The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 2 ความหมาย ประวัติพลศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

บทที่ 2 ความหมาย ประวัติพลศึกษา

บทที่ 2 ความหมาย ประวัติพลศึกษา

ในปี พ.ศ. 2483

กรมพลศกึ ษาได้ต้ังเงนิ อดุ หนุนการพลศึกษาข้ึนเพ่ือซ้ือเคร่ืองกฬี าท่จี าํ เป็นส่งไปให้
จงั หวดั ต่างๆ

ในปี พ.ศ. 2484

ได้เปิ ดอบรมครพู ลศึกษา 104 คน เป็นเวลา 2 เดือน ท่โี รงเรียนพลศกึ ษากลาง
กรีฑาสถานแห่งชาติ ได้ปรับความเข้าใจในเร่ืองประมวลการสอนวชิ าพลศึกษา พ.ศ. 2482
ให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถตดั สนิ กฬี าทุกอย่างท่กี รมจดั ต้ังข้นึ ได้ ในระหว่างท่ปี ระเทศอยู่
ในภาวะสงครามโลกคร้ังท่ี 2 น้นั กระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้จดั ให้นกั เรียนทุกคนฝึกพลศกึ ษา
45 นาทที ุกวนั หลังจากเลิกเรียนแล้ว

ในปี พ.ศ. 2485



กองกฬี าได้วางนโยบายหาทางส่งเสริมให้มีการแข่งขันกฬี าระหว่างอาํ เภอ ระหว่าง
จังหวดั และระหว่างประเทศข้ึน เพ่ือเป็นการส่งเสริมกฬี าสมคั รเล่นและได้ฟ้ื นฟูกฬี าไทย
และการเล่นพ้ืนเมอื ง กบั ได้อบรมผู้ตดั สนิ และเจ้าหน้าท่จี ัดการแข่งขันกฬี าข้นึ ในเดือน
พฤศจิกายนปี เดียวกนั ได้เกดิ อทุ กภยั คร้ังใหญ่ในจงั หวดั พระนคร – ธนบุรี กาํ หนดการ
แข่งขันกรีฑาและกฬี าระหว่างน้นั จึงต้องงดไป

พ.ศ.๒๔๙๓

เป็นปี ท่ีการฝึกหดั ครูพลศึกษาของไทยเริ่มเขา้ สู่ยคุ ของการพฒั นาเพอ่ื เขา้ สู่ระบบใหม่ เป็นคร้ังแรก โดยโรงเรียน
พลศึกษากลาง ที่มีแต่เดิมน้นั ไดเ้ ปลี่ยนเป็น “โรงเรียนฝึกหดั ครูพลศึกษา” จดั การเรียนการสอน แบบเตม็ เวลา โดยรับนกั เรียน
ชายที่จบช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๖ (หลกั สูตรท่ีใชส้ มยั น้นั ) เป็นผรู้ ับทุนจากจงั หวดั ต่าง ๆ จงั หวดั ละ ๒ คน จาก ๗๐ จงั หวดั ทวั่
ประเทศ นกั เรียนรุ่นแรกมีเพียง ๙๘ คน เป็นนกั เรียนประจาํ ตลอดระยะเวลา เรียนตามหลกั สูตร ๕ ปี เมื่อเรียนจบหลกั สูตร
ออกไปรับราชการตามจงั หวดั ต่าง ๆ ท่ีตนเองรับทุนมา ไดม้ ีการปรับปรุง หลกั สูตรและเพิ่มวชิ าเรียนใหม่ตามหลกั สากล
โดยมีขอ้ กาํ หนดและระเบียบตามหลกั สูตรใหม่น้ีวา่
ผทู้ ี่สอบวิชาต่าง ๆ ผา่ นไดต้ ามหลกั สูตรช้นั ปี ท่ี ๑ จะไดร้ ับประกาศนียบตั รผสู้ อนพลศึกษาตรี (พ.ต.)
ผทู้ ่ีสอบวิชาต่าง ๆ ผา่ นไดต้ ามหลกั สูตรช้นั ปี ที่ ๓ จะไดร้ ับประกาศนียบตั รผสู้ อนพลศึกษาโท (พ.ท.)
ผทู้ ี่สอบวชิ าต่าง ๆ ผา่ นไดต้ ามหลกั สูตรช้นั ปี ท่ี ๕ จะไดร้ ับประกาศนียบตั รผสู้ อนพลศึกษาเอก (พ.อ.)

ในปี พ.ศ. 2507

ได้ต้ังองคก์ ารส่งเสริมกฬี าแห่งประเทศไทยข้ึน เพ่ือส่งเสริมกฬี าของประเทศไทย



ในปี พ.ศ. 2509

เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกฬี าเอเช่ียนเกมสค์ ร้ังท่ี 5 ข้นึ ในกรงุ เทพฯ
มปี ระเทศสมาชิกเข้าร่วมการแข่งขัน 14 ประเทศ กฬี าแข่งขนั มี 15 ประเภท และมีนกั กฬี าจาก
ประเทศต่างๆ เข้าร่วมแข่งขันเป็นจาํ นวนมาก รัฐบาลได้ให้เงนิ ช่วยเหลือ

ในปี พ.ศ. 2510

องค์การส่งเสริมกฬี าแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มกี ารแข่งขนั กฬี าเขตข้นึ เป็นคร้ังแรก ท่ี
กรงุ เทพฯ ได้แบ่งออกเป็น 5 เขต มกี ฬี าท่แี ข่งขนั 15 ประเภท

ในปี พ.ศ. 2513

มีหลกั สูตรผลิตครูพลศึกษาระดบั ปริญญาตรีของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
เรียกวา่ หลกั สูตรปริญญาวทิ ยาศาสตร์บณั ฑิต (ศึกษาศาสตร์-พลศึกษา)



ในปี พ.ศ. 2514

มีหลกั สูตรผลิตครูพลศึกษาระดบั ปริญญาตรีและคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั รามคาํ แหง
เรียกวา่ หลกั สูตรศิลปะศาสตร์บณั ฑิต (ศึกษาศาสตร์) วชิ าเอกการสอนพลานามยั

ในปี พ.ศ. 2515

กรมพลศึกษาไดเ้ ปิ ดวทิ ยาลยั พลศึกษาข้ึนที่จงั หวดั มหาสารคาม และใน
ปี พ.ศ. 2516 ไดเ้ ปิ ดวทิ ยาลยั พลศึกษาข้ึนท่ีจงั หวดั ยะลา

(ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพช็ ร.2538, ฟอง เกิดแกว้ .2526: 17-25, และอุธรณ์ ปิ คุณยนั ต.์ 2517)



3. สถาบันอุดมศึกษาทผ่ี ลติ ครูพลศึกษาในปัจจุบัน



1. คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย หลักสตู รปริญญาตรี ครศุ าสตร์
บัณฑติ โท, เอก

2. คณะพลศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หลักสตู รปริญญาตรี โท, เอก
การศึกษาบณั ฑติ การศึกษามหาบณั ฑติ และ การศึกษาดุษฎบี ณั ฑติ

3. คณะศึกษาศาสตร์ และคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสตู รปริญญาตรี วทิ ยาศาสตรบัณฑติ

4. คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาํ แหง หลักสตู รปริญญาตรีศลิ ปศาสตร
บัณฑติ และปริญญาโท

5. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ หลักสตู รปริญญาตรี ปริญญาวทิ ยา
ศาสตรบณั ฑติ (พลานามยั ), ปริญญาโท

6. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปริญญา
ศลิ ปศาสตรบณั ฑติ (ศกึ ษาศาสตร์พลศกึ ษา)

7. คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หลักสตู รปริญญาตรีศกึ ษาศาสตร
บณั ฑติ และปริญญาโท

8. ภาควชิ าพลศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบูรพา เปิดหลักสตู รระดบั
ปริญญาตรีถงึ ปริญญาเอก

9. ภาควชิ าพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทกั ษิณ เปิ ดหลักสตู รระดบั
ปริญญาตรี, โท

10. ภาควิชาพลศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยนเรศวร เปิดหลักสตู รระดบั
ปริญญาตรี ถงึ ปริญญาเอก

11. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
12. สถาบนั การพลศกึ ษา
13. สถาบนั ราชภัฏ

นอกจากน้ียังมกี ารจัดพลศึกษาในระบบการศึกษาในสถาบนั ต่างๆ เช่น
กระทรวงกลาโหม ได้แก่

- โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
- โรงเรียนนายเรอื อากาศ
- โรงเรียนนายร้อยตาํ รวจสามพราน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ได้แก่ โรงเรียนต่างๆ และวทิ ยาลัยต่าง ๆ ท่วั ประเทศ
กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลทว่ั ประเทศ
กระทรวงสาธารณสขุ ได้แก่ วทิ ยาลัยพยาบาลต่างๆ และสาํ นักงานคณะกรรมการการ
อดุ มศกึ ษา

ความสาํ คญั ของการพลศกึ ษาและกีฬา

ความสําคัญของการพลศึกษา พลศึกษาเปนวิชาหน่ึงที่มี
ความจําเปนอยางยิ่งตองจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนและในทุก
ระดบั และเปนสวนสําคัญสวนหน่ึงในขบวนการจัดการศึกษาเพราะ
เปนการพัฒนาสวนตาง ๆ ของนักเรียนไปสูเปาหมายท่ีแทจริง เพ่ือ
ความเจรญิ งอกงามทางการศึกษาสว นจุดมงุ หมายของกีฬา

ความสาํ คญั ของพลศกึ ษาและกฬี า 4 ดา น
1. พฒั นาการทางดานรา งกายหรือทางดา นสรรี ะ
2. พฒั นาการทางดา นจิตใจหรือสตปิ ญญา
3. พฒั นาการทางดานอารมณ
4. พัฒนาการทางดานสังคม

1. พัฒนาการทางดานรางกาย(Physical Development)
คือ ความตองการใหเปนบุคคลที่มีรางกายแข็งแรงมีสุขภาพสมบูรณ
อยูเสมอ เพราะการเคลื่อนไหวหรือการออกกําลังกายน้ันดานสรีระ
จะทําใหระบบประสาทกับระบบกลามเนื้อ (Neuromuscular)
ทํางานสัมพันธกันอยางมีประสิทธิภาพ ทําใหเกิดความแข็งแรง ความ
อดทน กําลัง ความเร็ว ความคลองตัว ปฏิกิริยาตอบสนอง ความ
ยืดหยุน ความสมดุลที่รวมเรียกวา สมรรถภาพทางกาย (Physical
Fitness)

2. พัฒนาการทางดานจิตใจ (Mental Development)
คอื ความตอ งการใหสติปญญาความเชื่อมั่นในตนเอง เปนคนมีเหตุผล
รูจักใชสติปญญาไตรตรอง ตัดสินใจไดเด็ดขาด ถูกตองและรวดเร็ว
สามารถแกไขปญหาเฉพาะหนาไดดี ส่ิงเหลาน้ีจะเกิดขึ้นในขณะเลน
กีฬาเพราะตองใชไหวพริบ สติปญญา การแกไขปญหา และการ
ตัดสนิ ใจอยูตลอดเวลา

3.พัฒนาการทางดานอารมณ(Emotional Development)
คือ ความตองการใหเปนคนท่ีรูจักการควบคุมอารมณ มีความ
ยับย้ังช่ังใจ อดทน อดกลั้น ไมโกรธงาย ภูมิใจตนเองเม่ือประสบ
ความสําเร็จในการกีฬา มีการปรับตัวใหเขากับผูอ่ืน มีความเชื่อมั่นใน
ตนเอง และรูจักการควบคมุ อารมณ เลน หรือแขงขันกีฬาใหรูแพรูชนะ
รอู ภัย เพ่อื จะไดอยูใ นสงั คมอยางมคี วามสุข

4. พัฒนาการทางดานสังคม (Social Development) คือ
ความตองการใหผูเรียนฝกการปรับตัวใหเขากับผูอ่ืน เปนเรื่อง
เก่ียวกบั มนุษยสมั พนั ธ การอยรู ว มกนั ในสังคมประชาธปิ ไตย มารยาท
และประเพณีตาง ๆ ส่ิงเหลานี้นักเรียนจะไดรับการฝกการเปนผูนํา
และผตู าม (Leadership)

เปา หมายของวชิ าพลศกึ ษา

1. ดานสตปิ ญ ญา ความรู ความสามารถ เขาใจกฎ กตกิ า
การแขงขนั ความรใู นชว่ั โมงที่มกี ารสอนพลศึกษา ผูเรยี นจะไดร ับ
ความรแู ละทักษะตาง ๆ

2. ดา นสุขภาพและสมรรถภาพ จะชวยการพฒั นารา งกาย
สขุ ภาพดีข้ึน หรอื สมรรถภาพใหม คี วามแข็งแรงสมบูรณข ึน้ อีกทั้งเปน
การสงเสรมิ ความเจรญิ เติบโตทางกาย

3. ดา นทักษะ ทักษะ หมายถงึ ความสามารถในกิจกรรมที่
กระทําอยา งถูกตอ ง มปี ระสิทธิภาพ เปลอื งแรงงานแตน อ ย แตมีผลงาน
มาก กลไกสวนตาง ๆ ของรา งกาย

4. ดานเจตคติ เจตคตเิ ปนพฤตกิ รรมเกยี่ วของกับลักษณะ
ทาที ความรู อารมณ และคา นิยมของบคุ คลท่แี สดงออกมา

5. ดานมนุษยสัมพันธ ทําใหเปนผูมีมนุษยสัมพันธที่ดี มี
คุณธรรม มีนํ้าใจเปนนักกีฬา มีความสุภาพออนโยน มีความรักสามัคคี
รว มมอื กัน และเคารพสิทธิผูอนื่

6. ดานอารมณและสังคม ดานอารมณ คือ ใหมีอารมณ
แจมใส เบิกบาน สนุกสนาน ราเริง สามารถควบคุมอารมณของ
ตนเองไดเ ปน อยา งดี

7. ดานดุลยภาพแหงอายุจริงกับอายุสุขภาพ สําหรับการ
ดํารงชีวติ ที่มคี วามสขุ และสมบูรณ

ขอบขายของวชิ าพลศึกษา

พลศึกษาในโรงเรียน ควรจัดใหเด็กไดมีการเจริญเติบโต
และพัฒนาไดเต็มท่ี พรอมทั้งเนนถึงการสรางเสริมสภาพรางกาย
จติ ใจ สงั คม และอารมณข องแตละบุคคล ส่ิงเหลาน้ีจะทําใหสําเร็จ
ไดโดยการรูจักเลือกกิจกรรมทางพลศึกษา เพ่ือใหเขาเกิดมีความ
พรอ มทง้ั ทางรางกายและจติ ใจ ควรจะเลอื กกจิ กรรมอยางกวา ง

ขอบขา ยกจิ กรรมพลศกึ ษาและ
วัตถปุ ระสงคข องแตล ะกจิ กรรม

1. กิจกรรมการเลนเบ็ดเตล็ด (Low organization games)
ไดแก กิจกรรมทุกอยาง ต้ังแตการเลนท่ีไมมีกฎกติกา และการจัด
มากมายเหมือนเกมกีฬาใหญ ๆ การเลน เบ็ดเตล็ด

2. กิจกรรมการเลนเปนนิยายและการเลนเลียนแบบ
(Mime Tics and Story Play) คือ การเลนเปนนิทานหรือนิยาย
ตลอดการเลียนแบบสิ่งตาง ๆ เพ่ือใหเด็กเกิดจินตนาการหรือฝกคิด
การเลน เปน นิยาย

3. กิจกรรมเขาจังหวะ (Rhythmic Activities) ไดแก
กิจกรรมตาง ๆ ตั้งแตทักษะการเคลื่อนไหวเดิน กระโดด เขยง
กระโดดเขยง กระโดดสลับเทา กระโดดหนา หลัง ขาง สลับเทา
ตบมือ (ใหเขาจังหวัดดนตรี) เลนเกมพรอมกับรองเพลง (Singing
Games) เคล่ือนไหวไปตามเนื้อเพลง (Motion Songs) การเตนรํา
พื้นเมอื ง

4. กิจกรรมทดสอบสมรรถภาพของตนเอง (Self Testing
Activities) ไดแ ก กิจกรรมเพื่อเพม่ิ ความอดทนแขง็ แกรง

5. กิจกรรมการเลนนําไปสูกีฬาใหญหรือเกมนํา (Lead Up
Games) คอื การเลนกีฬาเล็ก ๆ ท่ีพาไปสเู กมใหญ ๆ ใชทักษะเบื้องตน
ใหเ กิดความชํานาญ

6. กิจกรรมเกมและกีฬา (Games and Sport) คือ
เกมกีฬาท่ีมีกฎกติกาบงไว เลนเปนทีมหรือเปนชุด เกมใหญนี้มี
เกมกีฬา กรีฑา

7. กิจกรรมอยคู า ยพักแรมและเดนิ ทางไกล (Camping and
Outing Activities) กิจกรรมเหลานี้เด็กตองใชความอดทน ความ
รว มมือ และความสามคั คีอยางมาก

8. กิจกรรมท่ีชวยแกไขความบกพรองทางกาย (Adaptive
Activities) ไดแก กิจกรรมตาง ๆ ท่ีสามารถแกไขความบกพรองทาง
กายของเด็ก ซึง่ รา งกายไมสมบรู ณเหมือนเดก็ อน่ื

ความหมายสมรรถภาพทางกาย

สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) หมายถึง สภาวะ
ของรางกายท่ีอยูในสภาพท่ีดีเพ่ือที่จะชวยใหบุคคลสามารถทํางาน
ไดอยางมีประสิทธิภาพ บุคคลที่มีสมรรถภาพทางกายท่ีดี ก็จะ
สามารถปฏิบัติภารกิจตาง ๆ ในชีวิตประจําวัน การออกกําลังกาย
การเลนกีฬา และการแกไขสถานการณตาง ๆ ไดเปนอยางดี (สุ
พติ ร สมาหโิ ต, 2548:5)

ชนิดของสมรรถภาพทางกาย

สมรรถภาพทางกายแบงออกเปน 2 ชนิด คือ
สมรรถภาพทางกายท่ีสัมพันธกับสุขภาพ (Health Related
Physical Fitness) และสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธกับทักษะ
(Skill-Related Physical Fitness)

องคประกอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธกับสุขภาพ
(Health Related Physical Fitness) สมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ
กับสุขภาพเปนสมรรถภาพทางกายท่ีชวยลดอัตราความเส่ียงของการ
เกิดปญหาทางดา นสขุ ภาพตา ง ๆ ซ่ึงประกอบดว ย

1. ความแข็งแรงของกลา มเน้ือ (Muscular Strength)
2. ความอดทนของกลามเนือ้ (Muscular Endurance)
3. ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
(Cardio Respiratory Endurance)
4. ความออ นตวั (Flexibility)
5. องคประกอบของรา งกาย (Body Composition)

องคประกอบสมรรถภาพทางกายท่ีสัมพันธกับทักษะ (Skill-
Related Physical Fitness) สมรรถภาพทางกายท่ีสัมพันธกับทักษะ
(Skill-Related Physical Fitness) หรือ (Performance Related
Physical Fitness) เปนสมรรถภาพทางกายท่ีจําเปนจะตองใชสําหรับ
การเลนกีฬา ซ่ึงจะทําใหการเลนกีฬามีประสิทธิภาพมากท่ีสุด โดยจะ
ประกอบดวยสมรรถภาพทางกายท่ีสัมพันธกับสุขภาพควบคูกับ
องคป ระกอบดานอ่นื ๆ ดังน้ี

1. ความเร็ว (Speed)
2. กําลังของกลา มเน้ือ (Muncie Power)
3. ความคลอ งแคลววอ งไว (Agility)
4. การทรงตัว (Balance)
5. เวลาปฏบิ ตั ิกิรยิ า (Reaction Time)
6. การทํางานทปี่ ระสานกนั (Coordination)

บญั ญตั ิ 10 ประการ

สาํ หรับการเลน กฬี าและออกกําลังกาย

1. การประมาณตน สภาพรางกายและความเหมาะสม

กับกีฬาชนิดตาง ๆ ของแตละคนไมเหมือนกัน แมในคนคนเดียว
ในชวงเวลาหนึ่งกับอีกชวงเวลาหน่ึงก็แตกตา งกันไดการจะไดผลเพ่ิม
ของสมรรถภาพจากการฝกซอมเบาเกินไปก็ไดผลนอยหรือไมไดผล
แตการฝกซอมหนักเกินไปนอกจากไมไดผลแลวยังเปนอันตรายแก
สุขภาพอยางยิง่

2. การแตงกาย มสี วนเกีย่ วขอ งท้งั ในดา นการเคลื่อนไหว

ความอดทนและจิตวิทยา กีฬา แตอยางยอมมีแบบเครื่องแตงกาย
ที่เหมาะสม ทั้งเสื้อ กางเกงและรองเทา ในดานการเคล่ือนไหว
เสื้อผาท่ีรุมราม รองเทาที่ไมเหมาะกับเทาหรือสภาพของสนาม
ยอมทาํ ใหก ารเคลื่อนไหวไมคลองตวั เทาทค่ี วร และยังเปนตนเหตุให
เกดิ อุบตั ิเหตดุ วย

3. เลือกเวลา ดิน ฟา อากาศ ทุกคนควรกําหนดเวลา

ฝกซอมที่แนนอนไว แตควรเปนเวลาเดียวกันทุกวัน เพราะมีผลตอ
การปรับตัวของรางกาย การฝกซอมตามสะดวกโดยไมมีการ
กําหนดเวลาแนนอน ทําใหเหน่ือยเร็วและไดปริมาณนอยกวาใน
อากาศเยน็

4. สภาพของกระเพาะอาหาร ในเวลาอิ่มจัดกระเพาะ

อาหารซ่ึงอยูใตกระบังลมจะเปนตัวทําใหการขยายของปอดเปนไป
ไมไดดีเทาที่ควร เพราะกระบังลมไมอาจหดตัวตํ่าลงไดมาก ใน
ขณะเดียวกันการไหลเวียนเลือด จะตองแบงเลือดสวนหนึ่งไปใชใน
การยอ ยและดูดซึมอาหาร ทําใหเลอื ดไปเลยี้ งกลามเนือ้ ลดนอ ยลง

5. การดื่มน้ํา น้ําไมใชอาหารแตมีความจําเปนมากใน

การออกกําลังกาย เพราะถารางกายสูญเสียนํ้าไปมากปริมาณหนึ่ง
สมรรถภาพจะลดต่ําลงเนื่องจากการระบายความรอนออกจาก
รา งกายขัดขอ ง และถาเสยี มากตอ ไปกจ็ ะเปน อันตรายตอรางกาย

6. ความเจ็บปวย ความเจ็บปวยทุกชนิดทําใหสมรรถภาพ

ของรางกายลดลง และรางกายตองการพักผอนอยูแลว การออกกําลัง
ท่ีเคยทําอยูยอมเปนการเกินกวาท่ีสมรรถภาพรางกายจะรับได และ
อาจทําใหเกิดอันตรายรายแรงตอชีวิตเฉพาะอยางยิ่งการเปนไขซ่ึง
รางกายมอี ุณหภูมสิ งู กวา ปกติ

7. ความเจ็บปวยระหวางการออกกําลังกาย เปนท่ี

แนนอนวาระหวางการออกกําลังใด ๆ ก็ตามโอกาสจะเกิดอุบัติเหตุ
มีไดมากกวาการอยูเฉย ๆ ยิ่งเปนการเลนกีฬาท่ีมีการปะทะกันดวย
แลว โอกาสเกิดอบุ ัตเิ หตยุ ิ่งมมี ากข้นึ

8. ดานจิตใจ ในระหวางการฝกซอมและออกกําลัง

จําเปนตองทําจิตใจใหปลอดโปรง คิดถึงประโยชนที่ไดรับจากการ
ฝกซอมหรือออกกําลัง ต้ังใจปฏิบัติตามทาทางเทคนิคตาง ๆ และ
คดิ แกไ ขการปฏบิ ตั ทิ ี่ผิด

9. ความสมํ่าเสมอ ผลเพิ่มของสมรรถภาพตาง ๆ

นอกจากจะขึ้นอยูกับปริมาณความหนักของการฝกซอม และออก
กําลังแลว ยังข้นึ อยกู ับความสมํ่าเสมอดว ย

10. การพักผอน หลังการฝกซอมและการออกกําลัง

รางกายเสียพลังงานสํารองไปมาก จําเปนตองมีการชดเชยรวมทั้ง
ตองซอมแซมส่ิงสึกหรอและสรางเสริมใหแข็งแรงยิ่งขึ้น ขบวนการ
เหลานจ้ี ะเกิดขึ้นในระหวา งการพกั ผอน


Click to View FlipBook Version