The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการใช้โปรแกรม Adobe Illustrator เบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fahsai.1730, 2021-09-22 04:42:25

คู่มือการใช้โปรแกรม Adobe Illustrator

คู่มือการใช้โปรแกรม Adobe Illustrator เบื้องต้น

! การใช้โปรแกรม !



ADOBE

ILLUSTRATOR



จัดทำโดย
นางสาวนวพร กิตติปัญโยชัย

สารบัญ




เ รื่ อ ง ห น้ า




โปรแกรมเบื้องต้น Adobe illustrator 1

ประวัติความเป็นมาของ illustrator 2

การใช้โปรแกรม Adobe illustrator 3

ไฟล์ใน Adobe illustrator 4

ภาพกราฟิก 5

แถบคำสั่ง Menu ber 6

กล่องเครื่องมือ 7

คอนโทรลพาแนล 7

การสร้าง swatch color and global swatch color 8

การทำ Reflection and Skewing Object 9

การบิดเบือนรูปร่าง 10

ADOBE ILLUSTRATOR

โปรแกรม Adobe Illustrator เป็นโปรแกรมที่ใช้ สำหรับการวาดภาพในแบบ
ที่เป็นภาพลายเส้น ซึ่งจะแตกต่างจากโปรแกรม Adobe Photoshop ที่เน้น
ในเรื่อง ของการแต่งภาพ ดังนั้นในหัวข้อนี้จึงเน้นหนักไปที่การใช้ เครื่องมือ
ที่เป็น Pen tool เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งโปรแกรม Adobe Illustrator นี้จะนิยม
ใช้ในงานออกแบบต่างๆเช่น โลโก้ นามบัตร ออกแบบปกหนังสือ ฉลากสินค้า
การสร้างเอกสารใหม่ คลิกที่เมนู File และคลิก New เพื่อสร้างเอกสารใหม่
ดังภาพ กำหนดขนาดเอกสารเป็น A4 และวาง กระดาษในแนวตั้ง จากนั้น
คลิกปุ่ม OK

ประวัติความเป็นมาของ illustrator
อะโดบี อิลลัสเตรเตอร์ (อังกฤษ: Adobe Illustrator) เป็นโปรแกรมวาดภาพกราฟิกแบบเวกเตอร์ ซึ่ง
พัฒนาโดยบริษัทอะโดบีซิสเต็มส์ รุ่นแรก จัดทำขึ้นในปี ค.ศ. 1986 เพื่อใช้งานกับเครื่องแมคอินทอช และ
ได้พัฒนารุ่นที่ 2 ออกมาให้ใช้งานได้กับวินโดวส์ ซึ่งได้รับความพึงพอใจ และ การตอบรับที่ดีจากผู้ใช้เป็น
จำนวนมาก จนปัจจุบันได้พัฒนาออกมาจนถึงรุ่นที่ 16 และได้รวบรวมเข้าไปเป็น 1 ในโปรแกรมชุด
Adobe Creative Suite
รุ่นต่าง ๆ
· Adobe Illustrator 1.0 (Mac OS) (มกราคม ค.ศ. 1987)
· Adobe Illustrator 1.1 (Mac OS) (มีนาคม ค.ศ. 1997)
· Adobe Illustrator 88 (Mac OS) (มีนาคม ค.ศ. 1988)
Adobe Illustrator 2.0 (Windows) (มกราคม ค.ศ. 1989)
· Adobe Illustrator 3.0 (Mac OS) (ตุลาคม ค.ศ. 1990)
· Adobe Illustrator 3.5 (Solaris, Silicon Graphics) (ค.ศ. 1990)
· Adobe Illustrator 4.0 (Windows) (พฤษภาคม ค.ศ. 1992)
· Adobe Illustrator 5.0 (Mac OS) (มิถุนายน ค.ศ. 1993)
· Adobe Illustrator 5.5 (Mac OS) (มิถุนายน ค.ศ. 1994)
· Adobe Illustrator 4.1 (Windows) (ค.ศ. 1995)
· Adobe Illustrator 6.0 (Mac OS) (กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996)
· Adobe Illustrator 7.0 (Mac/Windows) (พฤษภาคม ค.ศ. 1997)
· Adobe Illustrator 8.0 (Mac/Windows) (กันยายน ค.ศ. 1998)
· Adobe Illustrator 9.0 (Mac/Windows) (มิถุนายน ค.ศ. 2000)
Adobe Illustrator 10.0 (Mac/Windows) (พฤศจิกายน ค.ศ. 2001)
· Adobe Illustrator CS (Mac/Windows) (11.0) (ตุลาคม ค.ศ. 2003).
Adobe Illustrator CS2 (Mac/Windows) (12.0) (เมษายน ค.ศ. 2005)
· Adobe Illustrator CS3 (Mac/Windows) (13.0) (มีนาคม ค.ศ. 2007)
· Adobe Illustrator CS4 (Mac/Windows) (14.0) (มีนาคม ค.ศ. 2009)
· Adobe Illustrator CS5 (Mac/Windows) (15.0) (มีนาคม ค.ศ. 2010)
· Adobe Illustrator CS6 (Mac/Windows) (16.0) (มีนาคม ค.ศ. 2012)
· Adobe Illustrator CC (Mac/Windows) (17.0) (มีนาคม ค.ศ. 2015)

•Name สำหรับตั้งชื่อชิ้นงาน
•Profile มีอยู่ด้วยกันหลายแบบ แต่ส่วนมากจะเลือกที่ Print
•Number of Artboards สำหรับเลือกจำนวน Artboard ที่ต้องการใช้งาน ถ้าเลือกมากกว่าหนึ่ง จะมีส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น
คือในส่วนของ Grid, Arrange and Layout ให้กำหนดเพิ่ม
•Spacing ช่องว่างแต่ละ Artboard
•Column จำนวนคอลัมน์ที่ต้องการแสดง
•Bleed คือการกำหนดพื้นที่พิเศษรอบชิ้นงาน เหมะกับการกำหนดเพื่อทำ Name Card ถ้าเป็นงานปกติ อาจจะเพิ่มนิดหน่อย
เช่น 0.125 โดยการคลิกที่ลูกศร อันใดก็ได้ เพราะถ้าเราคลิกไอคอน link ที่อยู่ด้านหลังไว้ก็จะปรับตัวเลขให้เท่ากันหมดในทุกส่วน
และเมื่อเปิดชิ้นงานขึ้นมาจะเห็นเส้นสีแดงรอบ Artboard Advance ใช้สำหรับกำหนด Color Mode ซึ่งค่า Default จะเป็น
CMYK
•Raster Effect ควรเลือก High (300 ppi)
•Preview Mode เลือก Default
•สำหรับในส่วน align to pixel grid ไม่ต้องเลือก

เมื่อได้หน้าต่างเอกสารใหม่แล้วให้คลิกที่เมนู View เพื่อให้ โปรแกรมแสดงแถบไม้บรรทัดและเส้นตาราง โดยคลิกที่เมนู
Show Grid แลคลิกเมนู Rulers และ Show Rulers ในหน้าต่างที่แสดงแถบไม้บรรทัดและเส้นตารางนี้ก็พร้อมที่จะเข้า สู่งานใน
ด้านการออกแบบในหัวข้อต่อไป

ทำความเข้าใจกับชนิดของไฟล์
ในระบบปฏิบัติการ Windows มีรูปแบบการเก็บไฟล์ในลักษณะต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการใช้งานที่แตก
ต่างกัน เราเรียกว่า Format จะใช้ตัวอักษร 3 ตัว เช่น .doc หมายถึงไฟล์งานเอกสาร .tiff หมายถึง
ไฟล์รูปภาพ ในโปรแกรมIllustrator จะมี Format ที่สำคัญๆดังนี้คือ

1. EPS File Encspsulated Postcript เป็นไฟล์ที่บรรจุข้อมูลเป็นได้ทั้งแบบเวกเตอร์และบิตแม็พกา
รที่มีคุณสมบัติเช่นนี้จะทำให้EPSไฟล์เป็น เหมือนไฟล์ตัวเชื่อมที่สามารถทำงานข้ามโปรแกรมได้ได้แก่
Adobe Illustrator ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เรากำลังใช้อยู่ และ Adobe Dimensions

2. PDF Portabledocument Format เป็นไฟล์เอนกประสงค์ที่สามารถทำงานข้ามโปรแกรมข้าม
ระบบปฏิบัติการแต่ยังแสดงผลข้อมูลได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟอนต์เรื่องการวางเลเยอร์รวม
ถึงภาพทั้งที่เป็นแบบเวกเตอร์และแบบบิตแม็พนอกจากนี้ยังสามารถใช้บรรจุในรูปแบบเอกสาร
อิเล็กทรอนิกส์ทำให้สามารถค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูลได้โดยส่วนใหญ่มักใช้เป็นไฟล์พื้ นฐานใน
โปรแกรมAdobeAcrobat

3. AI Illustrator File เป็นไฟล์พื้นฐานของโปรแกรม Illustrator สามารถเก็บบันทึกคุณลักษณะ
ต่างๆที่ใช้ใน Illustratorได้ว่าจะเป็น Layer , สี หรือ Effect ต่างๆ ฯลฯ เพื่อเราจะสามารถ
เปลี่ยนแปลงแก้ไขภาพอย่างต่อเนื่องแต่มีข้อเสียคือ ไฟล์ AIจะใช้ได้เฉพาะกับโปรแกรม Illustrator
เท่านั้น ถ้าจะนำไปใช้ในโปรแกรมอื่นๆต้องบันทึกเป็น Format อื่น จึงจะนำไปใช้ได้

ภาพกราฟิกสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ
1.ภาพแบบพิกเซล (pixel) คือ ภาพที่เกิดจากจุดภาพในรูปภาพที่รวมกันเป็นภาพขึ้น
โดยภาพหนึ่งๆ จะประกอบไปด้วยจุดภาพหรือพิกเซลมากมาย และเเต่ละภาพที่สร้างขึ้น
จะมีความหนาเเน่นของจุดภาพ หรือบางครั้งแทนว่าความละเอียด (ความคมชัด) ที่เเตกต่าง
กันไป จึงใช้ในการบอกคุณสมบัติของภาพ จอภาพ หรือ อุปกรณ์แสดงผลภาพได้ เรียกอีกอ
ย่างว่า ภาพ Raster
2.ภาพกราฟิกส์เวกเตอร์ (vector graphics) คือ ภาพที่เกิดจากการกำ หนดพิกัดและการ
คำ นวณค่าบนระนาบสองมิติ รวมทั้งมุมและระยะทาง ตามทฤษฎีเวกเตอร์ในทางคณิตศาสตร์
ในการก่อให้เกิดเป็น เส้น หรือรูปภาพ
ข้อมูลภาพได้เเก่ไฟล์สกุล eps, ai เป็นต้น



กล่องเครื่องมือ
เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างส่วนประกอบต่างๆของชิ้นงานลงบน Artboards
เช่นการวาดรูปทรง วาดเส้น ข้อความการกำหนดสีให้วัตถุเป็นต้นซึ่งในชุด
เครื่องมือจะแบ่งกลุ่มเครื่องมือตามลักษณะการใช้งาน

คอนโทรลพาแนล
เป็นแถบตัวเลือกสำหรับกำหนดค่าต่างๆของวัตถุ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ให้สามารถ
กำหนดค่าสี ขนาด ตำแหน่ง และคุณสมบัติของวัตถุที่เลือกได้ง่ายขึ้น

การสร้าง swatch color and global swatch color

มีวิธีการทำได้สองแบบ โดยการคลิกที่ Object แล้วมาคลิกไอคอน New Swatch บน Swatch Panel จะได้
หน้าต่าง New Swatch ขึ้นมา จากนั้นทำการตั้งชื่อ หรือ คลิกสีบนแถบเครื่องมือแล้วลากไปที่ Swatch Panel ก็
จะได้สีนั้นเก็บไว้ที่ Swatch Panel ถ้าดับเบิ้ลคลิกที่สีนั้น ก็จะมีหน้าต่าง Swatch Option จากนั้นให้ตั้งชื่อ Color
ถ้าต้องการสร้างสีนี้ให้เป็นแบบ Gobal ก็ให้คลิกเลือกที่ช่อง Global การเลือกเป็นแบบ Global จะทำให้กรอบสีนั้น
มีสัญญลักษณ์สามเหลี่ยมที่มุมล่างขวาให้เห็นด้วย เพราะเมื่อเปลี่ยนสีที่ใช้ร่วมกันใน Object ที่เป็น Global Color
ก็จะมีการอัพเดทเปลี่ยนสีให้หมดทุก Object ที่ได้ใช้ Global Swath Color

การลบสีจาก Swatch Panel ก็เพียงแต่คลิกที่สีนั้น แล้วมาคลิกที่รูปถัง จะมีหน้าต่างยืนยันการลบสีนั้น ให้กดเลือก Yes
การสร้าง Color Group

ให้ทำการเลือกสีบน Swatch Panel แล้วคลิกที่ไอคอน New Color Group จากนั้นทำการตั้งชื่อ
การกำหนด Swatch Option

ทำได้โดยคลิกสีบน Swatch Panel แล้วมาคลิกที่ไอคอน Swatch Options จากนั้นทำการปรับตั้งค่าสีต่าง
การสร้าง Spot Color

เหมือนการสร้าง Swath Color แต่เลือกเป็น Spot Color ในแถบของ Color Type (ประกอบด้วย Process Color and Spot Color)
จะมีสัญญลักษณ์ที่ตำแหน่งเดียวกับการสร้าง Global Color
การใช้ Swatch Libraries Menu

ไอคอนของ Libraries จะอยู่ที่มุมซ้ายล่างของ Swath Panel ถ้าต้อการ Importing Swatch ให้คลิกเลือกที่ Other Library แล้วเลือก
ไฟล์สีที่บันทึกเก็บไว้ที่คอมพิวเตอร์ จะได้หน้าต่างสีขึ้นมาที่โปรแกรมอีกหนึ่งอัน ให้ดับเบิ้ลที่โฟลเดอร์สีที่ต้องการก็จะไปสร้างไว้ที่ Ai Swath Color
แต่ถ้ามีการเปิดชิ้นงานใหม่จะต้องทำการ Import ใหม่ โดยใช้เมนู Window - Swatch Libraries - Other Libraries เช่นเดิม ถ้าต้องการส่ง
โฟลเดอร์สีมาเก็บไว้ใช้ที่โปรแกรม ให้ทำการคลิกลูกศรบนแถบ Swath - Save Swatch Library as ASE or as AI

การทำ Reflection and Skewing Object

การทำ Repeating Transforming
ถ้าต้องการใช้คำสั่งเพื่อให้เกิดผลเหมือนกับการกระทำคำสั่งก่อนหน้า หลังจากที่
ได้ทำคำสั่งนั้นแล้ว เช่น การ Copy สามารถใช้ คำสั่ง Ctrl + D เพื่อให้เกิดการ
Copy ซ้ำได้

การทำ Reflection and Skewing Object
ใช้ Selection Tool คลิกที่ Object นั้นแล้วใช้เครื่องมือ Reflect ซึ่งอยู่รวม
กับ Rotate Tool จากนั้นให้กดปุ่ม Alt ก่อนที่จะคลิก เมื่อคลิกแล้วจะมีหน้า
ต่าง Reflect แสดงขึ้นมาเพื่อทำการตั้งค่า โดยสามารถเลือกการ Reflect
แบบ Vertical หรือ Horizental ได้ รวมทั้งสามารถกำหนดองศาได้ด้วย ถ้า
ต้องการเห็นการเกิดส่วนที่ Reflect ให้คลิกเลือกที่ Preview ถ้าต้องการทำ
Reflect Object แบบสร้างเพิ่มให้กดที่แถบ Copy จากนั้นกด OK

การบิดเบือนรูปร่าง Distort Object ( Width and Wrap Tool ( W ) )

มีวิธีการบิดเบือนรูปร่างอยู่หลายแบบด้วยกันที่รวมอยู่ในเครื่องมือกลุ่มนี้ เช่น
Width Tool, Wrap Tool, Twirl Tool, และอื่นๆ ซึ่งอยุ่ในเครื่องมือการทำ
Distort Object ก่อนการใช้เครื่องมือเหล่านี้ จะต้องคลิกที่ Object นั้นโดยใช้
Selection Tool ก่อน จากนั้นส่วนมากจะทำโดยการคลิกค้าง หรือ ลากผ่าน
Object เพื่อให้เกิดการ Distort ก่อนทำควรเปิด Properties ของเครื่องมือ
เพื่อกำหนดค่าตามต้องการ เช่นการปรับขนาดแปรง อัตราการกระทำ และอื่นๆ

การล็อค object และการล็อคเลเยอร์

ทำได้โดยการใช้เมนู object-Lock หรือคีย์ลัด Ctrl+2 จะเป็นการล็อคตัว objtic แต่ถ้าต้องการล็อค
เลเยอร์ให้คลิกช่องที่ 2 ของเลเยอร์นั้นโดยตรง การล็อคที่เลเยอร์จะทำให้ sub เลเยอร์ของเลเยอร์นั้น
ล็อคไปด้วย
ถ้าต้องการปลดล็อคทำได้โดยใช้เมนู Object-Unlock หรือ Alt+Ctrl+2 หรือคลิกที่รูปกุญแจอีกครั้ง


Click to View FlipBook Version