เจาะน้ำ ในช่องท้อง ABDOMINAL PARACENTESISIS
หัตถการเจาะท้อง (ABSOMINAL PARACENTESIS) คำ จำ กัดความ การเจาะเพื่อดูดของเหลว (Ascitic Fluid) ออกจากช่องว่าง เยื่อบุช่องท้อง (Peritoneal cavity) วัตถุประสงค์ เพื่อการวินิจฉัยโรค เช่น เก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์หาาเซลล์ มะเร็ง หรือหาโรค หรือเลือดในช่องท้อง 1. 2. เพื่อบรรเทาอาการโดยลดความดันในช่องท้องผู้ป่วยที่มีน้ำ ขัง ในท้อง (Ascites) ดูดไม่เกิน 2000-3000 มิลลิลิตร หรือตาม สภาวะของผู้ป่วย 3. เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำ หรับพยาบาล ข้อควรระวัง การเจาะเพื่อดูดของเหลว (Ascitic Fluid) ออกจากช่องว่าง เยื่อบุช้องท้องโดยลดความดันในช่องท้องในผู้ป่วยที่มีน้ำ ขังในช่องท้อง (Ascites) ดูดไม่เกิน 2000-3000 มิลลิลิตร หรือตามสภาวะผู้ป่วย ห้ามเจาะท้องในผู้ป่วยที่มีภาวะดังต่อไปนี้ 1. มีภาวะ Bowel Distention 2. มีความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด 3. มีแผลดึงรั้งบริเวณช่องท้อง 4. มีการติดเชื้อบริเวณผิวหนังหน้าท้อง
การเตรียมอุปกรณ์ หัตถ ก า ร เ จ า ะท้อ ง (ABDOMINAL PARACENT E S I S ) 1.ชุดเจาะท้อง 2.ขวดเก็บตัวอย่างส่งตรวจพร้อมฝาปิด 3. น้ำ ยาฆ่าเชื้อ Povidone-iodine , 2% Chlorhexidine 4.สำ ลี Alcohol 5.ยาชาเฉพาะที่ 1 % Xylocaine 6.เข็มฉีดยา เบอร์ 18 และเบอร์ 24 7.ถุงมือ Sterile 8.พลาสเตอร์ปิดแผล Fixomull กรณีที่ต้องการระบายน้ำ ออกจากช่องท้องใน ปริมาณมากควรเพิ่ม 1.ขวดสะอาดปราศจากเชื้อขนาด 1000 มิลลิลิตรสำ หรับรองรับของเหลวที่ออกจากเยื่อ บุช่องท้อง 2.IV Set 3.Three ways 1 1 1,1 1 1 1 1 1 1 1 1 จำ นวน ชุด ขวด ขวด แผง ขวด อัน คู่ กล่อง ขวด เซท เซท อุปกรณ์ หน่วย
ชุดเจาะท้อง การเตรียมอุปกรณ์ หัตถ ก า ร เ จ า ะท้อ ง (ABDOMINAL PARACENT E S I S ) :กรณีที่ณีต้ ที่ อต้งการระบายน้ำ ออกจากช่อช่งท้อท้งในปริมริาณมากควรเพิ่มพิ่ ขวดเก็บตัวอย่างส่ง ตรวจพร้อมฝาปิด 2% Chlorhexidine น้ำ ยาฆ่าเชื้อ Povisone- iodine ยาชาเฉพาะที่ 1% Xylocaine สำ ลี Alcohol เข็มฉีดยา เบอร์ 18 และ 24 ถุงมือ Sterile พาสเตอร์ปิดแผล Fixomull ขวดสะอาดปราศจากเชื้อ ขนาด 1000มิลิลิตร สำ หรับรองรับของเหลว ที่ออกจากเยื่อบุช่องท้อง IV Set Three ways
หัตถการเจาะท้อง (ABSOMINAL PARACENTESIS) ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1. ตรวจสอบชื่อ วันเดือนปีเกิดผู้ป่วย โดยสอบถามชื่อและดูจากป้าย ข้อมือผู้ป่วยให้ถูกต้องตรงกัน 2. บอกให้ผู้ป่วยทราบเหตุผลของการทำ หัตถการ และอธิบายขั้นตอน การปฏิบัติ และตอบข้อซักถาม 3. ให้ผู้ป่วยรถ่ายปัสสาวะ ชั่งน้ำ หนักตัวและ/หรือวัดรอบท้อง 4. ตรวจสอบสัญญาณชีพ 5. เตรียมผิวหนังบริเวณที่จะเจาะให้สะอาด 6. นำ เครื่องมือเครื่องใช้ที่เตรียมไว้ไปที่เตียง 7. จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นสัดส่วน มีบริเวณพอเหมาะในการจัดวาง เครื่องมือเครื่องใช้ สะดวกต่อการจัดท่าและช่วยแพทย์ขณะทำ การ เจาะท้อง 8. จัดท่าให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งแยกขา หรืออาจจัดให้นอนท่าศีรษะสูง เล็กน้อย หรือท่านอนตะแคงแล้วห่มผ้าให้ เปิดเฉพาะบริเวณที่ ต้องการ 9. ล้างมือให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง 10. จัดวางเครื่องใช้ให้สะดวกต่อการปฏิบัติเปิดชุดเจาะท้อง โดยใช้ หลักสะอาดปราศจากเชื้อ เทน้ำ ยาทำ ลายเชื้อลงในถ้วยน้ำ ยา 11.ใช้พลาสเตอร์ยึดมุมผ้าสี่เหลี่ยมเจาะกลางที่แพทย์คลุมบริเวณที่ เจาะไว้ให้อยู่กับที่ 12. ใช้สำ ลีชุบแอลกอฮอล์ 70 % เช็ดจุกขวดยาชา ส่งขวดยาให้แพทย์ เห็นสลากยาชัดเจนขณะเจาะ
หัตถการเจาะท้อง (ABSOMINAL PARACENTESIS) ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 13. ตรวจสอบอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วย โดยสังเกตชีพจร การ หายใจ สีผิว อาการเหงื่ออก และความรู้สึกของผู้ใช้บริการ เช่น อาการ หน้ามืด เป็นลม 14. ช่วยแพทย์เก็บตัวอย่างส่งตรวจต้องระมัดระวังการปนเปื้อนเชื้อ (ในกรณีที่ต้องการ) 15. ระหว่างการปล่อยให้ของเหลวไหลออกจากช่องท้อง พยาบาลจะ ต้องคอยดูแลผู้ป่วย ดังนี้ 15.1 จัดท่าให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าเดิมที่สุขสบายระมัดระวังเข็มเจาะ และสายยางเลื่อนหลุด อาจยึดเข็มให้อยู่กับที่ด้วยพลาสเตอร์ 15.2 ตรวจสอบอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยและความรู้สึกของผู้ ใช้บริการเป็นระยะๆโดยวัดความดันโลหิต จับชีพจร นับการหายใจ และสังเกตการไหลของของเหลว 15.3 ดูแลไม่ให้ของเหลวไหลออกเร็วเกินไปและให้ได้จำ นวนตาม การรักษาของแพทย์ 16. เมื่อได้จำ นวนของเหลวตามการรักษาของแพทย์ แพทย์จะดึงเข็ม ออก ปิดบริเวณที่เจาะด้วยผ้าก๊อซ 17. ตรวจสอบสัญญาณชีพ ความรู้สึกของผู้ป่วยและการรั่วซึมของ ของเหลว 18. อาจชั่งน้ำ หนักตัวหรือวัดรอบท้องในผู้ป่วยบางคน 19. เปลี่ยนผ้าก๊อซปิดแผลที่เจาะ ถ้ามีของเหลวไหลซึมออกมามาก 20. อาจใช้ผ้าพันหน้าท้องไว้ในผู้ป่วยบางราย
หัตถการเจาะท้อง (ABSOMINAL PARACENTESIS) การบันทึก 1.บันทึกวัน เวลา ที่ทำ หัตถการ ลักษณะ สี ปริมาณของของเหลวที่ออก จากช่องท้อง 2.บันทึกสัญญาณชีพ อาการ อาการแสดงของผู้ป่วยก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ หัตถการ การประเมินผล 1.ผู้ช่วยพยาบาล/พยาบาลเตรียมอุปกรณ์ถูกต้อง ครบถ้วน 2.มีการให้ข้อมูลและเซ็นใบยินยอมการทำ หัตถการ 3.มีการวัดสัญญาณชีพก่อนและหลังทำ หัตถการ 4.มีการบันทึกสัญญาณชีพ อาการ อาการแสดงก่อนและหลังทำ หัตการ 5.เก็บสิ่งส่งตรวจได้ถูกต้อง 6. ผู้ป่วยได้รับการบรรเทาอาการปวดจากการเจาะท้อง 7. ผู้ป่วยลดความวิตกกังวล ความกลัว และได้รับความร่วมมือ 8. ผู้ป่วยไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะท้อง