The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thipakorn Jaithiang, 2024-06-12 04:13:16

ปราชญ์ชาวบ้าน

ปราชญ์ชาวบ้าน

ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น กองการศึกษาฯ เทศบาลต าบลแม่ใจ อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา


ปราชญ์ชาวบ้าน แหล่งเรยีนรู้ประเพณีวฒันธรรม พ้นืบา้น ตา บลแม่ใจ อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ผู้เขียน/รวบรวม ฐานมาศ สมวรรณ บรรณาธิการ : นาวาอากาศเอก สุรชิต ดวงจันทร์ หัวหน้ากองบรรณาธิการ : จิราวรรณ ศรีนิบูลย์ กองบรรณาธิการ : ทิพากร ใจเที่ยง, ฤทธิชัย อุดเมืองค า จัดรูปเล่ม ฤทธิชัย อุดเมืองค า พิสูจน์อักษร ทิพากร ใจเที่ยง พิมพ์ครั้งที่๑ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ จ านวน ๑๐ เล่ม พิมพ์ที่ ส านักงานเทศบาลต าบลแม่ใจ อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา โทรศัพท์ ๐๕๔ ๔๙๙๐๔๐ ส านักงานเทศบาลต าบลแม่ใจ ๒๔๐ หมู่ ๑ ต าบลแม่ใจ อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา โทรศัพท์ ๐๕๔ ๔๙๙๐๔๐


คำนำ ปราชญ์ชาวบ้านถือได้ว่าเป็นองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาที่มาจากชาวบ้านเป็น ความรู้ ที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ปรับตัวผ่านประสบการณ์ที่สั่ง สมพัฒนา และสืบทอดกันต่อ ๆ มาเพื่อใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการดำรงชีวิตได้อย่างมี ความสุขหลักการแนวคิด และวิถีชีวิตของปราชญ์เป็นสิ่งที่คนในยุคสมัยปัจจุบันนี้ควรได้เรียนรู้ และนำไปเป็นแบบอย่าง ในการดำรงชีวิตการนำภูมิปัญญาจากปราชญ์ชาวบ้านมาประยุกต์ใช้ ในการทำงานซึ่งสามารถ นำไปใช้ปฏิบัติใช้ในระดับบุคคลและชุมชนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี บรรพบุรุษของชาวไทย เป็นชนชาติที่มีศิลปะวัฒนธรรมจารีตประเพณีที่เก่าแก่สืบทอดกันมา นานนับร้อยนับพันปีโดย บรรพบุรุษของชาวไทยได้นำเอาความรู้ความสามารถด้านต่าง ๆ ถ่ายทอดให้คนรุ่นหนึ่งไป สู่คนอีกรุ่นหนึ่งโดยมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพื่อนำความรู้ นั้น ๆ มาใช้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมชุมชนท้องถิ่น ให้มีคุณภาพมาก ยิ่งขึ้นโดยความรู้ความสามารถเหล่านี้จะเรียกว่า “ภูมิปัญญาท้องถิ่น”


สารบัญ เรื่อง หน้า การแพทย์แผนไทย และสมุนไพร 1 อาหารและโภชนาการ (การทำขนมไทย) 8 ภาษาล้านนา ภาษาบาลี 17 ศาสนา ประเพณีและพิธีกรรม (ไสยศาสตร์ เวทย์มนต์) 22 ศิลปหัตถกรรม และสิ่งทอ (งานใบตอง บายศรี) 26 อาหารและโภชนาการ (ทำอาหาร) 29 ศิลปะการแสดงและดนตรี (เล่าค่าว จ้อย) 30 ศิลปหัตถกรรม และสิ่งทอ 33


ข้อมูลคลังปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน เทศบาลต าบลแม่ใจ ประเภท การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร การแพทย์แผนไทย เป็นภูมิปัญญาซึ่งบรรพบุรุษของไทยได้สั่งสมสืบทอดกันมา ยาวนาน มีความพยายามในการธำรงรักษาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของชาติมา ตั้งแต่อดีต มีการรวบรวมตำรายาที่ดีและจารึกไว้ในแผ่นหิน ประดับตามผนังศาลาวัด สำคัญต่าง ๆ เมื่อเริ่มมีการแพทย์แผนตะวันตกเข้ามาในประเทศไทย การแพทย์แผน ไทยยังคงมีบทบาทในการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยมีการพัฒนาการแพทย์แผนไทยยุคใหม่ เรียกว่า “การแพทย์แผนไทยประยุกต์” คือการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และ วิทยาศาสตร์การแพทย์เข้ามาประยุกต์เพื่ออธิบายและพัฒนาการแพทย์แผนไทย ศาสตร์การแพทย์แผนไทยประกอบด้วย 1. เวชกรรมแผนไทย เป็นการตรวจและรักษาโรคด้วยทฤษฎีการแพทย์แผน ไทย 2. เภสัชกรรมแผนไทย เป็นการปรุงยาและผลิตยาสมุนไพรสำหรับรักษาโรค 3. หัตถเวชกรรมแผนไทย เป็นการบำบัดรักษาด้วยหัตถการผดุงครรภ์เป็น ศาสตร์การดูแลหญิงตั้งครรภ์ การทำคลอด การดูแลหญิงหลังคลอด การดูแลทารก แรกเกิด


การแพทย์แผนไทยประยุกต์ (Applied Thai Traditional Medicine) การรักษาด้านการแพทย์แผนไทยประยุกต์จะรวบรวมและประมวลข้อมูลตาม แนวคิดและทฤษฎีการแพทย์แผนไทยว่าด้วยเรื่องธาตุ เช่น คัมภีร์โรคนิทาน คัมภีร์ สมุฏฐานวินิจฉัย คัมภีร์ธาตุวิภังค์ คัมภีร์ธาตุวิวรณ์ คัมภีร์วิสุทธิมรรค ซึ่งกล่าวไว้ว่า ร่างกายมนุษย์ประกอบขึ้นจากกองธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลมและธาตุ ไฟ โดยมนุษย์แต่ละคนจะมีส่วนประกอบธาตุต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกัน แต่จะมีธาตุใด ธาตุหนึ่งเป็นใหญ่ เรียกว่าธาตุเจ้าเรือน ของคนๆนั้น แต่ธาตุเจ้าเรือนซึ่งมีมาแต่เกิด จะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ปัจจัยที่มีอิทธิพลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ อายุ ฤดูกาล กาลเวลา ถิ่นที่อยู่และมูลเหตุการเกิด โรคที่เกิดจากพฤติกรรม หากเกิด ความไม่สมดุลของธาตุที่เป็นองค์ประกอบขึ้นเมื่อใด ก็จะเกิดโรคหรือความเจ็บป่วย ขึ้น เมื่อแพทย์แผนไทยประยุกต์ให้การวินิจฉัยโรคแล้ว จะวางแผนการบำบัดรักษา ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยให้ผู้ป่วย ซึ่งประกอบด้วยวิธีการดังนี้ 1. การใช้ยาสมุนไพร อาจเป็นการปรุงยาสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ยาต้ม หรือจ่ายยาสำเร็จรูปที่ผลิตไว้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ยาลูกกลอน ยาเม็ด ยาแคปซูล เป็นต้น 2. การใช้หัตถการ/วิถีทางการแพทย์แผนไทย เช่น การนวด การประคบ สมุนไพร การอบไอน้ำสมุนไพร การทับหม้อเกลือ การนั่งถ่าน การพอกผิว เป็นต้น 3. การให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยและการส่งเสริม สุขภาพ เช่น การปฏิบัติตัว การบริหารร่างกาย การรับประทานอาหาร การปรับ พฤติกรรม เป็นต้น กลุ่มอาการที่สามารถรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ได้แก่ 1. กลุ่มการปวดบริเวณต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะ คอแข็งตึง ปวดต้นคอ,คอตก หมอน ปวดสะบัก/บ่า,ปวดไหล่,หัวไหล่ติด ปวดแขน,ข้อศอก,ข้อมือ,ข้อนิ้วมือ,ปวด หลัง,ปวดสะโพก,ปวดขา,ปวดเข่า,เข่าบวม,เหน็บชา,ตะคริวน่อง,ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จาการเล่นกีฬา,กล้ามเนื้ออ่อนแรง,กล้ามเนื้อเกร็ง,ปวดข้อเท้า/ส้นเท้า,ข้อเท้าแพลง 2. ท้องผูก,นอนไม่หลับ,ไข้หวัด,คัดจมูก, หอบหืด,ภูมิแพ้ 3. อัมพฤกษ์ ,อัมพาต 4. สตรีหลังคลอดน้ำคาวปลาไม่เดิน, คัดตึงเต้านม,น้ำนมไหลน้อย เป็นต้น


การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ชื่อ สกุล นางสายรุ้ง ติณราช เกิดวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๐๑ อายุ ๖5 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒๖/๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา การศึกษา ระดับปริญญาตรี อาชีพ เกษตรกรรม ทำสวน การแพทย์แผนไทย เบอร์โทรติดต่อ ๐๙๓ – ๑๙๕๔๕๖๙


ลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่น การดูแลสุขภาพตามหลักของแพทย์แผนไทยเป็นวิถีการรักษาแบบธรรมชาติ บำบัด บนพื้นฐานความเชื่อ วัฒนธรรมไทยรวมทั้งพัฒนาการพึ่งพาตนเองด้วยการใช้ สมุนไพรในท้องถิ่นมาปรุงเป็นยา ทั้งนี้แพทย์แผนไทยมักจะบาบัดโรคที่ใช้ศาสตร์ หลายๆศาสตร์มาประยุกต์ดัดแปลงกับการรักษา เช่น การใช้ธรรมชาติบำบัด จิตบา บัด เพื่อให้เกิดผลการรักษาทั้งทางกาย ทางจิตใจเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย การ นวดเป็นศาสตร์บำบัดและรักษาโรคแขนงหนึ่งของการแพทย์แผนไทย โดยจะเน้นใน ลักษณะการกด การคลึง การบีบ การดัด การดึง และการอบ ประคบ ซึ่งรู้จักกัน โดยทั่วไปในชื่อ "นวดแผนโบราณ" โดยมีหลักฐานว่านวดแผนไทยนั้นมีประวัติมาจาก ประเทศอินเดีย โดยเชื่อว่าน่าจะมีการนำการนวดเข้ามาพร้อมกับการเผยแผ่ พระพุทธศาสนา และมีการนำเข้ามาในประเทศไทยเมื่อใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐาน ชัดเจน [1] จากนั้นได้ถูกพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขให้เข้ากันกับวัฒนธรรมของ สังคมไทย จนเป็นรูปแบบแผนที่เป็นมาตรฐานของไทยและส่งทอดมาจนถึงปัจจุบัน การนวดไทยเป็นทั้งศาสตร์และศิลปะที่มีมาแต่โบราณ เกิดจากสัญชาตญาณ เบื้องต้นของการอยู่รอด เมื่อมีอาการปวดเมื่อยหรือเจ็บป่วยตนเองหรือผู้ที่อยู่ ใกล้เคียงมักจะลูบไล้บีบนวดบริเวณดังกล่าว ทำให้อาการปวดเมื่อยลดลง เริ่มแรก ๆ ก็เป็นไปโดยมิได้ตั้งใจ ต่อมาเริ่มสังเกตเห็นผลของการบีบนวดในบางจุด หรือบางวิธีที่ ได้ผลจึงเก็บไว้เป็นประสบการณ์และกลายเป็นความรู้ที่สืบทอดกันต่อ ๆ มา จากรุ่น หนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ความรู้ที่ได้จึงสะสมจากลักษณะง่าย ๆ ไปสู่ความสลับซับซ้อน จนสามารถสร้างเป็นทฤษฎีการนวด จึงกลายมาเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีบทบาท บำบัดรักษาอาการและโรคบางอย่าง (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีการนวดแผนไทย)


ประเภท อาหารและโภชนาการ (การทำข้าวหนม) ชื่อ สกุล นางสาวรัตนาพร ใจอักษร เกิดวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๔๙๘ อายุ ๖8 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา การศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น อาชีพ ค้าขาย เบอร์โทรติดต่อ ๐๕๔–๔๙๙๐๓๑, ๐๖๓–๑๒๗๑๓๖๙ ลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่น ข้าวหนม อาหารว่างภาคเหนือ อาหารภาคเหนือ อาหารทานเล่นของ ภาคเหนือนั้นจะเป็นประเภทของหวาน ปรุงด้วยกะทิ และแป้ง น้ำตาล หรือน้ำอ้อย อาหารว่างภาคเหนือนั้นโดยปกติมักจะทำเมื่อมีโอกาส หรือเทศการพิเศษ หรือ พิธีกรรมเท่านั้น นอกจากนี้ยังนิยมเตรียมเพื่อทำบุญ เช่น วันสำคัญ ทาง พระพุทธศาสนา, วันสงกานต์, งานประเพณีภาคเหนือ และวัฒนธรรมภาคเหนือ, วัน พระ อาหารว่างภาคเหนือที่นิยมทำ เช่น ขนมจ๊อก, ข้าวต้มหัวงอก, ขนมกล้วย, ข้าวแต๋น เป็นต้น


ตัวอย่างข้าวหนมเมือง ข้าวหนมจ็อก อาหารว่างภาคเหนือ เป็นขนมที่นิยมทำ ในช่วงเทศกาล สงกรานต์มาแต่โบราณ และงานบุญต่าง ๆ บางสูตรใส่ถั่วลิสงป่น หรืองาขี้ม้อน ลงใน ไส้มะพร้าว หรือไส้ถั่วเขียว โดยเอาถั่วเขียวนึ่งแล้วบด นำมาผสมหรือผัดกับเครื่องปรุง มีรสเค็มนำ ข้าวหนมบ่าตาล อาหารว่างภาคเหนือ เป็นขนมไทย มีวิธีการทำคล้ายขนม กล้วย เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้าสุกงอมมาเป็นน้ำคั้นจากเนื้อผลตาลสุก และมี การหมักส่วนผสม หลังจากที่นวดส่วนผสมให้เข้ากันแล้ว เพื่อให้แป้งฟู น่ารับประทาน


ข้าวหนมบ่าฟักแก้ว อาหารว่างภาคเหนือ เป็นขนมไทยชนิดหนึ่งที่ทำจากแป้ง ข้าวเจ้า ส่วนผสมหลักมีฟักทองนึ่ง แป้งข้าวเจ้า และน้ำตาลทราย วิธีการคล้ายกับ ขนมกล้วย เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้า เป็นฟักทองนึ่งแทน ข้าวต้มหัวหงอก ขนมไทยภาคเหนือ เป็นขนมไทยชนิดหนึ่งของชาวล้านนา ปัจจุบันก็ยังนิยมรับประทาน และมีขายทั่วไปในท้องตลาด


ข้าวหลาม อาหารภาคเหนือ เป็นอาหารว่างหรือขนมไทยชนิดหนึ่ง ที่ชาว ล้านนานิยมทำรับประทานกันในฤดูหนาว หรือเมื่อได้ข้าวใหม่ ใช้ไผ่ข้าวหลาม หรือไม้ ป้างเป็นกระบอกใส่ข้าวหลาม ข้าวหลามแบบชาวบ้าน ใช้ข้าวสารเหนียวกับน้ำเปล่า และเกลือเท่านั้น ข้าวแต๋น อาหารว่างภาคเหนือ เป็นขนมที่นิยมทำกันในเทศกาลปีใหม่เมือง หรือสงกรานต์งานปอยลูกแก้ว และงานปอยหลวง ปัจจุบัน นิยมผสมน้ำแตงโมลงใน ข้าวเหนียวที่นึ่งแล้ว ก่อนนำมากดลงพิมพ์ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและความหวานอร่อย


ข้าวหนมบ่าแตง เมนูอาหารเหนือ เป็นขนมไทยมีวิธีการทำคล้ายขนมกล้วย และขนมตาล เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้าสุกงอม น้ำคั้นจากเนื้อผลตาลสุก เป็น แตงไทย


ประเภท ภาษาล้านนา ภาษาบาลี ชื่อ สกุล นายบุญชุม เดชมนต์ เกิดวันที่ ๕ มีนาคม ๒๔๘๑ อายุ ๘5 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๔ หมู่ที่ ๔ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา การศึกษา ประถมศึกษา อาชีพ - เบอร์โทรติดต่อ -


ลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาษาล้านนา หมายรวมถึง ภาษาเขียน (ตั๋วเมือง) และภาษาพูด (กำเมือง) นอกจากจะ ใช้ใน ๘ จังหวัดภาคเหนือแล้ว ยังมีผู้ใช้ภาษาล้านนาในบางท้องที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ตาก สุโขทัย สระบุรี ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น นครเชียงตุง (เมียนม่าร์) สิบสองปันนา (จีน) และ อีกหลายแห่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แม้จะมีสำเนียงพูดผิดเพี้ยนกันไปบ้าง ตัวอักษรแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็สามารถสื่อสารกันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะภาษา เขียนที่ใช้ในนครเชียงตุง ที่เรียกว่า ตั๋วขึน ทั้งลักษณะของตัวอักษร และอักขรวิธีเหมือนกับ ตั๋ว เมือง ที่ใช้ในภาคเหนือของไทย อักษรล้านนา (ตั๋ว เมือง) ถือได้ว่าเป็นอักษรแห่งภาษาแม่ของ ชาวล้านนา เป็นมรดกอันล้ำค่าทางอักษรศาสตร์ เป็นศาสตร์อันสูงสุดของชาวล้านนา เป็นภูมิ ปัญญาของนักปราชญ์ชาวล้านนา เป็นอักษรแห่งมนต์ขลัง ถือกันมาว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ควร แก่การรับรองพระพุทธพจน์จึงเป็นอักษรที่ใช้เกี่ยวกับพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ใช้ในการ จารพระไตรปิฎก คัมภีร์ใบลาน ธรรมชาดก บทสวดมนต์ พงศาวดาร ตำนาน ศิลาจารึก โหราศาสตร์ประวัติศาสตร์ ตำรายาสมุนไพร วรรณกรรมล้านนา ตลอดถึงคติ คำสอนต่างๆ และที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง คือตำราไสยศาสตร์ เลขยันต์คาถาเวทย์มนต์ต่างๆ ที่คน ล้านนาถือว่าขลังมาแต่โบราณกาล ชาวล้านนาถือว่า “ตั๋วเมือง” เป็นของสูง เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันมีค่าสูงยิ่ง ไม่ว่า จะเป็น พับสา คัมภีร์ใบลาน สมุดข่อย แม้แต่กระดาษที่เขียนด้วยตั๋วเมือง จะต้องเก็บไว้ในที่ อันควร เช่น บนโต๊ะ บนหิ้ง บนหัวนอน จะไม่มีการทิ้งเรี่ยราด ไม่มีการเหยียบหรือเดินข้าม เป็นอันขาด แม้ว่าตั๋วเมืองจะเสื่อมลงในระยะที่อาณาจักรล้านนาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า เกือบ ๒๐๐ ปี(ราว พ.ศ. ๒๑๐๑ – ๒๓๒๐) กอปรกับในเวลาต่อมาเมื่ออาณาจักรล้านนาพ้น จากการปกครองของพม่าแล้ว ล้านนาก็ต้องตกเป็นประเทศราชของกรุงรัตนโกสินทร์ต้องการ ให้สยามประเทศเป็นหนึ่งเดียวในด้านภาษา จึงไม่สนับสนุนให้เรียนตั๋วเมือง ให้ใช้ภาษาไทย กลางเป็นสื่อ ไม่อนุญาตให้มีการสอนตั๋วเมืองในโรงเรียน คงมีสอนเฉพาะในวัดสำหรับผู้จะ บวชเป็นภิกษุสามเณรเท่านั้น ผู้หญิงหรือผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าเป็นศิษย์วัด (ขะโยม) เพื่อเตรียม บรรพชาอุปสมบทจึงไม่มีโอกาสได้เรียนตั๋วเมือง ในระยะหลังๆ ต่อมาแม้ในวัดก็ไม่มีการสอน ตั๋วเมืองอีกเช่นกัน ทำให้ชาวล้านนาไม่รู้จักตั๋วเมือง อ่านตั๋วเมืองไม่ออก ทั้งๆ ที่เป็นภาษาที่ บรรพชนนักปราชญ์ล้านนาคิดค้นประดิษฐ์ขึ้นด้วยภูมิปัญญาอันสูงส่ง (ภาษาล้านนาวัฒนธรรมภาษาอันงดงาม)


ประเภท ศาสนา ประเพณี และพิธีกรรม (ไสยศาสตร์ เวทมนต์) ชื่อ สกุล นายศรีหมื่น ใจพรม เกิดวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๔๘๗ อายุ ๗๖ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔๘ หมู่ที่ ๒ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา การศึกษา ประถมศึกษา (เรียนกับวัด) อาชีพ พ่อหมอ ส่งเคราะห์ สู่ขวัญ หมอเป่า เบอร์โทรติดต่อ -


ประเภท ศาสนา ประเพณี และพิธีกรรม (ไสยศาสตร์ เวทมนต์) ชื่อ สกุล นายอุทัย ปินมะรา เกิดวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๐๖ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๙๒/๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัด พะเยา การศึกษา อาชีพ เบอร์โทรติดต่อ ๐๘๑ ๐๓๔๙๐๖๗ ลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่น ล้านนา เป็นดินแดนที่มีรากฐานความเชื่อทางพุทธศาสนา ผีและพิธีกรรมแบบ พราหมณ์การประกอบพิธีกรรมจึงยังคงมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบันพิธีกรรมช่วยเสริมสร้าง พลังใจ ทำให้ผู้ที่กำลังมีปัญหาชีวิต ผู้ป่วย มีขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต ด้วย ความเชื่อที่ว่าพิธีกรรมสามารถแก้ไข บำบัดขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอัปมงคลให้ออกไป จากชีวิต ซึ่งจะทำให้ชีวิตที่กำลังทุกข์ยากลำบากของผู้ประสบปัญหา ผู้ป่วย และญาติ ดีขึ้น พิธีกรรมล้านนาที่ช่วยในการส่งเสริมสุขภาพจิต และป้องกันปัญหาสุขภาพจิต เช่น การสะเดาะเคราะห์สืบชะตาฮ้องขวัญ การสวดถอน ตานขันข้าว ปูจาเทียน และลงขอน ซึ่งพิธีกรรมบางอย่างจะทำร่วมกัน


1. การสะเดาะเคราะห์พิธีกรรมปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย พิธีกรรมที่จะทำเมื่อมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น เช่น การเจ็บป่วยที่รักษาไม่หาย ประสบ อุบัติเหตุ ป่วยเป็นไข้ไม่สบาย ค้าขายขาดทุนทำงานผิดพลาดหรือเกิดความเสียหาย บ่อย ทำอะไรก็มีปัญหาอุปสรรคไม่ประสบความสำเร็จ อาจมีสาเหตุมาจากถูกผีหรือ อำนาจอื่นกระทำ บุคคลนั้นกำลังมีเคราะห์การแก้ไขอย่างหนึ่งคือ การส่งหรือการ สังเวยแก่เทพหรือผีนั้นๆ การส่งเคราะห์จะทำให้เคราะห์ทั้งหลายหายไปได้ 2.สืบชะตา หรือสืบจาต๋า พิธีกรรมแห่งมงคลชีวิต “พิธีสืบชะตา” เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนเมืองหรือคนล้านนามา ยาวนาน พิธีสืบชะตานั้นเป็นพิธีมงคล คำว่า “สืบ” หมายถึงการต่อให้ยาวขึ้น “จาต๋า” หรือชะตาชีวิตของแต่ละคน พิธีนี้จึงเป็นพิธีกรรมในการต่ออายุให้ยืนยาวขึ้น การสืบชะตาจัดขึ้นในหลายโอกาส 3. ฮ้องขวัญ หรือเรียกขวัญ พิธีกรรมเสริมพลังใจ ชาวล้านนา มีความเชื่อว่า คนเรามีขวัญ 32 ขวัญ อยู่ตามอวัยวะต่างๆเมื่อร่างกาย ป่วย ขวัญก็จะอ่อนแอไปด้วย และเมื่อใดที่ขวัญอ่อนแอ เช่น เมื่อรู้สึกเครียด กลัว ตกใจ ที่เรียกว่า “ขวัญหาย” “ขวัญหนีดีฝ่อ”ร่างกายก็จะอ่อนแอด้วย ส่งผลให้ผู้ป่วย เบื่ออาหาร ซึมเศร้า นอนไม่หลับจึงต้องมีการ “ฮ้องขวัญ” หรือเรียกให้“ขวัญ กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว” เหมือนเดิมเป็นการรักษาทางจิตใจ แต่ถ้าร่างกายป่วย “หมอเมือง” หรือหมอพื้นบ้านล้านนาก็จะรักษาด้วยสมุนไพร 4.สวดถอน พิธีกรรมเพื่อล้างอาถรรพ์“การสวดถอน” หรือ “การสูตรถอน” เป็นพิธีกรรมที่ชาวล้านนา กระทำเพื่อปัดเป่า แก้ไข เมื่อมีการเคลื่อนย้าย บางสิ่งบางอย่างออกจากพื้นที่เช่นการ สวดถอนสีมา ย้ายพระภูมิเจ้าที่ บ่อน้ำเก่า โรงสีโดยการสวดถอนเป็นการถอดถอน เอาสิ่งที่ไม่ดีไม่เป็นมงคล ที่เชื่อกันว่าฝังอยู่หรือติดอยู่ในตัวคนที่อยู่อาศัย ผืนดิน วัตถุ สิ่งของออกไป เป็นการขับไล่ความไม่ดีหรือสิ่งชั่วร้ายต่างๆไม่เป็นมงคลออกไป และ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าตัว เจ้าบ้านพิธีการสวดถอนนั้น ต้องหาฤกษ์ยาม ในการทำ จัดเตรียมสะตวง มีขันตั้งสำหรับการไหว้ครูโดยมีพระสงฆ์หรือพ่อหนาน เป็นผู้ทำพิธี ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 (เชียงใหม่) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. 2559. สุขภาพจิตดี ด้วยวิถีล้านนา พิมพ์ครั้งที่ ๑ : หจก.นันทกานต์กราฟฟิค/การพิมพ์


ประเภท ศิลปะ หัตถกรรมและสิ่งทอ (งานใบตอง บายศรี) ชื่อ สกุล นางคำมูล ปงคำเฟย เกิดวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๘ อายุ ๖8 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๐ หมู่ที่ ๒ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา การศึกษา ประถมศึกษา อาชีพ เกษตรกรรม เบอร์โทรติดต่อ -


ลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่น ความหมายของ “ บายศรี”นั้น สันนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพล มาจาก ลัทธิ พราหมณ์ซึ่งเข้ามา ทางเขมร ทั้งนี้เพราะ คำว่า “บาย ” ภาษาเขมร แปลว่า ข้าวสุก ภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า จับต้อง สัมผัสส่วนคำว่า “ ศรี ” มาจากภาษาสันสกฤต ตรง กับ ภาษาบาลีว่า “ สิริ ” แปลว่ามิ่งขวัญ ดังนั้นคำว่า “บายศรี ” แปลได้ว่า ข้าวขวัญ หรือ สิ่งที่น่าสัมผัส กับความดีงาม “บายศรี ” ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า ข้าวอันเป็นสิริ,ขวัญข้าว หรือ ภาชนะใส่เครื่องสังเวย สมัยโบราณ มีการเรียกพิธีสู่ขวัญว่า “ บายศรี ” ทั้งนี้สืบเนื่อง มาจากเป็น พิธี สำหรับบุคคลชั้นเจ้านาย เพราะคำว่า “ บา ” เป็นภาษาโบราณ อีสานใช้เป็น คำ นำหน้า เรียกเจ้านาย เช่น บาท้าวบาบ่าว บาคราญ เป็นต้น ส่วนคำว่า “ ศรี” หมายถึง ผู้หญิงและสิ่งที่เป็นสิริมงคล “ บาศรี ” จึงหมายถึง การทำพิธีที่ เป็นสิริ มงคลแต่ปัจจุบันนี้คำว่า บาศรีไม่ค่อยนิยม เรียก กันแล้ว มักนิยมเรียกว่า“ บายศรี ” บายศรีจะเรียกเป็นองค์ มีหลายประเภท เช่น บายศรีเทพ บายศรีพรหมเป็นต้น การจัดทำบายศรีนั้น เริ่มจาก การนำใบตอง ที่มาจากกล้วยตานีเย็บเป็น บายศรี ประดับด้วย ดอกไม้มงคลต่างๆ ส่วนตัวบายศรียังแบ่งออกตามลักษณะ การใช้งาน ในการบูชา ที่แตกต่าง ออกไป บายศรี คือ ภาชนะที่จัดตกแต่งให้สวยงามเป็นพิเศษ ด้วยใบตอง และดอกไม้สด เพื่อเป็นสำรับใส่อาหารหวาน คาว ในพิธีสังเวยบูชา และ พิธีทำขวัญต่างๆ ทั้งของพระราชพิธีและของราษฎร


ประเภท อาหารและโภชนาการ (ทำอาหาร) ชื่อ สกุล นางศรีสุข ผ่านแผ้ว เกิดวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๙๖ อายุ ๖๗ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๓๓ หมู่ที่ ๒ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา การศึกษา ประถมศึกษา อาชีพ รับจ้างทั่วไป เบอร์โทรติดต่อ ๐๙๗ ๙๙๖๒๔๑๕ .


ประเภท ศิลปะการแสดงและดนตรี (เล่าค่าว จ้อย) ชื่อ สกุล นางเกี๋ยงคำ ราชดารา เกิดวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๔๘๙ อายุ ๗๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๘๕ หมู่ที่ ๔ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา การศึกษา อาชีพ เบอร์โทรติดต่อ ๐๘๙ ๖๓๑๙๓๗๗ ลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่น ค่าว จ๊อย ซอ เกิดจากการคิดค้น ความคิด สติปัญญาของผู้คนในอดีตที่อาศัยอยู่ตามชนบทสิ่ง เหล่านี้ในปัจจุบันนิยมเรียกกันว่า ภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือในภาษาถิ่นตรงกับคำว่า “ภูมิผญ๋า” ภูมิ ปัญญาเป็นเรื่องที่สั่งสมมาแต่อดีต เป็นเรื่องของการจัดความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม คนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการทางจารีตประเพณี วิถีชีวิต การทำมาหากิน และพิธีกรรมต่าง ๆ ภูมิผญ๋า หรือ ประหยา เป็นความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นวรรณกรรมมุข ปาฐะ มักแสดงออกเป็นคำพูดโต้ตอบกันเช่น การแอ่วสาว การถ้องซอ(การโต้ตอบกันระหว่างช่างซอชาย หญิง) คร่าว จ๊อย หรือเป็นคำสอนที่ปฏิบัติตามกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ค่าว จ๊อย ซอ จัดเป็นวรรณกรรมพื้นบ้านล้านนา เป็นที่นิยมแพร่หลายในเขตจังหวัดภาคเหนือ ของประเทศไทยที่ใช้ภาษาล้านนาเป็นภาษาประจำถิ่น วรรณกรรมพื้นบ้านแบ่งประเภทตามลักษณะการ ถ่ายทอดหรือการสื่อสารต่อกัน สามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้ ประเภทวาจา คือวรรณกรรมที่ใช้วิธีการถ่ายทอด หรือสื่อสารต่อกันด้วยภาษาพูด โดยการบอก เล่าสู่กันฟัง การสนทนาซักถาม การอบรมสั่งสอน รวมถึงการขับร้องเป้ฯท่วงท่าทำนองต่าง ๆ ได้แก่ นิทาน บทเพลง เช่น ฮ่ำ จ๊อยและซอ ภาษา สำนวน คำพังเพย หรือคำคมต่าง ๆ ปริศนาคำทาย คำเกี้ยว พาราสีของหนุ่มสาว หรือกำอู้บ่าวสาว หรือ กำค่าวกำเครือ เป็นต้น ประเภทลายลักษณ์คือวรรณกรรมที่ใช้ถ่ายทอดหรือสื่อสารต่อกันด้วยภาษาเขียน โดยมีการ บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร วรรณกรรมพื้นบ้านภาคเหนือในอดีตมักจะบันทึกด้วย อักษรธรรม และ ตัวอักษรฝักขาม มีเนื้อหาและรูปแบบของคำประพันธ์ที่หลากหลาย เช่นวรรณกรรมร้อยแก้วและ วรรณกรรมร้อยกรอง คือ โคลง ร่าย และค่าว หรือค่าวซอเป็นต้น


ประเภท ศิลปหัตถกรรมและสิ่งทอ ชื่อ สกุล นายหวล ลิ้มกลาง เกิดวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๔๘๗ อายุ ๗9 ปี อยู่บ้านเลขที่ ๙๒ หมู่ที่ ๑ ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา การศึกษา อาชีพ เบอร์โทรติดต่อ ๐๘๙ ๕๑๔๖๙๐๑ ลักษณะภูมิปัญญาท้องถิ่น ล้านนาคือชื่อเรียกดินแดนที่เคยเป็นอาณาจักรล้านนาที่ยิ่งใหญ่ในอดีต มีประวัติศาสตร์ความ เป็นมายาวนานนับเนื่องกว่าเจ็ดร้อยปีล้านนามีประชากรหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน มี การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมานานจนหลอมรวมเป็นวัฒนธรรมล้านนาที่อาจจะกล่าวโดยภาพรวมได้ว่า คือวัฒนธรรมของผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่และน่าน วัฒนธรรมล้านนามีหลากหลายด้านและมีการถ่ายทอด สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ภูมิปัญญาวัฒนธรรมด้าน ศิลปหัตถกรรม ดนตรีและนาฏกรรม ก็มีการสืบต่อ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นการสืบทอดโดยระบบครอบครัว ถ่ายทอดโดยผ่านระบบ ครูและศิษย์หรือถ่ายทอดผ่านการศึกษาในวัด ฯลฯล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ภูมิปัญญาศิลปวัฒนธรรม ด้านศิลปหัตถกรรม ดุริยนาฏกรรมล้านนาสามารถดำรงอยู่ได้จนถึงปัจจุบันนี้แต่ท่ามกลางความ เปลี่ยนแปลงของสังคมและวิถีชีวิต จึงทำให้การสืบทอดศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้มีความเปลี่ยนแปลงไปจาก อดีตและส่งผลให้องค์ความรู้ภูมิปัญญาเหล่านั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง แตกขยายไปสู่รูปแบบใหม่มากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ดำเนินสืบเนื่องมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีผู้ที่รวบรวมข้อมูลและสังเคราะห์ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นอย่างเป็นระบบและครบถ้วนสมบูรณ์ โครงการการสำรวจพื้นที่วัฒนธรรมเครื่องปั้นดินเผาไฟต่ำสำคัญในล้านนานี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ การสำรวจพื้นที่วัฒนธรรมด้านศิลปหัตถกรรม ดนตรีและนาฏกรรมล้านนาเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลและ บริการวิชาการแก่ชุมชน ที่จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลจากองค์ความรู้ที่ได้จากการสำรวจพื้นที่ วัฒนธรรม ทั้ง 3 ด้าน นำมาประมวลและจัดการให้เป็นระเบียบ มีความถูกต้องและทันสมัย เพื่อเป็น พื้นฐานในการพัฒนาเป็นฐานข้อมูลด้านศิลปหัตกรรม ดนตรีและนาฏกรรมล้านนาที่สมบูรณ์ในการ ดำเนินงานปีถัดไป


บรรณานุกรม วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีการนวดแผนไทย.https://th.wikipedia.org/wiki/การนวดแผนไทย. สืบค้นเมื่อ 24 กรกฎาคม 2566. Duangjai/Thai dessert ความหมายของขนมไทย. https://sites.google.com/site/may54100145120/assignments. สืบค้นเมื่อ 24 กรกฎาคม 2566. ภาษาล้านนา วัฒนธรรมภาษาอันงดงาม. https://lannatrad.wordpress.com/ สืบค้นเมื่อ 24 กรกฎาคม 2566. ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 (เชียงใหม่) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. 2559. สุขภาพจิตดี ด้วยวิถีล้านนา พิมพ์ครั้งที่ ๑ : หจก.นันทกานต์กราฟฟิค/การพิมพ์ หน่วยแพทย์ทางเลือก งานผู้ป่วยนอก ฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี. https://www.rama.mahidol.ac.th/altern_med/th/thai_traditional_medicine/ สืบค้นเมื่อ 24 กรกฎาคม 2566


Click to View FlipBook Version