The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เรื่องน้ำตาเทียนรีไซเคิล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

โครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เรื่องน้ำตาเทียนรีไซเคิล

โครงงานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เรื่องน้ำตาเทียนรีไซเคิล

ผจู้ ดั ทำโครงงำน
นักเรยี นชนั้ อนุบำลปี ที่ 1 – 3

ครทู ่ีปรึกษำ
นำงสำวอญั ชนำ ธะนะกลู

โรงเรียนบ้ำนนำงำม
ตำบลขำมป้อม อำเภอสำโรง จงั หวดั อบุ ลรำชธำนี
โครงการบสา้ ำนนนักักวิทงยำานศาเสขตตร์นพ้อยื้นปทรี่ะกเทำศรไศทยกึ ปษีกำารปศรกึ ษะาถ2ม56ศ2ึกนษางำสอาวบุอญั ลชรนำาชธะธนำะนกลู ี เคขรตูประ๔จำชน้ั อนุบาลปที ี่ 1-3

โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

ชอื่ โครงงาน น้ำตาเทยี นรไี ซเคิล
ผจู้ ดั ทำโครงงาน นกั เรียนชั้นอนบุ าลปีท่ี 1 – 3 โรงเรยี นบ้านนางาม
สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4
ครทู ปี่ รกึ ษา นางสาวอัญชนา ธะนะกลู
ระยะเวลาในการจดั ทำ 17 กุมภาพนั ธ์ - 13 มีนาคม 2563

ทม่ี าของโครงงาน

จากการทดลอง เรือ่ ง งูเตน้ ระบำ หน่ึงในอุปกรณ์การทดลองนั้น มเี ทียนไขใชใ้ นการทดลอง เม่อื เทียน
โดยความรอ้ นจะละลายและมีนำ้ ตาเทยี นไหลออกมา แลว้ เกิดการแขง็ ตวั จงึ ทำให้เด็กๆสงสัยว่า ถ้าเราจะเอาน้ำ
ทีไ่ หลออกจากเทียน (นำ้ ตาเทยี น) มาทำเทยี นใชไ้ ดอ้ กี ไหม

ขน้ั ท่ี 1 ตง้ั คำถามทอี่ ยากรู้ ( 17 - 19 กุมภาพันธ์ 2563 )

จากการทดลองงูเต้นระบำ เด็กและครูร่วมกันสนทนา โดยคุณครูกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยคำถาม
“เด็ก ๆ มขี ้อสงสัย หรือมคี ำถามท่อี ยากรูเ้ พมิ่ เติมจากการทดลองงเู ตน้ ระบำหรือไม่ เด็ก ๆ ยกมอื แล้ว ถาม
คำถามดงั นี้

โบว์ : ทำไมมีนำ้ ไหลออกจากเทยี นคะ
อารม์ : ถา้ เราจะเอานำ้ ที่ไหลออกจากเทียนมาทำเทยี นใชไ้ ด้อกี ไหมครบั
เปยี : เราสามารถเอาเทยี นมาระบายสีไดไ้ หมคะ
นนุ่ : ทำไมน้ำทไี่ หลออกจากเทียนแลว้ ถึงกลับไปแขง็ คะ
อั้ม : ทำไมเทยี นสขี าวหอมกว่าเทยี นสีเหลืองคะ
เดก็ และครูสนทนาร่วมกันถงึ ประเดน็ คำถามและลงความคดิ เหน็ ในการเลือกขอ้ คำถามทีจ่ ะทำการ
ทดลอง โดยใหเ้ ดก็ ๆ ปั้มสญั ลกั ษณ์ของตนเองลงไปในข้อคำถามท่ีตนเองสนใจ ดงั ภาพตอ่ ไปนี้

เดก็ และครูรว่ มกนั สนทนาถงึ ประเดก็ ขอ้ เดก็ เลอื กคาถามโดยปัม้ สญั ลกั ษณ์ของ
คาถาม ตนเองใหต้ รงกบั ขอ้ คาถามทต่ี นเองสนใจ

โครงการบ้านนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปกี ารศกึ ษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกลู ครปู ระจำช้นั อนุบาลปีที่ 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

เดก็ และครรู ่วมกนั สนทนาถึงประเด็นขอ้ คำถามท่ีเดก็ เลือกมากที่สุด 2 คำถาม
โดยใหเ้ ด็กช่วยกนั นับและเขยี นสรุปจำนวนด้วยตนเอง โดยคณุ ครเู ปน็ ผแู้ นะนำ

จากน้ันเลือกคำถามท่เี ด็กสนใจมากทส่ี ดุ จากภาพซ่ึงเปน็ คำถามท่ี 2 ถ้าเราเอานำ้ ท่ไี หลออกจากเทยี น
มาทำเทยี นใชอ้ ีกคร้ังไดไ้ หม เปน็ คำถามที่เดก็ สนใจและอยากทดลองมากทีส่ ุด

คำถำมท่ี 1 ถ้ำเรำเอำน้ำท่ีไหลออกจำกเทียนมำทำเทียนใช้อีกครงั้ ได้
ไหม

จดุ ประสงค์

เพ่อื ศกึ ษา ทดลอง การนำน้ำตาเทียนมาทำเทียนใช้อีกครง้ั ได้หรือไม่

ขน้ั ที่ 2 รวบรวมความคดิ และขอ้ สนั นษิ ฐาน ( 15 กุมภาพันธ์ 2563 )

เดก็ และครรู ่วมกนั สนทนาโดยครใู ช้คำถามท่เี ดก็ ๆ สงสยั กระตนุ้ ให้ทราบถึงประสบการณ์เดมิ ของ
เดก็ เกีย่ วกับเทยี นไข ดงั นี้ “ถ้าเราเอานำ้ ท่ไี หลออกจากเทียนมาทำเทียนใช้อีกครง้ั ไดไ้ หม”และให้เด็กสงั เกต
นำ้ ตาเทยี น โดยใช้ประสาทสัมผสั ทัง้ 5 เด็ก ๆ ตงั้ ขอ้ สันนิษฐานดงั นี้

อุ่น : ทำได้คะ่ เราตอ้ งเอามาปัน้ ใหม่
ไอซ์ : ทำได้คะ่ ต้องเอาไปต้ม แล้วทำให้เปน็ เส้นยาว ๆ
เปีย : เราเอาน้ำตาเทียนมาตำให้ละเอียด ผสมกบั กาวแลว้ ปั้นค่ะ
โบว์ : ตอ้ งต้มแล้วเทใสห่ ลอดยาว ๆ ถอดออกมามันจะไดเ้ หมือนเทียนค่ะ
เนย : เอาไปแช่นำ้ ให้ละลายกอ่ น

โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปกี ารศกึ ษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครปู ระจำชนั้ อนุบาลปที ่ี 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

เดก็ สงั เกตน้าตาเทยี น โดยใชป้ ระสาทสมั ผสั ทงั้ 5
จากข้อสนั นิษฐานของเดก็ ๆ เดก็ และครรู ว่ มกนั สรุปถงึ วิธกี ารท่ีจะทำใหน้ ้ำตาเทียนกลายเปน็ เทียนที่
สามารถใชไ้ ด้อกี ครัง้ หน่ึง โดยใหเ้ ด็กเลอื กจากส่งิ ที่เพือ่ นนำเสนอมาและสนใจที่จะทำการทดลองซ่ึงเด็กได้เลือก
วิธีการดังนี้
1. การนำไปตม้ แล้วเทใส่หลอด
2. การนำไปตำแลว้ ผสมกาว
จากนัน้ แบ่งเด็กออกเป็น 2 กลมุ่ เพื่อทำการทดลองจากข้อสนั นิษฐานของเดก็ ๆ ตามวิธที ่ีเดก็ เลือก

เดก็ และครรู ่วมกนั สนทนาถงึ ประสบการณเ์ ดมิ ของเดก็ เกย่ี วกบั เทยี น

โครงการบ้านนกั วทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกูล ครปู ระจำชน้ั อนุบาลปีท่ี 1-3
โรงเรียนบา้ นนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

จากการสนทนาระหวา่ งเดก็ และครูทำใหไ้ ด้รู้ถึงประสบการณเ์ ดิมของเด็กเกย่ี วกับเทยี นและสิ่งที่เดก็
อยากรู้ดังน้ี

ประสบการณ์เดมิ ของเดก็
พลอย : หนูเคยเหน็ เทียนที่เขาจุดท่วี ัด มนั มีนำ้ ไหลออกมาเยอะมากค่ะ
นุน่ : คุณแม่บอกว่านำ้ เทียนที่หยดมาใหมๆ่ จะร้อนถา้ จบั ทำใหม้ ือเป็นแผลค่ะ
อั้ม : หนูเคยจบั นำ้ เทยี นทม่ี นั ไหลออกมารอ้ นมากคะ่
ไอซ์ : ตอนนำ้ เทียนมนั กำลังจะแหง้ มันจะนมุ่ ๆ ครับ
เปีย : ทีบ่ ้านหนูจดุ เทยี นตอนไฟดับค่ะ
โบว์ : หนูเห็นเทียนใหญ่ ๆ ที่ท่งุ ศรเี มอื งค่ะ หนูไปเทีย่ วกบั แมม่ า

สง่ิ ทเ่ี ดก็ อยากรู้
- จะเอาน้ำเทยี นมาทำเทียนไดอ้ กี ไหม
- จะทำเทียนได้อย่างไร
- จะทำอย่างไรให้เทียนจุดได้
- เทียนมีก่แี บบ
- ประโยชนแ์ ละโทษของเทยี น

โครงการบา้ นนกั วิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครปู ระจำชั้นอนุบาลปีท่ี 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

ขน้ั ท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารสบื เสาะ ( 20 - 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 )

เดก็ และครรู ว่ มกันสนทนาถงึ ประเด็นคำถามท่ีเด็ก ๆ สงสยั ว่า “ ถา้ เราเอานำ้ ทไ่ี หลออกจากเทียนมา
ทำเทียนใช้อกี ครง้ั ได้ไหม ” ให้แตล่ ะกลุม่ คิดหาคำตอบซึง่ เด็กไดเ้ ลือกวธิ ีการไปถามครูวิทยาศาสตร์และวิธีการ
สบื คน้ จากอนิ เทอร์เน็ต แล้วดำเนนิ การทดลองหาคำตอบท่ีแท้จรงิ ดว้ ยตนเองนอกจากนี้ เดก็ ยังไดส้ ืบค้นความรู้
และได้ลงมอื ทดลองด้วยตนเอง

กลมุ่ ที่ 1 การนำไปต้มแลว้ เทใสห่ ลอด (สืบค้นจากอนิ เทอรเ์ นต็ )

เดก็ ๆ สบื คน้ ขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ น็ตและบนั ทกึ ขอ้ มูลโดยการวาดภาพ

โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปกี ารศึกษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกลู ครปู ระจำชัน้ อนบุ าลปีที่ 1-3
โรงเรยี นบ้านนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

กลมุ่ ท่ี 2 การนำไปตำแลว้ ผสมกาว (ไปถามครวู ิทยาศาสตร)์

เดก็ ๆ สอบถามวธิ กี ารทาเทยี นกบั คณุ ครวู ทิ ยาศาสตรป์ ระจาโรงเรยี นและบนั ทกึ ขอ้ มลู โดยการวาด
ภาพ

หลงั จากได้ไปสอบถามครวู ทิ ยาศาสตร์ และสืบค้นจากอินเทอรเ์ น็ตแล้วครูใช้คำถามกระตุ้นเดก็ วา่
“เราจะใช้อปุ กรณอ์ ะไรในการทดลองบา้ ง”เด็ก ๆ ชว่ ยกนั ตอบอุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการทดลอง ดังนี้

1. กระทะ 2. ขาต้งั เตา
3. หลอด 4. ช้อน
5. นำ้ ตาเทียน 6. ครกและสาก
7. กาว 8. ไมบ้ รรทัด
9. เชอื กสีขาว 10. ดนิ นำ้ มนั

โครงการบา้ นนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปีการศกึ ษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกูล ครปู ระจำช้ันอนบุ าลปที ี่ 1-3
โรงเรียนบา้ นนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

เด็กและครูรว่ มกันลงความเห็นตามทวี่ างแผนไว้ จงึ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เตรียมการทดลองตามท่วี างแผน
โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มเตรยี มวัสดุอุปกรณเ์ พื่อใช้ในการทดลองของกลุ่มตนเอง

ครู : แตล่ ะกลุ่มได้อุปกรณ์ครบแล้วเด็ก ๆ จะทำยงั ไงต่อคะ
เด็ก : ทดลองเลยคะ่ / ครบั
ครู : เริม่ จากทำอะไรกอ่ นคะ

กลมุ่ ที่ 1 การนำไปต้มแลว้ เทใส่หลอด
โบว์ : ใส่น้ำตาเทียนในกระทะ 2 ช้อนโตะ๊ คะ่
ไอซ์ : แลว้ ต้ม 1 นาทีครับ
เนย : น้ำตาเทียนละลายแล้วเทใส่หลอดค่ะ
อารม์ : ใสด่ ้ายสขี าวไปในหลอดครบั

กลมุ่ ที่ 2 การนำไปตำแลว้ ผสมกาว
เปีย : ตำนำ้ ตาเทียนให้ละเอียดค่ะ
อั้ม : ผสมกับกาวแลว้ ป้ันใหแ้ บน ๆ คะ่
อุน่ : ใส่ด้ายขาวแล้วปัน้ ใหย้ าว ๆ คะ่
ครู : เม่ือทดลองเสร็จเราจะมวี ธิ บี ันทึกผลอย่างไรบ้างคะ
โบว์ : วาดรูปค่ะ
น่นุ : ถ่ายรูปไว้คะ่
เปีย : เขยี นบันทกึ ค่ะ

โครงการบ้านนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกลู ครูประจำชน้ั อนุบาลปที ่ี 1-3
โรงเรียนบา้ นนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

ขนั้ ท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย ( 24 – 28 กุมภาพนั ธ์ 2563 )

เด็กแต่ละกลุ่มนำวัสดุอุปกรณ์มาทำการทดลอง โดยครูให้เด็กทดลองทีละกลุ่ม แต่ละกลุ่มสังเกต
เปรียบเทียบการเปล่ียนแปลงของนำ้ ตาเทียน จากนั้นให้เด็ก ๆ แตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันบนั ทกึ ผลการทดลอง พร้อม
นำเสนอหน้าชน้ั เรยี น

กลุ่มที่ 1 นำไปต้มแลว้ เทใส่หลอด (สืบค้นจำก
อินเทอรเ์ น็ต)

วสั ดุ / อปุ กรณ์การทดลอง เดก็ ตงั้ ขอ้ สนั นิษฐานกอ่ นการทดลอง

เดก็ ทดลองตม้ น้าตาเทยี นโดยใชจ้ บั เวลาได้ 1 นาที พบว่าน้าตาเทยี นละลายหมด
โดยมคี วามรอ้ น 80 องศาเซลเซยี ส

ตกั น้าเทยี นใสห่ ลอด นาเชอื กสขี าวใส่

โครงการบา้ นนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปกี ารศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครปู ระจำชนั้ อนุบาลปที ่ี 1-3
โรงเรยี นบ้านนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

กลมุ่ ท่ี 1 นำไปต้มแลว้ เทใส่หลอด (สืบค้นจำกอินเทอรเ์ น็ต)
(ต่อ)

เดก็ ๆ ชว่ ยกนั แกะเทยี นออกจากหลอด เดก็ ทดลองจดุ เทยี นทท่ี าจากน้าตาเทยี น

ผลงานทส่ี าเรจ็

โครงการบา้ นนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปกี ารศกึ ษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกลู ครูประจำชนั้ อนุบาลปที ี่ 1-3
โรงเรียนบ้านนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

กล่มุ ท่ี 2 กำรนำไปตำแล้วผสมกำว (ไปถำมครู
วิทยำศำสตร)์

วสั ดุ / อุปกรณ์การทดลอง เดก็ ๆ ชว่ ยกนั ตาน้าตาเทยี นโดยใส่น้าตาเทยี น 2 ชอ้ น

ใส่กาว 1 ชอ้ น เดก็ ๆ ชว่ ยกนั ปั้นและสงั เกต
เทยี น

เดก็ วดั ความยาวของเทยี น ผลงานทส่ี าเรจ็

โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศกึ ษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกลู ครปู ระจำช้ันอนุบาลปที ่ี 1-3
โรงเรียนบ้านนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

ขน้ั ที่ 5 บนั ทกึ ขอ้ มลู ( 28 กุมภาพนั ธ์ 2563 )

เดก็ แต่ละกลมุ่ บนั ทึกผลการทดลองโดยร่วมกนั วาดและเขยี นบนั ทกึ การทดลอง
1. ครูใหเ้ ด็กแต่ละกลุม่ ไปหยิบอุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการบันทกึ ด้วยตนเอง
2. เดก็ แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน

กล่มุ ที่ 1 นำไปต้มแลว้ เทใส่หลอด (สืบค้นจำก
อินเทอรเ์ น็ต)

เดก็ ๆ ช่วยกนั บนั ทกึ การทดลอง เดก็ ๆ ช่วยกนั บนั ทกึ การทดลองกอ่ น
และหลงั การทดลองทส่ี าเรจ็ โดยวธิ กี าร

ตม้

เดก็ ๆ นาเสนอผลงงาน

โครงการบ้านนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปกี ารศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครูประจำชน้ั อนบุ าลปที ี่ 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

กลุม่ ที่ 2 กำรนำไปตำแล้วผสมกำว (ไปถำมครวู ิทยำศำสตร)์
(ต่อ)

การบนั ทกึ การทดลอง โดยใช้ การบนั ทกึ ก่อนและหลงั
วธิ กี ารปัน้ แลว้ ใสก่ าว ทดลอง โดยใชว้ ธิ กี ารตาแลว้

ใสก่ าว

เดก็ นาเสนอผลงงาน

โครงการบา้ นนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศกึ ษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกลู ครปู ระจำช้ันอนบุ าลปีที่ 1-3
โรงเรยี นบ้านนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

ขนั้ ท่ี 6 สรปุ และอภปิ รายผล ( 28 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 )

ครูและเด็กร่วมกันสนทนาถึงประเด็นคำถามที่เด็กอยากรู้ว่า “ถ้าเราเอาน้ำที่ไหลออกจากเทียน
มาทำเทียนใช้อีกครั้งได้ไหม” จากผลการทดลองสรุปได้ว่า การนำน้ำตาเทียนมาทำเทียนใช้อีกครั้งหนึ่งน้ัน
ทำได้โดยวธิ ีการนำนำ้ ตาเทียนไปต้ม ส่วนการนำไปตำแล้วผสมกาวนนั้ ไมส่ ามารถตง้ั และจุดไฟได้

เดก็ ๆ แตล่ ะกลุม่ รว่ มกันทบทวนการทดลองทง้ั แบบใช้วิธีการต้มน้ำตาเทียนและแบบตำแลว้ ผสมกาว
โดยให้ตัวแทนออกมาเลา่ ถึงวิธีการทดลอง และบอกผลการทดลองของแต่ละกลุ่มวา่ เป็นอย่างไร ครูกระตุ้นเด็ก
ด้วยคำถาม

ครู : จากผลการทดลองวิธีการทดลองไหนบ้างที่ทำเทียนใช้ได้อกี คร้ังคะ
โบว์ : วิธกี ารเอาน้ำตาเทียนไปตม้ ค่ะ เพราะมันตั้งไดแ้ ละตดิ ไฟได้ค่ะ
เนย : เราเอาไปต้มกอ่ นแล้วเอามาเทใสห่ ลอดเปน็ พิมพ์เหมือนเทียน เมื่อเทยี นแขง็ ตัวคอ่ ย ๆ แกะ

จากแบบพมิ พ์ค่ะ ถ้าแกะไมด่ ีมนั จะแตก
ครู : นอกจากนี้เด็ก ๆ ทดลองด้วยวิธไี หนอกี คะ
เปีย : หนทู ำวิธกี ารตำแลว้ ผสมกบั กาวคะ่
อั้ม : หนูป้ันๆ กบั เชอื กใหเ้ ปน็ ยาวๆ คะ่ แต่มนั ต้งั ไมไ่ ด้ มันกจ็ ดุ ไม่ไมไ่ ดด้ ว้ ยคะ่

เพราะมันไมเ่ กาะกันเป็นยาวๆ เหมือนเทยี นคะ่

นาเทยี นทท่ี ดลองทงั้ 2 วธิ มี าเปรยี บเทยี บและวดั ความ
ยาว

จากนั้นเด็กและครจู ึงนำเทียนทัง้ สองแบบมาสรุปและเปรียบเทียบรว่ มกันว่าถ้าอยากใช้น้ำตาเทียน
มาทำเทียนใช้อีกครัง้ ต้องนำไปต้มเมื่อนำ้ ตาเทียนโดนความร้อนเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว แล้วเทใส่หลอด
เมื่อเทียนโดนอากาศที่เย็นลงน้ำตาเทียนจะเปล่ียนสถานะเป็นของแข็ง เพราะหลอดมีลักษณะคล้ายกับ
รปู ทรงเดิมของเทยี นและสามารถต้ังได้ มขี นาดท่ียาวกวา่ การทำเทียนดว้ ยวธิ กี ารตำแล้วผสมกาว ส่วนวธิ กี ารตำ
แล้วผสมกาวนน้ั ไม่สามารถทำเทียนข้ึนมาใช้ใหมไ่ ด้น้ัน เนือ่ งจากกาวไม่สามารถยึดติดเทยี นให้ติดกันได้ เพราะ
ในกาวมสี ่วนผสมของน้ำ เทียนและนำ้ ไมส่ ามารถรวมตัวกนั ได้จึงไมส่ ามารถทำเทียนใช้ไดอ้ ีกครัง้

โครงการบา้ นนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกลู ครปู ระจำช้นั อนุบาลปีที่ 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

คำถำมท่ี 2 เรำสำมำรถเอำเทียนมำระบำยสีไดไ้ หม

ขน้ั ที่ 1 ตง้ั คำถามทอ่ี ยากรู้ ( 2 - 4 มนี าคม 2563 )

จากที่เด็กได้ทำการทดลองและเรียนรู้แล้ววา่ ถ้าอยากใช้น้ำตาเทียนมาทำเทียนใช้อีกครัง้ ต้องนำไป
ต้มเมื่อน้ำตาเทียนโดยความร้อนเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว แล้วเทใส่หลอด เมื่อเทียนโดยอากาศที่เย็นลง
นำ้ ตาเทยี นจะเปลีย่ นสภาพเป็นของแขง็ เพราะหลอดมีลกั ษณะคลา้ ยกบั รปู ทรงเดมิ ของเทียนและสามารถต้ังได้
มีขนาดที่ยาวกว่าการทำเทียนด้วยวิธีการตำแล้วผสมกาว ส่วนวิธีการตำแล้วผสมกาวนั้นไม่สามารถทำเทียน
ข้ึนมาใชใ้ หมไ่ ดน้ น้ั เนื่องจากกาวไม่สามารถยึดติดเทยี นใหต้ ิดกันได้ เพราะในกาวมีส่วนผสมของนำ้ เทยี นและน้ำ
ไม่สามารถรวมตวั กนั ไดจ้ งึ ไมส่ ามารถทำเทียนใชไ้ ด้อีกครง้ั เดก็ ๆ มขี อ้ สงสยั เพ่ิมเติมอีก ดังน้ี

เปยี : เราสามารถเอาเทยี นมาระบายสไี ด้ไหมคะ
โบว์ : ถ้าเราใช้เทยี นระบายสีแทนสไี มจ้ ะไดไ้ หม
อาร์ม : เราจะทำยังไงให้เทียนมีหลายๆ สคี รบั

จดุ ประสงค์

เพอื่ ศกึ ษา ทดลอง การนำเทียนมาทำสีเทยี นเพ่อื ใช้ในการระบายผลงานเด็ก

ขน้ั ที่ 2 รวบรวมความคดิ และขอ้ สนั นษิ ฐาน ( 5 มีนาคม 2563 )

เด็กและครูร่วมกันสนทนาโดยครูใช้คำถามที่เด็ก ๆ สงสัยกระตุ้นใหท้ ราบถึงประสบการณ์เดิมของ
เด็กเก่ยี วกบั เทยี นไข ดังน้ี “เราสามารถเอาเทียนมาระบายสไี ด้ไหม”และให้เดก็ สังเกตเทยี นไขสขี าวและเทียนไข
สีสม้ โดยใช้ประสาทสมั ผัสท้งั 5 เดก็ ๆ ตัง้ ข้อสันนษิ ฐานดังนี้

ครู : เราจะทำสที ่ไี มเ่ ปน็ อันตรายจากเทียนไดอ้ ยา่ งไรคะ
เนย : เอาเทยี นไปตม้ แล้วใส่สผี สมอาหารคะ่ เพราะสผี สมอาหารเราใสอ่ าหารกินได้ค่ะ
อั้ม : ใส่สนี ำ้ ลงไปผสมกับเทยี นตอนตม้ ค่ะ
พลอย : เอาสมี าทำสีเทยี นคะ่
เติล : เอากระดาษสี ๆ มาติดเทียนใหเ้ ตม็ ครบั
อุ่น : เอาเทียนสีขาวมาต้มแล้วใส่สีเทยี นอันเกา่ ท่ีเลก็ ๆ ไปด้วย เราจะได้สีเทยี นแทงใหมย่ าว ๆ ค่ะ

โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปกี ารศึกษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกูล ครปู ระจำชั้นอนบุ าลปีที่ 1-3
โรงเรียนบ้านนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

เดก็ สงั เกตเทยี นไขสขี าวและเทยี นไขสสี ม้ โดยใชป้ ระสาทสมั ผสั ทงั้ 5
จากข้อสันนิษฐานของเด็ก ๆ เด็กและครูร่วมกันสรุปถึงวิธีการที่จะทำสีเทียน และจากการสังเกต
เทียนไขสีขาวและเทียนไขสีสม้ โดยใชป้ ระสาทสมั ผัสท้ัง 5 แลว้ เดก็ ๆ ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า จะ
ใช้เทยี นไขสีขาวทำสเี ทียนจะดที ่ีสุด ให้เดก็ เลือกจากสิ่งท่ีเพอ่ื นนำเสนอมาและสนใจทจี่ ะทำการทดลองซงึ่ เด็กได้
เลือกวิธีการดังน้ี
1. การนำไปต้มแล้วใสส่ ีผสมอาหาร
2. การนำไปต้มแล้วผสมกบั สีเทียนเกา่
จากน้ันแบง่ เด็กออกเป็น 2 กลุม่ เพื่อทำการทดลองจากข้อสันนษิ ฐานของเด็ก ๆ ตามวธิ ที ่ีเดก็ เลือก

เดก็ และครูร่วมกนั สนทนาถงึ ประสบการณ์เดมิ ของเดก็ เกย่ี วกบั สี

โครงการบ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกลู ครูประจำช้ันอนบุ าลปที ่ี 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

ขน้ั ที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารสบื เสาะ ( 6 มนี าคม 2563 )

เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงประเด็นคำถามที่เด็ก ๆ สงสัยว่า “เราสามารถเอาเทียนมาระบายสี
ได้ไหม” ให้แต่ละกลุ่มคิดหาการหาคำตอบซึ่งเด็กได้เลือกวิธีการไปถามแม่ครัวของโรงเรียนและวธิ ีการสืบคน้
จากอินเทอรเ์ น็ต แล้วดำเนนิ การทดลองหาคำตอบทแี่ ท้จริงด้วยตนเองนอกจากนี้ เด็กยงั ได้สืบค้นความรู้และได้
ลงมอื ทดลองด้วยตนเอง

กลมุ่ ท่ี 1 การนำไปตม้ แล้วใสส่ ีผสมอาหาร (ถามแมค่ รัวโรงเรียน)

เดก็ ๆ สอบถามแม่ครวั ประจาโรงเรยี นวธิ กี ารนาเทยี นมาทาเป็นสี และบนั ทกึ ขอ้ มลู โดยการวาดภาพ

โครงการบ้านนกั วิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปีการศกึ ษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกูล ครปู ระจำช้ันอนบุ าลปที ่ี 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

กลมุ่ ท่ี 2 การนำไปต้มแล้วผสมกบั สีเทยี นเกา่ (สบื ค้นจากอินเทอรเ์ น็ต)

เดก็ ๆ สบื คน้ ขอ้ มลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ และบนั ทกึ ขอ้ มูลโดยการวาด

ภาพ
หลกั จากได้ไปสอบถามแม่ครัวประจำโรงเรียน และจากอนิ เทอรเ์ น็ตแล้วครูใชค้ ำถามกระตุ้นเดก็ วา่

“เราจะใชอ้ ุปกรณอ์ ะไรในการทดลองบา้ ง” เด็ก ๆ ชว่ ยกนั ตอบอปุ กรณ์ทใี่ ชใ้ นการทดลอง ดังนี้

1. กระทะ 2. เตาไฟ
3. หลอด 4. ช้อน
5. เทยี นสีขาว 6. ไม้บรรทดั
7. ดินน้ำมนั

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปกี ารศึกษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกลู ครปู ระจำช้นั อนบุ าลปีที่ 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

เด็กและครูร่วมกันลงความเหน็ ตามที่วางแผนไว้ จงึ ให้แต่ละกลุ่มเตรียมการทดลองตามที่วางแผน ให้
แตล่ ะกลมุ่ เตรียมวัสดุอุปกรณ์เพอ่ื ใชใ้ นการทดลองของกลมุ่ ตนเอง โดยทำการทดลองกล่มุ ละ 1 วนั

ครู : แตล่ ะกลุ่มไดอ้ ุปกรณ์ครบแล้วเด็ก ๆ จะทำยังไงตอ่ คะ
เดก็ : ทดลองเลยค่ะ / ครับ
ครู : เรามวี ธิ ีการทำอยา่ งไร
กลมุ่ ที่ 1 การนำไปต้มแลว้ ใสส่ ีผสมอาหาร
อุ่น : หกั เทยี นแลว้ เอาเชือกออกก่อนค่ะ
เปยี : ใสเ่ ทียน 5 ก้อนคะ่
พลอย : ต้ม 1 นาทีเหมือนครง้ั ท่ีแล้วคะ่
นนุ่ : ใส่สีผสมอาหารแล้วต้มค่ะ
กลมุ่ ท่ี 2 การนำไปต้มแลว้ ผสมกับสีเทยี นเก่า
อารม์ : เอาสีเทยี นเก่าใส่ 1 ก้อนครบั
อั้ม : ใส่เทียน 4 กอ้ นค่ะ
โบว์ : ตม้ แล้วเอาไปเทใส่หลอดคะ่
ครู : เม่อื ทดลองเสร็จเราจะมวี ธิ บี นั ทกึ ผลอย่างไรบา้ งคะ
โบว์ : วาดรูปคะ่
เนย : เขยี นบนั ทึกค่ะ
เปีย : ถา่ ยรปู ไวค้ ะ่

โครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศกึ ษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกลู ครูประจำชนั้ อนุบาลปีที่ 1-3
โรงเรียนบา้ นนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

ขน้ั ที่ 4 สงั เกตและบรรยาย ( 9 – 11 มนี าคม 2563 )

เดก็ แต่ละกลมุ่ นำวสั ดอุ ปุ กรณ์มาทำการทดลอง โดยครใู ห้เดก็ ทดลองทีละกลุม่ แต่ละกลุ่มสังเกต
เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของน้ำตาเทยี น จากนัน้ ใหเ้ ดก็ ๆ แต่ละกลุม่ ช่วยกันบันทกึ ผลการทดลอง

กลมุ่ ที่ 1 กำรนำไปต้มแล้วใส่สีผสมอำหำร (ถำมแมค่ รวั )
โรงเรียน)

วสั ดุ/อุปกรณก์ ารทดลอง เดก็ ตงั้ ขอ้ สนั นิษฐานกอ่ นการทดลอง

เดก็ ทดลองตม้ เทยี นพรอ้ มสผี สมอาหาร ( แบบผง ) เป็นเวลา 1 นาทเี ทยี นละลายหมด ทค่ี วาม
รอ้ น 80 องศาเซลเซยี ส แลว้ สงั เกตการเปลย่ี นแปลงของเทยี น

สผี สมอาหารสเี ขยี ว สผี สมอาหารสเี หลอื ง

ผลงานทส่ี าเรจ็

โครงการบา้ นนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกลู ครูประจำชน้ั อนบุ าลปีท่ี 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

กลมุ่ ที่ 2 กำรนำไปต้มแล้วผสมกบั สีเทียนเก่ำ (สืบคน้ จำก
อินเทอรเ์ น็ต)

วสั ดุ / อุปกรณ์การทดลอง เดก็ ตม้ เทยี นขาว 5 กอ้ น

เดก็ ทดลองตม้ เทยี นพรอ้ มสเี ทยี นเกา่ เป็นเวลา 1 นาที น้าตาเทยี นละลายหมด ทค่ี วามรอ้ น
80 องศาเซลเซยี ส แลว้ สงั เกตการเปลย่ี นแปลงของเทยี น

เดก็ เทเทยี นใสห่ ลอดรอจนแหง้ แลว้ แกะออก

โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครปู ระจำชัน้ อนุบาลปที ่ี 1-3
โรงเรยี นบ้านนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

กลมุ่ ที่ 2 กำรนำไปตม้ แลว้ ผสมกบั สีเทียนเกำ่ (สืบคน้ จำก
อินเทอรเ์ น็ต) (ต่อ)

เทยี นทแ่ี กะออกจากหลอด / ผลงงานท่ี เดก็ ๆ ชว่ ยกนั วาดภาพเพอ่ื ทดลองใชส้ เี ทยี นทท่ี า
สาเรจ็ ระบายสภี าพวาด

ผลงานจากการทดลอง เดก็ เรยี งลาดบั จากสนั้ ทส่ี ดุ ไปหายาวทส่ี ดุ

เดก็ วดั ความยาวของสเี ทยี นแตล่ ะสี และช่วยกนั บนั ทกึ ขนาดทว่ี ดั ได้

โครงการบา้ นนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศกึ ษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครูประจำชัน้ อนบุ าลปที ี่ 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

ขน้ั ที่ 5 บนั ทกึ ขอ้ มลู ( 12 มนี าคม 2563 )

เด็กแตล่ ะกลุ่มบนั ทกึ ผลการทอลองโดยรว่ มกนั วาดและเขียนบันทึกการทดลอง
1. ครูให้เดก็ แตล่ ะกลุม่ ไปหยิบอุปกรณท์ ี่ใช้ในการบันทึกดว้ ยตนเอง
2. เดก็ แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน

กล่มุ ที่ 1 กำรนำไปต้มแล้วใส่สีผสมอำหำร (ถำมแมค่ รวั
โรงเรียน)

เดก็ ๆ ชว่ ยกนั บนั ทกึ การทดลอง

เดก็ ๆ นาเสนอผลงาน

โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปกี ารศกึ ษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกูล ครปู ระจำชน้ั อนบุ าลปีท่ี 1-3
โรงเรยี นบา้ นนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

กลุม่ ท่ี 2 กำรนำไปตม้ แลว้ ผสมกบั สีเทียนเกำ่ (สืบคน้ จำก
อินเทอรเ์ น็ต)

เดก็ ๆ ช่วยกนั บนั ทกึ การทดลอง

เดก็ นาเสนอผลงาน

โครงการบา้ นนกั วิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปกี ารศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครปู ระจำชั้นอนบุ าลปีที่ 1-3
โรงเรยี นบ้านนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

ขนั้ ท่ี 6 สรปุ และอภปิ รายผล ( 13 มีนาคม 2563 )

ครูและเด็กร่วมกันสนทนาถึงประเด็นคำถามที่เด็กอยากรู้ว่า “ เราสามารถเอาเทียนมาระบายสี
ได้ไหม ” จากผลการทดลองสรุปได้ว่า วิธีที่ 1 การนำเทียนไปตม้ แล้วใส่สีผสมอาหาร เมื่อเทียนโดนความร้อน
เทียนจะละลาย แล้วใสส่ ีผสมอาหารเข้าไปทำใหไ้ ม่ได้สีท่ีต้องการ เช่น เดก็ ใสส่ ีเขยี วแต่ได้สีนำ้ ตาล เม่อื เทียนอยู่
ในอุณหภมู ิห้องเทยี นจะแข็งตัว เนอื่ งจากเทียนไมส่ ามารถทำละลายผงสผี สมอาหารได้ จึงไมส่ ามารถทำให้เทียน
มีสีสันได้ สว่ นวิธีที่ 2 การนำเทียนไปต้มแลว้ ใสส่ ีเทียนเก่าที่ใช้ไมไ่ ด้แล้วลงไปดว้ ย ปรากฏว่าเทียนมสี ีสัน ท่ีตรง
ตามทตี่ อ้ งการ และเด็กนำเทยี นที่มสี ีสนั มาระบายสี ทำใหส้ ามารถระบายผลงานได้สวยงามขึน้

เดก็ ๆ แต่ละกลุม่ รว่ มกันทบทวนการทดลองท้งั แบบใช้วธิ ีการนำเทียนไปต้มแล้วใส่สผี สมอาหาร และ
การนำเทยี นไปตม้ แลว้ ใสส่ ีเทียนเก่าท่ใี ช้ไม่ได้แลว้ โดยใหต้ ัวแทนออกมาเล่าถงึ วธิ กี ารทดลอง และบอก ผลการ
ทดลองของแต่ละกลุม่ วา่ เป็นอยา่ งไร ครกู ระตนุ้ เดก็ ดว้ ยคำถาม

ครู : จากผลการทดลองวธิ กี ารทดลองไหนบา้ งที่ทำเราสามารถเอาเทยี นมาระบายสีได้คะ
โบว์ : วิธีการเอาน้ำตาเทียนไปตม้ แล้วผสมสีเทียนก้อนเลก็ ๆ ค่ะ เพราะมนั ผสมกันได้คะ่
เนย : เราใช้หลอดทำใหม้ นั เป็นแทง่ เหมือนดนิ สอคะ่
ครู : นอกจากนีเ้ ด็ก ๆ ทดลองดว้ ยวธิ ไี หนอีกคะ
เปีย : เอาเทียนไปผสมกบั สผี สมอาหารครับแตม่ ันไมไ่ ดแ้ ต่สนี ้ำตาลครับ
อั้ม : มนั ระบายได้อยนู่ ะคะแต่มันออกเบามาก (สจี างมาก) เกือบมองไมเ่ หน็ คะ่

การนาไปตม้ แลว้ ผสมกบั สเี ทยี นเกา่ การนาไปตม้ แลว้ ใสส่ ผี สมอาหาร

นาเทยี นทท่ี ดลองทงั้ 2 วธิ มี าเปรยี บเทยี บความเหมอื น แตกตา่ ง
และวดั ความยาวพรอ้ มเขยี นบนั ทกึ

จากนัน้ เดก็ และครจู งึ นำเทียนทง้ั สองแบบมาสรปุ และเปรียบเทยี บความเหมอื น ความแตกตา่ งรว่ มกนั
วา่ ถ้าอยากใช้เทียนระบายสีน้ัน ตอ้ งนำไปตม้ กบั สีเทยี นก้อนเลก็ ๆ เมอื่ น้ำตาเทยี นโดนความร้อนเปล่ียนสภาพ
เป็นของเหลวในสีเทียนก็มีส่วนประกอบของเทียนจึงทำให้สามารถทำสีเทียนได้ เมื่อต้มจนละลายแล้ว เทใส่
หลอด เม่ือเทียนโดนอากาศที่เยน็ ลงเทียนจะเปลี่ยนสภาพเปน็ ของแข็ง เพราะหลอดมลี ักษณะคล้ายกับดินสอท่ี
สามารถจับได้ถนัดมือเวลาระบายสี ส่วนการนำไปต้มแล้วใส่สีผสมอาหารไม่สามารถทำสีเทียน จากสีผสม
อาหารได้นน้ั เนื่องจากผงสีผสมอาหารไมล่ ะลายในนำ้ เทยี นได้ ตอ้ งละลายในน้ำ จงึ ไม่เกิดสตี ามทีต่ อ้ งการได้

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ปีการศกึ ษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครูประจำช้นั อนบุ าลปีท่ี 1-3
โรงเรยี นบ้านนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

ผลการพฒั นาความสามารถของเดก็ ปฐมวยั

1. ผลการพฒั นาความสามารถพน้ื ฐาน 4 ดา้ น ตามโครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย
1.1 ดา้ นการเรยี นรู้
➢ เด็กรู้จกั การตั้งคำถาม
➢ เดก็ รู้จกั การต้ังข้อสันนฐิ านและคาดคะเนคำตอบ
➢ เด็กสามารถคิดเชอ่ื มโยงจากประสบการณ์เดิมสู่ประสบการณใ์ หม่
➢ เด็กสามารถคิดหาวิธกี ารทำการทดลองจนสำเรจ็ ไดค้ ้นหาคำตอบดว้ ยตนเอง
➢ เดก็ สามารถอธิบายการทดลองและกระบวนการทดลองใหผ้ ู้อ่นื ฟังได้
➢ เดก็ รู้วา่ น้ำตาเทียนสามารถนำมาทำเทยี นใช้ได้อกี ครั้งด้วยวธิ กี ารต้มและใชเ้ ทยี นมา
ระบายงานได้

1.2 ดา้ นภาษา
➢ เดก็ มีทักษะการสื่อความหมายโดยการบอก และอธบิ ายผลการทดลองและขน้ั ตอน
การทดลองให้ผ้อู ่ืนเขา้ ใจได้
➢ เดก็ สามารถบนั ทึกการทดลอง การสมั ภาษณ์ การคน้ คว้าหาความรจู้ ากอนิ เตอรเ์ นต็
ด้วยการเขียนเลยี นแบบและการวาดภาพ
➢ เด็กสามารถร่วมสนทนาแสดงความคิดเหน็ ตอบ – ถาม รว่ มกับเพื่อนและครไู ด้

1.3 ดา้ นสงั คม
➢ เดก็ มีทกั ษะการทำงานและรว่ มปฏบิ ัติกิจกรรมกับเพ่ือนตา่ งเพศ และต่างวยั ได้
➢ เด็กมีความยบั ย้ังชง่ั ใจ การรอคอย การรับฟังความคิดเหน็ ผอู้ นื่ เสมอ
➢ เดก็ รจู้ กั ชื่นชมผลงานท้ังของเพอ่ื นกลุ่มอ่นื และของตนเอง
➢ เดก็ ร้จู ักระมัดระวังตนเองและผอู้ นื่ ขณะปฏบิ ัติกิจกรรม

1.4 ดา้ นการเคลอ่ื นไหว
➢ เด็กสามารถใชอ้ วยั วะไดค้ รบทุกส่วนของรา่ งกายในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
➢ เด็กมีการเคลือ่ นไหวทค่ี ลอ่ งแคลว่ ในการปฏิบตั กิ จิ กรรม ท้ังการหยิบ จบั อุปกรณต์ ่าง

➢ เด็กสามารถใชป้ ระสาทสมั ผสั ทัง้ 5 ในการค้นหาคำตอบได้อย่างคล่องตัว

โครงการบา้ นนักวทิ ยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกูล ครูประจำชัน้ อนบุ าลปที ี่ 1-3
โรงเรียนบ้านนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4

2. ผลการพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
2.1 ทกั ษะการสงั เกต
➢ เด็กมที กั ษะการสังเกต เปรยี บเทียบส่งิ ที่เหมอื นและแตกต่างกนั โดยใช้ประสาท
สมั ผัสท้งั 5
➢ การสังเกตควบคู่กับการวดั เพื่อทราบปรมิ าณ เชน่ ไมบ้ รรทัด ชอ้ น
➢ การสงั เกตเพอ่ื รถู้ งึ การเปลยี่ นแปลง

2.2 ทกั ษะการวดั
➢ เด็กมีทกั ษะการใช้เครือ่ งมือวดั โดยใช้ไมบ้ รรทัดในการวดั ความยาวของเทียน
➢ เด็กมที ักษะการวดั โดยการนบั จำนวนและนบั โดยใชล้ ำดับที่ เชน่ นับจำนวนเทยี น
เรียงลำดับเทียนทมี่ ีขนาดทย่ี าวที่สดุ ไปหาส้ันท่ีสุด
➢ เดก็ มที กั ษะวดั โดยการเปรยี บเทียบความเหมือนและต่างของรปู รา่ งเทียนทท่ี ดลอง
➢ เด็กมที กั ษะการใชอ้ ปุ กรณ์ในการวดั อุณหภูมเิ วลาต้มเทียน

2.3 ทกั ษะการจำแนกประเภท
➢ เด็กมีทกั ษะการจำแนกโดยเลือกสเี ทียนมาผสมกับเทยี น เนือ่ งจากในสีเทียนมเี ทยี น
เป็นส่วนประกอบเหมือนกัน เม่อื ใช้สผี สมอาหารที่ละลายนำ้ มาตม้ ผสมกับเทยี นจะไม่
สามารถผสมกนั ได้

2.4 ทกั ษะการคำนวณ
➢ การนับจำนวนของเทียนทใี่ ชต้ ้ม การนับจำนวนอปุ กรณท์ ใี่ ช้ในการทดลอง
➢ เดก็ มที กั ษะการคำนวณโดยการบอกลักษณะต่าง ๆ เชน่ ความสัน - ยาวของเทยี น

2.5 ทกั ษะการพยากรณห์ รอื การคาดคะเนคำตอบ
➢ เดก็ สามารถตั้งขอ้ สันนฐิ านเกย่ี วกับน้ำตาเทยี นที่จะเป็นเทียนที่สามารถใช้ไดอ้ ีกครงั้

2.6 ทกั ษะการหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสเปสกบั สเปส และสเปสกบั เวลา
➢ เดก็ สามรถบอกได้วา่ เมื่อเทยี นโดยความรอ้ นเทียนจะละลาย เม่อื เทียนไมโ่ ดยความ
ร้อนแล้วเทยี นจะแขง็ ตวั ในเวลาตอ่ มา
➢ เด็กสามารถบอกได้ว่าต้มเทยี นละลายหมดภายในเวลาก่นี าที

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอญั ชนา ธะนะกูล ครูประจำชัน้ อนบุ าลปที ่ี 1-3
โรงเรยี นบ้านนางาม สพป.อุบลราชธานี เขต 4

2.7 ทกั ษะการจัดกระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มลู
➢ เด็กสามารถบนั ทึกการเปล่ยี นแปลงของเทียนโดยการวาดรปู หรือเขยี นเลียนแบบได้
➢ เด็กสามารถบรรยาย อธบิ ายใหผ้ อู้ ่นื เข้าใจถงึ การทดลองได้
➢ เด็กสามารถบอกถงึ ความคิดเห็นของตนเองระหวา่ งการสนทนาได้

2.8 ทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู
➢ เด็กสามารถลงขอ้ สรุปเกี่ยวผลการทดลองได้
➢ เด็กสามารถลงความเห็นระหวา่ งปฏบิ ตั ิกิจกรรมได้ เชน่ การบอกลกั ษณะของเทยี น
ผิวสมั ผัส รูปรา่ ง สี ขนาด เปน็ ต้น

โครงการบ้านนกั วิทยาศาสตรน์ ้อย ประเทศไทย ปีการศึกษา 2562 นางสาวอัญชนา ธะนะกลู ครปู ระจำชน้ั อนบุ าลปที ี่ 1-3
โรงเรียนบ้านนางาม สพป.อบุ ลราชธานี เขต 4


Click to View FlipBook Version