The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อ้างอิงเนื้อหา
จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 30เรื่องไม้ดอกไม้ประดับ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebooknayok, 2024-01-15 02:16:42

ไม้ดอกไม้ประดับ

อ้างอิงเนื้อหา
จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 30เรื่องไม้ดอกไม้ประดับ

ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำ เภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ไม้ดอกไม้ ประดับอ้ า ง อิ ง เ นื้ อ ห า จ า ก ห นั ง สื อ ส า ร า นุ ก ร ม ไ ท ย สำ ห รั บ เ ย า ว ช น เ ล่ ม ที่ 3 0 เ รื่ อ ง ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ


ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ เ นื้ อ ห า ส า ร า นุ ก ร ม ไ ท ย สำ ห รั บ เ ย าว ช น เ ล่ ม ที่ 3 0 เ รื่ อ ง ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ความหมายของไม้ดอกไม้ประดับ และการจำ แนกประเภท ไม้ดอกไม้ประดับ หมายถึง ไม้ดอกที่นำ มาใช้ใช้นการประดับตกแต่งสวน หรือรืสถานที่ต่างๆ โดยไม้ดอก (Flowering plant) หมายถึง พรรณไม้ที่ออกดอกมีสีสันสวยงาม หรือรืมีกลิ่นหอม อาจจำ แนกไม้ดอกออกได้เป็น๒ วิธีวิ ธีคือ วิธีวิแธีรกเป็นการจำ แนกตามลักษณะของพรรณไม้ และวิธีวิที่ธี ที่๒ เป็นการจำ แนกตามประโยชน์ใช้สอย ๑. การจำ แนกตามลักษณะของพรรณไม้ ๒. การจำ แนกตามประโยชน์ใช้สอย ๑) ไม้ดอกที่เป็นไม้ล้มลุก (Flowering herb)๒) ไม้ดอกที่เป็นไม้พุ่ม (Flowering shrub)๓) ไม้ดอกที่เป็นไม้เถา หรือรื ไม้เลื้อย (Flowering climber)๔) ไม้ดอกที่เป็นไม้ต้นหรือรื ไม้ใม้หญ่ยืนต้น (Flowering tree) ๑) ไม้ตัดดอก (Cut flower plant)๒) ไม้ดอกกระถาง (Flowering pot plant)๓) ไม้ดอกประดับแปลง (Bedding plant)


ต้ น ห ม า ก น ว ล เ นื้ อ ห า ส า ร า นุ ก ร ม ไ ท ย สำ ห รั บ เ ย าว ช น เ ล่ ม ที่ 3 0 เ รื่ อ ง ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ชื่อวิทวิยาศาสตร์ Veitchia merrillii (Becc.) H.E. ชื่อวงศ์ PALMAE ชื่อสามัญ Manila palm, Christmas palm ชื่ออื่นอื่ๆ หมากเยอรมัน หมากมนิลา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ปาล์มต้นเดี่ยว ลำ ต้นสีน้ำ ตาลปนเทาขนาด ประมาณ 25 เซนติเมตร มีคอสีเขียวนวลยาว 30-50 เซนติเมตร ใบประกอบ แบบขนนกเรียรีงสลับ ใบย่อย รูปรูขอบขนานกว้าว้ง 2-5 เซนติเมตร ยาว 45-75 เซนติเมตร ดอกสีเหลืองนวล ออกเป็นช่อ แบบช่อแยกแขนงใต้โต้คนกาบใบผลสด แบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ทรงกลมรี ขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร ติดผลจำ นวนมาก การใช้งานด้านภูมิทัศน์ ทรงพุ่มสวย ปลูกเป็นไม้ประดับ


ต้ น ท อ ง อุ ไ ร เ นื้ อ ห า ส า ร า นุ ก ร ม ไ ท ย สำ ห รั บ เ ย าว ช น เ ล่ ม ที่ 3 0 เ รื่ อ ง ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ทองอุไร บางแห่งห่อาจเรียรีก พวงอุไร สร้อร้ยทอง หรือรืดอกละคร ชื่อสามัญคือGingerthomas, Yellow Bells, Yellow Elder และ Yellow Trumpet Bush มีชื่อ วิทวิยาศาสตร์ว่ร์าว่ Tecoma stans สกุลเดียวกับพวงแสดต้น สมาชิกในวงศ์ Bignoniaceae มีถิ่นกำ เนิดในแถบอเมริกริาเขตร้อร้นถึงหมู่เกาะเวสต์อินอิดิส ทองอุไรเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบ อายุหลายปี สูง 2 – 5 เมตร บางครั้งรั้มี ลักษณะเป็นพุ่มเรือรืนยอดทรงกลมหรือรืรูปรูไข่ ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกตรงข้าม ใบย่อยรูปรูหอกหรือรืรูปรูไข่แกมรูปรูขอบขนาน ปลายใบแหลม โคน ใบสอบ ขอบจักจัซี่ฟันฟั ใต้ใต้บมีขนละเอียอีด ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบและ ปลายยอด ดอกรูปรูแตรสีเหลืองสดใส โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ดอกร่วร่งง่าง่ย ออกดอกตลอดปี หากออกสะพรั่งรั่พร้อร้ม กันทั้งต้นจะสวยมาก ผลเป็นฝักรูปรูทรงกระบอกเกือบกลม ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกออก เมล็ดแบน สีน้ำ ตาลอ่ออ่น


ต้ น บ า น บุ รี ม่ วง เ นื้ อ ห า ส า ร า นุ ก ร ม ไ ท ย สำ ห รั บ เ ย าว ช น เ ล่ ม ที่ 3 0 เ รื่ อ ง ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ชื่อสามัญ : Purple Allamanda, Violet Allamanda ชื่อวิทวิยาศาสตร์ : Allamanda violacea Gard. & Field.วงศ์ : APOCYNACEAE ชื่ออื่นอื่ : บานบุรีสีรี สีม่วง, บานบุรีสีรี สีกุหลาบถิ่นกำ เนิด : มีถิ่นกำ เนิดในประเทศแถบอเมริกริาเขตร้อร้น ลักษณะทั่วไป : ต้น บานบุรีม่รี ม่วงหรือรืบานบุรีสีรี สีม่วง เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย เถาหรือรืลำ ต้นมีขนาดเล็ก แข็งและเหนียว ทุกส่วนของเถาหรือรืลำ ต้นมียางสีขาว เถาของบานบุรีสีรี สีม่วงเลื้อยไป ได้ได้ม่ไกลอย่างบานบุรีเรีหลือง บานบุรีม่รี ม่วงจะเลื้อยไปได้ได้กลประมาณ 3 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียรีงรอบข้อ 4 ใบ ใบสีเขียวแต่ไม่ถึงกับเขียวเข้ม ใบรูปรูรี หรือรืรูปรูขอบขนาน ปลายใบเรียรีวแหลม โคนใบสอบมน ขอบใบเรียรีบเกลี้ยง ใบบิดเป็น คลื่นเล็กน้อย เนื้อใบอ่ออ่นและปกคลุมไปด้วยขนแข็งที่ละเอียอีด เมื่อจับจัดูจะรู้สึรู้สึกระคาย มือ ขนาดใบกว้าว้งประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ก้านใบสั้น ดอก บานบุรีม่รี ม่วงออกดอกเป็นช่อสั้นๆ ตามซอกใบและปลายกิ่ง หรือรืดามข้อ ต้นช่อละ 5-6 ดอก ดอกรูปรูทรงกรวยปลายดอกบานออกเป็น 5 กลีบ คล้ายรูปรูแตร มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปรูไข่กลับ สีเขียวอ่ออ่น มีกลีบดอก 5 กลีบ สีม่วงแดงหรือรืม่วง อมชมพู กลีบดอกแต่ละกลีบเหลื่อมซ้อนทับกันคล้ายกังหันหั โคนกลีบสีม่วงเข้ม เชื่อมติดกันเป็นหลอด ดอกบานเต็มที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-9 เซนติเมตร ภายในดอกมีเกสรตัวผู้ 5 อันอัดอกมีกลิ่นหอมอ่ออ่นๆ การดูแลรักรัษา :แสง บานบุรีม่รี ม่วงเป็นไม้กลางแจ้งจ้ชอบแสงแดดจัดจัพอสมควรดิน บานบุรีม่รี ม่วงขึ้นได้ดีในดินร่วร่นที่มีความชุ่มชื้น ระบายน้ำ ได้ดี มีอินอิทรียรีวัตวัถุสูงน้ำ เป็นไม้ที่ต้องการน้ำ ปานกลาง ควรรดน้ำ วันวัละ 2 ครั้งรั้ เช้าและเย็น อย่าปล่อยให้ดิห้ ดินที่บริเริวณโคนต้นแห้งห้หากดิน โคนต้นแห้งห้สนิทเมื่อใด ต้นก็จะตายทันที ปุ๋ย ให้ให้ช้ปุ๋ยคอกหรือรืปุ๋ยหมัก รองกันหลุมตอนปลูก เมื่อต้นโตแล้วให้พห้รวนดินบริเริวณโคนต้น แล้วใส่ปุ๋ยคอกหรือรืปุ๋ยหมักปีละ 2 ครั้งรั้ โรคและแมลง ไม่มีโรคและแมลงที่สำ คัญ


ต้ น โ ม ก เ นื้ อ ห า ส า ร า นุ ก ร ม ไ ท ย สำ ห รั บ เ ย าว ช น เ ล่ ม ที่ 3 0 เ รื่ อ ง ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ชื่อภาษาอังอักฤษMokeชื่อวิทวิยาศาสตร์Wrightia religiosa.ความหมาย โมก หมายถึง ผู้ที่หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง หรือรืผู้ที่มีจิตจิ ใจขาวใสสะอาด ความเชื่อ คนในสมัยก่อนมีความเชื่อว่าว่ต้นโมกจะช่วยคุ้มครอง ปกป้องภัยอันอัตรายต่างๆหลายคนจึงจึมักเรียรีกต้นโมกว่าว่ “ต้นพุทธรักรัษา” ลักษณะทั่วไปของต้นโมกต้นโมกเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง โดยมีลำ ต้นที่สูงประมาณ 5 -12 เมตร และสามารถพบได้ทั่วไปตามสวน ไร่ นา หรือรืป่าเบญจพรรณที่มีความอุดม สมบูรณ์ นอกจากนั้นยังนิยมปลูกต้นโมกเพื่อการค้า สำ หรับรัตกแต่ง ประดับสวยให้ดูห้ดูสวยงาม ผิวเปลือกของต้นโมกจะมีสีน้ำ ตาลดำ ส่วนลำ ต้นจะกลมเรียรีบ โดยมีจุดเล็กๆ สีขาวปะปนอยู่ทั่วทั้งต้น ในส่วนกิ่งก้านสาขาสามารถแตกออกได้รอบด้านของลำ ต้น ซึ่งอาจไม่เป็นระเบียบ หากอยากให้ สวยเป็นพุ่มจะต้องตัดแต่งกิ่ง สำ หรับรั ใบเป็นใบเดียว ออกเรียรีงกันเป็นคู่ตามก้านใบ โดยใบจะมีขนาดเล็กคล้ายรูปรูไข่ โคนใบแหลม ส่วนปลายใบมน แหลม ใบมีสีเขียวเนื้อใบบาง ออกดอกตามซอกใบเป็นช่อๆ ช่อละประมาณ 3-5 ดอก ส่วนดอกจะคว่ำ หน้าลงสู่พื้นดิน มีทั้งดอกซ้อน ดอกลายดอกสี ขาว ซึ่งความโดดเด่นของดอก คือ จะมีกลิ่นหอมอ่ออ่นๆ หรือรืมีกลิ่นเขียวปนนิดๆ เมื่อดมใกล้ๆ ดอกของต้นโมกจะบานเต็มที่มีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร และสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ในขณะเดียวกันฝักของต้นโมกก็มีขนาดเล็กคล้ายกับถั่วเขียวยาวประมาณ 10 เซนติเมตร มีลักษณะ โค้งงอ ภายในฝักมีเมล็ดเรียรีงกันอยู่เป็นจำ นวนมาก


ต้ น โ ม ก เ นื้ อ ห า ส า ร า นุ ก ร ม ไ ท ย สำ ห รั บ เ ย าว ช น เ ล่ ม ที่ 3 0 เ รื่ อ ง ไ ม้ ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ชื่อภาษาอังอักฤษMokeชื่อวิทวิยาศาสตร์Wrightia religiosa.ความหมาย โมก หมายถึง ผู้ที่หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง หรือรืผู้ที่มีจิตจิ ใจขาวใสสะอาด ความเชื่อ คนในสมัยก่อนมีความเชื่อว่าว่ต้นโมกจะช่วยคุ้มครอง ปกป้องภัยอันอัตรายต่างๆหลายคนจึงจึมักเรียรีกต้นโมกว่าว่ “ต้นพุทธรักรัษา” ลักษณะทั่วไปของต้นโมกต้นโมกเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง โดยมีลำ ต้นที่สูงประมาณ 5 -12 เมตร และสามารถพบได้ทั่วไปตามสวน ไร่ นา หรือรืป่าเบญจพรรณที่มีความอุดม สมบูรณ์ นอกจากนั้นยังนิยมปลูกต้นโมกเพื่อการค้า สำ หรับรัตกแต่ง ประดับสวยให้ดูห้ดูสวยงาม ผิวเปลือกของต้นโมกจะมีสีน้ำ ตาลดำ ส่วนลำ ต้นจะกลมเรียรีบ โดยมีจุดเล็กๆ สีขาวปะปนอยู่ทั่วทั้งต้น ในส่วนกิ่งก้านสาขาสามารถแตกออกได้รอบด้านของลำ ต้น ซึ่งอาจไม่เป็นระเบียบ หากอยากให้ สวยเป็นพุ่มจะต้องตัดแต่งกิ่ง สำ หรับรั ใบเป็นใบเดียว ออกเรียรีงกันเป็นคู่ตามก้านใบ โดยใบจะมีขนาดเล็กคล้ายรูปรูไข่ โคนใบแหลม ส่วนปลายใบมน แหลม ใบมีสีเขียวเนื้อใบบาง ออกดอกตามซอกใบเป็นช่อๆ ช่อละประมาณ 3-5 ดอก ส่วนดอกจะคว่ำ หน้าลงสู่พื้นดิน มีทั้งดอกซ้อน ดอกลายดอกสี ขาว ซึ่งความโดดเด่นของดอก คือ จะมีกลิ่นหอมอ่ออ่นๆ หรือรืมีกลิ่นเขียวปนนิดๆ เมื่อดมใกล้ๆ ดอกของต้นโมกจะบานเต็มที่มีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร และสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ในขณะเดียวกันฝักของต้นโมกก็มีขนาดเล็กคล้ายกับถั่วเขียวยาวประมาณ 10 เซนติเมตร มีลักษณะ โค้งงอ ภายในฝักมีเมล็ดเรียรีงกันอยู่เป็นจำ นวนมาก


Click to View FlipBook Version