The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ฐานข้อมูลกลุ่มอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jenjira S., 2023-07-03 22:17:48

ฐานข้อมูลกลุ่มอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ฐานข้อมูลกลุ่มอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ฐานข้อ ข้ มูล มู ด้า ด้ นศาสนา ประเพณี วัฒ วั นธรรม กลุ่มลุ่ อาชีพ ชี และภูมิ ภู ปัมิญ ปั ญาท้อ ท้ งถิ่นถิ่ ประจำ ปีง ปี บประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ องค์ก ค์ ารบริหริารส่ว ส่ นตำ บลจำ ปา อำ เภอท่า ท่ เรือ รื จัง จั หวัด วั พระนครศรีอ รี ยุธ ยุ ยา


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 1 ส่วนที่ 1 สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน 1. ด้านกายภาพ 1.1 ที่ตั้งของหมู่บ้าน/ชุมชน/ตำบล ตำบลจำปาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอท่าเรือไปเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร มีพื้นที่ ประมาณ 9 ตารางกิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดกับพื้นที่ตำบลต่าง ๆ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลท่าหลวง อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลท่าเจ้าสนุก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลหนองขนาก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 1.2 ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศขององค์การบริหารส่วนตำบลจำปามีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม ด้านทิศเหนือ ติดกับแม่น้ำป่าสัก ประชาชนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก พื้นที่ด้านทิศตะวันตกและทิศใต้เป็นที่ราบลุ่มมี คลองชลประทาน เป็นพื้นที่ทำการเกษตรและเป็นที่อยู่อาศัยบางส่วน ทิศตะวันออกติดแม่น้ำป่าสักและ สำนักงานเขื่อนพระราม 6 1.3 ลักษณะภูมิอากาศ มี 3 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว 1.4 ลักษณะของดิน ลักษณะของดินในพื้นที่เป็นดินร่วน ดินเหนียว พื้นราบเหมาะแก่การเพาะปลูกข้าว 1.5 ลักษณะของแหล่งน้ำ มีแหล่งน้ำธรรมชาติไหลผ่าน ได้แก่ แม่น้ำป่าสัก 1.6 ลักษณะของไม้และป่าไม้ ในพื้นที่ไม่มีพื้นที่ป่าไม้ 2. ด้านการเมืองการปกครอง 2.1 เขตการปกครอง ตำบลจำปาประกอบด้วยจำนวน 9 หมู่บ้าน โดยอยู่ในเขตปกครองขององค์การบริหาร ส่วนตำบลจำปา จำนวน 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 2 บ้านสวนทับทิม หมู่ 3 บ้านเตาปูน หมู่ 4 บ้านจำปา หมู่ 5 บ้านโพธิ์ไทร หมู่ 7 บ้านท่าแดง หมู่ 8 บ้านโคกมะนาว


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 2 อยู่ในเขตปกครองของเทศบาลตำบลท่าหลวง จำนวน 4 หมู่ ได้แก่ หมู่ 1 บ้านไร่ หมู่ 6 บ้านมะขามเรียง หมู่ 7 บ้านท่าแดง หมู่ 9 บ้านท่าลาน 3. ประชากร 3.1 ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากร ประชากรทั้งสิ้นจำนวน 2,720 คน แยกเป็น ชาย 1,322 คน หญิง 1,398 คน แยกออกเป็นหมู่ ดังนี้ หมู่ที่ หมู่บ้าน ประชากร รวม (คน) ชาย หลังคาเรือน (คน) หญิง (คน) 2 บ้านสวนทับทิม 153 167 320 114 3 บ้านเตาปูน 266 287 553 187 4 บ้านจำปา 258 254 512 162 5 บ้านโพธิ์ไทร 272 266 538 188 7 บ้านท่าแดง 25 29 54 14 8 บ้านโคกมะนาว 384 411 805 290 รวม 1,347 1,427 2,774 955 ที่มา : ที่ว่าการอำเภอท่าเรือ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 4. สภาพทางสังคม 4.1 การศึกษา โรงเรียนประถมศึกษา 1 แห่ง ได้แก่ 1. โรงเรียนวัดจำปา จำนวนนักเรียนประมาณ 53 คน โรงเรียนมัธยมศึกษา 1 แห่ง ได้แก่ 1. โรงเรียนประเสริฐวิทยาทาน จำนวนนักเรียนประมาณ 80 คน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน 1 แห่ง ได้แก่ 1. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านจำปา จำนวนนักเรียนประมาณ 22 คน 4.2 สาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล 1 แห่ง ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน 5 แห่ง


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 3 ส่วนที่ 2 ฐานข้อมูลด้านศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี ประชากรในตำบลจำปาส่วนมากนับถือ ศาสนาพุทธ โดยมีข้อมูลศาสนสถาน ดังนี้ วัด มีจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ 1. วัดชุมแสง 2. วัดกระต่ายทอง


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 4 3. วัดจำปา 4. วัดโพธิ์ไทร


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 5 5. วัดโบสถ์พัทธสีมา สำนักสงฆ์ มีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1. สำนักสงฆ์ปทุมสุทธาวาส


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 6 2. สำนักสงฆ์วัดเป็ดทอง


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 7 ประเพณีในตำบลจำปา ประเพณี เป็นกิจกรรมที่มีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมา เป็นเอกลักษณ์และมีความสำคัญต่อสังคม เช่น การแต่งกาย ภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ศิลปกรรม กฎหมาย คุณธรรม ความเชื่อ ฯลฯ อันเป็นบ่อเกิดของ วัฒนธรรมของสังคมเชื้อชาติต่างๆ กลายเป็นประเพณีประจำชาติและถ่ายทอดกันมาโดยลำดับ หากประเพณี นั้นดีอยู่แล้วก็รักษาไว้เป็นวัฒนธรรมประจำชาติ 1. ประเพณีลอยกระทง วันลอยกระทงเป็นเทศกาลสำคัญในประเทศไทย ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีความหมาย ในทุก ๆ ปีวัน ลอยกระทง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรดติไทย ตามประเพณีไทย คนไทยจะนำกระทงที่ ทำเองลงในแม่น้ำในวันลอยกระทง เพื่อแสดงความปรารถนาและพรของตน และมีความเชื่อว่า ประเพณีลอย กระทงมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อแสดงความสำนึกคุณของน้ำในแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่ให้เราได้อาศัยน้ำกิน น้ำใช้ อันเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิต ซึ่งสมมุติเป็นแม่พระคงคา 2. เพื่อความบันเทิงเริงใจ เนื่องจากการลอยกระทงเป็น การนัดพบปะสังสรรค์กันในหมู่ผู้ไปร่วมงาน 3. เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่าง ๆ นอกจากนี้ส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย 4. เพื่อรักษา ขนบธรรมเนียมของไทยไว้ มิให้สูญหายไปตามกาลเวลา และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นทั้งชาว ไทยและชาวต่างประเทศ 2. ประเพณีเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนมีการกระทำบุญตักบาตรกัน ๓ วัน คือวันขึ้น ๑๔ - ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ และขนมที่นิยมทำกันในวันเข้าพรรษาได้แก่ ขนมเทียน และท่านสาธุชนที่มีความเคารพนับถือ พระภิกษุวัดใด ก็จัดเครื่องสักการะ เช่น น้ำตาล น้ำอ้อย สบู่ แปรง ยาสีฟัน พุ่มเทียน เป็นต้น นำไปถวาย พระภิกษุวัดนั้น ยังมีสิ่งสักการะบูชาที่พุทธศาสนิกชนนิยมกระทำกันเป็นงานบุญน่าสนุกสนานอีกอย่างหนึ่งคือ "เทียนเข้าพรรษา" บางแห่งจะมีการบอกบุญเพื่อร่วมหล่อเทียนแท่งใหญ่ แล้วแห่ไปตั้งในวัดอุโบสถ เพื่อจุดบูชา พระรัตนตรัยตลอด ๓ เดือน การแห่เทียนจำนำพรรษาหรือเทียนเข้าพรรษาจัดเป็นงานเอิกเกริก มีฆ้องกลอง ประโคมอย่างสนุกสนาน และเทียนนั้นมีการหล่อหรือแกะเป็นลวดลายและประดับตกแต่งกันอย่างงดงาม เทศการเข้าพรรษานี้ ถือกันว่าเป็นเทศกาลพิเศษ พุทธศาสนิกชนจึง ขะมักเขม้นในการบุญกุศลยิ่ง กว่าธรรมดาบางคนตั้งใจรักษาอุโบสถตลอด ๓ เดือน บางคนตั้งใจฟังเทศน์ทุกวันพระตลอดพรรษา มีผู้ตั้งใจทำ ความดีต่าง พิเศษขึ้น ทั้งมีผู้งดเว้นการกระทำบาปกรรมในเทศกาลเข้าพรรษา และคนอาศัยสาเหตุแห่งเทศกาล เข้าพรรษาตั้งสัตย์ปฏิญาณเลิกละอายมุกและความชั่วสามานย์ต่าง ๆ โดยตลอดไป จึงนับเป็นบุคคลที่ควรได้รับ การยกย่องสรรเสริญและได้รับสิ่งอันเป็นมงคล 3. ประเพณีออกพรรษา วันออกพรรษา เป็นวันที่พุทธบริษัททั้งชาววัดและชาวบ้าน ได้พร้อมใจกันกระทำบุญกุศลต่าง ๆ ตามคติประเพณีที่เคยประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมาแต่โบราณกาล เช่นมีการตักบาตรเทโว หรือเรียกตักบาตร ดาวดึงส์ เป็นต้น "วันออกพรรษา" มีสาเหตุเนื่องมาจาก "วันเข้าพรรษา" ที่มีมาแล้วเมื่อวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๘ อันเป็นวันที่พระภิกษุทั้งหลายอธิษฐานใจเข้าอยู่พรรษาครบไตรมาส คือ ๓ เดือน ตามพระพุทธบัญญัติ โดยไม่ ไปค้างแรมค้างคืนนอกสถานที่ที่ท่านตั้งใจอยู่ไว้ เมื่อมีวันเข้าพรรษาก็จำเป็นต้องมีวันออกพรรษา ซึ่งวันออก


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 8 พรรษา ซึ่งวันออกพรรษาตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ (เพ็ญเดือน ๑๑) ของทุกปี วันออกพรรษา เป็นวัน สุดท้ายแห่งการจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ ส่วนพิธีของฆราวาสนั้นควรจะนำเอาพิธีปวารณาของพระท่านมาใช้ดูบ้าง ซึ่งจะมีผลดีที่เกิดขึ้นแก่ กลุ่มชนที่อยู่รวมกัน ไม่ว่าครอบครัวและสังคมต่าง ๆ และมีพิธีกรรมของฆราวาสที่เกี่ยวเนื่องกันในวันออก พรรษานี้ก็ได้แก่การบำเพ็ญบุญกุศลต่าง ๆ เช่น การทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรม ณ วัดที่อยู่ใกล้เคียง มีการทำบุญอันเป็นประเพณีที่นิยมกระทำกันมานานแล้วในวันออกพรรษา ซึ่งเรียกว่า " ตักบาตร เทโว" หรือเรียกชื่อเต็มตามคำพระว่า "เทโวโรหนะ" แปลว่าการหยั่งลงจากเทวโลก หรือการตักบาตรนี้เรียกอีก อย่างหนึ่งว่า "ตักบาตรดาวดึงส์" และการตักบาตรเทโวนี้ จะกระทำในวันขึ้น ๑๕ เดือน ๑๑ หรือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ก็ได้สุดแท้แต่จะเห็นพร้อมกัน 4. ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีสงกรานต์ดั้งเดิม จะมีพิธีสงกรานต์ที่ปฏิบัติกันในครอบครัว โดยจะมีการใช้น้ำเป็น องค์ประกอบหลักในพิธี เนื่องจาก การคำนวณทางดาราศาสตร์ที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งเป็นช่วง ฤดูร้อน จึงใช้น้ำมารดให้แก่กันเพื่อความสดชื่นในหน้าร้อนนั่นเอง โดยหลักๆ แล้ว จะมีพิธีสงกรานต์ คือ 4.1 การสรงน้ำพระ ทั้งที่บ้าน และที่วัด เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงการทำบุญตัก บาตรไหว้พระ 4.2 การรดน้ำ เป็นการอวยพรปีใหม่ให้กันและกัน 4.3 การรดน้ำผู้ใหญ่ เป็นการไปอวยพรให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ 4.4 การดำหัว เป็นพิธีสงกรานต์ทางภาคเหนือ โดยจะคล้ายกับการรดน้ำผู้ใหญ่ในภาค กลาง เป็นการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินไปแล้ว หรือ การขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ การขนทรายเข้าวัด มีความเชื่อว่า เพื่อคามเป็นมงคล ให้มีความสุขความเจริญ เงินทองมากมาย เหมือนเม็ดทรายที่ขนเข้าวัด และอีกความเชื่อก็คือ การนำทรายที่ติดเท้าออกวัด เป็นบาป จึงขนทรายเข้าวัด เพื่อไม่ให้เป็นบาปนั่นเอง 5. ประเพณีกวนข้าวทิพย์ พิธีกวนข้าวทิพย์จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ช่วงเวลา วันขึ้น ๑๓-๑๔ ค่ำ เดือน ๖ พิธีกวนข้าวทิพย์ได้ยึดถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในหมู่ของชาว พุทธทั่วไป เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเหตุการณ์ที่นางสุชาดาได้กวนข้าวทิพย์ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ แล้วนำไปถวายพระพุทธเจ้าก่อนที่จะตรัสรู้ ๑ วัน โดยถือว่ามีผลานิสงฆ์มาก ด้วยเหตุนี้ชาวพุทธจึงพร้อมใจ กันกวนข้าวทิพย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เทิดทูนพระเกียรติคุณด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ข้าวทิพย์ มธุปายาสนี้เชื่อกันว่า เมื่อทำครบถ้วนตามพิธีแล้ว จะเป็นสิริมงคลแด่ผู้ทำและผู้บริโภค สมควรจะเซ่นสรวง เทพารักษ์ ผู้ที่ได้บริโภคข้าวทิพย์แล้ว จะประสบโชคลาภต่างๆ นานา ปราศจากโรคาพยาธิ ภัยพิบัติ ประสบสิ่ง ที่เป็นมงคล 6. ประเพณีทอดกฐิน กฐิน หมายถึง ชื่อพิธีทำบุญทางพระพุทธศาสนาหลังจากออกพรรษาภายในกำหนด 1 เดือน มี ข้อควรทราบดังนี้ 1.เขตกฐิน ระยะเวลาให้พระรับกฐินได้คือตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน11 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 2.ผ้ากฐินเป็นผ้าสบง ผ้าจีวร ผ้าสังฆาฏิ ผืนใดผืนหนึ่งใน 3 ผืนนี้


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 9 การทอดกฐิน คือ การถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่วัดใดวัดหนึ่งหรือสถานที่ใดที่หนึ่ง ครบ 3 เดือน เพื่อให้พระได้มีผ้าเปลี่ยนใหม่การทอดกฐินจึงถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ ให้อานิสงส์แรง เพราะใน ปีหนึ่งแต่ละวัดจะรับกฐินได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และจะต้องทำภายในเวลาที่กำหนดในการทอดกฐิน คือ 1 เดือนเท่านั้น โดยนับตั้งแต่วันออกพรรษา ก่อนการทอดกฐินจะต้องมีการจองกฐินก่อนโดยจะต้องไปแจ้งความประสงค์แก่เจ้าอาวาสแล้ว เขียนปิดประกาศให้ทราบ และเมื่อจองเรียบร้อยและได้หมายกำหนดการเรียบร้อยแล้ว เจ้าภาพจะต้อง จัดเตรียมเครื่องกฐินซึ่งได้แก่ ผ้าจีวรหรือผ้าสบงหรือสังฆาฏิ ผืนใดผืนหนึ่ง และเครื่องบริขาร บริวารกฐิน ซึ่ง อาจจะถวายเป็นปัจจัยสี่หรือถวายเป็นส่วนกลางเพื่อเป็นประโยชน์กับสงฆ์ วันก่อนการทำพิธีทอดกฐิน 1 วันเรียกว่า วันสุกดิบ ทุกคนจะมาช่วยกันเตรียมสถานที่ ปักธง เตรียมเครื่องใช้สำหรับถวายพระและของที่จะต้องใช้ในพิธีในวันงานทอดกฐินนิยมจัดงาน 2 วันคือ วันแรกจะ เป็นวันตั้งองค์พระกฐินซึ่งอาจจะเป็นที่บ้านเจ้าภาพหรือที่วัดก็ได้ ตอนกลางคืนก็จะมีมหรสพ ในวันรุ่งขึ้นเป็น วันที่สองก็จะเป็นวันทอด ซึ่งจะมีการแห่ไปตอนเช้าและเลี้ยงพระเพล หรืออาจจะทอดในตอนเพลก็ได้แล้วแต่ ความสะดวกของเจ้าภาพ หากเป็นกฐินสามัคคี คือ มีหลายเจ้าภาพซึ่งแยกกันตั้งองค์กฐินตามบ้านของตนเอง ให้แห่มาทอดรวมกันในวันรุ่งขึ้นเพราะแต่ละวัดจะรับกฐินได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น 7. ประเพณีทอดผ้าป่า ทอดผ้าป่าเป็นประเพณีและเป็นมรดกตกทอดมาแต่สมัยพุทธกาลเมื่อครั้งที่องค์พระสัมมาสัม พุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุรับผ้าจีวรจากคฤหัสถ์ ให้ใช้แต่ผ้าบังสุกุล (ผ้าเปื้อนฝุ่น)เท่านั้น ชาวบ้านมัก เรียกว่า ผ้าป่า เนื่องจากเป็นผ้าที่ไม่มีเจ้าของ ทิ้งอยู่ตามที่ต่างๆ ตามกองขยะ หรือพันห่อศพไว้และต้องนำมา ซัก เย็บ ย้อมเป็นสบง จีวรหรือสังฆาฏิให้เสร็จภายในระยะเวลา ๑๐ วัน ถ้าเกินกำหนดต้องสละผ้านับเป็น ความยากลำบากแก่ภิกษุสงฆ์อย่างยิ่ง นอกจากนี้ผ้าห่อศพมักจะหาได้ยากเพราะเป็นศพคนจน ผ้าที่จะพันห่อ ศพก็ไม่ค่อยมี ชาวบ้านที่มีผ้าป่าสามัคคีศรัทธาเห็นความยากลำบากของพระภิกษุจึงหาทางช่วย โดยนำผ้าไปทิ้ง ไว้ตามทางที่พระท่านเดินผ่านไปมาเป็นประจำ หรือทิ้งตามกองขยะ หรือนำไปห่อศพไว้ เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้ พระภิกษุจะไม่ยอมรับผ้านั้น จึงมีผู้นิยมทำตามกันมาจนเป็นประเพณี จนกระทั่งพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ พระภิกษุรับจีวรจากคฤหัสถ์ได้ แต่ยังทรงสรรเสริญพระสงฆ์ผู้ถือผ้าบังสุกุลอยู่ ทำให้พระภิกษุทั้งหลายประสงค์ จะรับผ้าบังสุกุลจีวรอีก การทอดผ้าป่าจึงยังคงมีอยู่และเป็นมรดกตกทอดกันมาทุกวันนี้ แต่ได้เปลี่ยนแปลงไปดังที่เห็นใน ปัจจุบัน แม้จะมีผ้าไตรสำเร็จรูปขาย และชาวบ้านไม่ได้นำไปทิ้งไว้ตามป่าตามทางดังในสมัยพุทธกาล แต่ยังคง ธรรมเนียมไว้บ้างโดยการนำกิ่งไม้มาปักในกระถางหรือภาชนะอื่น แล้วนำผ้าที่จะถวายผูกแขวนไว้ บางทีก็ทำ เป็นโครงรูปต่างๆ ภายในใส่เครื่องบริขารหรือสิ่งที่ต้องการจะถวายพระ เช่น ทำเป็นรูปผี รูปศพต่างๆ เป็นต้น ฤดูกาลของการทอดผ้าป่าไม่ได้กำหนดระยะเวลาลงไปจะทอดในฤดูไหน เดือนไหน สุดแต่ ชาวบ้านจะศรัทธาเลื่อมใส ส่วนใหญ่มักจะทำในระยะจวนจะออกพรรษาหรือช่วงออกพรรษาแล้ว อีกอย่างหนึ่ง นิยมทำรวมกันกับขบวนกฐิน คือ เมื่อทอดกฐินเสร็จแล้วก็ทอดผ้าป่าหรือทอดตามรายทางเป็นหลายสิบวัดก็ได้


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 10 ส่วนที่ 3 ฐานข้อมูลกลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น 1. ฐานข้อมูลกลุ่มอาชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลจำปา การส่งเสริมพัฒนากลุ่มอาชีพเป็นนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนโดยส่งเสริมการรวมกลุ่ม เพื่อร่วมกันพัฒนาการประกอบอาชีพ ทั้งด้านเทคนิควิธีการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการตลาดมุ่ง ไปยังชุมชนเพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างรายได้ด้วยการนำทรัพยากร ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพ ก่อให้เกิดรายได้กลับสู่ชุมชน ลำดับ ที่ ชื่อกลุ่มอาชีพ ประเภท ผลิตภัณฑ์ รายละเอียด ที่ตั้ง 1 กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน สวนทับทิม หมู่ที่ 2 น้ำดื่ม โครงการต่อยอดน้ำดื่มชุมชน เป็นการ ดำเนินการภายใต้โครงการพัฒนาหมู่บ้านและ ชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตาม แนวทางประชารัฐ สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนา หมู่บ้านและชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้วยการ ให้โอกาสประชาชนบริหารจัดการและพัฒนา ห ม ู ่ บ ้ า น แ ล ะ ช ุ ม ช น ด ้ ว ย ท ร ั พ ย า ก ร ภูมิปัญญา และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดย สนับสนุนการประกอบอาชีพเพื่อสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างการพัฒนา อย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชา ด้วยความ ร่วมมือของทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐ โดยสนับสนุนเงินทุนให้แก่กองทุนหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 2 กลุ่มโครงการน้ำดื่ม สะอาดชุมชน หมู่ที่ 8 น้ำดื่ม คณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก อ ง ท ุ น ห ม ู ่ บ ้ า น แ ล ะ คณะกรรมการหมู่บ้านจึงมีแนวคิดสร้างโรง ผลิตน้ำดื่ม เพื่อผลิตและจำหน่ายให้กับสมาชิก และประชาชนทั่วไปได้บริโภคน้ำสะอาดได้ มาตรฐาน ในราคาถูก เพื่อช่วยลดรายจ่ายใน ครัวเรือนของสมาชิก และเพื่อสร้างงาน สร้าง รายได้ ให้กับสมาชิกและชุมชน หมู่ที่ 8 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 3 กลุ่มเกษตรกรทำนา หมู่ที่ 8 กลุ่มเกษตรทำนาดำเนินการภายใต้โครงการ ส่งเสริมอาชีพ หมู่ที่ 8 เกิดขึ้นเนื่องด้วย เกษตรกรในพื้นที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แบบแผนการผลิตทางการเกษตรให้เป็น เกษตรกรรมยั่งยืนที่มีการผลิตหลากหลายและ ไม่ใช้สารเคมี สร้างกระบวนการกลุ่มเพื่อการ เรียนรู้สู่การแก้ไขปัญหาของชุมชน เป็นการ พึ่งพาตัวเองในขั้นต้นรวมถึงเป็นการช่วยเหลือ หมู่ที่ 8 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 11 ลำดับ ที่ ชื่อกลุ่มอาชีพ ประเภท ผลิตภัณฑ์ รายละเอียด ที่ตั้ง กันของเกษตรกรในพื้นที่จากการรวมตัวกัน ตั้งแต่ในอตีดจนถึงปัจจุบัน 4 ก อ ง ท ุ น พ ั ฒ น า บทบาทสตรีตำบล จำปา เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนแบบดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย ในการพัฒนาอาชีพ สร้าง งาน สร้างรายได้ เพื่อให้โอกาสสตรีในทุกพื้นที่ ทุกชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา เพื่อสตรีทุกคน โดยความร่วมมือ ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กร สตรีต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนา บทบาทสตรี เพื่อให้สตรีไทยได้ใช้ประโยชน์ จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในการมีส่วน ร่วมสร้างสรรค์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศ 5 ก ล ุ ่ ม ช ว น ช ม สวยงาม หมู่ที่ 3 ต้นชวนชม เป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อทำการเพาะพันธุ์ ชวนชมเพื่อนำไปจำหน่าย และประกวดความ สวยงามของต้นชวนชม หมู่ที่ 3 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 2. ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลจำปา ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) หมายถึง พื้นความรู้ความสามารถที่ผ่านกระบวนการคิด โดยใช้สติปัญญาของคนในท้องถิ่น มีการเรียนรู้และการถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งจนเกิดผลดีงาม มีคุณค่า มีประโยชน์ สามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหา การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนใช้เป็นแนวทางใน การดำรงชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุคสมัย 2.1 ด้านเกษตรกรรม คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการกสิกรรม/การปศุสัตว์/การประมง/ การป่าไม้ เช่น การทำการเกษตรแบบผสมผสาน, เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นต้น 2.2 ด้านหัตถกรรม คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในงานฝีมือหรืองานช่างที่ทำด้วยมือและอุปกรณ์อย่าง ง่าย โดยไม่ใช้เครื่องจักรเป็นองค์ประกอบหลักในการผลิต เช่น งานจักสาน, งานแกะหนังตะลุง, งานทอผ้าด้วย มือ, งานเย็บปักถักร้อย, การทำหัวโขน เป็นต้น 2.3 ด้านอุตสาหกรรม คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในงานที่ใช้ทุน แรงงาน และเครื่องจักรเป็น องค์ประกอบหลักในการผลิต โดยมีเป้าหมายการผลิตสิ่งของเป็นจำนวนมากเพื่อการค้า และรวมถึงงานด้าน การบริการ เช่น การทำเครื่องเรือนจากไม้แปรรูป (โต๊ะ/ตู้), การแปรรูปสิ่งต่าง ๆ จากยางพารา เป็นต้น 2.4 ด้านการแพทย์ไทย คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการดูแลและรักษาสุขภาพแบบพื้นบ้าน เช่น การหัตถเวชกรรมไทย (การนวดไทย/การนวดประคบสมุนไพร), การใช้สมุนไพรในการรักษาโรค, การผดุง ครรภ์พื้นบ้านโดยหมอตำแยชาวไทยมุสลิม (โต๊ะบิแด) เป็นต้น 2.5 ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการ จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งการอนุรักษ์ การพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น การบวชป่า, การสืบชะตาแม่น้ำ, การทำแนวปะการังเทียม, การอนุรักษ์ ป่าชายเลน เป็นต้น


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 12 2.6 ด้านศิลปกรรม คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสาขาต่าง ๆ เช่น จิตรกรรม, ประติมากรรม, นาฏศิลป์, ดนตรี, ทัศนศิลป์, คีตศิลป์, การละเล่นพื้นบ้านและการนันทนาการ เช่น การขับร้องเพลงอีแซว, ลำตัด, ลิเก, หมอลำ, โนรา เป็นต้น 2.7 ด้านภาษาและวรรณกรรม คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับการใช้ภาษาทั้งภาษาพูดและภาษา เขียน เช่น ภาษาโบราณ, ภาษาถิ่น, หนังสือ, ตำรา, ตำรับอาหาร, งานประพันธ์/บทประพันธ์ทั้งร้อยแก้วและ ร้อยกรอง, เรื่องสั้น, นวนิยาย, นิทาน, บทเพลงพื้นบ้าน เป็นต้น 2.8 ด้านอื่น ๆ เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านความเชื่อ ศาสนา ประเพณี พิธีกรรม อาหารพื้นบ้าน เป็นต้น


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 13 ภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลจำปา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราชการ 2560 มาตรา 57 รัฐต้อง (1) อนุรักษ์ ฟื้นฟูและส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะ สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนให้ ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วน ร่วมในการดำเนินการด้วย และพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2552 กำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่ (8) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นตามความจำเป็นและ สมควร นั้น องค์การบริหารส่วนตำบลจำปา ได้มียุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการศึกษา ศาสนา ประเพณี และ วัฒนธรรม ซึ่งในการพัฒนาศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม เป็นการส่งเสริม อนุรักษ์ ถ่ายทอด วัฒนธรรมจารีต ประเพณี ชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทำนุบำรุงศาสนา พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ของประชาชนให้มีความรัก และหวงแหน ภาคภูมิใจ มีส่วนร่วมในการสืบทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่าง ยั่งยืน 1. ด้านเกษตรกรรม 1.1 แปลงส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัย ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมู่ที่ 8 ปราชญ์ชาวบ้าน นายเฉลิมพล พรหมศิลป์ ที่อยู่ 30/2 หมู่ 8 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา นายเฉลิมพล พรหมศิลป์ เป็นปราชญ์ชาวบ้านด้านการเกษตร โดยมีแปลงผลผลิตทางการ เกษตร จำนวน 5 ไร่ ที่ดำเนินการตามหลัก "เกษตรทฤษฎีใหม่" เป็นแนวทางหรือหลักในการบริหารจัดการ ที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรินี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความ ยากลำบาก ให้สามารถผ่านช่วงวิกฤตไปได้ และแปลงผลผลิตทางการเกษตรของ นายเฉลิมพล พรหมศิลป์ ได้รับยกย่องให้เป็นแปลงส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัย ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการยกระดับ คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรสู่มาตรฐานเกษตรปลอดภัย ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเศรษฐกิจฐานราก ปีงบประมาณ พ.ศ.2564


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 14 1.2 สวนแว่นแก้ว หมู่ที่ 8 ปราชญ์ชาวบ้าน นางสร้อยแล้ว ลิ้มมาลัย สวนแว่นแก้วเป็นสวนของ นางสร้อยแก้ว ลิ้มมาลัย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลจำปา โดย เริ่มต้นปรับปรุงที่นาเดิมประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๙ พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับทำนา เนื่องจากต้องอาศัยน้ำจากชลประทานเพียงอย่างเดียว จึงน้อมนำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ เกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปฏิบัติ ปรับเปลี่ยน รูปแบบการเพาะปลูกจากการทำนาเพียงอย่างเดียว เป็นไร่นาสวนผสมโดยมีการปลูกพืชผักหมุนเวียนกัน ปลูก พืชสวนครัว เช่น มะละกอ ฝรั่ง มีพื้นที่ทำนา ขุดบ่อน้ำสำหรับใช้ในยามขาดแคลนน้ำชลประทาน และเลี้ยง ปลา สวนแว่นแก้วได้รับการยกย่องให้เป็น ศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอท่าเรือ ณ สวนแว่นแก้ว หมู่ที่ 8 ตำบลจำปา อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกด้วย


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 15 2. ด้านหัตถกรรม 2.1 การทำไม้กวาด หมู่ที่ 8 ปราชญ์ชาวบ้าน นางนพรัตน์ พรหมศิลป์ ที่อยู่ 30/2 หมู่ 8 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา “ไม้กวาดดอกหญ้า” ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ สะท้อนให้เห็นถึง ความเป็นชุมชน วิถีชีวิต การรวมกลุ่มกันของคนในชุมชน ภูมิปัญญาชาวบ้านได้ก่อเกิดและสืบทอดกันมา ใน ชุมชนหมู่บ้านเมื่อหมู่บ้านเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับสังคมสมัยใหม่ ภูมิปัญญาชาวบ้านก็มีการปรับตัว เช่นเดียวกัน ผู้ที่ได้เรียนรู้การทำไม้กวาดดอกหญ้า สามารถต่อยอดพัฒนาผลผลิตยึดเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูน รายได้ให้ครอบครัวได้ เนื่องจากไม้กวาดดอกหญ้าเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ทุกบ้านจะต้องมีไว้ปัดกวาดทำความ สะอาด ทำให้ตลาดไม้กวาดดอกหญ้ากว้าง อีกทั้งต้นทุนในการผลิตต่ำ ส่วนดอกหญ้ามีขึ้นเองตามธรรมชาติใน พื้นที่ แต่มีจำนวนน้อยอาจไม่เพียงพอ จึงต้องรับซื้อจากที่อื่น ภูมิปัญญาการทำไม้กวาดดอกหญ้า มีสืบทอดกันมายาวนาน จากบรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน ถ่ายทอด จากรุ่นสู่รุ่น จนคนในชุมชนมีความผูกพันกันเหมือนญาติพี่น้องเพราะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนที่ทุก ครัวเรือนต้องใช้ในการทำความสะอาดที่อยู่อาศัยเป็นประจำทุกวัน ฉะนั้นไม้กวาดจากดอกหญ้า ก็ยังคงมีอยู่ ตามวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนต่อไป


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 16 3. ด้านอุตสาหกรรม 2.2 การทำโครงลวดดัด (ตะโกดัด) หมู่ที่ 8 ปราชญ์ชาวบ้าน นางสาวศิริพร โฉมฉลาด ที่อยู่ 31/5 หมู่ 8 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา บ้านลวดดัด หมู่ที่ 8 ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นำวัสดุ คือ ลวดมาดัดเป็นรูปโครงลักษณะของสัตว์ ต่างๆ เช่น ช้าง ม้า งู พญานาค และนำโครงลวดมาใช้ปลูกต้นชาดัดลงกระถาง และมัดพร้อมตัดแต่งตามโครง เหล่านั้น ใช้ประดับตกแต่งสวน บ้านเรือนเพื่อความสวยงาม สะดวกต่อการดูแลรักษา สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการ ปลูกต้นไม้ดัด โครงลวดดัด โดยส่วนใหญ่นำมาปลูกต้นไม้ ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้และ ฝึกฝนเป็นองค์ความรู้ที่ใช้ศิลปะมาประยุทธ์ ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม้ดัดเปรียบเสมือนเป็นเอกลักษณ์ของ อำเภอท่าเรือ และมีความใกล้ชิดผูกพันอย่างยิ่งกับวิถีชีวิตของประชาชนชาวอำเภอท่าเรือ จะเห็นได้จากใน บริเวณวัดจะมีไม้ดัด ช่อใหญ่มากมาย บ้างก็ดัดเป็นรูปร่างต่างๆ เช่น เรือสุพรรณหงส์ พญานาค ช้าง นอกจากนี้ แล้วคำขวัญของอำเภอท่าเรือ คือ “ถิ่นกำเนิดหลวงพ่อโต แดนตะโกดัดงาม เย็นสายน้ำนามป่าสัก วิวสวยนัก เขื่อนพระรามหก” ไม้ดัดเป็นผลผลิตที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาทางด้านศิลปะ แสดงให้เห็นเสน่ห์ของต้นไม้ ที่มีความสวยงามหลากหลาย ปัจจุบันยังนำโครงลวดดัดมาใช้ในการประดับตกแต่งไฟตามสถานที่หรืองาน ประเพณีต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 17 4. ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4.1 การเลี้ยงเพาะพันธุ์ไส้เดือนและมูลไส้เดือน หมู่ที่ 5 ปราชญ์ชาวบ้าน ดร.จิตรภาณุ สรวงสิงห์ เป็นการใช้ไส้เดือนเพื่อรีไซเคิลเศษอาหารและอินทรียวัตถุอื่นๆเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน เรียกว่าปุ๋ย มูลไส้เดือนดิน (Vermicompost) หรือปุ๋ยหมักไส้เดือน โดยไส้เดือนจะกินเศษอาหารซึ่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นปุ๋ย หมักเมื่อผ่านการย่อยของไส้เดือนและจะเคลื่อนที่ออกจากทางปลายหลังของลำตัวไส้เดือน ปุ๋ยหมักดังกล่าว สามารถใช้เป็นปุ๋ยหมักสำหรับการปลูกต้นไม้ได้อีกด้วย 4.2 การเพาะพันธุ์กระบองเพชร (แคคตัส) หมู่ที่ 8 ปราชญ์ชาวบ้าน นางเพลินจิตร์ จำปาทอง การปลูกต้นไม้ เพื่อแต่งเติมพื้นที่สีเขียวให้แก่บ้าน หรือคอนโด ฯ ซึ่งต้นไม้ที่นิยมนำมาปลูกก็มีทั้ง ไม้ดอก ไม้ใบ รวมถึงไม้อวบน้ำอย่างต้นกระบองเพชร หรือแคคตัส ขึ้นชื่อเรื่องความเลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะ แถมแคคตัส ยังเป็นพืชที่เหมาะกับอากาศเมืองไทยอีกด้วยทำให้ในปัจจุบันนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 18 4.3 การเพาะพันธุ์ต้นชวนชม และโชค 9 ชั้น หมู่ที่ 3 ปราชญ์ชาวบ้าน นายกิตตานนท์ แก้วลัดดา โชคเก้าชั้นหรือหน้าวัวใบเป็นต้นไม้มงคล จัดเป็นไม้โชว์ใบ มีลักษณะลำต้นและใบที่สวยงาม มี ความเชื่อว่าเมื่อปลูกแล้วออกดอกจะทำให้มีโชค มีลาภ มักนิยมปลูกไว้ในบ้านหรือใต้ชายคา อีกทั้งยังไม่ต้อง ดูแลอะไรมาก ปัจจุบันคนส่วนมากมักจะเลือกซื้อเลือกหาเพื่อเป็นของขวัญตกแต่งบ้านให้เพื่อนบ้าน หรือคน รู้จักเนื่องในโอกาสต่างๆ ซึ่งเชื่อกันว่าการให้ต้นไม้ชนิดนี้มีหมายความว่า ได้นำพาสิ่งดี ๆ เข้าบ้าน


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 19 5. ด้านอาหาร 5.1 การทำข้าวหลาม หมู่ที่ 8 ปราชญ์ชาวบ้าน นางจรรยา พรหมศิลป์ ที่อยู่ 29/1 หมู่ 8 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ข้าวหลามเป็นอาหารที่ทำจากข้าวเจ้าหรือข้าวเหนียวที่หุงในกระบอกไม้ไผ่แล้วนำไปเผาไฟจนสุก เรียก กรรมวิธีนี้ว่า ‘การหลามข้าว’ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาในการถนอมอาหารให้เก็บไว้ได้นานและกินได้สะดวก โดยใช้ต้น ไผ่ซึ่งเป็นพืชที่มีอยู่ในทุกภาคทั่วประเทศไทย ข้าวหลามเป็นอาหารของคนไทยทุกภาค เดิมชาวบ้านจะเผาข้าว หลามในช่วงหลังเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อนำไปทำบุญถวายพระภิกษุและแจกจ่ายแลกเปลี่ยนกันกิน ปัจจุบันยัง คงเหลือสืบทอดเป็นประเพณีในบางท้องถิ่น ปัจจุบันข้าวหลามได้รับการพัฒนาขึ้นสามารถทำได้ตลอดปี


ฐานข้อมูลด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม กลุ่มอาชีพ และภูมิปัญญาท้องถิ่น หน้าที่ 20 5.2 ไข่เค็ม หมู่ที่ 8 ปราชญ์ชาวบ้าน นางนพรัตน์ พรหมศิลป์ ที่อยู่ 30/2 หมู่ 8 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา “ ไข่เค็ม ” เป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นที่นิยมในการบริโภคของ คนไทย ในทุกๆภาค การผลิตไข่เค็มนั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนในการทำ จึงเหมาะที่จะส่งเสริมการทำไข่ เค็มให้เป็นที่แพร่หลายสำหรับบุคคลและชุมชนต่างๆ ที่มีความสนใจในวิชาการทำไข่เค็มนี้ การผลิตไข่เค็มถือ เป็นเทคโนโลยีชาวบ้านวิธีหนึ่งที่ทำกันมานานจนถึงทุกวันนี้ โดยเริ่มแรกจุดประสงค์ในการทำไข่เค็มนั้น เพื่อเป็นการยืดอายุการเก็บของไข่เป็ดซึ่งเหลือจากการบริโภคสด ต่อมาความนิยมในการบริโภคไข่เค็มมีมากขึ้น จนพัฒนาจากการผลิตไข่เค็มเพื่อการบริโภคในครัวเรือนมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการค้า ซึ่งการจำหน่ายอาจจะ เป็นในรูปของผลิตภัณฑ์ไข่เค็มเพื่อการรับประทานโดยตรงหรือนำไปทำไปเป็นไส้ขนม เช่น ขนมเปี๊ยะ ขนมไหว้ พระจันทร์ ขนมบ๊ะจ่าง ตลอดจนใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารต่างๆ ปัญหาของการผลิตไข่เค็มเพื่อการค้าใน ปัจจุบันคือ ไข่เค็มที่ได้มีคุณภาพไม่ค่อยสม่ำเสมอ เนื่องจากขาดการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของไข่เค็ม โดยทั่วไปไข่เค็มที่มีในตลาด เป็นไข่เค็มที่ดองในสารละลายเกลือและไข่เค็มที่พอกด้วยดิน


Click to View FlipBook Version