หมู่ฟงั กช์ ัน คอื อะไร?
คือ หมู่ของอะตอมท่ีแสดงสมบัตเิ ฉพาะในโมเลกุลของสารประกอบอินทรยี ์
และเปน็ ส่วนสาคัญในการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
หม่ฟู งั ก์ชัน (Functional Group)
สว่ นใดในโครงสรา้ งท่ีใชใ้ นการจดั กลมุ่ สาร ?
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน และ
หมายถึง สารอินทรีย์ท่ีมีธาตุ
ภายในโมเลกุล อาจประกอบด้วย
ตวั อยา่ งสารประกอบไฮโดรคารบ์ อน
แอลเคนแบบโซเ่ ปิด
แอลเคน
(Alkane)
สารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทอิม่ ตัว
(Saturated hydrocarbon compound)
แอลเคนแบบวง
ไซโคลโพรเพน ไซโคลบวิ เทน ไซโคลเพนเทน
(Cyclopropane) (Cyclobutane) (Cyclopentane)
สารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทอ่ิมตวั
(Saturated hydrocarbon compound)
ชวนคิด
(ใช้หนังสอื เคมี เลม่ 5 ในหน้าท่ี 16 )
ไซโคลแอลเคนมีสูตรทัว่ ไปเหมือนหรอื ตา่ งจากแอลเคนโซเ่ ปดิ
อยา่ งไร ?
ไซโคลแอลเคนมีสตู รทัว่ ไปต่างจากแอลเคนโซ่เปิด โดยไซโคลแอลเคน
มสี ูตรทั่วไปเปน็ CnH2n สว่ นแอลเคนโซ่เปดิ มีสูตรทั่วไปเป็น CnH2n+2
สารประกอบไฮโดรคารบ์ อน
แอลคีน สารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทไม่อม่ิ ตัว
(Alkene) (Unsaturated hydrocarbon compound)
แอลไคน์
(Alkyne)
แอโรมาตกิ ไฮโดรคาร์บอน
ทาให้พันธะคูใ่ นวงเบนซีนมีความเสถียรเพ่มิ ขนึ้ และ สารประกอบไฮโดรคารบ์ อนประเภทไม่อม่ิ ตวั
ไม่วอ่ งไวตอ่ ปฏกิ ิรยิ าเคมีเทา่ กับพันธะคขู่ องแอลคีน (Unsaturated hydrocarbon compound)
ตรวจสอบความเข้าใจ
คาชีแ้ จง ระบุประเภทและหม่ฟู ังกช์ ันของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่กาหนดใหต้ ่อไปนี้
ตรวจสอบความเข้าใจ
คาชีแ้ จง ระบุประเภทและหม่ฟู ังกช์ ันของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่กาหนดใหต้ ่อไปนี้
สารประกอบอนิ ทรียท์ ีม่ ีธาตุออกซิเจนเป็นองคป์ ระกอบ
หมู่แอลคลิ (alkyl group)
หมู่แอลคิล (alkyl group) ถา้ แทน R ด้วยหมู่แอริล (aryl group)
จะแทน R ดว้ ย Ar
ไฮโดรคาร์บอนที่มีไฮโดรเจนหายไป 1 อะตอม
เชน่ -C6H5 (phenyl)
เช่น –CH3 (methyl)
-CH2CH3 (ethyl)
ตรวจสอบความเข้าใจ
คาชีแ้ จง ระบุประเภทและหม่ฟู ังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ที่กาหนดให้ตอ่ ไปนี้
ตรวจสอบความเข้าใจ
คาชีแ้ จง ระบุประเภทและหม่ฟู ังก์ชันของสารประกอบอินทรีย์ที่กาหนดให้ตอ่ ไปนี้
สารประกอบอนิ ทรียท์ มี่ ีธาตุไนโตรเจนเป็นองคป์ ระกอบ
ทาแบบฝึกหัดท่ี 12.2
ในหนังสือเคมี 5 หนา้ 20
มาหาหม่ฟู ังก์ชันกนั เถอะ
Tetracycline เป็นยาปฏิชวี นะท่ใี ช้ระงบั การเจริญเติบโตของเช้ือแบคทเี รยี
ตวั อย่างการท่องจาเรื่องหมู่ฟงั กช์ ันอยา่ งสรา้ งสรรค์
ไฮดรอกซลิ มาหาหมู่ฟงั กช์ ันกนั เถอะ อะมิโน
ไฮดรอกซลิ
ไฮดรอกซิล
ไฮดรอกซลิ คาร์บอนลิ เอไมด์
Ethanol Acetic acid
นักเรียนลองพิจารณาสูตรโครงสร้างของสารอินทรีย์ 2 ชนิด และทานายว่า
เมื่อเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี ตาแหน่งใดในโครงสร้างของสารจะเกิดการเปล่ียนแปลง
(ทาลงใบงานท่ี 3.1 จดุ ประกายความคดิ : หมฟู่ ังก์ชัน)
การทดลองท่ี 11.2
สมบัตบิ างประการของเอทานอลและกรดแอซตี ิก
1) ทดสอบสมบัตกิ ารละลายน้า
2) ทดสอบความเป็นกรด-เบส
3) ทดสอบปฏกิ ริ ิยาเคมี
จุดประสงคข์ องการทดลอง
1) ทดลองเพอ่ื ศึกษาสมบตั ิและปฏกิ ิริยาเคมขี องกรดแอซีตกิ และ
เอทานอลได้
2) ระบตุ าแหนง่ ท่เี กดิ การเปลย่ี นแปลงของสารอนิ ทรีย์เมือ่
เกิดปฏกิ ิรยิ าเคมไี ด้
3) เขยี นสมการเคมแี สดงปฏกิ ิรยิ าทีเ่ กดิ ขน้ึ ได้
วธิ กี ารทดลอง สมบตั กิ ารละลายนา้ และความเปน็ กรด – เบส
ของเอทานอลและกรดแอซีติก
3. ทดสอบด้วยกระดาษ 4. ทาซา้ แต่เปลี่ยนจาก
ลิตมสั ทง้ั สีแดงและนา้ เงนิ เอทานอลเปน็ กรดแอซตี กิ
2. นา้ 10 หยด + เขยา่
(สังเกตการละลาย)
1. เอทานอล 10 หยด
วธิ กี ารทดลอง ปฏกิ ริ ิยาระหวา่ งเอทานอลและกรดแอซตี กิ กับโลหะโซเดยี ม
2. ใชค้ มี คีบโลหะโซเดียมใส่ 3. ทาซา้ แต่เปลย่ี นจาก
ลงในหลอดทดลอง เอทานอลเปน็ กรดแอซตี ิก
(สงั เกตการเปลย่ี นแปลง)
1. เอทานอล 10 หยด
วธิ ีการทดลอง ปฏกิ ิริยาระหว่างเอทานอลและกรดแอซตี กิ
กับโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต
3. โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต 4. ปดิ ด้วยจกุ ท่มี หี ลอดนาแกส๊ ลงในหลอทดลอง
0.5 M 30 หยด ทมี่ แี คลเซยี มไฮดรอกไซด์
(สังเกตการเปลี่ยนแปลง)
1. เอทานอล 30 หยด
2. แคลเซียมไฮดรอกไซด์
30 หยด
1 2 5. ทาซ้าแตเ่ ปลี่ยนจากเอทานอล
เป็นกรดแอซตี ิก
อภปิ รายผลการทดลองที่ 11.2
สมบตั ิบางประการของเอทานอลและกรดแอซตี กิ
1) ทดสอบสมบตั กิ ารละลายนา้
2) ทดสอบความเปน็ กรด-เบส
3) ทดสอบปฏิกิริยาเคมี
ปฏกิ ิรยิ าระหว่างเอทานอลกับโลหะโซเดยี ม
2CH3CH2OH + 2Na → 2CH3CH2ONa + H2
(เอทานอล) (โลหะโซเดยี ม) (โซเดยี มเอทอกไซด์) (แก๊สไฮโดรเจน)
ปฏกิ ิริยาระหว่างกรดแอซติ ิกกบั โลหะโซเดยี ม
2CH3COOH + 2Na → 2CH3COONa + H2
(กรดแอซีติก) (โลหะโซเดียม) (โซเดยี มแอซีเตต) (แกส๊ ไฮโดรเจน)
ปฏกิ ิริยาระหว่างกรดแอซตี ิกกับโซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต
CH3COOH + NaHCO3 → CH3COONa + H2O + CO2
(กรดแอซตี ิก) (โซเดยี มไฮโดรเจน (โซเดียมแอซเี ตต) (น้า) (แก๊สคาร์บอน
คาร์บอเนต) ไดออกไซด์)
CO2 + Ca(OH)2 → CaCO3 + H2O
(แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์) (แคลเซียมไฮดรอกไซด์) (แคลเซยี มคาร์บอเนต) (น้า)