ชุดการสอน
เร่อื ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒
ชดุ ท่ี ๕ เร่อื งอริยสัจ ๔ : มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ)
๖
โรงเรียนศรยี านุสรณ์
สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษาเขต ๑๗
ก
ชดุ การสอน เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
จัดทำข้นึ เพือ่ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ในการเรียนในรายวชิ า สังคมศกึ ษา สาระท่ี ๑ ศาสนา ศีลธรรม
จริยธรรม สำหรบั นกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ โดยจดั ทำเปน็ ชุดการสอน จำนวน ๕ ชดุ ประกอบด้วย ชดุ ที่
๑ เรื่อง พระรัตนตรัย ชดุ ที่ ๒ เรือ่ ง อรยิ สัจ ๔ : ทุกข์ ชดุ ท่ี ๓ เรื่อง อริยสจั ๔ : สมุทัย ชุดที่ ๔ เรอื่ ง
อริยสัจ ๔ : นิโรธ ชุดที่ ๕ เร่อื ง อรยิ สจั ๔ : มรรค ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างย่งิ วา่ ชุดการสอน เรือ่ ง หลักธรรม
ทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ชุดท่ี ๕ เรอ่ื ง อริยสัจ ๔ : มรรค
จะเป็นประโยชนก์ บั ครผู สู้ อน และนักเรียนทุกคนทจ่ี ะศึกษาความรู้ดว้ ยตนเอง และนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน
เพื่อให้สามารถอยู่ ร่วมกับผู้อ่ืนในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ
ธันยภรณ์ วงษษ์ า
ข
เรือ่ ง หนา้
คำนำ ........................................................................................................................................................ ก
สารบัญ ................................................................................................................................................. ข
ตัวชวี้ ัด จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ............................................................................................................... ค
คำแนะนำสำหรบั ครู ............................................................................................................................. ๑
คำแนะนำสำหรับนักเรียน .................................................................................................................... ๒
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น .......................................................................................................................... ๓
ชดุ การสอนที่ ๕ เรอ่ื ง อรยิ สจั ๔ : มรรค
ใบความรทู้ ่ี ๑ เร่อื ง อริยสจั ๔ : มรรค ……………..................................................................... ๗
ใบกจิ กรรมที่ ๑ ........................................................................................................................ ๘
ใบความรูท้ ่ี ๒ ดรุณธรรม ๖ และ กลุ จิรฏั ฐิติธรรม ๔................................................................ ๙
ใบกจิ กรรมท่ี ๒ ........................................................................................................................ ๑๐
ใบความร้ทู ี่ ๓ กุศลกรรมบถ ๑๐.............................................................................................. ๑๑
ใบกจิ กรรมท่ี ๓ ........................................................................................................................ ๑๒
แบบทดสอบหลงั เรยี น ................................................................................................................. ๑๓
เฉลยใบกจิ กรรมที่ ๑ ............................................................................................................... ๑๗
เฉลยใบกิจกรรมท่ี ๒ ................................................................................................................ ๑๗
เฉลยใบกิจกรรมท่ี ๓ ................................................................................................................ ๑๘
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรยี น ................................................................................... ๑๙
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น.................................................................................... ๒๒
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน.................................................................................... ๒๓
บรรณานกุ รม…………………………………………………………………………………………………………………………………๒๔
ค
เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
ชดุ ท่ี ๕ เร่อื ง อริยสจั ๔ : มรรค
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ โรงเรยี นศรียานสุ รณ์
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส ๑.๑ รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ความสำคญั ศาสดา หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื
ศาสนาท่ีตนนับถือและศาสนาอ่ืน
มีศรทั ธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยดึ ม่นั และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมเพื่ออยู่รว่ มกันอยา่ งสันตสิ ขุ
ตัวชว้ี ดั
ส ๑.๑ ม.๒/๘ อธิบายธรรมคุณและขอ้ ธรรมสำคญั ในกรอบอรยิ สัจ ๔ หรือ
หลักธรรมของศาสนาทตี่ นนบั ถือตามทกี่ ำหนด เห็นคณุ คา่ และนำไปพฒั นาแกป้ ญั หาของ
ชุมชนและสังคม
๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อธิบายหลกั ธรรมอรยิ สัจ 4 เร่อื ง มรรค (K)
๒. จำแนกหลกั ธรรมอริยสัจ 4 ในเร่ือง มรรค (P)
๓. ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมแหง่ มรรคในอรยิ สจั 4 (P)
๔. เห็นความสำคัญในการนำหลกั ธรรมไปใช้ปฏบิ ตั ติ นในการดำเนนิ ชีวติ ประจำวนั (A)
๑
คำแนะนำการใช้ชุดการสอน
สำหรับครู
เม่ือครผู สู้ อนไดน้ ำใหเ้ ข้าใจกอ่ นศกึ ษาชดุ การสอน
๑. ชีแ้ จงให้นักเรียนอา่ นคำแนะนำให้เข้าใจก่อนศึกษาชดุ การสอน
๒. ใช้การสอนนี้รว่ มกับแผนการจดั การเรียนรู้
๓. ครผู ูส้ อนควรให้คำแนะนำอยา่ งใกลช้ ิดและควรเน้นเรื่องความซอื่ สตั ย์
ไม่ดเู ฉยกอ่ น
๔. ชุดการสอนนีส้ ามารถใชท้ ง้ั ในเวลาเรยี นและในการสอบซ่อมเสรมิ
๒
คำแนะนำการใช้ชุดการสอน
สำหรับนกั เรียน
ชดุ การสอนเลม่ นี้ เปน็ บทเรียนใชว้ ดั ความสามารถของนกั เรยี น ขอให้อา่ นคำช้ีแจงและ
ปฏิบตั ติ ามคำแนะนำแต่ละขนั้ ตอนตง้ั แตจ่ นจบ แลว้ นกั เรียนจะไดค้ วามรูอ้ ย่างครบถ้วน
ขอใหน้ กั เรยี นปฏิบัตติ ามขั้นตอน ดงั นี้
๑. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน
๒. อา่ นผลการเรยี นรู้และทำตามความเขา้ ใจ
๓. ศกึ ษาบทเรยี นไมค่ วรอ่านขา้ ม ควรอา่ น และปฏิบัตติ ามลำดับขั้นตอน
๔. ไมเ่ ปดิ ดเู ฉลยก่อนทำกิจกรรมในชดุ การสอน
๕. ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
๖. นักเรียนทำกิจกรรมและแบบทดสอบดว้ ยความซ่ือสตั ย์
๓
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เร่อื ง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
ชดุ ท่ี ๕ เรอื่ ง อริยสจั ๔ : มรรค
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ ๒ โรงเรยี นศรยี านสุ รณ์
เวลา ๑๐ นาที
๑. ผลการการเรียนรู้
1. อธิบายหลกั ธรรมอรยิ สัจ 4 เรอื่ ง มรรค (K)
2. จำแนกหลักธรรมอริยสัจ 4 ในเร่ือง มรรค (P)
3. ปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมแหง่ มรรคในอริยสจั 4 (P)
4. เหน็ ความสำคญั ในการนำหลกั ธรรมไปใช้ปฏิบตั ิตนในการดำเนนิ ชีวติ ประจำวัน (A)
๒. คำช้ีแจง ใหนกั เรียนทําเคร่ืองหมาย x ทบั ตัวอักษรหนาขอความท่เี ปนคําตอบที่ถูกตองท่สี ดุ
เพยี งขอ้ เดยี ว
๑. การประพฤติธรรม เปน็ การประพฤตติ ามหลกั การใด ?
ก. มโนสจุ ริต
ข. วจสี ุจรติ
ค. กายสุจริต
ง. กศุ ลกรรมบถ 10
๒. ขอใด คือ ความหมายของคาํ วา “นิโรธ”
ก. ความสญู ส้ิน
ข. ความเส่ือมสลาย
ค. ความดับสนิท
ง. ความดบั ทุกข
๓. อรยิ สจั ๔ หัวข้อธรรมในข้อใดที่ควรทำใหเ้ จริญย่ิงขึ้น ๔
๕
ก. บพุ พนิมติ ของมัชฌมิ าปฏปิ ทา
ข. อกุศลกรรมบถ ๑๐
ค. วิบัติ ๔
ง. อบายมุข ๖
๔. ธรรมขอ้ ใดเป็นทางแหง่ การกระทำของผฉู้ ลาดหรอื คนดี
ก. กุศลกรรมบถ ๑๐
ข. กุลจิรัฏฐิติธรรม ๔
ค. สมบตั ิ ๔
ง. สติปัฏฐาน ๔
๕. การปฏิบัติตนตามหลกั กุลจริ ัฏฐติ ิธรรม 4 จะสง่ ผลดใี นข้อใด
ก. มีความสขุ ทางกาย วาจา ใจ
ข. มคี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งตลอดกาล
ค. ช่ือเสียงของวงศต์ ระกลู เป็นทีแ่ พร่หลาย
ง. ตระกูลดำรงอยดู่ ้วยความสงบสขุ มฐี านะม่ันคง
๕
๖. ข้อใดใหค้ วามหมายของ นิโรธ มากทีส่ ดุ
ก. สมหมายกระวนกระวาย หลังจากทราบวา่ เขาตดิ ร วชิ าสงั คมศกึ ษา
ข. สมพรเดนิ ยม้ิ อยา่ งสบายใจ หลังจากทเ่ี ขาไดไ้ ปฝกึ สมาธทิ ี่วดั มา
ค. สมศกั ด์ติ ้องใช้ความคดิ เพ่ิมมากขึน้ หลงั จากเขาสอบไมผ่ า่ น
ง. สมศรีกำลงั รักษาตวั ทถี่ ำ้ กระบอก
๗. จุดมุง่ หมายสงู สดุ ของพระพุทธศาสนาคอื
ก. ตายแล้วไปเกิดในภพใหม่
ข. ทำบุญทำกุศล ตายแลว้ ได้ไปข้นึ สวรรค์
ค. ได้เกดิ มาเปน็ ญาตพิ ีน่ อ้ งกนั อกี
ง. ตายแลว้ ไม่เกดิ อีกหรอื นพิ พาน
๘. ครอบครัวจะดำรงอยู่ได้นานสมาชิกในครอบครวั ควรนำหลกั ธรรมข้อใดมาประพฤตปิ ฎบิ ตั ิ
ก. สตปิ ัฎฐาน ๔
ข. ดรุณธรรม ๖
ค. กุศลกรรมบถ ๑๐
ง. กุลจิรฏั ฐติ ธิ รรม
๖
๙. ขอ้ ใดสัมพนั ธ์กนั
ก. ทางกาย - ไมพ่ ดู เทจ็
ข. ทางวาจา - ไม่พูดเพอ้ เจ้อ
ค. ทางใจ - ไมป่ ระพฤติผิดในกาม
ง. ทางกาย – ไมโ่ ลภอยากไดข้ องผอู้ ่ืน
๑๐. ดรุณธรรมข้อใดเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงาน การศกึ ษาเล่าเรียนหรือการทำกจิ กรรม
ตา่ งๆ
ก. ความไม่มีโรค
ข. ความตั้งใจจรงิ
ค. ความขยันหมน่ั เพยี ร
ง. การทำสิ่งท่ีถกู ต้องดีงาม
๗
ใบความรทู้ ี่ ๑
เร่ือง อริยสัจ ๔ : มรรค
มรรคในอริยสัจ ๔ เป็นทางดำเนินไปสู่การดับทุกข์ตามอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นทางสายกลาง
๘ ประการได้แก่ เห็นชอบ คิดชอบ เจรจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ
และตั้งจิตม่นั ชอบ มรรคในอรยิ สัจ ๔ - บุพพนิมิตของมัชฌมิ าปฏิปทา - ดรุณธรรม ๖ - กลุ จิรฏั ฐติ ิ
ธรรม ๔ - กุศลกรรมบถ ๑๐
๑ บุพพนิมติ ของมชั ฌิมาปฏปิ ทา บพุ พนิมติ
แปลวา่ สง่ิ ที่เป็นเคร่ืองหมายใหร้ ู้ หมายถงึ สิง่ ท่ีบ่งบอกลว่ งหนา้ ก่อนท่อี ริยมรรคมีองค์ ๘ จะเกิดข้นึ
ในตัวของผูป้ ฏิบตั ิ บพุ พนิมิตของมัชฌมิ าปฏปิ ทา มี ๗ ประการ
- การมกี ัลยาณมติ ร คอื การมเี พอื่ นทด่ี ที ่ีแนะนำประโยชน์ เรียกว่า กลั ป์ยาณมิตตตา
- ความถงึ พร้อมด้วยศลี คือ การมีวนิ ัย มีระเบียบในชีวติ ของตนและการอยู่ร่วมกนั ในสงั คม เรียกว่า
สลี สัมปทา - ความถึงพรอ้ มดว้ ยฉนั ทะ คอื ความพอใจใฝร่ กั ในปัญญา ในจริยธรรม ใฝ่ร้ใู นความจรงิ
และใฝใ่ นความดี เรียกวา่ ฉันทสมั ปทา
- ความถงึ พรอ้ มด้วยการทจี่ ะฝึกฝนพัฒนาตน คือ การรูจ้ ักฝกึ ฝนพฒั นาตน เรียกวา่ อัตตสมั ปทา
- ความถงึ พร้อมดว้ ยทฏิ ฐิ คอื การยดึ ถือ เช่ือถอื ในหลักการและมคี วามเห็นความเข้าใจพื้นฐานท่ี
มองเห็นสิง่ ทง้ั หลายตามเหตุผล เรยี กว่า ทิฏฐิสัมปทา
- ความถึงพร้อมดว้ ยความไม่ประมาท คอื มคี วามกระตือรือรน้ อยเู่ สมอ เหน็ คุณคา่ ของกาลเวลา
เห็นความเปลยี่ นแปลงเป็นส่งิ ทีก่ ระตนุ้ เตือนให้เร่งรัดการคน้ หาใหเ้ ข้าถงึ ความจรงิ หรอื ในการทำชีวิตท่ี
ดีงามใหส้ ำเรจ็ เรียกว่า อัปปมาทสมั ปทา
- การรจู้ ักใชค้ วามคิดท่ีถกู วิธี คดิ เปน็ คิดอย่างมีระเบียบ ร้จู กั คิดพิจารณา เพือ่ นำมาใช้พัฒนาตนให้
กา้ วหน้าย่ิงๆขึน้ ไป เรยี กว่า โยนิโสมนสกิ าร
๘
กจิ กรรมท่ี ๑
คำช้แี จง้ หลังจากศึกษาใบความรทู้ ่ี ๑ เร่อื ง อริยสัจ ๔ : มรรค เรียบร้อยแลว้ ให้นักเรยี นตอบ
คำถามกจิ กรรมที่ ๑ โดยเขยี นคำตอบลงในชอ่ งว่างให้ถกู ต้อง ( ๑๐ คะแนน )
๑. มรรคในอริยสัจ ๔ เป็นทางดำเนินไปสู่……………………………………………………..
๒. อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นทางสายกลาง ๘ ประการได้แก่ …………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. บพุ พนมิ ิตของมชั ฌิมาปฏปิ ทา แปลว่า …………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๔. บุพพนิมิตของมัชฌมิ าปฏปิ ทา มี ๗ ประการ…………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. การมีกลั ยาณมติ ร คือ………………………………………………………… เรียกว่า ……………………………….
๖. ความถงึ พรอ้ มด้วยศีล คอื ……………………………………………………………………………………………….
เรยี กว่า ……………………………………………………………………………………………………………………………….
๗. ความถึงพรอ้ มด้วยฉนั ทะ คอื …………………………………………………………………………………………..
เรียกว่า ………………………………………………………………………………………………………………………………..
๘. ความถึงพร้อมด้วยการที่จะฝึกฝนพัฒนาตน คอื ……………………………………………………………….
เรียกว่า ………………………………………………………………………………………………………………………………
๙. ความถึงพรอ้ มด้วยทิฏฐิ คือ …………………………………………………………………………………………..
เรียกว่า …………………………………………………………………………………………………………………………….
๑๐. ความถึงพร้อมดว้ ยความไมป่ ระมาท คือ ……………………………………………………………………
เรียกว่า …………………………………….การร้จู ักใชค้ วามคิดทถี่ ูกวิธี คิดเปน็ คิดอยา่ งมีระเบียบ รู้จักคิด
พิจารณา เพ่อื นำมาใช้พัฒนาตนให้กา้ วหน้ายง่ิ ๆข้นึ ไป เรียกวา่ ………………………………………..
๙
ใบความรู้ท่ี ๒
ดรุณธรรม ๖ หมายถงึ ธรรมทเ่ี ป็นหนทางแห่งความสำเรจ็ ความเจริญกา้ วหน้าแหง่ ชีวิต มี
๖ ประการ
- รักษาสุขภาพดีมใิ หม้ ีโรคทง้ั จติ และกาย เพราะโรคภัยไข้เจบ็ เปน็ อุปสรรคท่คี อยขดั ขวาง
ไม่ให้ประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้จึงตอ้ งหม่ันบรหิ ารกายใหม้ ีสขุ ภาพแขง็ แรงสมบรู ณแ์ ละบรหิ ารจิต
ให้มสี ุขภาพจติ ที่ดี เรียกว่า อโรคยะ
- มีระเบียบวินยั ไมก่ ่อเวรภัยแก่ผู้อ่ืนและสงั คม รู้จกั ให้อภยั ไม่อาฆาตพยาบาท เรียกวา่
ศีล
- ได้คนดเี ป็นแบบอย่าง คือ คนมีปญั ญา มีคณุ ธรรม (บณั ฑิตหรอื สตั บุรษุ )และยดึ ถือปฏิบตั ิ
ตามจะช่วยสนบั สนุนเกอ้ื กูลใหก้ ารดำเนินชีวิตเจริญก้าวหน้า เรยี กว่า พทุ ธานมุ ตั ิ
- ตัง้ ใจเรยี นรู้ให้จรงิ โดยการศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้ให้มาก ให้เชีย่ วชาญ เรียกว่า สตุ ะ
- ทำแต่ส่ิงทถ่ี ูกตอ้ งดีงาม โดยการดำรงมัน่ อยู่ในสจุ รติ เรียกว่า ธรรมานุวัติ
- มีความขยนั หมน่ั เพยี ร การมีกำลังไมท่ ้อถอย ไม่ทอ้ แทเ้ ฉื่อยชา เรียกว่า วริ ยิ ะ
กลุ จิรัฏฐติ ธิ รรม ๔ หมายถึง ข้อปฏบิ ตั ิสำหรับรกั ษาวงศ์ตระกูลให้ดำรงอย่ไู ด้นาน มี ๔
ประการ
- การแสวงหาพัสดทุ ีห่ ายไป หมายถงึ สง่ิ ของทจี่ ำเป็นในครอบครัว เช่น ปัจจัย ๔ เม่อื หายไป
หรอื หมดไป จะต้องช่วยกันจดั หามาทดแทนสงิ่ ท่หี ายหรือหมดไป
- การบรู ณะซ่อมแซมพสั ดทุ ีเ่ กา่ ชำรุด หมายถึง สงิ่ ของที่จำเป็นเมื่อเกิดชำรุดเสยี หายจะตอ้ ง
รู้จักซอ่ มแซมใหใ้ ชก้ ารได้ เช่น ท่อี ยอู่ าศยั อุปกรณ์ เครอื่ งใช้ต่างๆภายในบา้ น เป็น
ต้น
- การร้จู ักประมาณในการใชจ้ ่าย หมายถึง การรจู้ ักประหยัด รู้จกั กนิ รู้จกั ใช้ ไมใ่ ชจ้ ่ายเกนิ
ฐานะของตนเอง ไมก่ ่อหนี้สนิ ใหก้ บั ครอบครัว
- การตั้งคนมศี ีลธรรมเป็นพ่อบ้านแมเ่ รอื น หมายถงึ การมีหวั หน้าครอบครัวทเ่ี ป็นคนดีมี
ศลี ธรรม ประกอบอาชพี สุจรติ มีความขยันหมน่ั เพียรในการทำงาน กส็ ามารถสืบทอดตอ่ วงศ์ตระกลู
ใหเ้ จริญย่งั ยืนต่อไปได้
๑๐
ใบกิจกรรมที่ ๒
คำชีแ้ จ้ง หลงั จากศกึ ษาใบความรทู้ ี่ ๒ เรอ่ื ง ดรุณธรรม ๖ และกุลจริ ัฏฐติ ธิ รรม ๔ เรยี บร้อยแลว้
ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามกจิ กรรมที่ ๒ โดยเขยี นคำตอบลงในชอ่ งว่างให้ถกู ต้อง ( ๑๐ คะแนน )
๑. ดรณุ ธรรม ๖ หมายถึง …………………………………………………………………………………………
มี ๖ ประการ
๒. รักษาสุขภาพดีมิให้มีโรคท้งั จติ และกาย เพราะ…………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….เรยี กว่า………………………….
๓. มีระเบยี บวินัย ไมก่ ่อเวรภัยแกผ่ ู้อืน่ และสังคม รจู้ ักใหอ้ ภัย ไมอ่ าฆาตพยาบาท
เรียกว่า……………………………………………..
๔. ได้คนดีเป็นแบบอยา่ ง คอื ………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
เรยี กว่า …………………………………………………….
๕. ตงั้ ใจเรียนรู้ใหจ้ ริง โดยการศกึ ษาคน้ ควา้ แสวงหาความรใู้ ห้มาก ให้เชยี่ วชาญ
เรยี กว่า…………………………………………………………
๖. ทำแต่สง่ิ ท่ถี ูกตอ้ งดงี าม โดยการดำรงมั่นอยู่ในสจุ ริต เรยี กว่า …………………………………
๗. ความขยันหมนั่ เพียร การมกี ำลงั ไม่ท้อถอย ไม่ท้อแท้เฉือ่ ยชา เรยี กว่า ……………………..
๘. กลุ จิรัฏฐติ ธิ รรม ๔ หมายถึง……………………………………………………………………………………
มี ๔ ประการ
๙. การแสวงหาพสั ดุที่หายไป หมายถึง …………………………………………..เชน่ ปัจจัย ๔ เมอ่ื
หายไปหรอื หมดไป จะต้องช่วยกนั จดั หามาทดแทนสิ่งทหี่ ายหรือหมดไป
๑๐. การบูรณะซ่อมแซมพสั ดทุ ีเ่ กา่ ชำรดุ หมายถงึ …………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๑
ใบความรู้ที่ ๓
กุศลกรรมบถ ๑๐หมายถงึ ทางแหง่ การทำความดี หรือกรรมดที ค่ี วรประพฤตปิ ฏบิ ัติ
มี ๓ ทาง
๑) ทางกาย เรยี กวา่ กายกรรม มี ๓ อย่าง
- เวน้ จากการฆ่าหรอื เบียดเบียนสัตว์โดยวิธกี ารตา่ งๆ
- เวน้ จากการลักทรพั ย์ คือ ไม่ถือเอาสงิ่ ของที่เจ้าของเขาไม่ให้โดยวิธีการตา่ งๆ
- เว้นจากประพฤตผิ ิดในสามี ภรรยา บตุ ร ธดิ าของผ้อู ่นื ตอ้ งรู้จกั เคารพสิทธิของกนั และ
กัน
๒) ทางวาจา เรียกว่า วจีกรรม มี ๔ ประการ
- เว้นจากการพูดเทจ็ คือ การพดู ในสง่ิ ท่เี ป็นจรงิ
- เว้นจากการพดู ส่อเสียด คอื การพดู ทส่ี ่งเสรมิ ใหเ้ กิดความสามัคคีในหม่คู ณะ ใหค้ นเหน็ อกเหน็
ใจกันและกนั
- เว้นจากการพดู คำหยาบ คือ การพดู ที่สุภาพ ไพเราะน่มุ นวลต่อบคุ คลทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
- เว้นจากการพูดเพอ้ เจ้อ คือ การพดู มสี าระประโยชนท์ ัง้ ตอ่ ตนเองและผู้อน่ื
๓) ทางใจ เรยี กว่า มโนกรรม มี ๓ ประการ
- ไมโ่ ลภอยากไดข้ องผ้อู ื่น คือ การไม่เพง่ เล็งท่จี ะเอาทรพั ย์ของคนอื่นในทางทจุ ริต
- ไมพ่ ยาบาทปองร้ายผอู้ ืน่ คอื การไมผ่ กู ใจเจ็บ ไม่จองเวร ไม่คิดอาฆาตล้างแคน้
- ไมเ่ ห็นผิดจากคลองธรรม คอื การมีความเหน็ ถกู ตอ้ งตามเหตตุ ามผล เช่น เหน็ ว่ามารดาบดิ าเปน็
ผมู้ พี ระคุณจรงิ กฎแหง่ กรรมมีจรงิ เปน็ ตน้
๑๒
ใบกจิ กรรมที่ ๓
คำชีแ้ จง้ หลังจากศกึ ษาใบความรทู้ ่ี ๓ เรอ่ื ง ดรณุ ธรรม ๖ และกศุ ลกรรมบถ ๑๐ เรยี บรอ้ ยแลว้
ให้นักเรยี นตอบคำถามกิจกรรมที่ ๓ โดยเขยี นคำตอบลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง ( ๑๐ คะแนน )
๑. กศุ ลกรรมบถ ๑๐หมายถึง …………………………………..………………………………………………………….
๒. กศุ ลกรรมบถ ๑๐ มี ๓ ทาง ……………………………………………………..…………………………………
๓. ทางกาย เรยี กว่า………………………………………………………………………………………………………………
๔. ทางกาย มี ๓ อย่าง …………………………………………………………………………………………………………
๕. ตั้งใจเรียนรู้ใหจ้ ริง โดยการศกึ ษาค้นควา้ แสวงหาความรใู้ หม้ าก ให้เช่ยี วชาญ เรียกว่า …………
๖. ทำแต่ส่งิ ทถี่ กู ตอ้ งดงี าม โดยการดำรงมน่ั อยู่ในสจุ ริต เรยี กว่า …………………………………………..
๗. มีความขยนั หม่นั เพียร การมีกำลงั ไมท่ ้อถอย ไมท่ ้อแทเ้ ฉื่อยชา เรยี กว่า ………………………………..
๘. เว้นจากการฆ่าหรอื …………………………………………………………………………………………………..
เว้นจากการลกั ทรัพย์ คอื ………………………………………………………………………………………….
เว้นจากประพฤติ……………………………………………………………………………………………………….
๙. ทางวาจา เรยี กว่า ……………………………. มี ๔ ประการ
- เวน้ จากการพูดเท็จ คือ ………………………………………………………………………………………..
- เวน้ จากการพูดส่อเสียด คอื …………………………………………………………………………………..
- เว้นจากการพดู คำหยาบ คอื …………………………………………………………………………………..
- เว้นจากการพดู เพ้อเจอ้ คือ ……………………………………………………………………………………
๑๐. ทางใจ เรยี กว่า……………………………………….. มี ๓ ประการ
- ไม่…………………………………………คอื การไม่เพง่ เล็งท่ีจะเอาทรพั ย์ของคนอืน่ ในทางทุจรติ
- ไม่……………………………………….. คอื การไม่ผูกใจเจ็บ ไมจ่ องเวร ไมค่ ิดอาฆาตลา้ งแค้น
- ไม่………………………………………… คอื การมีความเหน็ ถกู ต้องตามเหตุตามผล เชน่ เห็นว่า
มารดาบดิ าเปน็ ผู้มีพระคณุ จริง กฎแห่งกรรมมจี รงิ เป็นต้น
๑๓
แบบทดสอบหลงั เรียน
เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
ชดุ ที่ ๕ เร่ือง อรยิ สจั ๔ : มรรค
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี ๒ โรงเรียนศรียานสุ รณ์
เวลา ๑๐ นาที
๑. ผลการการเรยี นรู้
๑. อธิบายหลักธรรมอรยิ สัจ 4 เรือ่ ง มรรค (K)
๒. จำแนกหลักธรรมอริยสัจ 4 ในเรอ่ื ง มรรค (P)
๓. ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ธรรมแห่งมรรคในอรยิ สัจ 4 (P)
๔. เห็นความสำคัญในการนำหลกั ธรรมไปใช้ปฏบิ ตั ิตนในการดำเนนิ ชีวติ ประจำวัน (A)
๒. คำชีแ้ จง
ใหนักเรียนทาํ เครือ่ งหมาย x ทบั ตัวอกั ษรหนาขอความทเ่ี ปนคาํ ตอบที่ถูกตองทส่ี ดุ เพียงข้อเดยี ว
๑. การประพฤตธิ รรม เปน็ การประพฤตติ ามหลักการใด ? ๑๔
ก. มโนสจุ รติ
ข. วจีสุจรติ
ค. กายสุจรติ
ง. กศุ ลกรรมบถ 10
๒. ขอใด คือ ความหมายของคาํ วา “นิโรธ”
ก. ความสญู สิ้น
ข. ความเส่อื มสลาย
ค. ความดับสนิท
ง. ความดับทุกข
๑๔
๓. อรยิ สจั ๔ หัวข้อธรรมในข้อใดที่ควรทำใหเ้ จริญย่ิงขึ้น
ก. บพุ พนิมติ ของมัชฌมิ าปฏปิ ทา
ข. อกุศลกรรมบถ ๑๐
ค. วิบัติ ๔
ง. อบายมุข ๖
๔. ธรรมขอ้ ใดเป็นทางแหง่ การกระทำของผฉู้ ลาดหรอื คนดี
ก. กุศลกรรมบถ ๑๐
ข. กุลจิรัฏฐิติธรรม ๔
ค. สมบตั ิ ๔
ง. สติปัฏฐาน ๔
๕. การปฏิบัติตนตามหลกั กุลจริ ัฏฐติ ิธรรม 4 จะสง่ ผลดใี นข้อใด
ก. มีความสขุ ทางกาย วาจา ใจ
ข. มคี วามเจรญิ รงุ่ เรอื งตลอดกาล
ค. ช่ือเสียงของวงศต์ ระกลู เป็นทีแ่ พร่หลาย
ง. ตระกูลดำรงอยดู่ ้วยความสงบสขุ มฐี านะม่ันคง
๑๕
๖. ข้อใดใหค้ วามหมายของ นิโรธ มากทสี่ ุด
ก. สมหมายกระวนกระวาย หลงั จากทราบวา่ เขาติด ร วิชาสงั คมศกึ ษา
ข. สมพรเดนิ ยม้ิ อยา่ งสบายใจ หลงั จากท่เี ขาได้ไปฝกึ สมาธิที่วดั มา
ค. สมศกั ด์ติ ้องใช้ความคดิ เพม่ิ มากขนึ้ หลังจากเขาสอบไม่ผา่ น
ง. สมศรีกำลงั รักษาตวั ทถี่ ำ้ กระบอก
๗. จุดมุง่ หมายสงู สดุ ของพระพุทธศาสนาคือ
ก. ตายแล้วไปเกิดในภพใหม่
ข. ทำบุญทำกุศล ตายแลว้ ไดไ้ ปขน้ึ สวรรค์
ค. ได้เกดิ มาเปน็ ญาตพิ ีน่ ้องกันอกี
ง. ตายแลว้ ไม่เกดิ อีกหรือนิพพาน
๘. ครอบครัวจะดำรงอยู่ได้นานสมาชิกในครอบครวั ควรนำหลกั ธรรมข้อใดมาประพฤตปิ ฎบิ ตั ิ
ก. สตปิ ัฎฐาน ๔
ข. ดรุณธรรม ๖
ค. กุศลกรรมบถ ๑๐
ง. กุลจิรฏั ฐติ ธิ รรม
๑๖
๙. ขอ้ ใดสัมพนั ธก์ นั
ก. ทางกาย - ไม่พูดเท็จ
ข. ทางวาจา - ไม่พดู เพอ้ เจ้อ
ค. ทางใจ - ไมป่ ระพฤติผดิ ในกาม
ง. ทางกาย – ไม่โลภอยากได้ของผอู้ ่นื
๑๐. ดรุณธรรมขอ้ ใดเปน็ พื้นฐานสำคัญของการทำงาน การศกึ ษาเลา่ เรียนหรอื การทำกจิ กรรม
ต่างๆ
ก. ความไมม่ โี รค
ข. ความตั้งใจจริง
ค. ความขยนั หม่นั เพียร
ง. การทำส่ิงทถ่ี กู ต้องดงี าม
๑๗
เฉลยกิจกรรมชดุ การสอน
เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
ชุดท่ี ๕ เรอ่ื ง อรยิ สจั ๔ : มรรค
ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ ๒ โรงเรยี นศรยี านสุ รณ์
เฉลยใบกจิ กรรมที่ ๑
๑. มรรคในอริยสัจ ๔ เป็นทางดำเนินไปสู่การดับทกุ ข์ตาม
๒. อริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นทางสายกลาง ๘ ประการได้แก่ เห็นชอบ คิดชอบ เจรจาชอบ การงาน
ชอบ เล้ียงชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบและต้ังจิตมนั่ ชอบ มรรคในอรยิ สัจ ๔ - บพุ พนิมิตของ
มชั ฌิมาปฏิปทา - ดรณุ ธรรม ๖ - กุลจิรัฏฐิติธรรม ๔ - กศุ ลกรรมบถ ๑๐
๓. บพุ พนิมิตของมชั ฌมิ าปฏิปทา บพุ พนมิ ติ แปลว่า สิ่งที่เปน็ เครอื่ งหมายใหร้ ู้ หมายถึง สิ่งท่บี ่งบอก
ลว่ งหน้ากอ่ นทอี่ รยิ มรรคมีองค์ ๘ จะเกิดขึน้ ในตวั ของผ้ปู ฏิบัติ
๔. บพุ พนมิ ิตของมัชฌมิ าปฏิปทา มี ๗ ประการ การมกี ลั ยาณมติ ร ความถึงพรอ้ มดว้ ยศีล ความถึง
พรอ้ มด้วยฉันทะ ความถึงพร้อมด้วยฉนั ทะ ความถึงพร้อมดว้ ยการที่จะฝึกฝนพฒั นาตน ความถงึ
พร้อมด้วยทฏิ ฐิ ความถงึ พรอ้ มด้วยความไมป่ ระมาท
๕. การมีกลั ยาณมติ ร คอื การมีเพ่อื นทดี่ ที ่ีแนะนำประโยชน์ เรียกว่า กัลป์ยาณมิตตตา
๖. ความถงึ พร้อมด้วยศลี คือ การมวี ินัย มีระเบียบในชีวิตของตนและการอยรู่ ่วมกนั ในสงั คม เรียกว่า
สลี สมั ปทา
๗. ความถึงพร้อมด้วยฉนั ทะ คือ ความพอใจใฝ่รกั ในปญั ญา ในจริยธรรม ใฝ่รู้ในความจริงและใฝ่ใน
ความดี เรียกวา่ ฉันทสมั ปทา
๘. ความถงึ พรอ้ มดว้ ยการทจ่ี ะฝึกฝนพัฒนาตน คอื การรู้จักฝกึ ฝนพัฒนาตน เรียกวา่ อัตตสมั ปทา
๙. ความถึงพร้อมด้วยทฏิ ฐิ คือ การยึดถือ เชอ่ื ถือในหลกั การและมคี วามเห็นความเข้าใจพื้นฐานที่
มองเห็นส่งิ ทง้ั หลายตามเหตุผล เรียกว่า ทฏิ ฐิสมั ปทา
๑๐. ความถงึ พร้อมดว้ ยความไม่ประมาท คอื มีความกระตือรอื ร้นอยเู่ สมอ เหน็ คุณค่าของกาลเวลา
เหน็ ความเปลี่ยนแปลงเป็นส่ิงท่กี ระต้นุ เตอื นให้เรง่ รัดการค้นหาให้เข้าถงึ ความจรงิ หรือในการทำชวี ติ ท่ี
ดงี ามใหส้ ำเรจ็ เรียกว่า อัปปมาทสมั ปทา การรจู้ กั ใชค้ วามคดิ ท่ีถกู วิธี คิดเป็น คิดอย่างมีระเบียบ ร้จู กั
คิดพิจารณา เพอ่ื นำมาใช้พฒั นาตนให้กา้ วหน้ายงิ่ ๆขน้ึ ไป เรียกว่า โยนิโสมนสิการ
๑๘
เฉลยใบกิจกรรมที่ ๒
๑. ดรุณธรรม ๖ หมายถึง ธรรมทีเ่ ปน็ หนทางแหง่ ความสำเร็จ ความเจริญกา้ วหนา้ แหง่ ชวี ติ
๒. รักษาสุขภาพดีมใิ ห้มีโรคทั้งจติ และกาย เพราะโรคภัยไข้เจบ็ เปน็ อุปสรรคท่ีคอยขดั ขวางไม่ให้
ประสบความสำเรจ็ ดว้ ยเหตุนจ้ี งึ ต้องหมัน่ บริหารกายใหม้ ีสขุ ภาพแขง็ แรงสมบูรณแ์ ละบรหิ ารจิตใหม้ ี
สุขภาพจติ ทดี่ ี เรียกวา่ อโรคยะ
๓. มรี ะเบยี บวินัย ไมก่ ่อเวรภัยแกผ่ ู้อืน่ และสงั คม รจู้ กั ให้อภัย ไม่อาฆาตพยาบาท เรียกวา่ ศีล
๔. ได้คนดีเปน็ แบบอย่าง คือ คนมปี ัญญา มีคุณธรรม (บณั ฑติ หรอื สตั บุรษุ )และยดึ ถอื ปฏิบัติ
ตามจะช่วยสนับสนุนเก้อื กูลใหก้ ารดำเนินชีวิตเจรญิ ก้าวหนา้ เรียกว่า พทุ ธานมุ ัติ
๕. ต้งั ใจเรียนรู้ใหจ้ ริง โดยการศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรใู้ หม้ าก ให้เชี่ยวชาญ เรียกว่า สุตะ
๖. ทำแต่สงิ่ ที่ถูกตอ้ งดีงาม โดยการดำรงมนั่ อยู่ในสุจรติ เรียกวา่ ธรรมานุวตั ิ
๗. มีความขยนั หมั่นเพยี ร การมกี ำลงั ไมท่ อ้ ถอย ไม่ทอ้ แทเ้ ฉ่อื ยชา เรยี กว่า วิริยะ
๘. กุลจริ ัฏฐติ ิธรรม ๔ หมายถึง ขอ้ ปฏบิ ัติสำหรับรกั ษาวงศ์ตระกูลให้ดำรงอยู่ได้นาน มี ๔
ประการ การแสวงหาพสั ดทุ ่ีหายไป การบูรณะซ่อมแซมพสั ดุทีเ่ ก่าชำรุด การรจู้ ักประมาณในการ
ใชจ้ า่ ย การต้ังคนมีศีลธรรมเปน็ พอ่ บ้านแมเ่ รอื น
๙. การแสวงหาพสั ดทุ หี่ ายไป หมายถึง สงิ่ ของทจ่ี ำเป็นในครอบครัว เชน่ ปัจจัย ๔ เมื่อหายไป
หรอื หมดไป จะตอ้ งช่วยกันจัดหามาทดแทนส่ิงท่หี ายหรือหมดไป
๑๐. การบูรณะซ่อมแซมพสั ดทุ เ่ี ก่าชำรุด หมายถึง สิ่งของที่จำเป็นเม่ือเกดิ ชำรุดเสียหาย
จะตอ้ งรจู้ ักซ่อมแซมใหใ้ ช้การได้ เช่น ที่อยอู่ าศัย อปุ กรณ์ เครอื่ งใช้ต่างๆภายในบ้าน เป็น
ตน้
๑๙
เฉลยใบกิจกรรมท่ี ๓
๑. กศุ ลกรรมบถ ๑๐หมายถงึ ทางแห่งการทำความดี หรือกรรมดีทคี่ วรประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ
๒. กศุ ลกรรมบถ ๑๐ มี ๓ ทาง ทางกาย เรียกว่า กายกรรม ทางวาจา เรียกว่า วจีกรรม ทางใจ
เรยี กว่า มโนกรรม
๓. ทางกาย เรียกว่า กายกรรม
๔. ทางกาย มี ๓ อยา่ ง - เวน้ จากการฆ่าหรือเบยี ดเบยี นสตั วโ์ ดยวิธกี ารตา่ งๆ
- เว้นจากการลักทรัพย์ คือ ไมถ่ อื เอาส่งิ ของท่เี จ้าของเขาไมใ่ หโ้ ดยวธิ ีการต่างๆ
- เวน้ จากประพฤติผิดในสามี ภรรยา บุตร ธิดาของผูอ้ ่นื ต้องรจู้ กั เคารพสิทธขิ องกันและกัน
๕. ตั้งใจเรยี นรู้ใหจ้ ริง โดยการศึกษาคน้ ควา้ แสวงหาความรู้ให้มาก ใหเ้ ช่ียวชาญ เรียกว่า
๖. ทำแตส่ ง่ิ ทีถ่ กู ต้องดีงาม โดยการดำรงมน่ั อยู่ในสจุ รติ เรียกวา่
๗. มคี วามขยนั หม่ันเพียร การมกี ำลงั ไมท่ อ้ ถอย ไมท่ ้อแทเ้ ฉอื่ ยชา เรยี กว่า
๘. เว้นจากการฆา่ หรือเบียดเบยี นสัตวโ์ ดยวธิ กี ารตา่ งๆ
- เว้นจากการลักทรพั ย์ คือ ไมถ่ อื เอาสิง่ ของท่ีเจ้าของเขาไมใ่ หโ้ ดยวธิ กี ารตา่ งๆ
- เว้นจากประพฤติผดิ ในสามี ภรรยา บตุ ร ธิดาของผอู้ นื่ ต้องรจู้ ักเคารพสิทธขิ องกนั
๙. ทางวาจา เรยี กว่า วจีกรรม มี ๔ ประการ
- เว้นจากการพดู เทจ็ คือ การพูดในสงิ่ ทีเ่ ป็นจริง
- เวน้ จากการพูดส่อเสยี ด คือ การพดู ที่ส่งเสริมใหเ้ กดิ ความสามคั คีในหมคู่ ณะ ใหค้ นเหน็ อก
เหน็ ใจกนั และกนั
- เว้นจากการพูดคำหยาบ คอื การพูดท่ีสุภาพ ไพเราะนุ่มนวลต่อบุคคลทเ่ี ก่ียวข้อง
- เวน้ จากการพูดเพ้อเจ้อ คือ การพูดมีสาระประโยชน์ท้ังตอ่ ตนเองและ
ผอู้ นื่
๑๐. ทางใจ เรียกว่ามโนกรรม มี ๓ ประการ
- ไม่โลภอยากได้ของผอู้ นื่ คือ การไม่เพง่ เลง็ ท่ีจะเอาทรพั ย์ของคนอืน่ ในทางทจุ ริต
- ไม่พยาบาทปองร้ายผูอ้ ่นื คือ การไม่ผกู ใจเจ็บ ไมจ่ องเวร ไม่คิดอาฆาตล้างแค้น
๒๐
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น
เรอ่ื ง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
ชดุ ท่ี ๕ เรอื่ ง อริยสจั ๔ : มรรค
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๒ โรงเรยี นศรียานสุ รณ์
๑.ง
๒.ง
๓.ก
๔.ก
๕.ง
๖.ข
๗.ง
๘.ง
๙.ข
๑๐.ก
๒๑
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
เรื่อง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
ชดุ ท่ี ๕ เรอื่ ง อริยสจั ๔ : มรรค
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๒ โรงเรยี นศรยี านสุ รณ์
๑.ง
๒.ง
๓.ก
๔.ก
๕.ง
๖.ข
๗.ง
๘.ง
๙.ข
๑๐.ก
๒๒
กระดาษคำตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ชดุ ท่ี ๕
เร่อื ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
เร่ือง อริยสัจ ๔ : มรรค
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี ๒ โรงเรยี นศรยี านสุ รณ์
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นทำเคร่อื งหมาย ลงในชอ่ งท่ถี ูกทสี่ ุดเพยี งขอ้ เดียว
คง
ขอ้ ที่ ก ข
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
สรปุ คะแนนสอบกอ่ นเรียน
คะแนนสอบก่อนเรยี น
เตม็ ๑๐
ได้
๒๓
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรยี น ชดุ ท่ี ๕
เรอ่ื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
เรื่อง อริยสจั ๔ : มรรค
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี ๒ โรงเรยี นศรยี านุสรณ์
คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นทำเครือ่ งหมาย ลงในชอ่ งท่ีถกู ทสี่ ดุ เพียงข้อเดยี ว
คง
ข้อที่ ก ข
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
สรปุ คะแนนสอบหลังเรยี น
คะแนนสอบกอ่ นเรียน
เตม็ ๑๐
ได้
๒๔
กระทรวงศึกษาธกิ าร ส านักวชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๕๑) ตัวชว้ี ดั และสาระการเรยี นรู้
แกนกลาง กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตว.์ ญาณสังวร
(เจริญ สวุ ัฑฒนมหาเถร), สมเด็จพระ. (๒๕๔๑). ความหมายแห่งพระรัตนตรัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพม์ หามงกุฎ
ราชวทิ ยาลัย. พิจติ ร ฐติ วณั โณ,พระสาสนโสภณ. (๒๕๕๕) มหศั จรรย์แหง่ พระรตั นตรัย. พมิ พค์ รัง้ ท่ี ๑ กรุงเทพฯ :
สำนักพมิ พก์ รนี ปัญญาญาณ. มนัส กติ ตสาโร,พระมหา. (๒๕๕๑). พระพุทธศาสนา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑. พิมพ์คร้งั ท่ี ๕ กรงุ เทพฯ : สถาบันพฒั นาคณุ ภาพวิชาการ. ว. วชิรเมธ.ี (๒๕๕๑). ธรรม
ศักดิส์ ิทธ.์ิ พิมพ์คร้งั ที่ ๕ กรุงเทพฯ : อมรินทรธ์ รรม. วิทย์ วศิ ทเวทย์. และเสฐียรพงษ์ วรรณปก. (๒๕๕๑).
พระพุทธศาสนา ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑. พมิ พ์ครัง้ ท่ี ๙ กรุงเทพฯ : อักษรเจรญิ ทัศน์ สวุ ิทย์ มลู ค่า. และสุนันทา
สนุ ทรประเสริฐ. (๒๕๔๐). ผลงานทางวชิ าการ สู.่ ..การเลื่อนวทิ ยฐานะ. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์. แสง จนั ทร์งาม.
(๒๕๕๒). อริยสจั ๔ หวั ใจของพระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ : สร้างสรรคบ์ ุ๊คส.์
เว็ปไซตท์ ่ีอา้ งถงึ
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdOREUxTURVMU13PT0
https://www.kroobannok.com/2745