The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sc412668, 2022-04-06 07:46:25

สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1

ชุดที่ 4-62



คำนำ

ชุดการสอนด้วยรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1 หน่วยการ
เรียนรู้ เรื่องเคมีอินทรีย์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้สอนได้ดำเนินการจัดทำขึ้นเพ่ือ
ประกอบการจัดการเรียนการสอนโดยกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ที่เน้นเทคนิคการ
สอนอย่างหลากหลาย สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร ใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาวิธีคิด
ของผู้เรียนทั้งคิดเป็นเหตุ คิดเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการ
ค้นคว้าหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล ซึ่งผู้เรียน
สามารถเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ได้เรียนรู้ทีละน้อยตามลำดับขั้นตอน ตามศักยภาพ
และความสามารถของตนเอง อีกทั้งพัฒนาผู้เรียนใหม้ ีทักษะในการแสวงหาความรู้ ดำรงชีวติ ในโลก
แห่งการเปลยี่ นแปลงอย่างรเู้ ทา่ ทนั

เมื่อผู้เรียนศึกษาชุดการสอนด้วยรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ นี้แล้ว ผู้เรียนจะมีความรู้ ความ
เข้าใจ เพราะได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบพัฒนาความรู้ ความสามารถได้เต็มศักยภาพของ
ตนเอง ผูส้ อนหวังว่าชุดการสอนด้วยรูปแบบการสบื เสาะหาความรู้เลม่ น้ี คงเป็นประโยชนอ์ ยา่ งยิง่ แก่
ผู้เรียน ครูผูส้ อน และผู้ที่สนจานำไปใช้ในการพฒั นาเยาวชนไทย ให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมี
ความสุขในการดำรงชีวิตในอนาคต

ขอขอบพระคุณ ผู้ที่มีส่วนสนับสนุน ช่วยเหลือ แนะนำ ทุกท่านที่ช่วยให้ชุดการสอนตาม
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง สารประกอบอินทรีย์และพันธะของคาร์บอน หน่วยการเรียนรู้
เร่ืองเคมีอินทรยี ์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 สำเรจ็ ลุล่วงดว้ ยดี

กานตส์ ริ ี มาตยว์ ิเศษ



คำแนะนำสำหรบั ครู

1. ชุดการสอนตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เรอื่ ง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1
หนว่ ยการเรียนรู้ เรื่องเคมีอนิ ทรีย์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ใช้ประกอบแผนการจดั การเรยี นรู้วิชาเคมี 4
รหสั วชิ า ว33221 จำนวน 4 คาบ

2. ชดุ การสอนตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เร่ือง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1
หน่วยการเรียนรู้ เรอ่ื งเคมอี นิ ทรยี ์ มีเนื้อหาเก่ียวกับ สารประกอบไฮโครคาร์บอนสมบตั ิของ
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มี
ชนดิ ของพันธะในโมเลกลุ แตกต่างกันจะมสี มบตั ิแตกตา่ งกัน แอลเคน ไซโคลแอลเคน ประกอบด้วย
แบบทดสอบก่อนเรียน จุดประสงค์ ใบความรู้ ใบกจิ กรรม และแบบทดสอบหลังเรียน

3. การใช้ชดุ การสอน ครผู จู้ ัดกจิ กรรมการเรียนร้คู วรปฏบิ ัตดิ งั น้ี
3.1 ศึกษารายละเอยี ดเกีย่ วกับแผนการจัดการเรยี นรู้ เน้ือหาทส่ี อน เอกสารชดุ การ

สอนและคำชแ้ี จงตา่ ง ๆ ให้เข้าใจกอ่ นดำเนนิ กิจกรรมการเรียนรู้
3.2 เตรียมสื่ออปุ กรณใ์ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ใู ห้พร้อมและครบจำนวนนักเรียนใน

ช้ันเรยี นแต่ละกล่มุ พร้อมท้งั ทดสอบก่อนใหน้ ักเรียนใช้เรยี น
3.3 เมือ่ มีกิจกรรมฝึกทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ใหแ้ บ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม ๆ ละ

4-5 คน โดยคละนกั เรียนเรียนเก่ง ปานกลางและอ่อน ใหม้ ีการเลือกประธานและเลขานุการกลุม่
พร้อมทัง้ ให้ทุกคนได้รบั ผิดชอบหน้าที่ตา่ ง ๆ ขณะทำกิจกรรม

3.4 ช้ีแจงให้นักเรียนทราบบทบาทของตน การอา่ นคำช้ีแจงในแตล่ ะกจิ กรรมและ
ปฏิบตั อิ ยา่ งรอบคอบ แล้วจึงให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียน

3.5 ขณะทีน่ ักเรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรมครูคอยให้คำปรกึ ษา แนะนำ ให้กำลงั ใจตลอดจน
กระตุ้นและเปดิ โอกาสให้ทุกคนมสี ่วนร่วมในกิจกรรม ตามบทบาทที่สมาชิกในกลุ่มมอบหมายพร้อม
ท้งั มกี ารประเมินพฤติกรรมของนักเรียนไปดว้ ย

3.6 เม่ือนกั เรยี นปฏิบตั ิกิจกรรมจนครบถ้วน ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนแลว้
นำผลทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี นมาแจง้ ให้นักเรียนทราบความก้าวหนา้

3.7 แจ้งให้นักเรยี นเตรยี มงาน สำหรับการเรียนรชู้ ดุ การสอนต่อไป
4. การวดั และประเมนิ ผลงานของนักเรยี น ประเมนิ จาก แบบทดสอบก่อนเรียน แบบฝึก
กิจกรรม การตอบคำถามเพ่ือวิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง การเขียนรายงานผลการทดลอง



คำแนะนำสำหรบั นักเรยี น

1. ชุดการสอนตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ เรอ่ื งเคมอี ินทรีย์ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้วิชาเคมี 4 รหัส
วิชา ว33221 จำนวน 4 คาบ เพือ่ เปน็ เครือ่ งมือพฒั นาวธิ ีคิดอยา่ งเปน็ ระบบของนักเรียน สามารถใช้
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และนำความรูไ้ ปใช้อยา่ งมีเหตุผล

2. ชุดการสอนตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1
หน่วยการเรียนรู้ เรื่องเคมีอินทรีย์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ สารประกอบไฮโครคาร์บอนสมบัติของ
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนสารประกอบไฮโดรคาร์บอนท่ีมี
ชนดิ ของพนั ธะในโมเลกลุ แตกตา่ งกันจะมีสมบตั ิแตกต่างกนั แอลเคน ไซโคลแอลเคน ประกอบด้วย
แบบทดสอบก่อนเรียน จดุ ประสงค์ ใบความรู้ ใบกิจกรรม และแบบทดสอบหลงั เรียน

3. การใช้ชดุ การสอนน้ี ให้นักเรยี นปฏบิ ตั ิดังนี้
3.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน ในการทำแบบฝึกและการทำกิจกรรมฝึกทักษะ

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์นั้น ให้แบ่งหน้าที่ให้ทุกคนได้รับผิดชอบและให้มีการหมุนเวียนเปล่ยี น
หนา้ ทีก่ ันทุกกจิ กรรม

3.2 ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นจำนวน 10 ข้อ
3.3 ทำความเข้าใจกับจุดประสงค์ของชุดการสอน อ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อหา
ใบความรแู้ ล้วทำแต่ละกิจกรรมอยา่ งรอบคอบ โดยทำตามคำชี้แจงในแต่ละกิจกรรม ซ่ึงมีท้ังแบบฝึก
กิจกรรมสดุ ทา้ ยจงึ ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น จำนวน 10 ข้อ
4. นักเรียนจะศึกษาชุดการสอนนี้ให้ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ต้องปฏิบัติตาม
คำแนะนำอยา่ งเคร่งครัด ซอ่ื สัตย์ตอ่ ตนเองเสมอ มีความรบั ผิดชอบและมีวินัยในตนเอง นักเรียนจะ
เกดิ ความภาคภมู ใิ จในตนเอง เม่อื นักเรียนสามารถแก้ปัญหาตา่ ง ๆ ไดด้ ว้ ยตนเองดว้ ยวธิ ีการท่ีถูกต้อง
และเหมาะสม
5. ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่ระบุไว้ นักเรียนกลับไปศึกษาและทบทวนเนื้อหาในกิจกรรม
นั้น ๆ ใหม่ แลว้ ทำแบบทดสอบหลังเรียนให้ผา่ นเกณฑ์ทกี่ ำหนดไว้



สารบัญ

หน้า
คำนำ…….................................................................................................................................. ก
คำแนะนำสำหรับครู................................................................................................................. ข
คำแนะนำสำหรบั นกั เรียน......................................................................................................... ค
สารบญั ................................................................................................................................... ง
สาระการเรียนรู้........................................................................................................................ 1
จดุ ประสงค์การเรียนรู.้ .............................................................................................................. 1
แบบทดสอบก่อนเรยี น ........................................................................................................... 3
ข้ันตอนการดำเนนิ กิจกรรม...................................................................................................... 6
ใบความรูท้ ี่ 4 สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1......................................................................... 9
ใบกิจกรรมที่ 4 ................................................................................................................. 21
ใบรายงานกิจกรรมที่ 4............................................................................................................ 22
แบบฝกึ ทักษะท่ี 4 ................................................................................................................. 25
แบบทดสอบหลังเรยี น ............................................................................................................ 28
บรรณานกุ รม ........................................................................................................................ 31
ภาคผนวก ............................................................................................................................. 32

1

ชดุ การสอนตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E)
เร่อื ง สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน 1

สาระการเรียนรู้

สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน (Hydrocarbon) คือ สารทปี่ ระกอบดว้ ยธาตุ C และ H เท่านน้ั โมเลกลุ
ของสารไฮโดรคารบ์ อนท่เี ล็กทสี่ ุด ประกอบด้วยธาตุ C เพียงหน่ึงอะตอม เมือ่ จำนวนคาร์บอนเพ่ิมขึ้นการยดึ
เหนี่ยวระหวา่ งอะตอมคาร์บอนอาจเป็นแบบโซ่ตรงหรือโซ่ก่ิง การยดึ เหน่ียวในรูปทต่ี ่างกันทำให้เกดิ
สารประกอบตา่ งชนดิ กัน ด้วยเหตนุ ้ี สารประกอบไฮโดรคาร์บอนจงึ เปน็ สารประกอบทมี่ ีมากท่ีสดุ ในบรรดา
สารประกอบทัว่ ๆ ไป มีต้ังแต่โมเลกลุ เลก็ ที่สดุ คือ มเี ทน (CH4) จนถึงโมเลกลุ ใหญม่ าก ๆ ไฮโดรคารบ์ อนเป็น
สารท่ีไม่ละลายในน้ำละลายได้ในตวั ทำละลายอินทรีย์บางชนิด และเกิดปฏกิ ริ ิยาการเผ้าไหม้ได้ดี ประเภทของ
สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนชนดิ ต่าง ๆ เช่น แอลเคน แอลคีน แอลไคนแ์ ละอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน

สารประกอบแอลเคน (Alkanes) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนดิ อม่ิ ตัว เนอื่ งจากคาร์บอนใน
โมเลกุลยดึ เหนี่ยวกนั ด้วยพนั ธะเด่ยี วท้งั หมด และเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนโซ่เปิดชนดิ หนง่ึ ซึ่งมมี ีสูตร
ทว่ั ไปเป็น CnH2n+2 เปน็ สารทไ่ี มว่ ่องไวในการเกิดปฏกิ ิรยิ าที่ภาวะปกติ (Paraffin-Hydrocarbon) และแอลเคน
ทอ่ี ะตอมของคาร์บอนมาตอ่ กันเป็นวงโซป่ ดิ เรยี กวา่ ไซโคลแอลเคน มสี ูตรทัว่ ไปเป็น CnH2n การเรยี กช่ือ
แอลเคนสามารถเรยี กได้ 2 ประเภท คอื ชอื่ สามัญ (Common Name) และชือ่ IUPAC ซ่งึ ถอื เป็นชื่อหลกั ทใ่ี ห้
ทั่วโลกให้การยอมรับ

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนได้
1.2 นกั เรียนสามารถอธิบายสมบตั แิ ละการเกดิ ปฏิกริ ยิ าของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนทีม่ ีจำนวน

อะตอมของคาร์บอนเทา่ กัน แตช่ นิดของพนั ธะในโมเลกุลต่างกนั พร้อมท้งั บอกเหตผุ ลได้
1.3 นักเรียนสามารถเรยี กช่ือสารประกอบแอลเคนได้
1.4 นกั เรียนสามารถอธบิ ายแนวโน้มความสมั พนั ธ์ระหว่างจดุ หลอมเหลวและจดุ เดือดของ แอลเคน

กบั จำนวนอะตอมของคาร์บอนได้
1.5 นักเรยี นสามารถอธบิ ายการเกิดปฏกิ ิรยิ าการแทนที่ของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนประเภทแอลเคน

ได้
1.6 นกั เรียนสามารถบอกประโยชน์หรอื อันตรายจากสารประกอบแอลเคนได้

2. ดา้ นทักษะ/ กระบวนการ (P)
2.1 นกั เรียนสามารถจำแนกประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนได้

2

2.2 นกั เรียนสามารถทำการทดลองเพื่อเปรียบเทยี บสมบัตแิ ละปฏกิ ิรยิ าบางประการของสารประกอบ
ไฮโดรคารบ์ อนประเภทต่าง ๆ พรอ้ มทง้ั เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกริ ิยาท่ีเกิดขน้ึ ได้

2.3 นักเรียนสามารถเขยี นสตู รทัว่ ไป สตู รโมเลกุลและสตู รโครงสร้างของแอลเคนได้
3. ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

3.1 นักเรียนมคี วามรับผิดชอบต่องานที่ไดร้ ับมอบหมาย สามารถทำงานรว่ มกับผู้อน่ื ได้และมีระเบยี บวนิ ยั

3

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น รายวชิ าเคมี 4 รหัส ว33121
เรือ่ ง สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน 1 หนว่ ยที่ 1 เคมอี นิ ทรีย์
ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6

คำชี้แจง จงทาํ เครื่องหมาย  ลงในกระดาษคําตอบท่ีครูแจกให้ เลือกคําตอบท่ีถกู ต้องท่สี ุด

เพยี งคาํ ตอบเดียว แบบทดสอบมี 10 ขอ้ (ข้อละ 1 คะแนน)

ใชต้ ัวเลอื กต่อไปนตี้ อบคําถามขอ้ 1-3

ก. เฮกเซน ข. เฮกซีน

ค. เบนซีน ง. แนฟทาลีน

1. สารประกอบไฮโดรคาร์บอนท่ีไม่ฟอกสสี ารละลายโบรมีนในทม่ี ดื และไม่ฟอกสีสารละลาย KMNO4
แตฟ่ อกสีสารละลายโบรมีนในที่สวา่ ง คือข้อใด

2. สารประกอบไฮโดรคาร์บอนท่ีฟอกสีสารละลายโบรมีนทั้งในทม่ี ดื และท่สี ว่าง และฟอกสีสารละลายKMnO4
คอื ขอ้ ใด

3. สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนทไี่ ม่ฟอกสีสารละลายโบรมีนในท่ีมืดและท่สี ว่าง และไม่ฟอกสีสารละลาย

KMnO4 คอื ขอ้ ใด
4. สตู รโมเลกุลของสารท่ตี ิดไฟได้ ไม่มเี ขมา่ เหมาะสําหรบั ใชเ้ ป็นเช้ือเพลงิ คือข้อใด

ก. C6H10 ข. C6H11

ค. C6H12 ง. C6H14

5. สารที่ติดไฟได้ มีเขมา่ และควนั มากที่สดุ คอื ข้อใด

ก. ข.

ค. C5H12 ง. C7H12

6. ข้อใดต่อไปนเ้ี ป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนดิ อมิ่ ตวั ทุกชนิด

ก. C2H6, C3H6 ข. C4H10, C5H12

ค. C4H6, C6H12 ง. C5H8, C6H14

7. ขอ้ ใดเปน็ สารผลิตภัณฑ์ทีเ่ กดิ จากปฏกิ ิริยาแทนที่ ของโบรมีนในท่ีสว่างกบั สารประกอบอนิ ทรีย์ตอ่ ไปน้ี

C5H12 + Br2 แสง ……………….. + HBr



ก. C5H11Br ข. C5H12Br

ค. C6H12Br ง. C6H13Br

4

8. สมการแสดงการเผาไหม้อย่างสมบรู ณ์ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่อไปนี้
a CH4 (g) + b O2 (g) → c CO2 (g) + d H2O(g)

จงหาวา่ a+b+c+d มีคา่ เทา่ ใด
ก. 4 ข. 6
ค. 10 ง. 12
9. ข้อใดกล่าวถงึ ประโยชนข์ องแอลเคนไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. CH4 ใช้เป็นเชือ้ เพลิงในรถยนต์เรียกว่า CNG ข. อเี ทน และโพรเพนใช้ในการผลติ เพอ่ื เป็นสารตัง้

ตน้ ในกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติก
ค. แก๊สผสมระหวา่ งโพรเพนกับบิวเทน ใชเ้ ปน็ ง. เฮกเซน (C6H14) ใช้เป็นตัวทําละลายในการทาํ เรซนิ

แก๊สหุงตม้ ตามบา้ นเรือน เรียกวา่ LPG และแลกเกอร์ ใช้ล้างสี
10. ข้อใดเรียกชอ่ื แอลเคนและไซโคลแอลเคน ท่ีมโี ครงสรา้ งต่อไปนีไ้ ม่ถูกต้อง

ก. ข.
3-ethyl-2-methyl pentane 3,4-dimethyl hexane

ค. ง.
1-ethyl-3,4-dimethyl pentane cyclooctane

เป็นยงั ไงบ้างเด็ก ๆ
ไม่ยากเลยใช่มย๊ั จ๊ะ

5

กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น

ช่ือ-สกุล...................................................................................ชั้น..................เลขท่ี................

คำช้แี จง ให้นักเรยี นเลอื กคำตอบในแบบทดสอบ แลว้ ทำเครอ่ื งหมาย  ลงใน  ตรงกบั คำตอบ
ที่ถกู ต้องทสี่ ดุ เพียงขอ้ เดียว

ข้อ ก ข ค ง

1 คะแนนเต็ม 10

2 คะแนนท่ีได้

3

4 ผลการประเมิน
 ดีมาก
5  ดี

6  พอใช้

7  ปรับปรงุ

ลงช่ือ.........................................ผปู้ ระเมิน

8 (......................................)
9 วันท.่ี ..........เดอื น......................พ.ศ...........

10

เกณฑ์การประเมนิ
คะแนนระหวา่ ง 9-10 อยู่ในเกณฑ์ ดมี าก
คะแนนระหว่าง 7-8 อยใู่ นเกณฑ์ ดี
คะแนนระหวา่ ง 5-6 อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
คะแนนระหว่าง 0-4 อยใู่ นเกณฑ์ ปรบั ปรงุ

6

ขนั้ ตอนการดำเนนิ กิจกรรม

ชุดการสอนตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เรือ่ ง สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน 1 หน่วยการเรยี นรู้
เร่ืองเคมีอินทรยี ์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 ใช้ประกอบการจัดการเรยี นรู้วชิ าเคมี 4 รหสั วชิ า ว33221 เวลา 4 คาบ
(1 คาบ เท่ากับ 50 นาที รวมเป็น 200 นาที) โดยมีข้นั ตอนในการดำเนินกิจกรรมดังนี้

ขน้ั สร้างความสนใจ

1. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน 10 ข้อ
2. ครูให้นักเรียนสังเกตหลอดทดลอง 2 หลอด หลอดที่ 1 ใส่สารละลายใสไม่มีสี 2 cm3 และ อีก 1
หลอดใส่สารละลายที่มีสีม่วง 2 cm3 และถ้าครูเทสารทั้งสองนี้รวมกันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร
สุ่มให้นกั เรยี นทํานายสกั 1-2 กลุ่ม
3. ครูนําอภิปรายว่าครูมสี ารประกอบไฮโดรคาร์บอนอยู่ 3 ชนดิ อยากให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทํานายดู
ว่าสารทั้งสามมีสมบัติใดบ้างที่เหมือนกันและสมบัติใดบ้างที่แตกต่างกันเพื่อนําไปสู่การศึกษา สมบัติของ
สารประกอบไฮโดรคาร์บอนในกจิ กรรมที่ 4

ข้นั สำรวจและคน้ หา

5. ครูแบง่ นักเรียนออกเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 6 คน (คละคนเก่ง 2 คน กลาง 2 คน อ่อน 2 คน ตามผลในใบ
ปพ.5 เทอมทีแ่ ลว้ ) นกั เรียนแบ่งหนา้ ท่ีกนั ให้ชัดเจน

6. นักเรยี นรับใบกิจกรรมที่ 4 การทดลองท่ี 11.3 สมบัตบิ างประการของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน
จากนน้ั ใหน้ กั เรียนทำความเข้าใจเกีย่ วกบั การทดลอง อุปกรณ์เคร่ืองแก้ว สารเคมี วิธีการทำการทดลอง การ
บนั ทึกผล และอนั ตรายท่ีอาจเกดิ ขึน้ ขณะทำการทดลอง

7. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรับอุปกรณก์ ารทดลอง เม่ือครบทกุ กลุ่มจงึ เร่มิ ทำการทดลองพร้อม ๆ กนั โดยมี
คณุ ครูคอยสังเกตและให้คำปรกึ ษาอย่างใกลช้ ดิ

8. นักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาการทำปฏิกิริยากบั สารละลายโบรมีนและทดสอบแกส๊ ทเี่ กิดขึ้นดว้ ย
กระดาษลติ มัสชน้ื ในทีม่ ืดและสว่างของเฮกเซน เฮกซีนและสมบตั ิการละลายในนำ้ การเผาไหม้ การทำ
ปฏกิ ริ ยิ ากับ KMnO4 การทำปฏิกริ ิยากับสารละลายโบรมีนและทดสอบแกส๊ ทเ่ี กิดขึน้ ดว้ ยกระดาษลติ มสั ช้ืนใน
ท่ีมืดและสวา่ งของเบนซนี (ซึง่ เป็นสว่ นทีน่ กั เรียนไม่ไดล้ งมือทำเนอ่ื งจากมีสารเคมีท่เี ปน็ อันตราย) จากสอ่ื วดิ โิ อ
เรอ่ื งสมบัตบิ างประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

7

https://www.youtube.com/watch?v=fxUQ5P_R3B8&t=45s

ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ

8. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ช่วยกันเขียนรายงานผลการทดลองลงในใบรายงานกจิ กรรมที่ 4 ตาม
ผลการทดลองและลงข้อสรปุ ของกลมุ่

9. ตวั แทนกลุ่มรับแนวคําตอบกจิ กรรมท่ี 4 ทกุ กลมุ่ เปล่ียนใบรายงานกิจกรรมที่ 4 กนั ตรวจ โดยกลุ่ม
สดุ ทา้ ยเปล่ียนให้กลมุ่ แรกตรวจคาํ ตอบใหแ้ ละกลุ่มอ่ืนเปลย่ี นโดยการเวยี นข้ึน

10. ตวั แทนกลุ่มรบั ใบความรู้ท่ี 4 เรื่องสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1 ไปแจกสมาชิกในกลุ่ม แต่ละ
กลุม่ ร่วมกนั ศึกษาใบความรู้ท่ี 4

11. นักเรียนและครรู ่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกับความหมายและการเขียนสูตร การเรยี กช่อื สมบัติ และ
ประโยชน์ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนตามใบความรู้ที่ 4

12. นกั เรียนสรปุ ผลการรทู้ ่ีได้ลงในสมุด

ขัน้ ขยายความรู้

11. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายสมบัติ การจาํ แนกประเภท และการเรยี กชื่อสารประกอบ
ไฮโดรคารบ์ อนเพ่มิ เติมตามใบความรู้ที่ 4

12. ตวั แทนกลมุ่ รับแบบฝึกทักษะท่ี 4 ไปแจกสมาชกิ ในกลุ่ม แต่ละกล่มุ รว่ มกนั ทาํ แบบฝึกทักษะ

8

ขอ้ ท่ี 1-7
13. ครูแสดงวธิ ที ําให้ดูเป็นตวั อยา่ ง ข้อละ 1 ตวั อย่าง นักเรียนออกมาแสดงวธิ ีทําบนกระดาน กลมุ่ ละ

2 ข้อย่อย
14. นักเรียนทาํ แบบฝึกทกั ษะขอ้ ที่ 1-7 ลงในแบบฝึกทกั ษะท่ี 3

ขน้ั ประเมนิ

15. ตัวแทนกลุ่มรับใบเฉลยแบบฝึกทกั ษะที่ 3 แล้วแจกใหเ้ พอื่ นทกุ คน
16. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มเปล่ียนแบบฝึกทักษะที่ 3 กนั ตรวจโดยไมต่ รวจกันเองภายในกลุ่มแต่ให้เปลี่ยน
กันระหว่างกลุ่ม ส่งคืนเจ้าของ ตรวจสอบว่าเพื่อนตรวจได้ถูกต้องหรอื ไม่ นักเรียน แจ้งคะแนน เรียงจากเลขท่ี
นอ้ ยไปหามาก
17. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรียน 10 ข้อ
18. แบบประเมินผเู้ รียนรายบุคคล รายกลมุ่ รายงานการทดลองและปฏบิ ัติการทดลอง

เมื่อศึกษาพร้อมแล้วกเ็ ริม่
กจิ กรรมกนั เลย

พยายามเขา้ นะ เดก็


9

ใบความรู้ที่ 4 รายวชิ าเคมี 4 รหัส ว33221
หนว่ ยที่ 11 เคมอี นิ ทรีย์
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6

สารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon compound)

สารทพี่ บในชวี ิตประจำวัน สว่ นใหญ่เป็นสารประกอบของคาร์บอน ซงึ่ นอกจากจะมีธาตุคารบ์ อน เป็น

องค์ประกอบแลว้ ยงั มธี าตุอนื่ อีก เชน่ ไฮโดรเจน ไนโตรเจน ออกซิเจน กลุม่ ของสารประกอบท่ีมเี ฉพาะธาตุ

คาร์บอน และไฮโดรเจน เปน็ องคป์ ระกอบ เรียกว่า ไฮโดรคารบ์ อน (Hydrocarbon)

สารประกอบอินทรยี ์ หรอื สารประกอบของคาร์บอนประเภทอน่ื ๆ อาจจัดเปน็ อนุพนั ธข์ อง
ไฮโดรคารบ์ อนก็ได้ ประกอบดว้ ยคาร์บอนต้งั แตจ่ ำนวนนอ้ ย ๆ เช่น มีเทน (CH4) ซ่ึงมมี ากในกา๊ ซธรรมชาติ
ไปจนถงึ คาโรทีน (carotene, C40H56) ซึ่งเปน็ สารที่มีสมบตั ิของวติ ามินเอ มีมากในผกั ผลไมส้ เี หลืองส้ม

สารไฮโดรคารบ์ อนมจี ำนวนมากและเป็นองคป์ ระกอบหลักของสารประกอบคารบ์ อน มีท้งั ท่ีมีสถานะ
เป็นของแข็ง ของเหลว และก๊าซ ขน้ึ อยู่กบั ขนาดของโมเลกุล โมเลกุลเล็กจะมีสถานะเป็นก๊าซ เช่น มเี ทน อีเทน
โพรเพน บวิ เทน โมเลกลุ ที่มีขนาดใหญ่ขึน้ มาเปน็ ของเหลว เช่น น้ำมนั เบนซนิ น้ำมนั ก๊าด โมเลกลุ ทมี่ ขี นาด
ใหญ่ขึน้ มาอกี จะมลี กั ษณะเป็นของแข็ง เชน่ ไขพาราฟนิ จาระบี

แหล่งกำเนดิ ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนมีทัง้ ทีเ่ กดิ ในธรรมชาตแิ ละทีส่ งั เคราะห์ข้นึ มา
แหลง่ กำเนิดของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนทส่ี ำคญั ท่สี ดุ คือ ปิโตรเลยี ม

และในธรรมชาติพบสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนเกดิ อยู่ในแหลง่ ตา่ ง ๆ เช่น 10
ยางไม้ ถ่านหนิ ปโิ ตรเลยี ม

สมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน
1. สมบัตกิ ารละลายนำ้
2. สมบัตกิ ารเผาไหม้
3. สมบัติการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
3.1 การทำปฏิกริ ิยากบั สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (KMnO4)
3.2 การทำปฏกิ ริ ยิ ากบั สารละลายโบรมนี ทง้ั ในท่ีมดื และทีส่ วา่ ง

ตาราง 4.1 โครงสรา้ งของ เฮกเซน (C6H14) เฮกซีน (C6H12) และเบนซีน (C6H6) ทีใ่ ชใ้ นการศกึ ษา
สมบตั บิ างประการของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน

ชื่อสาร โครงสร้างแบบเสน้ แบบย่อผสมเสน้ โครงสรา้ งแบบเสน้ และมุมของ

เฮกเซน (C6H14) CH3(CH2)4CH3

เฮกซีน (C6H12) CH2=CH(CH2)3CH3

เบนซนี (C6H6)

11

ผลการศกึ ษาสมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

จากการศึกษาการละลายน้ำของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ไม่ละลายในนำ้ และลอยอย่ชู น้ั บน

เน่อื งจากเป็นโมเลกลุ ไม่มขี วั้ มีความหนาแน่นต่ำกวา่ น้ำ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เมือ่ เกดิ การเผาไหม้อย่าง

สมบูรณ์ ควรจะไดก้ า๊ ซคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละไอนำ้ เทา่ น้ัน

การเผาไหม้ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนนอกจากจะได้ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ และไอนำ้ ยงั มี

เขมา่ เกิดขึ้นดว้ ย ซึง่ มีปริมาณมากน้อยแตกต่างกนั ขึน้ อยู่กับจำนวนอะตอมของธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจน ท่ี

เป็นองคป์ ระกอบ การเผาไหม้ของเฮกเซน (C6H14) ไมม่ ีเขม่า ไดก้ ๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์และไอเปน็ ผลติ ภัณฑ์

เท่าน้นั ถือวา่ เกดิ การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ เขยี นสมการเคมี แสดงปฏกิ ิรยิ าเคมีท่เี กิดขึน้ ได้ดังนี้

2 C6 H14 + 19 O2 12 CO2 + 14 H2O

การเผาไหม้อยา่ งสมบรู ณ์ของไซโคลเฮกซีน ควรจะเขยี นสมการเคมี แสดงปฏกิ ริ ยิ าเคมีท่เี กิดขน้ึ ได้

ดังน้ี

C6 H10 + 9 O2 6 CO2 + 6 H2O

เฮกเซน และ ไซโคลเฮกซีน มีโครงสร้างตา่ งกัน และสมบัตแิ ตกตา่ งกัน เฮกเซนมโี ครงสร้าง แบบโซ่
ตรง เป็นไฮโดรคาร์บอนอิม่ ตวั และ ไซโคลเฮกซีน เปน็ ไฮโดรคาร์บอนไม่อมิ่ ตวั มโี ครงสร้างเปน็ วง และ มพี ันธะ
ระหวา่ งอะตอมของธาตุ C กับ C เปน็ พนั ธะคู่ 1 แห่ง ดังน้ัน สารไฮโดรคารบ์ อน สามารถทจี่ ะจำแนกประเภท
ได้ต่างกนั ได้
ชนิดของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน

ไฮโดรคาร์บอนอม่ิ ตัว (Saturated Hydrocarbon) คอื สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนทม่ี ีพนั ธะ
ระหว่างคารบ์ อนอะตอม เป็นพันธะเดี่ยวตลอดทัง้ โมเลกุล เปน็ สารทโี่ มเลกุลอิม่ ตวั ดว้ ยไฮโดรเจน คือมี
ไฮโดรเจนเกาะกบั คารบ์ อนจนไม่มีพันธะว่างทจ่ี ะไปทำปฏิกิรยิ ากับไฮโดรเจนอนื่ เกิดปฏิกริ ิยาชา้ โดยทั่วไปต้อง
อาศัยตัวเร่งปฏกิ ิริยา สามารถเกดิ ปฏกิ ริ ิยาแทนท่ี (Substitution Reaction) อะตอมของไฮโดรเจนได้ ไม่ฟอก
จางสีของสารละลายโพแตสเซียมเปอรแ์ มงกาเนต ในกรด

ไฮโดรคารบ์ อนไม่อ่มิ ตัว (Saturated Hydrocarbon) คือ สารไฮโดรคาร์บอนที่มีพันธะคู่ หรือ
พันธะสาม ระหวา่ งคาร์บอนอยา่ งนอ้ ย 1 แหง่ ในโมเลกลุ โดยมไี ฮโดรเจนมาเกาะน้อยกว่าในโมเลกลุ ของสาร
ไฮโดรคารบ์ อนอม่ิ ตวั จงึ สามารถทำปฏกิ ริ ยิ ากับไฮโดรเจนไดด้ ีกว่า ตำแหน่งของพนั ธะคูแ่ ละพนั ธะสามนี้
จดั เป็นหมฟู่ ังก์ชนั ของโมเลกลุ เกิดปฏิกิริยาเคมีเรว็ กว่าไฮโดรคารบ์ อนอมิ่ ตวั ฟอกจางสขี องสารละลาย
โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตในกรดได้

12

สารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon Compounds)

สารประกอบไฮโดรคาร์บอน หมายถึง สารประกอบอินทรีย์ที่มีเฉพาะธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็น

องคป์ ระกอบ ในธรรมชาตพิ บสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนเกิดในแหลง่ ตา่ ง ๆ เช่น ยางไม้ ถา่ นหนิ ปโิ ตรเลียม

เช่น CH4 , C2H6 , C2H4
นอกจากนี้ยังพบว่า มีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนจำนวนมากที่ได้จากการสังเคราะห์ แหล่งกำเนิด

ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่สำคัญที่สุดคือ ปิโตรเลียม นักเรียนได้ศึกษาสมบัติบางประการของ

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนจากกิจกรรมที่ 3 มาแล้วซึ่งเปน็ พื้นฐานในการศึกษาเกีย่ วกับสารประกอบอินทรีย์

ชนิดตา่ ง ๆ ตอ่ ไป

สมบตั บิ างประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

1) เป็นโมเลกุลไม่มขี วั้ จึงไม่ละลายนำ้ และมคี วามหนาแน่นนอ้ ยกวา่ นำ้

2) ละลายได้ดใี นตวั ทำละลายไม่มีขั้ว โดยเฉพาะตัวทำละลายอนิ ทรยี ์

3) มจี ุดหลอมเหลวและจุดเดือดค่อนขา้ งต่ำเม่ือเทยี บกบั สารอื่นทีม่ ีมวลโมเลกุลใกลเ้ คียงกันเนอ่ื งจากมี

แรงยดึ เหนย่ี วเป็นแรงลอนดอน และจดุ เดอื ดจะเพมิ่ ข้ึนตามจำนวนคาร์บอนอะตอมที่เพ่ิมขนึ้

4) ในการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี ถ้าเป็นไฮโดรคาร์บอนแบบอ่ิมตัวจะเกดิ ปฏิกิริยาแบบแทนทีไ่ ด้ผลติ ภณั ฑ์

2 ชนิด ถ้าเป็นไฮโดรคาร์บอนแบบไม่อิม่ ตัวจะเกิดปฏกิ ิริยาแบบเตมิ หรือแบบรวมตัว (Addition reaction)

ท่ีไดผ้ ลติ ภัณฑ์ชนดิ เดยี ว น่นั คอื ไฮโดรคารบ์ อนแบบไม่อม่ิ ตัวจะฟอกสีโบรมีนได้ท้ังในที่มืดและทส่ี ว่าง และ

ฟอกสีสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต เกิดตะกอนสนี ้ำตาลขึ้น

5) เกิดการเผาไหม้ได้ จดั เป็นประเภทคายความร้อน แบ่งการเผาไหม้ได้เป็น 2 ประเภท คอื

5.1) การเผาไหม้แบบสมบรู ณ์ คอื ปฏกิ ริ ยิ าทสี่ ารทำปฏิกิริยากับแกส๊ ออกซิเจนท่ีมากเกินพอแลว้

ได้ผลติ ภัณฑ์เป็น CO2 และ H2O เขียนสมการทว่ั ไปได้ดังนี้

CxH y (g) + (x + y )O2 ( g ) → xCO2 (g) + y H 2O(l )
4 2

2C6H14 (g) +19O2 (g) →12CO2 (g) +14H2O(l)

C6H12 (g) + 9O2 (g) → 6CO2 (g) + 6H2O(l)

2C6H6 (g) +15O2 (g) →12CO2 (g) + 6H2O(l)

5.2) การเผาไหม้แบบไม่สมบูรณ์ จะเกิดข้นึ เมื่อมีปรมิ าณแกส๊ ออกซิเจนไมเ่ พียงพอ นอกจากจะได้

CO2 และ H2O แลว้ ยังมี CO และสารอ่ืนปนอย่ดู ้วย อาจเขยี นสมการท่วั ไปได้ดงั น้ี

CxH y (g) + (3x + y )O2 ( g ) → x CO2 (g) + x CO( g ) + y H 2O(l )
4 2 2 2

13

ประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

จากการทดลอง 11.3 พบว่าการละลายในน้ำ การเผาไหม้ การทำปฏิกิริยากบั สารละลายโบรมีน
และสารละลายโพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนตของเฮกเซน เฮกซนี และเบนซนี ซงึ่ เป็นสารประกอบ
ไฮโดรคารบ์ อนท่ีมีจำนวนอะตอมของคาร์บอนเท่ากัน แต่มีสมบตั ิบางประการดังท่ีกลา่ วมาแล้วแตกต่างกนั
เพราะเหตุใดจึงเปน็ เชน่ นั้น นักเรียนจะได้ศึกษาปัจจยั ท่ีทำให้สารทัง้ สามมสี มบัตติ ่างกันตอ่ ไป เม่ือใช้
โครงสร้างเปน็ เกณฑใ์ นการจำแนกสารประกอบไฮโดรคาร์บอนสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

11.3.2.1 อะลิฟาติก ไฮโดรคารบ์ อน (aliphatic hydrocarbon) หมายถงึ สารอินทรียท์ ่ีคาร์บอน
ต่อกันแบบโซ่เปดิ อาจเป็นโซ่ตรงหรอื โซก่ ่งิ และมไี ดท้ ้งั พนั ธะเดี่ยว พันธะคูแ่ ละพันธะสาม ไดแ้ ก่ แอลเคน
แอลคนี และแอลไคน์

11.3.2.2 อะลไิ ซคลิก ไฮโดรคารบ์ อน (alicyclic hydrocarbon) หมายถึง สารอินทรียท์ ่ีคาร์บอน
ตอ่ กันเป็นวง คือคาร์บอนอะตอมตัวแรกและตัวสดุ ท้ายต่อกันเป็นวง ไดแ้ ก่ ไซโคลแอลเคน ไซโคลแอลคีน
และไซโคลแอลไคน์

11.3.2.3 อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (aromatic hydrocarbon) หมายถงึ สารอนิ ทรยี ์ท่ี
คาร์บอนต่อกนั เปน็ วงโดยมวี งแหวนเบนซนี เปน็ โครงสรา้ งหลัก ไดแ้ ก่ เบนซีน โทลูอนี และแนฟทาลนี เป็นต้น

แอแลอเลคเนคน(A(Alklaknaen)e)

แอลเคน เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทอิ่มตัว (Saturated hydrocarbon

compound) มชี อ่ื เรียกอีกอย่างวา่ พาราฟิน (paraffin) ซ่งึ แปลวา่ ไม่ว่องไว ระหว่างคารบ์ อนอะตอมยึดกนั

ด้วยพันธเดียวเทา่ นั้น โครงสร้างต่อกันแบบปลายเปดิ

สตู รทวั่ ไปเปน็ CnH2n+2 เมือ n = 1, 2, 3…….

หมู่ฟังกช์ ัน CC

การเรยี กชอื่ ตามระบบไอยูแพค (IUPAC name) จะเรยี กตามอะตอมของคารบ์ อน โดยใช้จำนวนนบั
ในภาษากรกี ระบจุ ำนวนอะตอมของคารบ์ อนและลงท้ายด้วยเสยี ง เ-น (-ane) จำนวนนบั ในภาษากรีกเป็น
ดงั นี้

ตาราง 4.2 สตู รและชอื่ ของแอลเคนบางชนดิ 14

จำนวนคาร์บอน จำนวนนบั ภาษากรีก สูตรโมเลกุล การเรยี กชื่อ

1 มที -หรอื เมท-(meth) CH4 มีเทน (methane)
2 อที -หรือเอท-(eth-) C2H6 อีเทน (ethane)
3 โพรพ-(prop-) C3H8 โพรเพน (propane)
4 บิวท-(but-) C4H10 บิวเทน (butane)
5 เพนท-(pent-) C5H12 เพนเทน (pentane)
6 เฮกซ-(hex-) C6H14 เฮกเซน (hexane)
7 เฮปท-(hept-) C7H16 เฮปเทน (heptane)
8 ออกท-(oct-) C8H18 ออกเทน (octane)
9 โนน-(non-) C9H20 โนเนน (nonane)
10 เดค-(dec-) C10H22 เดคเคน (decane)

หมอู่ ะตอมที่แยกออกมากจากโซ่หลักของคาร์บอนจะเปน็ โมเลกุลแอลเคนท่ีสูญเสยี ไฮโดรเจน 1

อะตอม มสี ตู รทวั่ ไปเป็น CnH2n+1 เมือ่ n คือจำนวนคาร์บอนอะตอม หมู่อะตอมนี้เรียกว่า หมู่แอลคลิ (alkyl
group) ใช้สัญลักษณแ์ ทนด้วย R หมู่แอลคลิ จะพบในโซข่ องไฮโดรคารบ์ อนทีเ่ ปน็ โซก่ งิ่ (branched chain) ซง่ึ

แยกมาจากโซ่หลักของคารบ์ อน

การเรยี กชอ่ื หม่แู อลคิลใช้หลกั การเดยี วกบั แอลเคนที่มีจำนวนคาร์บอนอะตอมเทา่ กนั แต่ลงทา้ ยเสียง
เป็น "-อลิ (-yl)"

สูตรและช่ือหมู่ของแอลคลิ บางหม่เู มือ่ เปรียบเทียบกับแอลเคนที่มีจำนวนอะตอมคารบ์ อนเทา่ กนั แสดง
ในตาราง 4.3

ตาราง 4.3 สตู รและช่ือของแอลคิลเปรียบเทยี บกับแอลเคนที่เปน็ โซ่ตรง

จำนวน สูตรโครงสรา้ ง ชื่อของแอลเคน สูตรโครงสร้าง ช่ือของหมู่
อะตอม C ของแอลเคน ของหมแู่ อลคลิ แอลคลิ
มเี ทน (methane) CH3- เมทิล(methyl)
1 CH4 อีเทน (ethane) CH3CH2- เอทลิ (ethyl)
2 CH3CH3 โพรเพน (propane) CH3CH2CH2- โพรพิล (propyl)
3 CH3CH2CH3 บิวเทน (butane) CH3CH2CH2CH2- บิวทิล (butyl)
4 CH3CH2CH2CH3 เพนเทน (pentane) CH3CH2CH2CH2CH2- เพนทิล (pentyl)
5 CH3CH2CH2CH2CH3 เฮกเซน (hexane) CH3CH2CH2CH2CH2CH2- เฮกซลิ (hexyl)
6 CH3CH2CH2CH2CH2CH3

15

การเรียกชือ่ แอลเคนท่ีมีโซก่ ่งิ
เรียกตาม ชื่อ IUPAC IUPAC เป็นช่ือย่อของ International Union of Pure and Applied
Chemistry ได้กำหนดวธิ ีการเรียกช่ือ เรียกว่า กฎของ IUPAC ซง่ึ ได้รับการยอมรับวา่ เป็นมาตรฐานของโลกใน
การเรียกชื่อ สารอนิ ทรีย์ ชอ่ื ที่ได้จากการใชร้ ะบบน้ี เรียกว่า ช่อื IUPAC หรือช่ือ Systematic มวี ธิ กี ารดงั น้ี
กฎขอ้ ท่ี 1 การเลอื กโซ่หลกั
เลอื กโซข่ องคารบ์ อนอะตอมที่ยาวทีส่ ดุ เปน็ โซ่หลกั และใชช้ ่ือนั้นเป็นช่ือหลกั ของสารประกอบ เชน่

21

CH2CH3

CH3 CH CH2 CH2 CH3 3 - methylhexane

34 56

หมู่ทีเ่ กาะกับโซห่ ลัก เรียกว่า หมแู่ ทนท่ี เพราะจะแทนทอี่ ะตอมไฮโดรเจน ถ้าโซห่ ลักยาวเท่ากัน ให้

เลอื กโซห่ ลักที่มหี มแู่ ทนทม่ี ากกว่าเป็นโซห่ ลัก เช่นในกรณขี อง เฮปเทน

CH3 CH3

CH3 CH CH2 CH3 CH CH2

CH CH CH2CH3 CH CH CH2CH3

CH3 CH CH3 CH3 CH CH3

CH3 CH3

 กำหนดโซ่หลักผดิ ✓กำหนดโซ่หลักถูกตอ้ ง

กฎข้อที่ 2 การให้เลขตำแหน่งโซห่ ลัก

การให้เลขตำแหน่งที่ยาวท่สี ดุ เร่ิมตน้ ทีต่ ำแหนง่ สดุ ทา้ ยท่ีอยูใ่ กลห้ มู่เกาะมากทสี่ ุด เชน่

CH3 3 1 CH3 CH3 5 7

CH 2 CH2CH3 CH CH3 CH2CH3
CH3
4 CH CH2 4 6

5 CH CH2

CH 3

CH

6 CH3 2CH CH3

CH3 CH 1 CH3

7

CH3

 ใหต้ ำแหนง่ ผิด ✓ ใหต้ ำแหน่งถกู
3-ethyl-2,4,5-trimethylheptane

16

กฎขอ้ ท่ี 3 การใหช้ ื่อหมู่แอลคิล
ชือ่ ของหม่เู กาะที่ติดอยู่กับโซ่ยาวสดุ เช่น หม่แู อลคิล โดยการให้ตำแหนง่ ตัวเลขของหมูแ่ อลคลิ ทีไ่ ป
เกาะแล้วตามดว้ ยชื่อหมแู่ อลคิล เช่น

1 2 CH3 CH2 7 8 9

CH3 CH2 2 3 CH2 CH2 CH3

CH3 3 4 5 6 1 CH2 CH 4 5 6 CH3

CH CH2 CH2 CH3 CH3 CH2 CH2 CH

3 – methylhexane 3 – ethyl – 6 – methylnonane

กฎขอ้ ท่ี 4 กรณมี ีหมเู่ กาะหลายหมู่
เม่อื มีหมเู่ กาะ 2 หมูห่ รือมากกวา่ ขึ้นไป ใหเ้ รยี งหมู่เกาะตามลำดบั อักษร เม่ือมีหมู่แอลคิลเหมอื นกัน 2
หมู่หรือมากกว่า ให้ใชค้ ำนำหน้าเป็น di -,tri -,tetra – ฯลฯ เพ่อื หลีกเลยี่ งการเรยี กช่ือหมแู่ อลคลิ ซำ้ เช่น

CH3 5 7

CH CH3 CH2CH3

4 6

CH CH2

3

CH

CH3 2CH CH3 3 - ethyl - 2,4,5 - trimethylheptane
1 CH3

สำหรับหมูเ่ กาะที่ซับซ้อน จะเรยี กชื่อ ดงั น้ี

CH2CH3 3 CH3 CH3

12 CH3 1 2 3 4

CH CH C CH2 CH CCH3H3

CH3 CH CH3

1 – ethyl – 2 – methyl propyl group 1,1,C3 H– 3trimeCthHy2lCbHu3tyl grCoHup CH2CH3

CH3CH2 CH CH2 CH CH2CH2CH2CH3

ตัวอยา่ ง 3 - ethyl -5-(1-ethyl-2-methylpropyl) nonane

CH3

CH2CH3 CH CH3
CH CH2CH3

CH3CH2 CH CH2 CH CH2CH2CH2CH3 1,1-dimethyl-3-(1,1,3-trimethylbutyl) cyclooctane
3 - ethyl -5-(1-ethyl-2-methylpropyl) nonane

1,1-dimethyl-3-(1,1,3-trimethylbutyl) cyclooctane

17

สมบัติของแอลเคน
สมบัติทางกายภาพ
1. เปน็ โมเลกลุ ไมม่ ขี ั้ว ไมล่ ะลายน้ำ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเปน็ แรงลอนดอน จดุ หลอมเหลว-

จุดเดือดจงึ ต่ำมาก แต่จะเพมิ่ ขน้ึ ตามจำนวนอะตอมของคารบ์ อนทเ่ี พ่ิมขึ้น

ตารางที่ 4.4 จุดหลอมเหลวและจดุ เดือดของแอลเคนโซ่ตรงบางชนิด

Alkane จำนวน สตู ร จุดเดอื ด จดุ หลอมเหลว( ความหนาแนน่
คารบ์ อน
Methane (0C) 0C ) ( g/ mL)
Ethane 1
Propane 2 CH4 -164 -183 0.55
Butane 3
Pentane 4 C2H6 -89 -183 0.51
Hexane 5 C3H8 -42 -189 0.50
Heptane 6
Octane 7 C4H10 0 -138 0.58
Nonane 8 C5H12 36 -130 0.63
Decane 9
Undecane 10 C6H14 69 -95 0.66
Dodecane 11
Tridecane 12 C7H16 98 -91 0.68
Tetradecane 13 C8H18 126 -57 0.70
Pentadecane 14
Hexadecane 15 C9H20 151 -51 0.72
Heptadecane 16 C10H22 174 -30 0.73
Octadecane 17
Nonadecane 18 C11H24 196 -26 0.74
Eicosane 19
Triacontane 20 C12H26 216 -10 0.75
30
C13H28 235 -5 0.76

C14H30 254 6 0.76
C15H32 271 10 0.77

C16H34 287 18 0.77

C17H36 303 23 0.76

C18H38 317 28 0.76

C19H40 330 32 0.78
C20H42 343 37 0.79

C30H62 >450 66 0.81

18

2. ที่อุณหภูมิหอ้ ง (25OC) แอลเคนท่ีมี C 1-4 อะตอม มีสถานะเปน็ แก๊ส 5-17 อะตอม เปน็
ของเหลว และ 18 อะตอมข้ึนไปเปน็ ของแขง็

3. ความหนาแน่นนอ้ ยกว่าน้ำ จึงแยกชั้นอยบู่ นน้ำ
4. เปน็ สารประกอบท่ไี มม่ สี ี ไมม่ ีกลน่ิ เมื่อนำมาใช้เป็นเช้อื เพลิงต้องเติมสารท่มี ีกลิ่น (mercaptan)
ลงไป เช่น butyl mercaptan เพ่ือตรวจสอบการรั่วของแกส๊
สมบตั ิทางเคมี
1. การเผาไหม้ (combustion) สารประกอบแอลเคน เกดิ การเผาไหม้อยา่ งสมบูรณ์ ไม่มเี ขม่าและ
ควนั เม่ือเทยี บกับไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่นที่มจี ำนวนอะตอมคาร์บอนเทา่ กนั

2C4H10 (g) +13O2 (g) → 8CO2 (g) +10H2O(g)

2C6H14 (g) +19O2 (g) →12CO2 (g) +14H2O(g)

2. ปฏกิ ิรยิ าแทนที่ (Substitution reaction) แอลเคนสามารถเกิดปฏกิ ิริยากบั แฮโลเจน (halogen
: F, Cl, Br, I) ไดใ้ นท่ที ่ีมีแสงสวา่ ง โดยเกิดปฏกิ ริ ิยาแทนท่ี โดยอะตอมของแฮโลเจนจะแทนที่อะตอมของ
ไฮโดรเจน 1 อะตอม ไฮโดรเจนทถ่ี ูกแทนท่จี ะรวมกับแฮโลเจนเกดิ เป็นแก๊สไฮโดรเจนแฮไลด์ (HX เมื่อ X
แทนธาตุแฮโลเจน) ซ่ึงเป็นแก๊สท่ีมสี มบัติเป็นกรด เขียนเปน็ สมการทั่วไปไดด้ ังน้ี

Cn H 2n+2 + X 2 ⎯l⎯i⎯ght → Cn H 2n+1 X + HX

เชน่

C6H14 + Br2 ⎯l⎯i⎯ght→C6H13Br + HBr

HHHHHH light HHHHHH HBr

HCCCCCCH Br2 HCCCCCCH

HHHHHH H H H H H Br

Hexane Bromohexane hydrogenbromide

หากทำปฏกิ ิรยิ ากับสารละลายโบรมีน เรียกวา่ โบรมเิ นชนั (Bromination) จัดเป็นปฏิกริ ิยาทีส่ ำคัญ

ของแอลเคน เพราะใชท้ ดสอบแอลเคนได้ ถา้ ฟอกจางสีโบรมนี ไดใ้ นทส่ี วา่ ง แสดงว่าเปน็ แอลเคน

19

ประโยชน์ของแอลเคน
1. CH4 ใชเ้ ปน็ เชอ้ื เพลิงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าหรอื ใช้ในโรงงานอตุ สาหกรรม ใช้เป็นเชื้อเพลิงใน
รถยนต์ เรยี กวา่ CNG (Compressed natural gas) และใชเ้ ปน็ วตั ถดุ ิบในการผลิตเคมภี ณั ฑ์ต่าง ๆ เชน่
เมทานอล
2. อีเทน (C2H6) และโพรเพน (C3H8) ใชใ้ นการผลิตเอทลิ ีน (C2H4) และโพรพิลีน (C3H6) เพ่อื เป็น
สารตั้งตน้ ในกระบวนการผลิตเมด็ พลาสตกิ
3. แกส๊ ผสมระหวา่ งโพรเพน (C3H8) กับบวิ เทน (C4H10) ใชเ้ ปน็ แก๊สหงุ ต้มตามบ้านเรือน เรียกว่า
“แกส๊ ปโิ ตรเลยี มเหลว” (Liquefied Petroleum Gas หรอื LPG)
4. เฮกเซน (C6H14) ใชเ้ ป็นตวั ทำละลายในอุตสาหกรรมการสกดั นำ้ มนั พชื และน้ำหอม
5. ไซโคลเฮกเซน (C6H12) ใชเ้ ปน็ ตวั ทำละลายในการทำเรซินและแลกเกอร์ ใชล้ า้ งสี ใชเ้ ป็นสารต้งั
ตน้ ในการผลติ สารประกอบอินทรยี ์ เชน่ เบนซนี เปน็ ตน้
6. แอลเคนที่มีมวลโมเลกุลสูง ๆ เชน่ พาราฟนิ ใชเ้ คลือบผักและผลไมเ้ พ่ือรกั ษาความชุ่มช้นื และ
ยบั ยั้งการเจริญเติบโตของเช้ือรา นอกจากน้ี ยังใชแ้ อลเคนเป็นสารตงั้ ต้นในอุตสาหกรรมหลายชนิด เช่น
อตุ สาหกรรมผลติ ผงซักฟอก เสน้ ใย สารเคมที างการเกษตร และสารกำจัดศัตรูพืช
โทษของแอลเคน
แอลเคนเปน็ โมเลกลุ ไม่มีข้วั จงึ ละลายสารประกอบอนิ ทรียท์ ไี่ ม่มขี ัว้ เช่น ไขมนั และน้ำมนั ได้ดี
การสูดดมไอของแอลเคนเปน็ อันตรายต่อระบบทางเดนิ หายใจ โดยแอลเคนจะไปละลายไขมนั ในผนงั
เซลลข์ องปอด หรอื ถ้าผวิ หนงั สัมผสั กับตัวทำละลาย เชน่ เฮกเซน จะทำใหผ้ ิวหนงั แห้งและแตก เพราะ
ไขมนั ทผี่ ิวถกู ชะล้างออกไป

ไซแโคอลลแเคอนลเ(คAนl (Cycloalkane)

ไซโคลแอลเคน คอื แอลเคนที่ปลายทั้ง 2 ขา้ งของโซส่ รา้ งพนั ธะเคมีเชอ่ื มต่อกนั เปน็ สารประกอบ
ไฮโดรคารบ์ อนท่ีมีโครงสรา้ งเปน็ วง พนั ธะระหวา่ งอะตอมของคาร์บอนยดึ เหน่ยี วกันด้วยพันธะเดยี ว เป็น
สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนชนิดอิ่มตวั เช่นเดยี วกบั แอลเคน มสี ตู รโมเลกลุ ทั่วไปเปน็ CnH2n (เหมือนแอลคนี )
โดยประกอบด้วยคาร์บอนตั้งแต่ 3 อะตอมขึน้ ไป

การเรยี กชื่อไซโคลแอลเคน เรยี กเหมอื นกับแอลเคน แต่จะใชค้ ำวา่ “ไซโคล” (Cyclo) นำหน้าช่ือ
เช่น มี 4 คาร์บอนอะตอม จะเรียกวา่ cyclobutane เป็นตน้

20

ตัวอยา่ งของไซโคลแอลเคน แสดงดงั ภาพ

HH H H HH HH
C HC CH
C H C
H H H

HC CH HC CH HC CH HC CH
H H H H
CH
or HC CH HC
H H H H
C
or H
H
or

or

cyclopropane cyclobutane cyclopentane
C3H6 C4H8 C5H10

cyclohexane
C6H12

สมบัตแิ ละการเกดิ ปฏกิ ริ ิยา

ไซโคลแอลเคน เปน็ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอม่ิ ตัว เป็นโมเลกลุ ไมม่ ีข้ัว มีแนวโน้มของจดุ

หลอมเหลวและจุดเดือดเพิม่ ข้ึนตามจำนวนอะตอมของคาร์บอนเช่นเดียวกับแอลเคนโซ่ตรงแตม่ จี ุดเดือดสงู กว่า

แอลเคนโซต่ รงเมอ่ื จำนวนอะตอมของคารบ์ อนเท่ากัน การเกิดปฏกิ ริ ยิ าคลา้ ยกับแอลเคนโซต่ รง คอื

เกดิ ปฏกิ ริ ิยาแทนทีก่ บั แฮโลเจนในทม่ี แี สงสวา่ ง แสดงดงั ปฏิกิริยาเคมีได้ดงั น้ี

Cn H 2n + X 2 ⎯l⎯i⎯ght→ Cn H 2n−1 X + HX

เช่น

C6 H12 + Br2 ⎯l⎯i⎯ght→ C6H11Br + HBr

Br

light

Br2 HBr

Cyclohexane Bromocyclohexane Hydrogenbromide

ปฏิกริ ยิ านจ้ี ะเกิดข้ึนได้กบั คาร์บอน 5 อะตอมข้นึ ไป แต่ถ้จำนวนคาร์บอนเปน็ 3 หรอื 4 อะตอม วง

ของคารบ์ อนจะแตกออกออกเพราะไซโคลโพรเพนและไซโคลบวิ เทนไมเ่ สถียร เชน่

light Br

Br2 Br

21

ใบกจิ กรรมท่ี 4 รายวชิ าเคมี 4 รหัส ว33221
หนว่ ยท่ี 1 เคมอี นิ ทรยี ์
สมบตั ิบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นในแต่ละกลุ่มศกึ ษาใบกิจกรรมที่ 4 ปฏิบตั ิกจิ กรรมและบันทึกผล
การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการทดลองลงในใบรายงานกจิ กรรมที่ 4 ทคี่ รแู จกให้

พร้อมมอบหมายใหต้ ัวแทนกลุ่มรายงานการปฏิบัติกจิ กรรม

การทดลองที่ 11.3 สมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน

จุดประสงค์การทดลอง

1) การทดลองเพื่อศกึ ษาสมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนบางชนิดได้

2) บอกสมบัตกิ ารละลายในนำ้ การเผาไหม้ การฟอกจางสีโบรมีนและสารละลายโพแทสเซียม

เปอรแ์ มงกาเนตของเฮกเซน เฮกซีนและเบนซนี ได้

วธิ กี ารทดลอง

1) หยดเฮกเซน 5 หยด และนำ้ 10 หยด ลงในหลอดทดลองขนาดเล็ก เขย่าและสังเกตการละลาย

2) หยดเฮกเซนลงในจานหลุมโลหะ 5 หยด จดุ ไฟ และสงั เกตการลกุ ไหม้

3) หยดเฮกเซน 5 หยด ลงในหลอดทดลองขนาดเลก็ และหยดสารละลายโพแทสเซียมเปอร์

แมงกาเนตลงไปใน 2 หยด เขยา่ และสังเกตการเปลี่ยนแปลง

4) ทำการทดลองเช่นเดียวกับขอ้ 1-3 โดยใช้เฮกซีนแทนเฮกเซน

5) ศกึ ษาสมบตั ิบางประการของเฮกเซน เฮกซีนและเบนซีน โดยใช้ข้อมลู ที่ได้จากการทดลองประกอบ

ข้อมูลท่กี ำหนดให้ในตารางท้ายการทดลอง (เนือ่ งจากไอของเบนซีนเปน็ พิษต่อรา่ งกาย จึงใหข้ ้อมลู

ในตารางแทน)

สารเคมแี ละอุปกรณ์

รายการ ต่อ 1 กลมุ่

สารเคมี

1. เฮกเซน 2 cm3

2. เฮกซีนหรือไซโคลเฮกซีน 2 cm3

3. สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 1 cm3

4. นำ้ กลั่น 4 cm3

อปุ กรณ์

1. หลอดทดลองขนาดเล็ก 4 หลอด

2. จานหลมุ โลหะ 1 ใบ

3. ไมข้ ดี ไฟ หรอื ไฟแชค็ 1 กลอ่ ง

4. หลอดหยด 3 อัน

22

ใบรายงานกจิ กรรมท่ี 4 รายวชิ าเคมี 4 รหัส ว33221
หนว่ ยท่ี 1 เคมีอนิ ทรยี ์
สมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6

การทดลองท่ี 11.3 สมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

วันทที่ ำการทดลอง..........................................................................................................................................

สมาชกิ ในกลุ่มที่..............ชัน้ ม.6/....................

1.......................................................................................เลขที.่ .................หนา้ ท.ี่ ...............................................

2........................................................................................เลขท่ี..................หนา้ ที่...............................................

3........................................................................................เลขท.่ี .................หนา้ ที.่ ..............................................

4........................................................................................เลขที่..................หน้าที.่ ..............................................

5........................................................................................เลขท.่ี .................หน้าที่...............................................

6........................................................................................เลขที่..................หน้าท.ี่ ..............................................

จดุ ประสงคก์ ารทดลอง

1) การทดลองเพื่อศกึ ษาสมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนบางชนดิ ได้

2) บอกสมบตั ิการละลายในนำ้ การเผาไหม้ การฟอกจางสโี บรมนี และสารละลายโพแทสเซียม

เปอร์แมงกาเนตของเฮกเซน เฮกซีนและเบนซนี ได้

วิธกี ารทดลอง

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................

23

ตารางผลการทดลอง

สมบัติ การทำปฏกิ ริ ิยา การทำปฏิกริ ิยากับสารละลายโบรมีนและ

การละลายในนำ้ การเผาไหม้ กบั สารละลาย ทดสอบแกส๊ ทเี่ กิดข้ึนดว้ ยกระดาษลติ มัสชน้ื

ชนดิ ของสาร KMnO4 ในทมี่ ดื ในทส่ี วา่ ง

เฮกเซน สารละลายโบรมีน สารละลายโบรมนี

และกระดาษลิตมัส เปลี่ยนจากสนี ำ้ ตาล

ไม่เปลีย่ นสี แดงเป็นไมม่ สี อี ย่าง

ช้าๆ และกระดาษ

ลิตมัสสีนำ้ เงิน

เปลี่ยนเปน็ สแี ดง

เฮกซนี สารละลายโบรมีน สารละลายโบรมนี

เปล่ยี นจากสนี ำ้ ตาล เปลี่ยนจากสนี ้ำตาล

แดงเป็นไมม่ สี ี และ แดงเป็นไม่มีสี และ

กระดาษลิตมสั ไม่ กระดาษลิตมสั ไม่

เปล่ียนสี เปลย่ี นสี

เบนซนี ไมล่ ะลายแยกเป็น ติดไฟงา่ ย สารละลาย สารละลายโบรมีน สารละลายโบรมนี

2 ชนั้ โดยเบนซนี ให้เปลวไฟท่ีมี KMnO4 ไม่ และกระดาษลติ มัสไม่ และกระดาษลิตมัสไม่

อย่ชู น้ั บน นำ้ อยู่ชั้น ควนั และเขมา่ เปล่ยี นสี เปล่ียนสี เปล่ยี นสี

ล่าง มาก

สรปุ ผลการทดลอง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

24

คำถามหลังการทดลอง
1. จากผลการทดลองและข้อมูลเพิ่มเติม จงพิจารณาว่าเฮกเซน เฮกซีน และเบนซีนมีสมบัติเหมือนกันหรือ
แตกตา่ งกันอยา่ งไรบ้าง ?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงแสดงสมการการเผาไหมอ้ ย่างสมบูรณ์ของเฮกเซน (C6H14) เฮกซีน (C6H12) และเบนซีน (C6H6)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. สารชนดิ ใดเหมาะสมทจ่ี ะใชเ้ ป็นเช้อื เพลิงมากท่สี ดุ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

25

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี 4 รายวชิ าเคมี 4 รหสั ว33221
หน่วยท่ี 1 เคมีอนิ ทรยี ์
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6

ชือ่ .......................................................................................ช้ัน ม.6/…………………..เลขท่.ี .................

คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ 4 แลว้ ตอบคำถามต่อไปน้ใี หถ้ กู ตอ้ ง

1. จงเขยี นสูตรโมเลกุลของแอลเคน ไซโคลแอลเคน และหมูแ่ อลคลิ ท่ีมีจำนวนอะตอมของ C ดงั ต่อไปน้ี

ข้อ จำนวนอะตอมของคาร์บอน แอลเคน ไซโคลแอลเคน หม่แู อลคลิ

ก. 9

ข. 10

ค. 16

ง. 18

2. จงเขียนสมการแสดงการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่อไปนี้

ก. มเี ทน ………………………………………………………………………………………………........

ข. ไซโคลโพรเพน ………………………………………………………………………………………………........

ค. บวิ เทน ……………………………………………………………………………………………………….

ง. ออกเทน ………………………………………………………………………………………………………..

3. จงอธิบายวา่ การเผาไหม้ของ C2H6 C2H4 และ C2H2 สารประกอบน่าจะเกิดเขมา่ มากทีส่ ดุ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………….........................................................................……

………………………………………………………………………………………………...................................................................

4. จงเขยี นโครงสรา้ งลิวอิสของผลิตภัณฑท์ ่ีเกดิ จากปฏกิ ริ ิยาแทนท่ขี องคลอรีนในทส่ี ว่างกบั สารประกอบ

อนิ ทรยี ต์ อ่ ไปน้ี

ก. เพนเทน

…………………………………………………………………………………….........................................................................……

………………………………………………………………………………………………...................................................................

…………………………………………………………………………………….........................................................................……

………………………………………………………………………………………………...................................................................

ข. ไซโคลบิวเทน

…………………………………………………………………………………….........................................................................……

………………………………………………………………………………………………...................................................................

…………………………………………………………………………………….........................................................................……

………………………………………………………………………………………………...................................................................

26

ค. 2 - เมทลิ โพรเพน
…………………………………………………………………………………….........................................................................……
………………………………………………………………………………………………...................................................................
…………………………………………………………………………………….........................................................................……
………………………………………………………………………………………………...................................................................

ง. 2 – เมทลิ บิวเทน
…………………………………………………………………………………….........................................................................……
………………………………………………………………………………………………...................................................................
…………………………………………………………………………………….........................................................................……
………………………………………………………………………………………………...................................................................
5. สมบตั ิของสาร A B C และ D เปน็ ดังนี้

สมบตั ิ การละลายในน้ำ การเผาไหม้
สาร
ละลาย ไมห่ ลอมเหลว ไม่ติดไฟ
A ไม่ละลาย ติดไฟ มีเขมา่
B ละลาย หลอมเหลว ไมต่ ิดไฟ
C ไม่ละลาย ตดิ ไฟ ไมม่ ีควันและเขมา่
D

ก. สารใดน่าจะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน เพราะเหตุใด

………………………………………………………………….............................................................................………

ข. สารใดน่าจะทำปฏกิ ิรยิ ากับสารละลายโบรมนี ในทสี่ วา่ งและสารละลายโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนตได้

................................................................................................................................................................

6. จงเขียนสูตรโครงสรา้ งแบบเส้นและมมุ ของแอลเคนและไซโคลแอลเคนต่อไปนี้

ก. Heptane ข. Cycloheptane

ค. 3-Ethylhexane ง. 2,2,4-Trimethylpentane

27

จ. 4-Ethyl-2,2-dimethyloctane ฉ. Cyclononane

7. จงเรยี กช่อื แอลเคนและไซโคลแอลเคนทม่ี ีโครงสรา้ งต่อไปน้ี

CH3

CH3 CH CH CH2 CH3

ก. CH2 CH3

CH3

CH3CH2CHCHCH3

ข. CH2CH3

ค.

ง.

จ. CH3CH2(CH3)2CCH2CH3

8. แกส๊ หงุ ต้มทใี่ ชต้ ามบา้ นเรือนจะเกบ็ ไว้ในสภาพเป็นของเหลวในถังโลหะหนา นกั เรียนคิดวา่ วธิ ที ำให้
แกส๊ หงุ ต้มเป็นของเหลวทำได้อย่างไร

.......................................................................................................................... ....................................................
........................................................................................................................... ...................................................
........................................................................................................................... ...................................................

28

แบบทดสอบหลงั เรียน รายวชิ าเคมี 4 รหัส ว33121
เรอื่ งสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1 หนว่ ยที่ 1 เคมอี นิ ทรีย์
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6

คาํ ช้ีแจง จงทําเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคาํ ตอบทีค่ รแู จกให้ เลอื กคาํ ตอบที่ถูกตอ้ งทสี่ ดุ เพยี งคาํ ตอบเดียว

แบบทดสอบมี 10 ขอ้ (ข้อละ 1 คะแนน)

1. สูตรโมเลกุลของสารทีต่ ดิ ไฟได้ ไมม่ ีเขม่า เหมาะสําหรบั ใชเ้ ป็นเชอื้ เพลิงคือข้อใด

ก. C6H10 ข. C6H11

ค. C6H12 ง. C6H14

2. สารท่ีติดไฟได้ มเี ขม่าและควนั มากทีส่ ุดคือข้อใด

ก. ข.

ค. C5H12 ง. C7H12

3. ขอ้ ใดต่อไปน้ีเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดอ่ิมตวั ทกุ ชนิด

ก. C2H6, C3H6 ข. C4H10, C5H12

ค. C4H6, C6H12 ง. C5H8, C6H14

4. สมการแสดงการเผาไหม้อย่างสมบูรณข์ องสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนต่อไปนี้

a CH4 (g) + b O2 (g) → c CO2 (g) + d H2O(g)
จงหาวา่ a+b+c+d มีคา่ เทา่ ใด

ก. 4 ข. 6

ค. 10 ง. 12

5. ขอ้ ใดกล่าวถงึ ประโยชน์ของแอลเคนไม่ถกู ต้อง

ก. CH4 ใชเ้ ป็นเช้ือเพลิงในรถยนต์เรียกว่า CNG ข. อเี ทน และโพรเพนใชใ้ นการผลิตเพื่อเปน็ สารต้งั
ตน้ ในกระบวนการผลิตเม็ดพลาสตกิ

ค. แก๊สผสมระหว่างโพรเพน กับบิวเทน ใช้เป็น ง. เฮกเซน (C6H14) ใชเ้ ป็นตวั ทาํ ละลายในการทําเรซนิ
แกส๊ หุงตม้ ตามบา้ นเรือน เรยี กวา่ LPG และแลกเกอร์ ใชล้ า้ งสี

6. ขอ้ ใดเป็นสารผลติ ภัณฑ์ทเี่ กดิ จากปฏิกิริยาแทนท่ี ของโบรมีนในทีส่ ว่างกบั สารประกอบอนิ ทรียต์ ่อไปนี้

C5H12 + Br2 แสง ……………….. + HBr



ก. C5H11Br ข. C5H12Br

ค. C6H12Br ง. ง. C6H13Br

29

7. ขอ้ ใดเรียกช่ือแอลเคนและไซโคลแอลเคน ทม่ี ีโครงสร้างตอ่ ไปน้ีไม่ถูกต้อง

ก. ข.
3-ethyl-2-methyl pentane 3,4-dimethyl hexane

ค. ง.

1-ethyl-3,4-dimethyl pentane cyclooctane

ใชต้ ัวเลือกตอ่ ไปนตี้ อบคําถามข้อ 8-10

ก. เฮกเซน ข. เฮกซนี

ค. เบนซนี ง. แนฟทาลนี

8. สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนท่ีไม่ฟอกสี สารละลายโบรมีนในท่ีมืด และไม่ฟอกสสี ารละลาย KMNO4

แตฟ่ อกสสี ารละลายโบรมนี ในท่สี ว่าง คอื ขอ้ ใด

9. สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ฟอกสสี ารละลายโบรมนี ทั้งในทมี่ ืดและทส่ี ว่าง และฟอกสสี ารละลายKMnO4

คือขอ้ ใด

10. สารประกอบไฮโดรคาร์บอนทไ่ี ม่ฟอกสสี ารละลายโบรมีนในทม่ี ืดและทสี่ วา่ ง และไม่ฟอกสสี ารละลาย

KMnO4 คอื ข้อใด

เป็นยังไงบ้างเดก็ ๆ
ไม่ยากเลยใชม่ ัย๊ จ๊ะ

30

กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น

ชือ่ -สกุล...................................................................................ชัน้ ..................เลขที่................

คำชแี้ จง ให้นักเรียนเลือกคำตอบในแบบทดสอบ แล้วทำเคร่อื งหมาย  ลงใน  ตรงกบั คำตอบ
ที่ถกู ต้องทสี่ ุดเพยี งข้อเดยี ว

ขอ้ ก ข ค ง

1 คะแนนเตม็ 10

2 คะแนนที่ได้

3

4 ผลการประเมนิ
 ดีมาก
5  ดี

6  พอใช้

7  ปรับปรุง

ลงชื่อ.........................................ผปู้ ระเมิน

8 (......................................)
9 วนั ท่.ี ..........เดือน......................พ.ศ...........

10

เกณฑ์การประเมิน
คะแนนระหวา่ ง 9-10 อยู่ในเกณฑ์ ดมี าก
คะแนนระหว่าง 7-8 อยใู่ นเกณฑ์ ดี
คะแนนระหวา่ ง 5-6 อยูใ่ นเกณฑ์ พอใช้
คะแนนระหวา่ ง 0-4 อยใู่ นเกณฑ์ ปรบั ปรงุ

31

บรรณานกุ รม

วรี ชาติ สวนไพรนิ ทร์. (2553). คูม่ ือเตรยี มสอบรายวชิ าเคมีเพมิ่ เติม เล่ม 5 . กรุงเทพฯ: ภมู ิบัณฑติ .
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2558). หนังสอื เรยี นรายวิชาเพมิ่ เติม เคมี เลม่ 5

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 – 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ (พมิ พ์ครงั้ ที่ 7) . กรงุ เทพมหานคร:
โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2554). คู่มอื ครู รายวชิ าเพิ่มเติม เคมี เลม่ 5
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 – 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ (พมิ พ์คร้ังท่ี 1) . กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว
สมพงษ์ จันทร์โพธ์ศิ ร.ี (2553). เคมอี นิ ทรีย์ เลม่ 1. กรุงเทพมหานคร: วิทยพัฒน์.
สมพร เพลินใจ. (2561). เคมีอนิ ทรยี .์ ปทุมธานี: มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล ธัญบุร.ี
สมพล มงคลพิทกั ษ์สขุ . (2553). สรปุ เข้มหวั ใจเคมี ม.4 – 6. กรงุ เทพมหานคร : science center.

32

ภาคผนวก

33

แนวคำตอบใบกิจกรรมที่ 4 รายวชิ าเคมี 4 รหสั ว33221
หนว่ ยที่ 1 เคมีอนิ ทรีย์

ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6

ชอื่ .......................................................................................ชนั้ ม.6/…………………..เลขท่.ี .................

การทดลองท่ี 11.3 สมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

จุดประสงคก์ ารทดลอง

1) การทดลองเพื่อศกึ ษาสมบัติบางประการของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนบางชนดิ ได้

2) บอกสมบัตกิ ารละลายในนำ้ การเผาไหม้ การฟอกจางสโี บรมนี และสารละลายโพแทสเซียม

เปอรแ์ มงกาเนตของเฮกเซน เฮกซนี และเบนซีนได้

ตารางผลการทดลอง

สมบตั ิ การเผาไหม้ การทำปฏกิ ิริยา การทำปฏกิ ริ ยิ ากับสารละลายโบรมีนและ
กบั สารละลาย ทดสอบแกส๊ ทเ่ี กิดข้ึนดว้ ยกระดาษลติ มัสชื้น
การละลายในนำ้
ชนดิ ของสาร KMnO4 ในทมี่ ืด ในท่สี ว่าง

เฮกเซน ไมล่ ะลาย แยก ติดไฟ ให้เปลว สารละลาย สารละลายโบรมนี สารละลายโบรมีน

เปน็ 2 ช้ัน โดยเฮ ไฟสวา่ ง ไม่มี KMnO4 ไม่ และกระดาษลิตมสั เปลย่ี นจากสีน้ำตาล

กเซนอยู่ชั้นบน เขมา่ เปล่ยี นสี ไม่เปล่ียนสี แดงเปน็ ไม่มสี อี ย่าง

นำ้ อยู่ ช้ันลา่ ง ชา้ ๆ และกระดาษ

ลติ มัสสีนำ้ เงิน
เปลี่ยนเปน็ สีแดง

เฮกซนี ไมล่ ะลาย แยก ติดไฟ ใหเ้ ปลว สารละลาย สารละลายโบรมีน สารละลายโบรมนี

เปน็ 2 ชั้น โดยเฮ ไฟสว่างและมี KMnO4 เปล่ียน เปลย่ี นจากสนี ้ำตาล เปลย่ี นจากสีน้ำตาล
กซนี อย่ชู ้นั บน นำ้ เขม่า จากสมี ่วงเป็นไม่มี แดงเป็นไมม่ ีสี และ แดงเปน็ ไม่มสี ี และ
อยู่ ช้ันลา่ ง สี และมีตะกอนสี กระดาษลิตมสั ไม่ กระดาษลติ มัสไม่
นำ้ ตาลดำเกิดขนึ้ เปลย่ี นสี เปลย่ี นสี
เลก็ นอ้ ย

เบนซีน ไม่ละลายแยกเปน็ ตดิ ไฟง่าย สารละลาย สารละลายโบรมนี สารละลายโบรมนี

2 ช้นั โดยเบนซนี ให้เปลวไฟท่ีมี KMnO4 ไม่ และกระดาษลติ มัสไม่ และกระดาษลิตมสั ไม่

อยูช่ ้ันบน นำ้ อยู่ ควันและเขม่า เปล่ยี นสี เปล่ยี นสี เปลยี่ นสี

ชนั้ ลา่ ง มาก

34

สรุปผลการทดลอง
1. สารประกอบไฮโดรคาร์บอนท้ัง 3 ชนดิ คอื เฮกเซน เฮกซนี และเบนซนี ไม่ละลายนำ้ แสดงว่าเป็น
โมเลกุลไมม่ ีขวั้
2. สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนท้ัง 3 ชนิด แยกช้ันลอยอยสู่ ่วนบนของนำ้ แสดงวา่ สารประกอบ
ไฮโดรคาร์บอนมีความหนาแน่นนอ้ ยกวา่ นำ้ ซง่ึ อธิบายไดว้ า่ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนมีแรงยึด
เหนีย่ วระหว่างโมเลกลุ นอ้ ย โมเลกุลจึงอยหู่ า่ งกนั ทำให้มีความหนาแน่นนอ้ ย ส่วนนำ้ เปน็ โมเลกุลมีข้วั
และมีพนั ธะไฮโดรเจนยดึ เหน่ียวระหว่างโมเลกุล ทำใหโ้ มเลกุลอยู่ชิดกันจงึ มีความหนาแน่นมาก
3. การเผาไหม้อย่างสมบรู ณข์ องสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นปฏิกิริยาคายความร้อนได้ผลิตภณั ฑเ์ ป็น
แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์และไอน้ำ แต่การเผาไหม้ของเบนซนี เกิดเขมา่ มาก เฮกซนี เกดิ เขม่าเลก็ น้อย
ส่วนเฮกเซนไมม่ ีเขมา่ แสดงว่าการเผาไหม้ของเบนซนี และเฮกซีนไมส่ มบรู ณ์ สว่ นเฮกเซนเผาไหม้ได้
สมบูรณ์
4. จากปฏกิ ิริยาระหวา่ งสารประกอบไฮโดรคาร์บอนท้ัง 3 ชนดิ กับสารละลายโบรมนี และสารละลาย
โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต สามารถจำแนกสารได้ 3 ประเภท ดงั น้ี
4.1 เฮกเซน เปน็ สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนที่ไม่ฟอกจางสสี ารละลายโบรมนี ในท่มี ดื แตฟ่ อกจางสี
สารละลายโบรมีนในทีส่ วา่ ง แลว้ ได้แกส๊ ไฮโดรเจนโบรไมด์ซึ่งเปลีย่ นสกี ระดาษลิตมสั ช้ืนจาก
สนี ำ้ เงนิ เปน็ สแี ดง และไม่ฟอกจางสสี ารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
4.2 เฮกซนี เปน็ สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ฟอกจางสีสารละลายโบรมนี ในท่มี ืดและทสี่ วา่ ง และ
ฟอกจางสสี ารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
4.3 เบนซนี เป็นสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนทไี่ ม่ฟอกสีสารละลายโบรมนี ในท่มี ดื และท่ีสว่าง และไม่
ฟอกจางสสี ารละลายโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต

คำถามหลงั การทดลอง
1. จากผลการทดลองและข้อมูลเพิ่มเติม จงพิจารณาว่าเฮกเซน เฮกซีน และเบนซีนมีสมบัติเหมือนกันหรือ
แตกต่างกนั อยา่ งไรบา้ ง ?

เฮกเซน เฮกซีน และเบนซีนมสี มบัติทเ่ี หมือนกันดังน้ี คือ
1. การละลายในน้ำ สารทั้ง 3 ชนิดไม่ละลายน้ำเหมอื นกนั แสดงว่าสารทัง้ 3 ชนิดเปน็ โมเลกลุ ไมม่ ีขว้ั
2. การเผาไหม้ สารทั้ง 3 ชนิดสามารถติดไฟได้เหมือนกัน แตเ่ ฮกซีนใหเ้ ปลวไฟไมม่ ีเขมา่ สว่ นเฮกซนี และ

เบนซีนใหเ้ ปลวไฟที่มเี ขมา่
เฮกเซน เฮกซนี และเบนซีนมสี มบตั ทิ แ่ี ตกต่างกนั ดงั นี้ คือ
1. การทำปฏิกิริยากบั สารละลาย KMnO4 สารทัง้ 3 ชนิด ใหผ้ ลการทดลองแตกต่างกนั โดยเฮกเซนและ

เบนซนี ไม่ทำปฏิกิรยิ ากับ สารละลาย KMnO4 ส่วนเฮกซนี ทำปฏกิ ริ ยิ ากบั สารละลาย KMnO4 ได้
ตะกอนสนี ำ้ ตาลดำเกิดขึ้นและสารละลายเปล่ยี นจากสีม่วงเปน็ ไมม่ สี ี

35

2. การทำปฏิกริ ิยากับสารละลายโบรมนี สารทัง้ 3 ชนิดใหผ้ ลการทดลองแตกตา่ งกนั โดยเฮกเซน
สามารถทำปฏกิ ิรยิ ากับสารละลายโบรมนี ในท่ีสว่างเท่านน้ั เฮกซีนสามารถทำปฏิกริ ิยากับสารละลาย
โบรมนี ทงั้ ในทม่ี ืดและทส่ี ว่าง ส่วนเบนซีนไม่สามารถทำปฏิกิรยิ ากบั สารละลายโบรมนี ท้ังในท่มี ดื และที่
สว่าง

2. จงแสดงสมการการเผาไหม้อยา่ งสมบูรณข์ องเฮกเซน (C6H14) เฮกซีน (C6H12) และเบนซนี (C6H6)
สมการการเผาไหม้อยา่ งสมบูรณ์ของเฮกเซน (C6H14) เฮกซีน (C6H12) และเบนซีน (C6H6) แสดงได้ดงั นี้ คือ

2C6H14 + 19O2 → 12CO2 + 14H2O
C6H12 + 9O2 → 6CO2 + 6H2O
2C6H6 + 15O2 → 12CO2 + 6H2O
3. สารชนิดใดเหมาะสมทจี่ ะใช้เป็นเชอ้ื เพลงิ มากทสี่ ุด เพราะเหตุใด

เฮกเซนเหมาะทจ่ี ะนำมาทำเป็นเช้ือเพลิงมากทีส่ ุด เพราะเผาไหมใ้ ห้เปลวไฟสว่าง ไมม่ ีควันและเขม่า

36

แนวคำตอบแบบฝกึ ทกั ษะท่ี 4 รายวชิ าเคมี 4 รหัส ว33221
หนว่ ยท่ี 1 เคมอี นิ ทรีย์
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6

คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นศึกษาใบความรทู้ ี่ 4 เรื่องสารประกอบไฮโดรคาร์บอน 1 แล้วตอบคำถามต่อไปนี้

1. จงเขยี นสูตรโมเลกลุ ของแอลเคน ไซโคลแอลเคน และหม่แู อลคลิ ที่มจี ำนวนอะตอมของคารบ์ อน
ดังตอ่ ไปนี้

ขอ้ จำนวนอะตอมของคารบ์ อน แอลเคน ไซโคลแอลเคน หมแู่ อลคลิ
ก. 9 C9H20 C9H18 C9H19
ข. 10 C10H22 C10H20 C10H21
ค. 16 C16H34 C16H32 C16H33
ง. 18 C18H38 C18H36 C18H37

2. จงเขียนสมการแสดงการเผาไหมอ้ ย่างสมบรู ณ์ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่อไปน้ี

ก. มีเทน CH4 (g) + 2O2 (g) → CO2 (g) + 2H2O(g)

ข. ไซโคลโพรเพน 2C3H6 (g) + 9O2 (g) → 6CO2 (g) + 6H2O(g)

ค. บิวเทน 2C4H10 (g) +13O2 (g) → 8CO2 (g) +10H2O(g)

ง. ออกเทน 2C8H18(g) + 25O2 (g) →16CO2 (g) +18H2O(g)

3. จงอธิบายว่าการเผาไหม้ของ C2H6 C2H4 และ C2H2 สารประกอบน่าจะเกิดเขม่ามากทสี่ ุด เพราะเหตุใด

C2H2 นา่ จะให้เขม่ามากทสี่ ุด เพราะว่าพันธะระหว่างอะตอมของคาร์บอนในโมเลกลุ C2H2 เป็น

พันธะสามซ่ึงต้องใชพ้ ลังงานในการสลายพนั ธะมาก พลังงานท่ไี ดจ้ ากการเผาไหม้ไม่เพียงพอที่จะทำให้พันธะ

สามสลายตวั หมดและทำปฏิกิรยิ ากบั ออกซิเจนได้อย่างสมบูรณ์ จงึ มีคารบ์ อนอสิ ระเหลอื เป็นเขมา่ มากว่า

C2H4 และ C2H6 ซ่งึ มีพันธะระหวา่ งอะตอมของคาร์บอนเป็นพันธะคู่และพันธะเดี่ยว ตามลำดบั

4. จงเขียนโครงสรา้ งลิวอสิ ของผลิตภณั ฑท์ เ่ี กดิ จากปฏกิ ริ ิยาแทนท่ีของคลอรีนในท่สี ว่าง

กับสารประกอบอินทรีย์ตอ่ ไปน้ี

ก. เพนเทน

37

ข. ไซโคลบิวเทน

ค. 2 - เมทิลโพรเพน
ง. 2 - เมทลิ บิวเพน

5. จงเขยี นผลิตภณั ฑท์ เ่ี กิดจากปฏิกริ ยิ าระหวา่ งบวิ เทนกบั โบรมนี ตอ่ ไปน้ี
ก. ปฏิกริ ิยาแทนที่ 1 ตำแหน่ง
ข. ปฏกิ ริ ยิ าแทนท่ี 2 ตำแหน่ง

38

6. สมบตั ขิ องสาร A B C และ D เปน็ ดงั น้ี

สมบตั ิ การละลายในน้ำ การเผาไหม้
สาร
ละลาย ไมห่ ลอมเหลว ไม่ติดไฟ
A ไม่ละลาย ตดิ ไฟ มีเขมา่
B ละลาย หลอมเหลว ไมต่ ิดไฟ
C ไมล่ ะลาย ตดิ ไฟ ไมม่ ีควันและเขม่า
D

ก. สารใดน่าจะเปน็ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน เพราะเหตุใด

สาร B และ D น่าจะเป็นสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน เพราะไม่ละลายในน้ำ และตดิ ไฟได้

ข. สารใดน่าจะทำปฏกิ ริ ยิ ากบั สารละลายโบรมีนในทสี่ ว่างและสารละลายโพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนตได้

สาร B นา่ จะทำปฏกิ ริ ยิ ากับสารละลายโบรมนี ในทีส่ วา่ งและสารละลายโพแทสเซยี มเปอรแ์ มงกาเนต

ได้ เน่ืองจากเมื่อตดิ ไฟแลว้ มีเขม่าเกิดขึ้น แสดงว่าสาร B มีพันธะคู่หรือพนั ธะสามอยใู่ นโมเลกลุ

7. จงเขยี นสตู รโครงสรา้ งแบบเส้นและมุมของแอลเคนและไซโคลแอลเคนต่อไปนี้

ก. Heptane ข. Cycloheptane

ค. 3-Ethylhexane ง. 2,2,4-Trimethylpentane

จ. 4-Ethyl-2,2-dimethyloctane ฉ. Cyclononane

39

8. จงเรยี กช่ือแอลเคนและไซโคลแอลเคนทมี่ ีโครงสรา้ งต่อไปน้ี

CH3

CH3 CH CH CH2 CH3

ก. CH2 CH3
3 – ethyl – 2 – methylpentane (3 – เอทิล – 2 – เมทิลเพนเทน)

CH3

CH3CH2CHCHCH3

ข. CH2CH3
3, 4 –dimethylhexane (3, 4 – ไดเมทิลเฮกเซน)

ค.
2,3,4 trimethylhexane (2,3, 4 – ไตรเมทิลเฮกเซน)

ง.
Cyclooctane (ไซโคลออกเทน)

9. แก๊สหุงต้มทีใ่ ช้ตามบ้านเรือนจะเกบ็ ไว้ในสภาพเปน็ ของเหลวในถงั โลหะหนา นักเรยี นคดิ ว่าวธิ ที ำใหแ้ ก๊สหงุ
ต้มเปน็ ของเหลวทำได้อย่างไร

การทำใหแ้ กส๊ หุงตม้ เป็นของเหลวทำได้โดยลดอุณหภมู แิ ละเพิ่มความดัน แตก่ ระบวนการที่ใช้กัน
ทั่วไปนยิ มเพิม่ ความดนั เพียงอยา่ งเดยี วและบรรจไุ วใ้ นถงั โลหะที่มผี นังหนา

40

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน-หลงั เรียน

คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนตรวจคำตอบของการทดสอบก่อนเรยี น-หลังเรียนจากการเฉลยดังน้ี

กอ่ นเรยี น หลงั เรยี น

ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง

1 1 

2 2 

3 3

4 4 

5 5 

6 6

7 7

8 8

9 9 

10  10 

เป็นยังไงบา้ งคะนกั เรยี น ทำได้กี่คะแนน
เรามาเรมิ่ ต้นเรียนกันดีกวา่ นะคะ


Click to View FlipBook Version