การทดสอบหากำลังต้านทานแรงดึงของซีเมนต์มอร์ต้า (Tensile Strength of Cement Mortar) วัตถุประสงค์ หาค่ากำลังต้านทานแรงดึงของซีเมนต์มอร์ต้า วัสดุที่ใช้ 1.ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 150 กรัม 2.ทรายที่ผ่านตะแกรงเบอร์ 20 และค้างเบอร์ 30 300 กรัม เครื่องมือที่ใช้ 1.ตะแกรงมาตรฐานเบอร์ 20 และเบอร์ 30 2.เครื่องทดสอบกำลังดึง (Tensile Strength Testing Machine) 3.แบบหล่อบริเคท์ (Briquet Molds) 4.แปรงทำความสะอาดตะแกรง 5.เครื่องชั่งละเอียด 0.1 กรัม 6.เครื่องผสม 7.กระบอกตวงน้ำ 8.เกรียง การเตรียมตัวอย่างก้อนทดสอบซีเมนต์มอร์ต้า 1.ใช้ทรายที่ร่อนผ่านตะแกรงเบอร์ 20 และค้างบนตะแกรงเบอร์ 30 2.ใช้อัตราส่วนผสมปูนซีเมนต์ต่อทรายเท่ากับ 1:3 โดยนำ้หนัก และปริมาณที่ใช้ในการผสมตัวอย่างซีเมนต์มอร์ต้าจะต้องพอดี ที่ทำให้เกิดความข้นเหลวปกติแก่ซีเมนต์เพลส์ (ใช้ค่าเปอร์เซ็นต์ความข้นเหลวจากการทดสอบหาค่าความข้นเหลวปกติของปูนซีเมนต์)
ซึ่งคำนวณได้จากสูตร Y=⅔(P/(n+1))+K เมื่อ Y = เปอร์เซ็นต์ของน้ำที่สำหรับผสมซีเมนต์มอร์ต้า P = เปอร์เซ็นต์ที่เกิดจากความข้นเหลวปกติ (Normal Consistency) n = จำนวนอัตราส่วนผสมของทราย เมื่อเทียบกับปูนซีเมนต์ 1 ส่วน โดยน้ำหนักซึ่งในที่นี้เป็น 1:3 (ฉะนั้น n=3) K = ค่าคงที่สำหรับทรายมาตรฐานนี้ เท่ากับ 6.5 3.ชั่งน้ำหหนักปปูนซีเมนต์ ทราย โดยใช้เครื่องชั่งที่มีความละเอียด 0.1 กรัม 4.ผสมปูนซีเมนต์ และทราย ให้เข้ากันแล้วทำเป็นปล่องภูเขาไฟ 5.ค่อยๆ เติมน้ำที่ใช้ผสมลงในปากปล่องปูนทรายที่ทำไว้ จากนั้น ตักส่วนผสมของปูนทรายที่อยู่ด้านฐานของปล่องใส่เข้าไปตรงกลางปล่อง ปล่อยปูนทรายทิ้งไว้ 30 วินาที เพื่อให้ปูนซีเมนต์ดูดน้ำ 6.เมื่อครบ 30 วินาทีแล้วใช้มือทั้ง 2 ข้าง (สวมถุงมือ) ผสมปูนทรายและน้ำให้เข้ากันอย่างทั่วถึงโดยใช้เวลา 2 นาที 30 วินาที (ขณะที่ผสมให้ใส่ถุงมือตลอดเวลา) 7.เมื่อผสมเสร็จ ให้นำซีเมนต์มอร์ต้า ใส่ลงในแบบบริเคท์ (ทาน้ำมันที่แบบบริเคท์) 8.ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 นิ้ว กดดลงบนมอร์ต้าเพื่อทำการอัดมอร์ต้าเข้าแบบบริเคท์ โดยกดจำนวน 12 ครั้ง ให้กระจายทั่วแบบ 9.ปาดมอร์ต้าส่วนเกินที่ล้นแบบออกโดยใช้เกรียง จากนั้นปาดหน้าให้เรียบ 10.เมื่อมอร์ต้าบริเคท์ มีอายุครบ 24 ชั่วโมง (นับเวลาจากปูนซีเมนต์ผสมกับน้ำ) จึงถอดแบบออกแล้วนำไปบ่มในน้ำปูนขาวอิ่มตัว เพื่อป้องกันไม่ให้แคลเซียมไฮดรอกไซต์ในมอร์ต้าละลายออกมาซึ่งจะทำให้กำลังรับแรงดึงของมอร์ต้าลดลง
วิธีทดลอง 1.นำตัวอย่างขึ้นจากน้ำปูนขาว ให้ใช้ผ้าเช็ดตัวอย่างที่เปียกน้ำให้ผิวแห้ง (ผิวยังคงชื้นอยู่ 2.นำตัวอย่างเข้าเครื่องทดสอบโดยใช้หัวจับ (clip) ซึ่งหัวจับสามารถหมุนได้อย่างอิสระ เพื่อให้การทดสอบเป็นการทดสอบแรงดึงอย่างแท้จริง 3.ดึงตัวอย่างบริเคท์อัตรา 260-280 กิโลกรัมต่อนาที จนกระทั่งตัวอย่างบริเคท์ขาดออกจากกัน และบันทึกค่าน้ำหนักที่ทำให้ตัวอย่างขาดออกจากกันลงในตารางบันทึกผล ตารางบันทึกผลการทดลอง ตัวอย่างที่ อายุ (วัน) ขนาดหน้า ตัด (ซม2 ) น้ำหนัก (กรัม) แรงดึง ประลัย(กก) กำลังอัดประลัย (กก/ซม2 ) ค่าเฉลี่ย (กก/ซม2 ) 1. 2. 3. การคำนวณผล ให้คำนวณหาค่ากำลังดึง เป็น กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (kg/cm2 ) หรือ (ksc) จากสูตร Ft = P/A เมื่อ Ft = หน่วยแรงดึงประลัย (กิโลกรัม/ตร.ซม) P = แรงดึงประลัย (กิโลกรัม) A =พื้นที่หน้าตัดตรงรอยขาดที่ตั้งฉากกับแรงดึง ตร.ซม ค่าที่ต่างไปจากค่าเฉลี่ยเกินกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ให้ถือว่าเป็นค่าที่ใช้ไม่ได้ ให้ตัดออก -กำลังดึงของก้อนตัวอย่างซีเมนต์มอร์ต้า อายุ7 วัน ต้องไม่น้อยกว่า 20 (kg/cm2 ) -กำลังดึงของก้อนตัวอย่างซีเมนต์มอร์ต้า อายุ 28 วัน ต้องไม่น้อยกว่า 25 (kg/cm2 )
การรายงาน 1.รายงานผลการทดสอบกำลังดึงของมอร์ต้าที่อายุต่างๆ ว่ามีค่าเท่ากับเท่าใด โดยทั่วไปหากมอร์ต้าเป็น ส่วนผสมเดียวกัน ผลการทดสอบกำลังดึงที่อายุมากกว่าจะมีค่าสูงกว่ามอร์ต้าที่มีอายุน้อยกว่า 2.หากทำการทดสอบกำลังดึงที่มีส่วนผสมและอายุเท่ากันจำนวน 3 ตัวอย่าง กำลังดึงของแต่ละตัวอย่างไม่ เกินค่าเฉลี่ยของกำลังดึงทั้ง 3 ตัวอย่างมากกว่าร้อยละ 15 หากตัวอย่างใดเกินให้ตัดออก และหากตัวอย่างที่ตัด ออกแล้วทำให้ค่าที่เหลืออยู่น้อยกว่า 2 ตัวอย่าง ให้ยกเลิกผลการทดสอบนั้น และทำการหล่อตัวอย่างเพื่อทำการ ทดสอบใหม่ 3.เปรียบเทียบผลการทดลองที่ได้กับเพื่อนๆ จากกลุ่มอื่นที่ใช้ตัวอย่างทดสอบเดียวกันว่ามีค่าแตกต่างหรือ ใกล้เคียงกันมากน้อยเพียงใด 4.รายงานถึงประโยชน์ของการทดสอบครั้งนี้ว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง และมีการทดลองในขั้นตอนใดที่ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ