1
2
รายงานผลการดำเนินงานโครงการ
CCF LearnSmart : นวตั กรจิตอาสา
(วทิ ยแ์ บบคิดนอกหอ้ ง)
โรงเรยี นบ้านโคกกลาง
ตำบลโนนสงั อำเภอโนนสงั จงั หวดั หนองบัวลำภู
สงั กดั สำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาหนองบวั ลำภู เขต 1
ก
บนั ทึกข้อความ
ส่วนราชการ โรงเรยี นบ้านโคกกลาง
ท่ี /2565 วันท่ี 6 เดอื นมิถนุ ายน พ.ศ.2565
เรอื่ ง รายงานการดำเนนิ งานโครงการ CCF LearnSmart : นวัตกรจิตอาสา (วิทย์แบบคิดนอกห้อง)
เรยี น ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นโคกกลาง
ขา้ พเจ้า นางสาวอไุ รวรรณ แก้วเบา้ ตำแหน่ง พนกั งานราชการ (ครูพ่เี ล้ยี ง) และคณะได้รับมอบหมาย
ให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ CCF LearnSmart : นวัตกรจิตอาสา (วิทย์แบบคิดนอกห้อง) ตามแผนปฏิบัติการ
ประจำปีการศึกษา 2564 เพื่อดำเนนิ การบริหารโครงการใหเ้ ป็นไปตามวตั ถุประสงคข์ องโครงการ/กิจกรรม คอื
1. เพ่อื สง่ เสรมิ เทคนคิ และคิดค้นสร้างสรรค์และผลิตสอื่ โครงงานการเรียนรู้อย่างหลากหลายให้กับครูแกน
นำ
2. เพื่อส่งเสรมิ ให้เกดิ นกั เรยี นแกนนำใหม้ คี วามรู้สามารถผลิตโครงงานและขยายผลกจิ กรรม
3. เพอ่ื เสริมสรา้ งความรูแ้ ละทกั ษะให้กบั นักเรยี นCCF และนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 4-6
4. เพอื่ สง่ เสรมิ การใช้สอ่ื เทคนคิ ใหมๆ่ ของครใู นการจดั กิจกรรมเสรมิ การเรียนรู้
โดยมรี ะยะเวลาการดำเนินงานระหวา่ งวันท่ี 19 มกราคม 2565 ถึง วันที่ 6 มิถนุ ายน 2565
บัดน้ี โครงการ CCF LearnSmart : นวตั กรจติ อาสา (วิทย์แบบคิดนอกหอ้ ง) ได้ดำเนนิ การเสร็จสิ้นเป็นที่
เรยี บรอ้ ยแล้ว รายงานผลการดำเนินงานโครงการ ตามแบบรายงานการดำเนินงานโครงการ เอกสารตามแนบ
จึงเรียนมาเพอื่ โปรดทราบ
ลงชื่อ....................................................
(นางสาวอไุ รวรรณ แกว้ เบา้ )
ตำแหน่ง พนักงานราชการ (ครพู เี่ ลี้ยง)
ลงช่ือ....................................................
(นางรำไพ ศรีวรรณะ)
ตำแหนง่ ครูชำนาญการพิเศษ
ลงชอ่ื ....................................................
(นายวชริ ะ อ้วนสอาด)
ตำแหน่ง ธุรการ
ผรู้ บั ผิดชอบโครงการ
ข
ความคดิ เห็นผ้อู ำนวยการ
การดำเนินกิจกรรมโครงการ CCF LearnSmart : นวตั กรจิตอาสา (วทิ ยแ์ บบคิดนอกหอ้ ง) เป็นกจิ กรรมที่
ส่งเสรมิ เทคนิคและคิดคน้ สรา้ งสรรคแ์ ละผลติ สื่อโครงงานการเรยี นรู้อย่างหลากหลายให้กับครู และนักเรยี นแกนนำ
ส่งเสริมใหน้ ักเรยี นเกิดความรสู้ ามารถผลิตโครงงานและขยายผลกิจกรรม เสรมิ สร้างความรแู้ ละทักษะให้กบั
นักเรียน สง่ เสริมการใชส้ อ่ื เทคนคิ ใหม่ๆ ของครใู นการจัดกจิ กรรมเสรมิ การเรยี นรู้ จึงเป็นโครงการ กิจกรรมท่ี
เหมาะสมต่อการพฒั นาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรยี นบา้ นโครงกลางเป็นอยา่ งยงิ่
ลงชือ่ ....................................................
(นางสาวรัชศวรรณ มูลหา)
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นโคกกลาง
ค
คำนำ
รายงานการดำเนินงานโครงการ CCF LearnSmart : นวัตกรจิตอาสา (วิทย์แบบคิดนอกห้อง)
จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมหลักฐานเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องการกับการดำเนินงานของโครงการ รูปแบบการจัด
กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีศักยภาพ การดำเนินงานที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานภายนอก
รายงานฉบับนี้ได้รวบรวมผลการดำเนินงาน การวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ
การสรุปผลความสำเร็จและความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนรว่ มในการดำเนนิ งาน ประมวลภาพการจัดกจิ กรรม และ
หลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการนำข้อมูลสำหรับการวางแผนการดำเนนิ งานตามแผนปฏิบัติการ
ประจำปีของโรงเรียนบ้านโคกกลาง เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการตัดสินใจต่างๆ ของผู้บริหารในการพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านโคกกลาง ให้มีคุณภาพ สามารถพัฒนานักเรียนให้มีมาตรฐานทางการศึกษา
เป็นข้อมูลสำหรับบุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของ
นักเรยี น สรา้ งความเชือ่ ม่นั ตอ่ ชมุ ชนตอ่ ไป
โรงเรยี นบา้ นโคกกลาง
สารบญั ง
บันทกึ ข้อความ หน้า
ความคิดเห็นผูอ้ ำนวยการ ก
คำนำ ข
สารบญั ค
บทท่ี 1 บทนำ ง
1
1.1. หลกั การและเหตุผล 1
1.2. วตั ถปุ ระสงค์ 2
1.3. เป้าหมายของตัวชวี้ ัดความสำเร็จ 2
1.4. งบประมาณทไี่ ด้รบั 3
1.5 การติดตามและประเมนิ ผล 4
บทท่ี 2 ความรู้และเอกสารที่เก่ยี วขอ้ ง 5
บทท่ี 3 วธิ ีดำเนินงานโครงการ 14
บทที่ 4 ผลการดำเนินงานและประเมินโครงการ 15
บทท่ี 5 สรุป อภปิ ราย และขอ้ เสนอแนะ 18
ภาคผนวก 20
1
บทท่ี 1
บทนำ
ชอ่ื โครงการ CCF LearnSmart : นวตั กรจิตอาสา (วิทยแ์ บบคดิ นอกหอ้ ง)
สนองกลยุทธโ์ รงเรียนที่ ขอ้ ที่ 3
ผูร้ ับผดิ ชอบโครงการ นางสาวอุไรวรรณ แก้วเบ้า,นางรำไพ ศรีวรรณะ,นายวชริ ะ อ้วนสอาด
กลุ่มบริหาร วชิ าการ
1.1 หลกั การและเหตผุ ล
ศตวรรษที่ 21 สถานการณ์โลกมีความแตกต่างจากศตวรรษที่ 20 และ 19 ระบบการศึกษา
ตอ้ งมีการพัฒนาเพอื่ ให้สอดคล้องกับภาวะความเปน็ จรงิ ในประเทศสหรฐั อเมริกาแนวคิดเรอื่ ง "ทักษะแห่งอนาคต
ใหม่: การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21" ได้ถูกพัฒนาขึ้น โดยภาคส่วนที่เกิดจากวงการนอกการศึกษา ประกอบด้วย
บริษัทเอกชนชั้นนำขนาดใหญ่ เช่น บริษัทแอปเปิ้ล บริษัทไมโครซอฟ บริษัทวอล์ดิสนีย์ องค์กรวิชาชี พ
ระดับประเทศ และสำนักงานดา้ นการศึกษาของรัฐ รวมตัวและก่อตั้งเป็นเครือข่ายองค์กรความร่วมมือเพื่อทักษะ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21st Century Skills) หรือเรียกย่อๆว่า เครือข่าย P21หน่วยงาน
เหลา่ นี้มคี วามกงั วลและเหน็ ความจำเป็นที่เยาวชนจะตอ้ งมที ักษะสำหรับการออกไปดำรงชีวิตในโลกแห่งศตวรรษท่ี
21 ทเ่ี ปลี่ยนไปจากศตวรรษท่ี 20 และ 19 จึงไดพ้ ฒั นาวสิ ัยทศั นแ์ ละกรอบความคดิ เพอ่ื การเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21
ขึ้น สามารถสรุปทักษะสำคัญอย่างย่อๆ ที่เด็กและเยาวชนควรมีได้ว่า ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม หรือ 3R
และ 8C ซง่ึ มีองคป์ ระกอบ ดงั นี้
3 R ไดแ้ ก่ Reading-อา่ นออก, (W)Riting-เขียนได้, (A)Rithmatic-มีทกั ษะในการคำนวณและ
8 C ได้แก่ Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมี
วิจารณญาณ และแก้ไขปญั หาได้
Creativity and Innovation : คิดอย่างสรา้ งสรรค์ คิดเชิงนวตั กรรม
Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผูน้ ำ
Communication Information and Media Literacy : ทกั ษะในการส่ือสาร และการรู้เท่าทันสือ่
Cross-cultural Understanding : ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม กระบวนการคิดข้าม
วฒั นธรรม
Computing and ICT Literacy : ทักษะการใชค้ อมพวิ เตอร์ และการรเู้ ท่าทนั เทคโนโลยี ซ่งึ เยาวชนในยุค
ปัจจุบันมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอย่างมากหรือเป็น Native Digital ส่วนคนรุ่นเก่าหรือ
ผู้สงู อายเุ ปรยี บเสมอื นเปน็ Immigrant Digital แต่เราตอ้ งไมอ่ ายทจ่ี ะเรียนรแู้ มว้ า่ จะสงู อายุแลว้ กต็ าม
Career and Learning Skills : ทกั ษะทางอาชีพ และการเรยี นรู้
2
Compassion : มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นคุณลักษณะพื้นฐานสำคัญของทักษะ
ขัน้ ตน้ ท้งั หมด และเป็นคณุ ลกั ษณะท่ีเดก็ ไทยจำเปน็ ตอ้ งมรี วมถงึ ทักษะชีวติ และอาชพี และทักษะดา้ นสารสนเทศสื่อ
และเทคโนโลยี และการบริหารจดั การดา้ นการศึกษาแบบใหม่
นอกจากน้ยี งั มนี ักการศกึ ษาอีกท่านหน่ึงทม่ี ีส่วนสำคัญในการผลักดันเร่อื งการปฎิรูปการเรียนรู้ดังกล่าวให้
กว้างขวางขึ้น คือ เซอร์เคน โรบินสัน นักการศึกษาระดับโลก โดยได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง
แนวคดิ การจดั การศกึ ษาระบบโรงงาน มาเปน็ การเรียนการสอนทีเ่ ปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นได้คิดอยา่ งสรา้ งสรรค์และเข้า
กบั บริบทของโลกทีไ่ ดเ้ ปลี่ยนแปลงไป
เมือ่ โลกดำเนนิ มาถึงยคุ ปัจจบุ ัน มกี ารส่งเสรมิ ใหม้ ีความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เปน็ แขนงหนงึ่
ของ “ความคิดนอกกรอบ” และเป็นการพัฒนากระบวนคิดของสมอง ให้คิดได้หลากหลายและแปลกใหม่หรือมี
คณุ ภาพ ประสทิ ธิภาพดกี วา่ เดมิ ซึง่ นำไปสู่การสรา้ งนวัตกรรม (Innovation) ที่อาจเปน็ ผลิตภณั ฑแ์ ละกระบวนการ
จัดการ
บทบาทของการคิดนอกกรอบ จึงอยทู่ ว่ี ิธกี ารที่ไมม่ องตรงๆ ตามแบบฉบบั ที่เคยเปน็ มา แตอ่ าจมองมุมข้าง
มองมุมเฉียง หรือมองด้วยมุมตรงขา้ ม กอ็ าจจะเหน็ ผลลพั ธห์ รือทางออกที่แตกต่าง เพราะมองมมุ ใหม่
ดังนัน้ ทกั ษะทางดา้ นการสร้างสรรคน์ วัตกรรมจึงมีความจำเป็นอย่างยงิ่ ทางโรงเรยี นจึงร่วมกับมูลนิธิ ซี.ซี.
เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดทำโครงการ
CCF LearnSmart ข้นึ โดยมีจุดมุ่งหมายหลัก เพอื่ ให้เด็กดอ้ ยโอกาสในพนื้ ท่กี ารทำงานของมลู นิธิ ซี.ซี.เอฟ.ฯ ได้รับ
การดูแล สนับสนุนด้านการเรียนรู้ เติมเต็มความพร่องทางด้านการศึกษาผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ online
และ offline ท่เี หมาะสมกับบรบิ ทของพ้นื ท่ี
1.2 วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื สง่ เสริมเทคนิคและคิดค้นสร้างสรรค์และผลติ สอ่ื โครงงานการเรียนรอู้ ย่างหลากหลายให้กบั ครู
แกนนำ
2. เพอ่ื ส่งเสริมใหเ้ กิดนักเรยี นแกนนำใหม้ ีความร้สู ามารถผลติ โครงงานและขยายผลกิจกรรม
3. เพื่อเสรมิ สรา้ งความรแู้ ละทักษะให้กับนกั เรยี นCCF และนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4-6
4. เพ่อื ส่งเสริมการใช้ส่ือ เทคนคิ ใหมๆ่ ของครใู นการจัดกิจกรรมเสรมิ การเรียนรู้
1.3 เป้าหมาย
1) เป้าหมายเชงิ ปริมาณ
✓ นกั เรียนทเ่ี ข้ารว่ มกิจกรรมใน โครงการ จำนวน 30 คน
✓ ครแู ละบคุ ลากรโรงเรียนบา้ นโคกกลาง จำนวน 8 คน
2) เป้าหมายเชงิ คุณภาพ
✓ครแู กนนำทมี่ คี วามรู้ความเข้าใจในหลกั สูตร/กระบวนการอบรม และโครงงาน
3
✓นกั เรยี นแกนนำที่มีความร้คู วามเขา้ ใจ
✓หลกั สตู ร/กระบวนการอบรม และโครงงาน
✓โรงเรียนมกี ารนำโครงงานไปใชส้ ่งเสริมการเรียนรกู้ ับนกั เรียน
✓โรงเรยี นมกี ารตดิ ตามและประเมินผลการจัดกิจกรรมเรียนร้ใู นโรงเรียนอย่างนอ้ ย 6 ครง้ั / 1ปี
การศกึ ษา
1.4 งบประมาณ 8,000 บาท รายละเอียดดังนี้
รายละเอียดการใช้งบประมาณ งบประมาณ จำแนกตามรายจ่าย
คา่ ใชส้ อย ค่าตอบแทน คา่ วสั ดุ
กระดาษ A4 1,500 - - 1,500
กระดาษโปสเตอรแ์ ข็ง (ขาวเทา)
600 - - 600
ปากกาเคมี2 หัว (แพ็ค 12 ด้าม12ส)ี 5 กลอ่ ง 900 - - 900
สไี ม้(72 ดา้ ม 72 สี) 2 กลอ่ ง 900 - - 900
สชี อล์ค (36สี) 2 กล่อง 260 - - 260
สมดุ ปกออ่ น 30 เล่ม 600 - - 600
กระดาษเคลือบ 400 - - 400
กระดาษสี แพค็ 24 แผน่ 400 - - 400
กระดาษฟลิปชาร์ท 70 แกรม 55x80 ซม. แพ็ค 540 - - 540
25แผ่น สีขาว
กระดาษ 100 ปอนด์ A4 500 - - 500
หมกึ ปริน้ เตอร์อิงค์เจท็ 1,200 - - 1,200
ถุงพลาสติกขนาด 3x5 นิ้ว 100 - - 100
ถุงหหู วิ้ ขนาด6x14 นิ้ว 100 - - 100
8,000 - - 8,000
รวมงบประมาณ
หมายเหต*ุ ถัวจา่ ยทกุ รายการ 8,000 บาท
รวม 8,000 บาท
งบประมาณทง้ั โครงการ
เงินงบประมาณ (งบอดุ หนุน)
4
1.5 การติดตามและประเมนิ ผล
ตัวบ่งชคี้ วามสำเร็จ วิธีการประเมิน เครอ่ื งมือ
1. ร้อยละของครแู กนนำท่มี ีความรู้ - สำรวจ - แบบสำรวจ
ความเขา้ ใจในหลักสูตร/กระบวนการ - สอบถาม - แบบสอบถาม
อบรมและโครงงาน - สัมภาษณ์ - แบบสัมภาษณ์
2. รอ้ ยละนกั เรยี นแกนนำทม่ี คี วามรู้ - นเิ ทศ - แบบบนั ทึกการนิเทศ
ความเขา้ ใจ -คลิปวีดีโอรายงาน
3. หลกั สตู ร/กระบวนการอบรม และ กิจกรรมผ่าน Line App
โครงงาน Group/Google Form
4.โรงเรียนมกี ารนำโครงงานไปใช้
ส่งเสรมิ การเรยี นรูก้ ับนกั เรียน
5.โรงเรยี นมกี ารตดิ ตามและ
ประเมินผลการจัดกิจกรรมเรยี นรใู้ น
โรงเรียนอยา่ งน้อย 6 คร้งั / 1 ปี
การศกึ ษา
5
บทท่ี 2
ความรูแ้ ละเอกสารท่เี ก่ียวขอ้ ง
2.1. ความรแู้ ละเอกสารทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
คือ วิธกี ารและข้ันตอนท่ใี ช้ดำเนนิ การค้นควา้ หาความรทู้ าง วทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1) วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
2) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3) จิตวทิ ยาศาสตร์
วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์
วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ เป็นวธิ ีการที่นักวิทยาศาสตร์ ใชใ้ นการแสวงหาความรู้ หรอื หาความจรงิ หรือใช้ใน
การแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ ดังนัน้ การแสวงหาความรู้ ความเขา้ ใจทถ่ี กู ตอ้ งและนา่ เชื่อถือในทุก ๆ ศาสตร์ จะต้องอาศัย
วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์เพ่ือตอบคำถาม และเพือ่ แก้ปัญหา แตว่ ิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ทนี่ กั วทิ ยาศาสตร์นำมาใช้แต่
ละคนมีขน้ั ตอนที่แตกต่างกนั บางคนแบง่ เปน็ 4 ขั้น บางคนแบง่ เปน็ 5 ขัน้ และบางคนแบ่งเปน็ 6 ข้ัน ซ่ึงในการจัด
ขั้นตา่ ง ๆ ก็มกี ารสลบั ลำดับกันบ้าง เช่น
ขน้ั ที่ 1. การสงั เกต รวมท้ังการบันทกึ ขอ้ มลู
ขั้นที่ 2. การต้งั สมมติฐาน
ขั้นที่ 3. การทดลองเพอ่ื ตรวจสอบสมมตฐิ าน
ขน้ั ท่ี 4. การสรุปผล
อีกแบบหน่ึง มผี แู้ บ่งไว้ 5 ข้ัน คอื
ข้นั ท่ี 1. ตง้ั ปญั หา
ขั้นท่ี 2. เก็บรวบรวมขอ้ มูล หรือข้อเทจ็ จริง
ขน้ั ท่ี 3. สรา้ งสมมติฐาน
ขั้นที่ 4. ทดลองพิสูจน์
ขั้นที่ 5. สรปุ ผล
6
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เปน็ ทกั ษะการคิดของนกั วิทยาศาสตร์ทน่ี ำมาใชใ้ นการศกึ ษาคน้ คว้า สบื เสาะหาความรู้ และแก้ปัญหาต่างๆ
ทักษะกระบวนทางวทิ ยาศาสตร์ ขั้นพืน้ ฐาน มี 8 ทกั ษะ ดังนี้
1.ทักษะการสังเกต
เป็นการใชป้ ระสาทสัมผัสทัง้ 5 อย่างใด อยา่ งหนงึ่ หรือ ใช้หลายอย่างรว่ มกัน ไดแ้ ก่ตา หู จมกู ล้ิน และผิวกาย เพื่อ
คน้ หาและบอกรายละเอียดของสิง่ ต่าง ๆ ทสี่ ังเกต โดยท่ไี ม่ใส่ความคิดเหน็ ของผสู้ ังเกตลงไป
2.ทกั ษะการจำแนกประเภท
เปน็ การแบ่งพวก การจัดกลุม่ ส่ิงตา่ ง ๆ หรือการเรียงลำดับ วตั ถุ หรอื เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆออกเปน็ หมวดหมู่
โดยใชค้ วามเหมือนกนั หรือ ความแตกต่างกนั มาเป็นเกณฑใ์ นการจำแนกวตั ถุ เหตุการณ์ หรอื สิ่งต่าง ๆ ออกจากกนั
3.ทกั ษะการวัด
เป็นการเลือกและการใช้เคร่อื งมือตา่ ง ๆ เพ่อื หาค่าของสิ่งตา่ ง ๆ ออกมาเปน็ ตัวเลขไดถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม
กับสง่ิ ท่ีต้องการวดั รวมทัง้ บอกหรอื ระบุหน่วยของตวั เลขที่ไดม้ าจากการวดั อยา่ งถกู ตอ้ ง
4.ทักษะการใช้จำนวน
เปน็ การใชค้ วามรู้สึกเชงิ จำนวนและการคำนวณ โดยการนบั จำนวนหรือคดิ คำนวณเพอื่ บรรยายหรือระบุ
รายละเอยี ดเชงิ ปรมิ าณของสง่ิ ทส่ี งั เกตหรอื ทดลองได้
5.ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมลู
เปน็ การใช้ความคดิ เหน็ จากความร้หู รอื ประสบการณเ์ ดิม เพอ่ื อธบิ ายขอ้ มูลทไี่ ด้จากการสังเกตอยา่ งมี
เหตุผล โดยอาศัยข้อมูล หรอื สารสนเทศทเี่ คยเก็บรวบรวมไว้ในอดีต
6.ทกั ษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล
เป็นการนำข้อมูลทร่ี วบรวมได้จากวิธกี ารตา่ ง ๆ มาจดั กระทำใหอ้ ยู่ในรูปแบบทมี่ ีความหมายหรือ มี
ความสมั พนั ธ์กนั มากข้นึ รวมทัง้ นำขอ้ มลู มาจดั กระทำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนภาพ แผนภมู ิ ตาราง กราฟ การ
เขยี นบรรยาย สมการ เพอ่ื ใหผ้ ูอ้ ่ืนเขา้ ใจความหมายไดง้ ่ายขึ้น
7.ทกั ษะการหาความสัมพนั ธข์ องสเปซกบั เวลา แบง่ ได้ 2 แบบคือ
การหาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสเปซกบั สเปซ เปน็ การหาความสมั พนั ธ์ระหว่างพน้ื ที่ทวี่ ัตถุตา่ ง ๆ
ครอบครองอยูก่ ารหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกบั เวลา เป็นการหาความสมั พันธร์ ะหวา่ งพนื้ ที่ที่วัตถคุ รอบครอง
เมือ่ เวลาผ่านไป
8.ทักษะการพยากรณ์
เปน็ การคาดคะเนผลลพั ธ์ของปรากฏการณ์ สถานการณ์ การสังเกตหรอื การทดลองไว้ลว่ งหน้า โดยอาศยั
ข้อมลู หรอื ประสบการณ์ของเร่ืองน้นั ทเ่ี กดิ ซำ้ ๆ เป็นแบบรูปมาชว่ ยในการคาดการณ์สง่ิ ทจ่ี ะเกดิ ข้ึน
7
เหด็ นางฟา้
เหด็ นางฟ้า จัดเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่สำคญั ที่นิยมรบั ประทานมากไมแ่ พ้กว่าเหด็ นางรม และเหด็ ฟาง
เนื่องจาก เหด็ ชนดิ นีส้ ามารถเพาะได้ง่าย มีเวลาในการเพาะสั้น ดอกเห็ดออกจำนวนมาก ดอกเห็ดให้เนอื้ นุ่ม
สามารถนำมาประกอบอาหารไดห้ ลายชนดิ อาทิ แกงเลยี ง และต้มยำ เป็นต้น
• ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Pleurotus sajor-caju (Fr.) Sing.
• ชอ่ื สามญั :
– Sarjou-caju Mushroom
– Grey oyster mushroom
– Indian mushroom
• ชือ่ ท้องถ่นิ :
– เหด็ นางฟา้
– เห็ดแขก
• ถน่ิ กำเนิด : แถบเทอื กเขาหิมาลัย ประเทศอินเดีย
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
ดอกเหด็ นางฟา้ จะมีลักษณะคล้ายกบั ดอกเห็ดเป๋าฮื้อ และดอกเห็ดนางรม และคลา้ ยกับเห็ดนางรมมากจน
เกอื บแยกไม่ออก แตส่ ีของขอบดอกของเห็ดนางฟ้าจะอ่อนกว่าเหด็ นางรม ในขณะทเี่ หด็ นางรมขอบดอกจะมีสคี ล้ำ
มากกว่า สว่ นตวั ดอกเหด็ นางฟ้าจะบางกวา่ เหด็ นางรม และมีครีบอยู่ชดิ กนั มากกวา่ และเม่ือเทยี บกับเห็ดเป๋าฮือ้
พบว่า ก้านดอกของเห็ดนางฟ้าจะคอ่ นอยู่ตรงกลางดอกมากกวา่ ดอกของเหด็ เปา๋ ฮอ้ื ท่ีเยอื้ งไปอยู่ริมขอบดอกดา้ นใด
ดา้ นหนึ่ง และกา้ นดอกของเหด็ นางฟ้าจะเลก็ กว่าก้านดอกของเห็ดเป๋าฮอื้ อย่างชดั เจน สว่ นเหด็ นางฟา้ อกี ชนดิ คอื
เห็ดนางฟา้ ภูฐาน เป็นเห็ดทน่ี ำเข้ามาจากประเทศภูฐาน ซ่ึงปัจจบุ ันกำลงั เปน็ ท่ีนิยมเช่นกนั
โดยดอกเห็ดนางฟา้ อาจออกเป็นดอกเดย่ี วหรือออกเปน็ กระจกุ แนน่ มกี ้านดอกส้ัน สขี าว ไม่มวี งแหวน ดอกเห็ด
ออ่ นมีสขี าว เม่ือแกม่ ากสีมีสีขาวอมสนี ำ้ ตาลออ่ น มเี สน้ ใยค่อนข้างละเอยี ด
วงจรชวี ิตของเหด็ นางฟ้า
วงจรชีวิตของเหด็ นางฟ้ากเ็ ป็นแบบเห็ดทำลายไม้ทัว่ ๆ ไป คือมีชวี ิตอยูข่ ้ามฤดูอัตคดั ดว้ ยคลามีโดสปอร์ใน
ท่อนไม้ พอถึงฤดูชุ่มช้นื กง็ อกออกมาเปน็ เสน้ ใย แล้วสรา้ งดอกเหด็ ข้ึน ปลอ่ ยสปอรล์ อยไป สปอร์งอกเปน็ เสน้ ใยแล้ว
เจรญิ ไปบนอาหารจนสร้างดอหเห็ดอีก วนเวยี นไปอย่างนี้
เห็ดนางฟา้ เติบโตดีที่ pH. 5 - 5.2 (คือเป็นกรดเล็กน้อย) อุณหภูมิทเ่ี หมาะมากต่อเสน้ ใยคือ 32 องศา
เซลเซยี ส และสร้างดอกเหด็ ได้ดีท่ี 25 องศาเซลเซียส เสน้ ใยสีขาวจดั มีความสามารถเชอ่ื มตอ่ เส้นใยไดด้ ี ใช้น้ำตาล
8
ในแงข่ องอาหารคารโ์ บไฮเดรตไดด้ กี ว่าพวก โพลีแซคคาไรค์ หรืออาหารซับซอ้ น
1. ดอกเหด็ นางฟ้าเมือ่ โตเตม็ ที่จะสรา้ งสปอร์บริเวณครบี โดยการปลอ่ ยสปอร์เม่อื แก่ออกเป็นระยะ ๆ
2. เม่อื ดอกเหด็ ปลอ่ ยสปอร์ออกมาแลว้ สปอร์กป็ ลวิ ไปตามกระแสลม
3. เมอ่ื สปอร์ปลิวไปตกในสภาพแวดลอ้ มท่ีเหมาะสม ก็จะงอกออกมาเปน็ เส้นใยข้นั ต้นมี 1 นวิ เคลียส
4. เสน้ ใยขน้ั ที่ 1 เมอื่ เจริญเต็มที่แล้ว กจ็ ะมารวมตวั กัน ซง่ึ อาจมาจากต่างสปอร์กนั การรวมตวั ของเสน้ ใย
ขน้ั ที่ 1 จะเป็นการเชือ่ มกันแล้วถ่ายทอดนวิ เคลยี สมาอย่ใู นเซลเดยี วกนั กลายเป็นเสน้ ใยขน้ั ท่ี 2
5. หลังจากเสน้ ใยขนั้ ที่ 1 รวมตัวกันเป็นเส้นใยข้ันท่ี 2 แล้ว ก็จะเจรญิ เติบโตและสรา้ งเส้นใยเห็ดแทนเสน้ ใย
ขน้ั ที่ 1 อยา่ งรวดเรว็ บนอาหาร
6. เมือ่ เส้นใยข้ันที่ 2 เจรญิ บนอาหารและโตเต็มที่แลว้ จะสะสมอาหารแล้วรวมตัวกนั อีกครั้งเพ่ือสร้างดอก
เหด็ ต่อไป
7. ดอกเห็ดนางฟา้ ท่เี กดิ จากการรวมตวั ของเสน้ ใยเห็ดข้นั ท่ี 2
ประโยชน์เหด็ นางฟา้
1. เหด็ นางฟ้านยิ มนำดอกเห็ดสดมาประกอบอาหาร เชน่ เห็ดนางฟ้าชุบแป้งทอด ตม้ ยำเห็ดนางฟา้ และหอ่ หมก
เห็ดนางฟา้ เปน็ ตน้
สรรพคณุ ทางยา
– ชว่ ยปอ้ งกันโรคมะเร็ง
– ลดไขมนั ในเสน้ เลอื ด
การทำแหนมเหด็ นางฟา้
การแปรรปู เห็ดมหี ลากหลายรปู แบบด้วยกัน การทำแหนมเปน็ วิธกี ารแปรรูปอาหารอีกอยา่ งท่สี ามารถเป็น
อาหารไวท้ านในครัวเรอื นหรือสามารถทำออกจำหนา่ ยในตลาดออนไลนไ์ ด้เป็นอยา่ งดี ซึง่ เปน็ อีกชอ่ งทางหนึ่งของ
เกษตรกรทจ่ี ะสามารถสรา้ งรายได้จากวตั ถดุ บิ ที่มีอยู่
ส่วนผสมแหนมเหด็ นางฟ้าสูตรเดด็
1.เห็ดนางฟา้ 1 กิโลกรัม
2.ขา้ วสุก 200 กรมั
3.กระเทยี มสบั 100 กรมั
4.เกลอื ป่น 25 กรมั
5.พรกิ สด 1 ขีด
วธิ ีการทำแหนมเหด็ นางฟ้าสูตรเดด็
1.นำเห็ดนางฟา้ 1 กโิ ลกรัมมาฉีกเป็นเสน้ ๆ หลังจากนนั้ นำไปนง่ึ เปน็ เวลา 20 นาที
2.นำกระเทยี มมาสบั ให้ละเอียด
9
3.เมอื่ นง่ึ เหด็ นางฟา้ สกุ แลว้ นำมาปีบค้นั นำ้ ออกให้หมด
4.นำสว่ นผสมทุกอย่าง คลุกเคล้ารวมกัน
5.นำส่วนผสมทง้ั หมด ใส่ในถงุ แกง ขนาดตามใจชอบ ใส่พริกสดลงไป 1-2 เม็ด แล้ววางไว้ ในอณุ หภูมปิ กติ
5 วนั วันท่ี 3 สามารถทานไดเ้ ลยคะ่ แต่ถ้าหากทานไม่หมด เราสามารถแช่ตเู้ ย็นต่อได้คะ่
ขอ้ แนะนำ
1.ในขั้นตอนทนี่ ำเหด็ นางฟา้ ที่นง่ึ แล้ว มาปีบคั้นน้ำออก เราต้องค้ันน้ำของเหด็ ออกให้หมด ไม่เชน่ น้ัน ใน
การรอให้แหนมเห็ดนางฟ้าเกดิ ความเปรีย้ ว จะมนี ำ้ ไหลเย้มิ ออกมาไม่น่ารบั ประทาน
2.หากตอ้ งการเพิ่มความสวยงาม สามารถใชข้ า้ วไรซเ์ บอรี่ แทนข้าวขาวได้
แหนมเหด็ นางฟา้ สามารถนำมาทานกบั ข้าวสวยร้อน ๆ หรอื จะนำมาผสมแป้งทอดกรอบ ทอดทานเลน่ ก็
อรอ่ ยไปอกี แบบ แตถ่ า้ หากนำมาทอดกรอบ จมิ้ กับซอสมะเขือเทศแลว้ จะเปน็ เมนู ที่หนู ๆ นอ้ ง ๆ ชอบทานกนั
อยา่ งมากเลยทเี ดียว นอกจากน้ี ยังสามารถทำจำหนา่ ย เปน็ รายได้เสริม และยงั ทำใหไ้ ดท้ ำอาหารทานเอง ซง่ึ นน่ั
หมายถึง ความสะอาด และคุณภาพของอาหารที่เราบริโภค ทั้งนี้ยังเหมาะกับฟารม์ เห็ดทีป่ ระสบปัญหา ชว่ งเห็ดลน้
ตลาดอีกดว้ ย ซึง่ ในช่วงเหด็ ลน้ ตลาดนั้น จะเปน็ ชว่ งฤดูฝน เป็นช่วงทเ่ี ห็ดทว่ั ทกุ ฟาร์ม ออกพรอ้ มกนั หมด บวกกับ
เหด็ นนั้ มอี ายุการเกบ็ รักษาที่ส้นั ไม่สามารถเก็บไวไ้ ด้นาน การแปรรปู จงึ เป็นทางออกทีด่ สี ำหรับอาชพี น้อี กี ด้วย
การถอดบทเรยี น
ในปจั จบุ ันหนว่ ยงานตา่ งๆท้งั ภาครฐั และเอกชนได้ให้ความสำคญั กับการเรียนรมู้ ากข้นึ โดยเหน็ ว่าองคก์ รที่
จะพัฒนาไปสสู่ งั คมแหง่ การเรียนรไู้ ด้ตอ้ งนำกระบวนการจัดการความรไู้ ปใชพ้ ฒั นา การทำงานในองค์กร และ
วธิ ีการจัดการความรูท้ ี่ไดร้ บั ความนิยมอย่างกวา้ งขวาง คือ การถอดบทเรียน (Lesson distilled) แนวทางการถอด
บทเรยี นในเอกสารชดุ น้ีไดแ้ นวคดิ จากคู่มอื การถอดบทเรียนโครงการพฒั นาชุมชน และเอกสารอน่ื ๆ ซึง่ มีประเดน็ ที่
น่าสนใจพอสรปุ ไดด้ งั นี้
ความหมายของการถอดบทเรียน
การถอดบทเรยี น คือ การทบทวนหรอื สรุปประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาในแง่มมุ ตา่ งๆเพื่อใหเ้ หน็ ถึง
รายละเอยี ดของเหตปุ ัจจยั ท้งั ภายในและภายนอกซึง่ ทำใหเ้ กดิ ผลอย่างทเี่ ป็นอยใู่ นปัจจุบนั ท้งั ที่สำเร็จหรอื ล้มเหลว
หรืออาจกล่าวไดว้ ่าเราถอดบทเรียนก็เพ่ือสบื ค้นความรู้จากการปฏิบัตงิ านโดยใชว้ ิธกี ารสกัดความร้แู ละ
ประสบการณ์ที่ฝงั ลกึ จากกลุ่มเป้าหมายท่ไี ดร้ ่วมการปฏบิ ัตงิ าน พร้อมทัง้ บนั ทกึ รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน
ผลการปฏบิ ัตงิ าน และความรู้ใหม่ๆท่ีเกดิ ขึน้ ระหวา่ งการปฏบิ ัตงิ านทัง้ ที่สำเรจ็ หรือล้มเหลวเพื่อเป็นแนวทางในการ
ปรับปรุงการปฏบิ ัตงิ านใหบ้ รรลุเปา้ หมาย และสามารถเผยแพรศ่ กึ ษาเรียนร้ไู ด้
รูปแบบการถอดบทเรียน
การถอดบทเรียนโดยท่ัวไปมี 2 รปู แบบ คือ
10
1. การถอดบทเรียนเฉพาะประเดน็ เป็นการถอดบทเรียนทเ่ี น้นเฉพาะกจิ กรรมสำคัญของโครงการ และ
สามารถนำผลการถอดบทเรียนจากกจิ กรรมน้นั ๆไปใช้ประโยชน์ในพัฒนาโครงการให้ประสบความสำเรจ็ ในอนาคต
(Best Practice)
2. การถอดบทเรยี นทง้ั โครงการ เปน็ การถอดบทเรียนท้ังระบบ โดยเร่มิ ตงั้ แตค่ วามเป็นมาของโครงการ
กระบวนการดำเนินงาน และผลลัพธ์เม่ือสน้ิ สุดโครงการ
การถอดบทเรียนท้ัง 2 ลกั ษณะ ต้องใชก้ ารวิเคราะห์เชงิ ลกึ เช่น วเิ คราะห์ดว้ ย SWOT เพือ่ ศึกษาปัจจยั
และเง่ือนไขท่ีนำไปสผู่ ลของการดำเนินโครงการ
ขัน้ ตอนการถอดบทเรียน ข้ันตอนการถอดบทเรยี นมี 4 ข้ันตอนหลกั ดังนี้
1.ขนั้ เตรียมการถอดบทเรียน
2.ขน้ั ดำเนินการถอดบทเรยี น
3.ขั้นเขียนรายงานการถอดบทเรยี น
4.ขนั้ ตดิ ตามการนำบทเรียนไปใช้ประโยชน์
1.ขั้นเตรียมการถอดบทเรียน
1.1 สร้างทีมงานถอดบทเรียนที่มคี วามรคู้ วามสามารถในการปฏบิ ตั ิงานไดจ้ ริง ประมาณ 3-6 คน พร้อม
ทงั้ ทำคำส่ังแตง่ ตัง้ เปน็ ลายลักษณอ์ ักษรและประชาสมั พนั ธ์ใหผ้ ู้ที่เก่ียวข้องทราบ
1.2 เรยี นรทู้ ีมงานถอดบทเรยี นโดยสรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ดี ใี ห้เกดิ ข้นึ ภายในทีมงาน เนน้ การเคารพซง่ึ กนั
และกัน ไว้วางใจซ่งึ กนั และกนั และความเท่าเทยี มกนั
1.3 วิเคราะหโ์ ครงการ เพ่อื ใหท้ มี งานมีความเข้าใจตรงกนั ในแตล่ ะหวั ข้อในโครงการ ได้แก่ หลักการและ
เหตผุ ลของโครงการ วัตถุประสงค์ของโครงการ กลมุ่ เปา้ หมาย ขน้ั ตอนการดำเนินงานและกจิ กรรมในโครงการ
ระยะเวลาในการดำเนินงาน และงบประมาณ
1.4 กำหนดบทบาทหนา้ ทีข่ องทีมงานถอดบทเรียน ซ่ึงประกอบดว้ ยดังน้ี
- หัวหน้าทมี หรือผูเ้ อ้ือ เปน็ ผูท้ ท่ี ำใหก้ ารถอดบทเรยี นดำเนนิ งานไดอ้ ย่างราบรื่นและบรรลุ
เปา้ หมายทก่ี ำหนด
- ผูอ้ ำนวยกระบวนการ เปน็ ผูท้ ่กี ระตุ้นใหผ้ รู้ ่วมถอดบทเรยี นได้แลกเปลย่ี นประสบการณแ์ ละ
ความคิดเหน็ จากกจิ กรรมทไี่ ดป้ ฏิบตั ิ ดังน้ัน จงึ ต้องมีทกั ษะในการตง้ั คำถามที่ กระตุ้นให้ผูร้ ่วมถอดบทเรียนได้
วิเคราะหส์ าเหตุของความสำเรจ็ และอปุ สรรคทเี่ กิดขึ้นในการปฏิบตั งิ าน
- ผู้จดบนั ทกึ เปน็ ผู้จดบันทึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ การอภิปรายของผรู้ ่วมถอด
บทเรียน พร้อมทงั้ เขยี นเรยี บเรยี งเปน็ เรือ่ งราวใหน้ ่าสนใจตง้ั แต่เร่ิมต้นจนสนิ้ สุดโครงการ
- ผปู้ ระสานงาน เป็นผู้ชว่ ยเหลอื ใหท้ มี งานถอดบทเรยี นมีความสะดวกในการตดิ ตอ่ ระหว่าง
สมาชิกทีมงานถอดบทเรียนเพ่ือให้สามารถทำงานร่วมกนั ได้อย่างดี รวมท้ังประสานความรว่ มมอื จากบุคคลภายนอก
ทีเ่ ก่ยี วข้องกับการถอดบทเรียน
11
1.5 จัดทำ แผนภมู โิ ครงรา่ งกระบวนการถอดบทเรียนซ่ึงประกอบด้วยประเด็นตา่ งๆ ดงั นี้
1.5.1 หัวขอ้ กจิ กรรมท่ีต้องการถอดบทเรยี น
1.5.2 กำหนดกลมุ่ เป้าหมายท่เี ขา้ ร่วมการถอดบทเรียน
1.5.3 เลือกวธิ กี ารถอดบทเรียนทใี่ หเ้ หมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมาย
1.5.4 กำหนดขน้ั ตอนในการถอดบทเรยี นตามลำดับก่อนหลงั
1.5.5 กำหนดประเด็นคำถามทม่ี ีความชัดเจน โดยเรยี งลำดบั ตง้ั แต่เริ่มตน้ จนกระทั่งส้นิ สุด
1.5.6 กำหนดผลลัพธท์ ่เี กิดข้นึ หลงั จากการถอดบทเรียน พรอ้ มทง้ั จดั ทำเอกสารการถอดบทเรยี น
1.6 เลือกเทคนิคการถอดบทเรยี น ควรเปน็ เทคนคิ ทีช่ ่วยให้ทีมงานถอดบทเรยี นและผรู้ ่วมถอดบทเรียนเกิด
การเรยี นร้ใู นระหวา่ งการทำงานและได้บทเรยี นพฒั นาวิธกี ารทำงานใหด้ ขี ้ึน เช่น เทคนิคการวิเคราะห์หลงั การ
ปฏบิ ตั ิ (After Action Review, AAR)
1.7 จดั ทำปฏทิ ินการถอดบทเรยี น เพ่อื วางแผนการดำเนนิ การถอดบทเรยี นของแตล่ ะกิจกรรมต้งั แต่เริ่มต้น
จนสิ้นสดุ การดำเนินงาน โดยหัวข้อที่ควรปรากฏในปฏทิ ินการถอดบทเรียนได้แก่ ลำดบั ท่ีของกิจกรรม ประเด็น
กิจกรรม ระยะเวลาในการดำเนนิ งานแตล่ ะกจิ กรรม ผู้รบั ผิดชอบกิจกรรม และวัสดอุ ปุ กรณ์ที่ต้องใชใ้ นกจิ กรรม
2.ขัน้ ดำเนินการถอดบทเรียน
ทีมงานควรแจ้งกำหนดการ ระยะเวลาและสถานที่ท่จี ะดำเนินการถอดบทเรยี นใหก้ ลุม่ เปา้ หมายท่ีร่วมถอด
บทเรียนทราบลว่ งหนา้ ในขนั้ นปี้ ระกอบด้วย 2 ข้ันตอนยอ่ ย คือ การถอดบทเรยี น และการบันทึกบทเรยี น
2.1 การถอดบทเรียนมีขน้ั ตอนทีส่ ำคัญ 5 ขั้นตอน คอื
2.1.1 การสรา้ งบรรยากาศ เพือ่ ให้ผู้เข้ารว่ มการถอดบทเรียนมีความผ่อนคลายเป็นกนั เอง ซ่งึ อาจใช้เพลง
หรือเกมในการละลายพฤติกรรม รวมทงั้ ผูอ้ ำนวยกระบวนการควรชแ้ี จงถึงความเสมอภาคและสิทธิในการร่วมแสดง
ความคิดเห็นของผูร้ ่วมการถอดบทเรียน
2.1.2 การกำหนดกติกาในการถอดบทเรียนอยา่ งมสี ว่ นร่วม โดยกตกิ าควรครอบคลมุ ประเด็นทีส่ ำคัญ ดงั น้ี
1) เปา้ หมายการถอดบทเรยี นคืออะไร มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ อะไร
2) วธิ กี ารถอดบทเรียนใช้วธิ อี ะไร เชน่ ใช้การระดมความคดิ เหน็ เน้นการแลกเปลยี่ นความ
คดิ เหน็ และไม่โตเ้ ถียงหรอื ทะเลาะวิวาท
3) หนา้ ทข่ี องผ้รู ่วมถอดบทเรยี นเป็นอย่างไร เชน่ ทุกคนให้ข้อเสนอแนะ ยอมรบั ความจริง และ
เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงงานใหด้ ขี นึ้
4) ขอ้ พึงระวังในการถอดบทเรียนควรเป็นอย่างไร เชน่ ไมต่ ำหนิ และไม่ประเมนิ ผลการปฏิบัติงาน
ของผ้รู ่วมถอดบทเรียน
2.1.3 การจัดกิจกรรมอนุ่ เครอ่ื ง ผู้อำนวยกระบวนการช้ีแจงให้ผรู้ ่วมถอดบทเรยี นเข้าใจวัตถุประสงค์และวธิ ี
ดำเนนิ กิจกรรมเพือ่ ใหส้ ามารถทบทวนความทรงจำจากการเข้ารว่ มกิจกรรมท่ีผ่านมา
2.1.4 การเข้าสู่ประเดน็ สำคญั ของการถอดบทเรียนเป็นขนั้ ตอนสำคัญในการสกัดความรูจ้ ากผรู้ ่วมถอด
12
บทเรียนโดยมีข้นั ตอนดังน้ี
1) การเลา่ ประสบการณจ์ ากวธิ กี ารปฏบิ ัตงิ านของผู้รว่ มถอดบทเรียน
2) การเปรียบเทยี บความแตกต่างระหว่างวิธีการปฏิบตั ิงานท่กี ำหนดในแผนปฏบิ ตั ิงานกบั วิธีการ
ปฏบิ ตั ิงานจรงิ
3) การวเิ คราะห์ผลการปฏิบัตงิ านทท่ี ำไดเ้ ป็นอยา่ งดี
4) การให้ข้อเสนอแนะวิธกี ารปฏบิ ตั งิ านตอ่ ไปใหด้ ีข้นึ
5) การวเิ คราะห์อปุ สรรคที่เกิดข้ึนระหว่างการปฏิบตั งิ าน
6) การใหข้ ้อเสนอแนะวิธีการป้องกันไมใ่ ห้เกิดอุปสรรคในการปฏบิ ตั ิงาน
7) ข้อเสนอแนะในสงิ่ ที่ควรทำเพ่มิ เติมในการปฏบิ ัติงานท่ผี ่านมา
8) การประเมินความพงึ พอใจผลการปฏบิ ัติงานทผี่ า่ นมา
ทั้งนผ้ี ู้จดบนั ทึกต้องจดรายละเอยี ดของข้อมลู ทุกขั้นตอน บนั ทึกเสียง พรอ้ มทัง้ สงั เกตบรรยากาศในระหวา่ ง
การถอดบทเรยี นและจดบันทกึ ไว้ประกอบการจัดทำรายงานการถอดบทเรียน
2.2 การบนั ทกึ บทเรียน ประกอบดว้ ย 3 ขนั้ ตอน คอื
2.2.1 การเตรียมตัวกอ่ นบันทกึ บทเรียน เป็นขั้นตอนทท่ี ผ่ี ู้จดบนั ทึกควรเตรียม ความพรอ้ มก่อนบนั ทกึ
บทเรียนใน 4 ประเด็นคือ
1) ศึกษารายละเอยี ดของโครงการ/กจิ กรรมที่จะถอดบทเรียน
2) ศกึ ษารายละเอยี ดการถอดบทเรียนเกยี่ วกบั กรอบแนวคดิ ขน้ั ตอนการถอดบทเรยี น และประเดน็
คำถามทใ่ี ช้ในการถอดบทเรียน
3) จัดเตรียมอุปกรณ์ในการบนั ทกึ การถอดบทเรียน และ
4) เตรียมความพรอ้ มดา้ นทางดา้ นร่างกายจติ ใจ
2.2.2 การบันทึกขอ้ มลู การถอดบทเรยี น ข้อมลู ท่ีตอ้ งจดบนั ทกึ ระหวา่ งการถอดบทเรยี น คอื
1) ขอ้ มูลขัน้ ตอนและวิธกี ารจดั กิจกรรมถอดบทเรยี น
2) ข้อมูลการเล่าเรอื่ ง การวิเคราะห์ และการอภิปรายของผรู้ ว่ มถอดบทเรียน
3) ข้อมูลบรรยากาศของระหวา่ งการถอดบทเรียน
2.2.3 การสรปุ และรายงานการถอดบทเรียน ผู้จดบนั ทกึ ตอ้ งอา่ นรายงานการถอดบทเรียนให้ที่ประชมุ ของผู้
รว่ มถอดบทเรียนและทีมงานการถอดบทเรยี นไดร้ บั ทราบขอ้ มูลทีจ่ ดบันทึกไว้เพือ่ ใหม้ ีการปรับแก้และเพ่มิ เติมให้
ข้อมูลมีความสมบูรณ์ยิ่งขน้ึ โดยบทเรยี นที่ถอดได้ต้องได้รบั การสรุปให้เห็นอย่างนอ้ ย 2 ประเด็นคือ
1) อะไรคือสิง่ ท่ดี อี ยแู่ ล้วและควรทำต่อไปเพอ่ื กลบั ไปวางแผนพฒั นา ลงมอื ทำ แลว้ ตามด้วยการวจิ ัย
ใหก้ ้าวหน้าตอ่ เนื่องเป็น D&R (Development and Research)
2) อะไรคอื ส่งิ ทยี่ ังบกพรอ่ งเป็นจุดออ่ น และควรจะปรบั ปรุงอย่างไร มีความรู้พอทีจ่ ะปรบั ปรงุ หรือไม่
ถ้าไม่ ควรทำวจิ ยั เพือ่ หาแนวทางปรบั ปรงุ เปน็ การวิจัยแลว้ พฒั นา แบบR&D (Research & Development)
ทั้งนี้ D&Rและ R&D ควรเปน็ การวิจยั แบบ PAR (Participatory Action Research) ที่เนน้ กระบวนการเรียนรขู้ อง
คนทง้ั หมด
13
3.ขั้นเขียนรายงานการถอดบทเรียน ในขน้ั ตอนนคี้ วรแบ่งเปน็ 3 หวั ข้อ หลกั ดงั น้ี
3.1 ความเปน็ มาของโครงการ/กิจกรรมทีจ่ ะถอดบทเรียน วัตถุประสงค์ของการถอดบทเรยี น
3.2 การเตรยี มการถอดบทเรียน เป็นการเล่ารายละเอยี ดของข้นั ตอนตา่ งๆ ในข้อ 1.1-1.7 ซึง่ ไดแ้ ก่
วธิ ีการ ทีมงาน บทบาทหน้าท่ี กรอบแนวคดิ เทคนิคการถอดบทเรียน กลุ่มเปา้ หมายทีร่ ว่ มถอดบทเรยี น และปฏทิ ิน
การการถอดบทเรยี น
3.3 เนื้อเร่ืองการดำเนนิ การถอดบทเรียน เป็นการเล่ารายละเอยี ดในขอ้ 2.1.4 ซ่ึงครอบคลมุ
- ประสบการณ์จากวธิ ีการปฏิบตั ิงานจรงิ ของผ้รู ่วมถอดบทเรยี น
- วิธกี ารปฏิบัตงิ านทกี่ ำหนดในแผนปฏิบัตงิ าน
- เปรียบเทียบความแตกต่าง
- สง่ิ ที่ทำได้เปน็ อย่างดจี ากการปฏบิ ตั ิ
- ข้อเสนอแนะวธิ กี ารปฏิบตั งิ านต่อไปใหด้ ีขนึ้
- ปญั หาอปุ สรรคทเ่ี กดิ ข้ึนระหว่างการปฏิบตั งิ าน
- ข้อเสนอแนะวธิ ีการปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เกดิ อปุ สรรคในการปฏิบัติงาน
- ข้อเสนอแนะในสง่ิ ทคี่ วรทำเพมิ่ เติมในการปฏบิ ัติงานทผ่ี ่านมา
- ประเมินความพึงพอใจผลการปฏบิ ัตงิ านท่ีผ่านมา
4.ขน้ั ติดตามการนำบทเรียนไปใชป้ ระโยชน์
ในข้นั ตอนน้ีให้ความสำคญั กับการนำบทเรียนท่ีเรียนรู้จากการปฏิบัตงิ านไปใชเ้ พ่อื ใหก้ ารปฏบิ ัตงิ านต่อไปมี
ประสทิ ธิภาพและเกดิ ประสทิ ธิผลมากยิ่งขึน้ ดงั นน้ั หัวหนา้ ทีมหรอื ผเู้ ออ้ื ควรไดม้ กี ารนเิ ทศกำกบั ติดตามการ
ดำเนินงานอย่างตอ่ เน่อื งเป็นระยะๆเพอื่ ตรวจสอบว่าได้มีการนำบทเรยี นไปใช้ประโยชน์หรอื ไมเ่ พยี งไร เพราะอะไร
14
บทที่ 3
วิธีดำเนินงานโครงการ
การจัดกจิ กรรมนวตั กรจติ อาสา (วทิ ย์แบบคดิ นอกห้อง) ปีการศกึ ษา 2564 จดั ข้นึ ทโ่ี รงเรยี นบา้ นโคกกลาง
โดยมีขน้ั ตอนดำเนินงานตา่ ง ๆ ดงั นี้
3.1 ขนั้ ตอนการดำเนินงานกิจกรรมนวตั กรจิตอาสา (วิทยแ์ บบคิดนอกห้อง)
กจิ กรรม/ขน้ั ตอน ระยะเวลา ผ้รู บั ผดิ ชอบ
นางสาวอุไรวรรณ แก้วเบา้
ขัน้ เตรียมงาน (PLAN) กรกฎาคม – กันยายน นางรำไพ ศรวี รรณะ
นายวชริ ะ อว้ นสอาด
1. ประชมุ วางแผนโครงการรว่ มกับคณะครรู ะดับ 2564
ประถมศกึ ษา
2. เสนออนมุ ตั โิ ครงการ
ขน้ั ดำเนินการ (DO) ตุลาคม 2564 - นางสาวอุไรวรรณ แกว้ เบา้
มิถนุ ายน 2565 นางรำไพ ศรีวรรณะ
1. ประชมุ วางแผนหน้าท่ที ี่รับผิดชอบและออกคำสั่ง นายวชริ ะ อว้ นสอาด
ปฏิบัติงานตามมตทิ ่ีประชมุ
2. สงั่ ซอื้ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตรแ์ ละอปุ กรณใ์ นการทำ มิถนุ ายน 2565 นางสาวอไุ รวรรณ แก้วเบ้า
โครงงาน นางรำไพ ศรีวรรณะ
3. ดำเนินการตามแผนดำเนินงาน นายวชิระ อ้วนสอาด
ขน้ั ตรวจสอบ ( CHECK)
มถิ นุ ายน 2565 นางสาวอไุ รวรรณ แก้วเบา้
1. นิเทศ ติดตาม ประเมินผลงานและหาแนวทาง นางรำไพ ศรีวรรณะ
นายวชริ ะ อว้ นสอาด
ปรับปรงุ
2. นำเสนอผลงานในรอบปีที่ดำเนินงานในท่ีประชมุ ทุก
กลมุ่ สาระ / งาน / กลุ่มบรหิ าร
ขั้นรายงาน (ACTION)
1. ประเมนิ ผลโครงงาน
2. รายงานผลการดำเนินโครงการ
15
บทท่ี 4
ผลการดำเนนิ งานและประเมินโครงการ
4.1. การประเมินโครงการ/กิจกรรมนวตั กรจติ อาสา (วิทยแ์ บบคิดนอกห้อง)
รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1
32
1. ดา้ นสภาพแวดลอ้ มของกจิ กรรม/โครงการ
1.1 กิจกรรม/โครงการสอดคล้องกับวิสัยทศั น์ของโรงเรยี น
1.2 กจิ กรรม/โครงการสอดคลอ้ งกับ นโยบาย เป้าหมายของโรงเรียน
1.3 กจิ กรรม/โครงการสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานคุณภาพการศึกษา
2. ดา้ นความพอเพยี งของทรพั ยากรทีใ่ ชใ้ นการดำเนนิ กจิ กรรม
2.1 ความเหมาะสมของงบประมาณ 9
2.2 ความพอเพยี งของวสั ดุ อุปกรณ์ 49
2.3 ความเหมาะสมของสถานที่ ท่ีใช้ดำเนินงาน
2.4 ความเพยี งพอของบคุ ลากร
2.5 ความร่วมมอื ของบุคลากรในการดำเนนิ งาน
3. ด้านความเหมาะสมของกระบวนการจัดกจิ กรรม/โครงการ
3.1 ความเหมาะสมของระยะเวลาดำเนินงานแต่ละกจิ กรรม
3.2 วธิ ีการ/กิจกรรมที่ปฏบิ ัตใิ นแตล่ ะขัน้ ตอนสอดคลอ้ งกับเปา้ หมาย
4. ด้านความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเปา้ หมายในการจดั กิจกรรม
4.1 ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมได้ครบถว้ นตามลำดบั ทก่ี ำหนด
4.2 ผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ของกิจกรรม/โครงการ
4.3 ผลการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายท่ีต้ังไว้
40
รวม
รวม (ผลรวมทุกช่อง)
ค่าเฉล่ยี คะแนนการประเมนิ ผลการบรหิ ารโครงการ (ผลรวมทุกช่อง13) = 3.77
คะแนนเฉลย่ี 3.51 - 4.00 แสดงว่าการดำเนินงานอยใู่ นระดบั ดมี าก
คะแนนเฉลีย่ 2.51 - 3.50 แสดงวา่ การดำเนินงานอยู่ในระดับ ดี
คะแนนเฉลย่ี 1.51 - 2.50 แสดงวา่ การดำเนนิ งานอยู่ในระดับ พอใช้
คะแนนเฉล่ยี 1.00 - 1.50 แสดงวา่ การดำเนนิ งานอย่ใู นระดบั ปรบั ปรุง
16
สรปุ ผลการประเมินกจิ กรรม/โครงการ
ระดบั ดีมาก ระดับดี ระดับพอใช้ ระดับปรบั ปรุง
4.2. สรปุ ผลการประเมนิ
ผลการประเมนิ โครงการหลงั การดำเนินงานโดยรวมเฉลี่ยทกุ ด้านอยู่ในระดับดีมาก
และมีคะแนนเฉล่ยี ในแตล่ ะดา้ นดงั น้ีคอื
1) การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์
- ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ ร้อยละ 80
2) ผลการปฏบิ ัตงิ าน
- ผลการปฏบิ ัตงิ านไดด้ ำเนินการไปได้ด้วยดี
3) การใชจ้ ่ายงบประมาณ ใชง้ บประมาณตามโครงการ
จำนวนและร้อยละของคา่ ใชจ้ ่ายงบประมาณ จำนวนเงนิ ร้อยละ
ท่ี รายการค่าใชจ้ า่ ย ทตี่ ง้ั ไว้ ทีใ่ ชไ้ ป 100
8,000 8,000
1 โครงการ CCF LearnSmart : นวัตกรจิตอาสา
(วิทยแ์ บบคิดนอกหอ้ ง)
รวม
การดำเนนิ การเบกิ จา่ ยเงิน ( ) ตรงตามท่ปี ระมาณการไว้
( ) ไม่ตรง ตามทีป่ ระมาณการไว้
( ) ไมไ่ ดใ้ ช้เงนิ ตามทปี่ ระมาณการไว้
ดำเนินการใชจ้ ่ายเงิน ( ) เปน็ ตามระเบยี บกำหนด กำหนดไว้
( ) 1.จดั ซือ้ วัสดุ ตามรายงานการจดั ซือ้ ท่ี........... ( ) เปน็ ตามระเบียบกำหนด บางสว่ น
( ) 2.จดั จ้าง ตามรายงานการจัดจ้างที.่ ............ ( ) ไมเ่ ปน็ ไปตามระเบียบ
( ) มปี ญั หาอุปสรรค
4) การประเมนิ ผลโครงการ รอ้ ยละ 100
5) ผลสำเร็จของการปฏิบตั งิ าน
- ผลสำเรจ็ ของการปฏิบัตงิ าน ร้อยละ 100
17
4.3 อภิปรายผล
จากการประเมินโครงการ/กจิ กรรมนวตั กรจติ อาสา (วทิ ยแ์ บบคิดนอกหอ้ ง) 4 ด้าน ด้านสภาพแวดล้อม
ของกจิ กรรม/โครงการ ด้านความพอเพยี งของทรัพยากรที่ใชใ้ นการดำเนินกิจกรรม ดา้ นความเหมาะสมของ
กระบวนการจดั กจิ กรรม/โครงการ และ ดา้ นความสำเร็จตามวตั ถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายในการจดั กิจกรรม คา่ เฉลี่ย
คะแนนการประเมินผลการบริหารโครงการ 3.77 แสดงว่าการดำเนนิ งานอยใู่ นระดับ ดีมาก การดำเนินงานตาม
วตั ถปุ ระสงค์ ตรงตามวตั ถุประสงค์ ร้อยละ 80 ผลการปฏบิ ัติงานไดด้ ำเนินการไปไดด้ ว้ ยดี การใช้จ่ายงบประมาณ
มีการใช้งบประมาณตามโครงการเป็นตามระเบยี บกำหนด กำหนดไว้
18
บทท่ี 5
สรุป อภิปราย และขอ้ เสนอแนะ
การดำเนนิ งาน โครงการ CCF LearnSmart : นวตั กรจติ อาสา (วทิ ย์แบบคิดนอกห้อง) ได้จดั ดำเนนิ การ
ตามโครงการ โดยมีผลการดำเนินงาน ดงั นี้
5.1 สรุปผลและข้อเสนอแนะ
สรุปผลการประเมิน
ผลการประเมินโครงการหลงั การดำเนินงานโดยรวมเฉลย่ี ทกุ ดา้ นอยู่ในระดับ ดมี าก และมจี ำนวนรอ้ ย
ละ 100 ค่าเฉลี่ยในแตล่ ะด้านดงั นคี้ ือ
1.ดา้ นประสทิ ธิผล
1.1 เชงิ ปริมาณ
1. นกั เรียนท่ีเข้ารว่ มกิจกรรมใน โครงการ จำนวน 30 คน
2. ครแู ละบุคลากรโรงเรยี นบา้ นโคกกลาง จำนวน 8 คน
1.2 เชงิ คุณภาพ
1. ครูแกนนำที่มีความร้คู วามเข้าใจในหลักสูตร/กระบวนการอบรม และโครงงาน
2. นักเรยี นแกนนำทมี่ คี วามรคู้ วามเข้าใจ
3. หลักสตู ร/กระบวนการอบรม และโครงงาน
4. โรงเรยี นมีการนำโครงงานไปใช้สง่ เสรมิ การเรียนรูก้ บั นกั เรียน
5. โรงเรยี นมกี ารติดตามและประเมนิ ผลการจดั กิจกรรมเรียนรู้ในโรงเรยี นอยา่ งนอ้ ย 6 ครงั้ / 1ปี
การศกึ ษา
2. ดา้ นประสทิ ธิภาพ
2.1 การบริหารจัดการโครงการ ระดบั เหมาะสมมากท่สี ุด
2.2 การบรหิ ารจดั การงบประมาณ เป็นตามระเบียบกำหนด กำหนดไว้
2.3 การบรหิ ารจดั การเวลา เปน็ ตามกำหนด กำหนดไว้
5.2 ปัญหาและข้อเสนอแนะ
1. วางแผนการดำเนนิ งานให้ชัดเจนและครอบคลุมมากกวา่ น้ี
19
2. การนิเทศภายในโรงเรียน เกิดจากโรงเรียนประสบกับสภาพปัญหาและความต้องการที่จะพัฒนา
การศกึ ษาใหด้ ที ี่สดุ แต่การนิเทศจากจากหนว่ ยงานภายนอก ภาคเี ครือข่าย โรงเรียนไม่อาจตอบสนอง
ตอ่ การแก้ปญั หาตรงตามความต้องการได้จึงจำเป็นต้องใชร้ ะบบหรือวธิ กี ารนิเทศภายใน
3. ผลการนิเทศยงั มขี ้อบกพรอ่ งทค่ี วรแก้ไขก็สามารถจะปรบั ปรุงวธิ กี ารใหม่ให้เหมาะสม
4. วิธีการนิเทศจากหน่วยงานภายนอก ภาคีเครอื ข่าย มปี ฏิกริ ิยาจากผรู้ บั การนเิ ทศ ควรจะไดว้ าง
แผนการนเิ ทศใหม่
5.3 ข้อเสนอสำหรบั การดำเนนิ การโครงการในปงี บประมาณต่อไป
ควรดำเนินการต่อ เนอื่ งจาก เพือ่ สร้างขวญั กำลงั ใจให้นกั เรยี นท่จี บการศกึ ษา เพอ่ื ไป
ศึกษาต่อในระดบั ที่สูงขน้ึ
ควรดำเนนิ การตอ่ แต่ต้องปรับปรงุ ………………………………………………
ยกเลกิ การดำเนนิ งานในปีต่อไปเน่อื งจาก...........................................
อน่ื ๆ…………………………...........................................
ลงชอ่ื ....................................................
(นางสาวอุไรวรรณ แก้วเบ้า)
ตำแหนง่ พนกั งานราชการ (ครูพ่ีเลีย้ ง)
ลงชอ่ื ....................................................
(นางรำไพ ศรวี รรณะ)
ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ
ลงชื่อ....................................................
(นายวชริ ะ อ้วนสอาด)
ตำแหน่ง ธุรการ
ผู้รับผดิ ชอบโครงการ
20
ภาคผนวก
ภาพการดำเนินกิจกรรมการเพาะเหด็
ตามกรอบแนวคดิ กระบวนการจัดการเรยี นรู้
โรงเรยี นบ้านโคกกลาง ทส่ี ร้างนวตั กรที่มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
Bankokklang School Innovator Framework
CCF LearnSmart: นวตั กรจติ อาสา (วทิ ยแ์ บบคดิ นอกหอ้ ง)
21
22
สัปดาหท์ ี่ 1 วันพธุ ท่ี 19 มกราคม 2565
สปั ดาหท์ ี่ 1 ในวนั พธุ ท่ี 19 มกราคม 2565 การเชือ่ มโยงความรู้เดิมกับความรูใ้ หม่
- นักเรียนและครตู ง้ั ประเดน็ คำถาม/สนทนาโดยการเชอื่ มโยงความรู้เดิมของผูเ้ รียนกับสารสนเทศ
/ความรูใ้ หม่ โดยอาศยั Digital Technology ให้นักเรียนดูรปู จาก Internet
ครู : นักเรยี นรู้จกั เหด็ หรอื ไม่ ? รจู้ ักเห็ดอะไรบ้าง ?
(แนวคำตอบ : รู้จกั ค่ะ/ครับ เช่น เหด็ นางฟา้ เห็ดขอน เหด็ ระโงก เหด็ ฟาง เป็นตน้ )
- นักเรยี นฟงั ครูช้ีแจงวัตถปุ ระสงค์/แนะนำวธิ ีการเรยี นรู้
ครู : วนั นเ้ี ราจะมาเรียนเร่อื งการเพาะเห็ดมีวตั ถปุ ระสงค์ ดงั นี้
1) เพือ่ ศกึ ษาวิธกี ารเพาะเหด็
2) เพือ่ นำเห็ดไปใช้ประกอบอาหารในโครงการอาหารกลางวนั
3) เพ่ือเป็นการสร้างอาชีพ
4) เพื่อเปน็ การใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชนแ์ ละฝึกความรบั ผิดชอบ
ภาพการดำเนินกจิ กรรมสัปดาหท์ ่ี 1
การเช่ือมโยงความรเู้ ดมิ กับความรู้ใหม่โดยนักเรียนและครตู ัง้ ประเด็นคำถาม/สนทนาโดยการเช่อื มโยง
ความรเู้ ดมิ ของผู้เรียนกับสารสนเทศ/ความรใู้ หม่ โดยอาศัย Digital Technology ใหน้ กั เรียนดูรูปจาก
Internet และมีการนำหนังสือและสอื่ Media ทไี่ ด้รบั การสนับสนนุ มาใช้ในการจัดกจิ กรรม
23
สัปดาหท์ ี่ 2 วันพุธ ที่ 2 กมุ ภาพันธ์ 2565
สปั ดาห์ท่ี 2 ในวนั พธุ ท่ี 2 กุมภาพนั ธ์ 2565 การกระตุน้ ใหเ้ กดิ ความขดั แยง้ ทางปญั ญา/ความสงสยั
และปฏิบัตภิ ารกจิ การเรียนรู้
การจดั กจิ กรรมในสปั ดาห์นีเ้ ป็นการพัฒนานวตั กรรมการเรยี นรู้ทีส่ อดคลอ้ งกบั ยคุ ปฏิรูปการเรียนรู้เนน้ การ
สรา้ งความร้ดู ว้ ยตนเอง ดว้ ยการลงมอื กระทำหรอื ปฏิบัติที่ผ่านกระบวนการคดิ และอาศยั ประสบการณ์เดมิ หรือ
ความรูเ้ ดมิ ทม่ี อี ยู่แลว้ เช่อื มโยงกับประสบการณ์ใหมห่ รือความร้ใู หม่ เพอื่ ขยายโครงสร้างทางปัญญาโดยนกั เรยี น
แกนนำไดร้ ับมอบหมายภารกจิ การเรยี นรู้ ศึกษาวธิ กี ารเพาะเหด็
- จดั เตรียมกอ้ นเชอื้ เห็ดเพอื่ การศกึ ษา
- แบง่ กลมุ่ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ สำหรบั เปิดดอก (เพาะเห็ด)
- ประชุมงานแบ่งเวรรบั ผิดชอบในการดแู ลเห็ด ให้นำ้ เหด็ และเกบ็ ผลผลิต
ภาพการดำเนินกจิ กรรมสปั ดาหท์ ่ี 2
การกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญา/ความสงสัยและปฏิบัติภารกิจการเรียนรู้นักเรียนแกนนำ
ได้รับมอบหมายภารกิจการเรียนรู้ ศกึ ษาวิธกี ารเพาะเห็ด จัดเตรยี มกอ้ นเช้อื เห็ดเพอ่ื การศึกษา แบ่งกลุ่ม
จดั เตรียมวัสดุอปุ กรณ์ สำหรบั เปดิ ดอก (เพาะเหด็ ) ประชมุ งานแบ่งเวรรับผดิ ชอบในการดแู ลเห็ด ใหน้ ้ำ
เหด็ และเก็บผลผลิต
24
สปั ดาห์ที่ 3 วนั พุธ ที่ 9 มีนาคม 2565
สัปดาห์ท่ี 3 ในวันพธุ ที่ 2 มนี าคม 2565 การสร้างและแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและขยายแนวคดิ ที่
หลากหลาย
- นกั เรียนวเิ คราะห์ประเด็นปัญหาหรอื คำถามและแสวงหาคำตอบด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้
ที่หลากหลายและสร้างความรดู้ ้วยตนเอง
การรักษาอุณหภมู ิของเหด็
การถ่ายเทอากาศ
การควบคมุ แสงท่เี หมาะสม
การให้นำ้ และการเก็บผลผลติ โดยเลอื กดอกเหด็ ทีบ่ านเต็มที่
- นกั เรียนไดร้ ่วมมอื กนั แกป้ ญั หา
- ระดมสมองในการแก้ไขปัญหาต่างๆ
- แลกเปล่ยี นมุมมองทีห่ ลากหลาย
ภาพการดำเนินกจิ กรรมสปั ดาหท์ ่ี 3
นักเรยี นวเิ คราะห์ประเด็นปญั หาหรือคำถามและแสวงหาคำตอบดว้ ยตนเองจากแหลง่ เรยี นร้ทู ่ี
หลากหลายและสร้างความรู้ด้วยตนเอง ร่วมมือระดมสมองกันแกป้ ญั หาแลกเปลีย่ นมุมมองท่ี
หลากหลาย
25
สปั ดาห์ที่ 4 ในวนั พุธ ที่ 9 มีนาคม 2565
สัปดาหท์ ี่ 4 ในวนั พธุ ที่ 9 มีนาคม 2565 การสรา้ งความเข้าใจของตนเองและกลุ่ม
โดยสะทอ้ นความคดิ และสรปุ องคค์ วามรู้
- นักเรยี นแบ่งกลุ่มร่วมกันสรุปบทเรียน (Concept mapping) เรอื่ งการเพาะเห็ดโดยสะท้อนการรคู้ ดิ
ภายในกล่มุ และออกมานำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน
ภาพการดำเนนิ กจิ กรรมสปั ดาหท์ ่ี 4
นกั เรียนแบ่งกลุม่ ร่วมกนั สรปุ บทเรียน (Concept mapping) เรือ่ งการเพาะเหด็ โดยสะท้อนการรู้คดิ
ภายในกล่มุ และออกมานำเสนอผลงาน
26
สัปดาห์ที่ 5 ในวนั ศกุ ร์ ท่ี 25 มนี าคม 2565
สัปดาห์ที่ 5 ในวันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม 2565 การสรา้ งผลิตภัณฑเ์ ชิงสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม
- นักเรยี นสร้างผลิตภณั ฑเ์ หด็ แปรรปู โดยการทำแหนมเห็ด นำองคค์ วามรทู้ ี่ได้ มาสร้างเป็นผลิตภณั ฑ์ เชงิ
สรา้ งสรรคโ์ ดยอาศยั หลักการการคดิ สรา้ งสรรค์ + แนวทางท่ีเหมาะสม เชน่ STEM (คิดคลอ่ ง คิดยดื หย่นุ คิดริเรมิ่
คิดละเอยี ดลออ) จึงเกิดเป็นผลิตภณั ฑ์เห็ด สามารถใช้ประกอบอาหารกลางวนั ในโรงเรียนได้ อกี ทั้งยงั นำไป
ประกอบอาชีพไดอ้ กี ดว้ ย
ภาพการดำเนนิ กจิ กรรมสัปดาหท์ ี่ 5
นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ร่วมกนั สรุปบทเรียน (Concept mapping) เรื่องการเพาะเห็ดโดยสะท้อนการรู้คิด
ภายในกลุม่ และออกมานำเสนอผลงาน
27
สปั ดาหท์ ่ี 6 ในวนั ศุกร์ ที่ 29 มีนาคม 2565
สัปดาหท์ ่ี 6 ในวนั ศุกร์ ที่ 29 มนี าคม 2565 การสร้างแนวคิดการเป็นผปู้ ระกอบการ
- นกั เรียนนำผลติ ภณั ฑแ์ หนมเห็ดท่ไี ดน้ ำไปขายที่ตลาด อีกทง้ั ยงั นำความรทู้ ่ีได้เผยแพร่แก่ผู้ทส่ี นใจภายใน
ชุมชน เพื่อเปน็ อีกทางเลือกหนง่ึ ของอาชีพ หรอื อาชีพเสริมตอ่ ไป
ภาพการดำเนินกจิ กรรมสัปดาหท์ ี่ 6
นักเรยี นนำผลิตภณั ฑแ์ หนมเห็ดทไี่ ดน้ ำไปขายทต่ี ลาด อกี ทั้งยังนำความรู้ทไี่ ด้เผยแพร่แกผ่ ทู้ ี่สนใจภายใน
ชมุ ชน เพื่อเปน็ อีกทางเลือกหนึ่งของอาชพี หรืออาชีพเสริมตอ่ ไป
28
แบบตดิ ตามประเมนิ โครงการ/กิจกรรมนวตั กรจติ อาสา (วทิ ยแ์ บบคิดนอกหอ้ ง)
ตอนที่ 1 สถานภาพของผตู้ อบ
❑นักเรียน ❑ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ❑บุคลากรภายนอก
ตอนท่ี 2 ความคิดเหน็ ต่อโครงการ/กิจกรรม
รายการประเมนิ ระดับคะแนน
1. ดา้ นสภาพแวดลอ้ มของกจิ กรรม/โครงการ 432 1
ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
1.1 กจิ กรรม/โครงการสอดคล้องกบั วิสยั ทศั น์ของโรงเรียน
1.2 กิจกรรม/โครงการสอดคลอ้ งกบั นโยบาย เปา้ หมายของโรงเรียน
1.3 กิจกรรม/โครงการสอดคล้องกบั มาตรฐานคณุ ภาพการศึกษา
2. ดา้ นความพอเพยี งของทรัพยากรทีใ่ ชใ้ นการดำเนนิ กิจกรรม
2.1 ความเหมาะสมของงบประมาณ
2.2 ความพอเพียงของวสั ดุ อุปกรณ์
2.3 ความเหมาะสมของสถานท่ี ทใ่ี ช้ดำเนินงาน
2.4 ความเพยี งพอของบคุ ลากร
2.5 ความรว่ มมอื ของบุคลากรในการดำเนนิ งาน
3. ด้านความเหมาะสมของกระบวนการจดั กจิ กรรม/โครงการ
3.1 ความเหมาะสมของระยะเวลาดำเนนิ งานแตล่ ะกิจกรรม
3.2 วธิ กี าร/กจิ กรรมทป่ี ฏบิ ัติในแตล่ ะขน้ั ตอนสอดคลอ้ งกบั เปา้ หมาย
4. ด้านความสำเรจ็ ตามวัตถุประสงคแ์ ละเป้าหมายในการจดั กจิ กรรม
4.1 ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมได้ครบถ้วนตามลำดับที่กำหนด
4.2 ผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถปุ ระสงคข์ องกิจกรรม/โครงการ
4.3 ผลการดำเนินงานบรรลุตามเป้าหมายที่ตง้ั ไว้
ข้อเสนอแนะอนื่
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
29
ภาพถา่ ยการดำเนนิ โครงการ CCF LearnSmart : นวตั กรจติ อาสา
(วิทยแ์ บบคิดนอกหอ้ ง)
https://drive.google.com/drive/folders/1NUePSoBpWiFbx1UPf-ZMHp7RhZYtVtfr
คลิป/ วดี ีทัศน์ นำเสนอโครงการ CCF LearnSmart : นวตั กรจติ อาสา (วิทย์แบบคดิ นอกหอ้ ง)
https://drive.google.com/drive/folders/1J6gxNHr-QbfrPjKMRVjSA_7uiBqK-86R
ไฟล์เอกสาร รายงานโครงการ CCF LearnSmart : นวัตกรจติ อาสา (วทิ ยแ์ บบคิดนอกหอ้ ง)
https://drive.google.com/drive/folders/10mXpHIwmKj_4kMvZGddYhcHmp4pyi0Ib
เวบ็ เพจ Facebook ของโรงเรียนบา้ นโคกกลาง (โรงเรียนบ้านโคกกลาง ตำบลโนนสงั
สพปหนองบัวลำภู เขต 1) https://web.facebook.com/baankokkangschool
เวบ็ ไซต์โรงเรียนบา้ นโคกกลาง
https://sites.google.com/view/baankokklangschool/home
30