เอกสาร ประกอบการประชุม คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง ครั้งที่ 20/2566 วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องประชุม 10 อาคารไอรวัตพัฒนา กทม. 2 ดินแดง เวลา 14.30 น.
ระเบียบวาระการประชุม คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง ครั้งที่ 20/2566 วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องประชุม 10 อาคารไอราวัตพัฒนา _______________________ ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ระเบียบวาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 19/2566 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา - ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานยกระดับถนนอ่อนนุชลาดกระบัง (เชิญ สำนักการโยธา เข้าร่วมประชุม) ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องอื่น ๆ
ระเบียบวาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 19/2566 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566
รายงานการประชุม คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง ครั้งที่ 19/2566 เมื่อวันพุธที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องประชุม สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ ผู้มาประชุม 1. นายนภาพล จีระกุล ประธานกรรมการ 2. นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ รองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง 3. นายสารัช ม่วงศิริ รองประธานกรรมการ คนที่สอง 4. นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ กรรมการ 5. นายนวรัตน์ อยู่บำรุง กรรมการ 6. นายปวิน แพทยานนท์ กรรมการ 7. นายฉัตรชัย หมอดี กรรมการ 8. นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร กรรมการ 9. นายอานุภาพ ธารทอง กรรมการ 10. นางสาวชลธิชา ชัยเวส เลขานุการ 11. นางสาวชลิดา อ่อนน้อม ผู้ช่วยเลขานุการ 12. นางสาวสุวรรณา ยิ้มละมัย ผู้ช่วยเลขานุการ ผู้ไม่มาประชุม 1. นายนริสสร แสงแก้ว กรรมการ (ลา) 2. นายพีรพล กนกวลัย กรรมการ (ลา) 3. พันตำรวจเอก ภิญโญ ป้อมสถิตย์ กรรมการ (ลา) ผู้เข้าร่วมประชุม 1. นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2. นายไสว โชติกะสุภา สมาชิกาสภากรุงเทพมหานคร 3. นายดลจิตร์ เสรีรักษ์ ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ 4. นายณรงค์รัฐ โมกขะสมิต หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศที่ดิน 2 สำนักการโยธา 5. นายสุภัทร เพ็งมาก ผู้อำนวยการส่วนจัดกรรมสิทธิ์ 2 สำนักการโยธา 6. นายวิศรุต เนาวสุวรรณ์ หัวหน้ากลุ่มงานออกแบบสวน สำนักสิ่งแวดล้อม 7. นายดนัย เหลือแก่นคูณ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการกฎหมายฯ สำนักงานกฎหมายและคดี 8. นางสาวศุภวรรณา ถาวรศุภเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานให้ปรึกษากฎหมาย สำนักงานกฎหมายและคดี
- 2 - 9. นายธวัชชัย แพงไทย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ 10. นายวีรวิชญ์ ธนะดำรงชัยพร หัวหน้าฝ่ายโยธา 11. นายวสันต์ ดิษฐสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและ สวนสาธารณะ 12. นายนฤมล เวชกรบริรักษ์ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 13. นายเปรม ไม้แดง นิติกร 14. นางสาวชลธิชา สระทองปลิว นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สำนักงานประชาสัมพันธ์ 15. นายกิตติชัย แซ่ภู่ สำนักงานประชาสัมพันธ์ 16. นายศิริวิทย์ หาญวงษ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์ 17. นายวิระพล วงษ์ศิริ นายช่างโยธาอาวุโส 18. นายไชโย ทองศรี นายช่างสำรวจชำนาญงาน 19. นายเอกรักษณ์ โพธิ์พิมล นายช่างโยธาชำนาญงาน 20. นายอาวรณ์ หนูพันธ์ นายช่างโยธาชำนาญงาน เริ่มประชุมเวลา 10.30 น. เมื่อกรรมการมาครบองค์ประชุมแล้ว ประธานกล่าวเปิดประชุม แล้วดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ ดังนี้ ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 18/2566 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2566 มติที่ประชุม รับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 18/2566 โดยไม่มีการแก้ไข ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา - หารือข้อราชการและแนวทางแก้ไขในประเด็นที่เกี่ยวข้องการบริหารจัดการที่ดินบริจาค ในซอยราษฎร์บูรณะ 1 เขตราษฎร์บูรณะ กรณีที่มีบริษัทเอกชนบริจาคเงินสร้างถนน ซอยราษฎร์บูรณะ 1 ประธานกรรมการ คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการ บริหารจัดการที่ดินบริจาคในซอยราษฎร์บูรณะ 1 ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กรณีที่มี บริษัทเอกชนบริจาคเงินสร้างถนนซอยราษฎร์บูรณะ 1 มากกว่า 4 ครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มี ความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา และในวันนี้ได้เชิญประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร (นายต่อศักดิ์ โชติมงคล) ผู้แทนสำนักการโยธา ผู้แทนสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะและสำนักงานกฎหมายและคดี
- 3 - โดยที่ประชุมที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาและรับทราบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่าผลกระทบจากการบริหารจัดการที่ดินบริจาคในซอยราษฎร์บูรณะ 1 ในพื้นที่ เขตราษฎร์บูรณะกรณีที่มีบริษัทเอกชนบริจาคเงินสร้างถนนซอยนี้ ทำให้กรุงเทพมหานคร น่าจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากจากการที่สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะเอื้ออำนวยต่อ เอกชน ประกอบกับพื้นที่บริเวณนี้น่าจะมีการพัฒนาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ได้หารือกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปเบื้องต้นแล้ว ซึ่งทาง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังได้มาเปิดสวน 15 นาทีในบริเวณนี้ด้วย แต่ตอนนั้นยังไม่ทราบ ข้อมูลเรื่องร้องเรียนนี้ว่าเหตุใดถนนจึงมีความกว้าง 30 เมตร โดยไม่มีการเชื่อมต่อถนนใดๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร เพียงแต่ถนนไปสิ้นสุดที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เท่านั้น โดยในเบื้องต้น มีแนวคิดจะใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นสวนสาธารณะประโยชน์ของประชาชน เช่น พื้นที่ออกกำลังกาย เป็นต้น ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็เห็นชอบในเรื่องแนวคิดนี้และหากการประชุมวันนี้ มีความคืบหน้าอย่างไรขอให้แจ้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบต่อไป โดยในนี้ได้เชิญ ประธานที่ปรึกษาฯ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยแล้ว ดังนั้นข้อเท็จจริงที่จะนำเรียน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พื้นที่บริเวณนี้มีความกว้าง 5 ไร่ สามารถพัฒนาได้หลายอย่าง และได้หารือถึงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมดับเพลิงทางน้ำ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงขอให้สำนักงานเขตได้พิจารณาในเรื่องนี้ และขอให้สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะได้ชี้แจง ความเป็นมาของที่ดินบริจาคซอยราษฎร์บูรณะ 1 ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ ให้กับผู้เข้าร่วม ประชุมต่อไป นายดลจิตร์ เสรีรักษ์ เดิมที่ดินถนนราษฎร์บูรณะ 1 เป็นของนายน้อย อุดมจรรยาและนางจิ้มลิ้ม ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ จิวาลักษณ์ ได้อุทิศที่ดินให้สร้างถนน สาธารณะประโยชน์เมื่อปีวันที่ 20 พฤษภาคม 2595 โดยสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะดูแลรักษาที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 โดยขณะนั้นรัฐบาลมีแนวคิด จะสร้างสะพานกรุงเทพ เพื่อเป็นสะพานแม่น้ำเจ้าพระยา ไปฝั่งถนนตก ทางผู้บริจาค จึงอุทิศที่ดิน เพื่อให้มีถนนเชื่อมกับถนนที่จะมาลงบริเวณนี้ แต่ภายหลังสะพานกรุงเทพ ได้เปลี่ยนทิศทางลงอีกจุดคือ ถนนบุคคโลแทน ทำให้กรุงเทพมหานครไม่ได้มีการก่อสร้าง ถนนแต่อย่างใดมีประชาชนรุกล้ำสร้างบ้านและนำขยะมาทิ้งพื้นที่บริเวณนี้ จนถึง ปี 2564 ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ จึงสั่งการให้มีการไล่รื้อประชาชนที่รุกล้ำ โดยใช้ เหตุผลว่าจะดำเนินการสร้างถนนและสวนสาธารณะในบริเวณนี้ จากนั้นทางสำนักงาน เขตราษฎร์บูรณะได้ของบประมาณ 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเห็นว่าเนื้อที่การใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่าต่อมาเนื้อที่ในโฉนดได้ แบ่งออกเป็น 3 แปลง รวมไปถึงเอกชนที่ซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านจัดสรรในปัจจุบัน โดย โฉนดเอกชนแปลงนี้ติดแม่น้ำเจ้าพระยาและติดถนนราษฎร์บูรณะ 1 และเห็นว่า
- 4 - กรุงเทพมหานครไม่มีการสร้างถนนเสียที จึงเสนอบริจาคเงินให้สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ สร้างถนนราษฎร์บูรณะ 1 จำนวน 10,150,000 บาท โดยสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ เป็นผู้ออกแบบถนนและดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างถนนตามระเบียบฯ ทุกขั้นตอน จนถึงปี 2564 รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายศักดิ์ชัย บุญมา) ปฏิบัติราชการ แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้อนุมัติก่อสร้างถนนนี้ โดยเริ่มก่อสร้างถนน เมื่อปี 2565 วงเงินกว่า 12,000,000 บาท และก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2566 ปัจจุบันถนนราษฎร์บูรณะ 1 มีความกว้าง 30 เมตร ยาว 240 เมตร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล จากรูปภาพที่ดินแปลงเดียวทั้งสองฝั่งหรือไม่ ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานกรรมการ ที่ดินแปลงนี้เป็นแปลงใหญ่ และเดิมที่แรกเจ้าของเดิมได้บริจาคที่ดินให้ กรมโยธาธิการจากการอ่านคำพิพากษาของศาล ต่อมาไม่มีการก่อสร้างสร้างถนนและ ไม่มีการดำเนินการใช้พื้นที่บริเวณนี้แต่อย่างใด ทำให้มีผู้บุกรุกและนำขยะมาทิ้ง แต่จาก รูปภาพจะเห็นว่ามีถนนดินอยู่ ประมาณ 6 เมตร และแปลงที่รูปสามเหลี่ยม คือ ที่ดิน แปลงที่เอกชนมาซื้อ ต่อมาเจ้าของเดิมมีการฟ้องกรุงเทพมหานครขอคืนที่ดิน เนื่องจาก ไม่มีการดำเนินการใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงนี้ตามเจตนารมณ์ที่บริจาค แต่สงสัยว่าเหตุใด เจ้าของที่ดินจึงฟ้องกรุงเทพมหานคร ซึ่งคิดว่าฟ้องผิดหน่วยงาน แต่กรุงเทพมหานครก็ สู้คดีและชนะคดี ทำให้ที่ดินแปลงนี้เป็นสาธารณะ และเห็นว่าเมื่อศาลพิพากษาแล้ว ที่ดินแปลงนี้ก็ขาดจากเจตนารมณ์ของผู้บริจาคแล้ว ดังนั้น ที่ดินแปลงนี้ต้องเป็นที่ดิน สาธารณะ ตามรายละเอียดที่ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะได้ชี้แจงไปก่อนนี้แล้ว ต่อมา สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ ของบประมาณ ครั้งที่ 1 เป็นเงิน 13,000,000 บาท แต่ สำนักงบประมาณกรุงเทพมหานครมีความเห็นว่าการใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า จึงไม่เห็นชอบ ซึ่งเห็นว่าวัตถุประสงค์ในขณะนั้น เพื่อสร้างถนนอย่างเดียวหรือไม่ แต่หากเสนอขอเพื่อ มีสวนสาธารณะให้กับประชาชนด้วย น่าจะได้รับความเห็นชอบ และครั้งที่ 2 เป็นเงินกว่า 12,000,000 บาท สำนักงบประมาณกรุงเทพมหานครก็ไม่เห็นชอบเหมือนเดิม ตามรายละเอียดที่ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะได้ชี้แจงไปก่อนนี้ โดยเอกชน (บริษัท เดอะซันซิตี้จำกัด) ได้ขายที่ดินแปลงนี้ให้เอกชนอีกราย เพื่อก่อสร้างบ้านจัดสรร โดย บอกว่าถนนทางเข้าหมู่บ้านกว่า 30 เมตร ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ มีส่วนรับรู้เรื่องนี้หรือไม่ ในการสร้างถนนราษฎร์บูรณะ 1 เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ให้ เอกชนเพียงอย่างเดียวหรือไม่ และบริเวณปลายที่ดินของเอกชนติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพียง 10 เมตร ทั้งนี้ได้หารือกับสำนักการโยธาถึงการเปลี่ยนรูปแบบการใช้พื้นที่ดิน ซึ่งต้อง ขออนุญาตเปลี่ยนสภาพการใช้จากกรมที่ดินก่อน แต่ความเห็นส่วนตัวแล้ว หากจะ เปลี่ยนแปลงเพียงฝั่งเดียว คือ ปิดเฉพาะตามสมควรเท่านั้น คือ 6 เมตร สำหรับการใช้
- 5 - เป็นพื้นที่สาธารณะให้กับประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกาย และ สวนสาธารณะในส่วนที่ดินของเจ้าของเดิมก็เปิดทางให้เหมือนเดิมไม่ได้มีการปิดแต่อย่างใด ประกอบกับเคยมีกรณีการปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งเอื้ออำนวยประโยชน์ให้เอกชน เช่นนี้มาแล้ว และศาลพิพากษาว่ามีความเห็นว่าเอื้ออำนวยประโยชน์ให้เอกชนจริง ซึ่งมี ความผิด หากแต่ขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดร้องไปยัง ป.ป.ช. เกี่ยวกับกรุงเทพมหานครได้มีการ ก่อสร้างถนนราษฎร์บูรณะ 1 เท่านั้น ในการนี้ ขอหารือกับประธานที่ปรึกษาฯ กรณีการทำ สวนสาธารณะถนนราษฎร์บูรณะ 1 นี้ สามารถโอนภารกิจการดูแลรับผิดชอบให้สำนัก การโยธาหรือสำนักสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการได้หรือไม่ หากสำนักงานเขตมีข้อจำกัดใน ด้านบุคลากรไม่สามารถดำเนินการดูแลและพัฒนาที่สาธารณะได้ ทั้งนี้หากมองในด้าน ธุรกิจที่ดินแปลงนี้ 15 ไร่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา หากมีการซื้อขายราคาจะเท่าใด กรณี เอกชนได้บริจาคเงิน 12,000,000 บาทให้สำนักงานเขตก่อสร้างถนนราษฎร์บูรณะ 1 นั้น แต่หากซื้อที่ดินทำถนนหน้ากว้าง 6 เมตร ต้องใช้กว่าเงินกว่า 100,000,000 บาท นับว่า เอกชนได้ลงทุนน้อยมาก นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ที่ดินแปลงซ้ายเป็นเจ้าของเดียวกันหรือไม่ หรือแบ่งขายให้เอกชนไปแล้ว ประธานที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายดลจิตร์ เสรีรักษ์ ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ ประธานกรรมการ หากลงพื้นที่แล้ว จะทราบแนวพื้นที่ที่จะทำสวนสาธารณะ หรือหากจะก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกอบรมดับเพลิงทางน้ำก็สามารถก่อสร้างได้ เนื่องจากเนื้อที่กว้างและดำเนินการได้ซึ่งถือว่าเป็นการประโยชน์ทางราชการได้คุ้มค่า มากกว่าปัจจุบันนี้สอบถามสำนักการโยธาและสำนักสิ่งแวดล้อม เคยมีกรณีเรื่องเช่นนี้ หรือไม่ นายวิศรุต เนาวสุวรรณ์ ไม่มี หัวหน้ากลุ่มงานออกแบบสวน สำนักสิ่งแวดล้อม นายสุภัทร เพ็งมาก ไม่มี ผู้อำนวยการส่วนจัดกรรมสิทธิ์ 2 สำนักการโยธา ประธานกรรมการ ขอความเห็นจากสำนักการโยธากรณีขอเปลี่ยนแปลงการใช้ถนนมาเป็น สวนสาธารณะเพียงบางส่วน จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่
- 6 - นายณรงค์รัฐ โมกขะสมิต เบื้องต้นต้องพิจารณาก่อนว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่สาธารณะหรือไม่ หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศที่ดิน 2 ซึ่งส่วนใหญ่หากเป็นที่ดินของกรุงเทพมหานครจะเป็นที่ราชพัสดุและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ สำนักการโยธา จะถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของกรุงเทพมหานครโดยตรงหรือเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ที่ดินอยู่หรือไม่ ประธานกรรมการ กรณีนี้ผู้บริจาคที่ดินได้ฟ้องขอคืนที่ดินจากกรุงเทพมหานคร และศาล ได้พิพากษาแล้วว่าที่ดินแปลงนี้เป็นสาธารณะประโยชน์ ดังนั้น ความเห็นคือ เจตนารมณ์ของ ผู้บริจาคที่ดินถือว่าสิ้นสุดแล้ว ทำให้กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการได้ แต่หากเป็น ที่ดินปิดล้อม (ที่ดินแปลงด้านใน) ไม่สามารถเข้า-ออกสู่ถนนได้ ซึ่งกรุงเทพมหานครจำเป็น ต้องเปิดทางให้กับเจ้าของที่ดินนั้นด้วย หากอนาคตจะทำเป็นสวนสาธารณะหรืออื่นๆ แต่ปัจจุบันทำถนนยาว 30 เมตร เหลือเพียงพื้นที่ 10 เมตรติดแม่น้ำเจ้าพระยา ทำเป็น สวนสาธารณะ (สวน 15 นาที) เท่านั้น และสิ่งสำคัญที่ดิน 5 ไร่ ของกรุงเทพมหานคร ก่อสร้างทำถนนเพียงอย่างเดียว กลุ่มผู้ใช้เพียงรายเดียว นับว่าประโยชน์ส่วนร่วมไม่คุ้มค่า และจะยื่นญัตติเสนอต่อสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้สภากรุงเทพมหานครพิจารณาและ ฝ่ายบริหารได้พิจารณาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างไรต่อไป ซึ่งมีความเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ และกรุงเทพมหานครเกิดความเสียหาย ขอทราบความเห็นของผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ นายดลจิตร์ เสรีรักษ์ ปัจจุบันถนนราษฎร์บูรณะ1 เป็นถนนตามหลักการและการเปลี่ยนแปลง ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ ถนน เพื่อทำเป็นสวนสาธารณะ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้งาน เพียงแต่ วิธีที่สำนักงานเขตจะเข้าไปดำเนินการนั้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้งาน คือ ลดช่องจราจรของถนน ปัจจุบันถนนกว้าง 30 เมตร (ถนน 6 ช่องจราจร) เข้า-ออก อย่างละ 3 ช่องจราจร โดยเหลือเข้า-ออก เพียงทางเดียว และทำสวนแนวตั้ง เท่านั้น คือ การนำกระถางต้นไม้วางเป็นตามแนวถนน และต้องเว้นช่องสัญจรให้กับเจ้าของที่ดิน ได้เข้า-ออกของถนนราษฎร์บูรณะ1ได้ นายไสว โชติกะสุภา เดิมถนนราษฎร์บูรณะ 1 เป็นดิน ไม่มีความเจริญเหมือนปัจจุบัน สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และเห็นว่าจะมีการก่อสร้างสะพานกรุงเทพ และถนนลงมาสู่ถนนเจริญนคร เจ้าของที่ดิน เขตราษฎร์บูรณะ จึงบริจาคที่ดินให้เพื่อก่อสร้างถนนเชื่อมกับสะพานกรุงเทพ แต่ภายหลังได้เปลี่ยนแปลง สะพานกรุงเทพมาลงถนนมไหสวรรย์ ซึ่งมีถนนเชื่อมโยงที่หลากหลายกว่า ทำให้ ถนนราษฎร์บูรณะ1 ไม่มีการก่อสร้างถนนแต่อย่างใด ต่อมามีบริษัท ศรีกรุงกระเบื้องไทย จำกัด ก่อสร้างในพื้นที่บริเวณนี้ และอีกแปลงเป็นห้องเช่าของคนงาน (เดิมเรียกว่าชุมชน ราษฎร์บูรณะ 1) และมีความเห็นว่าต้องพิจารณาการอนุญาตของผู้บริหารชุดที่แล้วว่า มีแนวคิดอย่างไรจึงได้อนุญาตและเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และสำนักงานเขตเพียง แต่ดำเนินการตามนโยบายเท่านั้น ประธานกรรมการ เห็นด้วยกับความคิดของผู้อำนวยการเขตที่จะลดช่องจราจรลงเหลือ 3 ช่อง และอีก 3 ช่องทำเป็นสวนสาธารณะ ประมาณเนื้อที่ 1 ไร่ เช่น พื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่เล่นฟุตซอล และทำเป็นพื้นที่ใช้สอยสาธารณะได้หลากหลายกิจกรรม
- 7 - นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ สอบถามปลายที่ดินของเอกชนที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้มีการปิดกัน กรรมการ ริมทางแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้ชาวบ้านได้เดินสัญจร ปัจจุบันทางสำนักงานเขตได้ ดำเนินการแก้ไขอย่างไร นายวีรวิชญ์ ธนะดำรงชัยพร ได้แจ้งบริษัทแล้วให้รื้อออก หัวหน้าฝ่ายโยธา นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ บริษัทได้แจ้งเหตุผลในการปิดกันพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ซึ่งเป็น กรรมการ ทางสาธารณะ นายวีรวิชญ์ ธนะดำรงชัยพร บริษัทกลัวมีคนเข้าไปและรักษาความปลอดภัยในแคมป์คนงาน หัวหน้าฝ่ายโยธา นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ หากพิจารณาแล้ว จะเห็นว่าบริษัทมีเจตนาอย่างไร แทนที่จะร่นขอบเขต กรรมการ ก่อสร้างเข้าไปด้านในแต่กลับมาปิดบังทางสาธารณะเช่นนี้ นายไสว โชติกะสุภา ขอให้คณะกรรมการฯ ได้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับกฎหมาย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ควบคุมอาคาร เนื่องจากปัจจุบันที่สาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางบริษัทฯ ยังไม่เปิดให้ประชาชนได้ทางเดิน ซึ่งถือว่าผิดไม่เป็นไปกฎหมาย ประธานกรรมการ ระยะห่างจากริมเขื่อนประมาณ 3 - 5 เมตร ตามกฎหมายโดยต้อง พ่นสเปรย์กำหนดหมุดไว้ เพื่อป้องกันเขื่อนถล่มลงไป นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ จากการชี้แจงการประชุมครั้งที่แล้ว บ้านมีชั้นใต้ดินเป็นที่จอดรถ กรรมการ สามารถดำเนินการได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ นายวีรวิชญ์ ธนะดำรงชัยพร ได้ และไม่ผิดกฎหมาย หัวหน้าฝ่ายโยธา ประธานกรรมการ การก่อสร้างอาคารสูงเกิน 23 เมตรติดแม่น้ำ ควรต้องมีถนนความกว้าง กี่เมตร นายสุภัทร เพ็งมาก มีกว้าง 45 เมตรจากริมแม่น้ำ ผู้อำนวยการส่วนจัดกรรมสิทธิ์ 2 สำนักการโยธา นายต่อศักดิ์ โชติมงคล แปลงที่ดินของเอกชนมีการก่อสร้างบ้านจัดสรรอย่างไร ประธานที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวีรวิชญ์ ธนะดำรงชัยพร พื้นที่บริเวณแปลงแรกจะเป็นอาคารจอดรถ 2 ชั้นใต้ดิน 2 ถัดมา หัวหน้าฝ่ายโยธา เป็นอาคาร 4 ชั้น ประธานกรรมการ ถนนลดเหลือ 6 เมตร เอกชนยังสามารถก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรได้
- 8 - นายต่อศักดิ์ โชติมงคล จากการรับทราบข้อเท็จจริงในที่ดินเอกชนแปลงนี้ การสร้างถนนนั้น ประธานที่ปรึกษา ดูแล้วเป็นเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนเพียง 1 - 2 รายเท่านั้น ซึ่งเป็นที่เป็นน่ากังวนว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ถูกต้อง และประโยชน์ต้องคุ้มค่ากับประชาชนมากที่สุด โดยดูจากรูปแล้วเมื่อทำเป็น ถนนไปแล้ว หากสำนักงานเขตจะเข้าไปจัดสวนสาธารณะแนวตั้งก็น้อยไปควรจะทำ เป็นขนาดใหญ่ หรือสามารถสร้างอาคารได้เพิ่มอีกหรือไม่ แนวทางการแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ คือ การใช้ที่ดินให้คุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดและไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน เพียง 1 - 2 ราย สอบถามสำนักการโยธาจะสามารถดำเนินการก่อสร้างอาคารในที่ดิน แปลงนี้บริเวณสุดท้ายถนน ประมาณ 150 เมตรได้หรือไม่ นายสุภัทร เพ็งมาก เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นถือว่าสมบัติสาธารณะใช้ร่วมกัน หากจะมี ผู้อำนวยการส่วนจัดกรรมสิทธิ์ 2 การก่อสร้างอาคารต้องมีการเพิกถอนสภาพสาธารณะใช้ร่วมกันก่อน เนื่องจากหากมี สำนักการโยธา ก่อสร้างอาคารแล้ว จึงไม่ใช้ที่สาธารณะใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งต้อง ผ่านการพิจารณาอนุญาตจากกรมที่ดิน ประธานกรรมการ ลักษณะเช่นนี้เหมือนเรื่องการคืนสภาพรำลาง ซึ่งประเด็นนี้ยากกว่า เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชน หากจำเป็นต้องมีการถอนสภาพสาธารณะใช้ร่วมกัน เมื่อมีการก่อสร้างอาคาร แต่เบื้องต้นหากดำเนินการเพียงทำสวนสาธารณะก่อน และต่อไป จึงค่อยดำเนินการถอนสภาพสาธารณะ เพื่อก่อสร้างอาคารต่อไป โดยสามารถดำเนินการ ทั้งสองได้ นายต่อศักดิ์ โชติมงคล พื้นที่แปลงนี้ หากไม่มีการถอนสภาพสาธารณะใช้ร่วมกัน แต่ดำเนินการ ประธานที่ปรึกษา ทำสวนสาธารณะเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันนั้น ประเด็นสำคัญ คือ ต้องสามารถ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตอบสังคมได้ เนื่องจากอาจจะกลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้กับเอกชนได้และ มีทางเข้า-ออกให้กับเจ้าของที่ดิน และก็มีแนวคิดจะก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกอบรมดับเพลิง ทางน้ำของกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันแออัดอยู่ที่ศูนย์ดับเพลิงสามเสนและไม่ทราบว่า จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร จึงได้มารู้ว่าพื้นที่บริเวณน่าจะบริหารจัดการได้และ สามารถสร้างเป็นจุดจอดเรือได้นับว่าเป็นประโยชน์ของกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมาก แต่ขั้นตอน คือ การถอนสภาพสาธารณะ และเห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการฯ จึงขอให้หน่วยงานได้ดำเนินการต่อไป และให้สำนักการโยธาได้ประมาณระยะเวลา การดำเนินการถอนสภาพสาธารณะ และการดำเนินการทำสวนสาธารณะกำหนดให้ เหมาะสมกับประโยชน์ของกรุงเทพมหานคร ประธานกรรมการ เห็นด้วยกับประธานที่ปรึกษาฯ หลังเลิกประชุม คณะกรรมการฯ กำหนดลงพื้นที่ตรวจสอบถนน ราษฎร์บูรณะ 1 พื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ และจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินการ แก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ทุก 15 วัน มติที่ประชุม รับทราบ
- 9 - ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องอื่นๆ 4.1 รับฟังความคิดเห็นร่างประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ประธานกรรมการ เนื่องจากคณะกรรมการวิสามัญพิจารณากำหนดประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้จัดทำร่างประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และต้องดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำประมวลจริยธรรมของหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ จึงขอให้คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้อง ตามร่างประมวลจริยธรรมฯ ได้ร่วมแสดงความเห็นต่อร่างประมวลจริยธรรมฯ ดังกล่าว โดยสามารถร่วมแสดงความเห็นทางลิงก์ https://docs.google.com/forms/d/e/ 1FAlpQLSfsGyQJoW1M7BaLqWS8AhsZOmf418w6rHaXJcrAVfrv1qKlOg/ viewform มติที่ประชุม รับทราบ 4.2 ตั้งอนุกรรมการแทนและแก้ไขคำสั่ง คณะอนุกรรมการโยธาและผังเมือง ชุดที่ 7 ขอตั้งอนุกรรมการแทน อนุกรรมการที่ลาออก ดังรายชื่อต่อไปนี้ 1. นายปัญญาธรรม จรรยางาม แทน นายณพลเดช มณีลังกา เป็นอนุกรรมการ 2. นายนิพัฒน์ วิวัฒน์มงคลกิจ แทน นายกฤตณัฐ นักพาณิชย์ เป็นอนุกรรมการ 3. นายสมศักดิ์ ทองหล่อ แทน นายธีรพล คำทองสุข เป็นอนุกรรมการ 4. นายสีลม ศรีแก้ว แทน นางสาวชุตินันท์ บุรีนอก เป็นอนุกรรมการ และแก้ไขคำสั่ง นางสาวกาญจนา พุทธอวยผล อนุกรรมการ เป็น อนุกรรมการ และเลขานุการ มติที่ประชุม เห็นชอบ 4.2 กำหนดการประชุมครั้งต่อไป ประธานกรรมการ กำหนดการประชุมครั้งต่อไป วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2566 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุม 10 อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง มติที่ประชุม รับทราบ
- 10 - เลิกประชุมเวลา 12.00 น. (นางสาวสุวรรณา ยิ้มละมัย) ผู้ช่วยเลขานุการ ผู้จดรายงานการประชุม
ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเพื่อพิจารณา - ติดตามความคืบหนาการดำเนินโครงการกอสรางสะพานยกระดับ ถนนออนนุช-ลาดกระบัง