ก
ข
คำนำ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระสบำวหนรกบั ารคสืบเสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง เชื้อเพลิง
ซากดึกดำบรรพ์และผลิตภัณฑ์ สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ผู้สอนได้ดำเนินการจัดทำขึ้น
เพ่ือประกอบการจัดการเรียนการสอนโดยกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ที่เน้นเทคนิค
การสอนอยา่ งหลากหลาย สอดคล้องกบั หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระท่ี 3 สารและสมบัติของสาร ใช้เป็นเคร่ืองมือพัฒ นาวิธีคิด
ของผู้เรียนท้ังคิดเป็นเหตุ คิดเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะสำคัญใน
การค้นคว้าหาความรู้ สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล
ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ได้เรียนรู้ทีละน้อยตามลำดับข้ันตอน
ตามศักยภาพและความสามารถของตนเอง อีกท้ังพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในการแสวงหาความรู้
ดำรงชีวิตในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรูเ้ ท่าทัน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาเคมี เรื่อง เช้ือเพลิง
ซากดึกดำบรรพแ์ ละผลิตภัณฑ์ สำหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 ประกอบด้วยชุดกิจกรรม 5 ชุด
ดังนี้
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ 1 เรอื่ ง กำเนิดถ่านหนิ -หินนำ้ มนั
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ปโิ ตรเลยี ม
ชดุ กิจกรรมการเรียนรทู้ ่ี 3 เรื่อง พอลิเมอร์
ชุดกิจกรรมการเรยี นร้ทู ี่ 4 เรื่อง ผลิตภัณฑจ์ ากพอลิเมอร์
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 5 เรื่อง ความก้าวหน้าและภาวะมลพิษ
เม่ือผู้เรียนศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ นี้แล้ว ผู้เรียนจะมี
ความรู้ ความเข้าใจ เพราะได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบพัฒนาความรู้ ความสามารถได้เต็ม
ศักยภาพของตนเอง ผู้สอนหวังว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสืบเสาะหาความรู้ เล่มน้ี
คงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้เรียน ครูผสู้ อน และผู้ท่สี นจานำไปใช้ในการพฒั นาเยาวชนไทย ให้เป็น
บุคคลแหง่ การเรียนรูแ้ ละมีความสุขในการดำรงชีวติ ในอนาคต
ขอขอบพระคุณ ผู้ที่มีส่วนสนับสนุน ช่วยเหลือ แนะนำ ทุกท่านที่ช่วยให้ชุดกิจกรรม
การเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง เช้ือเพลิงซากดึกดำบรรพ์และ
ผลิตภณั ฑ์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 สำเร็จลุล่วงดว้ ยดี
กานต์สริ ี มาตยว์ ิเศษ
ค
คำแนะนำสำหรับครู
1. ชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ิชาเคมี เร่อื งเช้ือเพลงิ ซากดึกดำบรรพ์และผลิตภัณฑ์ ชัน้
มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีทง้ั หมด 5 ชดุ ใช้ประกอบแผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าเคมี 5 รหสั วชิ า ว33222
จำนวน 14 คาบ
2. ชดุ กจิ กรรมท่ี 1 กำเนิดถา่ นหนิ -หนิ นำ้ มัน มเี นื้อหาเกย่ี วกับ การเกดิ แหล่งกำเนิด
สมบัตแิ ละองคป์ ระกอบของถ่านหิน-หนิ นำ้ มัน รวมท้ังการนำถ่านหนิ -หินนำ้ มันไปใช้ประโยชน์ใน
ชวี ิตประจำวัน ประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียน จดุ ประสงค์ ใบความรู้ ใบกจิ กรรม และ
แบบทดสอบหลงั เรยี น
3. การใชช้ ุดกิจกรรม ครผู ูจ้ ัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ควรปฏิบัติดงั นี้
3.1 ศึกษารายละเอียดเกยี่ วกับแผนการจัดการเรยี นรู้ เนื้อหาที่สอน เอกสารชดุ
กิจกรรมการเรียนร้แู ละคำช้แี จงตา่ ง ๆ ใหเ้ ขา้ ใจก่อนดำเนินกิจกรรมการเรยี นรู้
3.2 เตรียมสอ่ื อปุ กรณ์ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ให้พร้อมและครบจำนวนนักเรียนใน
ช้ันเรยี นแตล่ ะกลุม่ พร้อมทง้ั ทดสอบก่อนให้นักเรียนใช้เรียน
3.3 เมือ่ มีกจิ กรรมฝกึ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ ห้แบง่ นักเรียนเปน็ กลุม่ ๆ ละ
4-5 คน โดยคละนักเรียนเรยี นเก่ง ปานกลางและอ่อน ให้มีการเลือกประธานและเลขานกุ ารกล่มุ
พรอ้ มท้งั ให้ทุกคนไดร้ บั ผดิ ชอบหนา้ ที่ต่าง ๆ ขณะทำกิจกรรม
3.4 ชแี้ จงให้นักเรยี นทราบบทบาทของตน การอ่านคำชแ้ี จงในแตล่ ะกจิ กรรมและ
ปฏิบัตอิ ยา่ งรอบคอบ แล้วจึงใหท้ ำแบบทดสอบก่อนเรียน
3.5 ขณะทน่ี ักเรยี นปฏบิ ัตกิ ิจกรรมครคู อยให้คำปรกึ ษา แนะนำ ให้กำลังใจตลอดจน
กระตุ้นและเปิดโอกาสใหท้ ุกคนมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรม ตามบทบาทที่สมาชกิ ในกลุ่มมอบหมายพร้อม
ท้ังมีการประเมินพฤติกรรมของนักเรยี นไปด้วย
3.6 เมอื่ นกั เรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมจนครบถ้วน ใหน้ ักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี นแล้ว
นำผลทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียนมาแจง้ ให้นักเรียนทราบความก้าวหน้า
3.7 แจ้งใหน้ ักเรียนเตรียมงาน สำหรบั การเรยี นรู้ชุดกจิ กรรมต่อไป
4. การวัดและประเมินผลงานของนักเรยี น ประเมนิ จาก แบบทดสอบก่อนเรยี น แบบฝึก
กิจกรรม การตอบคำถามเพื่อวเิ คราะห์และสรุปผลการทดลอง การเขยี นรายงานผลการทดลอง
ง
คำแนะนำสำหรบั นกั เรยี น
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาเคมี เรื่องเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์และผลิตภัณฑ์ มีทั้งหมด
5 ชุด ใช้ประกอบการเรียนรู้วิชาเคมี 5 รหัสวิชา ว33222 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 เพ่ือเป็นเคร่ืองมือ
พัฒนาวิธีคิดอย่างเป็นระบบของนักเรียน สามารถใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
นำความรไู้ ปใชอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล
2. ชุดกิจกรรมที่ 1 กำเนิดถ่านหิน-หินน้ำมัน มีเน้ือหาเกี่ยวกับ การเกิด แหล่งกำเนิด
สมบัติและองค์ประกอบของถ่านหิน-หินน้ำมัน รวมทั้งการนำถ่านหิน-หินน้ำมันไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียน จุดประสงค์ ใบความรู้ ใบกิจกรรม และ
แบบทดสอบหลงั เรยี น
3. การใชช้ ดุ กจิ กรรมน้ี ให้นักเรยี นปฏบิ ตั ดิ งั นี้
3.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน ในการทำแบบฝึกและการทำกิจกรรมฝึกทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์น้ัน ให้แบ่งหน้าที่ให้ทุกคนได้รับผิดชอบและให้มีการหมุนเวียนเปล่ียน
หนา้ ทกี่ ันทกุ กิจกรรม
3.2 ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนจำนวน 10 ขอ้
3.3 ทำความเข้าใจกับจุดประสงค์ของชุดกิจกรรมอ่านและทำความเข้าใจกับเน้ือหา
ใบความรู้แล้วทำแต่ละกิจกรรมอย่างรอบคอบ โดยทำตามคำช้แี จงในแต่ละกิจกรรม ซึ่งมีท้ังแบบฝึก
กิจกรรม สุดท้ายจงึ ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น จำนวน 10 ขอ้
4. นักเรียนจะศึกษาชุดกิจกรรมน้ีให้ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้ ต้องปฏิบัติตาม
คำแนะนำอยา่ งเคร่งครัด ซื่อสัตย์ตอ่ ตนเองเสมอ มคี วามรับผิดชอบและมีวินยั ในตนเอง นักเรียนจะ
เกดิ ความภาคภูมใิ จในตนเอง เมื่อนักเรยี นสามารถแก้ปัญหาตา่ ง ๆ ไดด้ ้วยตนเองดว้ ยวธิ ีการท่ีถกู ต้อง
และเหมาะสม
5. ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่ระบุไว้ นักเรียนกลับไปศึกษาและทบทวนเนื้อหาในกิจกรรม
นัน้ ๆ ใหม่ แล้วทำแบบทดสอบหลงั เรยี นใหผ้ า่ นเกณฑท์ ก่ี ำหนดไว้
จ
สารบัญ
หน้า
คำนำ…….................................................................................................................................... ก
คำแนะนำสำหรบั ครู................................................................................................................... ข
คำแนะนำสำหรับนกั เรยี น.......................................................................................................... ค
สารบัญ .................................................................................................................................... ง
สาระการเรยี นร.ู้ ......................................................................................................................... 1
จุดประสงค์การเรียนรู้................................................................................................................ 1
แบบทดสอบก่อนเรียน ............................................................................................................ 2
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน .................................................................................................... 5
ข้นั ตอนการดำเนินกจิ กรรม........................................................................................................ 6
กิจกรรมที่ 1.1 แผนผังความคิด พิชติ ถ่านหิน-หินน้ำมัน........................................................ 9
ใบความรู้ที่ 1.1 กำเนดิ ถ่านหิน-หินนำ้ มัน............................................................................... 11
กิจกรรมท่ี 1.2 Stop and Go……………………………….......................................................... 18
กจิ กรรมที่ 1.3 ผลกระทบของถา่ นหนิ และหินน้ำมันท่ีมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม............. 20
กิจกรรมที่ 1.4 ปริศนาอักษรไขว้ เข้าใจถา่ นหนิ หินน้ำมัน..................................................... 21
แบบทดสอบหลงั เรียน .............................................................................................................. 24
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน ...................................................................................................... 27
บรรณานุกรม ........................................................................................................................... 28
ภาคผนวก ................................................................................................................................ 29
ฉ
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) 1
เรื่อง เชอ้ื เพลงิ ซากดึกดำบรรพ์และผลิตภัณฑ์
ชุดที่ 1 กำเนดิ ถ่านหิน-หินนำ้ มัน
สาระการเรยี นรู้
ถา่ นหิน หินนำ้ มัน น้ำมนั ดิบและแก๊สธรรมชาตเิ ปน็ เชอื้ เพลิงซากดึกดำบรรพ์ เปน็ พลงั งานทเ่ี ปน็
ปจั จยั พ้นื ฐานท่ีมีความสำคัญต่อการดำรงชวี ิตของมนุษย์ ถา่ นหนิ เกดิ จากการทับถมและสลายตวั ของซากพืช
มีธาตุคาร์บอนเป็นองคป์ ระกอบหลัก สามารถจำแนกตามอายกุ ารเกิดหรือปรมิ าณคาร์บอนท่เี ป็นองคป์ ระกอบ
ได้เป็นพีต ลกิ ไนต์ ซับบิททู ินัส บทิ มู ินัส และแอนทราไซด์ หนิ น้ำมันเกิดการสะสมและทบั ถมของซากพืชพวก
สาหรา่ ยและสตั ว์เล็กอนื่ ๆ ภายใตแ้ หล่งน้ำและภาวะท่เี หมาะสม เปน็ เวลานับลา้ นปี เป็นหินตะกอนเนื้อ
ละเอียดทีม่ ีการเรียงตัวเปน็ ช้นั บาง ๆ มีสารประกอบอินทรีย์ทีส่ ำคญั คือ เคอโรเจน ซ่งึ จะสลายตวั ใหน้ ำ้ มนั หนิ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้ (K)
1.1 อธิบายการเกิดและการจำแนกชนดิ ของถา่ นหินตามอายกุ ารเกดิ ได้
1.2 อธบิ ายการเกดิ หินน้ำมนั องค์ประกอบและสมบัตขิ องหนิ น้ำมันได้
1.3 อธบิ ายเกย่ี วกับสมบตั ิและการใช้พลงั งานของถ่านหินแตล่ ะชนิดและหินน้ำมนั ได้
1.4 บอกแหลง่ ถ่านหินและหินนำ้ มนั ทส่ี ำคัญของประเทศไทยและของโลกได้
1.5 อธิบายเก่ียวกบั การนำถ่านหนิ และหนิ นำ้ มันไปใชป้ ระโยชนใ์ นด้านต่าง ๆ ได้
2. ดา้ นทักษะ/ กระบวนการ (P)
2.1 ความร่วมมือในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมกลุม่
2.2 ระบปุ ัญหา วิธปี ้องกนั และแก้ไขปญั หาทเี่ กิดจากการใช้ถา่ นหนิ และหินนำ้ มันเปน็ เช้ือเพลิงได้
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
3.1 ความสนใจใฝร่ ู้ ความรอบคอบ การร่วมแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อืน่
ความมีเหตผุ ล และการทำงานร่วมกับผอู้ ่ืนอย่างสรา้ งสรรค์
3.2 เข้าเรียน ปฏบิ ัติกจิ กรรมและสง่ งานตรงเวลา
3.3 บันทกึ ข้อมูลจากการปฏิบตั ิกจิ กรรม ทำแบบฝกึ หดั และแบบทดสอบด้วยความซ่ือสตั ย์
3.4 รกั ษาความสะอาดของห้องเรยี นและสถานทปี่ ฏิบตั ิกจิ กรรม
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 2
เรอ่ื ง กำเนดิ ถา่ นหนิ -หนิ น้ำมนั รายวิชาเคมี 5 รหสั วิชา ว33222 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 เวลา 10 นาที
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบท่ีถกู ต้องทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดยี ว โดยทำเคร่อื งหมาย ตรงกับคำตอบ
ที่ถกู ตอ้ งลงในกระดาษคำตอบ
1. ถ่านหนิ เกดิ จากการทบั ถมของสงิ่ ใด
ก. ซากพชื
ข. สตั ว์และพชื
ค. ซากพืชและซากสัตว์
ง. สารประกอบท่ีมี C, H และ O
2. ขอ้ ใดคือเชื้อเพลงิ ซากดึกดำบรรพ์
ก. นำ้ มันดิบ ถ่านกัมมนั ต์
ข. น้ำมนั ดบิ และถา่ นหนิ
ค. นำ้ มันดิบ ถา่ นกมั มันต์ และแก๊สธรรมชาติ
ง. นำ้ มันดิบ ถ่านหิน และแกส๊ ธรรมชาติ
3. ในการผลติ กระแสไฟฟ้าน้ันมีการใชเ้ ชือ้ เพลิงหลายชนิด อยากทราบวา่ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ทวั่ โลกนัน้ ใชเ้ ชื้อเพลิงจากแหลง่ พลังงานใดมากที่สดุ
ก. พลงั งานน้ำ
ข. ถ่านหนิ
ค. พลงั งานนวิ เคลียร์
ง. แกส๊ ธรรมชาติ
4. การนำลิกไนตม์ าเผาไหมจ้ ะได้แกส๊ และเถา้ ถา่ น แกส๊ ท่ีได้คอื แกส๊ ในข้อใด
1. CO 2. SO2 3. NO 4. NO2
ก. ขอ้ 4 เท่านัน้
ข. ขอ้ 1 และ 4
ค. ขอ้ 1 และ 3
ง. ขอ้ 1 2 และ 4
5. ข้อใดกลา่ วถึงหนิ น้ำมันได้ถูกต้อง
ก. หินนำ้ มนั ทมี่ ีคุณภาพดีจะมปี ริมาณสารอินทรียม์ าก
ข. สภาวะทีเ่ หมาะสมต่อการเกิดหินนำ้ มนั คือที่อุณหภูมิตำ่
ค. หินดินดานเน้ือละเอียดท่ีมีการเรยี งตวั เป็นช้นั บาง ๆ แทรกอยู่กับเคอโรเจน
ง. พลังงานท่ีไดจ้ ากหินน้ำมันสว่ นใหญจ่ ะถกู นำไปใชใ้ นอุตสาหกรรมการผลิตปนู ซีเมนต์
3
6. พิจารณาคา่ ความรอ้ นของถา่ นหนิ ชนิดต่าง ๆ จากตารางต่อไปน้ี
ชนิดของถ่านหนิ ค่าความร้อน (kJ/g)
แอนทราไซต์ 35-38
บิทมู นิ สั 30-35
ซบั บทิ มู นิ สั 20-30
ลิกไนต์ 17-20
นำถ่านหนิ ชนดิ หนึ่งหนัก 6 กรมั มาเผา วัดความร้อนได้ 177 kJ ถ่านหนิ กอ้ นนีเ้ ป็นถา่ นหนิ ชนดิ ใด
ก. แอนทราไซต์
ข. บทิ ูมินสั
ค. ซบั บทิ ูมนิ สั
ง. ลิกไนต์
7. สารอนิ ทรยี ์ที่เปน็ องคป์ ระกอบในหินนำ้ มนั คือสารอินทรียใ์ นขอ้ ใดต่อไปน้ี
1. บทิ ูเมน 2. เคอโรเจน 3. แนฟทา 4. พาราฟนิ
ก. ข้อ 2 และ 3
ข. ข้อ 3 และ 4
ค. ขอ้ 1 และ 2
ง. ข้อ 4 และ 1
8. ข้อใดคือผลกระทบจากการใช้พลังงานถ่านหนิ
ก. การอพยพราษฎร
ข. การเกิดฝุ่นละออง
ค. แก๊สจากการเผาไหม้ถ่านหนิ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
9. แหล่งพลังงานสำรองขนาดใหญ่ของหนิ น้ำมันของประเทศไทยในอนาคตอยู่ทจ่ี งั หวดั ใด
ก. ตราด
ข. ตาก เป็นยังไงบา้ งเดก็ ๆ
ค. กระบ่ี ไม่ยากเลยใช่ม๊ยั จ๊ะ
ง. นครราชสมี า
10. ถ่านหินและหนิ น้ำมนั ถกู นำมาใช้ประโยชนใ์ นดา้ นใดมากทส่ี ุด
ก. อุตสาหกรรมบม่ ใบยาสูบ
ข. อตุ สาหกรรมผลิตปนู ขาว
ค. อตุ สาหกรรมผลติ กระแสไฟฟ้า
ง. อตุ สาหกรรมผลิตปูนซเี มนต์
4
กระดาษคำตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ชุดที่ 1 กำเนดิ ถา่ นหนิ -หินน้ำมัน
ชอ่ื -สกุล...................................................................................ชัน้ ..................เลขท่.ี ...............
คำช้ีแจง ให้นักเรยี นเลอื กคำตอบในแบบทดสอบ แลว้ ทำเครื่องหมาย ลงใน ตรงกับคำตอบ
ทีถ่ ูกต้องท่สี ดุ เพียงข้อเดียว
ข้อ ก ข ค ง
1 คะแนนเต็ม 10
2 คะแนนทไี่ ด้
3
4 ผลการประเมิน
5 ดีมาก
ดี
6 พอใช้
7 ปรบั ปรุง
8 ลงชื่อ.........................................ผปู้ ระเมิน
9 (......................................)
10 วันท.ี่ ..........เดือน......................พ.ศ...........
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนนระหว่าง 9-10 อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก
คะแนนระหวา่ ง 7-8 อยู่ในเกณฑ์ ดี
คะแนนระหวา่ ง 5-6 อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
คะแนนระหวา่ ง 0-4 อยใู่ นเกณฑ์ ปรบั ปรงุ
5
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
ชุดท่ี 1 กำเนิดถา่ นหิน-หินนำ้ มัน
คำชีแ้ จง ให้นักเรียนตรวจคำตอบของการทดสอบก่อนเรยี นจากการเฉลยดงั นี้
ข้อ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
เป็นยงั ไงบ้างคะนักเรยี น ทาได้ก่ี
คะแนน เรามาเร่ิมต้นเรยี นกนั
ดีกว่านะคะ
ขนั้ ตอนการดำเนินกจิ กรรม 6
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E) เรื่อง เชื้อเพลิงซากดกึ ดำบรรพแ์ ละ
ผลติ ภณั ฑ์ รายวชิ าเคมี 5 รหัสวชิ า ว33222 สำหรบั นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6 ชุดที่ 1 กำเนดิ ถา่ นหนิ -หนิ
น้ำมัน เวลา 2 คาบ (1 คาบ เทา่ กบั 50 นาที รวมเป็น 100 นาที) โดยมีขัน้ ตอนในการดำเนนิ กจิ กรรมดังน้ี
ขนั้ สรา้ งความสนใจ (20 นาที)
1. นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น เรอ่ื ง กำเนิดถา่ นหนิ -หินนำ้ มนั
2. ครนู ำส่ือวดี ทิ ศั นเ์ กย่ี วกบั การใชพ้ ลังงานจากเชื้อเพลิงประเภทตา่ ง ๆ ของโลกจากอดตี จนถงึ
ปัจจบุ นั มาเปิดให้นกั เรยี นดู จากตัวอย่างเวบ็ ไซต์ http://www.youtube.com/watch?v=r-8rPIGQoRg
(ชือ่ ไฟล์ : สถานการณ์พลงั งานของประเทศไทย) พร้อมให้นักเรยี นทงั้ ร่วมกนั อภปิ รายถึงแนวโนม้ ของปริมาณ
การใชเ้ ช้อื เพลงิ
3. ครนู ำอภปิ รายเก่ยี วกบั เชื้อเพลงิ ท่ใี ช้ในปจั จบุ นั ว่าเกิดข้นึ มาได้อยา่ งไร และได้มาจากแหล่งใดบ้าง
เพ่ือเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง ถา่ นหินและหินนำ้ มนั
ขัน้ สำรวจและคน้ หา (35 นาที)
4. นักเรียนแบง่ กลุม่ ๆ ละ 4 คน แล้วแบง่ เปน็ 2 สาย คอื สาย A และ สาย B สายละ 5-6 กลมุ่
จากนนั้ ส่งตวั แทนจบั สลาก เพอื่ เลือกว่าสายใดจะได้ศกึ ษาหัวข้อถา่ นหินหรือหัวข้อหนิ น้ำมัน
5. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ทำกิจกรรมที่ 1.1 แผนผงั ความคิด พชิ ิตถ่านหนิ -หินนำ้ มัน โดยรว่ มกัน
ศึกษาการเกิด องค์ประกอบ สมบตั ิและประโยชน์ ของถา่ นหนิ หรือหินน้ำมนั โดยศึกษาจากใบความรทู้ ่ี 1.1
เรื่องกำเนิดถ่านหนิ และหินน้ำมนั หนงั สอื เรียนเคมี ส่อื หรือแลง่ เรยี นรู้อน่ื ๆ แล้วสรปุ ความรทู้ ไี่ ดเ้ ป็นแผนผงั
ความคดิ (Concept map) ในกระดาษบรู๊ฟ แล้วนำผลงานทไี่ ด้ไปตดิ บริเวณผนังห้องเรยี น
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันอา่ น วิเคราะห์และอภปิ รายผลงานของเพ่ือนกล่มุ อื่น พร้อมทง้ั เขียน
ขอ้ คิดเห็นของกล่มุ และเครอ่ื งหมายดงั ตอ่ ไปนี้ ลงในผลงาน (Gallery Walk)
- เครือ่ งหมาย ✓ หน้าข้อความที่เหน็ ดว้ ย
- เครอื่ งหมาย หนา้ ข้อความทไี่ มเ่ ห็นด้วย
- เครอื่ งหมาย หน้าข้อความทไ่ี มแ่ นใ่ จ
7. นักเรียนกลับมาที่กลุ่มตนเอง อ่านขอ้ คิดเห็นท่ีเพื่อนเขียนไว้ ร่วมกนั อภิปรายและปรับปรงุ
รายงานผลงานของกล่มุ ตนเอง
7
ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป
(20 นาที)
8. ครนู ำอภปิ รายเพื่อสรุปความรเู้ รือ่ งถ่านหินและหินน้ำมัน โดยการชมสือ่ วีดทิ ศั น์ จากตัวอยา่ ง
เวบ็ ไซต์ http://www.youtube.com/watch?v=W6vNO5S-9rl (ช่อื ไฟล์ : ถ่านหนิ หินนำ้ มนั และ
ปโิ ตรเลยี ม)
9. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั ศกึ ษาวตั ถุประสงค์ คำช้ีแจงกจิ กรรมท่ี 1.2 Stop and Go
10. ครแู จกคำถามกลมุ่ ละ 1 ชุด แลว้ ให้สญั ญาณ โดยเรมิ่ ตน้ ทส่ี มาชกิ คนท่ี 1 เขียนคำตอบ เม่อื มี
สญั ญาณให้หยดุ (Stop) ใหส้ ่งตอ่ แผ่นคำถาม (Go) ให้คนท่ี 2 แล้วสง่ ตอ่ ไปใหค้ นต่อไปเร่อื ย ๆ จนครใู ห้
สัญญาณหมดเวลา คนสดุ ท้ายนำคำตอบไปติดไว้ที่บอรด์
11. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปคำตอบแต่ละข้อ ครูอธิบายเพมิ่ เติมสำหรับคำตอบที่นักเรียนยัง
เขา้ ใจไมถ่ ูกต้อง
12. ครูนำอภปิ รายโดยอาจต้ังคำถามวา่ นักเรยี นคดิ ถ่านหินและหินนำ้ มันนอกจากจะมีประโยชนใ์ ช้
เปน็ พลังงานเชื้อเพลิงแล้ว ยังมีผลกระทบตอ่ ส่งิ มชี ีวิตและส่ิงแวดล้อมหรือไม่ อย่างไร เพือ่ เชื่อมโยงสู่
กจิ กรรมท่ี 1.3 ผลกระทบของถ่านหินและหินนำ้ มนั ที่มตี ่อส่ิงมชี ีวติ และสิ่งแวดล้อม
ข้นั ขยายความรู้ (15 นาที)
13. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกัน ศกึ ษาวัตถปุ ระสงค์ คำช้ีแจงกิจกรรมท่ี 1.3 ผลกระทบของถา่ นหิน
และหนิ นำ้ มนั ท่ีมตี ่อสงิ่ มีชีวติ และส่ิงแวดล้อม แล้วร่วมกันออกแบบการทำงาน แล้วกลบั ไปทำต่อเป็นการบา้ น
นำมาส่งในคาบต่อไป
ขน้ั ประเมิน (20 นาที)
14. นักเรียนอ่านวตั ถปุ ระสงค์และทำความเขา้ ใจวธิ ีการทำกิจกรรมท่ี 1.4 ปรศิ นาอักษรไขว้ เขา้ ใจ
ถา่ นหิน-หินนำ้ มนั
15. นักเรียนทำกิจกรรมที่ 1.4 ปริศนาอักษรไขว้ เขา้ ใจถ่านหิน-หินน้ำมัน แต่ละกล่มุ จะไดเ้ กม 1
ชดุ ประกอบด้วยแผนภาพปรศิ นาอักษรไขว้ 1 แผ่น นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันทำกิจกรรมโดยเตมิ ตัวอกั ษร
หรอื คำศัพทภ์ าษาอังกฤษทีม่ ีความสัมพนั ธก์ ับคำหรือข้อความท่ีเปน็ ภาษาไทย ครปู ระเมินโดย การตรวจ
คำตอบทถ่ี ูกต้อง
8
16. ครปู ระเมนิ นักเรียนโดยการสังเกตจากการทำงานภายในกลมุ่ การนำเสนอข้อมลู
การอภิปรายและการตอบคำถาม
17. นักเรียนแต่ละคนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น เรื่อง กำเนิดถา่ นหิน-หนิ นำ้ มัน
เม่ือศกึ ษาพร้อมแลว้ ก็
เร่ิมกิจกรรมกนั เลย
พยายามเขา้ นะ เดก็
ๆ
กจิ กรรมที่ 1.1 9
แผนผงั ความคิด พชิ ิตถ่านหิน-หินน้ำมนั
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายการเกิดและการจำแนกชนดิ ของถา่ นหินตามอายุการเกดิ ได้
2. อธบิ ายการเกดิ หินนำ้ มนั องค์ประกอบและสมบตั ขิ องหินน้ำมนั ได้
3. อธบิ ายเกย่ี วกบั สมบัตแิ ละการใชพ้ ลงั งานของถา่ นหินแต่ละชนดิ และหนิ น้ำมนั ได้
4. บอกแหลง่ ถา่ นหนิ และหินนำ้ มนั ทส่ี ำคัญของประเทศไทยและของโลกได้
5. อธบิ ายเกี่ยวกับการนำถา่ นหินและหนิ นำ้ มันไปใช้ประโยชนใ์ นด้านตา่ ง ๆ ได้
สื่อ วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. กระดาษบรู๊ฟ 1 แผ่น 2. ปากกาเคมี 3 ด้าม
แนวทางการทำกจิ กรรม
คำชีแ้ จง
1. นกั เรียนอ่านวัตถปุ ระสงคแ์ ละทำความเข้าใจวิธกี ารทำกิจกรรมท่ี 1.1 แผนผังความคดิ พชิ ติ ถ่านหิน-หนิ
น้ำมัน
2. นักเรียนแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 4 คน แลว้ แบง่ เป็น 2 สาย คือสาย A และสาย B สายละ 5-6 กลมุ่ จากนน้ั สง่
ตวั แทนจบั สลาก เพ่ือเลือกวา่ สายใดจะไดศ้ กึ ษาหวั ข้อถา่ นหินหรือหวั ข้อหินนำ้ มัน โดยรว่ มกนั ศึกษา การเกิด
องค์ประกอบ สมบตั แิ ละประโยชน์ ของถา่ นหนิ หรอื หนิ น้ำมนั โดยศกึ ษาจากใบความรทู้ ่ี 1.1 เร่อื งกำเนดิ
ถ่านหินและหนิ น้ำมนั หนังสือเรยี นเคมี สื่อหรือแลง่ เรียนรอู้ ่นื ๆ แลว้ สรุปความรู้ท่ไี ดเ้ ป็นแผนผังความคดิ
(Concept map) ในกระดาษบรู๊ฟ แล้วนำผลงานทไ่ี ด้ไปติดบริเวณผนงั ห้องเรียน
3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันอา่ น วเิ คราะหแ์ ละอภิปรายผลงานของเพ่ือนกลุม่ อ่นื พร้อมท้ังเขยี น
ข้อคิดเหน็ ของกลมุ่ และเครอื่ งหมายดังต่อไปนี้ ลงในผลงาน (Gallery Walk)
- เครือ่ งหมาย ✓ หนา้ ข้อความท่เี หน็ ดว้ ย
- เครื่องหมาย หนา้ ข้อความท่ไี ม่เหน็ ด้วย
- เครื่องหมาย หนา้ ข้อความทไ่ี มแ่ นใ่ จ
4. นักเรียนกลบั มาที่กลมุ่ ตนเอง อา่ นขอ้ คิดเหน็ ทเี่ พื่อนเขียนไว้ รว่ มกันอภิปรายและปรับปรุงรายงาน
ผลงานของกล่มุ ตนเอง
5. ตวั แทนนักเรยี นกลุ่มที่มผี ลงานดีท่ีสดุ ของแตล่ ะสาย นำเสนอผลงานและครนู ำผลงานที่ยงั ไมส่ มบรู ณ์
มาอภิปรายร่วมกนั กับนกั เรียนเพื่อให้ได้ขอ้ สรุปท่ีถูกต้อง
10
แผนผังความคดิ พชิ ติ ถ่านหิน-หนิ น้ำมนั
ใบความรทู้ ่ี 1.1 11
กำเนิดถา่ นหิน-หนิ นำ้ มนั
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการเกิดและการจำแนกชนดิ ของถ่านหินตามอายุการเกิดได้
2. อธบิ ายการเกดิ หนิ น้ำมัน องค์ประกอบและสมบัติของหินน้ำมนั ได้
3. อธิบายเกี่ยวกับสมบตั ิและการใช้พลงั งานของถ่านหนิ แต่ละชนิดและหินนำ้ มนั ได้
4. บอกแหลง่ ถ่านหินและหนิ นำ้ มนั ทส่ี ำคัญของประเทศไทยและของโลกได้
5. อธิบายเก่ียวกบั การนำถ่านหินและหินนำ้ มันไปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ ได้
เช้อื เพลงิ ซากดกึ ดำบรรพ์ (Fossil Fuel)
เชื้อเพลงิ ซากดึกดำบรรพ์ (Fossil Fuel) หมายถึง เช้อื เพลิงที่ได้จากการหมักทับถมกันของ
สารอนิ ทรยี ์ทง้ั จากพชื และสตั ว์เปน็ ระยะเวลายาวนาน จนมีการเปล่ียนแปลงโครงสร้างเป็นเชื้อเพลงิ ที่นำมาใช้
ใหเ้ กดิ พลงั งานต่าง ๆ
เชอ้ื เพลิงซากดึกดำบรรพ์ มี 3 ประเภท ดังนี้
1. ถา่ นหิน
2. น้ำมนั ดิบ
3. แก๊สธรรมชาติ
1. ถ่านหิน (Coal)
ถา่ นหนิ เป็นหินตะกอนทีก่ ำเนิดมาจากซากพืช ลักษณะแข็งแตเ่ ปราะ มีสีน้ำตาลถงึ ดำ มที ง้ั ชนิดผิว
มนั และผิวด้าน องค์ประกอบหลกั ในถา่ นหนิ คือธาตคุ ารบ์ อน และธาตุอนื่ ๆ เชน่ ไฮโดรเจน ออกซิเจน
ไนโตรเจน และกำมะถนั นอกจากน้ีอาจพบธาตุที่มีปริมาณนอ้ ย เชน่ ปรอท สารหนู ซีลเี นยี ม โครเมียม
นิกเกลิ ทองแดง และแคดเมียม ซึง่ เป็นสาเหตุสำคญั ทกี่ ่อให้เกิดปญั หากับสุขภาพและส่งิ แวดลอ้ ม
ปริมาณสำรอง ประกอบดว้ ยปริมาณที่พิสูจนแ์ ล้วและปรมิ าณที่ยงั ไมไ่ ด้พสิ ูจน์ ปรมิ าณสำรองท่ี
พิสจู น์แล้วคอื ปริมาณท่ีค้นพบแล้ว และจะสามารถผลิตข้นึ มาใช้ใหค้ ุ้มค่าได้ค้อนขา้ งแน่นอน
ปริมาณสำรองของถ่านหินท่มี ีอยู่ในปัจจุบนั ทว่ั โลกจะใช้ได้อีกอย่างน้อย 150 ปี
1.1 การเกิดถา่ นหิน
พืชในยคุ โบราณเมอ่ื ประมาณ 350 ถงึ 280 ลา้ นปที ผ่ี ่านมา เมอื่ ตายลงแลว้ เกิดการทับถมและเนา่
เปอื่ ยผพุ ังอยใู่ ต้แหล่งนำ้ และโคลตม เมอ่ื เกดิ การเปล่ียนแปลงของผิวโลก ลกิ นนิ
เชน่ แผน่ ดินไหว หรือภเู ขาไฟระเบิด ซากพชื เหลา่ นีจ้ ะจมลงไปในผิวโลก เป็ น ส า ร ป ร ะ ก อ บ ที่ มี อ ยู่ ใ น
ภายใตค้ วามร้อนและความดันสูง ซากพืชเหล่านซี้ ่ึงอยใู่ นภาวะที่ขาด เนื้อไม้ มักเกิดร่วมกับเซลลูโลส เป็น
ออกซเิ จนหรอื มอี อกซิเจนจำกัดจะเกดิ การยอ่ ยสลายอย่างช้า ๆ สารเคลือบผนังเซลล์ของพืชเพ่ือเพ่ิม
ความแข็งแรงใหแ้ กพ่ ชื
12
โครงสร้างของพชื ซงึ่ ประกอบดว้ ยเซลลูโลส นำ้ และลิกนิน ซงึ่ มีธาตอุ งค์ประกอบเปน็ คาร์บอน ไฮโดรเจน และ
ออกซิเจน เมื่อถูกยอ่ ยสลายใหม้ ขี นาดโมเลกุลเล็กลงคารบ์ อนจะเปลย่ี นแปลงเป็นสารประกอบอินทรีย์ท่ีมี
ปริมาณคารบ์ อนตงั้ แตร่ ้อยละ 50 โดยมวล หรอื มากกวา่ ร้อยละ 70 โดยปริมาตร ส่วนไฮโดรเจนและออกซเิ จน
จะเกิดเปน็ สารประกอบอนื่ แยกออกไปแสดงภาพที่ 1.1
ปัจจัยท่ีมีผลต่อสมบัติของถ่านหิน การที่
สมบัติทางกายภาพและทางเคมีของถ่านหิน
ตามแหล่งต่าง ๆ แตกต่างกัน เป็นผลจาก
ปัจจยั หลายอย่างดงั นี้
1. ชนิดของพชื
2. การเนา่ เปอ่ื ยที่เกดิ ข้ึนการถูกฝงั กลบ
3. ปริมาณสารอนนิ ทรีย์ท่ีปนเปอ้ื นในข้นั ตอน
ภาพที่ 1.1 ลกั ษณะการเกิดถา่ นหนิ การเกิด
4. อณุ หภมู แิ ละความดันในขณะทม่ี ี
ที่มา : http://www.promma.ac.th/main/chemistry/ การเปล่ยี นแปลง
boonrawd_site/coal_born.thmid=1466
1.2 ประเภทของถา่ นหิน
ถา่ นหนิ สามารถจำแนกตามอายกุ ารเกิด หรือปริมาณคารบ์ อนทเ่ี ป็นองคป์ ระกอบได้เปน็ 5 ประเภท
ดังน้ี
1. พตี (Peat) เป็นถ่านหินในข้ันเร่มิ ต้นของกระบวนการเกิดถ่านหินซากพชื บางส่วนยงั สลายตัว ไม่
หมด และมีลักษณะใหเ้ หน็ เป็นลำตน้ กง่ิ หรือใบ มีสีน้ำตาลจนถงึ สีดำ มคี วามช้ืนสูง ใช้เป็นเชอื้ เพลงิ เพ่อื ให้
ความรอ้ นในบ้านและผลิตกระแสไฟฟ้า ข้อดีของพีตคือมีร้อยละของกำมะถนั ต่ำกว่าน้ำมันและถ่านหินอื่น ๆ
2. ลกิ ไนต์ (Lignite) หรือถา่ นหนิ สนี ้ำตาล เปน็ ถา่ นหินท่ีมซี ากพืชเหลอื อยู่เลก็ น้อย ลักษณะเนื้อ
เหนยี วและผิวดา้ น มีปริมาณออกซิเจนและความชืน้ ตำ่ มปี ริมาณคารบ์ อนสงู กว่าพตี เม่ือตดิ ไฟมคี วนั และเถ้า
ถ่านมาก ลิกไนต์ใช้เปน็ เชื้อเพลงิ สำหรบั ให้ความร้อนและใชเ้ พื่อผลติ กระแสไฟฟ้า
3. ซับบทิ ูมินัส (Sub–bituminous) เป็นถา่ นหนิ ท่เี กิดนานกว่าลกิ ไนต์ มีสนี ้ำตาลจนถึงดำ ลกั ษณะ
มีทงั้ ผวิ ด้านและผวิ มัน มีท้งั เน้ืออ่อนร่วนและแขง็ มีปรมิ าณออกซิเจนและความชื้นต่ำ แต่มีปริมาณคาร์บอนสูง
กว่าลกิ ไนต์ ใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรบั ผลติ กระแสไฟฟา้ และอตุ สาหกรรม
4. บทิ ูมนิ สั (bituminous) เป็นถา่ นหนิ ท่เี กิดนานกวา่ ซบั บทิ ูมนิ ัส มีเน้ือแน่นและแข็ง มที ้ังสีน้ำตาล
จนถึงสีดำ มีปริมาณออกซเิ จนและความช้ืนต่ำ แต่มีปรมิ าณคาร์บอนสูงกวา่ ซบั บิทูมินสั ใชเ้ ปน็ เชื้อเพลิงในการ
ถลุงโลหะ และนำมาเปน็ วัตถุดิบเพอื่ เปลย่ี นเป็นเชอ้ื เพลงิ เคมอี ่ืน ๆ ได้
13
5. แอนทราไซต์ (Anthracite)เป็นถ่านหนิ ทมี่ ีอายกุ ารเกดิ นานท่สี ดุ มีสดี ำ ลักษณะเน้ือแน่น แข็ง
และเป็นมนั มีปริมาณออกซิเจนและความชน้ื ตำ่ แต่มปี รมิ าณคารบ์ อนสงู กวา่ ถ่านหินชนดิ อืน่ จุดไฟตดิ ยาก
เม่ือตดิ ไฟจะให้เปลวไฟสนี ำ้ เงินจาง ๆ มีควนั น้อย ให้ความร้อนสูง และไม่มสี ารอินทรีย์ระเหยออกมาจากการ
เผาไหม้
ภาพที่ 1.2 ลักษณะและการเกดิ ถา่ นหนิ ชนดิ ตา่ งๆ โดยลูกศรในแนวดงิ่ แสดงความลกึ ท่ีพบถา่ นหนิ
ชนิดตา่ ง ๆ ซ่งึ แปรผนั ตรงกบั ความดนั ท่กี ดทับ ลูกศรแนวนอนแสดงเวลาท่ีผา่ นไปที่ทำให้
เกิดชนิดของถ่านหนิ ซ่ึงแปรผันตรงกับปริมาณคารบ์ อนและค่าพลงั งานที่เพิม่ ขน้ึ
ที่มา : http://www.vcharkarn.com/lesson/1462
ตารางท่ี 1.1 ปริมาณร้อยละของธาตุองคป์ ระกอบและความชื้นของถ่านหนิ ชนิดตา่ ง ๆ เทียบกับไม้
ชนดิ ของสาร ปริมาณของธาตุองค์ประกอบ (ร้อยละโดยมวล) ความชน้ื
(รอ้ ยละโดยมวล)
CHO N S
*
ไม้ 50 6 43 1 - 75-80
50-70
พีต 50-60 5-6 35-40 2 1 25-30
5-10
ลิกไนต์ 60-75 5-6 20-30 1 1 2-5
ซบั บิทมู ินสั 75-80 5-6 15-20 1 1
บทิ มู ินัส 80-90 4-6 10-15 1 1
แอนทราไซต์ 90-98 2-3 2-3 1 1
* ขึน้ อยู่กบั ชนดิ ของพันธ์ุไม้
ข้อควรทราบ - ถ่านหนิ ท่มี ีจำนวนคาร์บอนสงู และมธี าตุอ่ืนๆ ต่ำ เมือ่ นำมาเผาจะให้
ความร้อนมาก ถือวา่ เปน็ ถ่านหินคุณภาพดี
- แอนทราไซดเ์ ป็นถ่านหนิ ที่มีคุณภาพดที ส่ี ดุ แต่เน่ืองจากหายากและ
มีราคาแพง ในทางอตุ สาหกรรมจงึ บทิ มู นิ ัสแทน
14
1.3 การใช้ประโยชนจ์ ากถา่ นหนิ
การใ ้ชถ่านหิน ส่วนมากใช้ ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ใชผ้ ลิตกระแสไฟฟา้ ใชใ้ นการถลุงเหล็ก ใชเ้ ปน็ เชื้อเพลิง
ผลติ กระแสไฟฟ้า ใชผ้ ลิตปนู ซเี มนต์ และผลติ เหลก็ กลา้ ตามบ้าน ผลติ
ใช้ผลติ ปนู ซเี มนต์ ถ่านไรค้ วนั และ
ใช้ในอุตสาหกรรม
ใช้ในอตุ สาหกรรม
เพ่ือผลิตนำ้ รอ้ น ขนาดเลก็
ถ่านหนิ ผลติ ไอน้ำ ถา่ นหนิ ผลติ ถา่ นโค้ก
(steam coal) (coking coal)
ช ินดของถ่านหิน ลกิ ไนต์ ซบั บิทมู ินัส บทิ ูมินสั แอนทราไซด์
ถ่านหนิ ชน้ั คณุ ภาพตำ่ ถา่ นหนิ ช้ันคณุ ภาพสงู
(low rank coal) (high rank coal)
ปรมิ าณคารบ์ อนและคา่ ความรอ้ นของถา่ นหนิ ค่าสูง
ค่าสงู คา่ ความชน้ื
ผลกระทบทเี่ กิดจากการใช้ถ่านหิน
การเผาไหม้ของถ่านหนิ จะได้ผลิตภัณฑเ์ ป็นแกส๊ ท่ีขน้ึ อยู่กับองคป์ ระกอบของถ่านหิน ไดแ้ ก่ CO2,
CO, SO2, NO2
➢ CO2 เปน็ สาเหตขุ องสภาวะเรอื นกระจก
➢ CO เปน็ แก๊สไม่มีสแี ละไมม่ ีกลน่ิ เปน็ แก๊สพิษ เม่ือสดู ดมเขา้ ไปมากจะทำให้มึนงง
คล่ืนไส้ อาจหมดสติถึงตายได้
➢ SO2 และ NO2 ทำให้เกดิ การระคายเคืองต่อระบบหายใจและปอด เปน็ สาเหตุสำคัญ
ของภาวะมลพษิ ในอากาศ เปน็ สาเหตุของฝนกรด ทำให้นำ้ ในแหล่งนำ้ ตา่ ง ๆ มีความเปน็ กรดสูงขนึ้
สง่ ผลต่อการเจริญเตบิ โตของทง้ั พืชและสตั ว์
➢ ของเสียทีเ่ ป็นเถ้าถา่ นและฝ่นุ จากการเผาถ่านหินจะมีพวกโลหะต่าง ๆ ปนออกมาด้วย
ถา้ กำจดั ไมถ่ ูกต้องจะมผี ลเสียตอ่ สง่ิ มชี วี ติ และส่งิ แวดล้อม เถ้าพวกน้ีกำจดั ไดโ้ ดยผสมกับซีเมนตเ์ พ่ือใช้ใน
การก่อสร้าง ใชถ้ มถนน หรือนำไปผ่านกระบวนการเพื่อแยกโลหะออกมาใช้ประโยชน์ สำหรับฝ่นุ ทเ่ี กดิ ข้นึ
ถา้ ไม่มกี ระบวนการกำจดั ท่ีดจี ะฟุ้งกระจายไปในบรรยากาศ ปจั จุบันใช้อปุ กรณ์ทมี่ ีประสิทธภิ าพโดยใช้
หลักการทางไฟฟา้ สถติ เพ่ือดูดจบั ฝนุ่ เหล่านีไ้ ว้
15
2. หนิ น้ำมนั (Oil Shale)
หินน้ำมัน หมายถึง หินตะกอนเน้ือละเอียดที่มีการเรียงตวั เปน็ ชนั้ บาง ๆ มีสารประกอบอินทรียท์ ี่
สำคัญคือเคอโรเจน (Kerogen) แทรกอย่รู ะหว่างชั้นหินตะกอน โดยทวั่ ไปมีความถ่วงจำเพาะ 1.6–2.5
เคอโรเจน (Kerogen) เปน็ สารอนิ ทรีย์ที่เปน็ ของแขง็ ลักษณะเปน็ ไข มีขนาดโมเลกลุ ใหญ่ มีมวลโมเลกุล
มากกว่า 3000 ประกอบด้วย C 64–89% H 7.1–12.8% N 0.1–3.1% S 0.1– 8.7% O 0.8–24.8% โดย
มวล
หนิ นำ้ มันคณุ ภาพดจี ะมสี ีนำ้ ตาลไหม้จนถงึ สีดำ มลี ักษณะแขง็ และเหนียว เมื่อสกัดหนิ นำ้ มันดว้ ยความ
ร้อนทเี่ พียงพอ เคอโรเจน จะสลายตัวให้ น้ำมันหิน ซงึ่ มลี ักษณะคลา้ ยน้ำมันดิบ ถ้ามีปริมาณเคอโรเจนมากก็
จะไดน้ ำ้ มันหินมาก การเผาไหม้น้ำมนั หนิ จะมเี ถ้ามากกวา่ รอ้ ยละ 33 โดยมวลโดยในขณะท่ีถ่านหนิ มเี ถ้าน้อย
กวา่ รอ้ ยละ 33
ภาพที่ 1.3 ลกั ษณะของหินนำ้ มนั
ทม่ี า : http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=423626
ภาพที่ 1.4 หินน้ำมันที่มีเคอโรเจนแทรกอยรู่ ะหว่างชน้ั หนิ ตะกอน
ที่มา : http://www.promma.ac.th/main/chemistry/boonrawd_site/oil_shale.htm
16
2.1 การเกดิ หินนำ้ มนั
หนิ น้ำมนั เกิดจากการสะสมและทับถมตวั ของซากพืชพวกสาหรา่ ย และสตั วพ์ วกแมลง ปลา และ
สัตวเ์ ลก็ ๆ อนื่ ๆ ภายใต้แหลง่ น้ำที่ภาวะเหมาะสมซึง่ มปี ริมาณออกซเิ จนจำกดั มีอุณหภูมิสูง และถกู กดทบั
จากการทรุดตวั ของเปลอื กโลกเปน็ เวลานบั ลา้ นปี ทำให้สารอนิ ทรียใ์ นซากพชื และสัตวเ์ หล่านน้ั เกดิ
การเปลยี่ นแปลงเป็นสารประกอบเคอโรเจน ผสมคลุกเคลา้ กับตะกอนดนิ ทรายที่ถกู อัดแนน่ กลายเป็นหนิ นำ้ มัน
หนิ น้ำมนั แต่ละแหล่งในโลกมีชว่ งอายุตั้งแต่ 3–600 ล้านปี
หินท่ีเป็นแหล่งกำเนิดหินน้ำมันจะคล้ายกบั หนิ ทีเ่ ป็นแหล่งกำเนิดปิโตรเลยี ม แต่หนิ น้ำมันอาจมี
ปริมาณเคอโรเจนมากถึงร้อยละ 40 ในขณะทป่ี ิโตรเลียมมีประมาณร้อยละ 1
2.2 ส่วนประกอบของหินนำ้ มัน มี 2 ประเภท ดงั นี้
1) สารประกอบอนนิ ทรีย์ ไดแ้ ก่ แรธ่ าตตุ ่าง ๆ ท่ผี ุพังมาจากช้นั หินโดยกระบวนการทางกายภาพ
และทางเคมี ประกอบด้วยแร่ธาตุที่สำคญั 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
➢ กลุ่มแรซ่ ิลเิ กต ไดแ้ ก่ ควอทซ์ เฟลสปาร์ เคลย์
➢ กลมุ่ แร่คารบ์ อเนต ไดแ้ ก่ แคลไซต์ โดโลไมต์
นอกจากนี้ ยงั มแี ร่ซลั ไฟด์อน่ื ๆ และฟอสเฟต ปริมาณแร่ธาตุในหนิ นำ้ มนั แตล่ ะแหง่ จะแตกต่างกนั ตามสภาพ
การกำเนดิ การสะสมตัวของหนิ นำ้ มัน และสภาพแวดล้อม
2) สารประกอบอินทรีย์ ประกอบดว้ ยบิทูเมน และเคอโรเจน บิทูเมน (bitumen)
บิทูเมนละลายได้ในเบนซนี เฮกเซน และตัวทำละลายอินทรียอ์ นื่ ๆ เป็นสารประกอบอนิ ทรีย์ทอ่ี ยู่
จงึ แยกออกจากหนิ นำ้ มนั ไดง้ ่าย เคอโรเจนไมล่ ะลายในตัวทำละลาย
หินน้ำมันทมี่ สี ารอินทรยี ์ละลายอยูใ่ นปริมาณสูงจัดเปน็ หินน้ำมัน ในหินตะกอน เป็นของแขง็ หรือ
คุณภาพดี เม่อื นำมาสกัดควรให้นำ้ มันอย่างน้อยร้อยละ 50 ค่อนข้างแข็ง สามารถละลายไดใ้ น
ของปริมาณสารอินทรยี ท์ ี่มอี ยู่ แต่อาจไดน้ ำ้ มนั เพยี งร้อยละ 30 ตัวทำละลายอินทรีย์และหลอมตัวได้
หรอื นอ้ ยกวา่ แตถ่ ้ามีสารอนินทรยี ์ปนอย่มู าก จะเปน็ หินน้ำมนั หากได้รับความรอ้ น
คุณภาพตำ่
ประเทศไทยมแี หล่งหินน้ำมันอยู่ที่ อ.แมส่ อด จ. ตาก แตย่ งั ไมม่ ีการขดุ ข้นึ มาใช้เน่ืองจากมปี ริมาณเคอ
โรเจนตำ่ กว่าร้อยละ 10 ยังไม่ค้มุ กับการลงทุน
ส่วนบริเวณอื่นของโลกพบทีส่ หรัฐอเมรกิ า บราซลิ จีน แคนาดา อิตาลี ออสเตรเลีย ฝรง่ั เศส
เอสโตเนยี สก๊อตแลนด์ สวเี ดน สเปน รสั เซียและอฟั ริกาใต้ โดยทีส่ หรัฐอเมรกิ ามีปริมาณหนิ นำ้ มันสำรอง
ถึง 2 ใน 3 ของโลก
2.3 การใชป้ ระโยชนจ์ ากหินนำ้ มัน
1) หินน้ำมนั ใชเ้ ป็นแหลง่ พลงั งานไดเ้ ชน่ เดยี วกบั ถ่านหิน หนิ นำ้ มัน 1000 กิโลกรมั เมื่อนำมาผ่าน
กระบวนการสกดั สามารถสกัดเป็นนำ้ มนั หินไดป้ ระมาณ 100 ลติ ร ผลติ ภัณฑท์ ี่ได้ประกอบด้วย นำ้ มนั ก๊าด
17
นำ้ มันตะเกยี ง พาราฟิน น้ำมันเช้ือเพลงิ นำ้ มนั หล่อลน่ื ไข แนฟทา และผลิตภัณฑ์ท่ีเปน็ ผลพลอยได้อ่ืน ๆ เชน่
แอมโมเนยี มซัลเฟต
2) การทำเหมืองเพ่ือผลิตหนิ นำ้ มนั มีค่าใชจ้ า่ ยสงู กว่า ปริมาณหนิ นำ้ มนั ทผ่ี ลติ ได้ในโลกนำไปใช้
การใช้เชอื้ เพลงิ จากปโิ ตรเลยี มโดย ตรง ประเทศเอสโตเนีย ในงานตา่ งๆ ดงั น้ี
นำหนิ นำ้ มันมาใช้ต้ังแตป่ ี พ.ศ. 2463 ปจั จบุ ันเป็นประเทศ 1) ร้อยละ 69 ใช้เปน็ เช้ือเพลงิ ในการ
ทใ่ี ชห้ ินนำ้ มันมากทส่ี ุด สว่ นใหญ่ใช้เป็นเช้อื เพลงิ ในการผลิต ผลิตกระแสไฟฟา้ และให้ความรอ้ น
กระแสไฟฟ้า 2) ร้อยละ 6 ใชใ้ นการผลิตซีเมนต์
3) ผลพลอยไดจ้ ากแรธ่ าตสุ ่วนน้อย (trace elements) และอืน่ ๆ
ที่มีอยู่ในหนิ น้ำมัน และสารประกอบทเ่ี กดิ ข้ึนจากกระบวนการ 3) รอ้ ยละ 25 นำไปสกดั เป็นน้ำมันหนิ
สกัดหินน้ำมัน คือ ยูเรเนียม วาเนเดียม สงั กะสี โซเดียมคาร์บอเนต และแก๊สเพ่อื นำไปผ่านกระบวนการ
แอมโมเนยี มซลั เฟต และกำมะถนั นำ้ มันและผลพลอยไดเ้ หล่าน้ี ปรบั ปรงุ เปลย่ี นแปลงเป็นเชื้อเพลงิ และ
สามารถนำไปใช้ผลติ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลายชนิด เชน่ ใยคารบ์ อน ผลติ ภณั ฑ์ทม่ี คี ุณภาพต่อไป
คาร์บอนดูดซบั คารบ์ อนแบล็ก (carbon black) อิฐ และปุ๋ย
สิง่ ทหี่ นิ นำ้ มนั ไมเ่ หมือนกนั กับถ่านหิน คอื หนิ นำ้ มันมีปริมาณ คารบ์ อนแบล็ก (carbon black)
ของธาตุตา่ งๆ และเถ้าสูงมาก จงึ ไม่นยิ มนำมาเผาเป็นเชอื้ เพลิง เปน็ ผลพลอยไดจ้ ากกระบวนการ
โดยตรง แตจ่ ะมีการกล่ันเอาน้ำมันออกมามากกว่า เพราะมีความ
สะดวกในการกำจดั กากทเ่ี หลอื ไดส้ ะดวกกวา่ เผาไหม้นำ้ มันปโิ ตรเลียมท่ไี ม่สมบรู ณ์
ใช้ในอุตสาหกรรมสแี ละใชเ้ ป็นเพม่ิ
ความแขง็ แรงในพลาสตกิ และยาง
ก. การเผาไหมข้ องหินน้ำมัน ข. โรงกล่ันหินนำ้ มนั (Stuart Oil Facility),
Queensland, Australia
ภาพที่ 1.5 การใชป้ ระโยชน์จากหินน้ำมนั
ที่มา : http://www.promma.ac.th/main/chemistry/boonrawd_site/oil_shale.htm
กิจกรรมที่ 1.2 18
Stop and Go
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายการเกดิ และการจำแนกชนดิ ของถา่ นหินตามอายุการเกดิ ได้
2. อธิบายการเกดิ หนิ น้ำมัน องค์ประกอบและสมบตั ขิ องหินนำ้ มนั ได้
3. อธิบายเกี่ยวกบั สมบัติและการใชพ้ ลงั งานของถ่านหนิ แต่ละชนดิ และหนิ นำ้ มนั ได้
4. บอกแหลง่ ถา่ นหินและหนิ นำ้ มนั ที่สำคญั ของประเทศไทยและของโลกได้
5. อธิบายเกยี่ วกับการนำถา่ นหินและหนิ น้ำมนั ไปใช้ประโยชนใ์ นด้านตา่ ง ๆ ได้
แนวทางการทำกิจกรรม
คำช้แี จง
1. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4 คน แตล่ ะกลุ่มได้รบั คำถามกลมุ่ ละ 1 ชดุ
2. กำหนดลำดบั การตอบคำถามของกลุ่ม โดยคนท่ี 1 เริ่มตน้ ตอบคำถามและคนที่ 4 หรอื คนสุดทา้ ย
ตรวจคำตอบและแก้ไขคำตอบใหถ้ ูกต้องครบถ้วน แล้วนำไปติดที่บอร์ด
3. การทำกิจกรรม เม่ือไดย้ ินสัญญา คนที่ 1 ของทุกกลุ่มลงมือตอบคำถาม เมื่อมีสัญญาณใหห้ ยุด
(Stop) ให้ส่งต่อแผ่นคำถาม (Go) ให้คนที่ 2 3 และ 4 ตอบคำถามเพ่ิมเติมให้สมบูรณ์ตามลำดับ เมื่อไดย้ นิ
สญั ญาณหมดเวลาในแตล่ ะข้อ ทกุ กลุ่มหยดุ เขยี น (Stop) คนสุดทา้ ยนำคำตอบนำไปติดที่บอร์ด
4. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเพ่ือสรุปคำตอบแต่ละข้อ ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมสำหรับคำตอบท่นี ักเรยี น
ยังเข้าใจไม่ถูกตอ้ ง
มาเร่ิมทากิจกรรมกนั
เถอะ
19
จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. เช้อื เพลิงซากดึกดำบรรพ์หมายถึง………………………………………………………………………………………………..
2. เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ทถี่ กู นำมาใชป้ ระโยชน์มกี ี่ประเภท ได้แก่อะไรบ้าง………………………...…………..
………………………………………………………………………………………..............................................................………
3. จากแผนภาพลกั ษณะการเกิดของถ่านหินชนดิ ตา่ ง ๆ ใหร้ ะบขุ ้อความให้ตรงกบั หมายเลขใหถ้ กู ต้อง
12 3 45
หมายเลข 1 คือ.................................................. หมายเลข 4 คอื ..................................................
หมายเลข 2 คอื .................................................. หมายเลข 5 คอื ..................................................
หมายเลข 3 คือ..................................................
4. ธาตุหลักท่ีเป็นองคป์ ระกอบทางเคมขี องถ่านหินคอื อะไรบ้าง…………………………………………....……………..
………………………………………………………………………………………..............................................................………
5. ถ่านหนิ ถกู นำไปใชป้ ระโยชน์อะไรบ้าง.......................................................................................................
………………………………………………………………………………………..............................................................………
6. ส่วนประกอบของหินนำ้ มัน มี กป่ี ระเภท อะไรบ้าง..................................................................................
7. ประเทศท่ีมกี ารนำหนิ นำ้ มันมาใชป้ ระโยชน์มากทสี่ ดุ คือประเทศ...............................................................
และส่วนใหญน่ ำมาใช้ประโยชนใ์ นดา้ น.....................................................................................................
8. สว่ นประกอบของหินนำ้ มันทเ่ี ปน็ สารประกอบอนิ ทรีย์ ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง........................................
9. ประเทศไทยมีแหล่งหินนำ้ มนั อยู่ ท่ีใด.................................................................................................
10. จงจบั ค่ชู นดิ ของแกส๊ และผลของแก๊สที่มผี ลตอ่ สภาวะตา่ ง ๆ
.......................10.1 CO2 ก. รวมกับฮโี มโกลบนิ ในเลือด ทำให้คลน่ื ไส้อาเจียน หมดสติ
.......................10.2 SO2 ข. กอ่ ให้เกิดภาวะเรือนกระจก
.......................10.3 CO ค. กอ่ ให้เกิดฝนกรด
20
กิจกรรมท่ี 1.3
ผลกระทบของถา่ นหินและหินนำ้ มนั ท่มี ีตอ่ ส่งิ มชี วี ิตและสง่ิ แวดลอ้ ม
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ระบุปัญหา วธิ ปี ้องกนั และแกไ้ ขปัญหาที่เกิดจากการใช้ถ่านหนิ และหินน้ำมันเปน็ เชื้อเพลงิ ได้
สื่อ วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. กระดาษการ์ดสขี นาด A4 (หลายส)ี 2-3 แผน่ 2. ปากกาเมจิกหรือสีไม้ 1 ชดุ
แนวทางการทำกิจกรรม
คำช้ีแจง
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รบั อปุ กรณ์แลว้ นำกระดาษ A4 ทไ่ี ดน้ ำไปออกแบบ โดยการเลือกแบบพับกระดาษ
เพ่ือการเรยี นรู้ (Foldable) ดังภาพท่ี 1.6 โดยใหน้ กั เรยี นออกแบบใหน้ ่าสนใจและมีสาระ
2. แต่ละกลมุ่ ระบปุ ัญหา วิธีปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาที่เกดิ จากการใช้ถ่านหินและหินนำ้ มันเปน็ เช้ือเพลิง
รวมทั้งผลกระทบทมี่ ตี ่อสงิ่ มชี ีวิตและสง่ิ แวดลอ้ ม โดยการเขยี นลงในกระดาษเพื่อการเรียนรูท้ ไ่ี ด้ออกแบบไว้
3. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ส่งตัวแทนนำเสนอผลงาน แลว้ เพื่อนกล่มุ อน่ื ประเมนิ ใหค้ ะแนน
ภาพท่ี 1.6 ตวั อย่างการพบั กระดาษเพ่อื การเรยี นรรู้ ปู แบบต่าง ๆ ท่ีใช้นำเสนอกิจกรรม
ทม่ี า : Danah Zike’s (2001)
กิจกรรมท่ี 1.4 21
ปริศนาอกั ษรไขว้ เข้าใจถ่านหนิ หนิ นำ้ มัน
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการเกดิ และการจำแนกชนิดของถา่ นหินตามอายุการเกิดได้
2. อธบิ ายการเกดิ หินน้ำมัน องค์ประกอบและสมบตั ขิ องหินน้ำมนั ได้
3. อธบิ ายเกี่ยวกบั สมบตั แิ ละการใช้พลังงานของถา่ นหนิ แต่ละชนิดและหนิ นำ้ มันได้
4. บอกแหลง่ ถา่ นหินและหินน้ำมนั ท่สี ำคัญของประเทศไทยและของโลกได้
5. อธบิ ายเกี่ยวกับการนำถ่านหินและหนิ น้ำมันไปใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ ได้
6. ระบุปัญหา วธิ ปี ้องกนั และแก้ไขปัญหาทเ่ี กิดจากการใช้ถา่ นหินและหนิ น้ำมันเป็นเชื้อเพลงิ ได้
สือ่ วัสดอุ ุปกรณ์
1. เกมปรศิ นาอักษรไขว้ เข้าใจถ่านหิน หินนำ้ มัน 1 ชดุ
แนวทางการทำกิจกรรม
คำชแ้ี จง
1. นักเรยี นอา่ นวธิ ีการทำกจิ กรรมท่ี 1.4 ปรศิ นาอกั ษรไขว้ เข้าใจถา่ นหนิ หินนำ้ มนั
2. นักเรยี นทำกิจกรรมที่ 1.4 ปรศิ นาอักษรไขว้ เขา้ ใจถ่านหนิ หินนำ้ มัน แตล่ ะกลุม่ จะไดเ้ กม 1 ชุด
ประกอบดว้ ยแผนภาพปรศิ นาอักษรไขว้ 1 แผน่ นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันทำกิจกรรมโดยเตมิ ตัวอักษรหรอื
คำศัพท์ภาษาองั กฤษลงในชอ่ งวา่ งทมี่ ีความสัมพันธ์กบั คำหรือข้อความท่ีเป็นภาษาไทย
3. ครูประเมินโดยการตรวจคำตอบท่ีถูกต้อง
ปริศนาอกั ษรไขว้ เข้าใจถ่านหิน หินน้ามนั 22
1 2 34
5
6
7
8 9
10
แนวตง้ั
1. เปน็ หินตะกอนท่กี ำเนิดมาจากซากพืช ลกั ษณะแขง็ แต่เปราะ มีสนี ้ำตาลถึงดำ มีท้งั ชนดิ ผวิ มันและผวิ ดา้ น
องค์ประกอบหลกั ในถา่ นหินคือธาตุคาร์บอน และธาตอุ ื่น ๆ เชน่ ไฮโดรเจน ออกซเิ จน ไนโตรเจน และ
กำมะถนั
2. เปน็ ถา่ นหนิ ข้ันเร่มิ ต้น ซากพชื บางสว่ นยังสลายตวั ไมห่ มด มีความช้นื สูง ใช้เป็นเชอ้ื เพลงิ เพ่ือใหค้ วามร้อน
ในบ้านและผลติ กระแสไฟฟา้
3. เปน็ ถ่านหนิ ทมี่ อี ายกุ ารเกิดนานทส่ี ดุ มีปรมิ าณออกซิเจนและความช้ืนต่ำ แต่มปี ริมาณคารบ์ อนสูงกวา่
ถา่ นหินชนิดอ่นื
4. หินตะกอนเน้ือละเอียดที่มกี ารเรยี งตวั เปน็ ช้ันบาง ๆ มีสารประกอบอนิ ทรีย์ท่สี ำคญั คอื เคอโรเจน
ซง่ึ สลายตวั ให้น้ำมันหิน
6. เปน็ ผลติ ภณั ฑท์ ่ไี ด้จากการเผาไหม้ถ่านหิน และเป็นสาเหตุของการเกิดฝนกรด
8. เป็นสารอินทรยี ท์ เี่ ป็นของแข็งลักษณะเปน็ ไข มีขนาดโมเลกุลใหญ่ มมี วลโมเลกุลมากกว่า 3,000
9. เป็นสารประกอบอนิ ทรีย์ที่อย่ใู นหินตะกอน เป็นของแข็งหรอื ค่อนข้างแข็ง สามารถละลายได้
ในตัวทำละลายอินทรียแ์ ละหลอมตัวได้หากไดร้ บั ความรอ้ น
23
แนวนอน
5. เช้อื เพลิงทไ่ี ดจ้ ากการหมกั ทับถมกนั ของสารอินทรีย์ทัง้ จากพชื และสตั วเ์ ปน็ ระยะเวลายาวนาน
จนมกี ารเปลย่ี นแปลงโครงสร้างเปน็ เชือ้ เพลิงท่นี ำมาใชใ้ ห้เกดิ พลังงานต่าง ๆ
7. เป็นถา่ นหินสีนำ้ ตาลที่มีซากพชื เหลืออย่เู ล็กน้อย มลี ักษณะเน้ือเหนยี วและผิวดา้ น มปี ริมาณออกซิเจนและ
ความชื้นต่ำ ใช้เป็นเช้อื เพลิง สำหรบั ใหค้ วามร้อนและผลิตกระแสไฟฟ้า
10. เปน็ ผลิตภัณฑท์ ไ่ี ดจ้ ากการเผาไหมถ้ ่านหิน และเป็นสาเหตขุ องสภาวะเรือนกระจก
แบบทดสอบหลังเรยี น 24
เร่ือง กำเนดิ ถ่านหิน-หนิ นำ้ มนั รายวชิ าเคมี 5 รหสั วิชา ว33222 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลา 10 นาที
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบทถี่ ูกต้องทสี่ ุดเพียงข้อเดียว โดยทำเคร่ืองหมาย ตรงกับคำตอบ
ทถี่ กู ต้องลงในกระดาษคำตอบ
1. ข้อใดคือเช้อื เพลงิ ซากดึกดำบรรพ์
ก. น้ำมันดบิ
ข. น้ำมันดบิ และถา่ นหิน
ค. น้ำมันดบิ ถา่ นหนิ และแก๊สธรรมชาติ
ง. น้ำมนั ดิบ ถา่ นหิน แกส๊ ธรรมชาติ และหนิ นำ้ มัน
2. สารประกอบอนิ ทรยี ์ที่สำคัญในหนิ น้ำมันคือข้อใด
ก. มเี ทน
ข. เคอโรเจน
ค. ปิโตรเลียม
ง. แร่คาร์บอเนต
3. ถ่านหนิ และหนิ นำ้ มนั ถูกนำมาใช้ประโยชนใ์ นดา้ นใดมากทส่ี ุด
ก. อุตสาหกรรมบม่ ใบยาสูบ
ข. อตุ สาหกรรมผลิตปูนขาว
ค. อตุ สาหกรรมผลิตกระแสไฟฟา้
ง. อตุ สาหกรรมผลิตปนู ซเี มนต์
4. แก๊สในข้อใดท่ีส่งผลทำให้เกิดฝนกรด
ก. แก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์
ข. แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์
ค. แกส๊ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ง. แกส๊ คารบ์ อนมอนอกไซด์
5. ในการผลิตกระแสไฟฟา้ น้ันมกี ารใชเ้ ชอ้ื เพลงิ หลายชนดิ อยากทราบวา่ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ทว่ั โลกน้ันใช้เชอ้ื เพลงิ จากแหล่งพลงั งานใดมากท่ีสดุ
ก. พลงั งานน้ำ
ข. ถ่านหนิ
ค. พลงั งานนวิ เคลยี ร์
ง. แกส๊ ธรรมชาติ
25
6. ขอ้ ใดกลา่ วถึงหินน้ำมันได้ถกู ต้อง
ก. หนิ น้ำมันท่มี คี ุณภาพดีจะมปี รมิ าณสารอินทรยี ์มาก
ข. สภาวะทีเ่ หมาะสมต่อการเกดิ หนิ น้ำมันคือที่อณุ หภมู ิตำ่
ค. หินดนิ ดานเนือ้ ละเอยี ดที่มีการเรยี งตัวเป็นชัน้ บาง ๆ แทรกอยู่กับเคอโรเจน
ง. พลังงานที่ได้จากหินนำ้ มันส่วนใหญจ่ ะถกู นำไปใช้ในอตุ สาหกรรมการผลิตปนู ซเี มนต์
7. ธาตใุ นขอ้ ใดต่อไปน้ีท่ีไมใ่ ชธ่ าตุทีเ่ ปน็ องค์ประกอบหลักของถ่านหิน
ก. คาร์บอน
ข. ไฮโดรเจน
ค. ออกซิเจน
ง. แคลเซียม
8. พิจารณาค่าความรอ้ นของถา่ นหินชนิดต่าง ๆ จากตารางต่อไปน้ี
ชนดิ ของถ่านหิน ค่าความร้อน (kJ/g)
แอนทราไซต์ 35-38
บทิ ูมินัส 30-35
ซับบิทูมนิ ัส 20-30
ลิกไนต์ 17-20
นำถา่ นหินชนิดหน่ึงหนกั 6 กรมั มาเผา วดั ความร้อนได้ 177 kJ ถา่ นหนิ ก้อนนเี้ ปน็ ถ่านหินชนดิ ใด
ก. แอนทราไซต์
ข. ซบั บทิ มู ินัส
ค. บทิ มู นิ ัส
ง. ลกิ ไนต์
9. ข้อใดคือผลกระทบจากการใชพ้ ลังงานถ่านหนิ
ก. การอพยพราษฎร
ข. การเกิดฝุ่นละออง
ค. แก๊สจากการเผาไหม้ถ่านหิน
ง. ถกู ทกุ ข้อ
10. แหลง่ พลงั งานสำรองขนาดใหญข่ องหินน้ำมันของประเทศไทยในอนาคตอยู่ทีจ่ ังหวัดใด
ก. ตาก
ข. ตราด
ค. กระบี่
ง. นครราชสีมา
26
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรียน
ชดุ ท่ี 1 กำเนดิ ถา่ นหนิ -หินนำ้ มนั
ช่ือ-สกุล...................................................................................ชนั้ ..................เลขท.่ี ...............
คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนเลอื กคำตอบในแบบทดสอบ แลว้ ทำเครอื่ งหมาย ลงใน ตรงกับคำตอบ
ทถี่ กู ต้องทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดียว
ขอ้ ก ข ค ง
1 คะแนนเตม็ 10
2 คะแนนท่ไี ด้
3
4 ผลการประเมนิ
5 ดมี าก
ดี
6 พอใช้
7 ปรบั ปรุง
8 ลงชื่อ.........................................ผปู้ ระเมนิ
9 (......................................)
10 วันที่...........เดือน......................พ.ศ...........
เกณฑ์การประเมิน
คะแนนระหว่าง 9-10 อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก
คะแนนระหวา่ ง 7-8 อยใู่ นเกณฑ์ ดี
คะแนนระหว่าง 5-6 อยใู่ นเกณฑ์ พอใช้
คะแนนระหวา่ ง 0-4 อยูใ่ นเกณฑ์ ปรับปรุง
27
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ชดุ ที่ 1 กำเนดิ ถา่ นหิน-หนิ น้ำมัน
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นตรวจคำตอบของการทดสอบก่อนเรยี นจากการเฉลยดงั น้ี
ข้อ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
การทดสอบหลงั เรยี นเป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ว่า
เม่อื ศกึ ษาแลว้ นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเพียงใด *ถ้า
ไดค้ ะแนนนอ้ ยกว่า 5 ไมต่ ้องเสียใจ ขอให้กลับไปศกึ ษา
เนือ้ หาอีกครั้ง *ถ้าไดค้ ะแนน 5-7 แสดงว่านกั เรียนผ่านเกณฑ์
ใหศ้ กึ ษาเน้อื หาถดั ไป * ถ้าได้ตง้ั แต่ 8 ขน้ึ ไป แสดงว่า
นกั เรยี นผ่านเกณฑ์ และอยู่ในระดบั ดเี ย่ียม และให้รักษา
มาตรฐานดเี ยยี่ มนี้ไวต้ ่อไป....นะคะ
บรรณานุกรม 28
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพ์ ลงั งงาน กระทรวงพลงั งงาน. (2558). “สถานการณ์
พลังงานของประเทศไทย”.สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย.
http://www.youtube.com/watch?v=r-8rPIGQoRg,
บุญรอด วงษส์ วาท. (2558). “บทเรยี น e-Learning วชิ าเคม”ี , การเกดิ ถา่ นหิน.
http://www.promma.ac.th/main/chemistry/boonrawd_site/coal_born.htm
. (2558). “บทเรียน e-Learning วชิ าเคม”ี , ประเภทของถา่ นหนิ .
http://www.promma.ac.th/main/chemistry/boonrawd_site/kind_of_caol.htm
. (2558). “บทเรียน e-Learning วิชาเคมี”, หนิ นำ้ มัน (Oil Shale).
http://www.promma.ac.th/main/chemistry/boonrawd_site/oil_shale.htm
. (2558). “บทเรียน e-Learning วิชาเคมี”, การใชป้ ระโยชน์จากหินน้ำมัน.
http://www.promma.ac.th/main/chemistry/boonrawd_site/oil_shale_use.ht
m
ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบนั กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2546). การจดั สาระการ
เรยี นร้กู ลุ่มวิทยศาสตร์ หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน. กรุงเทพฯ : สถาบันส่งเสริมการ
สอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี
. (2554). คู่มือครู รายวิชาเพิม่ เตมิ เคมี เล่ม 5 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4-6 กลุม่ สาระการ
เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.
กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ครุ สุ ภาลาดพร้าว.
. (2554). หนังสือเรยี นรายวชิ าเพม่ิ เติม เคมี เลม่ 5 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4-6 กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์คุรสุ ภาลาดพร้าว.
สุทศั น์ ไตรสถติ วร และสมศักด์ิ วรมงคลชยั . (2537). คู่มือเตรียมสอบเคมี A-NET และเข้า
มหาวทิ ยาลัยในระบบรบั ตรงทกุ แห่ง. กรงุ เทพฯ: ไฮเอ็ดพับลิซซิ่ง.
Dinah Zike’s. (2001). Big Book of science. San Antonio, Texas.
29
ภาคผนวก
แนวการตอบคำถาม 30
กิจกรรมท่ี 1.1
ซากพชื ทบั ถมกนั เป็นเวลานาน สารอนิ ทรยี ท์ ี่มีคาร์บอนอยู่
ในภาวะ ออกซเิ จนต่ำ ความ ประมาณ 50 – 70%
ดนั และความร้อนสูง สมบตั ิ
การเกดิ
ถ่านหิน
องค์ประกอบ ประโยชน์ เชอื้ เพลงิ
ถา่ นกัมมนั ต์ คารบ์ อนไฟเบอร์
มอี งคป์ ระกอบเป็นธาตุ C
และมธี าตุ H, O, N, S
ซากพชื พวกสาหร่ายและสัตว์พวกแมลง หนิ ตะกอนเน้อื ละเอยี ด เรียงตัว
ปลา และสตั ว์ ตัวเลก็ ทับถมในภาวะ เป็นชน้ั บางๆ มสี ารประกอบ
ออกซเิ จนจำกดั ท่ีอณุ หภมู แิ ละความดันสูง อนิ ทรยี ท์ ี่สำคัญคือ เคอโรเจน
เปน็ เวลานาน
กลุม่ แรซ่ ิลิเกต การเกดิ สมบตั ิ
Inorganic หินน้ำมัน
compounds
เช้ือเพลิง
กลมุ่ แร่คารบ์ อน องค์ประกอบ ประโยชน์ ผลติ กระแสไฟฟา้
คาร์บอนแบล็ก
Organic
compound
บิทเู มน s
เคอโรเจน
เฉลยใบกิจกรรมท่ี 1.2 31
Stop and Go
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการเกิดและการจำแนกชนิดของถ่านหนิ ตามอายุการเกิดได้
2. อธิบายการเกดิ หนิ นำ้ มัน องค์ประกอบและสมบัติของหินนำ้ มนั ได้
3. อธบิ ายเกี่ยวกับสมบัติและการใชพ้ ลงั งานของถา่ นหินแต่ละชนดิ และหนิ น้ำมันได้
4. บอกแหลง่ ถ่านหินและหนิ นำ้ มนั ทีส่ ำคัญของประเทศไทยและของโลกได้
5. อธิบายเกี่ยวกบั การนำถา่ นหนิ และหินนำ้ มนั ไปใช้ประโยชนใ์ นดา้ นต่าง ๆ ได้
32
จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. เช้อื เพลงิ ซากดึกดำบรรพ์หมายถึง…เช…อ้ื …เพ…ล…งิ …ท…ี่ได…้จ…าก…ก…า…รท…ับ…ถ…ม…ก…ันข…อ…ง…สา…ร…อ…ินท…ร…ยี …ท์ …้ังจ…า…ก…พ…ชื แ…ล…ะ…สตั…ว…์ ...
………เป…็น…ระ…ย…ะ…เว…ล…าย…า…วน…า…น……จน…ม…ีก…า…รเ…ป…ล่ีย…น…แ…ป…ล…งโ…คร…ง…ส…ร้า…ง…เป.็น...เ.ช...้อื ..เ.พ...ล..ิง..ท...นี่..ำ...ม..า..ใ.ช...้ใ.ห...้เ.ก...ิด..พ...ล..ัง..ง..า.น...ต..่า..ง.…ๆ……
2. เชื้อเพลงิ ซากดึกดำบรรพ์ทีถ่ ูกนำมาใชป้ ระโยชน์มีก่ีประเภท ไดแ้ กอ่ ะไรบ้าง
.....เ.ช..้อื...เ.พ...ล..ิง..ซ..า..ก..ด...กึ..ด...ำ..บ.…รร…พ…์ …ม…ี …3…ป…ระ…เ.ภ..ท……ด…ัง…น.ี้ .
……1…. …ถ…่าน…ห…นิ ……………………………………………………………………..............................................................………
……2…. …น…้ำ…มนั………………………………………………………………………..............................................................………
……3…. …แ…ก…๊สธ…ร…รม…ช…า…ต…ิ ………………………………………………………..............................................................………
3. จากแผนภาพลักษณะการเกดิ ของถ่านหินชนิดตา่ ง ๆ ใหร้ ะบุข้อความให้ตรงกับหมายเลขให้ถูกต้อง
12 3 45
หมายเลข 1 คอื .....พ...ตี ...(.P...e..a..t..)............................. หมายเลข 4 คือ......บ..ทิ...มู...นิ ..สั....(.B..i.t..u..m....i.n..o...u..s..)........
หมายเลข 2 คอื .....ล..ิก...ไ.น...ต..์.(..L..i.g..n..i.t.e...)................... หมายเลข 5 คอื ......แ..อ...น..ท...ร..า..ไ.ซ...ต..์..(.A..n...t.h...r.a..c..i.t.e...)..
หมายเลข 3 คอื .ซ...ับ..บ...ิท...มู ..ิน...สั ...(..S..u..b...-.b...it..u..m....i.n..o...u..s.)
4. ธาตุหลกั ทเ่ี ปน็ องคป์ ระกอบทางเคมีของถ่านหินคอื อะไรบา้ ง…ธ…า…ตอุ…ง…ค…ป์ ร…ะ…ก…อ…บห…ล…กั …ข…อง…ถ…า่ .น..ห.…ิน……ได…้แ…ก.่.
………คา…ร…์บ…อน……(C…)…, …ไฮ…โด…ร…เจ…น…(…H…) …, อ…อ…ก…ซ…ิเจ…น…(O…)…,…ไ…น…โต…ร…เจ…น..(.N...)....แ..ล..ะ...ก..ำ..ม..ะ...ถ..ัน....(.S..)...........................………
5. ถา่ นหินถูกนำไปใชป้ ระโยชน์อะไรบ้าง..ป...ัจ..จ..ุบ...ัน...ก..า..ร..ใ.ช...ป้ ..ร..ะ...โ.ย..ช...น..จ์...า..ก..ถ..่า..น...ห...นิ ..ส...ว่ ..น..ใ..ห..ญ....ใ่ .ช..้เ..ป..น็...เ.ช...ือ้ ..เ.พ...ล..ิง.......
……ใ…น…กา…ร…ผ…ลติ…ก…ร…ะแ…ส…ไฟ…ฟ…้า……ก…าร…ถ…ล…ุงโ…ล…หะ……ก…า…รผ…ล…ติ …ป…ูนซ…เี …มน…ต..์...แ..ล...ะ..อ..ตุ...ส..า..ห...ก..ร..ร..ม..ท...ีใ่..ช..เ้.ค...ร..ื่อ..ง..จ..กั...ร..ไ.อ..น...ำ้………
……ก…า…รผ…ล…ติ …ก…ระ…ไ…ฟ…ฟา้…ท…ว่ั …โล…ก…ใช…พ้ …ล…ังง…า…น…จา…ก…ถ…่าน…ห…ิน…ป…ร…ะม…า…ณ…ร..้อ..ย...ล..ะ.....3..9..............................................………
6. ส่วนประกอบของหนิ นำ้ มัน มี กี่ประเภท อะไรบา้ ง..................................................................................
………ส่ว…น…ป…ระ…ก…อ…บ…ขอ…ง…ก…นิ …นำ้…ม…ัน……ม…ี …2 …ป…ระ…เภ…ท……ไ…ด้แ…ก…่ …ส…าร…ป…ร.ะ..ก...อ..บ...อ..น...นิ ..ท...ร..ยี ..์.แ...ล..ะ..ส...า..ร..ป..ร..ะ..ก...อ..บ...อ..ิน...ท...ร…ยี …์ …
7. ประเทศที่มกี ารนำหินนำ้ มันมาใช้ประโยชนม์ ากท่ีสุดคือประเทศ.....เ.อ..ส...โ.ต...เ.น...ยี ............................................
และส่วนใหญน่ ำมาใชป้ ระโยชนใ์ นด้าน...เ..ช..ือ้..เ..พ..ล...งิ .ใ..น...โ.ร..ง..ง..า..น..ผ...ล..ิต..ก...ร..ะ..แ..ส...ไ.ฟ...ฟ..้า...........................................
33
8. ส่วนประกอบของหนิ น้ำมันที่เป็นสารประกอบอินทรีย์ ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง........................................
………เค…อ…โร…เจ…น…(…Ke…r…o…ge…n…) …แล…ะ…บ…ิท…ูเม…น…(…Bi…tu…m…e…n…)………………..............................................................………
9. ประเทศไทยมแี หล่งหินนำ้ มนั อยู่ ท่ีใด......อ..ำ..เ.ภ...อ..แ...ม..่ส...อ..ด.....จ..งั..ห...ว..ดั ..ต...า..ก..................................................
10. จงจบั คู่ชนิดของแก๊สและผลของแกส๊ ที่มีผลต่อสภาวะต่าง ๆ
............ข............10.1
............ค............10.2 CO2 ก. รวมกบั ฮีโมโกลบินในเลอื ด ทำให้คลน่ื ไส้อาเจียน หมดสติ
SO2 ข. กอ่ ให้เกิดภาวะเรือนกระจก
............ก............10.3 CO ค. ก่อให้เกิดฝนกรด
เฉลยกิจกรรมที่ 1.4 34
ปรศิ นาอกั ษรไขว้ เข้าใจถา่ นหิน หินน้ำมัน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายการเกดิ และการจำแนกชนดิ ของถ่านหินตามอายุการเกดิ ได้
2. อธบิ ายการเกิดหินนำ้ มนั องค์ประกอบและสมบตั ขิ องหินนำ้ มันได้
3. อธบิ ายเก่ยี วกับสมบตั ิและการใช้พลงั งานของถา่ นหินแต่ละชนดิ และหนิ น้ำมันได้
4. บอกแหลง่ ถา่ นหินและหินน้ำมนั ทสี่ ำคญั ของประเทศไทยและของโลกได้
5. อธิบายเกยี่ วกับการนำถ่านหนิ และหนิ น้ำมันไปใช้ประโยชน์ในดา้ นตา่ ง ๆ ได้
6. ระบปุ ัญหา วธิ ีปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหาทเ่ี กิดจากการใช้ถา่ นหนิ และหินนำ้ มันเปน็ เช้อื เพลิงได้
คำช้ีแจง
1. นกั เรยี นอ่านวิธกี ารทำกจิ กรรมที่ 1.4 ปรศิ นาอักษรไขว้ เข้าใจถ่านหิน หินนำ้ มัน
2. นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 1.4 ปริศนาอักษรไขว้ เขา้ ใจถ่านหิน หินนำ้ มัน แต่ละกลุ่มจะได้เกม 1 ชดุ
ประกอบด้วยแผนภาพปรศิ นาอกั ษรไขว้ 1 แผ่น นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันทำกิจกรรมโดยเตมิ ตวั อักษรหรอื
คำศัพท์ภาษาองั กฤษลงในช่องวา่ งทม่ี คี วามสัมพนั ธ์กบั คำหรอื ข้อความทีเ่ ป็นภาษาไทย
3. ครูประเมินโดยการตรวจคำตอบท่ีถกู ต้อง
35
ปริศนาอกั ษรไขว้ เข้าใจถ่านหนิ หินน้ามัน
1c 2p 3a 4o
5f o s 6s i l f u e l ni
au a tl
l 7l i g n i t e hs
p rh
h 8k aa
ue 9b c l
r 10c a r b o n d i o x i d e
do tt
ig ue
oe m
xn e
in
d
e
แนวต้งั
1. เป็นหินตะกอนท่กี ำเนิดมาจากซากพืช ลักษณะแข็งแตเ่ ปราะ มีสนี ำ้ ตาลถึงดำ มีทัง้ ชนิดผิวมนั และผวิ ดา้ น
องค์ประกอบหลกั ในถ่านหินคอื ธาตคุ าร์บอน และธาตอุ น่ื ๆ เชน่ ไฮโดรเจน ออกซเิ จน ไนโตรเจน และ
กำมะถัน
2. เปน็ ถ่านหินข้ันเรม่ิ ตน้ ซากพชื บางส่วนยังสลายตัวไม่หมด มีความชืน้ สงู ใชเ้ ป็นเช้ือเพลิงเพ่ือใหค้ วามรอ้ น
ในบ้านและผลติ กระแสไฟฟา้
3. เป็นถา่ นหนิ ทีม่ ีอายุการเกิดนานทีส่ ุด มปี ริมาณออกซิเจนและความชน้ื ต่ำ แต่มีปรมิ าณคารบ์ อนสงู กว่า
ถา่ นหนิ ชนดิ อนื่
4. หินตะกอนเน้ือละเอยี ดท่ีมกี ารเรยี งตวั เป็นชั้นบาง ๆ มีสารประกอบอินทรยี ์ทส่ี ำคัญคอื เคอโรเจน ซง่ึ
สลายตัวให้น้ำมนั หิน
6. เปน็ ผลติ ภัณฑท์ ีไ่ ด้จากการเผาไหม้ถ่านหนิ และเป็นสาเหตขุ องการเกิดฝนกรด
8. เป็นสารอนิ ทรียท์ ่เี ป็นของแข็งลกั ษณะเปน็ ไข มีขนาดโมเลกลุ ใหญ่ มมี วลโมเลกุลมากกวา่ 3,000
9. เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่อยู่ในหินตะกอน เป็นของแข็งหรอื ค่อนข้างแขง็ สามารถละลายได้ในตัว
ทำละลายอนิ ทรยี ์และหลอมตวั ได้หากไดร้ ับความรอ้ น
36
แนวนอน
5. เชอื้ เพลิงที่ไดจ้ ากการหมกั ทับถมกันของสารอินทรยี ท์ ้งั จากพชื และสตั วเ์ ปน็ ระยะเวลายาวนาน จนมี
การเปล่ยี นแปลงโครงสร้างเปน็ เชือ้ เพลงิ ทนี่ ำมาใช้ให้เกิดพลงั งานต่าง ๆ
7. เปน็ ถ่านหินสนี ำ้ ตาลที่มซี ากพชื เหลอื อยเู่ ล็กน้อย มีลกั ษณะเน้ือเหนยี วและผวิ ด้าน มีปริมาณออกซเิ จนและ
ความช้นื ต่ำ ใชเ้ ปน็ เชอื้ เพลิง สำหรับใหค้ วามร้อนและผลติ กระแสไฟฟา้
10. เป็นผลติ ภัณฑ์ทีไ่ ด้จากการเผาไหมถ้ ่านหนิ และเปน็ สาเหตุของสภาวะเรือนกระจก
37