The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นการนำเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ มาเชื่อมโยงกับหลายรายวิชา เช่น การบูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษไทย เพื่ออธิบายการกำเนิดมนุษย์และการดำรงชีวิตของมนุษย์ในแต่ละองค์ความรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Raweeroj Changrueankul, 2024-01-21 09:09:14

การกำเนิดมนุษย์

เป็นการนำเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ มาเชื่อมโยงกับหลายรายวิชา เช่น การบูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษไทย เพื่ออธิบายการกำเนิดมนุษย์และการดำรงชีวิตของมนุษย์ในแต่ละองค์ความรู้

TH BRI MAN AN OF


คำ นำ การกำ เนิดมนุษย์ในทางวิทยาศาสตร์มีหลายแง่มุมที่ถูกศึกษาอยู่ การแตกต่างของ ทฤษฎีกำ เนิดมนุษย์มักจะขึ้นอยู่กับมุมมองทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงทฤษฎีวิวัฒน ธรรม (cultural evolution) และทฤษฎีสังคมวิทยา (sociocultural theory) ที่เน้นความ สำ คัญของปัจจัยสังคมและวัฒนธรรมในการกำ เนิดมนุษย์. แง่มุมทางวิทยาศาสตร์มีการ ศึกษาซึ่งสนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนธรรมที่มนุษย์เกิดจากการพัฒนาทางวัฒนธรรมและความ สามารถในการใช้เครื่องมือ การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารที่ทันสมัย มนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่เเละเกิดยังไง หากเกิดมาเเล้วควรใช้ชี วิตเเบบใดจึงจะถูกเหตุใดจึงกำ เนิดมนุษย์บนโลกใบนี้เพราะพระเจ้าหรือควรฟังเหตุผล จากวิทยาศาสตร์ ตามหลักคณิตละสามารถให้เหตุผลได้ไหม เป็นสิ่งที่เกิดการถกเถียง มานานเเต่ในเเต่ละด้านก็มีความเกี่ยวข้องกับการกำ เนิดมนุษย์ทั้งสิ้น


1. Science Category 2. Mathematics Category 3. Social Category 4. หมวดภาษาไทย 5. สรุป 6. ข้อมูลอ้างอิง สารบัญ 13 18 1 6 9 19


มนุษย์มีย์สมีายวิวัวิฒวันาการมาจากสัตสัว์กว์ลุ่มลุ่ไพรเมต (primate) ซึ่งซึ่ถือเป็นกลุ่มลุ่ของสัตสัว์เว์ลี้ยง ลูกลูด้วด้ยนมที่มีพัมีฒพันาการสูงสูที่สุดสุสืบสืเชื้อชื้สายมาจากสัตสัว์เว์ลี้ยงลูกลูด้วยนมที่มีรมีก ลักษณะ สำ คัญคือ สมองเจริญริดีแดีละมีขมีนาดใหญ่ มีขมีากรรไกรสั้นสั้ทำ ให้หห้น้าแบน ระบบสายตาใช้งช้าน ได้ดีด้ โดีดยมองไปข้าข้งหน้า ระบบการดมกลิ่นไม่ดีม่ ดีเมื่อมื่เปรียรีบเทียบกับสัตสัว์เว์ลี้ยงลูกลูด้วยนม ชนิดอื่น มีเมีล็บแบนทั้งทั้นิ้วมือมืและนิ้วเท้า มีพมีฤติกรรมทางสังสัคมที่ซับซัซ้อซ้น สัตสัว์ใว์นกลุ่มลุ่ไพรเมตมีวิมีวัวิฒวันาการแยกออกเป็นป็สองสาย ได้แด้ก่ โพรซิเซิมียมีน (prosimian) ซึ่งซึ่เป็นป็สัตสัว์กว์ลุ่มลุ่ไพรเมตกลุ่มลุ่แรกๆที่อาศัยอยู่บยู่นต้นไม้ ได้แด้ก่ นางอายหรือรืลิงลม ไพรเมตอีกสายหนึ่งนึ่คือ แอนโทรพอยด์ (anthropoid) ได้แด้ก่ ลิงมีหมีาง ลิงไม่มีม่หมีางและมนุษนุย์ 1 Science category


2 NU E G S จีนัสโฮโมมนุษนุย์จีย์นัจีสนั โฮโมมีวิมีวัวิฒวันาการ เกิดขึ้นขึ้เมื่อมื่ประมาณ 2 ล้านปีที่ปี ที่ ผ่าผ่นมา ซากดึกดำ บรรพ์ขพ์อง จีนัจีสนั โฮโมที่พบว่าว่มีอมีายุมาก ที่สุดสุคือ Homo habilis มีกมีระดูกดู นิ้วนิ้มือมืที่คล้ายมนุษนุย์ปัย์จปัจุบันบั มากจึงจึน่าน่จะช่วช่ยให้สามารถ หยิบยิจับจัหรือรื ใช้เช้ครื่อรื่งมือมื ได้ดี ซึ่งซึ่จากหลักฐานที่พบในบริเริวณ เดียวกับซากดึกดำ บรรพ์ เครื่อรื่งมือมืหินและร่อร่งรอยการ อยู่อยู่าศัย ทำ ให้สันสันิษนิฐานได้ว่าว่ H. habilis อาจเป็นป็พวกแรกที่ รู้จัรู้กจัการประดิษฐ์ขฐ์วาน จากหิน เพื่อพื่นำ มาใช้ปช้ระโยชน์ใน์นการ ดำ รงชีวิชีตวิ ในช่วช่งปลายสมัยมั ไมโอซีนซีมีกมีารเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิภูอมิากาศส่งส่ผลให้สภาพแวดล้อมใน ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป คาดว่าว่น่าจะเป็นป็แรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสายวิวัวิฒวันาการ ของเอพ มีกมีารลดขนาดเขี้ย ขี้ วและขยายขนาดฟันฟักราม บรรพบุรุษของมนุษย์เย์ริ่มริ่ ปรากฏครั้งรั้แรก ในสมัยมั ไมโอซีนซี ในราวประมาณ 4.3 ล้านปีก่ปี ก่อน บรรพบุรุษที่มีคมีวามคล้ายมนุษย์มย์ากที่สุดสุคือ ออส ทราโลพิเพิทคัส (Australopithecus)


3 Homo ErectusHomo erectus เป็น ป็ มนุษนุย์กย์ลุ่มลุ่แรกที่อพยพมาจากแอฟริกริาไปยังยัเอเชียชีและ ยุโรป พบซากดึกดำ บรรพ์โพ์ครงกระดูกดูซากดึกดำ บรรพ์ที่พ์ ที่ พบในหมู่เมู่กาะชวา และ รู้จัรู้กจักันในวงกว้าว้งจะเรียรีกว่าว่มนุษนุย์ชย์วา (Java man) และที่พบในปักปักิ่ง ซึ่งซึ่เป็น ป็ สปีชีปีส์ชีเส์ดียวกัน เรียรีกว่าว่มนุษนุย์ปัย์กปักิ่ง (Beijing man หรือรื Peking man) ที่มา : สถาบันบันวัตวักรรมและพัฒพันากระบวนการเรียรีนรู้ มหาวิทวิยาลัยมหิดล


NEANDERTHAL https://il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less8_1.html H. erectus ในแอฟริกริาถือเป็นป็บรรพบุรุษของ Homo sapiens หรือรืมนุษนุย์ปัย์จปัจุบันบัอย่าย่งไรก็ตามพบว่าว่มีมมีนุษนุย์ ลักษณะกึ่งกลางระหว่าว่ง H. erectus และ H. sapiens ก็คือ มนุษนุย์นีย์ นีแอนเดอร์ทัร์ ทัล (Neanderthal man) สมมติฐานแรก เชื่อชื่ว่าว่มนุษนุย์ปัย์จปัจุบันบัที่อยู่ใยู่นต่างทวีปวีนั้นนั้มีวิมีวัวิฒวันาการมาจาก H. erectus ที่แพร่กร่ระจายจากแอฟริกริาไปอยู่ตยู่ามที่ต่างๆ เช่นช่ยุโรป เอเชียชีและออสเตรเลีย สมมุติฐานที่2 H.erectusได้แพร่กร่ระจายไปอยู่ตยู่ามที่ต่างๆทั่วโลกแต่ในที่สุดสุก็สูญสูพันพัธุ์ไธุ์ปจนหมด เหลือ เพียพีงกลุ่มลุ่ H. erectus ในแอฟริกริากลุ่มลุ่เดียวเท่านั้นนั้จากนั้นนั้แพร่กร่ระจายออกไปยังยัสถานที่ต่างๆโดย ไม่มีม่กมีารผสมผสานทางเผ่าผ่พันพัธุ์กัธุ์ กับมนุษนุย์โย์บราณที่อพยพมาก่อนหน้าน้นั้นนั้ 5


Mathematics category ซึ่งการกำ เนิดมนุษย์สามารถนำ ไปบูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์ เกี่ยวกับเรื่องความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ (Probability of an event) เช่น การคาดเดาหมู่เลือดของลูกที่จะเกิดในรุ่นถัดไป ซึ่งความน่าจะเป็น หมายถึง ตัวเลขที่แสดงถึงโอกาสของการเกิดสิ่ง ที่เราสนใจ ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อย เพียงใด ความน่าจะเป็นแบบดั้งเดิม (Classical probability) การหาค่าความจะน่าเป็นแบบดั้งเดิมจะเป็นของเหตุการณ์ที่เราสนใจ เป็นการหาค่าสัดส่วนระหว่างจำ นวนวิธี ของเหตุการณ์ที่สนใจกับจำ นวนวิธีทั้งหมดที่สามารถเกิดขึ้นได้ในปริภูมิตัวอย่างซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นเท่า ๆ กัน กำ หนดให้ A แทนเหตุการณ์ใด ๆ ของปริภูมิตัวอย่าง S และ n(A) แทนจำ นวนเหตุการณ์A ที่สนใจ และ n(S) แทนจำ นวนเหตุการณ์ทั้งหมดในปริภูมิตัวอย่าง ดังนั้นความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ A เขียนแทน ด้วย P(A) มีค่า ดังนี้ 6


ตัวอย่าง เช่น พ่อมีหมู่เลือด B แบบ Homozygous และแม่มีหมู่เลือด A แบบ Heterozygous จงหาความน่าจะ เป็นที่ลูกจะเกิดมาเป็นหมู่เลือด B เมื่อเราทำ การหาจีโนไทป์และฟีโนไทป์แล้ว จะได้เป็นโอกาสลูกที่เกิดมาเป็นหมู่เลือด AB B AB B ซึ่งมีอัตราส่วนเป็น 2:2 เมื่อเราได้ข้อมูลว่าหมู่เลือดของลูกที่จะเกิดแล้ว จึงสามารถนำ มาเข้าสูตรของความน่าจะเป็น ได้นั้นก็คือ _2 4 P(A)= ดังนั้นความน่าจะเป็นของลูกที่จะเกิดมาเป็นหมู่เลือด B คือ_2 4 7


เมื่อมื่นำ ไปเข้าข้สูตสูร P(A)=n(A) n(S) หรือการหาความน่าจะเป็นว่า การที่มนุษย์คู่หนึ่งให้กำ เนิดลูก ทำ ให้เกิดยีนเด่นหรือยีนด้อยอย่างไร ตัวอย่างเช่น พ่อตาปกติและแม่ตาปกติแต่เป็นพาหะตาบอดสี จงหาความน่าจะเป็นที่ลูกจะเป็นโรคตาบอดสี จึงทราบได้ว่าโอกาสที่ลูกเกิดมาแล้วเป็นโรคตาบอดสี คือ 1_ 4 8


จากการศึกษาพบว่าว่ มนุษนุย์ใย์นพระสุตสุตันตปิฎปิก มนุษนุย์ แปลว่าว่ผู้มีผู้ จิมีตจิ ใจสูงสูหมายถึงจิตจิดวงแรกที่ ปรากฏขึ้นขึ้ ในครรภ์ของมารดา หลังจากนั้นนั้เจริญริเติบโตคลอดออกมาเป็นป็ทารก เติบโต เป็นป็เด็กด็เป็นป็ผู้ใผู้หญ่ และแก่ชรา ตายจากไป มนุษนุย์ แบ่งบ่ตามเพศมี 2 ลักษณะคือ 1) อิตถี ภาวรูปรูรูปรูที่แสดงว่าว่เป็นป็หญิงญิ 2) ปุริสริภาวรูปรูรูปรูที่แสดงว่าว่เป็นป็ชาย Social category พระพุทธศาสนาได้สด้ะท้อนให้เห้ห็น ห็ ถึงคุณคุค่าของความเป็น ป็ มนุษนุย์ ความ สำ คัญของชีวิชีตวิว่า ว่ กว่า ว่ จะได้อัด้ อัตภาพเป็น ป็ มนุษนุย์นี้ย์ย นี้ ากแสนยาก จิตจิของ มนุษนุย์นั้ย์นนั้ถือว่า ว่ เป็น ป็ ธรรมชาติพิเพิศษ สามารถสร้าร้งคุณคุค่าให้เห้กิดขึ้นขึ้ ได้ เมื่อมื่ จิตจิ ได้รัด้บรัการฝึก อบรม เจริญริคุ้มคุ้ครอง รักรัษา สำ รวมอย่า ย่ งดี จะให้ปห้ระโยชน์ มาก ให้ผห้ลมหาศาล ดังดัพุทธพจน์ที่น์ ที่ ตรัสรัว่า ว่ “จิตจิที่ฝึกดีแดีล้วนำ ความสุขสุมาให้”ห้ ชีวิชีตวิของมนุษนุย์มีย์อมีงค์ประกอบ 2 ประการคือ ร่า ร่ งกายกับจิตจิ ใจ ทั้งทั้ ร่า ร่ งกายและจิตจิ ใจอาศัยซึ่งซึ่กันและกัน ทำ หน้า น้ ที่เพื่อพื่ดำ เนินนิชีวิชีตวิต่อไป หรือรืเรียรีกอย่า ย่ งหนึ่งนึ่ว่า ว่ รูปรูกับนาม ได้แก่ขันขัธ์ 5 คือ รูปรูเวทนา สัญสัญา สังสัขาร และวิญวิญาณ รูปรูคงเป็น ป็ รูปรูเวทนา สัญสัญา สังสัขาร วิญวิญาณ เป็น ป็ นาม และการเกิดเป็น ป็ มนุษนุย์ เป็น ป็ ไปภายใต้กฎแห่ง ห่ กรรม กรรมย่อ ย่ ม จำ แนกสัตสัว์ใว์ห้เ ห้ ลวและประณีตณี 9


ข้อข้มูลอ้างอิง : https://e-thesis.mcu.ac.th/thesis/2833 ส่วส่นด้าด้นจิตจิ ใจ ก็มีส่มีวส่นสำ คัญไม่น้ม่อน้ยไปกว่าว่ทางด้าด้นร่าร่งกาย ต้องได้รัด้บรัการฝึก อบรม เพื่อพื่ ให้จิห้ตจิ ใจเข้มข้แข็งข็มั่นมั่คง เจริญริงอกงามด้วด้ยศีลธรรมและคุณคุธรรม มีเมีมตตา ความรักรัความปรารถนาดี กรุณรุาความสงสาร มุทิตาความเบิกบิบานพลอยยินยิดี และ อุเบกขาความวางเฉย จึงจึจะได้ชื่ด้ ชื่อชื่ว่าว่เป็นป็ผู้ที่ผู้ ที่ มีกมีายพัฒพันาแล้ว มีจิมีตจิพัฒพันาแล้ว มี พัฒพันาการด้าด้นคุณคุธรรม ด้วด้ยการปฏิบัติบั ติจริงริลงมือมืทำ ให้รู้ห้เรู้ห็นห็ ประจักจัษ์ ให้บัห้งบัเกิดผล ประจักจัษ์แก่ชีวิชีตวิและเป็นป็สมาชิกชิที่ดีขดีองสังสัคมตลอดไป 10 ในครรภ์มารดานั้นนั้มีวิมีวัวิฒวันาการจากสัปสัดาห์ที่ห์ ที่ 1 เป็นป็กลละ น้ำ เมือมืกใส มีลัมี ลักษณะเป็นป็ เมือมืกคล้ายเนยใส ขนาดเท่าหยาดน้ำ มันมังา เป็นป็การเริ่มริ่ต้นของกำ เนิดนิชีวิชีตวิมนุษนุย์ มี โครงสร้าร้งกายชีวชีภาพอยู่สยู่ามด้าด้นคือ โครงสร้าร้งร่าร่งกาย โครงสร้าร้งสมอง และโครงสร้าร้ง เพศ จนถึงสัปสัดาห์ ที่ 42 เพราะอาศัยกรรมชวาต ลมเกิดจากกรรม ร่าร่งกายของเด็กด็เปลี่ยน ท่าหันหัเท้าขึ้นขึ้ศีรษะลงคว่ำ และเคลื่อนไปสู่ช่สู่ อช่งกำ เนิดนิทารกก็คลอดออกมาจากครรภ์ มารดา


พระพุทธศาสนาเห็น ห็ ว่าว่อย่าย่งไร ข้อข้มูลในพระไตรปิฎปิก โดยเฉพาะมหาตัณหา สังสัขยสูตสูร ในพระไตรปิฎปิก เล่ม ๑๒ มหานิทนิานสูตสูร ในพระไตรปิฎปิก เล่ม ๑๐ และ อินทกสูตสูร ในพระไตรปิฎปิก เล่ม ๑๕ ให้คำห้ คำตอบว่าว่ความเป็น ป็ มนุษนุย์เย์ริ่มริ่ต้นเมื่อมื่ ปัจจัยจัหรือรืองค์ประกอบแห่งห่การเกิดในครรภ์ ๓ ประการเกิดขึ้นขึ้พร้อร้มกัน ดัง รายละเอียดต่อไปนี้ ๑. มารดาบิดบิาอยู่ร่ยู่วร่มกัน (มาตา-ปิตปิาโร จ สนฺนินฺปนิติตา โหนฺตินฺติ) หมายถึง ร่วร่ม ประเวณีกัน หรือรืมีเมีพศสัมสัพันพัธ์กัธ์ กัน ๒. มารดามีรมีะดู (มาตา จ อุตุนีตุนีโหติ) หมายถึง มีคมีวามพร้อร้มในการตั้งตั้ครรภ์) และ ๓. มีคัมี คันธัพธัพะมาปรากฏ (คนฺธนฺพฺโพ จปจจฺปุฏฐฺิโฐฺิต) หมายถึง มีสัมีตสัว์ผู้ว์จผู้ ะเกิดใน ครรภ์มาเกิดด้วด้ย คันธัพธัพะนี้ไนี้ ด้แด้ก่ปฏิสนธิวิธิญวิญาณ หรือรื ปฏิสนธิจิธิตจินั่นนั่เอง เมื่อมื่มีอมีงค์ประกอบแห่งห่การเกิดในครรภ์ครบทั้งทั้๓ ประการนี้ การถือกำ เนิดนิ ใน ครรภ์จึงจึมีไมีด้ ดังดัที่พระพุทธองค์ทรงอธิบธิายไว้ว่ว้าว่ “ในสัตสัว์โว์ลกนี้ มารดาบิดบิาอยู่ร่ยู่วร่มกัน แต่มารดายังยัไม่มีม่รมีะดู และคันธัพธัพะยังยัไม่ ปรากฏการถือกำ เนิดนิ ในครรภ์จึงจึมีไมีม่ไม่ด้ ในสัตสัว์โว์ลกนี้ มารดาบิดบิาอยู่ร่ยู่วร่มกัน มารดามีรมีะดู แต่คันธัพธัพะยังยัไม่ปม่รากฏ การ ถือกำ เนิดนิ ในครรภ์จึงจึมีไมีม่ไม่ด้ แต่เมื่อมื่ ใด มารดาบิดบิาอยู่ร่ยู่วร่มกัน มารดามีรมีะดู และคันธัพธัพะก็ปรากฏ เมื่อมื่นั้นนั้ เพราะปัจจัยจั๓ ประการประชุมพร้อร้มกันอย่าย่งนี้ การถือกำ เนิดนิ ในครรภ์ จึงจึมีไมีด้”ด้ 11


เอกสาร อ้างอิง ตามหลักลัพระพุทพุธศาสนา ไข่ขข่องแม่แม่ละอสุจิสุขจิองพ่อพ่จัดจัอยู่ใยู่นส่วส่นของวัตวัถุธถุาตุ คือคืธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม เมื่อมื่ถูกถูทำ ให้รห้วมตัวตักันกัจะเกิดกิเป็น ป็ รูปรู (รูปรูขันขัธ์)ธ์คือคืร่าร่งกายและส่วส่นประกอบ ของรูปรูเท่าท่นั้นนั้ ไม่มีม่นมีาม(นามขันขัธ์)ธ์คือคืเวทนา (ความรู้สึรู้กสึสุขสุทุกทุข์)ข์สัญสัญา (ความจำ ได้หด้มาย รู้)รู้สังสัขาร(ธรรมชาติที่ติปที่ รุงรุแต่งต่จิตจิให้คิห้ดคิดี-ดีคิดคิชั่วชั่)และวิญวิญาณ(ผู้รัผู้บรัรู้อรู้ารมณ์)ณ์หรือรืจิตจิ (ผู้ คิดคินึกนึ)ซึ่งซึ่เป็น ป็ ส่วส่นสำ คัญคัที่สุ ที่ ดสุของ สิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิทั้งทั้หลายเพราะการจะมีชีมีวิชีตวิอยู่หยู่รือรืไม่ขึ้ม่นขึ้อยู่กัยู่บกัวิญวิญาณหรือรืจิตจินี้เ นี้ อง วิญวิญาณ หรือรืจิตจิที่ว่ ที่ าว่นี้ สืบสืต่อต่มาจากคันคัธัพธัพะหรือรืปฏิสฏินธิวิธิญวิญาณ ตายเกิดกิตามผลแห่งห่กรรมนั้นนั้ๆนั่นนั่คือคื ในชาติหตินึ่งนึ่ๆเมื่อมื่กายแตกดับดัวิญวิญาณหรือรืจิตจิที่ ยังยัมีกมีรรม จะเคลื่อลื่นออกจากร่าร่งที่แ ที่ ตกดับดันั้นนั้ไปเกิดกิในร่าร่งหรือรืรูปรูอื่นอื่ต่อต่ ไป วิญวิญาณหรือรืจิตจิขณะ เคลื่อลื่นออกจาก ร่าร่งเดิมดิเรียรีกว่าว่จุติจุวิติญวิญาณหรือรืจุติจุจิติตจิและขณะหยั่งยั่ลงสู่ท้สู่ อท้งมารดา เรียรีกว่าว่ ปฏิสฏินธิวิธิญวิญาณหรือรื ปฏิสฏินธิจิธิตจิที่ใที่ ช้คำช้ คำ “ขณะ” เพราะตามหลักลัสันสัตติ (การต่อต่ เนื่อนื่ง) ของพระพุทพุธศาสนา ถือถืว่าว่ทุกทุสิ่งสิ่มีกมีารเปลี่ย ลี่ นแปลงทุกทุขณะ วิญวิญาณหรือรืจิตจิก็มีก็ มี การเปลี่ย ลี่ นแปลง คือคืเกิดกิขึ้นขึ้ตั้งตั้อยู่ และดับดัไป แล้วล้เกิดกิขึ้นขึ้ตั้งตั้อยู่แยู่ละดับดัไปอีกอีถ้าถ้ยังยัมีเมีหตุ ปัจปัจัยจัให้เห้กิดกิ 12


หมวดภาษาไทย ในเรื่อรื่งของการกำ เนิดนิมนุษนุย์นั้ย์นนั้ก็ยังยัสามารถนั้นนั้ ไปเชื่อชื่มโยงเกี่ยวกับเรื่อรื่งของ การกำ เนิดนิมนุษนุย์ใย์นทางพระพุทธศาสนาและเรื่อรื่งของมงคลสูตสูรคำ ฉันท์หรือรืหลัก มงคล 38 ในเรื่อรื่งของการดำ รงชีวิชีตวิและการพัฒพันาตนเองตามหลักมงคลชีวิชีตวิ ในเรื่อรื่งของมงคลสูตสูรคำ ฉันท์หรือรืหลักมงคล 38 จะเกี่ยวข้อข้งกับการทำ ความดีทำดี ทำ ในสิ่งสิ่ที่ดี การศึกษาตามหลักมงคลชีวิชีตวิ ให้เห้ข้าข้ใจง่าย เราต้องมองภาพรวมของมงคลสูตสูรให้เห้ข้าข้ใจว่าว่พระสัมสัมาสัมสัพุทธเจ้าจ้ทรงได้จัด้ดจัลำ ดับดัหมวดหมู่ไมู่ว้อว้ย่าย่งเป็นป็ระบบ เรียรีงลำ ดับดัจากง่าย ไปหายาก สามารถนำ มาปฏิบัติบั ติได้ตด้ามลำ ดับดัมงคลเปรียรีบเสมือมืนการขึ้นขึ้บันบั ไดที่ละขั้นขั้ จนถึงขั้นขั้สูงสูสุดสุ มงคลสูตสูรทั้งทั้ 38 ข้อข้นั้นนั้แบ่งบ่ ได้เด้ป็นป็ 10 หมู่ มงคลเป็นป็เรื่อรื่งของการครองตน ครองชีวิชีตวิ ให้มีห้คมีวามเจริญริก้าวหน้าน้ ทั้งทั้ทางโลกและทางธรรม รวมถึงสามารถนำ ไปใช้คช้รอบคลุมลุถึงกา รพันพัา ปรับรั ปรุงรุองค์กรด้าด้นธุรกิจสังสัคม การเมือมืงการปกครอง ให้ เจริญริก้าวหน้าน้ประสบผลสำ เร็จร็ 13


5 หมู่แมู่รกเป็นป็ข้อข้ ปฏิบัติบั ติในการพัฒพันาชีวิชีตวิ 5 หมู่หมู่ลัง เป็นป็การฝึกใจโดยตรง เมื่อมื่เราปฏิบัติบั ติามหลักมงคลทั้งทั้ 10 หมู่แมู่ล้ว เราก็สามารถพัฒพันาตนเองจนบรรลุคลุวาม เจริญริก้าวหน้าน้ทั้งทั้ 3 ระดับดัคือ ความเจริญริก้าวหน้าน้ในโลกนี้ ในโลกหน้าน้และการบรรลุ มรรคผลนิพนิพาน หมวดหมู่ของมงคล 38 14 มงคลหมู่ที่ 1 ฝึกให้เป็นคนดี มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล มงคลที่ 2 คบบัณฑิต มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง มงคลที่ 4 อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน มงคลที่ 6 ตั้งตนชอบ


15 มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์ มงคลที่ 7 เป็นพหูสูต มงคลที่ 8 มีศิลปะ มงคลที่ 9 มีวินัย มงคลที 10 มีวาจาสุภาษิต มงคลหมู่ที่ 4 บำ เพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว มงคลที่ 11 บำ รุงบิดามารดา มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร มงคลที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา(สามี) มงคลที่ 14 ทำ งานไม่คั่งค้าง มงคลหมู่ที่ 5 บำ เพ็ญประโยชน์ต่อสังคม มงคลที่ 15 บำ เพ็ญทาน มงคลที่ 16 ประพฤติธรรม มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ มงคลที่ 18 ทำ งานไม่มีโทษ


16 มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียม ภาพใจให้พร้อม มงคลที่ 19 งดเว้นจากบาป มงคลที่ 20สำ รวมจากการดื่มน้ำ เมา มงคลที่ 21 ไม่ประมาทในธรรม มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว มงคลที่ 22 มีความเคารพ มงคลที่ 23 มีความถ่อมตน มงคลที่ 24 มีความสันโดษ มงคลที่ 25 มีความกตัญญู มงคลที่ 26 ฟังธรรมตามกาล มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัวให้เต็มที่ มงคลที่ 27 มีความอดทน มงคลที่ 28 เป็นคนว่าง่าย มงคลที่ 29 เห็นสมณะ มงคลที่ 30 สนทนาธรรมตามกาล


ข้อข้มูลอ้างอิง :http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail .php?page=2536 17 มงคลหมู่ที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำ จัดการให้สิ้นไป มงคลที่ 31 บำ เพ็ญตบะ มงคลที่ 32 ประพฤติพรหมจรรย์ มงคลที่ 33 เห็นอริยสัจ มงคลที่ 34 ทำ พระนิพพานให้แจ้ง มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฏิบัติจนหมดกิเลส มงคลที่ 35 จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม มงคลที่ 36 จิตไม่โศก มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี มงคลที่ 38 จิตเกษม มนุษนุย์มีย์มมีาแต่นั้นนั้ยาวนาน เปรียรีบว่าว่สัตสัว์ถืว์ ถือพาน เท่านั้นนั้ มีกมีารยุ่งยุ่ชิงชิลาน เป็นป็ ใหญ่ มีกมีารแบ่งบ่ของชนชั้นชั้แต่นั้นนั้มาตลอด กลอนโคลงสี่สุ สี่ ภ สุ าพเกี่ยวกับ การกำ เนิดนิมนุษ นุ ย์


สรุป 18 ในพุทพุธศาสนา, มุมมุมองเกี่ยกี่วกับกัการกำ เนิดนิมนุษนุย์แย์ละความเกี่ยกี่วข้อข้งกับกัสังสัสารวัฒวันธรรมมีลัมีกลัษณะเฉพาะตามหลักลัสูตสูรธรรมะของพุทพุธศาสนา ภาษา สันสัสกฤต,หรือรื"ไพฑูรฑูย์"ย์มีบมีทที่กที่ล่าล่วถึงถึเรื่อรื่งนี้ภาษาสันสัสกฤตนี้ถืนี้อถืเป็นป็คำ สอนที่พที่ระพุทพุธเจ้าจ้พูดพูหรือรืสอนให้ลูห้กลูศิษศิย์โย์ดยตรง. การกำ เนิดนิมนุษนุย์ใย์นพุทพุธศาสนา,มนุษนุย์ถืย์อถืเป็นป็มีสัมีงสัขารที่ปที่ระกอบด้วด้ยคำ พูดพู (วาจา),การกระทำ (กิจกิ),และความคิดคิ (จิตจิ).การกำ เนิดนิมนุษนุย์มีย์ต้มีนต้กำ เนิดนิจากกรรม และกรรมนี้จนี้ะส่งส่ผลต่อต่ชีวิชีตวิของมนุษนุย์สย์าเหตุขตุองความทุกทุข์:ข์ พุทพุธศาสนาสร้าร้งมุมมุมองที่เที่น้นน้การเข้าข้ใจและต่อต่มาการทำ ลายความทุกทุข์.ข์ความทุกทุข์ถืข์อถืเป็นป็สิ่งสิ่ที่ปที่ระพฤติใตินวงจรของชีวิชีตวิและการเกิดกิเป็นป็ผลมาจากการที่ มนุษนุย์ยัย์งยัไม่รู้ม่จัรู้กจัความจริงริ. ทฤษฎีกฎีารสร้าร้งความสุขสุ :ทางพุทพุธศาสนาเน้นน้การปฏิบัฏิติบัธติรรมและทางสุดสุท้าท้ยของมนุษนุย์คืย์อคืการบรรลุนิลุพนิพาน (นิพนิพานะ) หรือรืสุขสุที่สที่มบูรบูณ์แณ์บบ. การปฏิบัฏิติบั ติ ทางธรรมจะช่วช่ยลดความทุกทุข์แข์ละสร้าร้งความสุขสุ . วิธีวิกธีารดำ เนินนิชีวิชีตวิ:การปฏิบัฏิติบัธติรรม, การพัฒพันาจิตจิใจ, และการให้คห้วามรู้ถืรู้อถืเป็นป็วิธีวิกธีารในการพัฒพันาตนเองในทางที่ดีที่ .ดีการเรียรีนรู้แรู้ละฝึกฝึปฏิบัฏิติบัทติางธรรมถือถื เป็นป็การผ่อผ่นคลายที่สำที่สำคัญคั . การมอบโอกาสแก่มก่นุษนุย์:ย์พุทพุธศาสนาเน้นน้การมอบโอกาสแก่มก่นุษนุย์ใย์นการพัฒพันาตนเองโดยไม่มีม่กมีารเน้นน้บทบาทของเจ้าจ้นายหรือรืผู้อำผู้ อำนวย. พุทพุธศาสนาเน้นน้การปฏิบัฏิติบัธติรรม,การเข้าข้ใจความจริงริ,และการพัฒพันาจิตจิใจเพื่อพื่ลดความทุกทุข์แข์ละบรรลุคลุวามสุขสุที่แที่ท้จท้ริงริ การกำ เนิดนิมนุษนุย์เย์ป็นป็เรื่อรื่งที่ศาสนาและวัฒวันธรรมต่าง ๆ มีมุมีมุมองและนิยนิามที่แตกต่างกันไป ต่อไปนี้คื นี้ คือสรุปรุของเรื่อรื่งนี้ในี้ นแง่มุมต่าง ๆ SocialCategory ทฤษฎีวิฎีวัวิฒวันาการ:ตามทฤษฎีขฎีองชาร์ลร์ส์ดาร์วิร์นวิมนุษนุย์พัย์ฒพันาขึ้นขึ้มาจากการวิวัวิฒวันาการของสิ่งสิ่มีชีมีวิชีตวิ,ไม่ไม่ด้ถูด้กถูสร้าร้งขึ้นขึ้มาจากต้นต้ตำ รับรัหรือรืการ สร้าร้งโดยพระเจ้าจ้. ทฤษฎีบิ๊ฎีกบิ๊แบง:ตามทฤษฎีนี้ฎี,นี้ชีวิชีตวิกำ เนิดนิมาจากสภาพแวดล้อล้มที่เที่หมาะสมโดยมีกมีารสุ่มสุ่ สลับลัของเอาจริงริและการเลือลืกตัวตัที่เที่หมาะสม. Science Category MathematicsCategory ในมุมมุมองของคณิตณิศาสตร์นั้ร์นนั้เกี่ยกี่วข้อข้งกับกัความน่าน่จะเป็็นของเหตุกตุารณ์ใณ์ดเหตุกตุารณ์หณ์นึ่งนึ่เช่นช่การหาความน่าน่จะเป็นป็ของลูกลูที่จที่ะเกิดกิว่าว่เป็นป็เลือลืด หมู่ใมู่ดมียีมีนยีด้อด้ยเป็นป็อย่าย่งไรและสามารถนำ มาเข้าข้สูตสูร ThaiCategory ในเรื่อรื่งของมงคลสูตสูรคำ ฉันท์หรือรืหลักมงคล 38 จะเกี่ยวข้อข้งกับการทำ ความดีทำดี ทำ ในสิ่งสิ่ที่ดี มงคลเป็นป็เรื่อรื่งของการครองตน ครองชีวิชีตวิ ให้มีห้คมีวามเจริญริก้าวหน้าน้ทั้งทั้ทางโลกและทางธรรม รวมถึงสามารถนำ ไปใช้คช้รอบคลุมลุถึงการพันพัาปรับรั ปรุงรุองค์กรด้าด้นธุรกิจสังสัคม การเมือมืงการปกครอง ให้เห้จริญริก้าวหน้าน้ประสบผลสำ เร็จร็


ข้อข้มูลอ้างอิง : https://il.mahidol.ac.th/e-media/150charles-darwin/Less8_1.html ข้อข้มูลอ้างอิง : https://e-thesis.mcu.ac.th/thesis/2833 เอกสาร อ้างอิง หมวดภาษาไทย ข้อข้มูลอ้างอิง :http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail .php?page=2536 ข้อมูลอ้างอิง 19 Science category Mathematics category เอกสารอ้างอิง Social category


ผู้จัดทำ 1. 2. 3. 4. นางสาวอนงคณา นายณัฐ ณั วุฒิ ฒิ นางสาวลลิตา นางสาวพนิดา นายรวีโวี รจน์ 5. ศรีแ รี ก้ว ม.4/2 เลขที่ 5 เข้า ข้ ครอง ม.4/2 เลขที่ 6 เเสงสว่า ว่ ง ม.4/2 เลขที่ 7 ช่า ช่ งเรือ รื งกูล กู ม.4/2 เลขที่ 8 ชัย ชั สิทสิธิ์ ม.4/2 เลขที่ 12


การกำ เนิดนิมนุษนุย์ ตามหลัก วิทวิยาศาสตร์คร์ณิตณิศาสตร์ สังสัคมศึกษา เเละ ภาษาไทย มีกมีารวิ เคราะห์เห์เละกล่าวถึงความเป็น ป็ มา อย่า ย่ งไรเเตกต่างกันอย่า ย่ งไรด้า ด้ น ไหนที่เป็น ป็ ความจริงริ


Click to View FlipBook Version