The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สถานศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ(Best Pract

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Siradarat Proud, 2024-06-30 03:35:00

สถานศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ(Best Pract

สถานศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ(Best Pract

1 ๑. ชื่อผลงาน : การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ของ โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ตามหลัก“คิดแบบสากลและทำแบบท้องถิ่น(Think globally and Act locally)” โดยใช้รูปแบบการส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ(Top School that learn Model) ๒. ชื่อผู้นำเสนอผลงาน : ชื่อ-สกุล นายธราธร ตันวิพงษ์ตระกูล ตำแหน่ง ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน รหัสไปรษณีย์ 51110 โทรศัพท์ 09-5678-6721 E-mail : [email protected] เว็บไซด์โรงเรียน : https://www.banhuaytomschool.ac.th/ ๓. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ จากสภาพบริบทของโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศอุปถัมภ์ ที่จัดการศึกษาให้กับชุมชนขนาดใหญ่ มี เขตบริการ 10 หมู่บ้าน ของกลุ่มชนชาติพันธ์เผ่าปกาเกอะญอล้วน ซึ่งใช้ภาษาชนเผ่าเป็นภาษาพูดใน ชีวิตประจำวัน ถึงแม้ว่าสถานศึกษาจะมีผลการประเมินสถานภาพของโรงเรียน ที่พบว่า สามารถประเมิน สถานภาพของโรงเรียนได้อยู่ในลักษณะ “เอื้อและแข็ง (STAR : ดาวรุ่ง)” กล่าวคือ โรงเรียนมีโอกาสที่จะ พัฒนาภารกิจในการจัดการศึกษาและให้บริการทางการศึกษากับชุมชนหรือกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเป็นระบบ บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ตรงตามความรู้ความสามารถของตนเอง ด้านผลผลิตและการให้บริการที่ดีมีชื่อเสียง เป็นจุดแข็ง ในการพัฒนาภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากปัจจัยภายนอกได้แก่ ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม ด้านเทคโนโลยี ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมืองและกฎหมาย เอื้อต่อการดำเนินการก็ตาม แต่มีการค้นพบปัญหา ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ปีพ.ศ.๒๕๖๔ และรายงานการประเมินตนเองปี การศึกษา ๒๕๖๔ ได้แก่ ปัญหาด้านการอ่านการเขียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในบางวิชาที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติของผู้เรียน ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคสมัยใหม่ซึ่งมี ลักษณะสังคมเมืองและเป็นสังคมSocial Media ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีผสมผสานกับวิถีชีวิตจารีต เดิมของชุมชน มีความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กที่มีฐานะครอบครัวรายปานกลางกับฐานะครอบครัวรายได้ต่ำ มี บางหมู่บ้านที่ยังคงมีสภาพวิถีดั้งเดิมและไม่มีไฟฟ้าใช้ เช่น หมู่ที่ ๒1 บ้านน้ำบ่อน้อย ดังนั้น สถานศึกษาจึงมุ่ง ขจัดความเหลื่อมล้ำด้านการจัดการศึกษาสู่ผู้เรียนทั้งกลุ่มที่มีความต้องการพัฒนาพิเศษ กลุ่มนักเรียนที่มีความ พร้อมตามศักยภาพ และกลุ่มนักเรียนที่มีความพร้อมในการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศเฉพาะด้าน โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์จึงได้พัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษาโดยมีความ ร่วมมือจากภาคีเครือข่ายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากมูลนิธิเอเชีย ประเทศออสเตรเลีย และมูลนิธิอานันท มหิดล เพื่อพัฒนาครูสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ของครูผู้สอน และส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้การใช้หลัก “บวร” ร่วมพัฒนาร้อยรัด ตามหลัก“คิดแบบสากลและทำแบบท้องถิ่น(Think globally and Act locally)” โดยใช้รูปแบบการส่งเสริม คุณลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ(Top School that learn Model) เพื่อกำหนด เป็นทิศทางการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา


2 ๔. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน ๑) เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ๒) เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ของครูผู้สอน ๓) เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ ๕. ขั้นตอนการดำเนินงาน กระบวนการผลิตผลงาน รูปแบบวิธีการในการพัฒนาสถานศึกษา/การจัดการ เรียนรู้เชิงรุก(Active Learning)สู่ความเป็นเลิศ ๕.๑ แนวคิดการออกแบบรูปแบบวิธีการในการพัฒนาสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบ Top School that learn Model ประกอบด้วย T - Think globally and Act locally หมายถึง หลัก“คิดแบบสากลและทำแบบท้องถิ่น” O - Organization Development หมายถึง การพัฒนาองค์กร P - Personnel Development หมายถึง การพัฒนาบุคลากร School That Learn หมายถึง การส่งเสริมลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ ๕.๑.๑ หลัก“คิดแบบสากลและทำแบบท้องถิ่น” (T - Think globally and Act locally) ๑) สถานศึกษาได้เสนอแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตามสภาพ บริบทของสถานศึกษาและทิศทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ร่วมกับมูลนิธิเอเชีย สถานทูตออสเตรเลีย กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศออสเตรเลีย และมูลนิธิอานันท มหิดล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2565 โดยวิธีการสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูซึ่งพบว่า โรงเรียน บ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ มีลักษณะเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา มีนักเรียนชนเผ่าปะกาเกอะ ยอล้วน ชุมชนมีวิถีชีวิตผสมผสานระหว่างจารีตชนเผ่าโดยยึดหลักการใช้ชีวิตตามรอยปฏิบัติแบบ พุทธศาสนิกชน โดยมีหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา ซึ่งเป็นพระสงฆ์นักพัฒนา เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ เป็น ผู้ช่วยเหลือของชาวบ้านในชุมชนพระบาทห้วยต้ม จำนวน 10 หมู่บ้าน และการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม ในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลถึงภาพสะท้อนของความต้องการพัฒนาคนบน พื้นฐานจารีตและวัฒนธรรมดั้งเดิม ผสมผสานกับการพัฒนาที่เหมาะสมแบบร้อยรัดตามหลัก “บวร” ระหว่าง บ้าน(ชุมชนพระบาทห้วยต้ม) วัดพระบาทห้วยต้ม และโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ซึ่งทำให้ สถานศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของรูปแบบการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่ตอบโจทย์ปัญหาการพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษาบนวิถีชีวิตของชุมชน โดยมีความจำเป็นต้องศึกษาและนำประเด็นของสภาพแวดล้อม ของสถานศึกษา มาหาจุดสมดุลเพื่อการพัฒนาอย่างเหมาะสมและยั่งยืน จึงได้พบว่า หลัก “คิดแบบสากลและ ทำแบบท้องถิ่น” (T - Think globally and Act locally) ซึ่งมีจุดเด่นคือ เป็นการนำระบบการคิดและการ บริหารการเปลี่ยนแปลง (Performance Management) มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบท (Context) ของ สถานศึกษาในท้องถิ่นของตนเองซึ่งเป็นโรงเรียนในชนบท ที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งแก่โรงเรียน ตามแนวคิด ทฤษฎีการบริหารคุณภาพทั้งองค์การทางการศึกษา (Total Quality Management in Education) ของ Sallis (2002, p.139) และกำหนดเป็นแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ระยะ 3 ปีต่อเนื่องในปีการศึกษา 2565-2567 ซึ่งเป็นการบริหารความสำเร็จแบบขั้นบันไดและใช้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ รูปแบบ Top School that learn Model ที่จะส่งผลให้มี ลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ (The Learning School)


3 รูปภาพ การสัมภาษณ์เพื่อศึกษาวิจัยการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาร่วมกับมูลนิธิเอเชีย รูปภาพ สัมภาษณ์แนวคิดการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเสนอมูลนิธิเอเชียร่วมกับมูลนิธิอานันทมหิดล อ้างอิง https://www.youtube.com/watch?v=ihVDLwQuYCo ๕.๑.๒ การพัฒนาองค์กร (O - Organization Development) การพัฒนาสถานศึกษา(Organization Development) โดยการบริหารมุ่งพัฒนาคุณภาพ ทั้งองค์กร ด้านการนำองค์กรและการวางแผนกลยุทธ์ ด้านระบบและกระบวนการ ด้านทรัพยากรบุคคลและ ทีมงาน ด้านการวิเคราะห์ การประเมินตนเองและการจัดการความรู้ ด้านความพึงพอใจของผู้เรียนและ ผู้เกี่ยวข้อง ด้านผลลัพธ์ขององค์กร มาปรับให้เข้ากับบริบทของสถานศึกษา ซึ่ง T :Total เป็นการยินยอมให้ ทุกคนปฏิบัติงานอยู่ภายในองค์การได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งและบริหารงานระบบคุณภาพ ซึ่งเกี่ยวกับ ทั้งผู้รับบริการภายนอกเขตบริการ (External Customer) และผู้รับบริการภายในเขตบริการ(Internal Customer) โดยตรง สำหรับ Q :Quality เป็นการสร้างความพึงพอใจของผู้รับบริการ โดยมีแนวความคิดเชิง ระบบของการจัดการ (Systematic Approach of Management) กล่าวคือ กระทำอย่างเป็นระบบที่ต่อเนื่อง และตรงตามแนวความคิดดั้งเดิมของวงจรคุณภาพที่เรียกว่า P-D-C-A Cycle โดย W.Edwards Deming และM :Management เป็นระบบของการจัดการหรือบริหารคุณภาพขององค์การ โดยการมีภาวะผู้นำ (Leadership) มีผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) และกลยุทธ์ของ การบริหาร (Strategic Management) รวมถึง ที่จะมุ่งมั่นปรับปรุงและพัฒนาระบบคุณภาพขององค์การอย่าง


4 สม่ำเสมอและต่อเนื่องตลอดระยะเวลา (Continuous Quality Improvement) จะเกิดระบบคุณภาพ โดยรวมทั้งหมดที่เรียกว่า TQM (Total Quality Management Education) โดยนำแนวคิด Sallis (๒๐๐๒, p.๑๓๙) มาปรับใช้เป็นรูปแบบ Top School that learn Model ของสถานศึกษา ดังนี้ แผนภาพ รูปแบบการพัฒนาองค์กร(O-Organization Development) ๕.๑.๓ การพัฒนาบุคลากร (P - Personnel Development) หัวใจการปฏิรูปการศึกษาก็คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ให้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งเป็นที่สำคัญที่สุดที่ อยู่ใกล้ชิดกับผู้เรียนก็คือ ครูผู้สอน ดังนั้น จึงได้นำนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา มาใช้ในการพัฒนางานบุคคล โดยใช้หลักการของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนี้ ๑) ด้านครูผู้สอน มีการกำหนดจุดประสงค์และเป้าหมาย โดยมุ่งพัฒนาครูและ บุคลากรทางการศึกษา จำนวน ๓ ด้าน ได้แก่ ความรู้(Knowledge) ,ทักษะ(Skill) และความสามารถ (Abilities)ตามสมรรถนะหลัก(Core Competencies) ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะที่ทุกคนต้องมีและสมรรถนะ เฉพาะงานFunctional Competencies) ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของครู หรือเรียกว่าสมรรถนะด้านเทคนิค (Technical Competencies) เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เช่น สำหรับเด็กปฐมวัยใช้โครงการบ้าน นักวิทยาศาสตร์น้อยแห่งประเทศไทย ,การจัดการเรียนรู้แบบ BBL ( Brain Based-Learning) เพื่อเป็น เครื่องมือให้ครูสามารถปฏิบัติหน้าที่การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร เป็นต้น ๒) วิเคราะห์ภารกิจของครูและบุคลากรทางการศึกษา ( Job Analysis) โดยใช้ หลักของ Brandt, Wouter and Rymenans, Rita (๒๐๐๒) ดังนี้


5 แผนภาพ การวิเคราะห์ภารกิจของครูและบุคลากรทางการศึกษา ๓) การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้รูปแบบจากการศึกษาของ Gilley, Jerry W.;Eggland, Stephen A. and Ann M. (2002:14-16) แผนภาพ แนวคิดการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ๔) พัฒนาครูเป็นรายบุคคล( I-Individual Development) โดยส่งเสริมการจัดทำ แผนพัฒนาตนเอง( ID- Plan ) ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพของครูโดยตนเอง การอบรม (Training) ส่งเสริมให้ ครูและบุคลากรได้เข้ารับการอบรมจากหน่วยงานต้นสังกัดและจากหน่วยงานอื่นๆ ตามการปฏิบัติงานในหน้าที่ ทั้งตรงตามวิชาเอกและไม่ตรงตามวิชาเอก และดำเนินการศึกษา (Education) ส่งเสริมให้ครูและบุคลากร ได้รับศึกษาด้วยตนเอง จากการศึกษาต่อทั้งในระบบ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตามความถนัด และความสนใจ รวมทั้งการพัฒนาโดยการเข้าร่วมโครงการของหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานอื่น ๆ


6 ๕) พัฒนาวิชาชีพครู ( C- Career Development ) โดยส่งเสริมให้ครูและ บุคลากรทางการศึกษาได้รับพัฒนาวิชาชีพของตนเองให้สูงขึ้น พัฒนาสมรรถนะหลัก (Core Competencies) และสมรรถนะเฉพาะงาน (Functional Competencies) การมีวิทยฐานะชำนาญการและวิทยฐานะชำนาญ การพิเศษ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ๔.๑.๔ การส่งเสริมลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้(School That Learn) การปฏิรูปการเรียนรู้ของผู้เรียนและครูผู้สอนเป็นสำคัญ กลไกที่สำคัญมากประการหนึ่งซึ่ง ช่วยให้ประสบความสำเร็จก็คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ( Paradigm) ในการบริหารจัดการสถานศึกษา จากแบบเดิม สู่การพัฒนาเป็น “โรงเรียนแห่งการเรียนรู้ หรือ The Learning School” โดยจัดให้มี “ชุมชน แห่งวิชาชีพ หรือ Professional Community” ขึ้นภายในโรงเรียน มุ่งพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) สามารถปฏิบัติหน้าที่การจัดการเรียนรู้ เพื่อแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน และสามารถให้บรรลุความสำเร็จของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมให้ ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาวิชาชีพของตนเองให้สูงขึ้น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการ ปฏิบัติงาน โดยมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกันก็คือ การร่วมกันพัฒนาคุณภาพและการสร้างความพึงพอใจการ จัดการศึกษาของสถานศึกษา ๕.๒ แนวคิดในการส่งเสริมให้ครูออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ กำหนดการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อให้ผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 5.2.1 สี่เสาหลักทางการศึกษา (Four Pillars of Education) องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ศึกษาแนว ทางการจัดการศึกษาที่เหมาะสมในศตวรรษที่ 21 โดยเสนอสี่เสาหลักของการศึกษา (Four Pillars of Education) ประกอบด้วยการเรียนรู้ 4 ลักษณะ ดังนี้ Learning to know : หมายถึง การเรียนเพื่อรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง อันจะเป็นประโยชน์ต่อไป ได้แก่ การแสวงหาให้ได้มาซึ่งความรู้ที่ต้องการ การต่อยอดความรู้ที่มีอยู่ รวมทั้งการสร้างความรู้ขึ้นใหม่ เป็น การจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนากระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ การแสวงหาความรู้ และวิธีการเรียนรู้ของ ผู้เรียน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต กระบวนการเรียนรู้เน้นการฝึกสติ สมาธิความจำ ความคิด ผสมผสานกับสภาพจริงและประสบการณ์ในการปฏิบัติ Learning to do : หมายถึง การเรียนเพื่อการปฏิบัติหรือลงมือทำ มุ่งพัฒนาความสามารถ และความชำนาญ รวามทั้งสมรรถนะทางด้านวิชาชีพ สามารถทำงานเป็นหมู่คณะ ปรับประยุกต์องค์ความรู้ ไปสู่การปฏิบัติงานและอาชีพ กระบวนการเรียนรู้เน้นบูรณาการระหว่างความรู้ภาคทฤษฎีและการฝึก ปฏิบัติงานที่เน้นประสบการณ์ต่าง ๆ ทางสังคม ซึ่งอาจนำไปสู่การประกอบอาชีพจากความรู้ที่ได้ศึกษามา รวมทั้ง การปฏิบัติเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคมที่สามารถทำงานได้หลายอย่าง Learning to live together : หมายถึง การเรียนรู้เพื่อการดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีความสุข ทั้งการดำเนินชีวิตในการเรียน ครอบครัว สังคม และการทำงาน เป็นการดำรงชีวิตอย่างมี คุณภาพด้วยการสร้างสรรค์ประโยชน์ให้สังคม การจัดการเรียนรู้มุ่งให้ผู้เรียนดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม พหุวัฒนธรรมได้อย่างมีความสุข มีความตระหนักในการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การแก้ปัญหา การจัดการ


7 ความขัดแย้งด้วยสันติวิธี มีความเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เข้าใจความแตกต่างและหลากหลาย ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อของแต่ละบุคคลในสังคม Learning to be : หมายถึง การเรียนรู้เพื่อให้รู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ รู้ถึงศักยภาพ ความ ถนัด ความสนใจของตนเอง สามารถใช้ความรู้ ความสามารถของตนเองให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เลือก แนวทางการพัฒนาตนเองตามศักยภาพ วางแผนการเรียนต่อ การประกอบอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพ ตนเอง การจัดการเรียนรู้มุ่งพัฒนาผู้เรียนทั้งจิตใจและร่างกาย สติปัญญา ให้ความสำคัญกับความคิด สร้างสรรค์ ภาษา และวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ศีลธรรม สามารถปรับตัว และปรับปรุงบุคลิกภาพของตน เข้าใจตนเองและผู้อื่น 5.2.2 พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิ ราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีกระแสพระราชดำรัสกับประธานองคมนตรี และคณะองคมนตรีให้ ร่วมกันสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง โดยจัดการศึกษาเพื่อมุ่งเน้นสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ดังนี้ 1) มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง หมายถึง การจัดการศึกษาต้องมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจที่ดีต่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในศาสนา มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีความเอื้ออาทรต่อ ครอบครัวและชุมชนของตน 2) มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม หมายถึง การจัดการศึกษาต้องมุ่งให้ผู้เรียน รู้จัก แยกแยะสิ่งที่ผิด-ที่ถูก สิ่งชั่ว-สิ่งดี เพื่อปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิดที่ชั่ว เพื่อสร้างคนดีให้แก่ บ้านเมือง 3) มีงานทำ-มีอาชีพ หมายถึง การจัดการศึกษาต้องมุ่งให้ผู้เรียน เป็นเด็กรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ อบรมให้เรียนรู้การทำงาน ให้สามารถเลี้ยงตัวและเลี้ยงครอบครัวได้ 4) เป็นพลเมืองดี หมายถึง การจัดการศึกษาต้องมุ่งให้ผู้เรียน มีหน้าที่เป็นพลเมืองดี สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทาหน้าที่พลเมืองดี การเป็นพลเมืองดี หมายถึงการมีน้ำใจ มีความเอื้ออาทร ทำงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ “เห็นอะไรที่จะทำเพื่อ บ้านเมืองได้ก็ต้องทำ” 5.3 ขั้นตอน/กระบวนการผลิตผลงาน ๕.๓.๑ ศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาจาก การวิเคราะห์บริบท(Context) ของโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ปีการศึกษา 2564 นำแนวการใช้ ทฤษฎีฐานราก(Grounded Theory Study) เป็นปฏิบัติการเชิงคุณภาพอย่างเป็นระบบของการรวบรวมข้อมูล การจําแนกข้อมูล และการเชื่อมโยง เป็นกรอบแนวคิดกว้างๆ อธิบายกระบวนการของเหตุการณ์ (events) กิจกรรม (activities) การกระทำ (actions) หรือการมีปฏิสัมพันธ์ (interactions) เป็น “ทฤษฎีเชิง กระบวนการ” (process theory) ที่อธิบายถึงกระบวนการของเหตุการณ์ กิจกรรม การกระทำ หรือการมี ปฏิสัมพันธ์ทีเกิดขึ้นที่นักวิจัยต้องการทราบคำอธิบายอย่างกว้างๆ สอดคล้องกับบริบทจากข้อมูลฐานราก ไม่ เป็นทฤษฎีที่หยิบยืมมาจากเอกสารตํารา แต่สอดคล้องกับสถานการณ์ กับการปฏิบัติจริงกับความรู้สึกนึกคิด ของคนในที่ทำงาน และครอบคลุมถึงข้อเท็จจริงที่สลับซับซ้อน ซึ่งสามารถนําไปอ้างอิง (generalizable) ได้ใน ระดับหนึ่ง สำหรับการศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา บนวิถีชีวิตของชุมชนพระบาทห้วยต้ม เพื่อการพัฒนาอย่างเหมาะสมและยั่งยืนนั้น สามารถใช้หลัก “คิดแบบ สากลและทำแบบท้องถิ่น” (T - Think globally and Act locally) มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน ในปัจจุบันและสอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


8 ๕.๓.๒ โรงเรียนดำเนินการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning)ของครูผู้สอน โดย ดำเนินการพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนทุกคนให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำหลักการสี่เสาหลักทาง การศึกษา (Four Pillars of Education) และพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวฯรัชกาลที่ ๑๐ ใช้เป็นหลักการและเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ดังนี้ ๑) ระดับปฐมวัย ใช้กระบวนการผ่าน 6 กิจกรรมหลักในการจัดประสบการณ์เด็กชั้นอนุบาล ๒-3 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ BBL ( Brain Based-Learning) ๒) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒.๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ BBL โดยมีเครื่องมือ การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ตามแนวคิดของมูลนิธิใบไม้ปันสุข และการจัดการเรียนรู้ตาม โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ๒.๒) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒-๓ ใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ BBL ,การจัดการ เรียนรู้ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อยประเทศไทย ๒.๓) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ ใช้หลักการเรียนรู้รูปแบบActive Learning ของ กลุ่มสาระวิชา ร่วมกับกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ BBL ,การจัดการเรียนรู้ตามโครงการโรงเรียนศูนย์ วิทยาศาสตร์พลังสิบ ,การเรียนรู้แบบร่วมมือ(Cooperative Learning) ,การระดมสมอง(Brainstorming) และ แผนผังความคิด (Mind Mapping) ๒.๔) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ ใช้หลักการจัดการเรียนรู้ใช้หลักการเรียนรู้รูปแบบ Active Learning ของกลุ่มสาระวิชา ร่วมกับหลักพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐ ,การเรียนรู้แบบร่วมมือ(Cooperative Learning) ,การระดมสมอง(Brainstorming) และแผนผังความคิด (Mind Mapping) รูปภาพ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning)ของผู้เรียน ๓) โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ได้ดำเนินการส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่ง การเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ (School that learn) โดยการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC : Professional Learning Community) คือ การที่ครูผู้สอน ผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิได้มาแบ่งปันแนวคิด เพื่อพัฒนาแนวทางการสอน สร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสม ช่วยให้ครูมีโอกาสปรับปรุงการ เรียนการสอนได้โดยตรง สร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในทีม ช่วยให้ครูติดตามงานวิจัยและเครื่องมือ เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่สำหรับห้องเรียน ทำให้ครูมีโอกาสเรียนรู้จากกันและกันอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ


9 ช่วยให้ครูสะท้อนความคิดเพิ่มคุณค่าในการทำงานของตัวเองมากขึ้น ซึ่งทุกคนมุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้และ ความสำเร็จของผู้เรียน ดังนี้ ๓.๑) จัดตั้งกลุ่ม PLC ตามสายชั้น ประกอบด้วย ครูผู้สอนระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาผู้เรียนที่เกิดขึ้นในสายชั้นทั้งเรื่องปัญหาการสอนของครู ปัญหาการ เรียนหรือปัญหาด้านพฤติกรรมของผู้เรียน เป็นต้น ๓.๒) จัดตั้งกลุ่ม PLC ตาม ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ วิชาภาษาไทย วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชาสังคมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา วิชาการงาน อาชีพ และวิชาศิลปะ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๓.๓) จัดตั้งกลุ่ม PLC ตามข้อตกลงการพัฒนางาน(PA- Performance Agreements) โดย แบ่งประเภทของข้อตกลงการพัฒนางาน(PA) ตาม ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รูปภาพ การดำเนินงาน PLC ของโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ๕.๓.๔ การนิเทศภายในโรงเรียน โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ ได้ดำเนินการตามกระบวนการนิเทศภายใน โดย กำหนดการนิเทศภายในสายชั้นและโดยฝ่ายบริหาร เพื่อส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้งกำกับและติดตามการ ปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สม่ำเสมอทุกสัปดาห์สรุปผลการนิเทศทุกเดือน สิ้น ภาคเรียนและสิ้นปีการศึกษา เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งเป็นการ สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน ทั้งสายการสอนและสายสนับสนุนการสอน รูปภาพ การดำเนินงานนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์


10 ๖. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ ๑) ผลการศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ตามจุดประสงค์ข้อ ๑) และจากขั้นตอน/กระบวนการผลิตผลงานข้อ ๑) พบว่า แนวคิดรูปแบบการจัด การศึกษาของโรงเรียนที่ตอบโจทย์ปัญหาการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาบนวิถีชีวิตของชุมชนพระบาท ห้วยต้ม เพื่อการพัฒนาอย่างเหมาะสมและยั่งยืน นั้นสามารถใช้หลัก “คิดแบบสากลและทำแบบท้องถิ่น” (T - Think globally and Act locally) มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนในปัจจุบันและสอดคล้องกับ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ๒) ผลการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning)ของครูผู้สอน ตามจุดประสงค์ข้อ ๒) และจากขั้นตอน/กระบวนการผลิตผลงานข้อ ๒) พบว่า ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) ตามระดับชั้นและตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ของจำนวนครูทั้งหมด ๓) ผลการส่งเสริมคุณลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ ตามจุดประสงค์ข้อ 3) และจากขั้นตอน/กระบวนการผลิตผลงานข้อ 3) ดังนี้ ๓.๑) ครูสามารถสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC : Professional Learning Community) เป็น ๓ ประเภท ประกอบด้วย กลุ่ม PLC ตามสายชั้น ประกอบด้วย ครูผู้สอนระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาผู้เรียนที่เกิดขึ้นในสายชั้นทั้งเรื่องปัญหาการสอนของครู ปัญหา การเรียนหรือปัญหาด้านพฤติกรรมของผู้เรียน กลุ่ม PLC ตาม ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ วิชาภาษาไทย วิชา คณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิชาสังคมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา วิชาการงานอาชีพ และวิชาศิลปะ และตั้งกลุ่ม PLC ตามข้อตกลงการพัฒนางาน(PA- Performance Agreements) โดยแบ่งประเภทของข้อตกลงการพัฒนางาน(PA)ตาม ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ของจำนวนครูทั้งหมด ๓.๒) ครูสามารถพัฒนาวิชาชีพครู โดยการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ดังนี้ ๓.๒.๑) พัฒนาครูผู้ช่วยให้แต่งตั้งเป็นครู คศ.๑ ปีการศึกษา 2565 ได้แก่ นายชัชพล พักตร์ ใส ,นางนริศรา ทาสีคำ ,นางพิชชา สุยะยศ ,นายสมเพชร ชะโพ และนายพิบูลย์ สุขโพธิญาณ ๓.๒.๒) พัฒนาครูให้มีวิทยฐานะชำนาญการ ปีการศึกษา 2565 ได้แก่ นายภาณุวัตร มาลัย กรอง ,นายวัฒนา ปัญญาตากรณ์ และนางนฤมล สวัสดิ์พัฒนาวงศ์ และปีการศึกษา2566 ได้แก่ นายเสรีซอ เฟีย ,นางสาวเสาสรส โปธิกา ,นางสาวอธิษา ชูเจริญทรัพย์ ๓.๒.๓) พัฒนาครูให้มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ปีการศึกษา 2565ได้แก่ นางชนกพร ปา ละมา ,นายอภิพล วงศ์เติ๊ก ,นางปรียาภรณ์ จันหนิ้ว ,นางอุมาพร ธาดาสันติพงศ์ ,นางสาวเด่นดาว กุณามา และนายชุติพนธ์ คำมามูล ปีการศึกษา 2566 ได้แก่ นายอภิพล วงศ์เติ๊ก ,นางสาวมนต์ปภัส ภูแดนผา , นางสาวยุพาพรรณ์ วงศ์วาน ,นางโสภา ศุทธิกาศนีย์ ๗. ปัจจัยความสำเร็จ การบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษาประเภทโรงเรียนขยายโอกาส โดยเฉพาะบริบทของชาวเผ่า ปกาเกอะญอให้บรรลุเป้าหมายความสำเร็จได้นั้น มีความซับซ้อนเนื่องจากผู้เรียนมีการสื่อสารทั้งจากทั้งภาษา ปกาเกอะญอ ภาษาไทยและนอกจากนี้ยังต้องเรียนภาษาอังกฤษซึ่งเป็นพื้นฐานในการเรียนที่สูงขึ้นอีกด้วย ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง(Transformational Leadership) การมี วิสัยทัศน์(Vision) ที่ชัดเจน สามารถปฏิบัติพันธกิจ(Mission) ให้บรรลุเป้าหมาย(Goals)ความสำเร็จได้อย่าง


11 เป็นรูปธรรม มีการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณภาพการพัฒนาองค์การทั้งระบบ การกำหนดยุทธศาสตร์และ กลยุทธ์(Strategy)ที่ดี เหมาะสมกับบริบทและทันการเปลี่ยนแปลง มีการสร้างทีมงานที่ดี(Teamwork)และ สร้างการมีส่วนร่วม(Participation) มีการบริหารแบบมุ่งพัฒนาคุณภาพขององค์การ(Organization Development) อย่างต่อเนื่อง การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้คู่คุณธรรม สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ จัดให้ มี“ชุมชนแห่งวิชาชีพ หรือ PLC-Professional Community” ให้มีลักษณะความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ (School That Learn) และการพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษา(Personnel Development) โดยให้ความสำคัญที่สุดกับพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะ ทักษะและความสามารถในการเรียนรู้และ แก้ปัญหาได้อย่างเต็มศักยภาพ ในสภาพแห่งความเป็นจริงของสถานศึกษาในท้องถิ่นที่ตั้ง ที่จะช่วยเสริมสร้าง ให้เกิดความเข้มแข็งได้อย่างเหมาะกับบริบท(Context) ของโรงเรียน ที่จะพัฒนาโรงเรียนให้มีลักษณะของ ความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ “The Learning School ” มีความมุ่งมั่นปรับปรุงและพัฒนาระบบคุณภาพ ขององค์กรอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง (Continuous Quality Improvement) การเป็นผู้ประสานงานการมี ส่วนร่วมให้หมุนระบบวงจรคุณภาพอย่างต่อเนื่องไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ๘. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learn) การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการสถานศึกษานี้ เป็นการนำแนวคิดเทคนิคการบริหารจัดการ ใน การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของนักการศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษา ที่ได้ศึกษาแนวทางการจัด การศึกษาที่เหมาะสมในศตวรรษที่ 21 และน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๑๐ มาประยุกต์และปรับใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา ให้ บรรลุเป้าหมายความสำเร็จ สามารถนำผลงานนี้ไปใช้สำหรับเทียบเคียง (Benchmark) เป็นเทคนิคการบริหาร กรณีศึกษา ที่เป็นรูปแบบการบริหารเชิงก้าวหน้ามุ่งความสำเร็จสู่คุณภาพที่เหมาะสม สามารถนำไปปรับใช้ตาม บริบทของสถานศึกษาแต่ละท้องถิ่นที่มีความยุ่งยากได้ ๙. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ ๙.๑ การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ 1) การเผยแพร่การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตาม “คิดแบบสากลและทำแบบท้องถิ่น” (T - Think globally and Act locally) รูปภาพ การเผยแพร่แนวคิดการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา อ้างอิง https://www.youtube.com/watch?v=ihVDLwQuYCo


12 2) การบริหารจัดการสถานศึกษา “โรงเรียนดี มีทุกที่” ของมูลนิธิเอเชีย สถานทูตออสเตรเลีย กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศออสเตรเลีย และมูลนิธิอานันทมหิดล โดยร่วมกับช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ออกอากาศรายการ ๑ ในพระราชดำริปีพ.ศ.2565 และ ปีพ.ศ.2566 รูปภาพ เกียรติบัตรโรงเรียนต้นแบบโครงการ “โรงเรียนดีมีทุกที่” รูปภาพ การถ่ายทำสารคดีผลงานโรงเรียนต้นแบบ “โครงการโรงเรียนดีมีทุกที่” ปีพ.ศ.2565


13 รูปภาพ การเผยแพร่ผลงานโรงเรียนต้นแบบ “โครงการโรงเรียนดีมีทุกที่” ปีพ.ศ.2565 อ้างอิง https://www.youtube.com/watch?v=Utz-ANCveGI รูปภาพ การถ่ายทำสารคดีผลงานโรงเรียนต้นแบบ “โครงการโรงเรียนดีมีทุกที่” ปีพ.ศ.2566 รูปภาพ การเผยแพร่ผลงานโรงเรียนต้นแบบ “โครงการโรงเรียนดีมีทุกที่” ปีพ.ศ.2566 อ้างอิง https://www.youtube.com/watch?v=NUMgYKdX4W4


14 ๙.๒ รางวัลที่ได้รับ 9.2.1 รางวัลที่ตนเองได้รับ ๑) รางวัลผู้ฝึกสอน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันคีตะมวยไทย ระดับประเทศ รายการ “WMC KITA MUAYTHAI THAILAND CHAMPIONSHIP 2022” จัดโดยกรมพล ศึกษาร่วมกับสภามวยโลก ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 ๒) ผู้ฝึกสอนนักเรียน ได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง รายการคีตะมวยไทย ระดับ ม.1-3 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๗๐ ระดับชาติ ภาคเหนือ จังหวัดน่าน พ.ศ.๒๕๖๕ ๓) รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น จังหวัดลำพูน ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๕ ๔) ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความเป็นเลิศด้านการศึกษาและการสนับสนุนการศึกษา ระดับ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ รอบที่ ๑ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๖ 9.2.2 รางวัลที่โรงเรียนได้รับ ๑) รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันคีตะมวยไทย ระดับประเทศ รายการ WMC KITA MUAYTHAI THAILAND CHAMPIONSHIP 2022 โดยกรมพลศึกษา ร่วมกับสภามวยโลก ในพระบรม ราชูปถัมภ์ และสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย พ.ศ.2565 ๒) ได้รับการคัดเลือกเป็นโรงเรียนแกนนำโรงเรียนวิทยาศาสตร์พลังสิบ สพฐ. โดยนำเสนอ ผลงานที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย พ.ศ.2565 ๓) รางวัลระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระดับดีเด่น ภาคเหนือ พ.ศ.2565 ๔) โรงเรียนผ่านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ITA ระดับดีมาก พ.ศ.2565 ๕) ได้รับการคัดเลือกเป็น “โรงเรียนดี มีทุกที่” ของมูลนิธิเอเชีย ในการถ่ายทำสารคดีแพร่ ภาพในรายการ ๑ ในพระราชดำริ ทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. และได้รับเป็น “โรงเรียนดี มีทุกที” ต่อเนื่องปีที่สอง พ.ศ2565 และพ.ศ.2566 ๖) โรงเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติ O-NET ระดับ ม.๓ สูงกว่าระดับประเทศทั้ง 4 สาระ การเรียนรู้ปีการศึกษา 2566 ๗) โรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ(Best Practice) การน้อมนำพระบรมราโชบายด้าน การศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ สู่การปฏิบัติ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจำปี พ.ศ.2566 ๘) โรงเรียนได้รับตราพระราชทาน โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับ ประถมศึกษา พ.ศ.2566-2568 9.2.3 รางวัลที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับ ๑) ครูได้รับรางวัลผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ระดับปฐมวัย เกียรติบัตรระดับดี ได้แก่ นางทิพย์สุดา รังรองธานินทร์ ,นางพิชชาภรณ์ สุขใจ ,นางกรรณิการ์ กันชัย ปีการศึกษา 2565 ๒) นางปรียาภรณ์ จันหนิ้ว ได้รับรางวัลผลงานดีเด่น ด้าน Coding “CODING Achievement Awards” ประเภท Unplugged Coding ระดับประถมศึกษา ระดับภาคเหนือ ปีการศึกษา 2565 ๓) นายบุญส่ง วัฒนาสกุลไทย ได้รับรางวัล ผู้มีผลงานดีเด่นต่อการพัฒนากิจกรรมลูกเสือของ กระทรวงศึกษาธิการ ระดับจังหวัดลำพูน ปีการศึกษา 2565


15 ๔) ครูผู้สอนได้รับเกียรติบัตร ครูผู้ฝึกสอนนักเรียนได้รับรางวัล ๑๒ เหรียญทอง ๑๕ เหรียญ เงิน ๕ ทองแดงและ ๑ รายการเข้าร่วม การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ภาคเหนือ ครั้งที่ 70 จังหวัดน่าน ปีการศึกษา 2565 ๕) นายชัชพล พักตร์ใส ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้รับรางวัล ผู้สอน กิจการ ลูกเสือดีเด่นจากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติพ.ศ.2565 ๖) นางอรวรรณ พุทธพฤกษ์ ได้รับโล่รางวัล บุคคลผู้ปฏิบัติงานที่ทำคุณประโยชน์ด้าน การศึกษา ระดับสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ ปีการศึกษา 2565 และ ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความเป็นเลิศด้านการศึกษาและการสนับสนุนการศึกษา ระดับสังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต ๒ รอบที่ ๑ ปีพ.ศ. 2566 9.2.4 รางวัลที่นักเรียนได้รับ 1)เด็กหญิงนันทยา นาทรายกวี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 การคัดเลือกเด็กดีเด่น เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ.2566 ของสมาคมสภาสงเคราะห์แห่งประเทศไทย 2) เด็กหญิงจรัญพร พรพามาตุภูมิ ได้รับรางวัลชมเชย การแข่งขันแต่งคำประพันธ์ ระดับชั้น ม.1-3 ในการแข่งขันทักษะภาษาไทย โครงการรักษ์ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พ.ศ.2565 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2 3) นักเรียนได้รางวัลชนะเลิศ การประกวดสื่อสร้างสรรค์และความปลอดภัยในสถานศึกษา ปี2565 ประเภทคลิปสั้นความปลอดภัยในสถานศึกษา ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2 ได้แก่ ด.ญ.พิมพ์วิภา ธารสุขพุทธา ,ด.ญ.กมลพัทธ์ เพชรสุภาวงศ์ ,ด.ญ.ณิชารีย์ จรูญกรวรสินและ ด.ญ.กานต์ธิดา ชัยวัชรี 4) นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 33 รายการ รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 19 รายการ รองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 8 รายาร โดยได้รับ 69 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 3 ทองแดง ใน การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ณ เครือข่ายทุ่งหัวช้าง 5) นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 2 รายการ รองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1 รายการ โดยได้รับรางวัล 12 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน 5 ทองแดงและ 1 รายการเข้าร่วม ในการแข่งขัน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ภาคเหนือ ครั้งที่ 70 จังหวัดน่าน 6) นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ รายการคีตะมวยไทย ระดับ ม.1-3 ในการแข่งขัน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ภาคเหนือ ครั้งที่ 70 จังหวัดน่าน 7) นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศ รายการร้องเพลงลูกทุ่ง นักเรียนที่มีความบกพร่องทาง ร่างกาย ระดับ ม.1-3 ในการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ภาคเหนือ ครั้งที่ 70 จังหวัดน่าน ได้แก่ นายอคิน วรการกุศลไพร 8) นักเรียนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รายการคีตะมวยไทย ระดับ ป.4-6 ในการ แข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ภาคเหนือ ครั้งที่ 70 จังหวัดน่าน 9) นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศการคัดลายมือ ระดับชั้น ม.1-3 ได้แก่ เด็กหญิงดวงใจ พราน สุโพธิ์ ในการแข่งขันทักษะภาษาไทย โครงการรักษ์ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พ.ศ.2566 ระดับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2


Click to View FlipBook Version