The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาสื่อการสอนการใช้งานบอร์ด Microbit ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การพัฒนาสื่อการสอนการใช้งานบอร์ด Microbit ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

การพัฒนาสื่อการสอนการใช้งานบอร์ด Microbit ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

MICROBIT ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 สื่อการเรีย รี นการสอน


คำ นำ คู่มือครู micro:bit in Action - Basic Updated Version เล่มนี้ ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวช่วยสำ หรับผู้สอนวิทวิยาการคำ นวณที่เลือกใช้ไมโครบิต เป็นสื่อในการจัดการเรียรีนการสอนคู่กับหนังสือกิจกรรม microibit in Actionเล่ม Basic Updated Version กิจกรรมทั้งหมดที่ออกแบบมา สามารถใช้สอนได้ประมาณ 18-20 ชั่วโมง ซึ่งคุณครูสามารถเพิ่มหรือรืลด จำ นวนชั่วโมง หรือรืผสม กับเนื้อหาส่วนอื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสม กิจกรรมออกแบบโดยเน้นการปูพื้ ปูพื้นฐานกระบวนการคิดของนักเรียรีน ที่ เกี่ยวข้องกับ Computational Thinking ทั้ง 4 ด้าน โดยจัดเรียรีงความ เข้าใจเป็นลำ ดับขั้นตั้งแต่พื้นฐาน เพื่อให้นักเรียรีนค่อย ๆเรียรีนรู้ ต่อยอดจน สามารถคิดสร้างสรรค์ผลงานได้ด้วยตนเอง โดยนักเรียรีนจะได้เรียรีนรู้การเขียน โปรแกรม ผ่านการลงมือปฏิบัติ การสังเกตผลการทำ งาน และการบันทึกผล เพื่อใช้ในการเชื่อมโยงประสบการณ์ และสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง (Heuristic Approach) ซึ่งจะสามารถทำ ให้นักเรียรีนเข้าใจได้ลึกขึ้งขึ้น และ สามารถนำ ไปประยุกตใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีตารางคำ สั่งและแผนผังการเชื่อม โยงความรู้ในท้ายเล่ม เพื่อช่วยให้คุณครูใช้อ้างอิงระหว่างการเตรียรีมการสอน ได้ ผู้จัดทำ หวังวัเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือครู micro:bit in Action - Basic Updated Version เล่มนี้จะช่วยให้พื้นฐานความรู้สำ หรับครูผู้สอน เพื่อ ให้การจัดการเรียรีนการสอนในชั้นเรียรีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


กิจกรรมที่ 1 แนะนำ ไมโครบิต กิจกรรมที่ 2 แนะนำ เครื่อรื่งมือ กิจกรรมที่ 3 โปรแกรมของฉัน กิจกรรมที่4 การแสดงผลและเสียง กิจกรรมที่5 ลูป(Loop) กิจกรรมที่6 คำ สั่งจัดการเงื่อนไข กิจกรรมที่7 ตัวแปร กิจกรรมที่8 ผังงาน 60 61 75 89 กิจกรรมที่ 9 การนำ ข้อมูลเข้า กิจกรรมที่ 10 เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ กิจกรรมที่ 11 เซ็นเซอร์วัดแสง กิจกรรมที่ 12 เข็มทิศดิจิทัล สารบัญ บทที่ 1 รู้จักไมโครบิต 32 33 40 48 52 พื้นฐานการเขียนโปรแกรม บทที่ 3 การนำ เข้าข้อมูล 1 5 6 18 27 2 3 4 กิจกรรมที่ 15 อินพุต โพรเซส เอาต์พุต กิจกรรมที่ 16 การเขียนโปรแกรมเชิงเหตุการ์ณ กิจกรรมที่ 17 คำ สั่งทางคณิตศาสตร์ กิจกรรมที่ 18 การสุ่ม กิจกรรมที่ 19 การพัฒนาต่อยอดโปรแกรมเข็ม ทิศ 90 91 95 100 103 108 บทที่ 4 ต่อยอดการเรีย รี นรู้


กิจกรรมที่ 20 โปรเจ็กต์แรกของฉัน กิจกรรมที่ 21 การอ่านค่าเซนเซอร์ กิจกรรมที่ 22 เกมทอยลูกเต๋า กิจกรรมที่ 23 การสร้างเทอร์โมมิเตอร์ กิจกรรมที่ 24 วัดค่าความสว่างของแสง สารบัญ 5 บทที่5 ตรวจจับความเร่งและอากัปกิริย ริ า 6 กิจกรรมที่ 25 สร้างเกม เป่า ยิง ฉุบ กิจกรรมที่ 26 เกมเก็บกล้วยใส่ตะกร้า บทที่6 การวัดอุณหภูมิและความสว่างของแสง 7 บทที่7 การสร้างเกมสำ หรับบอร์ด MICROBIT 8 บทที่8ทำ ความรู้จัก MaQueen Robot กิจกรรมที่ 27 การตรวจสอบค่าอะนาลอก และหาค่าเฉลี่ยของ สนาม กิจกรรมที่ 28 วีดีโอสาธิตการวัดค่าสี กิจกรรมที่ 29 ควบคุมโซเวอร์มอเตอร์ 109 112 113 125 112 113 125 130 131 140 141 142 162 174


บทที่ 1 รู้จักไมโครบิต และการใช้งานเบื้องต้น


ไมโครบิตเป็นบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ หรือรือาจจะเรียรีกอีกอย่างหนึ่งว่าว่ระบสมอง กลฝังตัว (Embedded Sysem) ที่ ออกแบบมาเพื่อการเรียรีนการสอน วิทวิยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) สหรับเด็กโดยเฉพาะมีขนาด กระทัดรัด ราคาไม่แพง มีส่วนติดต่อกับผู้ ใช้(User Interface - UI) ที่ออกแบบมา ให้ง่ายต่อการเรียรีนรู้ มีสีสันสดใสเพื่อดึงดูด ความสนใจของเด็กและไม่ทำ ให้เด็กรู้สึก กลัว หรือรืรู้สึกว่าว่ยากตั้งแต่เริ่มริ่ต้น MICROBIT คือ ไมโครคอนโทรลเลอร์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิดส์ขนาดเล็กที่ออกแบบ มาใช้ในการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยที่เราสามารถเขียนโปรแกรมแล้วใส่ เอาไว้ใว้นไมโครคอนโทรลเลอร์เพื่อให้ทำ งานตามที่เราต้องการได้ไมโคร คอนโทรลเลอร์นั้นเปรียรีบเสมือนเครื่อรื่งคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีหน่วย ประมวลผลหน่วยความจำ หน่วยควบคุมอินพุตและเอาต์พุตต่างๆ โดยเรา สามารถใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ในการสร้างชิ้นงานได้หลากหลาย


ในกิจกรรมนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียรีนได้รู้จักไมโครคอนโทรลเลอร์ เบื้องต้นโดยให้นักเรียรีนเข้าใจไมโครคอนโทรลเลอร์แค่พอสังเขปเท่านั้น กล่าวคือ ไมโครคอนโทรลเลอร์สามารถคำ นวณ ประมวลผล และ ควบคุมอุปกรณ์อื่น ๆ ตามที่เราเขียนโปรแกรมและอัปโหลดเข้าไปข้าง ในได้ เมื่อปิดแล้วเปิดใหม่โปรแกรมข้างในที่เราใส่เอาไว้คว้รั้งล่าสุดจะไม่ หายไปไหน ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้น จะยังไม่กล่าวถึงในกิจกรรมนี้ เพื่อไม่ให้นักเรียรีนรู้สึกเป็นภาระในการเริ่มริ่ตันมากเกินไป ไมโครบิตออกแบบและพัฒนาโดยองค์กรที่ไม่แสวงหากำ ไร BBC Foundation และได้รับความร่วมมือจากบริษัริษัทผลิต Hardware และ Sensor ชั้นนำ เช่น Arm และ NXP กิจกรรมนี้ ออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆ ได้เปลี่ยนมุมมองต่ออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าว่จะเป็นในมุมมองของผู้ใช้ ผู้ ออกแบบ หรือรืผู้สร้าง ว่าว่มีสิ่งใดที่นักเรียรีนคิดว่าว่น่าจะมีไมโครคอนโทรล เลอรือรืยู่ข้างในนั้นบ้าง โดยพิจารณาจากหน้าที่และหลักการทำ งานของ สิ่งของชิ้นนั้น ๆ แล้วลองจิตนาการถึงสิ่งที่นักเรียรีนอยากสร้าง ซึ่งจะมี 2 รอบ คือ รอบแรก จะให้นักเรียรีนคิดด้วยตัเองก่อนว่าว่อยากทำ อะไร จากนั้นเปิดโอกาสให้นักเรียรีนพูดคุยกับเพื่อนๆ หรือรืคุณครู ถึงราย ละเอียดความเป็นไปได้ปัญหาหรือรือุปสรรคที่น่าจะเกิดขึ้นจากนั้นให้ นักเรียรีนพิจารณาสิ่งที่อยากทำ แล้วเขียนใหม่อีกครั้งซึ่งอาจจะเป็นแบบ เดิมแต่มีรายละเอียดมากขึ้นหรือรือาจจเปลี่ยน กิจกรรมไปเลยก็ได้ จุด ต่างนี้จะเป็นจุดสังเกตที่สามารถให้คุณครูถามถึงรจเหตุผลที่นักเรียรีน บางคนสามารถเขียนรายละเอียดได้มากขึ้นหรือรืนักเรียรีนบางคนเปลี่ยน กิจกรรมโดยกิจกกรรมนี้จะทำ ให้คุณ ครูทำ ความเข้าใจในตัวเด็กได้มาก ขึ้น


แบบทดสอบก่อนเรีย รี น บทที่ 1 รู้จักกับบอร์ด micro : bit และการใช้งานเบื้องต้น 1. Microbit เริ่มริ่ต้นที่ประเทศอะไร ก. ประเทศอังกฤษ ข. ประเทศไทย ค. ประเทศสหรัฐอเมริกริา ง. ประเทศญี่ปุ่น 2. บริษัริ ษัทใดเป็นผู้ผลิต Microbit* ก. ABC ข. DVD ค. BBC ง. XYZ 3.จากภาพ เราเรียรีกชื่ออุปกรณ์นี้ว่าอะไร* ก. อุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวด้วยรังสีอินฟราเรด (ZX-PIR) ข. มินิบอร์ดวัดความเข้มแสง (BH1750) ค. ไอซีวัดอุณหภูมิ (MCP9701) ง. ไมโครบิต (Micro Bit)


4. Microbit ใช้ไฟจำ นวนกี่โวลต์ ก. 1.5 โวลต์ ข. 2.5 โวลต์ ค. 3 โวลต์ ง. 3.5 โวลต์ 5. จำ นวนของหลอด LED ที่อยู่บน Microbit มีจำ นวนกี่หลอด 10 หลอด 15 หลอด 20 หลอด 25 หลอด 6. เว็บไซต์ที่ฝึกสำ หรับเรียรีน Microbit คือข้อใด ก. makecode.microbit.org ข. makecode.microbit.com ค. makecode.microbit.ac.th ง. makecode.microbit.net 7. เซนเซอร์ใดที่ไม่ได้อยู่ใน Micro:bit ก. เซนเซอร์วัดองศา ข. เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ ค. เซนเซอร์วัดแสง ง. เซนเซอร์วัดระยะทางด้วย GPS


8. ปุ่มใด ไม่มี ใน Micro:bit ก. ปุ่ม A ข. ปุ่ม B ค. ปุ่ม AB ง. ปุ่ม Restart 9. บอร์ด Microbit มีขนาดเท่าใด ก. 4x4 เซนติเมตร ข. 4x5 เซนติเมตร ค. 5x4 เซนติเมตร ง. 5x5 เซนติเมตร 10.ภาษาใดไม่ได้นำ มาใช้ในการเขียนคำ สั่งควบคุมการทำ งานหรือรื การแสดงผลบอร์ด Micro Bit ก. JavaScript Block Editor ข. ภาษา C/C++ ค. ภาษา Python ง. ภาษา HTML


แนะนำ ไมโครบิต(MICROBIT) ส่ว ส่ นประกอบของ MICROBIT


กิจกรรมที่ 1.1 รอบๆตัวเรา จงบอกชื่ออุปกรณ์ต่างๆ รอบตัว ที่นักเรียรีนคิดว่าว่มีไมโครคอนโทรลเลอร์ อยู่ กิจกรรมที่ 1.2 ส่องไมโครบิต ส่วนประกอบสำ คัญต่างๆ ในไมโครบิตที่นักเรียรีนสามารถสังเกตเห็นได้ มีอะไรบ้างและคาดว่าว่สิ่งเหล่านั้นมีหน้าที่อย่างไร กิจกรรมที่ 1.3 จินตนาการ ถ้าไมโครบิตสามารถทำ ตามคำ สั่งของเราได้ทุกอย่าง เราอยากจะใช้ ให้ไมโครบิตทำ อะไรให้เราได้บ้าง ลองเขียนรายการสิ่งที่เราอยากให้ ไมโครบิตทำ ให้เรา


ตั้งชื่ผลงาน เลือกสิ่งที่เราชอบเเละคิดว่าว่เป็นไปได้จริงริที่สุดจากรายการในข้อ 1 มา เป็นผลงานของฉัน พร้อมทั้งตั้งชื่อ วาดภาพคร่าวๆ อธิบายเป็น แนวคิดและหลักการทำ งาน 3. ลองคิดดูว่าว่ถ้าทำ ผลงานให้สำ เร็จ เราจะต้องมีความรู้ด้านใดบ้าง


การใช้ MakeCode โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต เราสามารถที่จะใช้ Make Code โดยไม่ใช้อินเทอร์เน็ตได้ 2 วิธีวิธี ดังนี้ 1. การใช้ Offline MakeCode App ติดตั้ง Offline MakeCode Application ลงในเครื่อ รื่ งล่วง หน้า โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ที่ https://makecode.microbit.org/offine-app อ่านและกดยอมรับเงื่อนไขการใช้งานเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ makecode-microbit-setup.win64.exe สำ หรับติดตั้งใน Windows หรือ รื makecode-microbit-mac64.zip สำ หรับ ติดตั้งใน Mac


2. การใช้ Web Application Make Code ใช้เทคโนโลยี HTMLS Web Application การ ใช้งานผ่านเว็บ ว็ ในครั้งแรกเว็บ ว็ เบราวใช้องจะทำ การโหลดส่วนประกอบ ต่าง ๆ เข้ามาในเครื่อรื่งเรียรีบร้อยแล้ว การใช้งานครั้งถัดไปถ้าไม่ร อินเทอร์เน็ตก็ยังสามารถใช้งานต่อได้อยู่ ดังนั้น คุณครุสามารถนำ เครื่อรื่งที่จะใช้งานเข้าเว็บ ว็ ไร https://makecode.microbit.org แล้วทำ bookmark เอาไว้ล่ว้ ล่วงหน้าก่อนการสอนได้ โดยหน้าตาของโปรแกรมจะมีลักษณะ ดังนี้


การเขียนโปรแกรม หรือรืการพัฒนาโปรแกรม จำ เป็นต้องใช้ เครื่อรื่งมือหลายอย่าง เช่น การเขียนโค้ด โดยใช้โปรแกรมประเภท Editor ทั้งแบบ Text-based Programming และ Visual Programming การแปลงโค้ดเป็นภาษาเครื่อรื่งโดยใช้โปรแกรม Compiler หรือรื Interpreter การส่งโค้ดที่แปลงเรียรีบร้อยแล้วเข้าสู่ บอร์ดโดยใช้โปรแกรม การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือรืโทรศัพท์กับไมโคร บิตเพื่ออัปโหลดโปรแกรม การดูผลการทำ งานของโค้ดล่วงหน้าโดยใช้ ชิมูเลเตอร์ (Simulator) หรือรือีมูเลเตอร์ (Emulator) ดังนั้น เพื่อ อำ นวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาโปรแกรม โดยไม่จำ เป็นต้องเปลี่ยน โปรแกรม ไปๆ มาๆ จึงมีการรวบรวมเครื่อรื่งมือทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาโปรแกรมนั้นๆ ทั้งหมดมารวมอยู่ในโปรแกรมเดียวกัน เรา เรียรีกโปรแกรมประเภทนี้ว่าว่ IDE(Integrated Development Environment) ในอดีต การพัฒนาโปรแกรมส่วนใหญ่จะใช้การพิมพ์เป็นหลัก แต่ใน ภายหลังพบว่าว่การเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาพนั้นสามารถทำ ให้ผู้เรียรีน เข้าใจได้ง่ายกว่าว่มีปัญหาและอุปสรรค์สำ หรับผู้เริ่มริ่ต้นใช้งานใหม่น้อย กว่าว่จึงเกิดคำ ว่าว่ Visual Programming แยกออกมาจากคำ ว่า Text-based Programming ซึ่งหลักการของ Visual Programming นั้น คือการสร้างโปรแกรมโดยการกระทำ ใดๆ (Manipulates) เช่น ลาก วาง เชื่อมต่อเส้นกับส่วนประกอบโปรแกรม ที่เป็นภาพ(Graphical Program Elements) เช่น บล็อกคำ สั่ง ปุ่ม ปุ่ หรือรืรูปภาพ แนะนำ เครื่อ รื่ งมือ(Overview)


IDEสำ หรับบอร์ไมโครบิตนั้นมีหลากหลาย แต่ IDE ที่นิยมใช้ และเป็น IDE หลักของหนังสือเล่มนี้ เราจะใช้ IDE ผ่านทางเว็บ ว็ เบราว์เว์ซอร์ที่ชื่อ ว่าว่ MakeCode ซึ่งพัฒนาโดยบริษัริษัทไมโครซอฟต์ หรือรือาจจะใช้ IDE ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือรืแท็บเล็ตโดยใช้แอปพลิเคชั่น microbit ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดฟรี ทั้งใน IOS และ Android ซึ่งพัฒนาโดยบริษัริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ประเทศอังกฤษ สังเกตได้ว่าว่ ไมโครบิตเป็นโปร เจ็กต์ที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัริษัทระดับโลกหลากหลายบริษัริษัท ที่มุ่งมั่น จะพัฒนาเครื่อรื่งมือที่ใช้ในการเรียรีนเขียนโปรแกรมที่ดีให้กับเด็กรุ่นใหม่ ทั่วโลก MakeCode นั้นจัดอยู่ใน IDE ที่เป็น Visual Programming ประเภทหนึ่ง ที่เราเรียรีกว่าว่ Block-based Programming คือการ เขียนโปรแกรมโดยการจัดวางบล็อกคำ สั่ง นอกจากนี้ MakeCode ยัง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเขียนโปรแกรมไปเป็น Text-based Programming ภาษา JavaScript และ Python ได้ ในขณะที่ยัง เขียนโปรแกรมอยู่ (on the fiy) และสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็น Block-based Programming ได้ด้วย ทำ ให้ Make Code นี้เหมาะ ที่จะให้นักเรียรีนได้เริ่มริ่ต้นเขียนโปรแกรรมอย่างง่าย พร้อม ทั้งเห็นภาพ การทำ งานแบบโปรแกรมเมอร์ที่ใช้การเขียนโปรแกรมแบบ Textbased programming เป็นหลักได้อย่างชัดเจน


จุดเด่นหลักอีกประการหนึ่งของ MakeCode คือ ตัวจำ ลองการ ประมวลผลของโปรแกรมที่เราเขียนได้ทันทีโดยที่เราไม่จำ เป็นต้อง โหลดโปรแกรมลงในไมโครบิต เราเรียรีกสิ่งนี้ว่า อีมูเลเตอร์ (Emulator)หรือรืชิมูเลเตอร์ (Simulator) -Emulator คือ hardware หรือรื soffware ใด ๆ ที่สามารถแสดง พฤติกรรมเมื่อ run code ได้เหมือนกับ hardware หรือรื software ชนิดอื่น (ใน ที่นี้คือใช้เว็บ ว็ เบราว์เว์ซอร์จำ ลองการทำ งาน ของไมโครบิตเมื่อ run code ของไมโคร บิต) -Simulator คือ การจำ ลองการทำ งาน หรือรืจำ ลองประสบการณ์ สำ หรับคุณครูจะใช้คำ ไหนก็ได้ถือว่าไม่ผิด เพราะคำ ว่าว่ Simulator


การใช้ MakeCode โดยไม่ต้องใช้ อินเทอร์เน็ต เราสามารถที่จะใช้ MakeCode โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตได้ 2 วิธีวิธีดังนี้ 1. การใช้ Offline MakeCode App ติดตั้ง Ofiline MakeCode Application ลงในเครื่อรื่งล่วงหน้า โดย สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ https://makecode.micfobit.org/offline-app อ่านและกดยอมรับเงื่อนไขการใช้งานเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ makecodemicrobit-setup.win64.exeสำ หรับติดตั้งใน Windows หรือรื akecode-microbit-mac64.zip สำ หรับติดตั้งใน Mac โดยหน้าต่างของโปรแกรมจะมีลักษณะดังนี้


2. การใช้ Web Application MakeCode ใช้เทคโนโลยี HTML5 Web Application การใช้งาน ผ่านเว็บ ว็ ในครั้งแรกเว็บ ว็ เบราว์เว์ซอร์จะทำ การโหลดส่วนประกอบต่าง ๆ เข้ามาในเครื่อรื่งเรียรีบร้อยแล้ว การใช้งานครั้งถัดไปถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ ยังสามารถใช้งานต่อได้อยู่ ดังนั้นคุณครูสามารถนำ เครื่อรื่งที่จะใช้งานเข้า เว็บ ว็ ไซต์ https://makecode.microbit.org แล้วทำ bookmark เอาไว้ล่ว้ ล่วงหน้าก่อนการสอนได้ แนะนำ เครื่อ รื่ งมือ (Overview) การเขียนโปรแกรมจำ เป็นต้องใช้เครื่อรื่งมือที่ช่วยให้เราทำ งานต่าง ๆ เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น โปรแกรมที่รวบรวมเครื่อรื่งมือต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราเขียนโปรแกรมได้สะดวกขึ้น เรียรีกว่าว่ IDE (Integrated Development Environment) โดยกิจกรรมนี้เรามาทำ ความรู้จักกับ เครื่อรื่งมือที่จะช่วยให้เราพัฒนาโปรแกรมที่ใช้สำ หรับไมโครบิตกัน เรา เรียรีกเครื่อรื่งมือนี้ว่าว่เมกโค้ด (MakeCode) กิจกรรมที่ 2.1 เตรียรีมคอมพิวเตอร์ เตรียรีมคอมพิวเตอร์และต่ออินเทอร์เน็ตให้เรียรีบร้อย แล้วมาเริ่มริ่กันเลย ใช้เว็บ ว็ เบราว์เว์ซอร์ที่ถนัด เข้าเว็บ ว็ ไซต์ https://microbit.org คลิกที่ปุ่ม ปุ่ ที่เมนูด้านบน


MakeCode สามารถช่วยเราเขียนโปรแกรมได้ทั้งจากแบบ Visual Programming และแบบ Text Programming โดยใช้ภาษา JavaScript และ Python ส่วน Python Editor เป็น Text Programming อย่างเดียว โดยใช้ภาษา Python


จะทำ ให้เข้าใจได้ง่ายกว่าว่แต่ถ้าใช้คำ ว่าว่ Emulator จะให้ความ หมายที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าว่และเป็นการปูพื้ ปูพื้นฐานให้เด็กใช้คำ ศัพท์ ได้อย่างถูกต้อง เราสามารถพัฒนาโปรแกรมสำ หรับไมโครบิตโดยใช้ ภาษาได้หลายภาษา แต่สำ หรับหนังสือเล่มนี้เหมาะสำ หรับเด็กและผู้ เริ่มริ่ต้นเขียนโปรแกรม เราจึงจะใช้การเขียนโปรแกรมในลักษณะ Block-based Programming เป็นหลัก ซึ่งในกิจกรรมนี้ต้องการ แนะนำ การใช้งานเบื้องต้นให้นักเรียรีนได้รู้จัก MakeCode กันก่อน เริ่มริ่ต้นใช้ง ช้ านเบื้อ บื้ งต้นโปรแกรม การเขียนโปรแกรมที่ใช้สำ หรับ Micro:bit เราจะใช้เครื่อรื่งมือของ เมกโค้ด (makecode) ผ่านเบราว์เว์ซอร์อินเตอร์เน็ต ในการเข้าใช้งานครั้งแรก ให้ทำ ตามขั้นตอนดังนี้ 3.1 ใช้เบราว์เว์ซอร์์ของ google chrome หรือรืเบราว์เว์ซอร์ใเข้าไปยัง เว็บ ว็ ไซต์ https://makecode.microbit.org 3.2 จะปรากฎหน้าต่างโปแกรม ดังภาพ ซึ่งจะมีส่วนสำ คัญๆ ที่จะต้อง ใช้งานอยู่ 3 ส่วนดัวยกัน


1. new Project ปุ่ม ปุ่ สำ หรับสร้างงานใหม่ (ในกรณีที่ใช้งานครั้งแรก จะยังไม่โปรเจ๊กงานใดๆ ทางด้านขวามือ แต่ถ้าเราใช้งานไปเรื่อรื่ยๆ โปร เจ๊กที่เราสร้างหรือรืตัวอย่างที่เรียรีกดูจะถูกบันทึกเก็บไว้ใว้นเครื่อรื่งของเรา อัตโนมัติ) 2. Import ปุ่ม ปุ่ สำ หรับสร้างงานที่นำ มาจากหลังอื่นๆ เช่น ไฟล์งาน เดิมที่มีอยู่ 3. Tutorials ตัวอย่างโปรเจ็กต์ที่คนอื่นสร้างไว้เว้ราสามารถเรียรีกดู ตัวอย่างได้


กดที่ปุ่ม ปุ่ New Project เพื่อเริ่มริ่ต้นสร้างโปรแกรมของเราโดยหน้าตา ของส่วนการพัฒนาโปรแกรมประกอบไปด้วยส่วนหลัก ๆ ดังนี้ ส่วนที่เป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดทางด้านขวามือ ใช้สำ หรับการวางคำ สั่งต่าง ๆ ที่เราต้องการ ส่วนนี้เรียรีกว่า พื้นที่ทำ งาน (workspace) ส่วนตรงกลางคือกล่องเครื่อรื่งมือ ใช้สำ หรับเก็บคำ สั่งที่เรา สามารถนำ มาใช้งานในการเขียนโปรแกรมได้ รูปไมโครบิตจำ ลองทางด้านช้าย สามารถทำ งานเลียนแบบการ ทำ งานจริงริๆ ของไมโครบิตได้ เราสามารถทดลองเขียน โปรแกรมแล้วดูจากไมโครบิตจำ ลองนี้ก่อนว่าว่ทำ งานได้ตรงตาม สิ่งที่เราตั้งใจเขียนหรือรืไม่โดยเราจะเรียรีกไมโครบิตจำ ลองนี้ว่า ตัวอีมูเลเตอร์ (Emulator) หรือรือาจจะเรียรีกว่าว่ตัวชิมูเลเตอร์ (Simulator) ก็ได้


กิจกรรมที่ 2.3 การเขียนโปรแกรม การเขียนโปรแกรมคือการสั่งคำ สั่งให้ไมโครบิตทำ งานตามสิ่งที่เรา ออกแบบเอาไว้ เราสามารถ สั่งให้ไมโครบิตทำ งานได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ลากคำ สั่งมาวางต่อ ๆ กันในพื้นที่ทำ งาน(workspace) ใช้เมาส์คลิกที่กล่องเครื่อรื่งมือ เราจะเห็นคำ สั่งต่าง ๆ ที่อยู่ใน หมวดหมู่นี้ ลองเลือกคำ สั่งที่เรา ต้องการใช้งาน ลากออกมา วางในพื้นที่ทำ งาน แสดงออกมา การที่คำ สั่งที่เราลากออกมาวาง มีสีลักษณะนี้ เพราะโปรแกรม MakeCode กำ ลังจะบอกเราว่า คำ สั่งที่เราวางตรงนี้ไม่เหมาะสม ซึ่งไมโครบิตจะไม่ทำ งานตามคำ สั่ง


แล้วเราก็สามารถปล่อยเมาส์ได้เลย ทดลองลากคำ สั่งที่เราเพิ่งนำ มาวางในพื้นที่ทำ งานเมื่อสักครู่นี้ ไปวางไว้ใว้นกล่องแรกที่มีชื่อว่า on start ก่อนวางเราจะ สังเกตเห็นว่าว่มีเส้นสีเหลืองแสดงถึงส่วนที่สามารถนำ มาต่อ กัน ได้เพื่อให้เราเข้าใจว่าว่สามารถวางตรงนี้ได้ สังเกตว่าว่คำ สั่งเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสทันทีและอีมูเลเตอร์ (รูป ไมโครบิตด้านซ้ายมือ)จะแสดงเลข 0 ออกมา ลองลากคำ สั่งมาอีกหนึ่งอัน โดยคราวนี้เราไม่อยากแสดงเลข 0 แล้ว แต่อยากให้แสดงเลข 5 แทน เราลองเอาคำ สั่งจากกล่อง เครื่อรื่งมืออันใหม่มาเพิ่มอีกหนึ่งอันแล้วแก้ตัวเลขเป็นเลข 5 แล้ว นำ เอามาต่อท้ายคำ สั่งเมื่อสักครู่นี้ดู


หากต้องการเพิ่มเลข 8 มาต่อท้ายอีกจะต้องทำ อย่างไรหาก ต้องการเพิ่มเลข 8 มาต่อท้ายอีกจะต้องทำ อย่างไร บันทึกการทำ งานของอีมูเลเตอร์หลังจาก เพิ่มเลข 8 หากเราไม่ต้องการใช้คำ สั่งใดแล้ว สามารถลากกลับไปคืนได้ MakeCode จะรับรู้ว่าว่เราไม่ต้องการคำ สั่งนี้แล้ว โดยการแสดงรูปถัง ขยะมารองรับเพื่อบอกให้รู้ว่าว่คำ สั่งนี้กำ ลังจะถูกทิ้งทดลอง เอาเลข 8 ทิ้ง แล้วทดลองนกลับ เข้ามาใหม่อีกทีเพื่อฝึกฝีมือ


บล็อกคำ สั่งที่อยู่ติดกัน การลากบล็อก คำ สั่งอันแรกจะทำ ให้บล็อกทั้งหมด ติดตามไปด้วย ทดลองย้ายบล็อกคำ สั่งทั้งหมดจาก on start ไปที่ forever โดยการทดลองใช้เมาส์ลากที่ show number 0 หรือรืลากที่ show number 5 หรือรืลากที่ show number 8 บันทึกความแตกต่างจากการลากบล็อกคำ สั่งจากตำ แหน่งที่แตกต่างกัน เมื่อย้ายคำ สั่งทั้งหมดไปไว้ที่ว้ ที่forever แล้วให้เราสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับอีมู เลเตอร์ ว่าว่แตกต่างจากข้อ 5 หรือรืไม่ อย่างไร


ทดลองย้ายคำ สั่ง show number 5 ออกจาก forever แล้ว นำ ไปวางไว้ on start นักเรียรีนจะต้องทำ อย่างไรบ้าง เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น บันทึกการแสดงผลจากอีมูเลเตอร์ สรุปสิ่งที่ได้เรียรีนรู้


แบบทดสอบหลังเรียรีน บทที่ 1 รู้จักกับบอร์ด micro : bit และการใช้งาน เบื้องต้น 1.ภาษาใดไม่ได้นำ มาใช้ในการเขียนคำ สั่งควบคุมการทำ งานหรือรืการแสดงผล บอร์ด Micro Bit ก. JavaScript Block Editor ข. ภาษา C/C++ ค. ภาษา Python ง. ภาษา HTML 2. ปุ่ม ปุ่ ใด ไม่มี ใน Micro:bit* ก. ปุ่ม ปุ่ A ข. ปุ่ม ปุ่ B ค. ปุ่ม ปุ่ AB ง. ปุ่ม ปุ่ Restart 3. บอร์ด Microbit มีขนาดเท่าใด ก. 4x4 เซนติเมตร ข. 4x5 เซนติเมตร ค. 5x4 เซนติเมตร ง. 5x5 เซนติเมตร 4. เว็บ ว็ ไซต์ที่ฝึกสำ หรับเรียรีน Microbit คือข้อใด ก. makecode.microbit.org ข. makecode.microbit.com ค. makecode.microbit.ac.th ง. makecode.microbit.net 5. จำ นวนของหลอด LED ที่อยู่บน Microbit มีจำ นวนกี่หลอด 10 หลอด 15 หลอด 20 หลอด 25 หลอด


6. บริษัริษัทใดเป็นผู้ผลิต Microbit ก. ABC ข. DVD ค. BBC ง. XYZ 7. Microbit ใช้ไฟจำ นวนกี่โวลต์ ก. 1.5 โวลต์ ข. 2.5 โวลต์ ค. 3 โวลต์ ง. 3.5 โวลต์ 8. เซนเซอร์ใดที่ไม่ได้อยู่ใน Micro:bit ก. วัดวัองศา ข. วัดวัอุณหภูมิ ค. วัดวัแสง ง. วัดวัระยะทางด้วย GPS 9. Microbit เริ่มริ่ต้นที่ประเทศอะไร ก. ประเทศอังกฤษ ข. ประเทศไทย ค. ประเทศสหรัฐอเมริกริา ง. ประเทศญี่ปุ่น ปุ่ 10. จากภาพ เราเรียรีกชื่ออุปกรณ์นี้ว่าว่อะไร ก.อุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวด้วย รังสีอินฟราเรด (ZX-PIR) ข. มินิบอร์ดวัดวัความเข้มแสง (BH1750) ค. ไอซีวัดวัอุณหภูมิ (MCP9701) ง. ไมโครบิต (Micro Bit)


บทเรีย รี นที่ 2 พื้นฐานการเขียนโปรแกรม


เริ่มริ่ต้นด้วยการลากบล็อกไปวางไว้ใว้น On start หรือรื forever กด RUN เพื่อทดสอบโปรแกรมผ่าน simulator micro:bit เชื่อมต่อ micro:bit ผ่าน USB บันทึกไฟล์ นามสกุล .hex พื้น พื้ ฐานการเขีย ขี นโปรแกรม การเขียนโปรแกรมคือการสั่งคำ สั่งให้ไมโครบิตทำ งานตามสิ่งที่เรออกแบบ ไว้เว้ราสามารถสั่งให้ไมโครบิตทำ งานได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ลากคำ สั่งมา ว่าว่งต่อๆกันในพื้นที่ทำ งานคำ สั่งต่างๆจะถูกจัดเก็บในบล็อกแต่ ละหมวด อย่างมีระเบียบและเราสามารถแยกแยะหมวดหมู่ของคำ สั่งต่างๆ ได้จากสี ของคำ สั่งในการพัฒนาโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ได้จะต้องเรียรีนรู้ชุดคำ สั่ง พื้นฐานต่างๆของโปรแกรมmicro:bitที่จำ เป็นในการเขียนโปรแกรมควบ คุมห่นยนต์ กด Download ลงใน micro:bit ให้สังเกตไฟกระพริบริที่ ช่องเสียบ USB ถ้าไฟหยุดแสดงว่าว่ทำ การ Download เรียรีบร้อยแล้ว


การแสดงผลและเสียง (Display and Sound) การเขียนโปรแกรมเพื่อแสดงผลด้วยคำ สั่งต่าง ๆ เป็นการเริ่มริ่ต้นที่ ง่ายที่สุดเพราะนักเรียรีนสามารถเห็นผลลัพธ์จากคำ สั่งที่นักเรียรีนเขียนได้ อย่างชัดเจน ก่อนเริ่มริ่ต้นคุณครูควรจะอธิบายคำ ว่าว่เอาต์พุต (output) ให้ นักเรียรีนเข้าใจก่อนว่าว่เอาด์พุตก็คือผลลัพธ์ที่ไมโครบิตส่งออกมา (หรือรื ปฏิบัติตาม)เอาต์พุตอาจจะทำ ให้เราเห็นหรือรืได้ยินอย่างชัดเจนเช่นใน กิจกรรมนี้ หรือรือาจจะมาในรูปแบบที่เรามองไม่เห็นก็ได้ สำ หรับกิจกรรมนี้ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมจะบรรยายอย่าง ละเอียด เนื่องจากถือว่าว่เป็นโปรแกรมแรกที่ให้นักเรียรีนเขียนด้วยตัวเอง คุณครูอาจจะช่วยย้ำ ชื่อเรียรีกส่วนต่างๆของMakeCodeเพื่อให้นักเรียรีน กับคุณครูสื่อสารกันได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยส่วนหลักๆ ของMakeCode ที่จะใช้ในกิจกรรมนี้คือ Workspace (พื้นที่ทำ งาน หรือรืพื้นที่ในการเขียนโปรแกรม) กล่องเครื่อรื่งมือ และอีมูเลเตอร์


ความเข้าใจหลักที่นักเรียรีนจะต้องรู้ เพื่อที่จะสามารถต่อยอดไปยัง กิจกรรมถัดไปได้อย่างราบรื่นรื่คือการแปลความหมายของสองบล็อก คำ สั่งนี้ คำ สั่งใด ๆ ที่วางเอาไว้ใว้นบล็อก on start จะทำ ครั้งเดียวตอน เริ่มริ่ต้น ส่วนคำ สั่งใด ๆ ที่วางเอาไว้ใว้นบล็อก forever จะเริ่มริ่ทำ หลังจากที่คำ สั่งสุดท้ายใน on star ทำ เสร็จ โดยจะทำ ซ้ำ เรื่อรื่ย ๆ จนกว่าว่จะปิดโปรแกรม หากคุณครูเห็นว่าว่นักเรียรีนบางคนยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับหลักการ ทำ งานทั้งสองบล็อกนี้คุณครูอาจจะต้องช่วยสร้างตัวอย่างให้ นักเรียรีนสังเกตผลลัพธ์จากอีมูเลเตอร์หรือรืไมโครบิตของจริงริหรือรื อาจจะให้นักเรียรีนอธิบายสิ่งที่ไมโครบิตจะแสดงผลก่อนที่จะเห็น ผลลัพธ์จากอีมูเลเตอร์ก็ได้ ตัวอย่าง


บล็อกคำ สั่ง Basic ตัวอย่างการใช้คำ สั่งแสดงผล (Basic)


แบบทดสอบก่อนเรีย รี น บทเรีย รี นที่ 2 พื้นฐานการเขียนโปรแกรม 1. บล็อกคำ สั่งในภาพอยู่ในชุดคำ สั่งใด ก. Logic ข. Variable ค. Basic ง. Input 2. บล็อกคำ สั่งในภาพอยู่ในชุดคำ สั่งใด ก. Logic ข. Loops ค. Basic ง. Input คำ สั่ง: จงเลือกคำ ตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว


3. บล็อกคำ สั่งในภาพอยู่ในชุดคำ สั่งใด ก. Logic ข. Variable ค. Basic ง. Input 4. บล็อกคำ สั่งในภาพอยู่ในชุดคำ สั่งใด ก. Logic ข. Variable ค. Basic ง. Input 5. คำ สั่งในข้อใดสั่งให้ทำ งานจนครบจำ นวนครั้งจึงจะหยุดทำ งาน ก. repeat 4 times do ข. while do ค. for index from 0 to 4 do ง. for element value of list di


6. บล็อกคำ สั่งใดใช้สำ หรับสร้างตัวแปร ก. Logic ข. Variable ค. Basic ง. Input 7. คำ สั่งใดคือคำ สั่งให้กดปุ่ม ปุ่ ที่ Micro : bit ถึงจะเริ่มริ่ทำ งาน ก. show icon ข. button A is pressed ค. for element value of list do ง. pause (ms) 8. คำ สั่งใดคือความสั่งคืนค่าความสว่าว่ง ก. show icon ข. button A is pressed ค. for element value of list do ง. light level 9. คำ สั่งใดคือคำ สั่งที่บังคับให้ Micro:bit ทำ งานครั้งเดียว ก. show icon ข. show string ค. on start ง. forever 10. คำ สั่งใดคือคำ สั่งที่บังคับให้ Micro:bit ทำ งานตลอด ก. show icon ข. show string ค. on start ง. forever


บล็อกคำ สั่ง Input ตัวอย่างการใช้คำ สั่งอินพุต (Input)


ลูป(Loop) จากกิจกรรมที่ผ่านมา นักเรียรีนได้มีความรู้เบื้องต้นเรื่อรื่งลูปหรือรืการวนซ้ำ มาบ้าง แล้ว กิจกรรมนี้จะเป็นการอธิบายให้นักเรียรีนเข้าใจ และเรียรีนรู้ถึงเหตุผลของลูปหรือรื การวนซ้ำ มากขึ้น ลูป (Loop) ถือว่าว่เป็นหลักการทำ งานของคอมพิวเตอร์ ที่ออกแบบมาช่วยมนุษย์ ให้ทำ งานได้อย่าง มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะมีหลักการนี้อยู่ในทุกภาษา ทุกระบบ เพราะถ้าหากขาดลูปแล้ว เราจะไม่สามารถยุบรวมการทำ งานหรือรืสร้างอัลกอริทึริทึมให้ มีประสิทธิภาพได้เลย ในบทที่แล้วนักเรียรีนได้เขียนโปรแกรมโดยการวางคำ สั่งไว้ใว้น บล็อก forever ก็สามารถใช้งานลูปได้แล้ว โดยเราเรียรีกการทำ งานในลักษณะนี้ว่าว่ Unconditional Loop นั่นคือ การวนซ้ำ อย่างไม่มีเงื่อนไข หรือรื forever loop คือ ลูปที่ไม่มีวันวัสิ้นสุดในกิจกรรมนี้เราจะเรียรีนรู้เพิ่มเกี่ยวกับการใช้งานConditional Loop หรือรืการวน ซ้ำ อย่างมีเงื่อนไขกันบ้าง คำ สั่งเกี่ยวกับลูปในกล่องเครื่อรื่งมือ มี ทั้งหมด 4 คำ สั่ง ในกิจกรรมนี้เราจะเรียรีน รู้แค่เพียง 2 คำ สั่งก่อนหนึ่งในการออกแบ บอัลกอริทึริทึมคือการหารูปแบบการทำ งาน ซ้ำ ๆ แล้วจัดการทำ สิ่งนั้นในลูป ดังนั้น การทำ ความเข้าใจลูป ทั้งแบบมีเงื่อนไข และแบบไม่มีเงื่อนไขจึงมีความสำ คัญมาก และถือว่าว่เป็นหัวใจของการเขียนโปรแกรม เลยที่เดียว การวนซ้ำ แบบระบุจำ นวนครั้งในการทำ ซ้ำ การเลือกใช้บล็อกคำ สั่งนี้เราจะต้องรู้จำ นวนครั้ง ของการวนซ้ำ


ตัวอย่าง จะแสดงภาพหัวใจเต้น 10 ครั้ง ที่หน้าจอ การวนซ้ำ แบบระบุตรรกะ สำ หรับภาษาทางคณิตศาสตร์ เราใช้คำ ว่าว่ ประพจน์ (Propostion) แทนข้อความทางตรถ ศาสตร์ ที่เราสามารถระบุได้ว่าว่มีผลัทธ์เป็นจึงหรือรื เท็จได้อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นส่วนภาษาทางคอม พิเตอร์เรียรีกสิ่งที่มีนอลัธ์ได้เพียงสองอย่างคือจริงริ หรือรืเท็จเท่านั้นว่าว่บูลีน(Boolean) ดังนั้นการ เลือกใช้บล็อกคำ สั่งนี้ เราจะไม่รู้จำ นวนครั้งที่ ต้องการให้วนซ้ำ แต่เราจะระบเรื่อรื่นไขแทนว่าว่ถ้า หากการตรวจสอบเงื่อนไขนั้นเป็นจริงริ ให้ทำ การ วนซ้ำ ตัวอย่าง จะแสดงภาพหัวใจเต้นเฉพาะตอนที่ กดปุ่ม ปุ่ A อยู่เท่านั้น


ข้อสังเกต เรามักจะใช้ repeat ลูปใน on start และใช้ while doลูป ใน forever เนื่องจากมีความสมเหตุสมผลในการทำ งานขอ โปรแกรม ที่เขียนส่วนใหญ่ เพราะถ้าต้องการจะกำ หนดจำ นวนครั้ง การนำ repeatลูป มาอยู่ใน forever จะทำ ให้การทำ งานเกินจำ นวน ครั้งที่เรากำ หนด ส่วนค้านำ While do ลูบไปอยู่ใน on start เราจะ เจอปัญหาว่าว่ณ ขณะที่ตรวจสอบงื่อนไข ไมโครบิตได้ทำ งานผ่านไปแล้ว และใน on start จะทำ แค่รอบเดียว ถ้าทำ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ไม่กัน ช่วงเสียวินวิทีที่ไมโครบิตเริ่มริ่ต้นทำ งาน ไมโครบิตจะไม่ให้โอกาสเราเป็น ครั้งที่สองอีก ในบทนี้เราจะให้นักเรียรีนได้เรียรีนรู้เกี่ยวกับลูปและการเขียน fow Chart เบื้องต้นด้วย เพื่อใช้เป็นเครื่อรื่งมือในการบรรยายการทำ งานข องลูปรหว่าว่งครูและนักเรียรีนคุณครูสามารถยกตัวอย่างหลาย ๆแบบเพื่อ ให้นักเรียรีนเรียรีนรู้เรื่อรื่งนี้เพิ่มเติมได้


ลูป(Loop) จุดประสงค์การเรียรีนรู้ เรียรีนรู้แนวคิดเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมที่มีการวน ซ้ำ ลูป (Loop) เป็นเครื่อรื่งทุ่นแรงที่จะช่วยเรา ทำ งานเดิมๆ ซ้ำ ๆ ได้อย่างไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อย ดังนั้นการที่เราจะเขียน โปรแกรมได้เราจะต้องเข้าใจหลักการของ การใช้ลูปเป็นอย่างดี จากกิจกรรมในบทที่ 1 เราได้ มีการใช้งานบล็อกforever มาบ้างแล้ว บทนี้เราจะเรียรีนรู้เกี่ยวกับลูป และเงื่อนไขต่าง ๆ มากขึ้น กิจกรรมที่ 5.1 on start และ forever จงบอกความแตกต่างระหว่าง การวางคำ สั่งไว้ในกล่องคำ สั่ง on start และ forever หากจำ ไม่ได้ให้ใช้อีมูลเลเตอร์ทำ การทดสอบ กิจกรรมที่ 5.2 ลองใช้คำ สั่งลูป กดดูคำ สั่งในกล่องเครื่อรื่งมือลูป ทดลองลากคำ สั่ง repeat 4 times ออกมาวางใน on start


ลากคำ สั่ง show icon 2 อันมาวางในลูปดังรูป ดูผลลัพธ์ที่อีมูเลเตอร์ว่าว่หัวใจเต้นกี่ครั้ง........... ทดลองเปลี่ยนตัวเลข 4 ไปเป็นเลขอื่น ๆ แล้วดู ผลลัพธ์ที่อีมูเลเตอร์อีกที่ว่าว่ตรงกับที่เราคิดเอาไว้ หรือรืไม่.................................................... กิจกรรมที่ 5.4 ทดลองกดปุ่ม ปุ่ ทดลองเขียนโปรแกรมดังต่อไปนี้และสังเกตการทำ งานที่อีมูเลเตอร์ บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น


ทดลองเปลี่ยนเงื่อนไขในการเข้าลูปเป็นรูปแบบอื่น ๆ สังเกตการ ทำ งานที่อีมูเลเตอร์ บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น ย้ายบล็อกคำ สั่งทั้งหมดใน on start ไปไว้ใว้น forever สังเกตการ ทำ งานที่อีมูเลเตอร์ บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น สรุปสิ่งที่ได้เรีย รี นรู้


แต่เนื่องจากนักเรียรีนยังไม่ได้มีโอกาส เรียรีน เกี่ยวกับ Boolean มากนักใน กิจกรรมนี้จึงมุ่งเน้นให้นักเรียรีทำ ความ เข้าใจกับโครง สร้างของคำ สั่งก่อน โดยจะให้เรียรีนพร้อมทั้ง fowchart ที่ มีลักษณะรูปร่างเพิ่มเติมขึ้นมาเล็กน้อย โดยนักเรียรีนจะได้เรียรีนรู้เกี่ยวกับ flowchart อย่างเต็มรูปแบบใน กิจกรรมที่ 8 สำ หรับกิจกรรมนี้เรามุ่ง เน้นจะให้นักเรียรีนเข้าใจโครงสร้างของ คำ สั่ง If-then และ คำ สั่ง if-thenelse เป็นหลัก แต่ส่วนการใช้งาน else-if จะต้องมีการเปรียรีบเทียบ เงื่อนไขมากกว่าว่ 1 รอบ ซึ่งการนำ ไป ใช้งานจริงริควรจะต้องมีความเข้าใจ เรื่อรื่งตัวแปรในกิจกรรมที่ 7 รวมอยู่ ด้วย คำ สั่งจัดการเงื่อนไข (Conditional Statement) การจัดการเงื่อนไขเป็นส่วนหนึ่งของการเขียนโปรแกรมเพื่อที่เราจะสา มารถออกแบบได้ว่าว่จะให้ทำ คำ สั่งใดเมื่อเงื่อนไขเป็นอย่างไรกิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมแรกที่นักเรียรีนจะได้เรียรีนรู้เกี่ยวกับคำ สั่งIf thenและคำ สั่งif-then-else บล็อกคำ สั่ง (Logic)


ตัวอย่างการใช้บล็อกคำ สั่งตรรกะ (Logic)


คำ สั่งจัดการเงื่อนไข (Conditional Statement) จุดประสงค์การเรียรีนรู้ - เรียรีนรู้แนวคิดเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมที่มี เงื่อนไข การใช้ MakeCode เพื่อเขียน if-then-else และ else-if ในการเขียนโปรแกรม เรามักจะต้องมีการตัดสินใจที่จะทำ หรือรืไม่ทำ อะไรบางอย่างอยู่เสมอ ๆ กิจกรรมนี้เรามาทำ ความรู้จักกับคำ สั่งที่ใช้ใน การจัดการเงื่อนไขต่าง ๆ (Conditional Statement) เราจะใช้คำ สั่ง 1t-then-else นี้ในการเขียนโปรแกรมในกิจกรรมต่อๆ ไปจากนี้โดยโครงสร้างการทำ งานของ if-then-else มีดังนี้ คำ สั่งในบล็อกนี้จะถูกสั่งให้ทำ ก็ต่อเมื่อ เงื่อนไขเป็น true (จริงริ) คำ สั่งในบล็อกนี้จะถูกสั่งให้ทำ ก็ต่อ เมื่อเงื่อนไขเป็น false (เท็จ) เงื่อนไขคือคำ สั่งใดๆ ก็ได้ ที่ให้ผลลัพธ์สุดท้ายเป็น จริงริหรือรืเท็จเราจะเรียรีกค่าจริงริหรือรืเท็จนี้ว่าว่บูลีน (Boolean) true or false เขียนโปรแกรมดังต่อไปนี้และบันทึก ตัวเลขที่แสดงในอีมูเลเตอร์ ถ้าหากเปลี่ยนค่า true เป็น อีมูเลเตอร์จะแสดงตัวเลข


เราสามารถเพิ่มคำ สั่งเข้าไปในบล็อกคำ สั่งได้มากกว่าว่หนึ่งคำ สั่งจากรูปจง คาดเดาผลลัพธ์ ทดลองเปลี่ยนตัวเลขเป็นเลขอะไรก็ได้ บันทึกสิ่งที่นักเรียรีนทดลอง ทดลองเขียนโปรแกรมตามรูป และตรวจสอบด้วย อีมูเลเตอร์ว่าว่ผลลัพธ์ตรงกับที่คาดหวังวัไว้หว้รือรืไม่ กิจกรรมที่ 6.2 ลองเขียนบางส่วนของ flow chart การเขียน fow chart จะช่วยให้เราวางแผนการเขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้น เราใช้รูปร่างสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ปู ที่มีเงื่อนไขกำ กับ เป็นสัญลักษณ์แทน เงื่อนไขในการทำ งานของโปรแกรม


Click to View FlipBook Version