The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sirisanj, 2021-04-16 08:44:51

PPT น้ำฝน Cell

PPT น้ำฝน Cell

The cell:
Basic unit of life

Update 28/03/2564

An introduction of cell • Cell
• หนว่ ยย่อยพืน้ ฐานที่เลก็ ท่ีสดุ ของ
สิง่ มีชีวิต
• สามารถเพิ่มจานวนได้

• สิง่ มีชิวติ ทกุ ชนิดประกอบด้วยเซลล์
(ยกเว้น ไวรัสและไวรอยด์)

• สิ่งมชี ิวิตมตี งั้ แต่ หนง่ึ เซลล์จนถงึ
หลายล้านเซลล์

• ทากิจกรรมตา่ งๆได้ มีการสร้างและ
ใช้พลงั งาน รวมถงึ การสบื พนั ธ์เพ่ิม
จานวน

Robert Hook



Cell size

• สว่ นใหญ่มีขนาดเลก็ ไมส่ ามารถมองเห็นด้วยตาเปลา่
• เซลล์ขนาดเลก็ ที่สดุ Mycoplasma (Bacteria) 0.2 ไมครอน
• เซลล์ขนาดใหญ่ที่สดุ ไข่นกกระจอกเทศ 10 เซนติเมตร
• หนว่ ยวดั ขนาดเซลล์

• องั สตรอม A
• นาโนเมตร (nm)
• ไมครอน







เซลลโ์ ปรคาริโอต ( prokaryotic cell)

• procaryotic cell มาจากภาษากรีก คาวา่ pro แปลวา่ ก่อนและคาวา่ karyon แปลวา่ นิวเคลียส
แสดงวา่ เซลล์แบบนีเ้ป็นแบบท่ีจะมีนิวเคลยี สอยา่ งแท้จริง

• สงิ่ มีชีวติ ที่ประกอบด้วยเซลล์แบบนีเ้รียกวา่ procaryoteเป็นเซลล์ที่มีเฉพาะเย่ือห้มุ เซลล์และภายในเย่ือ
ห้มุ เซลล์ที่เกิดจากการย่ืนเข้าไปของเยื่อห้มุ เซลล์เท่านนั้

• เซลล์แบบนีจ้ ะไมม่ ีเย่ือห้มุ นิวเคลยี ส
• ตวั อยา่ ง ของเซลล์โปรคาริโอต ได้แก่ แบคทีเรีย สาหร่ายสีเขียวแกมนา้ เงิน ไมโคพลาส

Prokaryotic cell

ไมโคพลาส

อาร์เคีย Archeea

Bacteria แบคทเี รียและสาหร่ายสีเขียวแกมนา้ เงิน oscillatoria

เซลลโ์ ปรคาริโอต ( prokaryotic cell)

• ลกั ษณะท่ีสาคญั :
• 1.ไมม่ ีเย่ือห้มุ ล้อมรอบสารพนั ธุกรรม
• 2.มีขนาดเลก็ มากเส้นผ่าศนู ย์กลางประมาณ 0.1-10 ไมครอน
• 3.มีผนงั เซลล์ท่ีแขง็ มีความหนาประมาณ 15-100 นาโนเมตร
• 4.เยื่อห้มุ เซลล์มีหน้าท่ีหลายอยา่ งคือขนสง่ เชน่ ขนสง่ สารผา่ นเข้าออกเซลล์ ทาหน้าที่เป็นตวั รับ

(receptor)
• 5.มีไรโบโซมท่ีมีขนาดเลก็ คือ 70S
• 6.มีแฟลกเจลลา(flagella)ใช้ในการเคล่อื นที่ซง่ึ มีโครงสร้างแตกต่างจากยคู าริโอต

เซลล์ยูคาริโอต ( Eukaryotic cell )

• ภายในเซลลย์ คู าริโอต จะประกอบดว้ ยเยอื่ หุม้ เซลลแ์ ละของเหลวท่ีอยู่
ภายในเรียกโปรโตพลาสซึม ส่วนของเหลวยคู าริโอตน้ีแบ่งเป็น 2 ชนิด
คือ นิวเคลียสกบั ไซโตพลาสซึม สิ่งมีชีวติ ท่ีมีเซลลช์ นิดอยคู่ าริโอต ไดแ้ ก่
พืช สตั ว์ สาหร่าย และโปรโตซวั

เซลล์ยูคาริโอต ( Eukaryotic cell ) ลกั ษณะสาคญั

• 1.ระบบเย่ือห้มุ ภายในเซลล์ (internai membrane) ทาให้เกดิเป็นออร์แกเนลล์ตา่ งๆ เชน่ เอนโดพ
ลาสมิก เรตืคลู มั ไมโทคอนเดรีย คลอโรพลาสต์ เป็นต้น

• 2.นิวเคลียสมีเยื่อห้มุ สารพนั ธุกรรมคือ DNA ขดตวั รวมกบั โปรตีนเป็นเส้นใยโครมาทิด(chromatin)
หรือโครมาโซม(chromasome)และมีนิวคลโี อลสั (nucleolus)อยภู่ ายในนิวเคลียส

• 3.มีไซโทสกีลีตอน ได้แก่ ไมโครทบู ลู (microtubules)ไมโครฟิลาเมนต์(microfilaments)และฟิ
ลาเมนต์มธั ยนั ตร์(intermediate filaments)

• 4.มีเอกโซไซโทซิส(exocytosis) และเอนโดไซโทซิส (endocytosis)
• 5.มีการแบง่ เซลล์แบบไมโทซิส (mitosis) และไมโอซิส (meiosis)

Types of cell

Prokaryotic cell Eucaryotic cell
• เซลล์ท่ีไมม่ ีเยื่อห้มุ นิวเคลียส
• เซลล์ท่ีมีเยื่อห้มุ นิวเคลยี ส
• ไรโบโซมแบบ 70s
• บริเวณที่มีสารพนั ธกุ รรมเรียกวา่ Nucleoid • ไรโบโซมแบบ 80s
• ได้แก่ Monera, แบคทีเรียและสาหร่ายสเี ขียวแกมนา้ • DNA พนั อยก่ บั โปรตีน ฮีสโตน และ บรรจอุ ย่ใู น

เงิน, อาร์เคยี นิวเคลยี ส
• DNA แบบสายควู่ งปิด (circular DNA) • พบออร์กาเนลท่ีมีเย่ือห้มุ และไซโตสเกลเลตอน
• ไมม่ ี ออร์กาเนลท่ีมีเย่ือห้มุ และไซโตสเกลเลตอน

Eucaryotic cell

Cell Membrane

• แบบจาลองทยี่ อมรับมากที่สดุ คือ fluid mosaic
model

• เยื่อห้มุ เซลล์ประกอบด้วย Phospholipid bilayer
• สว่ นด้านนอกชอบนา้ Hydrophilic head
• สว่ นด้านในไมช่ อบนา้ Hydrophobic tail
• แทรกด้วย Protein, Glycoprotien
• มี Chloresteral สาหรับควบคมุ การลน่ื ไหลของเยื่อห้มุ

เซลล์ (Fluidity)

หนา้ ท่ี Cell Membrane

• กาหนดขอบเขตของเซลล์ ควบคมุ การลื่นไหลโดย Chloresteral
• ควบคมุ การลาเลยี งสารแบบ เย่ือเลือกผา่ น semipermeable สารที่ผ่านได้ดี ได้แก่ สารโมเลกลุ เลก็ ไม่

มีขวั้ ไมแ่ ตกประจุ เช่น ก๊าซออกซเิ จน แอมโมเนีย
• รับสญั ญาณจากโฮโมนและสารเคมี
• ควบคมุ ศกั ย์ไฟฟา้ และสญั ญาณประสาท
• จดจาเซลล์ โดย ไกลโคโปรตีน
• ลาเลยี งสารแบบสร้างถงุ
• เพ่ิมพืน้ ผิวบริเวณขนราก ไมโครวิลไลในลาใส้

การลาเลียงสารผา่ น Cell Membrane

การลาเลยี งสารผา่ นเข้าออกเซลล์

ผา่ นเย่ือห้มุ เซลล์ ผ่านการสร้างถงุ ล้อม

Passive Transport Active transport Endocytosis exocytosis

การแพร่แบบธรรมดา ออสโมซิส Facilitated Diffusion Phagocytosis
pinocytosis
Isotonic solution
Hypotonic solution Recepter-mediated endocytosis
Hypertonic solution exocytosis

การแพร่แบบธรรมดา

ออสโมซิส Osmosis

Facilitated Diffusion

Active Transport



Cell structure

• สว่ นห่อห้มุ เซลล์
• Cell membrane
• Cell wall

• โปรโตปลาสซมึ
• ไซโตพลาสซมึ
• ออร์กาเนลล์
• ไซโตซอล
• นิวเคลยี ส

• ออร์กาเนลล์
• มเี ย่ือห้มุ
• ไม่มีเย่อื ห้มุ

Nucleus

• Nuclear membrane มี 2 ชนั้
• Nuclear Pore รู สาหรับคดั เลือกสารผ่านเข้าออก
• Chromatin fiber DNA ใยโครมาติน หากหด

ตวั คอื Chromosome
• Nucleoplasm ของเหลว
• Nucleolus สร้าง Ribosome
• Nuclear lamina เป็น intermediated

filament ให้ความแขง็ แรง

หน้าท่ี

• บรรจสุ ารทางพนั ธกุ รรม DNA และคอยควบคมุ
กระบวนการตา่ งๆภายในเซลล์ DNA
replication, transcription

ออร์แกเนลล์ (organelle)

• ออร์แกเนลล์ (organelle) คือ โครงสร้างยอ่ ยที่มีขนาดเลก็ อยภู่ ายในเซลล์และมีหน้าท่ีเฉพาะ ออร์
แกเนลล์ (organelle) มกั อยภู่ ายในไซโตซอล (cytosol) หรือ อยตู่ ิดกบั เย่ือห้มุ เซลล์ (cell
membrane) และ มกั อยภู่ ายในเยอื่ ห้มุ เซลล์ (cell membrane)ของเซลล์ ออร์แกเนลล์
(organelle) สามารถมองเหน็ ได้ด้วยกล้องจลุ ทรรศน์ และสามารถแยกให้บริสทุ ธ์ิได้โดยวิธีการ
กระบวนการป่ันแยกสว่ นของเซลล์ (cell fractionation)ได้แก่

ออร์กาเนลล์ทม่ี เี ยื่อหุ้ม 1 ช้ัน

• Endoplasmic recticulum
• Golgi apparatus
• Lysosome
• Vacuole
• Peroxisome

Endoplasmic reticulum หน่วยสงั เคราะห์สารและส่งออกนอกเซลล์

• เป็นorganelleท่ีมีลกั ษณะเป็นตาข่าย มีทอ่ อยภู่ ายใน
แบง่ ออกเป็น 2 ชนิด

• Rough Endoplasmic reticulum

• สงั เคราะห์โปรตนี เพื่อสงออกนอกเซลล์
• บรรจเุ อนไซม์ท่ีสามารถเตมิ คาร์โบไฮเดรต (นา้ ตาล)กลายเป็น

ไกลโคโปรตนี

• Smooth Endoplasmic reticulum

• สงั เคราะห์ลิพิด เชน่ พอสโฟลิพิดและสเตยี รอยด์
• กาจดั สารพิษและยา (Toxic and drug

detoxification) พบมากในเซลล์ตบั โดยเฉพาะผ้ทู ่ีติด
เคร่ืองดมื่ แอลกอฮอลล์
• ละสมแคลเซยี มในเซลล์กล้ามเนือ้ จงึ เก่ียวข้องกบั การทางาน
ของกล้ามเนือ้
• เก่ียวข้อกบั การดดู ไขมนั ในลาใส้เลก็

กอลจิแอปพาราตสั (Golgi apparatus)

• รับโปรตีนจาก RER และลพิ ิดจาก SERเพ่ือขนสง่
ออกนอกเซลล์โดยสร้างเป็นถงุ เวสลเิ คลิ (Vesicle)

• บรรจเุ อนไชม์สาหรับดดั แปลงสว่ นคาโบไฮเดรตของ
ใกลโคโปรตีนที่รับมาจาก RER

• บรรจพุ อลแิ ชคคาไรค์ลายชนิด เช่น เพกติน
(Pectin) ซง่ึ เกี่ยวข้องกบั การสร้างผนงั เซลล์ เซลล์
เพลท (Cell plate)

• สงั เคราะห์ Lysosome เปลย่ี นแปลง
Acrosome ในเซลล์อสจุ ิท่ีใช้ยอ่ ยสลายเย่ือห้มุ
เซสล์ใข่

Lysosome หน่วยกาจัดขยะ

หน้าท่ี
• พย่อบยในสลสาง่ิ มยอชี ีาวิตหชารนั้ ภตา่ายเใชนน่ เซโลพลร์โ(ทInรซtวั raฟcอeงนllา้uar djgestion)
• กาจดั เชิอ้ โรค สิ่งแปลกปลอม ของเมด็ เลือดขาว นิวโทรฟิลล์และ

แมโครฟาจ
• สลายออร์แกเนลล์ตวั เองทห่ี มออายหุ รือเสอ่ื มสภาพแล้ว

(Autophagy)
• สลายเซลล์ตวั เองทีไ่ มต่ ้องการ ชราหรือเสื่อมสภาพ (Autolysis)
• เกี่ยวข้องกบั การเปล่ียนแปลงรูปร่าง ยกตวั อยา่ งเชน่ การสลายของ

หางลกู อ๊อคระหวา่ งการเกิดเมตามอร์โฟซิ
ค(Mรรภe์ tamorphosis) รวมถึงการเกิดนิว้ มอื ของทารกที่อย่ใู น

Peroxisome ฝาแฝดไลโซโซม

• เป็นออกาเนลล์ท่มี ลี กั ษณะคล้ายกบั ไลโซโซม มีเยื่อห้มุ ชนั้ เดยี ว ลกั ษณะเป็นถงุ
เวสเิ คิลภายในบรรจเุ อนไซม์ท่ีสงั เคราะห์จากไรโบโชมทลี่ อ่ งลอยในไซโทพลาสซมึ

หน้าท่ี
• เก่ียวข้องกบั การสร้างและสลายโมลกลุ ไฮโดรเจนเพอรอกไซด์ H202
• เกี่ยวข้องกบั เมแทบอลิซมึ ของลิพดิ สลายกรดไขมนั
• สร้าง Phospholipid ในเย่ือห้มุ ส้นประสาทไมอลิ นิ
• เกี่ยวข้องกบั การผลติ เกลอื นา้ ดีจากคลอเลสเตอรอลในเซลล์ตบั
• กาจดั แอลกอฮอล์ในเซลล์ตบั
• ในเซลล์พชื เรียกเพอรอกชิโซมวา่ ไกลออกซโิ ซม (Glyoxysome) พบในเมลด็

ทีก่ าลงั งอก ภายในบรรจเุ อนไซม์ทีท่ าหน้าท่ีในการเปลย่ี นกรดไขมนั ให้กลายไป
เป็นนา้ ตาลเพ่ือใช้ในการงอกของเมลด็

Vacuole โกดงั เกบ็ ของ

• ฟดู แวควิ โอล (Food vacuole) พบในโพรโทซวั หรือสตั ว์ที่มีววิ ฒั นาการต่า
เกิดจากการกินของเซลล์(Phagocytosis) และหลดุ มาเป็นถงุ เวสเิ คลิ มี
หนาท่ีเกบ็ อาหารและรวมกบั ไลโซโซมเพ่ือยอ่ ยสลาย

• คอนแทรคไทล์แวคิวโอล (Contractie vacuole) พบในโพรใทซวั นา้ จืด
มีหน้าที่รักษาสมดลุ ความเข้มข้นของของเหลวโดยการหดตวั กาจดั นา้ สว่ นเกนิ
ออกจากเซลส์

• เชนทรัลแวคิวโอลหรือแชปแวคิวโอล (Central vacuole หรือ sap
vacuole ) พบในเซลล์พืช เป็นออร์แกเนลล์ที่มีขนาดใหญ่มาก มีหน้าที่เก็บ
สะสมสารอาหารและของเสียตา่ งๆ บางแวคิวโอลบรรจรุ งควตั ถ(ุ Pigment)
ทาให้เซลล์เกิดสี ตวั อยา่ งเชน่ กลีบดอกมีสีสนั ตา่ งๆ เพ่ือลอ่ ให้แมลงมาชว่ ย
ผสมเกสร เป็นต้น รักษาแรงดนั เตง่

• Fat vacuole สะสมหยดไขมนั

ออร์กาเนลล์ทมี่ ีเย่ือหุ้ม 2 ช้ัน

• Mitochondria
• Chloroplast

Mitochondria โรงงานผลิตไฟฟ้า

เยื่อห้มุ ชนั้ นอก outer membrane
เยื่อห้มุ ชนั้ ใน inner membrane รอยพบั เว้า เรียกว่า cristae
ของเหลวภายใน matrix มี DNA และ Ribosome เป็นของตวั เอง
หน้าที่
• สร้างพลงั งานสว่ นใหญ่ให้แก่เซลล์จากกระบวนการหายใจระดบั เซลล์

เปรียบเสมือนโรงงานของเซลล์ โดยพลงั งานทเ่ี ซลล์ใช้จะอยใู่ นรูปพลงั งาน
ATP
• จานวนของไมโทคอนเรียสมั พนั ธ์กบั อตั ราเมแทบอลซิ มึ ของเชลล์นนั้ ๆ
ยกตวั อยา่ งเชน่ เซลล์กล้ามเนือ้ หวั ใจจะพบไมโทคอนเดีรียจานวนมาก
เน่ืองจากเซลล์ต้องการพลงั งานในปริมาณสงู

คลอโรพลาสต์ (Chloroplast): หอ้ งครัวของเซลล์

• เป็นออร์แกเนลล์ทมี่ เี ย่ือห้มุ 2 ชนั้
• เย่อื ห้มุ ชนั้ ในมลี กั ษณะเป็นถงุ แบนๆ คล้ายเหรียญเรียกวา่ (Thylakoid)
• ไทลาคอยด์ท่ีเรียงช้อนกนั หลายๆ ชนั้ เรียกวา่ กรานมุ (Granum; พหพู จน์

เรียกวา่ grana)
• แตล่ ะกรานมุ เชื่อมต่อกนั ด้วยสโตรมา ลาเมลลา (Stroma lamella)
• ภายในคลอโรพลาสต์บรรจขุ องเหลวเรียกวา่ สโตรมา (Stroma) ซง่ึ

ประกอบด้วยเอนไซม์ที่ใช้ในกระบวนการ สงั เคราะห์ด้วยแสง
(Photosynthesis )
• ภายในคลอโรพลาสต์พบดีเอน็ เอแบบวงปิด (Circular DNA) และไรโบ
โซมแบบ 70S ทาให้สามารถจาลองตวั เองได้เช่นเดยี วกบั ไมโทคอนเดรีย
• ภายในเยื่อไทลาคอยด์บรรจรุ งควตั ถเุ รียกวา่ คลอโรฟิลล์ (Chlorophyl)

คลอโรพลาสต์ (Chloroplast): หอ้ งครัวของเซลล์

มีหน้าที่เก่ียวข้องกบั กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง
- ปฏิกิริยาใช้แสง เกิดท่ี Thylakoid และ Stroma
lamella
- ปฏิกิริยาตรึงคารบอนด์ เกิดท่ี Stroma

คลอโรพลาสต์ (Chloroplast): หอ้ งครัวของเซลล์

มีหน้าท่ีเก่ียวข้องกบั กระบวนการสงั เคราะห์ด้วย
แสง
• คลอโรพลาสต์เป็นหนง่ึ ในกลมุ่ ออร์แกเนลล์เมด็

เสซีเลรียลก์พวืชา่ แพลละาสสาตหดิ ร่า(ยP(lยaกsเวt้นidส)หรพ่าบยเสฉีเพขียาะวใน
แกมนา้ เงิน)
• นอกจากคลอโรพลาสต์ยงั มีพลาสตดิ ชนดิ อ่ืนๆ
อีกได้แก่

• ลเกวิ ็บโคสพะสลมาสแปต์ง้ (Leucoplast) ไมม่ ีสีมีหน้าที่
• วโคตั รถโสุมตีพ่าลงาๆส(ตเห์ (ลCือhงrสo้มmแดoงp) lพaบsใtน)กบลรบี รดจอรุ งกค

และผลไม้ชนิดตา่ งๆ

ออร์กาเนลล์ทีไ่ ม่มเี ยื่อหุ้ม

• Ribosome
• Cytoskeleton

• เซนทริโอล (Centiole)

ไรโบโซม (Ribosome): หน่วยสงั เคราะห์โปรตีน

• เป็นออร์กาแนลล์ท่ีไมม่ ีเย่ือห้มุ และมีขนาดเลก็ ท่ีสดุ
• กระจายอยทู่ วั่ ไปในไซโตพลาสซมึ และเกาะอยบู่ นผวิ ของเอน็ โดพลาสมกิ เรตคิ ิวลมั ชนิดขรุขระ
• ไรโบโซมเกิดจาก Ribosomal RNA (rRNA)รวมกบั โปรตีน ประกอบด้วยหน่วยยอ่ ย 2 หน่วยซ้อน

กนั คอื หน่วยยอ่ ยเลก็ (small subunit, S) และ หน่วยยอ่ ยใหญ่ (large subunit, L)
• มีขนาดแตกตา่ งกนั ซงึ่ ขนาดของไรโบโซมวดั ได้จากคา่ สมั ประสทิ ธิ์ของการตกตะกอน

(sedimentation coefficient)
• เมื่อนาไปปั่นด้วยเคร่ืองเซนตริฟิว หนว่ ยที่ใช้วดั คือหน่วยสเวดเบิร์ก (svedberg, S)
• ในเซลล์ยคู าริโอตมีขนาด 80S (60S+40S) ในเซลล์โพรคาริโอตมีขนาด 70S

(50S+30S)

ไรโบโซม (Ribosome): หน่วยสงั เคราะห์โปรตีน

• Ribosome ประกอบขนึ ้ จาก Ribosomal RNA
(rRNA) มารวมกบั โปรตีน

• เป็นออร์แกเนลล์ท่ีมีขนาดเลก็ เส้นผ่าศนู ย์กลางประมาณ 25 -
30 นาโนเมตร

• มีลกั ษณะเป็นเมด็ กลม ประกอบด้วยหน่วยยอ่ ย 2 หน่วย
ได้แก่

• หนว่ ยยอ่ ยขนาดเลก็ (Small subunit)
• หนว่ ยย่อยขนาดใหญ่ (Large subunit)

ไรโบโซม (Ribosome): หน่วยสงั เคราะห์โปรตีน

หน้าท่ี

• ในการสงั เคราะห์โปรตีนสว่ นใหญ่ เพื่อใช้ภายในเซลล์

ไรโบโชมสามารถพบได้ในบริเวณต่างๆ ดังนี้

• ไรโบโซมที่ลอ่ งลอยอยใู่ นไซโทพลาสซมึ มีหน้าที่สงั เคราะห์
โปรตีนสว่ นใหญ่เพื่อใช้ภายในเซลล์

• ไรโบโซมท่ีเกาะอย่ดู ้านนอกของเยื่อห้มุ นิวเคลยี สและ
ร่างแหเอนโดพลาสซมึ ชนิดธรุ ชระ มีหน้าท่ีสงั เคราะห์
โปรตีนเพื่อสง่ ออกนอกเซลล์ พบมากในซลล์ตบั อ่อนและ
เซลล์ตอ่ มฮอร์โมนต่างๆ

• ไรโบโซมท่ีอยใู่ นไมโทคอนเดรียและคลอโรพลาสด์ (ชนิด
70s) ทาหน้าที่สงั เคราะห์โปรตีนเพอ่ื ใช้ในออร์แกเนลล์
นนั้ ๆ

ไซโทสเกเลตอน (Cytoskeleton): กระดูกของเซลล์

• เซลล์จาเป็นต้องคงรูปร่าง เคล่อื นที่ รวมถึงการขนสง่
ภายในเซลล์ ประกอบขนึ ้ จากโปรตนี แบบตา่ งๆ

แบง่ ออกได้ 3 ชนิดได้แก่
• microfilament (actin filament)
• Intermediate filament
• Microtubule

Microfilament (Actin filament)

เป็นไซโทสเกเลตอนท่มี ีขนาดเลก็ ที่สดุ
มีลกั ษณะเป็นเส้นใย 2 เส้นบิดพนั เป็นเกลียว
มีเส้นผา่ นศนู ย์กลางประมาณ 7 นาโนเมตร
เส้นใยแตล่ ะเส้นประกอบขนึ ้ จากโปรตีนก้อนกลม (Globularprotein) ที่เรียกว่าแอคติน (Actin)
ไมโครฟิ ลาเมนต์มีหน้ าท่ี
- เกี่ยวข้องกบั การยดึ หดของเซลล์กล้ามเนือ้ ทาให้เกิดการเคลือ่ นไหว พบในเชลล์สตั ว์
- เก่ียวข้องกบั การสร้างขาทียม พบในเซลล์เมด็ เลือดขาวและอะมีบาเพ่ือใช้ในการเคลือ่ นท่ี
- เก่ียวข้องกบั การยดึ หดของไมโครวิลไล (Microvill) ในเซลล์เย่ือบลุ าไส้
- ทาให้เกิดการไหลของไซโทซอลในไซโทพลาสซมึ เรียกวา่ ไซโคลซสิ (Cyclosis)
ช่วยในการแบง่ ไซโทพลาสซมึ แบบคอดก่ิว (Cleavage furrow) ในเซลล์สตั ว์

Intermediate filament

• มีขนาดเส้นผา่ นศนู ย์กลาง8 - 11 นโนเมตรซงึ่ อยะู่ หวา่ งไมโครฟิลาเมนต์
• ประกอบขนึ ้ จากโปรตีนเส้นใย (Fiber)จานวนมากมาพนั เป็นเกลยี ว
อินเตอร์มีเดียดฟิ ลาเมนต์มีหน้ าท่ี
• เป็นโครงร่างชว่ ยยดึ ออร์แกเนลล์และทาให้เซลล์คงรูปร่าง
• ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แกเ่ ย่ือห้มุ นิวเคลยี สเรียกวา่ นิวเคลียร์ ลามินา
(Nuclear lamina)
• เป็นสว่ นหนงึ่ ของการเชื่อมตอ่ กนั ของเซลล์ (Cell-to-cell junction)
• เป็นองค์ประกอบของเส้นใยเคอราตนิ (Keratin fiber) ช่วยเสริมความแขง็ แรงพบ

ในเส้นผม ขน และนอแรด

Microtubule

• เป็นไซโทสเกเลตอนที่ใหญ่ท่ีสดุ
• ลกั ษณะเป็นแทง่ โปรตีนกลวงขนาดเส้นผา่ นศนู ย์กลางประมาณ 25 นาโนเมตร
• ไมโครทบู ลู ประกอบขนึ ้ จากโปรตีนก้อนกลมเรียกวา่ ทบู ลู นิ (Tubulin) มาเรียงตอ่ กนั เป็นทอ่ กลวง
• มีหน้าท่ีช่วยในการคงรูปร่างของเซลล์ การเคลื่อนท่ีของออแกเนลล์
• เป็นองค์ประกอบของเซนทริโอล ซเิ ลยี และแฟลกเจลลา

เซนทริโอล (Centiole)

• เป็นออร์แกเนลล์ท่ีไมม่ ีเย่ือห้มุ พบเฉพาะใน
เซลล์สตั ว์

• ประกอบขนึ ้ จากไมโครทบู ลู เรียงตวั กนั แบบ
9+0 (ไมโครทบู ลู 9 กลมุ่ กลมุ่ ละ 3 แทง่ มา
เรียงกนั เปินวงรมทงั้ หมดมีไมโครทบู ลู 27
แทง่ )

• เซนทริโอลมีทงั้ หมด 1 คอู่ ยภู่ ายในเชนโทรโชม
(Centrosome) มีหน้าที่เก่ียวข้องกบั การ
แบง่ เซลล์

Cilia และ flagella

• พบเฉพาะในเซลล์บางชนิด ประกอบขนึ ้ จากไมโครทบู ลู เรียงตวั แบบ 9+2 (ไมโครทบู ลู 9 คเู่ รียงกนั เป็นวงและตรง
กลางวงมีไมโครทบู ลู 2 แทง่ รวมทงั้ หมดมีไมโครทบู ลู 20 แทง่ )

• cilia (ภาษาละติน Ium แปลวา่ ขน) มีลกั ษณะสนั้ ๆคล้ายขน มีจานวนมาก พบในเซลล์หลายชนิด ยกตวั อยา่ ง
เชน่ เซลล์โพรโทชวั บางชนดิ ใช้ในการเคลื่อนท่ีและเซลล์บทุ อ่ นาไข่เพศหญิงชว่ ยในการโบกพดั ไข่ไปยงั มดลกู เป็นต้น

• Flagella (ภาษาละตนิ fagello แปลวา่ แส้) มีลกั ษณะยาวคล้ายแส้ สว่ นมากมีจานวนน้อย พบในเซลล์
หลายชนิดยกตวั อยา่ งเชน่ เซลล์อสจุ ิใช้ในการเคล่ือนที่ เป็นตนั

Cilia และ flagella

• ซเิ ลยี และแฟลกเจลลามีสว่ นโคนที่ยดึ เกาะกบั เซลล์เรียกวา่ เบซลั บอดี (Basal body) มีโครงสร้างคล้าย
เซนทริโอล

• ซเิ ลียและแฟลกเจลลาสามารถขยบั ได้เนื่องจากโครงสร้างระหวา่ งแทง่ ไมโครทบู ลู แตล่ ะคจู่ ะมีมอเตอร์โปรตีน
เรียกวา่ ไดนีอนิ (Dynein) เมื่อไดนีอนิ ได้รับพลงั งาน ATP จะทาให้เปลี่ยนแปลงรูปร่างและดงึ ให้ซเิ ลยี

และแฟลกเจลลาเกิดการขยบั โค้งงอ

Cell Wall

• เซลล์ prokaryote เป็นสาร Peptidoglycan
• เซลล์ fungi เป็นสาร Kitin
• เซลล์ สาหร่ายบางชนิด เป็นสาร cellulose
• เซลล์พืชเป็นสาร cellulose hemicellulose pectin

Cell surface in plant cell

• Cell wall

• Primary cell wall

• สว่ นใหญ่เป็น Pectin
• เช่ือมกนั ด้วย middle lamella
• รูบนผนงั เซลล์เรียกวา่ Plasmodesmata หน้าที่ชว่ ยให้เซลล์

สอื่ สารและสง่ สารให้แก่กนั

• Secondary cell wall

• พืชสร้างสารจากภายในมาสะสมอย่ทู างด้านใน ได้แก่ สารลกิ นิน ใม่
ยอยให้สารอื่นผา่ นเข้าออก ดงั นนั ้ จงึ เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว

• พบในเซลล์ท่อลาเลยี ง


Click to View FlipBook Version