไปแลว มีลกั ษณะลําตัวยาวรเี ปนรูปไข เปน
สีดําหรอื สนี าํ้ ตาลเขม มีสว นหวั ซอนอยูใตอก มหี นวดยาวคลายเสน ดา ย สว นขายาวมีหนามคลมุ ตวั เตม็ วยั มีท้งั มี
ปก และไมมปี ก เปน แมลงที่หากนิ ตามพน้ื ดินเปน หลักตามท่ีมดื ๆ หรอื ในเวลากลางคนื ไมช อบทจี่ ะบิน และว่ิงได
เรว็ มากโดยชื่อภาษาอังกฤษนั้นมีทีม่ าจากภาษาสเปน แมลงสาบทีร่ จู กั กนั โดยทั่วไปเปนชนดิ
Periplanetaamericana ในวงศ Blattidae หรอื เรียก แมลงสาบอเมริกัน มีลําตัวยาวประมาณ 3 เซนติเมตร
สว นแมลงสาบไทยหรอื แมลงสาบชนดิ เอเชยี เปน ชนดิ Blattellaasahinai ซ่งึ มคี วามยาวลําตวั ประมาณ 2
เซนตเิ มตร
ปจ จุบันน้พี บมากกวา 9,000 สกลุ 4,500 ชนดิ และพบ 4 ชนิดที่เลี้ยงเปน สัตวเ ล้ียงเชน แมลงสาบ
มาดากัสการ (Gromphadorhinaportentosa)
8
งานวิจยั ทเี่ กี่ยวขอ ง
จากการศึกษา งานวิจยั ทีเ่ ก่ียวขอ ง Paranagama et al.ไดศึกษาน้าํ มันหอมระเหยจากพืช 5 ชนิด คือตะไครห อม
ตะไครบ านอบเชยเทศ ขิง และหอมแขกตอการวางไข ผลการศกึ ษาพบวานํ้ามันหอมระเหยทง้ั 5 ชนดิ มีผลในการ
ยับย้งั การวางไข และการเจริญเติบโตเปน ตวั เตม็ วัยโดยตะไครบ า น และตะไครห อม มผี ลตอการวางไข และการ
เจริญเติบโตเปนตวั เตม็ วยั มากกวา ขงิ อบเชย และหอมแขก ดว งถวั่ เขยี วทีไ่ ดรับนํ้ามันหอมระเหย จากตะไครบา น
ตะไครห อม ขงิ และอบเชย ทค่ี วามเขมขน 10-160 มลิ ลิกรัม มอี ตั ราการวางไขนอ ยกวา กลมุ ควบคุม ทง้ั นี้เมื่อ
ดว งถวั่ เขียว ไดรับน้าํ มนั หอมระเหย ของตะไครหอม ขิง ตะไครบา น และอบเชย ทมี่ ีความเขมขน 40, 40, 80 และ
160 มลิ ลิกรัม ตามลําดับ จะไมมกี ารวางไขเ ลย สวนนา้ํ มนั หอมระเหยจาก หอมแขก มผี ลตอการวางไขน อยทส่ี ดุ
เม่อื เปรียบเทียบกบั นา้ํ มันหอมระเหยชนดิ อน่ื ๆ
9
บทท่ี 3
วธิ กี ารดําเนนิ โครงงาน
วัสดุ อุปกรณ
1. ใบมะกรดู จํานวน 80 กรัม
2. ใบตะไครห อม จํานวน 80 กรมั
3. ใบชะอม จํานวน 80 กรมั
4. ขวดฉีดพน จํานวน 3 ขวด
5. ครกตํา
6. ขวดพลาสตกิ เจาะรู จํานวน 3 ใบ
7. น้ําเปลา จาํ นวน 450 กรัม
8. เคร่ืองช่งั
9. ผา ขาวบาง จาํ นวน 1 ผนื
10. แมลงสาบ 6 ตวั
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. เกบ็ สมนุ ไพร ใบมะกรดู ใบตะไครห อม และใบชะอม เลือกใบท่ไี มแก ไมออน
ลา งใหสะอาด
2. ชัง่ สมนุ ไพรท้ัง 3 ชนดิ ๆ ละ 80 กรัม นาํ มาบด หรือตาํ ใหล ะเอียดนามในน้าํ 150 มลิ ลิลิตร ดังนี้
ใบมะกรดู 80:150
ใบตะไครห อม 80:150
ใบชะอม 80:150
3.แชสมุนไพรทั้ง 3 ชนิด ๆ ละ 10 นาที แลว กรองเอากากออก และเทนาํ้ สมุนไพร ท้ัง 3 ชนิด ใส ในขวดๆ
ปริมาณสมนุ ไพร 80 กรมั ตอปรมิ าณน้ํา 150 มลิ ลิลิตร
10
4. ทาํ การทดลอง จับแมลงสาบ จาํ นวน 6 ตวั นาํ ไปใสในขวดพลาสติก ท่ีเจาะรไู ว จาํ นวน 3 ขวดๆ ละ 2 ตวั
จากนั้นฉีดพน นาํ้ สมนุ ไพร 80:150 ขวดละ 1 ชนิด ในปริมาณชนดิ ละ50 มิลลิกรมั จากนั้น สงั เกตปฏิกิริยา
ของแมลงสาบ และบันทกึ ผลทกุ ๆ 5 นาที จนครบ 30 นาที หากแมลงสาบตายแสดงวา ชนดิ และปริมาณ
สมนุ ไพรที่เหมาะสม มีผลตอ การตายของแมลงสาบ
5. สรุปผลการทดลอง
11
บทท่ี 4
ผลการศึกษา
จากการศึกษา ซ่ึงวิธกี ารนจี้ ัดเปน วิธีการท่ีปลอดภัยตอ ผใู ช ซึง่ ไมเปน พษิ ตอ มนษุ ย และไมมีพิษตกคางใน
ธรรมชาติ มีวตั ถปุ ระสงคเพื่อเปรยี บเทยี บประสิทธภิ าพชนิดของสมุนไพร และอตั ราสว นที่เหมาะสมของสมนุ ไพรใน
การกาํ จดั แมลงสาบของรวมถึงศึกษาประโยชนข องการใชส มุนไพรในการกาํ จัดแมลง โดยการทดลอง ไดผล
การศกึ ษา ดงั นี้
สารทใ่ี ชในการทดลอง ปฏกิ ิรยิ าของแมลงสาบ
5 10 15 20 30
นํา้ ใบมะกรดู 80 g แมลงสาบ แมลงสาบเคล่อื นไหว แมลงสาบ แมลงสาบตาย -
น้าํ ใบตะไตรหอม 80 g พยายามไตรหนี ไดช า ลงทง้ั 2 ตวั เคลอ่ื นไหวได ทง้ั 2ตวั
นา้ํ ใบชะอม 80 g แมลงสาบ ชาลง ตัวท่ี 1
พยายามไตรห นี ตาย
แมลงสาบเคล่ือนไหว แมลงสาบ แมลงสาบเร่ิม แมลงสาบ
แมลงสาบวง่ิ ไดชา ลง เคลอื่ นไหวได ดิน้ และคอยๆ ยังมีชีวิตทง้ั
ลอบๆขวด และ ชา ลงทง้ั 2 ตัว ฟนข้ึนมา เร่ิม 2ตัว
หงายทอง เคลอ่ื นไหวและ
มชี ีวิตอยู
แมลงสาบตัวท่ี 1
เคลือ่ นไหวชา ลง และ
ตาย แมลงสาบตัวท่ี 2 - --
หงายทองและตายใน
เวลาไลเ ลย่ี กัน
ผลการศกึ ษา พบวา เมื่อเวลาผา นไป 5 นาที แมลงสาบจะมีปฏกิ ริ ยิ าท่ไี มแตกตา งกัน จะพยายามไตห นีขึ้นบนขวด
เม่ือเวลาผานไป 10 นาที จะมปี ฏิกริ ิยาแตกตางกัน จะเคล่ือนไหวชาลง โดยแมลงสาบที่ฉีดดวยน้ําชะอม จะมีการ
เคลื่อนไหวชาลง และตายหมดทกุ ตวั ในท่ีสุด แมลงสาบทฉี่ ีดดว ยนํา้ มะกรูด จะตายเมื่อเวลาผา นไป 15 นาที จะ
ทยอยตายในเวลาไลเลยี่ กนั สวนแมลงสาบท่ฉี ีดดว ยน้ําตะไคร จะเคล่ือนไหวชาลง จนเวลาผา นไป ยงั มีชวี ติ
12
ประโยชนของการใชสมุนไพรในการกําจดั แมลง
1. เพ่อื ลดการใชสารเคมภี ายในบาน
2. สามารถหาไดงา ยในครัวเรือน และเปน พืชทีป่ ลูกไดเ กือบทุกภาคของประเทศไทย
3. เปน การนําพชื สมนุ ไพรท่ีมีอยูมาใชใหเกิดประโยชน เปนการลดคาใชจาย อกี ทางหน่ึง
4. การใชสมนุ ไพรยังเปน แนวทางหนึง่ ในการทดแทนหรือ ลดการใชสารเคมสี ังเคราะหใน การปองกันกาํ จดั
แมลงสาบ
5. เพ่ือสง เสรมิ ภูมปิ ญญาชาวบาน
6. นาํ ผลการทดลอง ไปพฒั นาเปนผลติ ภณั ฑส มนุ ไพร เพ่ือกําจัด หรอื ไลแ มลงสาบตอ ไป
13
บทท่5ี
สรุปผลการศึกษา อภิปราย และขอเสนอแนะ
สรปุ ผลการศึกษา
เปรียบเทยี บประสิทธภิ าพชนิดของสมนุ ไพร และอตั ราสวนที่เหมาะสมของสมนุ ไพร ใบมะกรดู ใบตะไครห อม และ
ใบชะอม ในการกําจดั แมลงสาบ ผลการศกึ ษาพบวา ใบชะอมมีประสิทธิภาพ ในการกําจัดแมลงสาบไดดีท่ีสุด โดย
แมลงสาบทฉี่ ีดดวยนา้ํ ชะอม จะมกี ารเคล่ือนไหวชา ลง และตายในเวลา ประมาณ 5-10 นาที รองลงมาคือน้ําใบ
มะกรูด จะตายภายในเวลาประมาณ 15 -20นาที อนั ดับสดุ ทายใบตะไครห อม ไมสามารถทาํ ใหแ มลงสาบตาย
เพยี งแค เคลื่อนไหวชาลง สงบน่ิงและฟนมาภายหลัง
อภิปรายผล
จากสมมติฐาน ของการศึกษาใหไ ว “สมุนไพรไทย ใบมะกรูด ใบตะไครหอม และใบชะอม สามารถกําจัดแมลงสาบ
ได จากงานวจิ ยั ของ Thavara et U, A, Tawatsin, P. Bhakdecnuan, T. Boonruad, J. Bansiddhi, P.
Chavalittumrong, N. kimalamisra, p.Siriyasatien and M.s Mulla. ท่ีไดอา งองิ ในงานวิจัยทีเ่ กีย่ วของ ใน
พบวานา้ํ มันหอมระเหยจาก ใบมะกรูด มีประสทิ ธิภาพในการไลแมลงสาบอเมรกิ ัน และแมลงสาบเยอรมัน ไดอยาง
สมบูรณ (100%) และไลแมลงสาบผี ได 87.5% เมือ่ เปรยี บเทยี บกับ นํา้ มนั หอมระเหยจากกระชาย ขมน้ิ ชัน
ตะไครตน พริกไทย ฝรัง่ และ ขิงซ่ึงมีประสทิ ธิภาพในการไลไ ดด กี วาลูกเหม็น ในสภาพหองปฏบิ ัติการซึ่งสอดคลอง
กับการทดลองของการทดลอง ของกลุมของขาพเจา ใบมะกรูดสามารถกําจดั แมลงสาบได และ การศึกษา ของ
Paranagama et al. ศกึ ษาน้ํามนั หอมระเหยจากพชื 5 ชนิด คือตะไครหอม ตะไครบ านอบเชยเทศ ขิง และ หอม
แขกตอการวางไขและการแพรพนั ธข องดว งถ่ัวเขยี ว ผลการศึกษาพบวา นํ้ามนั หอมระเหยทัง้ 5 ชนิด มผี ลในการ
ยบั ยัง้ การวางไข และการเจริญเตบิ โตเปนตัวเตม็ วัยของ ดวงถว่ั เขียว ซึง่ ไมสอดคลองกับการทดลองของการทดลอง
ของกลมุ ของขาพเจา ทต่ี ะไครไมสามารถกําจัดแมลงสาบได
จะเหน็ ไดวา จากงานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวขอ งท่ีไดศึกษา พบวา มีการนาํ สมนุ ไพรไทยหลายชนดิ ในการกําจดั ศัตรูพชื
กําจัดแมลงวนั แมลงสาบ ดวงถวั่ เขยี ว ดวงงวงขา วโพด เชน การศกึ ษา ของ พบวา นาํ้ มันหอมระเหย จากใบ
มะกรดู กระชาย ขมิ้นชัน ตะไครตน พริกไทย ฝร่ัง และ ขงิ กาํ จดั แมลงสาบได และ การศึกษาของ มยุรา สุนยว รี ะ
และคณะทดลองการใชสารสกัดจากพชื สมนุ ไพร 10 ชนิด ไดแ ก ชะพลู ดีปลี กานพลู กะทือ ยาสูบ วานนาํ้
14
กระชาย ขา ขมน้ิ ชัน และไพล ทคี่ วามเขม ขน 10% ทําการทดสอบโดยการ spray และ feeding พบวา สารสกดั
จากดีปลี และวานนํ้า และขมิ้นชนั ผสมกับขา ใหผลดีท่สี ดุ ในการทดลอง โดยทาํ ใหแมลงสาบอเมริกนั ตาย 100
และ 90 % หลงั การทดลอง 24 ชวั่ โมง
ขอ เสนอแนะ
การใชส มุนไพรอาจจะเปน อีกทางเลือกหนึ่ง ในการนํามาปองกันกาํ จดั แมลงสาบ หรอื แมลงศัตรพู ืชชนิดอืน่ ๆ
ซึง่ พบวา ในน้าํ มันหอมระเหยของสมนุ ไพร แตละชนิดมีผลตอการตายของตวั ออน และตัวเตม็ วัยของแมลงสาบ
หรอื แมลงชนดิ ตา งๆ ท่ีแตกตางกัน โดยจะขน้ึ อยกู บั สรรพคุณของพืชแตละชนดิ สัดสว นของสมพืชสมนุ ไพรท่ี
นาํ มาใชส กัดน้ํามนั หอมระเหย องคป ระกอบทางเคมี ของพชื สมนุ ไพรท่ีแตกตา งกันออกไป และอาจมปี จ จัยอืน่ ๆ ที่
จะกาํ หนดประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ ของพืชนน้ั ๆ การที่จะนําสมุนไพรแตล ะชนิด มาใชใ นการปอ งกนั กาํ จัดตัว
ออ น และตวั เตม็ วัยแมลงสาบ หรือแมลงชนิดอน่ื ๆ อาจจะใหผลในการปองกัน กาํ จัด การไล การยับยัง้ การวางไข
หรือการยับย้ังการฟกไข ทแ่ี ตกตางกนั จงึ ควรศึกษาคุณสมบตั ิ และลกั ษณะของพืชสมุนไพรแตละชนดิ หาวิธีทจ่ี ะ
นาํ ไปใชใหเหมาะสม และมปี ระโยชนสงู สดุ ควรคํานงึ ถึงดานทีเ่ ปน ประโยชน และโทษของพืชสมุนไพร ในดาน
ความปลอดภัย ท้ังตอ มนุษย สตั วเ ลีย้ ง และสภาพแวดลอ ม เพราะโดยปกติแลว พชื สมนุ ไพรเหลา นี้ มปี ระโยชนท งั้
ทางอาหาร และยา และสามารถหาไดงายตามครัวเรือน และเปนพชื ท่ปี ลูกไดเกือบทกุ ภาคของประเทศไทย แต
สมนุ ไพรบางชนดิ อาจเปน อันตรายตอมนุษย หรอื สตั วเล้ยี งได นอกจากน้ี การใชสมนุ ไพรยงั เปน แนวทางหนึ่ง ใน
การทดแทนหรอื ลดการใชส ารเคมีสังเคราะห ในการปอ งกันกําจัดแมลงสาบ แตอ ยา งไรกต็ าม ผลจากการศึกษา
คร้งั นี้ ยงั ตองมกี ารการศึกษา และพฒั นาตอไป เพ่ือนําผลการทดลอง ไปพัฒนาเปนผลิตภณั ฑสมนุ ไพร เพื่อกําจัด
หรือไลแ มลงสาบตอไป
15
บรรณานุกรม
https://karnkkk.wordpress.com/2018/02/22/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%
B8%B5%E0%B9%88-2/
สมุนไพรกําจดั แมลงสาบ
https://sites.google.com/view/cockroachh/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B
8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD
การเปรยี บเทยี บประสิทธิภาพของสมนุ ไพรในการกําจดั แมลงสาบ
16
ภาคผนวก
17
ภาคผนวก ก
ประวัติผจู ดั ทํา
ช่ือ จนั ธริ า เทพคํา
วนั เกดิ 4 สงิ หาคม พ.ศ.2546
ทอ่ี ยู 131 หมทู ี่ 1 ต.ศรดี อนไชย อ.เทงิ จ.เชยี งราย
ประวตั กิ ารศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนตน ที่โรงเรยี นปลองวทิ ยาคม ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลายท่โี รงเรยี นปลอ ง
วทิ ยาคม ปจ จบุ ันกาํ ลงั ศกึ ษาระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนปลอ งวทิ ยาคม
ต.ปลอง อ.เทิง จ.เชียงราย
18
ชื่อ อรุโณทยั ทิศอนุ
วนั เกิด 30 เมษายน พ.ศ.2546
ที่อยู 205 หมทู ่ี 7 ต.ปลอง อ.เทงิ จ.เชียงราย
ประวัตกิ ารศึกษา ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน ที่โรงเรียนปลองวิทยาคม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนปลอ ง
วทิ ยาคม ปจ จุบันกาํ ลงั ศึกษาระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 6 โรงเรยี นปลอ งวทิ ยาคม
ต.ปลอ ง อ.เทงิ จ.เชียงราย
19
ช่ือ กฤษฎา เงินมา
วนั เกดิ 21 มิถุนายน พ.ศ.2546
ท่อี ยู 71/3 หมูที่ 4 ต.ปลอง อ.เทิง จ.เชียงราย
ประวัตกิ ารศึกษา ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตนท่ีโรงเรยี นปลองวทิ ยาคม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนปลอ ง
วิทยาคม ปจจุบนั กําลังศึกษาระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 6 โรงเรยี นปลอ งวทิ ยาคม
ต.ปลอง อ.เทงิ จ.เชียงราย
20
ชื่อ จุฬาลักษณ ขาวฟอง
วันเกดิ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2546
ทอ่ี ยู 7/1 หมูท่ี 12 ต.ปลอง อ.เทงิ จ.เชียงราย
ประวัติการศึกษา ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ทโี่ รงเรยี นปลองวิทยาคม ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายท่โี รงเรยี นปลอ ง
วทิ ยาคม ปจ จบุ นั กาํ ลงั ศึกษาระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 6 โรงเรยี นปลอ งวทิ ยาคม
ต.ปลอง อ.เทิง จ.เชยี งราย