The theory The theory The theory of จิตวิทยาของความรัก นางสาวณัฐณัณิชณิา บุกบุญ เลขที่14 ม.6/4
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) นี้ จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีจิตวิทยาความรักรั (The theory of love) เพื่อนำ ไปปรับรั ใช้ในชีวิตประจำ วันเเละต่อยอดในอนาคตได้ ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี จะเป็นประโยชน์สำ หรับรัผู้ที่สนใจเกี่ยวกับจิตวิทยาเเละความรักรัจะได้ ประโยชน์จากหนังสือ E-Book เล่มนี้ไม่มากก็น้อย คำ นำ
สารบัญ 02 จิตวิทยา ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular theory of love) Type of love คำ นำ ความรัก รัก 1 2 3-4 01 5-8 9-11
WHAT IS “love ” เป็นความรู้สึก สภาพและ เจตคติ ต่าง ๆ ซึ่งมีตั้งแต่ความชอบ ระหว่างบุคคลหมายถึง อารมณ์ การดึงดูด และ ความผูกพัน (attachment) ส่วนบุคคลอย่างแรงกล้า ในบริบททาง ปรัชญา ความรักเป็น คุณธรรม แสดงออกซึ่ง ความเมตตา ความเห็นอก เห็นใจ และความ เสน่หา ทั้งหมดของมนุษย์ ความรักเป็นแก่นของ หลาย ศาสนา อย่างเช่นในวลี "พระเจ้าเป็นความรัก" ของ ศาสนา คริสต์ หรือ อากาเป ใน พระวรสารในสารบบ ความรักยังอาจ อธิบายได้ว่าเป็นพฤติกรรมต่อตนเองหรือผู้อื่นซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐาน ความเห็นอกเห็นใจ หรือความเสน่หา "ความรัก”
WHAT IS “love ” "รัก” คำ ว่าว่ "รักรั"สามารถหมายความถึง ความรู้สึรู้กสึสภาพ ทางอารมณ์แณ์ละ เจตคติ ต่าง ๆ ซึ่งซึ่อาจมีตั้มี ตั้งตั้แต่ความ พอใจทั่วทั่ ไปจนถึงความดึงดึดูดดูระหว่าว่งบุคคลอย่าย่ง รุนรุแรงแต่โดยเจาะจงแล้ว ความรักรัสามารถหมายถึง ความต้องการอย่าย่งเสน่หน่าและความสัมสัพันพัธ์ทธ์างเพศ ซึ่งซึ่เป็นป็ความหมายของความรักรัแบบโรแมนติก ความ รักรัที่มีเมีพศเข้าข้มาเกี่ยวข้อข้ง ซึ่งซึ่เป็นความหมายของอีรอส (คำ ภาษากรีกรีหมายถึงความรักรั ) ความใกล้ชิดชิทางอารมณ์ ซึ่งซึ่เป็นความหมายของความรักรักับบุคคลในครอบครัวรัหรือรืรักรับริสุริทสุธิ์ ที่นิยนิามมิตมิรภาพ หรือรืความรักรัแบบอุทิศตัวแบบในทางศาสนา ความหลากหลายของการใช้แช้ละความหมาย ของคำ ว่าว่รักรันี้ ประกอบกับความรู้สึรู้กสึอันซับซัซ้อซ้นที่เข้าข้มาเกี่ยวข้อข้ง ทำ ให้เห้ป็นการยากที่จะ นิยนิามความรักรัให้แห้น่นน่อน แม้จม้ะเทียบกับสภาพอารมณ์อื่ณ์อื่น ๆ แล้วก็ตาม
WHAT IS “love ” จิตวิทยา ในทางจิตจิวิทวิยาบรรยายความรักรัไว้ว่ว้าว่เป็นป็ ปรากฏการณ์ที่ณ์ ที่เกี่ยวข้อข้งกับการรับรัรู้แรู้ละสังสัคม นักนัจิตจิวิทวิยา โรเบิร์บิตร์สเติร์นร์เบิร์บิกร์กำ หนดทฤษฎี สามเหลี่ยมของความรักรัโดยให้เห้หตุผตุลว่าว่ความ รักรั ประกอบด้วด้ยองค์ประกอบสามอย่าย่งที่แตก ต่างกัน ได้แด้ก่ ความใกล้ชิดชิการผูกผูมัดมัและ ความหลงใหล ความใกล้ชิดชิเป็นป็รูปรูแบบที่บุคคล สองคนแบ่งบ่ ปันความเชื่อชื่มั่นมั่และรายละเอียด หลายประการของชีวิชีตวิส่วส่นตัว และโดยปกติแล้วจะแสดงออกในรูปรูของมิตมิรภาพ และความสัมสัพันพัธ์แธ์บบรักรัโรแมนติก ส่วส่นการผูกผูมัดมั นั้นนั้เป็นการคาดหวังวัว่าว่ความสัมสัพันพัธ์นี้ธ์จนี้ะคงอยู่ถยู่าวร ส่วส่นประการสุดสุท้ายและเป็นรูปรูแบบทั่วทั่ ไปของความ รักรันั้นนั้คือการดึงดึดูดดูและความหลงใหลทางเพศ ความ รักรัแบบหลงใหลนั้นนั้ถูกถูแสดงออกในการหลงรักรัเช่นช่ เดียดีวกับรักรัโรแมนติก รูปรูแบบทั้งทั้หมดของความรักรันั้นนั้ถูกถูมองว่าว่เกิดจากสามองค์ประกอบนี้ในี้นสัดสัส่วส่นที่ แตกต่างกัน นักนัจิตจิวิทวิยาชาวอเมริกัริ กัน ซิกซิรูบิรูนบิ ใช้กช้ารจำ กัดความในทางจิตจิมิติมิ ติใน คริสริต์ทศวรรษ 1970 งานของเขากล่าวว่าว่สามปัจจัยจัที่ก่อให้เห้กิดความรักรันั้นนั้ ประกอบ ด้วด้ยความผูกผูพันพัทางอารมณ์ ความเอื้ออาทร และความใกล้ชิดชิ
WHAT IS “love ” จิตวิทยา ภายหลังมีกมีารพัฒพันาในทฤษฎีทางไฟฟ้าฟ้ อย่าย่งเช่นช่กฎของคูลคูอมบ์ซึ่บ์ซึ่งซึ่แสดงให้เห้ห็นห็ว่าว่ ประจุไฟฟ้าฟ้บวกและลบจะดึงดึดูดดูกันจึงจึมีกมีารนำ หลักการดังดักล่าวมาเปรียรีบเทียบกับชีวิชีตวิของ มนุษนุย์อย์ย่าย่งเช่นช่ "การดึงดึดูดดูเพศตรงข้าข้ม" ตลอดศตวรรษที่ผ่าผ่นมา การวิจัวิยจัเกี่ยวกับการ หาคู่ตคู่ามธรรมชาติของมนุษนุย์มัย์กมัจะพบว่าว่สิ่งสิ่นี้ ไม่เม่ ป็นป็ความจริงริเมื่อมื่พิจพิารณาถึงอุปนิสันิยสัและ บุคลิกลักษณะบุคคลค่อนข้าข้งที่จะชอบคนอื่นที่ คล้ายคลึงกับตนเอง เเต่เมื่อมื่ ไม่กี่ม่ กี่ปีที่ปี ที่ผ่าผ่นมา ทฤษฎีความผูกผูพันพั ระหว่าว่งมนุษนุย์หย์ลายทฤษฎีได้รัด้บรัการพัฒพันาขึ้นขึ้ เพื่อพื่ ใช้อช้ธิบธิายความหมายของความผูกผูพันพัทาง อารมณ์ การผูกผูมัดมัพันพัธะและความใกล้ชิดชิ ทางการตะวันวัตกบางประเทศได้แด้ยกความรักรัออกเป็นป็สององค์ประกอบ คือ ความเห็นห็แก่ผู้อื่ผู้ อื่นและการรักรัตัวเอง มุม มองนี้ปนี้รากฏในผลงานของสกอตต์ เพ็กพ็ผู้ซึ่ผู้ ซึ่งซึ่มีงมีานอยู่ใยู่นสาขาวิชวิา จิตจิวิทวิยาประยุกต์ ได้สำด้สำรวจการจำ กัดความของ ความรักรัและความชั่วชั่ร้าร้ย เพ็กพ็ยืนยืยันยัว่าว่ความรักรันั้นนั้เป็นป็การประกอบกันของ "ความห่วห่งใยในการเติบโตทางด้าด้นจิตจิ วิญวิญาณของบุคคลอื่น"และการรักรัตัวเองแบบเรียรีบง่าย นการประกอบกัน ความรักรัเป็นป็กิจกรรม มิใมิช่เช่พียพีงความรู้สึรู้กสึ
TRIANGULAR THEORY OF TRIANGULAR THEORY OF “love ” ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก (Triangular theory of love)
โรเบิร์บิตร์สเติร์นร์เบิร์บิกร์ (Robert Sternberg, 1986) นักนัจิตจิวิทวิยาแห่งห่มหาวิทวิยาลัย แสตนฟอร์ดร์ซึ่งซึ่โด่งด่ดังดัจากการสร้าร้งทฤษฎีที่อธิบธิายการทำ งานของเชาว์ปัว์ ปัญญาในชื่อชื่ที่ว่าว่ "ทฤษฎีสามศร" (Triarchic theory of intelligence) ได้พัด้ฒพันาทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรักรัท่านกล่าวว่าว่ความรักรัของ มนุษนุย์นั้ย์นนั้ ประกอบด้วด้ย 3 รูปรูแบบของความรักรั ได้แด้ก่ 1. ความรักรัในระดับดัเนื้อนื้หนังนัซึ่งซึ่เกิดจากแรงขับขัที่มาจากภายในของมนุษนุย์ (Passion) 2. ความรักรัในระดับดัความรู้สึรู้กสึที่ใกล้ชิดชิกัน สนิทนิสนมชิดชิเชื้อชื้ (Intimacy) 3. ความรักรัในระดับดัของพันพัธะสัญสัญา หรือรืการให้คำห้ คำมั่นมั่สัญสัญาต่อกันที่จะรักรัษาสัมสัพันพัธภาพไว้ใว้ห้ยั่ห้งยั่ยืนยื (Commitment) TRIANGULAR THEORY OF TRIANGULAR THEORY OF “love ”
TRIANGULAR THEORY OF TRIANGULAR THEORY OF “love ” ความใกล้ชิดชิ (intimacy) เป็นป็องค์ประกอบ ด้าด้นอารมณ์ คือ มีคมีวามคุ้นคุ้เคยใกล้ชิดชิกันใน ความรู้สึรู้กสึความเข้าข้ใจกันอย่าย่งลึกซึ้งซึ้ความเอื้อ อาทรต่อกัน สื่อสื่สารกันได้อด้ย่าย่งดี มีคมีวามไว้ วางใจต่อกัน ซึ่งซึ่จะค่อยๆ เพิ่มพิ่ขึ้นขึ้ตามระยะเวลา ของความสัมสัพันพัธ์ 1. 2.ความเสน่หน่า (passion) เป็นป็องค์ประกอบด้าด้นแรง จูงใจ เกิดจากแรงขับขัภายในระบบของร่าร่งกาย หรือรืความ รู้สึรู้กสึที่ถูกถูกระตุ้นตุ้ทางสรีรรีะ เป็นป็ความดึงดึดูดดูทางเพศ เช่นช่ ความพอใจในรูปรูกลิ่น เสียสีง หรือรืจริตริกิริยริาของอีกฝ่าย หนึ่งนึ่หรือรืเสน่ห์น่อื่ห์อื่นๆ และยังยัรวมถึงเหตุกตุระตุ้นตุ้อื่นๆ ซึ่งซึ่ ทำ ให้เห้กิดความรู้สึรู้กสึ โรแมนติกด้วด้ย 3.ความผูกผูมัดมั (commitment) เป็นป็องค์ประกอบด้าด้นความคิด คือ การตัดสินสิ ใจที่จะรักรัหรือรืมีพัมีนพัธะทางใจหรือรืทางสังสัคมต่อกัน การใช้ เวลาร่วร่มกันในกิจกรรมต่างๆ หรือรืการใช้ชีช้วิชีตวิร่วร่มกันต่อเนื่อนื่งเป็นป็เวลา นาน ความรับรัผิดผิชอบในพันพัธะที่ตกลงต่อกัน การรับรัพันพัธะผุกผุพันพัจะ ค่อยๆ เพิ่มพิ่ขึ้นขึ้เมื่อมื่มีคมีวามสนิทนิสนมกันมากขึ้นขึ้และเปลี่ยนไปตามระดับดั ของความสุดสุความพอใจในแต่ละช่วช่งเวลา หากมีปัมี ปัญหายุ่งยุ่ยากในความ สัมสัพันพัธ์รธ์ะหว่าว่งกัน การรับรัพันพัธะผูกผูพันพัอาจลดระดับดัลงไป
TRIANGULAR THEORY OF TRIANGULAR THEORY OF “love ” องค์ประกอบด้าด้นความใกล้ชิดชิเป็นป็แกนหลักที่สามารถพบได้ใด้นความสัมสัพันพัธ์ทุธ์กทุรูปรูแบบ มีคมีวาม คงทนค่อนข้าข้งสูงสูและมีบมีทบาทสำ คัญในความสัมสัพันพัธ์รธ์ะยะยาว ส่วส่นความเสน่หน่ามักมัพบในความ สัมสัพันพัธ์เธ์ชิงชิคู่รัคู่กรัเท่านั้นนั้เด่นด่ชัดชั ในความทรงจำ และมีบมีทบาทสำ คัญในความสัมสัพันพัธ์รธ์ะยะสั้นสั้ มีผมีลต่อปฏิกิริยริาทางร่าร่งกายและการรับรัรู้ครู้วามเจ็บจ็ ปวด ขณะที่ความผูกผูมัดมันั้นนั้มีคมีวามผันผัแปรใน แต่ละช่วช่งอายุ เช่นช่มีคมีวามผูกผูมัดมักับครอบครัวรัในวัยวัเด็กด็ผูกผูมัดมักับเพื่อพื่นในช่วช่งวัยวัรุ่นรุ่และผูกผูมัดมักับ คนรักรัในวัยวัผู้ใผู้หญ่ มีผมีลต่อการรับรัรู้ครู้วามเจ็บจ็ ปวดและความสามารถในการควบคุมคุตนเอง
1.การไม่มีม่คมีวามรักรั (nonlove) เป็นป็รูปรูแบบความสัมสัพันพัธ์ที่ธ์ ที่ไม่มีม่อมีงค์ประกอบทั้งทั้สามเลย เป็นป็ความสัมสัพันพัธ์ ระหว่าว่งบุคคลแบบง่ายๆ ชั่วชั่ระยะเวลาหนึ่งนึ่ ไม่มีม่คมีวามรู้สึรู้กสึหรือรืรักรัมาเกี่ยวข้อข้ง 2.ความชอบ (liking) เป็นป็รักรัที่ประกอบด้วด้ยความใกล้ชิดชิเท่านั้นนั้เกิดขึ้นขึ้กับคนที่เราสนิทนิสนมใกล้ชิดชิด้วด้ย เช่นช่เพื่อพื่น คนรู้จัรู้กจั 3.รักรัแบบหลงใหล (infatuated love) เป็นป็รักรัที่ประกอบด้วด้ยความเสน่หน่าอย่าย่งเดียดีว เกิดขึ้นขึ้ ได้บ่ด้อบ่ย ทำ นองรักรัแรกพบ TYPE OF “love ”
TYPE OF “love ” 4.ความสัมสัพันพัธ์แธ์บบปราศจากความรักรั (empty love) เป็นป็รักรัที่ประกอบด้วด้ยความผูกผูมัดมัอย่าย่งเดียดีว เช่นช่มีกมีารแต่งงาน ที่ปราศจากความรู้สึรู้กสึต่อกัน เพียพีงแค่อยู่ร่ยู่วร่มกัน (ซึ่งซึ่อาจพัฒพันาองค์ประกอบอื่นภายหลัง) 5.รักรัแบบโรแมนติก (romantic love) เป็นป็รักรัที่ประกอบด้วด้ยความใกล้ชิดชิและความเสน่หน่า เกิดเมื่อมื่บุคคลรู้จัรู้กจั กัน ใกล้ชิดชิกัน จึงจึเกิดความรู้สึรู้กสึตื่นตัวทางร่าร่งกาย ปรารถนาจะอยู่ใยู่กล้ชิกชิ ได้สัด้มสัผัสผัและถ่ายทอดความรู้สึรู้กสึระหว่าว่ง กันโดยยังยัไม่มีม่พัมีนพัธะผูกผูมัดมั 6.รักรัแบบมิตมิรภาพ (companionate love) เป็นป็รักรัที่ประกอบด้วด้ยความใกล้ชิดชิและความผูกผูมัดมัมักมัเกิดในความ สัมสัพันพัธ์รธ์ะยะยาว เช่นช่เพื่อพื่น หรือรืคู่แคู่ต่งงานที่ใช้ชีช้วิชีตวิร่วร่มกันมานาน
7.รักรัแบบไร้สร้ติปัญญา (fatuous) เป็นป็รักรัที่ประกอบด้วด้ยความเสน่หน่าและความผูกผูมัดมั โดยบุคคลพบรักรัและผูกผูมัดมักัน อย่าย่งรวดเร็วร็ซึ่งซึ่รักรัแบบนี้มันี้กมัจบลงอย่าย่งรวดเร็วร็เช่นช่กัน 8.รักรัสมบูรณ์แณ์บบ (consummate love) เป็นป็รักรัที่มีทั้มี ทั้งทั้สามองค์ประกอบ ทั้งทั้ความเสน่หน่า ความใกล้ชิดชิและ ความผูกผูมัดมัรักรัรูปรูแบบนี้เนี้ป็นป็รักรัที่บุคคลปรารถนาแต่ยากที่จะเกิดขึ้นขึ้และรักรัษาให้คห้งสภาพไว้ไว้ด้ ขึ้นขึ้อยู่กัยู่ กับรูปรูแบบ ความสัมสัพันพัธ์แธ์ละสถานการณ์ที่ณ์ ที่แวดล้อมในความสัมสัพันพัธ์รธ์ะหว่าว่งสองบุคคล TYPE OF “love ”
จิตวิทยาของความรัก To love oneself is the beginning of a lifelong romance การรักตัวเองเป็นจุดเริ่มต้น ของความรักตลอดชีวิต