ประวัติ วั ติ ราชวงค์ และจักพรร จั ดิจีน จี
ราชวงศ์เซี่ย (夏朝:Xià cháo) (2100-1600 ปีก่อนคริสริต์ศักราช) เล่ากันว่า ในสมัยเหยา (尧:Yáo) นั้น แม่น้ำ หวง เหอ (⻩河:Huánghé) เกิดอุทกภัยน้ำ หลากเข้า ทำ ลายบ้านเมือง ทำ ให้ชาวบ้านต้องอพยพไป อาศัยอยู่บนต้นไม้หรือบนยอดเขาเท่านั้น ซึ่งภาย หลังพระเจ้าอวี่ (禹:Yǔ) ใช้เวลา 13 ปีในการแก้ ปัญหาอุทกภัยนี้สำ เร็จ และได้รับขนานนามว่า ต้ายวี่ “⼤禹” (Dà yǔ) ปกครองจีนในช่วง 2100-1600 ปีก่อนคริสตกาล (1557-1057 ปีก่อน พ.ศ.) มีอำ นาจอยู่แถบมณฑล ชานซีในปัจจุบัน ใกล้แม่น้ำ หวง กษัตริย์เซี่ยองค์ แรกคือ พระเจ้าอวี่ เริ่มประเพณีการสืบราชสมบัติ ตามสายโลหิต ในระยะแรกสืบจากพี่มาสู่น้อง สมัย ราชวงศ์เซี่ยนี้ มีหลักฐานว่าผู้ปกครองมักเป็น หัวหน้าทางศาสนาหรือมีหน้าที่ทำ ปฏิทินด้วย แต่ ต่อมาความสำ คัญทางศาสนาหรือความเชื่อเรื่อง นี้เสื่อมลงไป มื่อพระเจ้าอวี่ขึ้นครองราชย์และสถาปนา ราชวงศ์นี้ ในปีที่ 2070 ก่อนคริสตกาล ยังยึดหลักการสละราชบัลลังก์ตามแบบ ประเพณีนิยมของพระเจ้าเหยาและพระ เจ้าซุ่นแก่ผู้ที่มีความสามารถ โดยเตรียม ให้ อี้ ผู้ช่วยรับช่วงสืบราชสมบัติ แต่ หัวหน้าเผ่าต่าง ๆ สนับสนุน ฉี่ โอรสของ พระเจ้าอวี่ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณธรรมและมี ความสามารถอีกคนหนึ่ง จึงได้สืบทอด อำ นาจต่อจากพระบิดา ด้วยการสถาปนา ราชวงศ์เซี่ยขึ้น นับเป็นครั้งแรกที่ ตำ แหน่งเจ้าผู้ครองราชย์เป็นการสืบ สันตติวงศ์ โดยการสืบทอดสมบัติจากพ่อ สู่ลูก พี่สู่น้องไปเรื่อย ๆ การสืบทอดแบบ นี้ทำ ให้เกิดลักษณะการปกครองประเทศ ด้วยวงศ์สกุลเดียวขึ้นเป็นครั้งแรกใน ประเทศจีน ราชวงศ์เซี่ยมีประวัติยาวนานเกือบ 500 ปี มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 17 องค์ จน กระทั่งพระเจ้าเจี๋ย (桀:Jié
ราชวงศ์ซาง (商朝:Shāng cháo) (1600-1046 ปีก่อนคริสริต์ศักราช) ราชวงศ์ซางมีอำ นาจอยู่ประมาณ 550 ปี คือ ตั้งแต่ 1600-1046 ปีก่อน คริสต์ศักราช (1057-503 ปีก่อน พ.ศ.) ในช่วงนี้เริ่มมีการ ก่อตั้งกองทหาร, ข้าราชการและมีการลงโทษตามกฎหมาย มี กษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 31 พระองค์ เมื่อพระเจ้าเจี๋ยแห่งราชวงศ์ เซี่ยซึ่งไร้คุณธรรมสร้างความเกลียดชังแก่คนทั้งแผ่นดินเพิ่ม ขึ้น จนกระทั่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่มิชอบพฤติกรรมของพระองค์ รวมตัวกันเป็นกองกำ ลังเพื่อต่อต้านการปกครองของเจ้าแผ่น ดิน ทัง มีอำ นาจอยู่แถบเมืองซางได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้า เผ่าต่าง ๆ จึงใช้กำ ลังพลและอาวุธโค่นล้มการปกครองของราช วงศ์เซี่ย แล้วสถาปนาราชวงศ์ซางขึ้น โดยตั้งเมืองหลวงที่ เมือง ปั๋ว (อำ เภอเฉาเซี่ยน มณฑลซานตง ปัจจุบัน) เนื่องจากทังเป็น ชนชั้นสูงในราชวงศ์เซี่ยมาก่อน จึงถือว่าเป็นการปฏิวัติของ ชนชั้นสูงครั้งแรกในประวัติศาสตร์จีน นอกจากนั้นยุคนี้ยังเริ่มมี การใช้ภาชนะสำ ริดอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะประเภท ถ้วยสุรา มีดวงพระจันทร์ กลองสำ ริด ซึ่งมีการขุดค้นพบเป็นหลักฐานกัน มาก
ราชวงศ์โจว (周朝:Zhōu cháo) (1046-256 ปีก่อนคริสริต์ศักราช) กประวัติศาสตร์จีนแบ่งราชวงศ์โจ วออกเป็น ราชวงศ์โจวตะวันตก และ ราชวงศ์โจวตะวันออก ซึ่งมีระยะ ครองแผ่นดินต่อเนื่องกัน 790 ปี (ยาวนานที่สุดในจีน) แต่มีการย้าย เมืองหลวงหลังจากแพ้ชนะกัน จึง แบ่งราชวงศ์นี้ด้วยทิศทางของ เมืองหลวงเป็นหลัก ราชวงศ์โจวตะวันตก (1046-771 ปี ก่อนคริสต์ศักราช) บทความหลัก: ราชวงศ์โจวตะวันตก เผ่าโจวเป็นเผ่าเก่าแก่และใช้แซ่ จี โดยอาศัยแถบลุ่มน้ำ เว่ยเหอ ต่อมา ย้ายถิ่นไปอยู่ ฉีซาน (ด้านเหนือ อำ เภอฉีซาน มณฑลฉ่านซีปัจจุบัน) าง ราชวงศ์โจว ตราระบบสืบสายวงศ์ขึ้นใช้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก โดยกำ หนดว่า ตำ แหน่งกษัตริย์หรือเจ้านครรัฐต่าง ๆ ต้อง สืบทอดเฉพาะบุตรคนโตของภรรยาเอกเท่านั้น บุตรที่เหลือจะรับ การแต่งตั้งในตำ แหน่งต่ำ ลงไป การสืบทอดชัดเจนนี้สร้างความ มั่นคงแก่ราชวงศ์ยิ่งขึ้น เมื่อล่วงถึงสมัยของพระเจ้าโจวโยวหวัง เมืองเฮ่าซึ่งเป็นเมือง หลวงเกิดแผ่นดินไหวร้ายแรง เกิดโรคระบาด ประชาชนลำ บาก ยากแค้นโดยกษัตริย์ไม่สนใจไยดี กลับลุ่มหลงสุรานารีและความ บันเทิงหรูหรา ส่วนขุนนางประจบสอพลอ ไม่ทำ งานตามหน้าที่ ทำ ให้เจ้านครรัฐบางคนรวมตัวกับชนเผ่าฉวี่ยนหรงเข้าโจมตีและ ปลงพระชนม์กษัตริย์ ถือเป็นจุดสิ้นสุดอาณาจักรโจวตะวันตก
ราชวงศ์ฉิน (221-206 ปีก่อนคริสริ ต์ศักราช) จีนยุคจักรวรรดิ นักประวัติศาสตร์นิยมเรียกประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่ ราชวงศ์ฉิน ถึง ราชวงศ์ชิง ว่าเป็นจีนยุคจักรวรรดิ ถึง แม้ว่าราชวงศ์ฉินจะมีอายุเพียงแค่ 12 ปี แต่พระองค์ได้วาง รากฐานสำ คัญของ อารยธรรมชนเผ่าฮั่น ไว้เป็นจำ นวนมาก เมืองหลวงตั้งอยู่ที่ เสียนหยาง (咸陽) (บริเวณเมือง ซีอาน ปัจจุบัน) นักประวัติศาสตร์นิยมเรียกประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่ ราชวงศ์ฉิน ถึง ราชวงศ์ชิง ว่าเป็นจีนยุคจักรวรรดิ ถึง แม้ว่าราชวงศ์ฉินจะมีอายุเพียงแค่ 12 ปี แต่พระองค์ได้วาง รากฐานสำ คัญของ อารยธรรมชนเผ่าฮั่น ไว้เป็นจำ นวนมาก เมืองหลวงตั้งอยู่ที่ เสียนหยาง (咸陽) (บริเวณเมือง ซีอาน ปัจจุบัน) สิ่งก่อสร้างที่สำ คัญของราชวงศ์ฉินคือ กำ แพงเมืองจีน ซึ่งเป็นการต่อแนวกำ แพงเก่าให้เป็นปึกแผ่น ฉินซีฮ่องเต้ สร้างแนวปกกันพวกป่าเถื่อนจากทางเหนือโดยการสร้าง กำ แพงต่อเชื่อมกำ แพงเดิมที่อยู่เดิม จากการก่อสร้างของ รัฐต่าง ๆ
ราชวงศ์ฮั่นตะวัน วั ตก (206 ปีก่อนคริสริ ต์ ศักราช - ค.ศ. 220) เมื่อ เล่าปัง เอาชนะ เซี่ยงอี่ สำ เร็จ จึงสถาปนา ตนเองเป็นจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์ฮั่นอัน ยิ่งใหญ่และยาวนาน มีพระนามว่า สมเด็จพระ จักรพรรดิ ฮั่นเกาจู โดยตั้งเมืองหลวงที่ ฉางอาน (ใกล้บริเวณเมือง ซีอาน มณฑลฉ่านซี ปัจจุบัน) แล้วเรียกชื่อประเทศว่า อาณาจักรฮั่น นัก ประวัติศาสตร์จีนแบ่งยุคสมัยของราชวงศ์ฮั่นเป็น สองยุคตามที่ตั้งของเมืองหลวง คือ ราชวงศ์ฮั่น ตะวันตก โดยมี ราชวงศ์ซิน ของอองมังมาคั่นเป็นระยะ สั้น ๆ ก่อนที่จะเกิดการฟื้นฟู ราชวงศ์ฮั่นตะวัน ออก (เริ่มต้นที่พระเจ้าฮั่นกวงอู่) โดยย้าย นครหลวงไปที่เมือง ลั่วหยาง
ยุคสามก๊ก (ค.ศ. 220-280) ฃ โดยจุดเริ่มต้นของการแตกแยกเป็นสามก๊ก มีเค้ารางเริ่มจากการกบฏของโจรโพกผ้าเหลือง ทำ ให้ราชวงศ์ฮั่นอ่อนแอลง ตั๋งโต๊ะซึ่งเป็นแม่ทัพ ชายแดนจึงเข้ามาควบคุมอำ นาจในเมืองหลวง นำ ไปสู่การแตกแยกกันของเหล่าขุนศึกทั่ว สารทิศ และทำ ศึกสงครามต่อเนื่องกันตั้งแต่ ค.ศ. 189 ซึ่งในช่วงเวลานี้ มีเหล่าขุนศึก ขุนพล ขุนนาง และเสนาธิการที่ปรึกษาที่เก่งกล้า สร้าง ชื่อเสียงในการทำ สงครามและการปกครองเป็น จำ นวนมาก อาทิ กวนอู เตียวหุย จูล่ง จูกัดเหลี ยง ลิโป้ ซุนฮก กุยแก กาเซี่ยง สุมาอี้ ซุนเซ็ก จิว ยี่ โลซก ลิบอง ฯลฯ ป็นยุคที่แผ่นดินจีนแตกออก เป็น สามก๊ก โดยมีจ๊กก๊ก ของ เล่าปี่, วุยก๊กของ โจโฉ และง่อก๊กของ ซุนกวน ทั้ง สามก๊กต่างก็ทำ สงคราม แย่งชิงความเป็นใหญ่ใน แผ่นดินจีน
ราชวงศ์จิ้นตะวัน วั ตก (ค.ศ. 265-317) สุมาเอี๋ยน (司⻢炎) สถาปนา ตนเองเป็นจิ้นอู่ตี้ ก่อตั้งราช วงศ์จิ้นตะวันตกใน ค.ศ. 265 (พ.ศ. 808) เข้าแทนที่รา ชวงศ์วุ่ยของเฉาเชาหรือ โจโฉ กระทั่งใน ค.ศ. 280 (พ.ศ. 823) ราชวงศ์จิ้นตะวันตกก็ปราบ ง่ อก๊ก ลงได้ รวมแผ่นดินเป็นปึก แผ่น เป็นอันสิ้นสุดยุคสามก๊ก สุมาเอี๋ยน (司⻢炎) สถาปนาตนเองเป็นจิ้ นอู่ตี้ ก่อตั้งราชวงศ์จิ้นตะวันตกใน ค.ศ. 265 (พ.ศ. 808) เข้าแทนที่ราชวงศ์วุ่ย ของเฉาเชาหรือ โจโฉ กระทั่งใน ค.ศ. 280 (พ.ศ. 823) ราชวงศ์จิ้นตะวันตกก็ปราบ ง่ อก๊ก ลงได้ รวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น เป็น อันสิ้นสุดยุคสามก๊ก
การล่มสลายของราชวงศ์จิ้นตะวันตก ทำ ให้แผ่นดินจีนตกอยู่ในภาวะแตกเป็น เสี่ยง ๆ ราชสำ นักจิ้นย้ายฐานที่มั่นทางการ ปกครองและเมืองหลวงลงไปทางใต้ สถาปนา ราชวงศ์จิ้นตะวันออก (ค.ศ. 317- 420 หรือ พ.ศ. 860-963) ขณะที่ สถานการณ์ทางตอนเหนือวุ่นวายหนัก แผ่นดินที่แตกออกเป็นแว่นแคว้นของชน เผ่าต่าง ๆ 16 แคว้น โดยเรียกยุคนี้ว่า ราชวงศ์จิ้นตะวัน วั ออก (ค.ศ. 317-420) ยุคห้าชนเผ่าสิบหก แคว้น เป็นยุคสั้น ๆ ที่ เกิดการหลอมรวม ทางวัฒนธรรมของ ชาวจีนเชื้อสายต่าง ๆ
ราชวงศ์เหนือใต้ (ค.ศ. 420-581) หลังจากการล่มสลายของราช วงศ์จิ้นตะวันตก ภาคเหนือของ จีนก็ตกอยู่ในภาวะจลาจลและ สงครามชนเผ่าของยุค 16 แคว้น จวบจน ค.ศ. 386 หัวหน้าเผ่าทั่ว ป๋าเซียนเปยได้สถาปนารัฐเว่ย์ เหนือ และตั้งนครหลวงที่เมืองผิง เฉิง (ปัจจุบันคือเมืองต้าถงใน มณฑลซันซี) ยุติความวุ่นวายจาก สงครามแย่งชิงอำ นาจที่เกิดขึ้น ทางภาคเหนือ ทางฝ่ายเหนือก่อนที่ราชวงศ์จิ้น จะพบจุดจบ ทางห้าชนเผ่า เผ่า เชียง เผ่าซยฺงหนู เผ่าตี เผ่า เซียนเปย์ (ที่แบ่งออกเป็น ตระกู ลมู่หยงและตระกูลทั่วป๋า) หลัง จากฝูเจียนอ๋องแห่งแคว้นเฉียน ฉินพ่ายแพ้ที่แม่น้ำ เฝ่ย์ ก็เริ่ม อ่อนแอลง โดยได้มีการกล้าแข็ง ขึ้นของกลุ่มที่เหลือ และฝูเจียน ได้ตายโดยน้ำ มือของเหยาฉัง
ราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581-618) สุยเหวินตี้ฮ่องเต้ ได้รวบรวมประเทศให้เป็นปึกแผ่นได้ อีกครั้ง แต่โอรสคือสุยหยางตี้ไม่มีความสามารถ ทำ ให้ ซ้ำ รอยราชวงศ์ฉิน บรรดาผู้ปกครองหัวเมืองต่างตั้ง ตนเป็นใหญ่และแย่งอำ นาจกัน ราชวงศ์สุยอยู่ได้เพียง สองรัชกาลเช่นกัน ภายหลังการรวมแผ่นดินของ ราชวงศ์สุย สภาพสังคมโดยรวม ได้รับการฟื้นฟูจากภาวะสงคราม มีการเติบโตด้านการผลิต เกิด ความสงบสุขระยะหนึ่ง สุยเหวินตี้ ได้ดำ เนินการปฏิรูปการปกครอง ครั้งใหญ่ โดยยุบรวมเขต ปกครองในท้องถิ่น ลดขนาด องค์กรบริหาร รวมศูนย์อำ นาจไว้ ที่ส่วนกลาง ฮ่องเต้กุมอำ นาจเด็ด ขาดทั้งในทางทหาร การ ปกครองและเศรษฐกิจ โดยมี ขุนนางเป็นเพียงผู้ช่วยในการ บริหาร
ราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) หลี่หยวน (หลี่เอียน) หรือถังเกาจู ฮ่องเต้ ขุนนางใหญ่ในสมัยสุย ได้ ลุกฮือที่แดนไท่หยวน และได้บุตร ชายคนรองหลี่ซื่อหมิน ทำ การชนะ ศึกอย่างต่อเนื่อง ได้ตั้งราชธานี ที่ เมืองฉางอัน (เมืองฉางอันเป็น เมืองหลวงของหลายราชวงศ์ อาทิ ฮั่นตะวันตก ราชวงศ์สุย ราช วงศ์จิ้นตะวันออก) ผู้นำ ของแคว้น ถังได้สถาปนาตัวเองเป็นอิสระ จากสุยหยางตี้ และได้ชัยชนะเด็ด ขาดจากแคว้นอื่น ๆ หลังจากสิ้นยุคของพระนางบูเช็กเทียน แล้ว ราชวงศ์ถังก็กลับคืนมาสู่คนใน สกุลหลี่อีกครั้ง แต่ก็เป็นการเสื่อมถอย ลง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่ยอดหญิง งามของจีน ต่อมา อานลู่ซานแม่ทัพ ชายแดนจึงได้เข้ามาก่อการปฏิวัติและ ยึดเมืองหลวงฉางอานไว้เป็นผลสำ เร็จ
ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร ในช่วงปลายราชวงศ์ถังมีการก่อกบฏประชาชน ตามชายแดน ขันทีครองอำ นาจบริหารบ้านเมือง อย่างเหิมเกริม มีการแย่งชิงอำ นาจกัน แม่ทัพจู เวิน (จูเฉวียนจง) สังหารขันทีทรงอำ นาจในราช สำ นัก แล้วสถาปนาตนเป็นจักรพรรดิ ทำ ให้ ราชวงศ์ถังสิ้นสุด บรรดาหัวเมืองต่าง ๆ มีการ แบ่งอำ นาจกันเป็นห้าราชวงศ์ สิบอาณาจักร คือ ราชวงศ์เหลียง ถัง จิ้น ฮั่น และโจว โดยปกครองแถบลุ่มน้ำ ฮวงโหติดต่อกันมาตาม ลำ ดับ ส่วนเขตลุ่มแม่น้ำ แยงซีเกียงกับดินแดนทาง ใต้ลงไปเกิดเป็นรัฐอิสระอีก 10 รัฐ รวมเรียกว่า สิบ อาณาจักร การแบ่งแยกอำ นาจปกครองยุคนี้ขาด เสถียรภาพ ชีวิตของประชาชนเต็มไปด้วยความ ลำ บากยากแค้น ต่อมา เจ้าควงอิ้น ผู้บัญชาการ ทหารองครักษ์ชิงอำ นาจจากราชวงศ์โจวตั้งตน สถาปนาราชวงศ์ซ่งหรือซ้องเป็น พระเจ้าซ่งไท่จู่
ราชวงศ์ซ่ง เจ้าควงอิ้นหรือพระเจ้า ซ่งไท่จู่ สถาปนารา ชวงศ์ซ่งหรือซ้องเหนือ เมืองหลวงอยู่ที่ ไคฟง(มณฑลเหอหนาน ในปัจจุบัน) รวบรวมแผ่นดินจีนเป็นอันหนึ่ง อันเดียวสำ เร็จ แล้วใช้นโยบาย แบบ “ลำ ต้นแข็ง กิ่งก้านอ่อน” ใน การบริหารประเทศ ปฏิรูปการ ปกครอง การทหาร การคลัง อันมี ประโยชน์ในการสร้างเสถียรภาพ แก่อำ นาจส่วนกลาง แต่ส่วนท้อง ถิ่นกลับอ่อนแอ เมื่อต้องทำ สงคราม ย่อมไม่มีกำ ลังต่อต้าน ศัตรูได้ อำ นาจการใช้กระบวนการ ยุติธรรมถูกควบคุมโดยส่วนกลาง
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1279-1368) ยุคนี้ประเทศจีนถูก ปกครองโดยชาวมองโกล นำ โดย หยวนชื่อจู่ (หรือ กุบไลข่าน) ซึ่งโค่นรา ชวงศ์ซ่ง ตั้งราชวงศ์ หยวน หรือราชวงศ์ มองโกลขึ้น ยุคสมัยนี้ได้มี ชาวต่างประเทศเดินทาง มาค้าขายเช่น มาร์โค โปโล มีการพิมพ์ธนบัตร จีนขึ้นครั้งแรก สมัยนี้อาณาเขตมีขนาดใหญ่มาก ว่ากัน ว่าใหญ่กว่าอาณาจักรโรมันถึง 4 เท่า หลังจากกุบไลข่านสิ้นพระชนม์ ชนชั้น มองโกลได้กดขี่ชาวจีนอย่างรุนแรง จน เกิดกบฏ และสะสมกองกำ ลังทหารหรือ กลุ่มต่อต้านขึ้น ช่วงปลายราชวงศ์หยวน จูหยวนจาง ได้ปราบปรามกลุ่มต่าง ๆ และขับไล่ราชวงศ์หยวนออกไปจากแผ่น ดินจีนได้สำ เร็จ
ราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) จูหยวนจาง เป็นผู้นำ กองกำ ลังที่ ทำ ศึกปราบราชวงศ์หยวน แล้ว ขับไล่มองโกลออกจากแผ่นดิน จีนได้ จากนั้นสถาปนาตนขึ้นเป็น ฮ่องเต้นที่เมืองนานกิง และ สถาปนาราชวงศ์หมิงขึ้น จักร พรรดิหมิงไท่จู่ปกครองประเทศ นานกว่า 31 ปี เสริมสร้างความ เข้มแข็งในอาณาจักรด้วยการ รวมศูนย์อำ นาจปกครอง ทำ ให้ บ้านเมืองมีแสนยานุภาพทาง ทหารเข้มแข็งกว่าสมัยรา ชวงศ์ซ่งมาก พระองค์ยังลด หย่อนการเก็บภาษีจากชาวนาที่ ยากไร้ จึงได้รับความเคารพรัก จากชาวนาจำ นวนมาก ช่วงปลายราชวงศ์หมิง สภาพการผูกขาดที่ดิน รุนแรงมาก พระราชวงศ์และบรรดาเจ้านายที่ได้รับ การแต่งตั้งมีที่ดินกระจายอยู่ทั่วประเทศ ภาษีอากร ของรัฐบาลก็นับวันมากขึ้น ความขัดแย้งระหว่าง ชนชั้นต่าง ๆแต่แล้วพวกเขาก็ต้องถูกเสนาบดีขันที และขุนนางที่มีอำ นาจโจมตีและทำ ร้าย ซึ่งยิ่งทำ ให้ สังคมวุ่นวายมากยิ่งขึ้น
ราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644-1912) มีจักรพรรดิรวมทั้งสิ้นใน ราชวงศ์ 13 พระองค์ ซึ่ง จักรพรรดิ ปูยี เป็น จักรพรรดิองค์สุดท้าย และ เป็นราชวงศ์สุดท้ายก่อน สถาปนาเป็นระบบ สาธารณรัฐ เป็นราชวงศ์ ของ เผ่าแมนจูเลีย การตรวจตราข้อบังคับของสังคม ศาสนา และ การ ค้าทางเรือที่รุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่งก็ว่าได้ คือ การให้ ชายจีนไว้ผมหางเปียและใส่เสื้อแบบแมนจูเลีย คือ ปิดแขนเสื้อและขา เลียนแบบสมัยราชวงศ์ถังเก่า พร้อมประคำ 500 เม็ด และต้องนับถือพุทธจีน ในราชสำ นักยังคงมีขุนนางตำ แหน่งที่ สำ คัญ ๆถือกำ เนิดขึ้นด้วย คือ "ขันที" และ เสนาบดีฝ่ายซ้าย "ตงชิงอ๋อง" และ เสนาบดีฝ่ายฝ่ายขวา "กังชิงอ๋อง" อีกทั้ง ยังมีระบบศาลที่คานดุลอำ นาจกัน และ ระบบการว่าราชการที่เจริญที่สุดถอด แบบจากราชสมัย "ราชวงศ์ซ่ง" คล้าย ระบอบการปกครองของประเทศไทยใน รัชสมัยรัชกาลที่ 5 คือ ระบบเวียง ระบบ วัง ระบบคลัง และระบบนา
ยุคสาธารณรัฐจีน (ค.ศ. 1912-1949) ซึ่งเป็นการปฏิวัติเปลี่ยนแปลง การปกครองจีนให้เป็นระบอบ สาธารณรัฐที่นำ โดย ดร. ซุนยัด เซ็น ราชวงศ์ชิงถูกยึดอำ นาจในปี นั้น และใน พ.ศ. 2455 ผู่อี๋ จักรพรรดิองค์สุดท้ายถูกบังคับ ให้สละราชสมบัติ ถือเป็นจุด อวสานของราชวงศ์ชิง และการ ปกครองระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ของจีน หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง พรรคก๊กมินตั๋งและ พรรคคอมมิวนิสต์ได้มีการเจรจาเพื่อก่อตั้งรัฐบาลผสม แต่ เจียงไคเช็ควางแผนที่จะกำ จัดพรรคคอมมิวนิสต์ ทำ ให้เหมา เจ๋อตงและแกนนำ ของพรรคต้องนำ พาสมาชิกและชาวนาผู้ ยากไร้ที่เป็นกองกำ ลังส่วนใหญ่ของพรรค เดินทัพทางไกลขึ้น ไปทางเหนือ จากนั้นเหมาเจ๋อตงก็นำ กองทัพเปิดศึกกับเจียงไค เช็กอีกครั้ง เนื่องจากภายในพรรคก๊กมินตั๋งเองก็มีความขัด แย้งภายใน ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นภายใน พรรคได้ รวมถึงเหมาเจ๋อตงสามารถชี้นำ และปลุกระดมชวน เชื่อชาวจีนผู้ยากไร้ทั่วประเทศในเวลานั้นให้เข้าร่วมการต่อสู้ พรรคคอมมิวนิสต์จึงได้ชัยชนะในที่สุด ส่วนเจียงไคเช็คก็ลี้ภัย ไปยังเกาะไต้หวัน และสถาปนาสาธารณรัฐจีนขึ้นใหม่
ความหลากหลายทางชีวภาพ จีนเป็นหนึ่งใน 17 ประเทศที่มี ความหลากหลายทางชีวภาพ สูงและตั้งอยู่ในสองเขตชีวภาพ สำ คัญของโลก เขตชีวภาพพาลี อาร์กติกและเขตชีวภาพอินโด มาลายา โดยการนับจำ นวน ชนิดของสัตว์และพืชมีท่อน้ำ เลี้ยง มีมากกว่า 34,687 สาย พันธุ์ ทำ ให้จีนเป็นประเทศที่มี ความหลากหลายทางชีวภาพ มากเป็นอันดับสามของโลก แพนด้ายักษ์ที่มีชื่อเสียงนั้น พบได้ในบริเวณจำ กัดตาม แม่น้ำ แยงซี ประเทศจีนกำ ลัง ประสบปัญหาที่กำ ลังดำ เนิน อยู่ในด้านการค้าสปีชีส์ใกล้ สูญพันธุ์ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมี กฎหมายห้ามกิจกรรมดัง กล่าวแล้วก็ตาม
ประเทศจีนมีป่าหลายประเภท ขอบเขตทาง ตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียง เหนือนั้นมีภูเขาและป่าสนเขตอากาศหนาว ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์บางสปีชีส์ รวม ไปถึง มูสและหมีดำ เอเชีย นอกจากนี้ยังมี นกอีกราว 120 ชนิด ป่าสนชื้นมีชั้นไม้พุ่ม เป็นไผ่ แทนที่โดยกุหลาบพันปีกลุ่มไม้ จำ พวกสนและยิวบนภูเขาที่สูงกว่า ป่าใต้ เขตร้อน ซึ่งพบมากทางตอนกลางและตอนใต้ ของจีน พบพรรณพืชจำ นวนน่า พิศวงถึง 146,000 สปีชีส์[25] ป่าฝน เขตร้อนและป่าดิบแล้ง ซึ่งถึงแม้ว่าจะ มีขอบเขตเพียงมณฑลยูนนานและ เกาะไหหนาน แต่มีพรรณพืชและพันธุ์ สัตว์คิดเป็นหนึ่งในสี่ของทั้งหมดที่พบ ในประเทศจี
สิ่งแวดล้อม ประเทศจีนมีการวางกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง กับธรรมชาติบางฉบับ เช่น กฎหมายป้องกันสิ่ง แวดล้อม พ.ศ. 2522 ซึ่งส่วนใหญ่ยึดแบบมา จากกฎหมายสหรัฐอเมริกา แต่สิ่งแวดล้อมยัง คงเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่องขณะที่ข้อบังคับ นั้นค่อนข้างที่จะเข้มงวด แต่การบังคับใช้ กฎหมายเหล่านี้ยังคงไม่ค่อยดีนัก เนื่องจาก ชุมชนหรือรัฐบาลท้องถิ่นมักจะปล่อยปละละเลย อยู่บ่อยครั้ง ขณะที่มุ่งให้ความสนใจกับการ พัฒนาเศรษฐกิจมากกว่า อย่างไรก็ตาม ด้วยเงินกว่า 34,600 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐที่ลงทุนในเทคโนโลยี สะอาดใน พ.ศ. 2552 ทำ ให้ประเทศจีน เป็นประเทศผู้นำ การลงทุนเทคโนโลยี พลังงานหมุนเวีย ประเทศจีนผลิตกังหัน ลมและแผงสุริยะต่อปีมากที่สุดในโลก
ยุคก่อนประวัติ วัติศาสตร์ จีนถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอารยธรรมที่เก่าแก่ ที่สุดในโลก มีหลักฐานทางโบราณคดีชี้ให้ เห็นว่ามนุษย์ยุคแรกอาศัยอยู่บริเวณที่เป็น ประเทศจีนเมื่อ 2.25 ล้านปีมาแล้วฟอสซิล ของมนุษย์ปักกิ่งซึ่งถือเป็นโฮโมอิเร็กตัส กลุ่มแรก ๆ ที่ริเริ่มการใช้ไฟถูกค้นพบในถ้ำ แห่งหนึ่งบริเวณเขตฟางซานทางตะวันตก เฉียงใต้ของปักกิ่ง มีอายุระหว่าง 680,000 ถึง 780,000 ปีก่อน ในขณะที่ ซากดึกดำ บรรพ์ของมนุษย์ (มีอายุ 125,000–80,000 ปีก่อน) ถูกค้นพบในถ้ำ ในมณฑลหูหนาน
ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์พบว่า ราชวงศ์แรกที่ปกครองประเทศจีนคือ ราชวงศ์เซี่ย ในช่วง 2100-1600 ปีก่อน คริสตกาล มีอายุอยู่ได้ราว 500 ปี ราช วงศ์เซี่ยถือเป็นจุดเริ่มต้นของระบบ การเมืองของจีนที่มีพื้นฐานมาจาก ราชวงศ์ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งกินเวลานานนับพันปี ราชวงศ์ซางที่ สืบต่อมาจากราชวงศ์แรกสุดได้รับการ ยืนยันจากบันทึกร่วมสมัย โดยปกครอง ที่ราบแม่น้ำ ฮวงโหทางตะวันออกของจีน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสตศักราช การปกครองในยุคแรก
ภูมิศาสตร์ ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออก บนฝั่งตะวันตก ของ มหาสมุทรแปซิฟิก มีพื้นที่ดินประมาณ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่มี พื้นที่บนบกมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และถูกพิจารณาว่ามีพื้นที่ทั้งหมดใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 3 หรือ 4 ของโลก ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อมูลขนาดนี้ เกี่ยวข้องกับ ความถูกต้องของการอ้าง สิทธิ์เหนือดินแดนของจีน อย่างเช่น อัคสัยจิน และดินแดนทรานส์คอราคอรัม (ซึ่งอินเดียอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนทั้งสอง ด้วยเช่นกัน) และ วิธีการคำ นวณขนาด ทั้งหมดโดยสหรัฐอเมริกา ซึ่งหนังสือ ความจริงของโลกระบุไว้ที่ 9,826,630 กม. ละ สารานุกรมบริตานิกา ระบุไว้ที่ 9,522,055 กม
ประเด็นปัญหาใหญ่ประการหนึ่งคือการขยาย ตัวอย่างต่อเนื่องของทะเลทราย โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งทะเลทรายโกบี ถึงแม้ว่าแนวต้นไม้กำ บั้งซึ่งปลูก ไว้ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 จะช่วยลดความถี่ ของการเกิด พายุทราย ขึ้นได้ แต่ ภัยแล้ง ที่ ยาวนานขึ้นและวิธีการทางเกษตรกรรมที่เลวส่งผล ทำ ให้เกิดพายุฝุ่นขึ้นทางตอนเหนือของจีนทุกฤดู ใบไม้ผลิ จากนั้นจึงแพร่กระจายต่อไปยังส่วนอื่น ของเอเชียตะวันออก รวมทั้งเกาหลีและญี่ปุ่น ตามข้อมูลของสำ นักงานสิ่งแวดล้อมจีน (SEPA) ประเทศจีนกำ ลังกลายสภาพเป็นทะเล ทรายราว 4,000 กม. 2 ต่อปี น้ำ การกัดเซาะ และการควบคุมมลพิษได้กลายมาเป็นประเด็น ที่สำ คัญในความสัมพันธ์ของจีนกับต่าง ประเทศ ธารน้ำ แข็งที่กำ ลังละลายในเทือกเขา หิมาลัยยังได้นำ ไปสู่การขาดแคลนน้ำ ใน ประชากรจีนนับหลายร้อยล้านคน
จักรวรรดิจีน ยุคสงครามสิ้นสุดลงในช่วงปี 221 ก่อ นคริสตศักราช หลังจากที่รัฐฉินพิชิต อาณาจักรที่เหลืออีก 6 อาณาจักร รวม จีนเข้าด้วยกันอีกครั้ง และสถาปนาระบบ การปกครองแบบเผด็จการที่โดดเด่น จิ๋นซีฮ่องเต้ สถาปนาตนเองเป็น จักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์ฉิน ตามมาด้วยประกาศใช้การปฏิรูป กฎหมายฉินทั่วประเทศจีน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง การบังคับกำ หนดมาตรฐาน ของตัวอักษรจีน การวัด ความกว้าง ของถนน (เช่น ความยาวของเพลารถ เข็น) และสกุลเงิน
ภายหลัง สงครามฉู่–ฮั่น ที่แพร่ขยายออกไป ในระหว่างที่หอสมุดจักรพรรดิที่ เสียนหยาง ถูกเผา ราชวงศ์ฮั่นได้ถือกำ เนิดขึ้นเพื่อ ปกครองจีนระหว่างปีคริสตศักราช 206 ถึงค ริสตศักราช 220 และได้สร้างอัตลักษณ์ทาง วัฒนธรรมสำ คัญที่เป็นเอกลักษณ์เป็นที่จดจำ ในชาติพันธุ์วิทยาของชาวจีนฮั่นสมัยใหม่ มีการขยายอาณาเขตของจักรวรรดิอย่าง มาก ไปถึงบริเวณเอเชียกลาง มองโกเลีย เกาหลีใต้ และ ยูนนาน และการฟื้นฟูกวางตุ้ง รวมถึงเวียดนามตอนเหนือ การมีส่วนร่วม ของราชวงศ์ฮั่นในเอเชียกลาง ก่อให้เกิดการ สร้างเส้นทางสายไหมอันเลื่องชื่อ แทนที่เส้น ทางเดิมเหนือเทือกเขาหิมาลัยไปยังอินเดีย และจีนฮั่นได้กลายเป็นชาติที่มีขนาด เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณ
การปฏิรูปและประวัติ วัติศาสตร์ร่วมสมัย หลังจากเหมาถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2519 และการจับกุมตัว แก๊งออฟโฟร์ ซึ่งถูก ประณามว่าเป็นผู้ที่ใช้อำ นาจหน้าที่เกินกว่า เหตุระหว่างการปฏิวัติทางวัฒนธรรม เติ้ง เสี่ยวผิง ได้แย่งชิงอำ นาจจากทายาททางการ เมืองที่เหมาวางตัวไว้ หัว กั๋วเฟิง อย่าง รวดเร็ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นประธาน พรรคหรือประมุขแห่งรัฐ ในทางปฏิบัติแล้ว เติ้งเป็น ผู้นำ สูงสุด ของจีนในเวลานั้น อิทธิพล ของเขาภายในพรรคนำ พาประเทศไปสู่การ ปฏิรูปทางเศรษฐกิจครั้งสำ คัญ
หลังจากนั้น พรรคคอมมิวนิสต์ได้ผ่อนปรน การควบคุมเหนือชีวิตประจำ วันของพลเมือง และ คอมมูน ถูกยุบโดยชาวนาจำ นวนมากได้ รับที่ดินเช่า ซึ่งได้เป็นการเพิ่มสิ่งจูงใจและ ผลผลิตทางเกษตรกรรมอย่างกว้างขวาง เหตุการณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงจีนจาก ระบบเศรษฐกิจที่มีการวางแผนจากส่วนกลาง มาเป็น เศรษฐกิจแบบผสม ซึ่งมีสภาพเป็น ตลาดเปิดเพิ่มมากขึ้น หรือที่บางคนเรียกว่า "ตลาดสังคมนิยม" และพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เรียกมันอย่าง เป็นทางการว่า "สังคมนิยมที่เป็นลักษณะ เฉพาะของจีน" สาธารณรัฐประชาชนจีนใช้ บังคับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2525
ถึงแม้ว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนจะต้องการ การเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการพัฒนา ประเทศ รัฐบาลจีนได้เริ่มวิตกกังวลว่าการ เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วนี้จะมีผลกระ ทบในด้านลบต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของ ประเทศ อีกเรื่องหนึ่งที่สร้างความกังวลคือบาง ภาคส่วนของสังคมไม่ได้รับประโยชน์จากการ เติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างเพียงพอ ตัวอย่างหนึ่งคือช่องว่างใหญ่ระหว่างพื้นที่ เมืองและชนบท ดังนั้น ภายใต้เลขาธิการพรรค คอมมิวนิสต์จีนชุดปัจจุบัน ประธานาธิบดี หู จิ่น เทา และนายกรัฐมนตรี เวิน เจียเป่า สาธารณรัฐประชาชนจีนจึงได้เริ่มดำ เนิน นโยบายเพื่อที่จะหยิบยกประเด็นปัญหาของการ แจกจ่ายทรัพยากรอย่างเท่าเทียม แต่ผลที่ออก มานั้นยังสามารถพบเห็นได้ าวนามากกว่า 40 ล้านคนถูกบังคับให้ย้ายออกจากที่ดินของตน
การเมือง รัฐธรรมนูญจีน ระบุว่าประเทศจีน "เป็นรัฐ สังคมนิยมที่ปกครองโดยระบอบเผด็จการ ประชาธิปไตยประชาชนซึ่งมีชนชั้นกรรมกร เป็นผู้นำ และตั้งอยู่บนพันธมิตรของกรรมกร และเกษตรกร" และสถาบันของรัฐ "จักนำ หลัก การประชาธิปไตยรวมศูนย์ไปปฏิบัติ ระเทศจีนเป็นรัฐสังคมนิยมประเทศเดียวใน โลกที่มีพรรคคอมมิวนิสต์ปกครอง มีผู้ อธิบายรัฐบาลจีนอย่างหลากหลายว่าเป็น คอมมิวนิสต์และสังคมนิยมบ้าง แต่ยังมี อธิบายว่าเป็น ซึ่งมีการจำ กัดในหลายด้าน ที่ เด่นชัดคือการขัดขวางการเข้าถึง อินเทอร์เน็ตอย่างเสรี เสรีภาพสื่อ เสรีภาพใน การชุมนุม สิทธิการมีบุตร การก่องตั้ง องค์การทางสังคมอย่างเสรี และเสรีภาพใน การนับถือศาสนา
แม้พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะอธิบาย ประเทศจีนว่าเป็น "ประชาธิปไตยแบบ ปรึกษาหารือสังคมนิยม ต่ภายนอก ประเทศมักอธิบายประเทศจีนว่าเป็นรัฐ สอดแนมอำ นาจนิยมและเผด็จการ ผู้นำ จีนเรียกระบบการเมือง อุดมการณ์ และเศรษฐกิจว่าเป็น "ประชาธิปไตย แบบปรึกษาหารือ" "เผด็จการ ประชาธิปไตยประชาชน" "สังคมนิยมที่ มีลักษณะจีน" และ "เศรษฐกิจแบบ ตลาดสังคมนิยม" ตามลำ ดับ
พรรคคอมมิวนิสต์จีน นับแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ส่วนสำ คัญของ รัฐธรรมนูญจีนประกาศว่า "ลักษณะที่นิยาม สังคมนิยมที่มีลักษณะจีนคือผู้นำ ของ พรรค คอมมิวนิสต์จีน การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2018 ได้กำ หนดสถานภาพรัฐพรรคการเมือง เดียวโดยพฤตินัยของจีนไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเลขาธิการพรรค (หัวหน้าพรรค) มีอำ นาจ สูงสุดและมีอำ นาจหน้าที่เหนือรัฐและรัฐบาล และยังเป็นผู้นำ สูงสุดอย่างไม่เป็นทางการด้วย เลขาธิการคนปัจจุบัน คือ สี จิ้นผิง ซึ่งดำ รง ตำ แหน่งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2012 และได้ รับเลือกตั้งอีกสมัยในวันที่ 25 ตุลาคม 2017 ระบบการเลือกตั้งของพรรคเป็นแบบพีระมิด สภาประชาชนท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง โดยตรง และสภาประชาชนระดับสูงขึ้นไปจนถึง สภาประชาชนแห่งชาติมาจากการเลือกตั้งโดย อ้อมของสภาประชาชนระดับต่ำ กว่าหนึ่งระดับ
การปกครอง ประเทศจีนเป็นรัฐพรรคการเมืองเดียวที่มี พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นผู้นำ สภาประชาชน แห่งชาติในปี 2018 แก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญของประเทศเพื่อยกเลิกข้อจำ กัด การดำ รงตำ แหน่งประธานาธิบดีจีนสองสมัย ทำ ให้ผู้นำ มีสิทธิดำ รงตำ แหน่งประธานาธิบดี จีน (และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน) ได้ ไม่มีกำ หนดวาระ ทำ ให้ถูกวิจารณ์ว่าสร้างการ ปกครองแบบเผด็จการ ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐในนาม มา จากการเลือกตั้งของสภาประชาชนแห่งชาติ ประธานาธิบดีจีนคนปัจจุบัน คือ สี จิ้นผิง ซึ่ง เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและ ประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นหัวหน้า คณะมนตรีรัฐกิจ อันประกอบด้วยรองนายก รัฐมนตรี 4 คน และหัวหน้ากระทรวงและคณะ กรรมาธิการต่าง ๆ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน
การแบ่งเขตการปกครอง สาธารณรัฐประชาชนจีนมีอำ นาจการ ปกครองเหนือ 22 มณฑล และถือว่าไต้หวัน เป็นมณฑลที่ 23 ของตน ถึงแม้ว่าจะยังไม่มี อำ นาจการปกครองเหนือไต้หวันซึ่งปัจจุบัน อยู่ภายใต้การปกครองของ สาธารณรัฐจีน การอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนของสาธารณรัฐ ประชาชนจีนถูกคัดค้านโดยสาธารณรัฐจีน นอกจากนี้ยังแบ่งเขตการปกครองเป็น เขตปกครองตนเอง 5 แห่ง แต่ละแห่ง มีชื่อตามชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่นั้น นครปกครองโดยตรง 4 แห่ง และเขต บริหารพิเศษ 2 แห่ง ซึ่งมีสิทธิ์ปกครอง ตนเองอยู่ในระดับหนึ่ง ดินแดนเหล่านี้ อาจถูกเรียกรวมกันว่า "จีนแผ่นดิน ใหญ่" ซึ่งมักยกเว้นฮ่องกงและมาเก๊า
ยุคสาธารณรัฐจีน (ค.ศ. 1912-1949) เป็นรัฐในเอเชียตะวันออกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 ถึงปี ค.ศ. 1949 ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1912 หลังจากที่สามารถโค่นล้ม ราชวงศ์ชิง ได้สำ เร็จ และสิ้นสุดลงหลัง สงครามกลางเมืองจีน ด้วยความพ่าย แพ้ของพรรคก๊กมินตั๋งหรือจีนคณะ ชาติ ซึ่งได้ลี้ภัยไปยังเกาะไต้หวันและ ก่อตั้งสาธารณรัฐจีนขึ้นมาใหม่ในขณะ ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นฝ่ายได้ ชัยชนะได้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชน จีนบนแผ่นดินใหญ่จีนในปัจจุบัน
สาธารณรัฐจีนมีประธานาธิบดีคนแรกคือ ดร. ซุน ยัตเซ็น ดำ รงตำ แหน่งหน้าที่เพียงระยะ เวลาอันสั้น พรรคของซุนต่อมาได้นำ โดย ซ่ง เจี่ยวเริน ซึ่งชนะการเลือกตั้งรัฐสภาที่จัดขึ้น ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1912 อย่างไรก็ตาม กองทัพนำ โดยประธานาธิบดียฺเหวียน ชื่อไข่ ยังคงควบคุมรัฐบาลแห่งชาติในปักกิ่งต่อไป ตั้งแต่ปลายปี 1915 ถึงต้นปี 1916 ยฺเหวียนได้ รื้อฟื้นระบอบจักรพรรดิจีนที่เรียกว่า จักรวรรดิจีนขึ้นมาใหม่ และสถาปนาตนเอง เป็น จักรพรรดิหงเซี่ยน แต่จักรวรรดิ ใหม่ของยฺเหวีย นกลับดำ รงอยู่ ได้เพียงระยะ เวลาสั้น ๆ
ในปี ค.ศ. 1925 พรรคก๊กมินตั๋ง ได้เริ่มก่อตั้ง รัฐบาลคู่แข่งใน บริเวณตอนใต้ของเมืองกวาง โจว ในขณะที่เศรษฐกิจของภาค เหนือมีการขูดรีดเพื่อสนับสนุน เหล่าขุนศึก ซึ่งต่อมาเหล่าขุนศึก ได้ถูกยุบในปี 1928 โดยนายพล เจียง ไคเชก ผู้ได้ขึ้นเป็นผู้นำ พรรคก๊กมินตั๋ง
หลังการเสียชีวิตของซุน ยัตเซ็น เจียงได้นำ กองทัพปฏิบัติการทาง เหนือ ซึ่งเป็นการรบเพื่อล้มล้าง รัฐบาลกลางในกรุงปักกิ่ง ต่อมา รัฐบาลกลางได้ถูกล้มในปี 1928 และ เจียงได้สถาปนารัฐบาลชาตินิยมขึ้น ที่นานกิง หลังจากนั้นเขาก็ตัดความ สัมพันธ์ของเขากับพรรค คอมมิวนิสต์และขับไล่ผู้ฝักใฝ่ คอมมิวนิสต์ออกจากพรรคก๊ก มินตั๋ง ซึ่งความขัดแย้งนี้ได้นำ ไปสู่ สงครามกลางเมืองจีน
สาธารณรัฐจีนได้มีการพัฒนา อุตสาหกรรมและความทันสมัย แต่ก็ยังมีความปัญหาขัดแย้ง ระหว่างรัฐบาลคณะชาติในนา นกิง อาทิเช่น พรรคคอมมิวนิสต์ จีน, ขุนศึกที่เหลือและ จักรวรรดิ ญี่ปุ่น อย่างต่อเนื่อง สาธารณรัฐ จีนได้มีการเร่งพัฒนาประเทศ อย่างจริงจังเมื่อเกิดสงครามกับ ญี่ปุ่น เมื่อกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ได้รุกรานจีนอย่างอย่างเต็มรูป แบบในปี ค.ศ. 1937
1. ราชวงศ์ฉินปฏิบัติอย่างไรจึงสามารถ รวมจีนได้เป็นหนึ่งเดียว ก.รวมอำ นาจเข้าสู่รัฐบาลกลาง ข. มีภาษาเขียนแบบเดียวกันทั่วอาณาจักร ค. ใช้ระบบแลกเปลี่ยนเงินตราเดียวกันทั้งแผ่นดิน ง. ถูกทุกข้อ 2. นักเรียนคิดว่าจุดมุ่งหมายในการ สร้างกำ แพงเมืองจีนคืออะไร ก. ป้องกันภัยธรรมชาติ ข. ป้องกันแนวชายแดน ค. เพื่อให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ง. แสดงความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิ
3. ข้อใดไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ของจีนที่ เผยแพร่ไปในเอเชียกลางและ ตะวันออกกลาง ก. แผนที่ ข. เข็มทิศ ค. ดินปืน ง. กระดาษ 4.ภาพวาดของจีนที่เน้นความงามของธรรมชาติ และความกลมกลืน กันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เป็นอิทธิพล ความคิดของลัทธิใด ก. ลัทธิเต๋า ข. ลัทธิขงจื๊อ ค. ลัทธิเม่งจื๊อ ง. ลัทธิฟาเฉีย
5. พระมหากษัตริย์จีนตั้ง ตั้ แต่สมัยราชวงศ์โจว ทรงอ้างสิ่งใดเพื่อการปกครองโดยชอบธรรม ก. เทวราชา ข. ธรรมราชา ค. สมมติเทพ ง. อาณัติสวรรค์ 6. ปัจจัยสำ คัญของการโค่นอำ นาจของ ราชวงศ์แมนจู และนำ จีนเข้าสู่ระบอบ การปกครองแบบสาธารณรัฐคืออะไร ก. สงครามฝิ่นกับอังกฤษ ข. การปฏิวัติครั้งแรกใน ค.ศ. 1911 ค. การปฏิวัติครั้งที่ 2 ใน ค.ศ. 1949 ง. การขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิจิ๋นซี
7. กลุ่มใดที่เข้ามามีอำ นาจในการ ปกครองจีนหลังจากการล่มสลาย ของราชวงศ์ซ่ง ก. พวกเติร์ก ข. พวกมองโกล ค. พวกเปอร์เซีย ง. พวกตะวันตก 8. ราชวงค์ใดของจีนมีความเจริญ ก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่มากที่สุด ก. ราชวงศ์ถัง ข. ราชวงศ์ซ้อง ค. ราชวงศ์หยวน ง. ราชวงศ์ หมิง
9. ภายหลังการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิง จีนได้เปลี่ยนการปกครองเข้าสู่ระบอบใด ก. ระบอบสังคมนิยม ข. ระบอบเผด็จการทหาร ค. ระบอบคอมมิวนิสต์ ง. ระบอบประชาธิปไตย 10. อารยธรรมจีนในเรื่องใดที่มีอิทธิพล ต่อการสื่อสารของมนุษย์ในปัจจุบัน ก. ระบบตัวอักษรย่อ ข. การผลิตกระดาษและน้ำ หมึก ค. การคิดค้นระบบส่งสัญญาณ ระยะไกล ง. การผลิตวัตถุนำ พาเคลื่อนสัญญาณ
เฉลย 2. ข. ป้องกันแนวชายแดน 3. ก. แผนที่ 1 ง. ถูกทุกข้อ 4. ก. ลัทธิเต๋า 5. ง. อาณัติสวรรค์ 6. ข. การปฏิวัติครั้งแรกใน ค.ศ. 1911 7. ข. พวกมองโกล 8. ข. ราชวงศ์ซ้อง 9. ง. ระบอบประชาธิปไตย 10. ข. การผลิตกระดาษและน้ำ หมึก