The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นการนำเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ มาเชื่อมโยงกับหลายรายวิชา เช่น การบูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาไทย เพื่ออธิบายการกำเนิดมนุษย์และการดำรงชีวิตของในแต่ละองค์ความรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Raweeroj Changrueankul, 2024-01-21 03:51:16

การกำเนิดมนุษย์

เป็นการนำเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ มาเชื่อมโยงกับหลายรายวิชา เช่น การบูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาไทย เพื่ออธิบายการกำเนิดมนุษย์และการดำรงชีวิตของในแต่ละองค์ความรู้

TH BRIT MANAN OF


คำ นำ การกำ เนิดมนุษย์ในทางวิทยาศาสตร์มีหลายแง่มุมที่ถูกศึกษาอยู่ การแตกต่างของ ทฤษฎีกำ เนิดมนุษย์มักจะขึ้นอยู่กับมุมมองทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงทฤษฎีวิวัฒน ธรรม (cultural evolution) และทฤษฎีสังคมวิทยา (sociocultural theory) ที่เน้นความ สำ คัญของปัจจัยสังคมและวัฒนธรรมในการกำ เนิดมนุษย์. แง่มุมทางวิทยาศาสตร์มีการ ศึกษาซึ่งสนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนธรรมที่มนุษย์เกิดจากการพัฒนาทางวัฒนธรรมและความ สามารถในการใช้เครื่องมือ การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารที่ทันสมัย มนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่เเละเกิดยังไง หากเกิดมาเเล้วควรใช้ชี วิตเเบบใดจึงจะถูกเหตุใดจึงกำ เนิดมนุษย์บนโลกใบนี้เพราะพระเจ้าหรือควรฟังเหตุผล จากวิทยาศาสตร์ ตามหลักคณิตละสามารถให้เหตุผลได้ไหม เป็นสิ่งที่เกิดการถกเถียง มานานเเต่ในเเต่ละด้านก็มีความเกี่ยวข้องกับการกำ เนิดมนุษย์ทั้งสิ้น


1. Science Category 2. Mathematics Category 3. Social Category 4. หมวดภาษาไทย 5. สรุป 6. ข้อมูลอ้างอิง สารบัญ หน้า 12 17 1 5 8 18


มนุษย์มีสายวิวัฒนาการมาจากสัตว์กลุ่มไพรเมต (primate) ซึ่งถือเป็นกลุ่มของสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นมที่มีพัฒนาการสูงที่สุด สืบเชื้อสายมาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรก ลักษณะสำ คัญคือ สมอง เจริญดีและมีขนาดใหญ่ มีขากรรไกรสั้นทำ ให้หน้าแบน ระบบสายตาใช้งานได้ดีโดยมองไปข้างหน้า ระบบการดมกลิ่นไม่ดีเมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น มีเล็บแบนทั้งนิ้วมือและนิ้ว เท้า มีพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซ้อน สัตว์ในกลุ่มไพรเมตมีวิวัฒนาการแยกออกเป็นสองสาย ได้แก่ โพรซิเมียน (prosimian) ซึ่งเป็นสัตว์กลุ่มไพรเมตกลุ่มแรกๆที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ ได้แก่ นางอายหรือลิงลม ไพรเม ตอีกสายหนึ่งคือ แอนโทรพอยด์ (anthropoid) ได้แก่ ลิงมีหาง ลิงไม่มีหางและมนุษย์ 1 Science Science category category


ในช่วงปลายสมัยไมโอซีนมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลให้สภาพ แวดล้อมในธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน สายวิวัฒนาการของเอพไปสู่บรรพบุรุษของมนุษย์ที่สามารถยืนตัวตรงได้ มีการลดขนาดเขี้ยวและ ขยายขนาดฟันกราม บรรพบุรุษของมนุษย์เริ่มปรากฏครั้งแรกในสมัยไมโอซีน ในราวประมาณ 4.3 ล้านปีก่อน บรรพบุรุษที่มีความคล้ายมนุษย์มากที่สุดคือ ออสทราโลพิเทคัส (Australopithecus) ภาพสันนิษฐานลักษณะของ A. afarensis จากการศึกษาซากดึกดำ บรรพ์รอยเท้าที่ปรากฏในเถ้าภูเขาไฟ 2 มนุษย์จีนัสโฮโมมีวิวัฒนาการเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ล้านปีที่ผ่านมา ซากดึกดำ บรรพ์ของจีนัสโฮ โมที่พบว่ามีอายุมากที่สุดคือ Homo habilis มีกระดูกนิ้วมือที่คล้ายมนุษย์ปัจจุบันมากจึงน่าจะ ช่วยให้สามารถหยิบจับหรือใช้เครื่องมือได้ดี ซึ่งจากหลักฐานที่พบในบริเวณเดียวกับ ซากดึกดำ บรรพ์โครงร่างกระดูก เช่น เครื่องมือหินและร่องรอยการอยู่อาศัย ทำ ให้สันนิษฐานได้ ว่า H. habilis อาจเป็นพวกแรกที่รู้จักการประดิษฐ์ขวาน สิ่ว มีดจากหินเพื่อนำ มาใช้ประโยชน์ ในการดำ รงชีวิตก็เป็นได จีจี จี นั จี นั นั สนั สโฮโม ที่มา : สถาบันนวัตกรรมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล


ที่มา : สถาบันนวัตกรรมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล H. habilis เป็นมนุษย์พวกแรกที่รู้จักใช้เครื่องมืออย่างง่ายที่ทำ มาจากหิน 3 Homo erectus เป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่อพยพมาจากแอฟริกาไปยังเอเชีย และยุโรป พบซากดึกดำ บรรพ์โครงกระดูก ซากดึกดำ บรรพ์ที่พบในหมู่เกาะ ชวา และรู้จักกันในวงกว้างจะเรียกว่า มนุษย์ชวา (Java man) และที่พบใน ปักกิ่ง ซึ่งเป็น สปีชีส์เดียวกัน เรียกว่า มนุษย์ปักกิ่ง (Beijing man หรือ Peking man) H. erectus เป็นมนุษย์พวกแรกที่รู้จักไฟ Homo Erectus


H. erectus ในแอฟริกาถือเป็นบรรพบุรุษของ Homo sapiens หรือมนุษย์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม พบว่ามีมนุษย์ลักษณะกึ่งกลางระหว่าง H. erectus และ H. sapiens ก็คือ มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล (Neanderthal man) สมมติฐานเกี่ยวกับกำ เนิดของมนุษย์ปัจจุบันมี 2 แนวทาง ข้อมูลอ้างอิง : https://il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less8_1.html 4 สมมติฐานแรก เชื่อว่ามนุษย์ปัจจุบันที่อยู่ในต่างทวีปนั้นมีวิวัฒนาการมาจาก H. erectus ที่แพร่กระจายจากแอฟริกาไปอยู่ตามที่ต่างๆ เช่น ยุโรป เอเชียและออสเตรเลีย จากนั้นจึงวิวัฒนาการเป็นมนุษย์ปัจจุบันที่อาศัยอยู่ ตามแต่ละที่ทั่วโลก สมมติฐานที่สอง เชื่อว่ามนุษย์ปัจจุบันที่อยู่ในต่างทวีปนั้นมีวิวัฒนาการมาจาก H. erectus ในแอฟริกา จากนั้น H. erectus ได้แพร่กระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วโลกแต่ในที่สุดก็สูญพันธุ์ไปจนหมด เหลือเพียงกลุ่ม H. erectus ในแอฟริกา กลุ่มเดียวเท่านั้น จากนั้นแพร่กระจายออกไปยังสถานที่ต่างๆโดยไม่มีการผสมผสาน ทางเผ่าพันธุ์กับมนุษย์โบราณที่อพยพมาก่อนหน้านั้น NEANDERTHAL MAN


Mathematics category ซึ่งการกำ เนิดมนุษย์สามารถนำ ไปบูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์ เกี่ยวกับเรื่องความน่าจะเป็นของ เหตุการณ์ (Probability of an event) เช่น การคาดเดาหมู่เลือดของลูกที่จะเกิดในรุ่นถัดไป ซึ่งความน่าจะเป็น หมายถึง ตัวเลขที่แสดงถึงโอกาสของการเกิดสิ่งที่เราสนใจ ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อย เพียงใด ความน่าจะเป็นแบบดั้งเดิม (Classical probability) การหาค่าความจะน่าเป็นแบบดั้งเดิมจะเป็นของเหตุการณ์ที่เราสนใจ เป็นการหาค่าสัดส่วน ระหว่างจำ นวนวิธี ของเหตุการณ์ที่สนใจกับจำ นวนวิธีทั้งหมดที่สามารถเกิดขึ้นได้ในปริภูมิตัวอย่างซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นเท่า ๆ กัน กำ หนดให้ A แทนเหตุการณ์ใด ๆ ของปริภูมิตัวอย่าง S และ n(A) แทนจำ นวนเหตุการณ์A ที่ สนใจ และ n(S) แทนจำ นวนเหตุการณ์ทั้งหมดในปริภูมิตัวอย่าง ดังนั้นความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ A เขียน แทน ด้วย P(A) มีค่าดังนี้ 5


ตัวอย่าง เช่น พ่อมีหมู่เลือด B แบบ Homozygous และแม่มีหมู่เลือด A แบบ Heterozygous จงหาความน่าจะเป็นที่ลูกจะเกิดมาเป็นหมู่เลือด B เมื่อเราทำ การหาจีโนไทป์และฟีโนไทป์แล้ว จะได้เป็นโอกาสลูกที่เกิดมาเป็นหมู่เลือด AB B AB B ซึ่งมี อัตราส่วนเป็น 2:2 เมื่อเราได้ข้อมูลว่าหมู่เลือดของลูกที่จะเกิดแล้ว จึงสามารถนำ มาเข้าสูตรของความน่าจะเป็น ได้นั้นก็คือ _2 4 P(A)= ดังนั้นความน่าจะเป็นของลูกที่จะเกิดมาเป็นหมู่เลือด B คือ_2 4 6


เมื่อนำ ไปเข้าสูตร P(A)=n(A) n(S) หรือการหาความน่าจะเป็นว่า การที่มนุษย์คู่หนึ่งให้กำ เนิดลูก ทำ ให้เกิดยีนเด่นหรือยีนด้อย อย่างไร ตัวอย่างเช่น พ่อตาปกติและแม่ตาปกติแต่เป็นพาหะตาบอดสี จงหาความน่าจะเป็นที่ลูกจะเป็นโรคตาบอดสี จึงทราบได้ว่าโอกาสที่ลูกเกิดมาแล้วเป็นโรคตาบอดสี คือ 1_ 4 7


จากการศึกษาพบว่า มนุษย์ในพระสุตตันตปิฎก มนุษย์ แปลว่าผู้มีจิตใจสูง หมายถึงจิตดวงแรกที่ ปรากฏขึ้นในครรภ์ของมารดา หลังจากนั้นเจริญเติบโตคลอดออกมาเป็นทารก เติบโตเป็นเด็ก เป็นผู้ใหญ่ และแก่ชรา ตายจากไป มนุษย์ แบ่งตามเพศมี 2 ลักษณะคือ 1) อิตถีภาวรูป รูปที่ แสดงว่าเป็นหญิง 2) ปุริสภาวรูป รูปที่แสดงว่าเป็นชาย Social category พระพุทธศาสนาได้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ความสำ คัญของ ชีวิตว่า กว่าจะได้อัตภาพเป็นมนุษย์นี้ยากแสนยาก จิตของมนุษย์นั้นถือว่า เป็น ธรรมชาติพิเศษ สามารถสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นได้ เมื่อจิตได้รับการฝึก อบรม เจริญ คุ้มครอง รักษา สำ รวมอย่างดี จะให้ประโยชน์มาก ให้ผลมหาศาล ดังพุทธ พจน์ที่ตรัสว่า “จิตที่ฝึกดีแล้วนำ ความสุขมาให้” ชีวิตของมนุษย์มีองค์ประกอบ 2 ประการคือ ร่างกายกับจิตใจ ทั้งร่างกาย และจิตใจอาศัยซึ่งกันและกัน ทำ หน้าที่เพื่อดำ เนินชีวิตต่อไป หรือเรียกอย่าง หนึ่งว่า รูปกับนาม ได้แก่ขันธ์ 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ รูปคงเป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นนาม และการเกิดเป็น มนุษย์ เป็นไปภายใต้กฎแห่งกรรม กรรมย่อมจำ แนกสัตว์ให้เลวและประณีต 8


ข้อมูลอ้างอิง : https://e-thesis.mcu.ac.th/thesis/2833 ส่วนด้านจิตใจ ก็มีส่วนสำ คัญไม่น้อยไปกว่าทางด้านร่างกาย ต้องได้รับการฝึกอบรม เพื่อ ให้จิตใจเข้มแข็งมั่นคง เจริญงอกงามด้วยศีลธรรมและคุณธรรม มีเมตตาความรัก ความ ปรารถนาดี กรุณาความสงสาร มุทิตาความเบิกบานพลอยยินดี และอุเบกขาความวางเฉย จึงจะได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีกายพัฒนาแล้ว มีจิตพัฒนาแล้ว มีพัฒนาการด้านคุณธรรม ด้วยการ ปฏิบัติจริง ลงมือทำ ให้รู้เห็นประจักษ์ ให้บังเกิดผลประจักษ์แก่ชีวิตและเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคมตลอดไป 9 ในครรภ์มารดานั้น มีวิวัฒนาการจากสัปดาห์ที่ 1 เป็นกลละ น้ำ เมือกใส มีลักษณะเป็นเมือก คล้ายเนยใส ขนาดเท่าหยาดน้ำ มันงา เป็นการเริ่มต้นของกำ เนิดชีวิตมนุษย์ มีโครงสร้างกาย ชีวภาพอยู่สามด้านคือ โครงสร้างร่างกาย โครงสร้างสมอง และโครงสร้างเพศ จนถึงสัปดาห์ ที่ 42 เพราะอาศัยกรรมชวาต ลมเกิดจากกรรม ร่างกายของเด็กเปลี่ยนท่าหันเท้าขึ้น ศีรษะลงคว่ำ และ เคลื่อนไปสู่ช่องกำ เนิด ทารกก็คลอดออกมาจากครรภ์มารดา


พระพุทธศาสนาเห็นว่าอย่างไร ข้อมูลในพระไตรปิฎก โดยเฉพาะมหาตัณหาสังข ยสูตร ในพระไตรปิฎก เล่ม ๑๒ มหานิทานสูตร ในพระไตรปิฎก เล่ม ๑๐ และอินทก สูตร ในพระไตรปิฎก เล่ม ๑๕ ให้คำ ตอบว่า ความเป็นมนุษย์เริ่มต้นเมื่อปัจจัยหรือ องค์ประกอบแห่งการเกิดในครรภ์ ๓ ประการเกิดขึ้นพร้อมกัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ๑. มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน (มาตา-ปิตาโร จ สนฺนิปติตา โหนฺติ) หมายถึง ร่วมประเวณีกัน หรือมีเพศสัมพันธ์กัน ๒. มารดามีระดู (มาตา จ อุตุนี โหติ) หมายถึง มีความพร้อมในการตั้งครรภ์) และ ๓. มีคันธัพพะมาปรากฏ (คนฺธพฺโพ จปจจฺปุฏฐฺิโต) หมายถึง มีสัตว์ผู้จะเกิดในครรภ์มา เกิดด้วย คันธัพพะนี้ได้แก่ปฏิสนธิวิญญาณ หรือ ปฏิสนธิจิตนั่นเอง เมื่อมีองค์ประกอบแห่งการเกิดในครรภ์ครบทั้ง ๓ ประการนี้ การถือกำ เนิดในครรภ์จึงมี ได้ ดังที่พระพุทธองค์ทรงอธิบายไว้ว่า “ในสัตว์โลกนี้ มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน แต่มารดายังไม่มีระดู และคันธัพพะยังไม่ปรากฏ การถือกำ เนิดในครรภ์จึงมีไม่ได้ ในสัตว์โลกนี้ มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน มารดามีระดู แต่คันธัพพะยังไม่ปรากฏ การถือ กำ เนิดในครรภ์จึงมีไม่ได้ แต่เมื่อใด มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน มารดามีระดู และคันธัพพะก็ปรากฏ เมื่อนั้นเพราะ ปัจจัย ๓ ประการประชุมพร้อมกันอย่างนี้ การถือกำ เนิดในครรภ์ จึงมีได้” 10


เอกสารอ้างอิง ตามหลักลัพระพุทพุธศาสนา ไข่ขข่องแม่แม่ละอสุจิสุขจิองพ่อพ่จัดจัอยู่ใยู่นส่วส่นของวัตวัถุธถุาตุ คือคืธาตุ ดินดิน้ำ ไฟ ลม เมื่อ มื่ ถูกถูทำ ให้ร ห้ วมตัวตักันกัจะเกิดกิเป็นป็รูปรู (รูปรูขันขัธ์)ธ์ คือคืร่าร่งกายและส่วส่นประกอบของรูปรูเท่าท่นั้น นั้ ไม่มีม่ มี นาม (นามขันขัธ์)ธ์ คือคืเวทนา (ความรู้สึรู้กสึสุขสุทุกทุข์)ข์ สัญสัญา (ความจำ ได้ห ด้ มายรู้)รู้สังสัขาร (ธรรมชาติที่ติปที่ รุงรุ แต่งต่จิตจิให้คิ ห้ ดคิดี-ดีคิดคิชั่ว ชั่ ) และวิญวิญาณ (ผู้รัผู้บรัรู้อรู้ารมณ์)ณ์ หรือรืจิตจิ (ผู้คิผู้ดคินึกนึ) ซึ่ง ซึ่ เป็นป็ส่วส่นสำ คัญคัที่สุ ที่ ดสุของ สิ่ง สิ่ มีชีมีวิชีตวิทั้ง ทั้ หลายเพราะการจะมีชีมีวิชีตวิอยู่หยู่ รือรืไม่ขึ้ม่น ขึ้ อยู่กัยู่ บกัวิญวิญาณหรือรืจิตจินี้เ นี้ อง วิญวิญาณหรือรืจิตจิที่ ว่าว่นี้ สืบสืต่อต่มาจาก คันคัธัพธัพะ หรือรื ปฏิสฏินธิวิธิญวิญาณ ตายเกิดกิตามผลแห่งห่กรรมนั้น นั้ ๆ นั่น นั่ คือคื ในชาติหตินึ่ง นึ่ ๆ เมื่อ มื่ กายแตกดับดัวิญวิญาณหรือรืจิตจิที่ยั ที่ งยัมีกมีรรม จะเคลื่อ ลื่ นออกจากร่าร่งที่แ ที่ ตกดับดันั้น นั้ไปเกิดกิในร่าร่งหรือรืรูปรูอื่น อื่ ต่อต่ ไป วิญวิญาณหรือรืจิตจิขณะเคลื่อ ลื่ นออก จาก ร่าร่งเดิมดิเรียรีกว่าว่จุติจุวิติญวิญาณหรือรืจุติจุจิติตจิและขณะหยั่ง ยั่ ลงสู่ท้สู่ อท้งมารดา เรียรีกว่าว่ ปฏิสฏินธิ วิญวิญาณหรือรื ปฏิสฏินธิจิธิตจิที่ใที่ ช้คำช้คำ “ขณะ” เพราะตามหลักลัสันสัตติ (การต่อต่เนื่อ นื่ ง) ของพระพุทพุธศาสนา ถือถืว่าว่ทุกทุสิ่ง สิ่ มีกมีารเปลี่ย ลี่ นแปลงทุกทุขณะ วิญวิญาณหรือรืจิตจิก็มีก็กมีารเปลี่ย ลี่ นแปลง คือคืเกิดกิขึ้น ขึ้ ตั้ง ตั้ อยู่ และ ดับดัไป แล้วล้เกิดกิขึ้น ขึ้ ตั้ง ตั้ อยู่แยู่ ละดับดัไปอีกอีถ้าถ้ยังยัมีเมีหตุปัตุจปัจัยจัให้เห้กิดกิ 11


หมวดภาษาไทย ในเรื่องของการกำ เนิดมนุษย์นั้น ก็ยังสามารถนั้นไปเชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่องของการกำ เนิด มนุษย์ในทางพระพุทธศาสนาและเรื่องของมงคลสูตรคำ ฉันท์หรือหลักมงคล 38 ในเรื่อง ของการดำ รงชีวิตและการพัฒนาตนเองตามหลักมงคลชีวิต ในเรื่องของมงคลสูตรคำ ฉันท์หรือหลักมงคล 38 จะเกี่ยวข้องกับการทำ ความดีทำ ในสิ่งที่ดี การศึกษาตามหลักมงคลชีวิตให้เข้าใจง่าย เราต้องมองภาพรวมของมงคลสูตรให้เข้าใจว่าพระ สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงได้จัดลำ ดับหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระบบ เรียงลำ ดับจากง่ายไปหายาก สามารถนำ มาปฏิบัติได้ตามลำ ดับ มงคลเปรียบเสมือนการขึ้นบันไดที่ละขั้นจนถึงขั้นสูงสุด มงคลสูตรทั้ง 38 ข้อนั้น แบ่งได้เป็น 10 หมู่ มงคลเป็นเรื่องของการครองตน ครองชีวิตให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งทาง โลกและทางธรรม รวมถึงสามารถนำ ไปใช้ครอบคลุมถึงการพันา ปรับปรุง องค์กรด้านธุรกิจสังคม การเมืองการปกครอง ให้เจริญก้าวหน้าประสบผล สำ เร็จ 12


5 หมู่แรกเป็นข้อปฏิบัติในการพัฒนาชีวิต 5 หมู่หลัง เป็นการฝึกใจโดยตรง เมื่อเราปฏิบัติตามหลักมงคลทั้ง 10 หมู่แล้ว เราก็สามารถพัฒนาตนเองจนบรรลุความเจริญ ก้าวหน้าทั้ง 3 ระดับ คือ ความเจริญก้าวหน้าในโลกนี้ ในโลกหน้า และการบรรลุมรรคผล นิพพาน หมวดหมู่ของมงคล 38 13 มงคลหมู่ที่ 1 ฝึกให้เป็นคนดี มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล มงคลที่ 2 คบบัณฑิต มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง มงคลที่ 4 อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน มงคลที่ 6 ตั้งตนชอบ


14 มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์ มงคลที่ 7 เป็นพหูสูต มงคลที่ 8 มีศิลปะ มงคลที่ 9 มีวินัย มงคลที 10 มีวาจาสุภาษิต มงคลหมู่ที่ 4 บำ เพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว มงคลที่ 11 บำ รุงบิดามารดา มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร มงคลที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา(สามี) มงคลที่ 14 ทำ งานไม่คั่งค้าง มงคลหมู่ที่ 5 บำ เพ็ญประโยชน์ต่อสังคม มงคลที่ 15 บำ เพ็ญทาน มงคลที่ 16 ประพฤติธรรม มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ มงคลที่ 18 ทำ งานไม่มีโทษ


15 มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียม ภาพใจให้พร้อม มงคลที่ 19 งดเว้นจากบาป มงคลที่ 20สำ รวมจากการดื่มน้ำ เมา มงคลที่ 21 ไม่ประมาทในธรรม มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว มงคลที่ 22 มีความเคารพ มงคลที่ 23 มีความถ่อมตน มงคลที่ 24 มีความสันโดษ มงคลที่ 25 มีความกตัญญู มงคลที่ 26 ฟังธรรมตามกาล มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัวให้เต็มที่ มงคลที่ 27 มีความอดทน มงคลที่ 28 เป็นคนว่าง่าย มงคลที่ 29 เห็นสมณะ มงคลที่ 30 สนทนาธรรมตามกาล


ข้อมูลอ้างอิง :http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_det ail.php?page=2536 16 มงคลหมู่ที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำ จัดการให้สิ้นไป มงคลที่ 31 บำ เพ็ญตบะ มงคลที่ 32 ประพฤติพรหมจรรย์ มงคลที่ 33 เห็นอริยสัจ มงคลที่ 34 ทำ พระนิพพานให้แจ้ง มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฏิบัติจนหมดกิเลส มงคลที่ 35 จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม มงคลที่ 36 จิตไม่โศก มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี มงคลที่ 38 จิตเกษม มนุษย์มีมาแต่น้ั้น ยาวนาน เปรียบว่าสัตว์ถือพาน เท่านั้น มีการยุ่งชิงลาน เป็นใหญ่ มีการแบ่งของชนชั้น แต่นั้นมาตลอด กลอนโคลงสี่สุภาพเกี่ยวกับ การกำ เนิดมนุษย์


สรุป 17 ในพุทพุธศาสนา, มุมมุมองเกี่ยกี่วกับกัการกำ เนิดนิมนุษนุย์แย์ละความเกี่ยกี่วข้อข้งกับกัสังสัสารวัฒวันธรรมมีลัมีกลัษณะเฉพาะตามหลักลัสูตสูรธรรมะของพุทพุธศาสนา ภาษาสันสัสกฤต, หรือรื "ไพฑูรฑูย์"ย์มีบมีทที่กที่ล่าล่วถึงถึเรื่อรื่งนี้ ภาษาสันสัสกฤตนี้ถื นี้ อถืเป็นป็คำ สอนที่พที่ระพุทพุธเจ้าจ้พูดพูหรือรืสอนให้ลูห้กลูศิษศิย์โย์ดยตรง. การกำ เนิดนิมนุษนุย์ใย์นพุทพุธศาสนา, มนุษนุย์ถืย์อถืเป็นป็มีสัมีงสัขารที่ปที่ระกอบด้วด้ยคำ พูดพู (วาจา), การกระทำ (กิจกิ), และความคิดคิ (จิตจิ). การกำ เนิดนิมนุษนุย์มีย์ต้มีนต้กำ เนิดนิจากกรรม และกรรมนี้ จะส่งส่ผลต่อต่ชีวิชีตวิของมนุษนุย์สย์าเหตุขตุองความทุกทุข์:ข์ พุทพุธศาสนาสร้าร้งมุมมุมองที่เที่น้นน้การเข้าข้ใจและต่อต่มาการทำ ลายความทุกทุข์.ข์ความทุกทุข์ถืข์อถืเป็นป็สิ่งสิ่ที่ปที่ระพฤติใตินวงจรของชีวิชีตวิและการเกิดกิเป็นป็ผลมาจากการที่มที่นุษนุย์ยัย์งยัไม่รู้ม่จัรู้กจัความ จริงริ. ทฤษฎีกฎีารสร้าร้งความสุขสุ:ทางพุทพุธศาสนาเน้นน้การปฏิบัฏิติบัธติรรมและทางสุดสุท้าท้ยของมนุษนุย์คืย์อคืการบรรลุนิลุพนิพาน (นิพนิพานะ) หรือรืสุขสุที่สที่มบูรบูณ์แณ์บบ. การปฏิบัฏิติบัทติางธรรมจะช่วช่ยลด ความทุกทุข์แข์ละสร้าร้งความสุขสุ. วิธีวิกธีารดำ เนินนิชีวิชีตวิ:การปฏิบัฏิติบัธติรรม, การพัฒพันาจิตจิใจ, และการให้คห้วามรู้ถืรู้อถืเป็นป็วิธีวิกธีารในการพัฒพันาตนเองในทางที่ดีที่.ดีการเรียรีนรู้แรู้ละฝึกฝึปฏิบัฏิติบัทติางธรรมถือถืเป็นป็การผ่อผ่นคลายที่ สำ คัญคั. การมอบโอกาสแก่มก่นุษนุย์:ย์พุทพุธศาสนาเน้นน้การมอบโอกาสแก่มก่นุษนุย์ใย์นการพัฒพันาตนเอง โดยไม่มีม่กมีารเน้นน้บทบาทของเจ้าจ้นายหรือรืผู้อำผู้อำนวย. พุทพุธศาสนาเน้นน้การปฏิบัฏิติบัธติรรม, การเข้าข้ใจความจริงริ, และการพัฒพันาจิตจิใจเพื่อพื่ลดความทุกทุข์แข์ละบรรลุคลุวามสุขสุที่แที่ท้จท้ริงริ การกำ เนิดมนุษย์เป็นเรื่องที่ศาสนาและวัฒนธรรมต่าง ๆ มีมุมมองและนิยามที่แตกต่างกันไป ต่อไปนี้ คือสรุปของเรื่องนี้ในแง่มุมต่าง ๆ SocialCategory ทฤษฎีวิฎีวัวิฒวันาการ: ตามทฤษฎีขฎีองชาร์ลร์ส์ ดาร์วิร์นวิมนุษนุย์พัย์ฒพันาขึ้นขึ้มาจากการวิวัวิฒวันาการของสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิ, ไม่ไม่ด้ถูด้กถูสร้าร้งขึ้นขึ้มาจากต้นต้ตำ รับรัหรือรืการสร้าร้งโดยพระเจ้าจ้. ทฤษฎีบิ๊ฎีกบิ๊แบง: ตามทฤษฎีนี้ฎี,นี้ชีวิชีตวิกำ เนิดนิมาจากสภาพแวดล้อล้มที่เที่หมาะสม โดยมีกมีารสุ่มสุ่ สลับลัของเอาจริงริและการเลือลืกตัวตัที่เที่หมาะสม. Science Category MathematicsCategory ในมุมมุมองของคณิตณิศาสตร์นั้ร์นนั้เกี่ยกี่วข้อข้งกับกัความน่าน่จะเป็็นป็็ของเหตุกตุารณ์ใณ์ดเหตุกตุารณ์หณ์นึ่งนึ่เช่นช่การหาความน่าน่จะเป็นป็ของลูกลูที่จที่ะเกิดกิว่าว่เป็นป็เลือลืดหมู่ใมู่ด มียีมีนยีด้อด้ย เป็นป็อย่าย่งไร และสามารถนำ มาเข้าข้สูตสูร ThaiCategory ในเรื่องของมงคลสูตรคำ ฉันท์หรือหลักมงคล 38 จะเกี่ยวข้องกับการทำ ความดีทำ ในสิ่งที่ดี มงคลเป็นเรื่องของการครองตน ครองชีวิตให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งทางโลกและทางธรรม รวมถึงสามารถนำ ไปใช้ครอบคลุมถึงการพันา ปรับปรุง องค์กรด้านธุรกิจสังคม การเมืองการปกครอง ให้เจริญก้าวหน้าประสบผลสำ เร็จ


ข้อมูลอ้างอิง : https://il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less8_1.html ข้อมูลอ้างอิง : https://ethesis.mcu.ac.th/thesis/2833 เอกสารอ้างอิง หมวดภาษาไทย ข้อมูลอ้างอิง :http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_det ail.php?page=2536 ข้อมูลอ้างอิง 18 Science category Mathematics category เอกสารอ้างอิง Social category


ผู้จัดทำ 1.นายณัฐวุฒิ ศรีแก้ว ม.4/2 เลขที่ 5. 2.นางสาวลลิตา เข้าครอง ม.4/2 เลขที่ 6. 3.นางสาวพนิดา เเสงสว่าง ม.4/2 เลขที่ 7. 4.นายรวีโรจน์ ช่างเรืองกูล ม.4/2 เลขที่ 8. 5.นางสาวอนงคณา ชัยสิทธิ์ม.4/2 เลขที่ 12.


การกำ เนิดนิมนุษนุย์ ตามหลัก วิทวิยาศาสตร์คร์ณิตณิศาสตร์ สังสัคมศึกษา เเละ ภาษาไทย มีกมีารวิ เคราะห์เห์เละกล่าวถึงเเละเป็น ป็ มา อย่า ย่ งไรเเตกต่างกันอย่า ย่ งไรด้า ด้ น ไหนที่เป็น ป็ ความจริงริ


Click to View FlipBook Version