ก
คำนำ
ชดุ การสอนด้วยรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ เร่ือง สารประกอบอนิ ทรีย์และพนั ธะของคาร์บอน
หน่วยการเรียนรู้ เรื่องเคมีอนิ ทรีย์ สำหรบั นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ผู้สอนได้ดำเนินการจัดทำขึ้น
เพื่อประกอบการจัดการเรียนการสอนโดยกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ที่เน้นเทคนิค
การสอนอยา่ งหลากหลาย สอดคลอ้ งกบั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร ใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาวิธีคิด
ของผู้เรียนทั้งคิดเป็นเหตุ คิดเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการ
ค้นคว้าหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล ซึ่งผู้เรียน
สามารถเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ได้เรียนรู้ทีละน้อยตามลำดับขั้นตอน ตามศักยภาพ
และความสามารถของตนเอง อีกทั้งพัฒนาผู้เรียนใหม้ ีทักษะในการแสวงหาความรู้ ดำรงชีวิตในโลก
แห่งการเปลย่ี นแปลงอยา่ งรเู้ ท่าทัน
เมื่อผู้เรียนศึกษาชุดการสอนด้วยรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ นี้แล้ว ผู้เรียนจะมีความรู้ ความ
เข้าใจ เพราะได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบพัฒนาความรู้ ความสามารถได้เต็มศักยภาพของ
ตนเอง ผู้สอนหวงั วา่ ชุดการสอนดว้ ยรูปแบบการสบื เสาะหาความรู้เลม่ นี้ คงเป็นประโยชน์อย่างยงิ่ แก่
ผู้เรียน ครูผู้สอน และผู้ที่สนจานำไปใช้ในการพฒั นาเยาวชนไทย ให้เป็นบคุ คลแหง่ การเรียนรู้และมี
ความสุขในการดำรงชวี ติ ในอนาคต
ขอขอบพระคุณ ผู้ที่มีส่วนสนับสนุน ช่วยเหลือ แนะนำ ทุกท่านที่ช่วยให้ชุดการสอนตาม
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง สารประกอบอินทรีย์และพันธะของคาร์บอน หน่วยการเรียนรู้
เรื่องเคมีอนิ ทรยี ์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 สำเร็จลลุ ่วงด้วยดี
กานตส์ ริ ี มาตยว์ เิ ศษ
ข
คำแนะนำสำหรบั ครู
1. ชุดการสอนตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง สารประกอบอนิ ทรยี ์และพนั ธะของ
คารบ์ อน หน่วยการเรยี นรู้ เรื่องเคมอี ินทรยี ์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ใช้ประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้
วชิ าเคมี 4 รหัสวชิ า ว33221 จำนวน 2 คาบ
2. ชุดการสอนตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรอ่ื ง สารประกอบอินทรียแ์ ละพันธะของ
คาร์บอน หน่วยการเรียนรู้ เร่ืองเคมีอินทรยี ์ มีเน้อื หาเกี่ยวกับ ความหมายของสารประกอบอนิ ทรยี ์
การเกิดพันธะของธาตุคารบ์ อน ประกอบด้วย แบบทดสอบกอ่ นเรยี น จดุ ประสงค์ ใบความรู้ ใบ
กิจกรรม และแบบทดสอบหลังเรยี น
3. การใช้ชุดการสอน ครผู ้จู ัดกจิ กรรมการเรียนร้คู วรปฏิบัติดังนี้
3.1 ศกึ ษารายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจดั การเรียนรู้ เนื้อหาท่สี อน เอกสารชุดการ
สอนและคำช้ีแจงต่าง ๆ ให้เข้าใจก่อนดำเนนิ กจิ กรรมการเรียนรู้
3.2 เตรยี มสื่ออปุ กรณใ์ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรูใ้ หพ้ ร้อมและครบจำนวนนักเรยี นใน
ชน้ั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ พร้อมทงั้ ทดสอบก่อนใหน้ ักเรียนใช้เรียน
3.3 เมอ่ื มีกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ หแ้ บง่ นักเรียนเปน็ กลุม่ ๆ ละ
4-5 คน โดยคละนักเรยี นเรยี นเกง่ ปานกลางและอ่อน ให้มกี ารเลือกประธานและเลขานุการกลมุ่
พรอ้ มทงั้ ให้ทกุ คนได้รบั ผิดชอบหนา้ ที่ต่าง ๆ ขณะทำกจิ กรรม
3.4 ชี้แจงให้นกั เรยี นทราบบทบาทของตน การอ่านคำช้ีแจงในแต่ละกจิ กรรมและ
ปฏิบตั ิอยา่ งรอบคอบ แลว้ จึงใหท้ ำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
3.5 ขณะท่ีนักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมครูคอยให้คำปรกึ ษา แนะนำ ใหก้ ำลงั ใจตลอดจน
กระตุ้นและเปิดโอกาสให้ทุกคนมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรม ตามบทบาททส่ี มาชกิ ในกลุ่มมอบหมายพร้อม
ทั้งมีการประเมนิ พฤติกรรมของนกั เรียนไปด้วย
3.6 เมอื่ นกั เรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรมจนครบถว้ น ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียนแล้ว
นำผลทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียนมาแจ้งใหน้ ักเรียนทราบความก้าวหน้า
3.7 แจ้งใหน้ ักเรยี นเตรยี มงาน สำหรับการเรียนรู้ชุดการสอนตอ่ ไป
4. การวัดและประเมนิ ผลงานของนักเรยี น ประเมินจาก แบบทดสอบกอ่ นเรียน แบบฝกึ
กิจกรรม การตอบคำถามเพ่ือวิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง การเขียนรายงานผลการทดลอง
ค
คำแนะนำสำหรับนักเรยี น
1. ชดุ การสอนตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรอ่ื ง สารประกอบอินทรยี แ์ ละพันธะของ
คาร์บอน หน่วยการเรียนรู้ เรื่องเคมีอินทรีย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้วิชา
เคมี 4 รหัสวิชา ว33221 จำนวน 2 คาบ เพื่อเป็นเครือ่ งมือพัฒนาวิธีคิดอย่างเปน็ ระบบของนักเรยี น
สามารถใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรแ์ ละนำความรู้ไปใช้อย่างมเี หตุผล
2. ชดุ การสอนตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เรือ่ ง สารประกอบอินทรีย์และพันธะของ
คาร์บอน หน่วยการเรียนรู้ เรื่องเคมีอินทรีย์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ความหมายของสารประกอบอินทรีย์
การเกิดพันธะของธาตุคาร์บอน ประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียน จุดประสงค์ ใบความรู้ ใบ
กิจกรรม และแบบทดสอบหลงั เรยี น
3. การใชช้ ดุ การสอนน้ี ใหน้ กั เรียนปฏบิ ัตดิ งั น้ี
3.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน ในการทำแบบฝึกและการทำกิจกรรมฝึกทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์นั้น ให้แบ่งหน้าที่ให้ทุกคนได้รับผิดชอบและให้มีการหมุนเวียนเปล่ยี น
หนา้ ท่กี ันทุกกจิ กรรม
3.2 ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นจำนวน 10 ขอ้
3.3 ทำความเข้าใจกับจุดประสงค์ของชุดการสอน อ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหา
ใบความรู้แล้วทำแต่ละกจิ กรรมอย่างรอบคอบ โดยทำตามคำชแ้ี จงในแตล่ ะกิจกรรม ซึ่งมีท้ังแบบฝึก
กิจกรรมสุดท้ายจงึ ทำแบบทดสอบหลงั เรียน จำนวน 10 ขอ้
4. นักเรียนจะศึกษาชุดการสอนนี้ให้ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ต้องปฏิบัติตาม
คำแนะนำอย่างเคร่งครัด ซอ่ื สัตย์ต่อตนเองเสมอ มคี วามรบั ผดิ ชอบและมีวินัยในตนเอง นักเรียนจะ
เกดิ ความภาคภูมใิ จในตนเอง เมื่อนกั เรียนสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองด้วยวธิ ีการท่ีถูกต้อง
และเหมาะสม
5. ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่ระบุไว้ นักเรียนกลับไปศึกษาและทบทวนเนื้อหาในกิจกรรม
น้นั ๆ ใหม่ แลว้ ทำแบบทดสอบหลังเรียนใหผ้ า่ นเกณฑท์ ่กี ำหนดไว้
ง
สารบัญ
หน้า
คำนำ…….................................................................................................................................. ก
คำแนะนำสำหรบั ครู................................................................................................................. ข
คำแนะนำสำหรับนักเรียน......................................................................................................... ค
สารบญั ................................................................................................................................... ง
สาระการเรยี นรู้........................................................................................................................ 1
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้............................................................................................................... 1
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ........................................................................................................... 2
ขนั้ ตอนการดำเนนิ กิจกรรม...................................................................................................... 5
ใบความรทู้ ี่ 1 เคมอี ินทรีย์ (Organic Chemistry)................................................................... 8
แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.1 เรื่องสารประกอบอินทรยี ์ 12
แบบฝึกทกั ษะที่ 1.2 เร่อื งพนั ธะของคาร์บอน 14
แบบทดสอบหลงั เรียน ............................................................................................................ 15
บรรณานกุ รม ........................................................................................................................ 18
ภาคผนวก ............................................................................................................................. 19
1
ชดุ การสอนตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E)
เร่อื ง สารประกอบอินทรีย์และพนั ธะของคาร์บอน
สาระการเรยี นรู้
สารประกอบอินทรยี ์สว่ นใหญ่เปน็ สารโคเวเลนตท์ ม่ี ีธาตคุ าร์บอนและไฮโดรเจนเปน็ องคป์ ระกอบหลกั
โดยท่ีธาตคุ าร์บอนสามารถสร้างพันธะกับธาตคุ าร์บอนดว้ ยพันธะเดีย่ ว พันธะค่หู รอื พันธะสาม และสร้างพนั ธะ
ต่อกันไปได้เร่ือย ๆ นอกจากนี้ธาตุคาร์บอนยงั สามารถสรา้ งพนั ธะโคเวเลนตก์ บั ธาตุอื่นๆ เชน่ ไนโตรเจน
ออกซิเจน กำมะถัน และแฮโลเจนได้ จากเหตผุ ลดังกลา่ วจึงทำให้มสี ารประกอบอินทรยี เ์ ป็นจำนวนมาก
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 นักเรยี นสามารถบอกความหมายของสารประกอบอินทรีย์ และอนนิ ทรยี ์พร้อมยกตัวอย่างได้
1.2 นกั เรียนสามารถอธบิ ายเก่ยี วกับเร่อื งของพนั ธะของคาร์บอน ระหวา่ งคาร์บอนกบั คาร์บอน
2. ดา้ นทกั ษะ/ กระบวนการ (P)
2.1 นกั เรยี นสามารถจำแนกประเภทการสร้างพนั ธะระหวา่ งคารบ์ อนกบั คาร์บอน และคารบ์ อนกบั ธาตุ
อนื่ ๆ ออกเป็นพันธะเด่ยี ว พันธะคู่ และพนั ธะสามได้
3. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
3.1 นักเรียนมีความรับผดิ ชอบต่องานที่ไดร้ ับมอบหมาย สามารถทำงานร่วมกับผู้อน่ื ได้และมีระเบียบวินยั
2
แบบทดสอบก่อนเรยี น รายวชิ าเคมี 4 รหสั ว33121
สารประกอบอนิ ทรียแ์ ละพนั ธะของคาร์บอน หน่วยที่ 1 เคมีอินทรยี ์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6
คำช้ีแจง จงทําเครื่องหมาย ลงในกระดาษคาํ ตอบที่ครูแจกให้ เลือกคาํ ตอบที่ถกู ต้องที่สดุ
เพียงคําตอบเดยี ว แบบทดสอบมี 10 ขอ้ (ข้อละ 1 คะแนน)
1. นกั วิทยาศาสตรท์ ี่ถือว่าเป็นบิดาแหง่ วชิ าเคมีอนิ ทรีย์ ที่เตรยี มยูเรียซึง่ เป็นสารอินทรยี ์ไดจ้ ากสารอนินทรยี ์
คอื ใคร
ก. ฟรีดริค วูห์เลอร์ ข. โรเบริต บอยล์
ค. อาโวกาโดร ง. บรอนสเตดและลาวรี
2. ข้อใดไม่ถูกต้องเกีย่ วกบั เคมีอนิ ทรีย์
ก. วิชาทศ่ี ึกษาเก่ยี วกับปฏกิ ิริยาของ ข. วิชาทีศ่ ึกษาเกย่ี วกบั ชนดิ และสมบตั ขิ อง
สารประกอบอนิ ทรยี ์ สารประกอบต่าง ๆ
ค. วิชาทีศ่ กึ ษาเก่ียวกบั สมบัติของ ง. วิชาที่ศกึ ษาเกยี่ วกบั ชนดิ ของสารประกอบอินทรยี ์
สารประกอบอินทรีย์
3. ขอ้ ใด ไมถ่ กู ต้อง เกย่ี วกบั สารประกอบอนิ ทรยี ์
ก. เป็นสารประกอบโคเวเลนต์ ข. มธี าตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลกั
ค. สารอนิ ทรยี ์ ทีล่ ะลายนำ้ ได้ จะต้องเป็นพวก ง. สารอนิ ทรยี ์ไม่ละลายนำ้ จะเป็นพวกโมเลกุล
สารอิเลคโตรไลต์ โคเวเลนตไ์ มม่ ขี ั้ว
4. ข้อใดไมใ่ ช่เหตผุ ลทคี่ าร์บอนสามารถเกิดสารประกอบได้จำนวนมาก
ก. C อะตอมสามารถเกิดพันธะโคเวเลนตไ์ ดท้ ้ัง ข. C สามารถเกดิ พนั ธะโควาเลนตก์ ับธาตุ C
พันธะเดยี่ ว พันธะคู่ และพันธะสาม ด้วยกนั ได้โดยอาจเกิดเป็นโซ่ยาว โซ่กิง่ เปน็ วง
หรอื วงแหวน
ค. การมีสตู รโครงสรา้ งทีต่ า่ งกัน จาก ง. ธาตุ C สามารถสร้างพนั ธะกบั ธาตอุ ่ืนๆ ได้จำนวนมาก
สูตรโมเลกุลท่ีตา่ งกัน เชน่ สรา้ งพันธะกับ H, O, N, S เป็นต้น
5. ข้อความต่อไปนี้ขอ้ ใดเป็นคำกล่าวท่ถี ูกต้อง
ก. สารอนิ ทรยี ์ได้มาจากสิ่งมีชีวิตเทา่ น้ัน ข. สารประกอบของคารบ์ อนทุกชนดิ เป็นสารอนิ ทรีย์
ค. ฟรดี ริค วูหเ์ ลอรเ์ ตรียมยูเรียจากการเผา ง. สารอินทรยี ม์ ีธาตุ C และ H เปน็ องค์ประกอบ
แอมโมเนยี มไซยาเนต เทา่ นน้ั
6. สารประกอบในข้อใดไมใ่ ชส่ ารประกอบอนิ ทรยี ์
ก. NaHCO3 ข. CH3OH
ค. HCOOH ง. CH4
3
7. ขอ้ ใดต่อไปน้ี ไม่ใช่ สารประกอบอินทรยี ท์ กุ ชนิด
ก. NaHCO3 , Ca2C ข. C6H12O6 , C4H10
ค. HCN , CH3OH ง. CO2 , CH3COOH
8. สารประกอบอนิ ทรีย์สว่ นใหญ่เปน็ สารโคเวเลนต์ทีม่ ีธาตุอะไรเปน็ องคป์ ระกอบหลกั
ก. คาร์บอนและออกซิเจน ข. คาร์บอนและไฮโดรเจน
ค. คารบ์ อนและกำมะถนั ง. คาร์บอนและคลอรีน
9. ธาตุคาร์บอนสามารถเกิดพนั ธะโคเวเลนต์ได้กีพ่ ันธะ
ก. 1 ข. 2
ค. 3 ง. 4
10. ข้อใดแสดงการเกิดพันธะของคารบ์ อนถูกต้อง
ก. ข.
ค. ง.
เป็นยงั ไงบา้ งเด็ก ๆ
ไม่ยากเลยใชม่ ั๊ยจ๊ะ
4
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น
ช่ือ-สกุล...................................................................................ชั้น..................เลขท่ี................
คำช้แี จง ให้นักเรยี นเลอื กคำตอบในแบบทดสอบ แลว้ ทำเครอ่ื งหมาย ลงใน ตรงกบั คำตอบ
ที่ถกู ต้องทสี่ ดุ เพียงขอ้ เดียว
ข้อ ก ข ค ง
1 คะแนนเต็ม 10
2 คะแนนท่ีได้
3
4 ผลการประเมิน
ดีมาก
5 ดี
6 พอใช้
7 ปรับปรงุ
ลงช่ือ.........................................ผปู้ ระเมิน
8 (......................................)
9 วันท.่ี ..........เดอื น......................พ.ศ...........
10
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนนระหวา่ ง 9-10 อยู่ในเกณฑ์ ดมี าก
คะแนนระหว่าง 7-8 อยใู่ นเกณฑ์ ดี
คะแนนระหวา่ ง 5-6 อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
คะแนนระหว่าง 0-4 อยใู่ นเกณฑ์ ปรบั ปรงุ
5
ข้ันตอนการดำเนินกจิ กรรม
ชุดการสอนตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เร่อื ง สารประกอบอินทรยี แ์ ละพันธะของคารบ์ อน
หนว่ ยการเรียนรู้ เรอื่ งเคมีอนิ ทรีย์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช้ประกอบการจัดการเรยี นร้วู ชิ าเคมี 4 รหัสวิชา
ว33221 เวลา 2 คาบ (1 คาบ เทา่ กับ 50 นาที รวมเปน็ 100 นาที) โดยมีขั้นตอนในการดำเนนิ กิจกรรม
ดังน้ี
ขั้นสรา้ งความสนใจ
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เร่อื ง สารประกอบอินทรยี แ์ ละพนั ธะของคาร์บอน
2. ครูใช้รปู ภาพส่งิ ของเคร่ืองใช้ต่าง ๆ ทีอ่ ยูร่ อบ ๆ ตวั เชน่
เพ่อื เชื่อมโยงเกย่ี วกับธาตุคาร์บอน เพราะส่งิ ของเหลา่ นล้ี ว้ นแตม่ คี าร์บอนเป็นองคป์ ระกอบโดยใหน้ กั เรยี น
สงั เกตจากสตู รโมเลกุลของสิ่งของแตล่ ะชนดิ
3. ครอู ภิปรายถงึ ในสมยั กอ่ นนักเคมีเช่ือวา่ สารทีม่ ีธาตุคาร์บอนเป็นองคป์ ระกอบจะไดม้ าจากสงิ่ มชี วี ิต
เทา่ น้ัน แต่ตอ่ มาได้มนี ักวทิ ยาศาสตร์ที่ชอื่ วา่ ฟรดี ริช เวอเลอร์ ได้สงั เคราะหย์ เู รียซึ่งเปน็ สารประกอบอนิ ทรยี ์
ขนึ้ มา ดงั สมการ
NH4OCN ⎯⎯h⎯eat → NH2CONH2
แอมโมเนยี มไซยาเนต ยเู รีย
4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความหมายของสารประกอบอินทรีย์ หมายถึง การศึกษาทางเคมีของ
สารประกอบที่มีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เรียกว่าสารประกอบอินทรีย์ (Organic compounds) ซึ่ง
สารประกอบอินทรีย์ที่ถูกค้นพบจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์ขึ้นในห้องปฏิบัติการจนถึงปั จจุบันมี
มากมายและนำมาใชป้ ระโยชน์ทเี่ กย่ี วขอ้ งกับชวี ติ ประจำวนั (ให้นักเรยี นสรุปใส่สมดุ )
6
5. ครูกระตุ้นนักเรียนโดยใช้คำถามว่า สารประกอบที่มีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบทุกชนิดเป็น
สารประกอบอินทรีย์ทั้งหมดใช่หรือไม่ จากนั้นครูประเมินคำตอบโดยให้นักเรียนยกมือขึ้นตอบ พร้อมทั้งอธิบาย
เหตุผล
6. ครูอภิปรายว่าต่อมามีนักเคมีที่สามารถสังเคราะห์สารอินทรีย์ได้มากขึ้น จึงทำให้แนวคิดเกี่ยวกับ
สารอินทรีย์เปลี่ยนไปปัจจุบันจากการศึกษาสารประกอบทั่ว ๆ ไป มักจะมีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบทั้งท่ี
เกิดจากสง่ิ มชี วี ติ และจากการสังเคราะห์ ยกเว้นสารต่อไปน้ซี ึ่งเป็นสารอนินทรยี ์
- สารท่ีเป็นอัญรปู ของคารบ์ อน เช่น เพชร แกรไฟต์ และฟลุเลอรนี
- ออกไซด์ของคารบ์ อน เช่น CO2
- กรดคาร์บอนิก (H2CO3)
- เกลือคาร์บอเนต (CO32-) และไฮโดรเจนคาร์บอเนต (HPO3-) เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต(CaCO3),
โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (NaHCO3)
- เกลอื ออกซาเลต เช่น โซเดียมออกซาเลต (Na2C2O4)
- เกลือคารไ์ บด์ เช่น แคลเซยี มคารไ์ บด์ (CaC2)
- เกลือไซยาไนด์ เช่น โพแทสเซียมไซยาไนด์ (KCN), โซเดียมไซยาไนด์ (NaCN)
- เกลือไซยาเนต เช่น แอมโมเนียมไซยาเนต (NH4OCN)
- เกลอื ไธโอไซยาเนต เชน่ โพแทสเซียมไทโอไซยาเนต (KSCN)
- สารประกอบอื่น ๆ ของคาร์บอน เช่น คาร์บอนไดซัลไฟด์ (CS2), คาร์บอนเตตระคลอไรด์ (CCl4),
คารบ์ อนิลคลอไรดห์ รือฟอสจีน (COCl2)
7. ครูสรุปเกี่ยวกับเคมีอินทรีย์ว่าเป็นสาขาวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับ ชนิด สมบัติ การสังเคราะห์และ
ปฏกิ ิริยาการสงั เคราะห์สารประกอบอนิ ทรยี ร์ วมไปถงึ การนำไปใช้ประโยชน์ อันตราย
ขั้นสำรวจและค้นหา
8. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ที่ 1.1 เรื่องสารประกอบอนิ ทรยี ์
9. ครูทบทวนเร่อื งพนั ธะโคเวเลนซ์ โดยใชค้ ำถามกระตุน้ นกั เรียนวา่ พันธะโคเวเลนซค์ ืออะไร เกิดขึน้ ได้
อยา่ งไร
10. ครูอภิปรายถึงธาตุคาร์บอน ซึ่งเป็นธาตุในหมู่ 14 หรือที่รู้จักกันใน 4A โดยใช้คำถามกระตุ้นว่า
คาร์บอนจะมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่ากับเท่าไร แล้วจะใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกับพันธะอื่น ๆ อีกเท่าไร
เกดิ พนั ธะโคเวเลนซ์ได้ก่ีพันธะ ยกตวั อยา่ ง
7
หรือ
11. นักเรียนศึกษาข้อมูลจากตาราง 11.1 ในหนังสือเคมี 5 หน้า 2-3 แล้วตอบคำถามว่า พันธะ
ระหว่างธาตุคาร์บอนกับคาร์บอนมีกี่ประเภท อะไรบ้าง และธาตุคาร์บอนสร้างพันธะกับธาตุอื่น ๆ นอกจาก
ธาตุคาร์บอนในลักษณะใดบ้าง (แนวคำตอบ พันธะระหว่างธาตุคาร์บอนกับคาร์บอนมี 3 ประเภท คือ พันธะ
เดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม และธาตุคาร์บอนสร้างพันธะกับธาตุอื่น ๆ ในลักษณะ ยกตัวอย่างเช่น คาร์บอน
สรา้ งพนั ธะกบั ธาตุออกซิเจนด้วยพันธะคู่)
12. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ที่ 1.2 เรอ่ื งพันธะคารบ์ อน (ทำลงในสมดุ )
ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ
13. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซกั ถามในส่ิงทีน่ ักเรยี นยงั ไม่เขา้ ใจในหัวข้อนีท้ ่ีกำลังศึกษา
14. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปแบบฝึกหัดท่ี 1.2 ว่าสารประกอบอนิ ทรีย์สว่ นใหญเ่ ปน็ สารโคเวเลนต์ที่
มีธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลักโดยที่ธาตุคาร์บอนสามารถสร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุ
คาร์บอนด้วยพันะเด่ยี ว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และอาจสร้างต่อเน่ืองกันไปเร่ือย ๆ นอกจากน้ียังสร้างพันธะ
โคเวเลนต์กบั ธาตุอื่น ๆ เชน่ ไนโตรเจน ออกซเิ จน ฯลฯ เพราะเหตนุ จ้ี ึงทำให้มีสารประกอบอินทรีย์เป็นจำนวน
มาก
ขนั้ ขยายความรู้
14. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้เรือ่ ง ความหมายของเคมีอินทรีย์ และพนั ธะของคารบ์ อน
หน้าชน้ั เรียน
ขนั้ ประเมนิ เมื่อศึกษาพร้อมแลว้ ก็เร่ิม
กจิ กรรมกนั เลย
18. ครปู ระเมินนักเรียนโดยการสังเกตจากการทำงาน
19. นักเรียนแต่ละคนทำแบบทดสอบหลังเรียน 10 ข้อ
พยายามเข้านะ เด็ก
ๆ
8
ใบความร้ทู ี่ 1 รายวชิ าเคมี 4 รหสั ว33221
สารประกอบอนิ ทรยี ์และพันธะของคารบ์ อน หนว่ ยที่ 11 เคมอี ินทรีย์
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6
สารประกอบอินทรีย์ (Organic compound) หมายถึง สารประกอบที่มีธาตุคาร์บอน C เป็น
องค์ประกอบ โดยอาจเกดิ จากสิ่งมีชีวิตหรือจากการสังเคราะห์ก็ได้ ยกเวน้ สารต่อไปนี้
1. สารที่เปน็ อัญรปู ของคาร์บอน เชน่ เพชร แกรไฟต์ และฟลเุ ลอรนี
2. ออกไซด์ของคาร์บอน เชน่ SO2
3. กรดคารบ์ อนิก (H2CO3)
4. เกลือคาร์บอเนต (CO32-) และไฮโดรเจนคารบ์ อเนต (HCO3- ) เชน่ แคลเซียมคาร์บอเนต(CaCO3),
โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (NaHCO3)
5. เกลือออกซาเลต เช่น โซเดยี มออกซาเลต (Na2C2O4)
6. เกลอื คาร์ไบด์ เชน่ แคลเซียมคาร์ไบด์ (CaC2)
7. เกลือไซยาไนด์ เช่น โพแทสเซียมไซยาไนด์ (KCN), โซเดยี มไซยาไนด์ (NaCN)
8. เกลือไซยาเนต เชน่ แอมโมเนยี มไซยาเนต (NH4OCN)
9. เกลอื ไธโอไซยาเนต เช่น โพแทสเซยี มไทโอไซยาเนต (KSCN)
10. สารประกอบอ่ืน ๆ ของคารบ์ อน เช่น คารบ์ อนไดซลั ไฟด์ (CS2), คาร์บอนเตตระคลอไรด์ (CCl4),
คารบ์ อนลิ คลอไรด์หรอื ฟอสจีน (COCl2)
สารประกอบอนินทรีย์ (Inorganic compound) หมายถึง สารประกอบอน่ื ๆที่ไมใ่ ชส่ ารอินทรยี ์
สารอนนิ ทรยี ์ ประกอบด้วยธาตตา่ ง ๆ จํานวนมาก เช่น S, O, Cl, Na, Mg, Al และ C เป็นต้น เช่น H2SO4,
NaCl, K2SO4, Al2(SO4)3∙24H2O
ตารางที่ 1.1 ข้อแตกตา่ งระหว่างสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์
สมบัติ สารอนิ ทรยี ์ สารอนินทรีย์
ส่วนใหญ่เป็นธาตุ C และ H ธาตุ ธาตทุ ุกชนดิ รวมทั้งธาตุ C
1. ธาตุทเ่ี ป็นองค์ประกอบ อื่น ๆ เชน่ O, N, S, P, CL, Br
มที ง้ั พนั ธะโคเวเลนตแ์ ละพันธะไอออนิก
และมี I เปน็ สว่ นน้อย พันธะโคเวเลนต์(สว่ นมากเป็นพนั ธะไอ
ออนิก)
2. ชนดิ ของพนั ธะเคมี พนั ธะโคเวเลนต์
9
ตารางที่ 1.1 ข้อแตกตา่ งระหว่างสารอินทรยี ์และสารอนนิ ทรยี ์ (ต่อ)
สมบัติ สารอินทรยี ์ สารอนนิ ทรยี ์
ส่วนมากไมล่ ะลายนำ้ ยกเวน้ พวก ส่วนมากละลายนำ้ ได้ดี
3. การละลายน้ำ โมเลกุลมีข้วั ขนาดเล็ก ๆ เชน่ สว่ นใหญ่ทลี่ ะลายน้ำจะนาํ ไฟฟ้าได้ดี
เชน่ สารไอออนิก
แอลกอฮอล์ กรดอินทรีย์
ส่วนมากไม่ละลาย
4. การนาํ ไฟฟ้าของ ไม่นาํ ไฟฟ้าหรือนำไฟฟ้าไดน้ ้อย
สว่ นมากค่อนข้างสงู
สารละลาย (ในน้ำ) มาก ติดไฟยาก ต้องใชค้ วามร้อนสูง และเม่ือ
ตดิ ไฟแล้วจะมกี าก
5. การละลายในตัวทำ สว่ นมากละลายน้ำไดด้ ี เกดิ เรว็
ละลายอินทรีย์ สว่ นมากไม่ต้องใช้
6. จุดหลอมเหลว-จดุ เดือด ส่วนมากคอ่ นขา้ งต่ำ
7. การเผาไหม้ ตดิ ไฟง่าย อาจมเี ขม่า
8. อัตราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ า เกดิ ค่อนขา้ งช้า
9. ตัวเร่งปฏิกริ ยิ า ส่วนมากต้องใช้
สำหรับสาขาวิชาท่ศี กึ ษาเกยี่ วกับชนดิ สมบตั ิ การสังเคราะห์ และปฏกิ ิริยาของสารประกอบอนิ ทรยี ์
เรียกวา่ เคมอี ินทรยี ์ (Organic Chemistry)
10
พันธะของคาร์บอน
เวเลนซ์อิเล็กตรอนทั้ง 4 ของคาร์บอนสามารถเกิดพันธะโคเวเลนซ์ (covalent bond) ได้ 4 พันธะ ซึ่งอาจจะ
เป็นพันธะเดี่ยว (single bond) พันธะคู่ (double bond) หรือพันธะสาม (triple bond) ก็ได้ การเกิดพันธะ
ของคาร์บอนสามารถเกดิ ได้ 3 แบบ ดงั น้ี
พนั ธะเดีย่ ว 4 พนั ธะ
พันธะคู่ 1 พนั ธะ + พันธะเด่ียว 2 พันธะ
พนั ธะสาม 1 พนั ธะ + พนั ธะเดย่ี ว 1 พันธะ
อะตอมอื่นๆ ที่มาร่วมใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนเกิดพันธะโคเวเลนซ์กับคาร์บอนในสารอินทรีย์ ธาตุที่พบมากที่สดุ
คือ ไฮโดรเจน (H) สำหรับธาตุอื่นๆ นอกจาก H แล้วยังมี ไนโตรเจน (N) , ฟอสฟอรัส (P), ออกซิเจน (O),
กำมะถัน (S) และแฮโลเจน (F, Cl, Br, I)
ตัวอย่าง พันธะโคเวเลนตร์ ะหวา่ งคาร์บอนกับธาตุอื่นๆ ทีพ่ บบ่อยในสารอินทรีย์ ดงั น้ี
11
ขอ้ สงั เกต สำหรับธาตุอนื่ ที่เกิดพันธะโคเวเลนตก์ ับ C ในสารอินทรียจ์ ะมีพนั ธะได้ ดงั น้ี
ดังนั้น สารประกอบอินทรีย์ส่วนใหญ่เป็นสารโคเวเลนต์ที่มธี าตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ
หลักโดยที่ธาตุคาร์บอนสามารถสร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุคาร์บอนด้วยพันะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม
และอาจสรา้ งตอ่ เนอื่ งกันไปเร่อื ย ๆ นอกจากน้ยี งั สร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอ่ืน ๆ เช่น ไนโตรเจน ออกซิเจน
ฯลฯ เพราะเหตนุ ้จี ึงทำให้มสี ารประกอบอินทรยี เ์ ปน็ จำนวนมาก
12
แบบฝึกทักษะท่ี 1.1 เร่อื งสารประกอบอินทรยี ์
คำส่งั จงตอบคำถามต่อไปนี้
สารประกอบอนิ ทรีย์ คืออะไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
คำส่งั จากภาพดงั ต่อไปน้ใี หน้ กั เรยี นระบุวา่ เปน็ สารประกอบอนิ ทรยี ์หรอื ไม่ ใช่ = ✓ ไม่ใช่ =
1. NaCl (โซเดียมคลอไรด์) .......................................................
ทีม่ า :http://global.britannica.com/science/sodiumchloride
2. CH4 (มีเทน) ………………………………………………….
ทม่ี า :http://global.britannica.com/science/
3. C6H6 (เบนซีน) ………………………………………………….
ที่มา: http://image.slidesharecdn.com/random-121115012856-phpapp02/95/-27-
638.jpg?cb=1352943031
4. NaOH (โซเดียมไฮดรอกไซด)์ ………………………………………………….
ท่มี า: http://www.thaieditorial.com/wp-content/uploads/2010/12/
13
5. CH3OH (เมทานอล) ………………………………………………….
ทม่ี า: https://www.chemipan.com/home/images/562563fa5.jpg
6. Mg(NO3)2 แมกนเี ซยี มไนเตรท ………………………………………………….
ที่มา: http://dd.lnwfile.com/_/dd/_raw/vq/hk/b3.jpg
7. KBr (โพแทสเซียมโบรไมด์) ………………………………………………….
ที่มา: http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/b/b2/
Potassium_bromide.jpg/200px-Potassium_bromide.jpg
8. CH3NH2 (เมทลิ เอมีน) ………………………………………………….
ที่มา: http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Methylamine.png
9. LiOH (ลิเทียมไฮดรอกไซด์) ………………………………………………….
ทม่ี า: http://en.wikipedia.org/wiki/Lithium_hydroxide
10. HCHO (ฟอร์มาลนิ ) ………………………………………………….
ท่ีมา :http://global.britannica.com/science/formalin
14
แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1.2 เรื่องพันธะของคารบ์ อน
คำสง่ั จงตอบคำถามต่อไปนี้ (ใช้หนงั สอื เคมี เพม่ิ เติมเลม่ 5 ในหนา้ ท่ี 3 ตารางที่ 11.1 ประกอบ)
1. พันธะระหว่างคาร์บอนกับคาร์บอนมีกปี่ ระเภท อะไรบา้ ง?
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
2. ธาตคุ าร์บอนสรา้ งพันธะกบั ธาตอุ ่ืน ๆ นอกจากธาตคุ าร์บอนในลักษณะใดบ้าง?
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
15
แบบทดสอบหลงั เรียน รายวชิ าเคมี 4 รหัส ว33121
สารประกอบอนิ ทรยี ์และพนั ธะของคารบ์ อน หนว่ ยท่ี 1 เคมีอนิ ทรีย์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6
คาํ ชีแ้ จง จงทาํ เคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคําตอบที่ครูแจกให้ เลอื กคําตอบทีถ่ ูกตอ้ งทีส่ ดุ เพียงคาํ ตอบเดียว
แบบทดสอบมี 10 ข้อ (ขอ้ ละ 1 คะแนน)
1. ข้อใดไม่ถูกต้องเก่ยี วกับเคมอี นิ ทรีย์
ก. วิชาที่ศึกษาเกีย่ วกบั ปฏกิ ริ ิยาของ ข. วิชาที่ศึกษาเกยี่ วกบั ชนิดและสมบัตขิ อง
สารประกอบอนิ ทรีย์ สารประกอบตา่ ง ๆ
ค. วชิ าทศ่ี กึ ษาเกี่ยวกบั สมบัติของ ง. วิชาทีศ่ กึ ษาเก่ยี วกับชนดิ ของสารประกอบอินทรีย์
สารประกอบอินทรยี ์
2. นกั วทิ ยาศาสตรท์ ่ถี ือวา่ เป็นบิดาแหง่ วิชาเคมีอนิ ทรีย์ ท่ีเตรยี มยูเรียซึ่งเป็นสารอินทรยี ์ไดจ้ ากสารอนนิ ทรยี ์
คือใคร
ก. ฟรีดรคิ วูห์เลอร์ ข. โรเบริต บอยล์
ค. อาโวกาโดร ง. บรอนสเตดและลาวรี
3. ขอ้ ใดไม่ใช่เหตผุ ลท่คี ารบ์ อนสามารถเกิดสารประกอบได้จำนวนมาก
ก. C อะตอมสามารถเกิดพันธะโคเวเลนตไ์ ด้ท้ัง ข. C สามารถเกดิ พนั ธะโควาเลนตก์ บั ธาตุ C
พนั ธะเด่ยี ว พันธะคู่ และพันธะสาม ด้วยกนั ไดโ้ ดยอาจเกิดเป็นโซ่ยาว โซก่ งิ่ เปน็ วง
หรอื วงแหวน
ค. การมีสูตรโครงสรา้ งท่ีตา่ งกัน จาก ง. ธาตุ C สามารถสร้างพนั ธะกับธาตุอ่ืนๆ ไดจ้ ำนวนมาก
สูตรโมเลกลุ ทีต่ า่ งกัน เช่น สรา้ งพันธะกับ H, O, N, S เป็นตน้
4. ขอ้ ใด ไมถ่ ูกต้อง เก่ยี วกบั สารประกอบอนิ ทรีย์
ก. เปน็ สารประกอบโคเวเลนต์ ข. มีธาตคุ าร์บอนและไฮโดรเจนเปน็ องคป์ ระกอบหลกั
ค. สารอนิ ทรีย์ ที่ละลายนำ้ ได้ จะต้องเป็นพวก ง. สารอนิ ทรีย์ไมล่ ะลายน้ำจะเปน็ พวกโมเลกุล
สารอิเลคโตรไลต์ โคเวเลนตไ์ มม่ ีข้วั
5. สารประกอบในข้อใดไมใ่ ชส่ ารประกอบอนิ ทรยี ์
ก. NaHCO3 ข. CH3OH
ค. HCOOH ง. CH4
6. ขอ้ ความต่อไปน้ีขอ้ ใดเปน็ คำกลา่ วทีถ่ ูกต้อง
ก. สารอินทรยี ์ได้มาจากส่งิ มชี ีวติ เทา่ นัน้ ข. สารประกอบของคารบ์ อนทุกชนดิ เปน็ สารอนิ ทรีย์
ค. ฟรีดริค วูหเ์ ลอรเ์ ตรยี มยเู รียจากการเผา ง. สารอนิ ทรยี ์มีธาตุ C และ H เปน็ องค์ประกอบ
แอมโมเนยี มไซยาเนต เท่านน้ั
16
7. สารประกอบอินทรียส์ ่วนใหญ่เปน็ สารโคเวเลนต์ท่มี ธี าตุอะไรเป็นองค์ประกอบหลัก
ก. คารบ์ อนและออกซิเจน ข. คารบ์ อนและไฮโดรเจน
ค. คาร์บอนและกำมะถัน ง. คารบ์ อนและคลอรีน
8. ขอ้ ใดแสดงการเกิดพนั ธะของคารบ์ อนถูกต้อง
ก. ข.
ค. ง.
9. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ สารประกอบอินทรีย์ทกุ ชนดิ
ก. NaHCO3 , Ca2C ข. C6H12O6 , C4H10
ค. HCN , CH3OH ง. CO2 , CH3COOH
10. ธาตุคาร์บอนสามารถเกิดพนั ธะโคเวเลนตไ์ ด้ก่ีพันธะ
ก. 1 ข. 2
ค. 3 ง. 4
17
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น
ชือ่ -สกุล...................................................................................ชัน้ ..................เลขที่................
คำชแี้ จง ให้นักเรียนเลือกคำตอบในแบบทดสอบ แล้วทำเคร่อื งหมาย ลงใน ตรงกบั คำตอบ
ที่ถกู ต้องทสี่ ุดเพยี งข้อเดยี ว
ขอ้ ก ข ค ง
1 คะแนนเตม็ 10
2 คะแนนที่ได้
3
4 ผลการประเมนิ
ดีมาก
5 ดี
6 พอใช้
7 ปรับปรุง
ลงชื่อ.........................................ผปู้ ระเมิน
8 (......................................)
9 วนั ท่.ี ..........เดือน......................พ.ศ...........
10
เกณฑ์การประเมิน
คะแนนระหวา่ ง 9-10 อยู่ในเกณฑ์ ดมี าก
คะแนนระหว่าง 7-8 อยใู่ นเกณฑ์ ดี
คะแนนระหวา่ ง 5-6 อยูใ่ นเกณฑ์ พอใช้
คะแนนระหวา่ ง 0-4 อยใู่ นเกณฑ์ ปรบั ปรงุ
18
บรรณานกุ รม
วรี ชาติ สวนไพรนิ ทร์. (2553). คูม่ ือเตรียมสอบรายวิชาเคมีเพมิ่ เติม เล่ม 5 . กรุงเทพฯ: ภมู ิบัณฑติ .
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2558). หนังสอื เรยี นรายวิชาเพมิ่ เติม เคมี เลม่ 5
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 – 6 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ (พมิ พ์ครงั้ ที่ 7) . กรงุ เทพมหานคร:
โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2554). คู่มอื ครู รายวชิ าเพิ่มเติม เคมี เลม่ 5
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 – 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (พมิ พ์คร้ังท่ี 1) . กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว
สมพงษ์ จันทร์โพธ์ศิ รี. (2553). เคมอี นิ ทรยี ์ เลม่ 1. กรุงเทพมหานคร: วิทยพัฒน์.
สมพร เพลินใจ. (2561). เคมีอนิ ทรยี .์ ปทมุ ธานี: มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล ธัญบุร.ี
สมพล มงคลพิทกั ษ์สขุ . (2553). สรปุ เขม้ หวั ใจเคมี ม.4 – 6. กรงุ เทพมหานคร : science center.
19
ภาคผนวก
20
เฉลยแบบฝกึ หดั ที่ 1.1 เร่อื งสารประกอบอินทรยี ์
คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้
สารประกอบอนิ ทรีย์ คอื อะไร
แนวคำตอบ คือ สารประกอบที่มีธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก ยกเว้นสารประกอบ
คาร์บอนบางชนิด เช่น สารประกอบออกไซด์คาร์บอเนต ไฮโดรเจนคาร์บอเนต ฯลฯ วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับ
สารอินทรีย์ เรยี กว่า "เคมอี นิ ทรยี ์
คำสงั่ จากภาพดงั ต่อไปนใี้ ห้นักเรยี นระบวุ า่ เปน็ สารประกอบอนิ ทรยี ์หรือไม่ ใช่ = ✓ ไมใ่ ช่ =
1. NaCl (โซเดยี มคลอไรด์) .......................................................
ท่ีมา :http://global.britannica.com/science/sodiumchloride
2. CH4 (มีเทน) ……………………✓…………………………….
ทีม่ า :http://global.britannica.com/science/
✓
3. C6H6 (เบนซีน) ………………………………………………….
ทม่ี า: http://image.slidesharecdn.com/random-121115012856-phpapp02/95/-27-
638.jpg?cb=1352943031
4. NaOH (โซเดยี มไฮดรอกไซด์) ………………………………………………….
ทีม่ า: http://www.thaieditorial.com/wp-content/uploads/2010/12/
21
5. CH3OH (เมทานอล) ………………………✓………………………….
ทม่ี า: https://www.chemipan.com/home/images/562563fa5.jpg
6. Mg(NO3)2 แมกนเี ซยี มไนเตรท
ท่ีมา: http://dd.lnwfile.com/_/dd/_raw/vq/hk/b3.jpg
………………………………………………….
7. KBr (โพแทสเซยี มโบรไมด์) ………………………………………………….
ท่ีมา: http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/b/b2/
Potassium_bromide.jpg/200px-Potassium_bromide.jpg
✓8.
CH3NH2 (เมทิลเอมนี ) ………………………………………………….
ที่มา: http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Methylamine.png
9. LiOH (ลิเทยี มไฮดรอกไซด์) ………………………………………………….
ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Lithium_hydroxide
10. HCHO (ฟอรม์ าลิน) ……………………✓…………………………….
ทม่ี า :http://global.britannica.com/science/formalin
22
เฉลยแบบฝกึ หดั ท่ี 1.2 เรอ่ื งพนั ธะของคารบ์ อน
คำส่ัง จงตอบคำถามต่อไปน้ี (ใชห้ นงั สือเคมี เพ่มิ เติมเลม่ 5 ในหนา้ ที่ 3 ตารางท่ี 11.1 ประกอบ)
1. พันธะระหว่างคาร์บอนกับคาร์บอนมีกป่ี ระเภท อะไรบา้ ง?
แนวคำตอบ
พันธะเดี่ยว 4 พันธะ
พันธะคู่ 1 พนั ธะ + พนั ธะเดี่ยว 2 พนั ธะ
พนั ธะสาม 1 พันธะ + พนั ธะเดย่ี ว 1 พันธะ
2. ธาตคุ ารบ์ อนสรา้ งพันธะกับธาตุอน่ื ๆ นอกจากธาตุคารบ์ อนในลักษณะใดบา้ ง?
แนวคำตอบ C-H, C-O, C=O, C-Cl, C-S, C-N จะเหน็ ได้วา่ นอกจากคารบ์ อนจะสรา้ งพันธะกับคารบ์ อนด้วยกัน
ได้แล้ว ยังสร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอื่น ๆ เช่น ไนโตรเจน ออกซิเจน ฯลฯ เพราะเหตุนี้จึงทำให้มี
สารประกอบอนิ ทรีย์เป็นจำนวนมาก
23
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลงั เรยี น
คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนตรวจคำตอบของการทดสอบก่อนเรียนจากการเฉลยดังน้ี
ก่อนเรยี น หลงั เรยี น
ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
เป็นยังไงบา้ งคะนกั เรยี น ทำไดก้ ่ีคะแนน
เรามาเริม่ ตน้ เรียนกันดีกว่านะคะ